APKDock Logo
รายชื่อตอน
แชร์
ภาพปกนิยายเรื่อง ซีรีส์คู่รักข้างรั้ว

ซีรีส์คู่รักข้างรั้ว

เมื่อ มะนาว ครูสอนโยคะผู้รักความสงบ ตัดสินใจย้ายบ้านเพื่อแสวงหาชีวิตอันเรียบง่าย ทว่าเธอกลับต้องเผชิญหน้ากับ ภูผา วิศวกรหนุ่มข้างบ้านสุดแสบที่ขยันสร้างความปั่นป่วนและส่งเสียงดังรบกวนเธออยู่เสมอ แม้หญิงสาวจะพยายามสร้างกำแพงปิดกั้นตัวเองจากความวุ่นวายที่เขาประเคนให้มากแค่ไหน แต่ในยามที่ความเงียบงันเข้ามาแทนที่เสียงเหล่านั้น หัวใจของเธอกลับเริ่มรู้สึกเหงาและว่างเปล่าอย่างบอกไม่ถูก แม้ว่ารั้วบ้านที่แบ่งกั้นอาณาเขตของทั้งสองยังคงตั้งตระหง่านอยู่ที่เดิม แต่ดูเหมือนว่ามันจะไม่สามารถกีดกันความรู้สึกพิเศษที่กำลังค่อยๆ ก่อตัวขึ้นระหว่างพวกเขาได้อีกต่อไปได้อีกแล้ว
รายชื่อตอน
แชร์

ตอน 1

เสียงใบไม้เสียดสีกันในยามเช้าเหมือนคนกระซิบปลอบใจ มะนาววางเสื่อโยคะสีเขียวบนชานไม้หน้าบ้านใหม่ สูดลมหายใจยาว ๆ ให้ปอดรับกลิ่นดินชื้นหลังฝนเมื่อคืน ทั้งซอยเงียบสงบ มีเพียงเสียงนกเขาไกล ๆ จนกระทั่ง

เสียงกีตาร์ที่ดังขึ้นทำให้ความสุขสงบจางหายไปในทันที

มะนาวนิ่งค้างในท่าภูเขา ค่อย ๆ หันไปทางรั้วไม้สีน้ำตาลด้านข้างที่สูงท่วมหัว เพลงดังจนรู้สึกถึงจังหวะบนพื้นเสื่อ

โอเค... เพื่อนบ้านคนใหม่ของเธอคงตื่นเช้าเพื่อซ้อมคอนเสิร์ตกลางสนามหญ้า

“สูดลมเข้า เอาความหัวร้อนออก” เธอกระซิบกับตัวเอง พยายามผ่อนลมหายใจยาว ๆ อีกครั้ง

เสียงกีตาร์ลากยาวพลิ้วลงสู่ท่อนฮุค เสียงร้องชายสดใสและดังพุ่งตามมา

“โอ๊ย!” มะนาวถึงกับสะบัดมือ หลุดจากท่าต้นไม้ เกือบเสียหลักเหยียบกระถางโรสแมรี

โทรศัพท์ดังขัดอารมณ์ เธอจิ้มรับสาย

“ว่าไงแหวนแก้ว”

เสียงหัวเราะของเพื่อนสนิทดังมาตามสาย

“ย้ายบ้านใหม่เป็นไงบ้างคะ แม่ครูโยคะสายสงบ”

“สงบมาก ถ้าตัดเสียงคอนเสิร์ตลานเบียร์ข้างรั้วทิ้งไปได้” มะนาวตอบหน้าตาย กรอกตาไปมา พลางถอนหายใจยาวเหยียด

“อ้าว” แหวนแก้วลากเสียงยาว

“ไหน ๆ เปิดลำโพงให้ฟังหน่อย”

มะนาวยกโทรศัพท์ขึ้นเหนือหัว เสียงดนตรีทะลุผ่านลำโพงโทรศัพท์จนปลายสาวหัวเราะคิก

“ได้ยินยัง”

