APKDock Logo
รายชื่อตอน
แชร์
ภาพปกนิยายเรื่อง สาวใช้ส่วนตัว

สาวใช้ส่วนตัว

เด็กกำพร้าไร้ความทรงจำอย่างอิ๋นจื่อได้รับความช่วยเหลือจากซ่งเฉียงให้เข้ามาพำนักในคฤหาสน์ตระกูลซ่ง นางเติบโตขึ้นมาโดยมีหน้าที่หลักคือการดูแลรับใช้ซ่งเว่ยเหลียง คุณชายใหญ่ของตระกูลอย่างใกล้ชิด ทว่าความผูกพันระหว่างทั้งสองกลับทวีความลึกซึ้งเกินกว่าความสัมพันธ์ระหว่างนายและบ่าวทั่วไป เนื่องจากเขาให้ความสำคัญและดูแลนางเป็นพิเศษ ส่งผลให้สถานะของอิ๋นจื่อในจวนแห่งนี้กลายเป็นกึ่งสาวใช้และกึ่งเจ้านาย ท่ามกลางเรื่องราวความรักที่อบอวลไปด้วยความเสน่หาลึกซึ้งในยุคจีนโบราณ
รายชื่อตอน
แชร์

ตอน 2

ตอนที่ 2 เขย่าพุ่มโบตั๋น

ซ่งเว่ยเหลียงกลับไปเรือนจิ้งถงซึ่งเป็นเรือนส่วนตัวที่เขากับหลี่ซื่อ[2] อาศัยอยู่ เป็นเรือนที่มีสวนสวยที่สุดในจวนก็ว่าได้

ซ่งเว่ยเหลียงอายุยี่สิบแล้ว เขาแต่งหลี่ซวงเจี๋อเข้าจวนเป็นภรรยาเอกตั้งแต่เมื่อสี่ปีก่อน จวบจนบัดนี้ยังไม่มีบุตรสักคน เรื่องนี้ท่านพ่อท่านแม่ของเขาก็ใช่ว่าจะไม่ร้อนใจ แต่จนใจที่บุตรหลานแซ่ซ่งมีบุตรยากอยู่แล้ว คงสืบเนื่องมาจากสายเลือดของสกุล เพราะคุณชายรองซ่งเสียเจิ้นแต่งภรรยาเข้าจวนมาสองปีกว่า ก็ยังไม่มีบุตรสักคน ยังมีอนุภรรยาของเขาอีกสองคนก็ไม่มีวี่แววว่าจะตั้งครรภ์

[2] ธรรมเนียมการเรียกขานสตรีที่แต่งงานแล้วของจีน จะเติมคำว่า “ซื่อ” ที่แปลว่า “แซ่” ต่อท้ายแซ่เดิมของสตรีคนนั้น

อิ๋นจื่อเดินตามมาจนถึงประตูโค้งทางเข้าเรือนจิ้งถง นางหยุดฝีเท้าลงแค่นั้นเพราะเรือนจิ้งถงไม่ใช่สถานที่ที่นางควรเฉียดกราย

ซ่งเว่ยเหลียงเองก็หยุดและหันมองนาง “อีกสามวันกลับเยี่ยเฉิงไปเซ่นไหว้สุสานบรรพชน”

“เจ้าค่ะ” อิ๋นจื่อตอบรับพร้อมพยักหน้า

เขาเม้มปากและคว้าข้อมือนาง “ตามมา”

“คุณชาย! ตกลงกันแล้วว่าข้าจะไม่เข้าไปในเรือนจิ้งถง”

“กลัวซวงเจิ๋ย?”

อิ๋นจื่อไม่ตอบ นางถูกนายท่านซ่งเฉียงเก็บมาเมื่อเกือบสิบปีก่อน ตอนนั้นอายุแค่หกปี จำเรื่องราวที่ผ่านมาไม่ได้ รู้แค่ว่านางนอนอยู่ข้างถนน อากาศหนาว บาดเจ็บหลายแห่งเหมือนถูกทำร้ายมา มีไข้ขึ้นสูง ป่วยครั้งนั้นแทบจะคร่าชีวิตนางไปแล้ว วันนั้นนายท่านซ่งหรือบิดาของซ่งเว่ยเหลียงไปเจอเข้าและพากลับมาด้วย ปล่อยให้สาวใช้ในเรือนฮูหยินผู้เฒ่าดูแลจนนางหายป่วยแต่กลับทำให้น้ำหนักตัวนางเพิ่มขึ้นไม่ได้ นางตัวผอมแห้งเล็กบางตั้งแต่เล็กจนโต

มีครั้งหนึ่งซ่งเว่ยเหลียงกับซ่งเสียเจิ้นมาคำนับฮูหยินผู้เฒ่าและบิดามารดาตอนเช้า ซ่งเว่ยเหลียงเห็นนางยืนอยู่ในห้องโถงนั้นด้วย เขาจึงขอนางจากนายท่านซ่ง จากวันนั้นอิ๋นจื่อก็เลยมีหน้าที่ดูแลห้องหนังสือของคุณชายใหญ่และพักอยู่ในห้องปีกข้างของเรือนอักษรหลังนั้นจวบจนทุกวันนี้ เมื่อว่างจากงานในเรือนอักษร นางจะไปเรียนปักผ้า ทำกับข้าวและอื่นๆ อีกหลายอย่างกับพวกแม่นมและสาวใช้ของฮูหยินผู้เฒ่า

ส่วนเรือนอักษรกับเรือนจิ้งถงนั้นกั้นไว้ด้วยกำแพง แค่เดินผ่านประตูโค้งเข้าไปก็ถึงแล้ว เพียงแต่นางไม่ได้รับอนุญาตจากหลี่ซื่อภรรยาของเขา หลี่ซื่อเป็นคนขี้หึงมาก ขี้ระแวง แต่นางกลับมีใบหน้างดงาม ทั้งเรือนร่างเย้ายวนที่ไม่ว่าใครก็ไม่อาจเทียบได้ หลี่ซื่อไม่อยากให้อิ๋นจื่นเข้าไปวุ่นวายในเรือนจิ้งถง เลยห้ามไม่ให้นางไปรับใช้ในเรือน ให้อยู่แต่ในเรือนอักษรเท่านั้น

อิ๋นจื่อไม่กล้าคิดกับซ่งเว่ยเหลียงเกินเลย แค่ทำหน้าที่ของตัวเองเพื่อตอบแทนอาหารและที่พักและบุญคุณที่นายท่านซ่งช่วยเหลือไว้ก็พอ แต่ทั้งฮูหยินผู้เฒ่า นายท่านและซ่งฮูหยินไม่พูดถึงเรื่องสัญญาขายตัว ไม่ได้เอ่ยว่าจะให้นางขายตัวเป็นสาวใช้เข้าสกุลซ่ง ฐานะของนางจึงกำกวมจนถึงวันนี้ จะว่าเป็นเจ้านายก็ไม่ใช่ สาวใช้ก็ไม่เชิง ด้วยเพราะฮูหยินผู้เฒ่ากับซ่งฮูหยินดีกับนางมาก บางครั้งยังพาไปร่วมงานเลี้ยงของชนชั้นสูง ให้แต่งตัวสวยๆ บอกกับใครต่อใครว่าเป็นเด็กสาวที่นายท่านซ่งช่วยไว้ บ่าวไพร่ในจวนเลยไม่มีใครกล้าล่วงเกินนาง มีก็แต่นายหญิงในเรือนจิ้งถงเท่านั้นที่เห็นนางต่ำต้อย มักจะดุด่าเสียดสี แต่อิ๋นจื่อก็ไม่อาจตอบโต้

ขณะที่เหม่อลอยอยู่นั้นก็ถูกซ่งเว่ยเหลียงดันไปใต้ต้นอู๋ถง ริมฝีปากประกบลงมาทันที จุมพิตเขาร้อนแรงนัก เขาตวัดลิ้นกวาดต้อนในโพรงปากนางด้วยความรวดเร็ว

“คุณชาย!” อิ๋นจื่อผลักอกเขา

“เงียบ!”