“อืม....” แหวนแก้วครางรับ

“อย่าเพิ่งหงุดหงิด ใจร่ม ๆ เข้าไว้ ต่อไปอาจจะเป็นเพื่อนบ้านที่ดี ได้คุยกันทุกวัน”

“ใครจะคุยกับหมอนั่นกัน” มะนาวกลอกตาไปมา

“ฉันวางก่อนนะ ขอไปสงบสติอารมณ์ก่อน”

“โอเคจ้ะ” แหวนแก้วตอบรับเสียงหวาน

มะนาวกดวางสาย พยายามดึงสติกลับมาที่ลมหายใจ แต่ท่อนโซโล่กีตาร์ก็ไต่โน้ตลื่นปรื๋อจนความสงบไต่ตามไม่ทัน ในที่สุดมะนาวตัดใจม้วนเสื่อโยคะ พับความหวังเรื่องเช้าอันเงียบสงบเอาไว้ แล้วเดินลงบันไดไปยังหน้าบ้าน

ประตูไม้บานเล็กที่รั้วฝั่งข้าง ๆ เปิดออกพอดี ผู้ชายรูปร่างสูงในเสื้อยืดสีเทาเปื้อนคราบน้ำมันยืนกอดกองสายไฟไว้เต็มสองแขน แถมยังมีหูฟังพาดคออยู่

เขาชะงักเมื่อเห็นมะนาว

“สวัสดีครับ” เขาเอ่ยทักทาย เธอสะบัดหน้าหนี

“เพลงดังไปหน่อย ขอโทษทีครับ”

“หน่อย” มะนาวยิ้มสุภาพแบบกัดฟัน

“มันไม่หน่อยเลยค่ะ”

ชายหนุ่มเกาท้ายทอย

“ผมกำลังเทสต์ลำโพงที่ซ่อมอยู่ ดันลืมปรับโวลุ่ม ถ้าอย่างนั้นต้องขอโทษอีกครั้งครับ รอบหน้าจะพยายามเบาลงนะครับ”

“ขอบคุณค่ะ” มะนาวตั้งใจว่าจะจบแค่นี้ แต่สายตากลับไปจับที่ป้ายชื่อบ้านฝั่งโน้น

“บ้านภูผา” ตัวอักษรไม้แกะสลักติดอยู่บนกำแพง เธอพึมพำ

“ภูผา”

“ครับ” เขาเงยหน้าขึ้นมายิ้ม ดวงตาเป็นประกายซน ๆ

“ชื่อบ้านเพราะดีค่ะ” เธอเผลอชม

“ฉันมะนาว เพิ่งย้ายมาอยู่บ้านหลังนี้ ขอฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะคะ”

“ผมภูผาครับ ยินดีต้อนรับเพื่อนบ้านใหม่ครับ ถ้ามีอะไรให้ช่วยบอกได้เลยนะครับ หรือถ้าเสียงรบกวนก็ตะโกนบอกได้นะครับ”

“ตะโกนยังไงก็ไม่น่าจะชนะลำโพงพี่หรอกค่ะ” เธอยิ้มบาง แต่ปลายเสียงสะบัดนิด ๆ ทำเอาภูผาต้องหัวเราะออกมา

“โอเค ผมจะปรับปรุงครับ” ว่าแล้วเขาก็ยกกองสายไฟกลับเข้าบ้าน เพลงเงียบลงอย่างน่าอัศจรรย์ ซอยกลับมาสงบเฉียบจนได้ยินเสียงลมหายใจของตัวเอง

มะนาวถอนใจอย่างโล่งอกและเขินนิด ๆ กับความปากกล้าของตัวเอง เธอกลับขึ้นชานบ้าน คลี่เสื่ออีกครั้ง ตั้งใจจะเริ่มท่าใหม่อย่างใจเย็น คราวนี้มีความนิ่งสมใจ ท้องฟ้าสดใสขึ้นเรื่อย ๆ จนแดดอุ่น ๆ ลูบไล้ผิวแก้มเบา ๆ