เขาเคล้นคลึงหน้าอกนุ่มผ่านเสื้อผ้าขณะที่มือหนึ่งตรึงท้ายทอยสวยให้นางรับจุมพิตร้อนแรงของเขาอีกครั้ง อิ๋นจื่อถูกจูบจนมึนงง หายใจติดขัด สองมือที่พยายามผลักแผ่นอกกว้างเปลี่ยนมาเป็นกำเสื้อตรงหน้าอกเขาไว้แน่น ริมฝีปากขยับตอบรับไปตามจังหวะบดเคล้าสอดแทรกลิ้น เสียงดูดดุนกังวานอยู่ในความเงียบของยามราตรีอันดำมืดและหนาวเหน็บ ไม่รู้นานเท่าใดที่เขาจูบนาง แต่รู้ว่านานมาก พอเขาถอนปากออกนางก็พยายามสูดลมหายใจ เขาก็ก้มลงมาจูบอีก เมื่อเห็นว่านางหายใจไม่ออก เขาก็ถอนปากออกให้นางสูดลมหายใจเข้าไป ทำอยู่เช่นนี้หลายรอบจนริมฝีปากนางถูกเขาบดจูบจนบวมเจ่อไปแล้ว

แคร่ก!

เสียงประหลาดดังมาจากทางเดินที่ปูด้วยแผ่นหิน ตามมาด้วยเสียงกระซิบแหบแห้งของผู้ชาย

“อาซิ่ว” เสียงนั้นเรียกอาซิ่วที่กำลังเดินผ่านประตูโค้งเข้าไปยังเรือนจิ้งถง

“พี่ฮุ่ย” อาซิ่วหันมองเข้าไปในลานเรือน เห็นว่าไม่มีใครเลยเดินไปหาจงฮุ่ย ชายหนุ่มร่างสูงโปร่งผิวขาวจัด จงฮุ่ยเป็นคนสนิทข้างกายของซ่งเสียเจิ้น เรียกได้ว่าจงฮุ่ยกับคุณชายรองเติบโตมาด้วยกัน เป็นทั้งสหาย ทั้งนายและบ่าว

จงฮุ่ยเห็นเสื้อผ้าอาซิ่วไม่เรียบร้อยกับผมยุ่งเหยิงก็เข้าใจทันทีว่าอีกฝ่ายเพิ่งไปทำอะไรมา เขากระชากอาซิ่วเข้าหาตัว ปล้ำกอดจูบ ใบหน้าซุกไซ้ไปตามซอกคอขาวผ่อง ดูดเลียอย่างตะกละตะกลาม สองมือช่วยกันปลดเปลื้องเสื้อผ้าของอาซิ่วจนเผยให้เห็นอกอวบใหญ่และปลายยอดสีคล้ำ

“พี่ฮุ่ย รอก่อน” อาซิ่วลากจงฮุ่ยไปข้างทาง แอบอยู่หลังพุ่มต้นโบตั๋นที่ปลูกเรียงรายไว้หลายต้น ใบหนาดกช่วยอำพรางสองร่างได้

จงฮุ่ยไม่รอให้ถอดเสื้อผ้าจนหมดก็ผลักอาซิ่วให้นอนลง ลมหายใจเขาหอบหนักมีอารมณ์เต็มที่แล้ว

อาซิ่วเองก็ยังไม่หนำใจจากซ่งเว่ยเหลียง นางจึงต้องการแท่งหยกของใครสักคนมาช่วยเติมเต็ม ดีที่จงฮุ่ยมาดักรออยู่ที่นี่ ไม่อย่างนั้นคืนนี้นางคงนอนไม่หลับ

อาซิ่วถลกชายกระโปรงขึ้น ชันเข่าและอ้าขากว้างรอท่า จงฮุ่ยเห็นเช่นนั้นเขาเร่งถลกชายชุดดึงกางเกงตัวในลงและสาวรูดแท่งหยกยาวสองสามครั้งและขยับไปนั่งคุกเข่าอยู่ระหว่างขาขาวผ่อง

“พี่ฮุ่ยเร็วๆ ใส่เข้ามา ข้าอยากจะตายแล้ว”

“หึ อย่าคิดว่าข้าไม่รู้ว่าก่อนหน้านี้เจ้าไปทำอะไรมา”