สายหน่อย มะนาวขับรถคันเล็กออกไปซื้อของเข้าบ้าน ร้านชำหัวมุมซอยมีป้ายผ้าสีซีดปลิวไหว เธอผลักประตูไม้เข้าไปอย่างเบามือ

“อ้าว หน้าคุ้น ๆ บ้านใหม่ท้ายซอยนั่นใช่ไหมหนู” ชายวัยห้าสิบกว่าในเสื้อเชิ้ตลายสก็อตเอ่ยทักทาย

“ยินดีต้อนรับจ้ะ”

“สวัสดีค่ะลุง หนูชื่อมะนาวค่ะ เพิ่งย้ายมาเมื่อวาน” เธอยิ้ม

“ขอซื้อนม ขนมปัง ไข่ แล้วก็ปลั๊กพ่วงค่ะ”

“ได้ ๆ” ลุงชัยขยับตัวอย่างคล่องแคล่ว หยิบของทีละอย่าง

“บ้านใหม่ใกล้ ๆ ภูผาใช่ไหม”

มะนาวชะงัก

“ลุงรู้ได้ไงคะ”

“รู้สิ” ลุงหัวเราะอย่างภูมิใจ

“ไอ้ภูมันเสียงดัง ใครอยู่ข้าง ๆ ต้องมีบ่น”

ลุงชัยวางปลั๊กพ่วงลงบนเคาน์เตอร์

“เสียงดังจริงค่ะ” เธอเห็นด้วย ก่อนหัวเราะแห้ง ๆ จ่ายเงินแล้วรีบหิ้วถุงกลับ

บ่ายวันเดียวกัน เธอขนกล่องหนังสือขึ้นชั้นบน พอวางกล่องสุดท้ายก็ปวดช่วงหลังจนต้องยืดตัว พลันได้ยินเสียงเครื่องยนต์หน้าบ้าน เธอโผล่หน้าไปจากหน้าต่าง เห็นภูผากำลังยืนเปิดฝากระโปรงรถตัวเอง มือหนึ่งคีมคีบสายไฟ อีกมือจับไฟฉาย เขาเงยหน้ามาพอดี

“ทำอะไรอยู่ครับ ให้ช่วยไหม” เพราะได้ยินเสียง เขาคิดว่าเธอน่าจะกำลังขนของอยู่

“ไม่เป็นไรค่ะ ฉันอุ๊ย!” กล่องอีกใบลื่นจากมือ ตุ้บ! หนังสือโยคะกับสมุดวาดรูปปลิวกระจาย

“ให้ช่วยไหมครับ” ไม่ทันขาดคำ ภูผาก็โผล่มาที่บันไดหน้าบ้าน

“ระวังหลังนะครับ เดี๋ยวช่วยยก” เขาหยิบกล่องขึ้นด้วยท่าทางสบาย ๆ

“ขอบคุณค่ะ” มะนาวยืนกอดสมุดแนบอก

“เมื่อตอนเช้าบ่นพี่ไปเยอะเลย ขอโทษนะคะ”

“ไม่เป็นไรเลยครับ ผมผิดเอง เปิดเพลงดังจริง” เขายิ้ม

“ขอโทษแทนลำโพงด้วย”

มะนาวเผลอยิ้มตาม

“รับทราบค่ะ” ทั้งสองช่วยกันยกของขึ้นชั้นบนสี่ห้าเที่ยว คุยกันเรื่องต้นไม้ในสวนและเส้นทางวิ่งออกกำลังในหมู่บ้าน ภูผาเอ่ยถึงหมาจรหน้าปากซอยชื่อข้าวปั้นที่เขาแอบซื้อไส้กรอกให้ประจำ ทำให้เขาดูอ่อนโยนขี้เล่นในเวลาเดียวกัน เมื่อจัดของเรียบร้อย ภูผาก็เช็ดเหงื่อเบา ๆ

คุณอาจจะชอบ

ภาพปกนิยายเรื่อง BOY TOXIN พิษรักเซซัส
9.2
เซซัสเห็นผู้หญิงเป็นเพียงหมากฝรั่งหมดรสชาติที่ไร้ค่า ทว่าจินกลับยอมก้าวเข้าหาเขาเพื่อใช้เป็นเครื่องมือเรียกร้องความสนใจจากชายที่เธอแอบรัก ทว่าแผนการกลับพลิกผันเมื่อภารกิจลับร่วมกันนำพาให้เธอตกหลุมพรางเสน่ห์อันตรายนี้เสียเอง ยิ่งใกล้ชิด ความรู้สึกต้องห้ามยิ่งถลำลึกจนยากจะถอนตัว แม้จะถูกเขาตราหน้าว่าเป็นคนล่อลวงเขาขึ้นเตียงก่อน และเธอพยายามจะยุติทุกอย่างลง ท่ามกลางเกมรักที่เต็มไปด้วยพิษร้ายและเดิมพันด้วยหัวใจ ใครกันแน่ที่จะเป็นฝ่ายถูกฟันแล้วทิ้งในท้ายที่สุด
ภาพปกนิยายเรื่อง ขย่มรักเพื่อนพ่อ
8.2
น้ำหวานจำต้องเผชิญหน้ากับความเร่าร้อนอันแสนป่าเถื่อนของเสี่ยรุตน์ ชายผู้มีสถานะเป็นเพื่อนรุ่นน้องของพ่อแท้ๆ ของเธอ เขาจู่โจมเข้าครอบครองเรือนร่างนวลเนียนและยอดอกสีหวานที่ไร้เดียงสาไม่เคยมีชายใดได้สัมผัสมาก่อนอย่างกระหาย สัมผัสอันหนักหน่วงและเสียงดูดกลืนกระตุ้นความเสียวซ่านให้หญิงสาวสั่นสะท้านไปทั้งตัวจนแทบพยุงกายไว้ไม่ไหว แม้จะพยายามกักเก็บเสียงครางเอาไว้เพียงใด แต่ร่างกายเจ้ากรรมกลับทรยศและตอบสนองความดิบเถื่อนนั้นอย่างมิอาจต้านทาน กลายเป็นจุดเริ่มต้นของบทรักสุดรัญจวนใจและตื่นเต้นเกินกว่าจะหยุดยั้งได้
ภาพปกนิยายเรื่อง พิชิตใจ..นายอบอุ่น i's you
8.3
เพียงจุมพิตเดียวในค่ำคืนนั้นกลับสั่นคลอนหัวใจอย่างไม่คาดคิด และกลายเป็นจุดเริ่มต้นของความรู้สึกลึกซึ้งที่ไม่มีวันเลือนหายไปจากใจ วินาทีที่ริมฝีปากของเราได้สัมผัสกันอย่างแผ่วเบา ก็เหมือนกับว่าโลกทั้งใบของผมถูกคุณยึดครองไปเสียแล้ว มันคือความรักที่ก่อตัวขึ้นอย่างรวดเร็วและฝังรากลึกในส่วนที่ลึกที่สุดของหัวใจ นับตั้งแต่ครั้งแรกที่เราได้สบตากันและได้ใกล้ชิดกันอย่างลึกซึ้งขนาดนั้น เรื่องราวความผูกพันที่เริ่มต้นจากจูบแรกครั้งนี้ จะนำพาและดึงดูดให้หัวใจของผมไปหยุดอยู่ที่คุณเพียงคนเดียวเท่านั้น
ภาพปกนิยายเรื่อง เมื่อรักย่อมต้องเจ็บ
8.4
ชีวิตที่เคยเพียบพร้อมและน่าอิจฉาของเสิ่นซูต้องพังพินาศลงอย่างไม่มีชิ้นดี เธอสูญเสียทุกอย่างในชีวิตไปจนหมดสิ้น ไม่ว่าจะเป็นลูกที่ต้องสูญเสียจากการทำแท้ง รูปร่างหน้าตาที่ต้องเสียโฉม หน้าที่การงานที่เคยรุ่งโรจน์กลับต้องดับวูบลง ตลอดจนชื่อเสียงที่ถูกทำลายจนกลายเป็นขี้ปากและถูกผู้คนรอบข้างดูถูกเหยียดหยาม ซึ่งโศกนาฏกรรมอันแสนรันทดทั้งหมดในชีวิตของเธอนั้น ล้วนเกิดขึ้นจากน้ำมือของชายหนุ่มที่ชื่อฟู่เซินเหยียนแต่เพียงผู้เดียว เรื่องราวอันเลวร้ายนี้เป็นสิ่งตอกย้ำให้เห็นถึงความจริงอันแสนเจ็บปวดว่า การมอบความรักให้แก่คนผิดคนสามารถทำลายชีวิตของผู้หญิงคนหนึ่งให้พังทลายลงได้อย่างแทบไม่เหลือชิ้นดีได้อย่างแท้จริง
ภาพปกนิยายเรื่อง เรา(สอง)สามคน
9.5
ไพลิน หญิงสาวธรรมดาที่ไร้ทั้งเงินทองและอำนาจ มีเพียงหัวใจรักอันบริสุทธิ์คอยนำทางชีวิต ทว่าโชคชะตากลับพาเธอมาพบกับเจ้านายหนุ่มมหาเศรษฐีผู้ทรงอิทธิพล แม้ฐานะของเขาจะสูงส่งจนเกินเอื้อม แต่สายตาคู่นั้นกลับเฝ้ามองเพียงเธอคนเดียวอย่างไม่ยอมปล่อย เขาเลือกที่จะดึงเธอเข้ามาในโลกส่วนตัวอันลึกลับและปิดบังความสัมพันธ์นี้ไว้จากสายตาคนนอกเพื่อเก็บเธอไว้ครอบครองผู้เดียว ท่ามกลางความรักที่ต้องหลบซ่อน ไพลินกลับเริ่มไม่มั่นใจและคอยตั้งคำถามกับตัวเองว่า ความรักจากชายผู้สูงส่งคนนี้จะมั่นคงและยืนยาวไปได้นานแค่ไหน
ภาพปกนิยายเรื่อง สุลต่านร้ายขังรัก ชุด ทัณฑ์ทราย
8.1
ความรักข้างเดียวอันยาวนานของจิรัชยา ลูกนอกสมรสผู้มีฐานะต้อยต่ำที่มีต่อองค์สุลต่านแห่งฟาดิลาห์ ต้องเผชิญกับจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญ แม้เธอจะเป็นเพียงข้ารับใช้ของฮันนาผู้เป็นว่าที่มเหสี แต่ในคืนอภิเษกสมรสที่สุลต่านถูกวางยาปลุกกำหนัด โชคชะตากลับเล่นตลกให้เธอต้องเป็นผู้รับรองอารมณ์ใคร่ของเขาแทนเจ้าสาวตัวจริง ทว่าค่ำคืนอันลึกซึ้งกลับแปรเปลี่ยนเป็นความทุกข์ระทม เมื่อรุ่งสางสุลต่านตื่นขึ้นมาด้วยความโกรธแค้น ปักใจเชื่อว่าเธอคือผู้อยู่เบื้องหลังแผนการสกปรกนี้ จิรัชยาจึงถูกเนรเทศอย่างไม่ใยดีพร้อมกับรอยน้ำตาและความแค้นที่เธอไม่ได้ก่อ