อาซิ่วได้ยินดังนั้นก็ยิ้มยั่วเขา “ข้าไปหาคุณชายใหญ่มา แต่ยังไม่หนำใจ พี่ฮุ่ยช่วยข้าทีเถอะ ข้าไม่ไหวแล้ว ของข้าคันไปหมดอยากได้แท่งหยกของพี่มาเกาให้หายคันหน่อย”

ที่ตรงนั้นทั้งมืดและเงียบ ใครก็ไม่รู้หรอกว่ามีอีกสองชีวิตใต้ต้นอู๋ถงที่หลบมาคลอเคลียกันก่อนหน้านี้ ส่วนอาซิ่วกับจงฮุ่ยก็หลบอยู่ไม่ไกลกันนัก ทุกถ้อยคำของคนคู่นั้นซ่งเว่ยเหลียงกับอิ๋นจื่อได้ยินทั้งหมด

ซ่งเว่ยเหลียงยิ้มมุมปาก เขาก้มหน้าลงไปอีกแต่ถูกอิ๋นจื่อผลักออก เขาจูบนางหนักๆ ครั้งหนึ่งก่อนจะนั่งลงใต้ต้นอู่ถงและดึงนางให้นั่งลงบ้าง

ทางด้านอาซิ่วกับจงฮุ่ยเริ่มเขย่าพุ่มโบตั๋นกันเรียบร้อยแล้ว เหมือนอาซิ่วพยายามกลั้นเสียงไว้จึงได้ยินเพียงเสียงหอบหายใจหนักหน่วงและเสียงเนื้อกระทบเนื้อผสานไปกับเสียงแจ๊ะๆ ฟังแล้วชวนสยิวยิ่ง

“อ่าส์ พี่ฮุ่ย ดีมาก ดี แรงๆ ให้ข้าเสร็จสักน้ำก่อนพี่ฮุ่ย ข้าไม่ไหวแล้ว อ่าส์ๆ อ๊าส์ๆ” อาซิ่วเกร็งกระตุกเสร็จสมไปด้วยความรวดเร็ว

จงฮุ่ยอัดกระแทกไม่หยุดแม้อาซิ่วจะสุขสมไปแล้วแต่เขายังไม่ถึงฝั่งฝัน ในร่องหลืบตอดรัดรัวเร็วทั้งหลั่งรินน้ำคาวออกมาไม่หยุดและมากจนขนดกหนาของทั้งสองเปียกชุ่ม

“เจ้าเปียกขนาดนี้” จงฮุ่ยใช้สองนิ้วบี้ตุ่มไตแข็งตั้งบนเนินเนื้ออวบอูม ขยับนิ้วรัวเร็วขณะที่สะโพกขยับโยกรุนแรงอัดเข้าใส่เสียงดังตับๆ

แม้พยายามทำกันเสียงเบาแค่ไหน แต่แรงอารมณ์ไม่อาจยับยั้ง หญิงใจง่ายกับชายหื่นกระหายมีหรือจะพอแค่ครั้งเดียว

อาซิ่วเคล้นคลึงสองเต้า ร้องเรียกให้จงฮุ่ยก้มลงมาดูดเลีย อีกฝ่ายก็ไม่ทำให้นางต้องคอย ก้มลงไปละเลงลิ้นรัวบนยอดสีคล้ำแข็งตั้งชันสู้ลิ้น

เสียงกระแทกตับๆ ดังไปพร้อมกับเสียงครวญครางที่ไม่อาจยับยั้งได้แล้ว คนทั้งสองกำลังหลงในรสสวาท มัวเมาเกินกว่าจะสนใจรอบข้าง จงฮุ่ยจับอาซิ่วลุกขึ้นให้หันหลังแอ่นสะโพกอวบขึ้น จับแท่งลำสาวรูดสองสามครั้ง จ่อหัวบานใหญ่กับกลีบบุปผา ถูไถบดเบียดติ่งกระสันสองสามครั้งจนมันเปียกลื่นเพราะน้ำคาวสีใส

“พี่ฮุ่ยใส่เข้ามาเถอะ อ่าส์ ข้าอยากได้อีก อูยส์” อาซิ่วเร่งเร้าเสียงสั่น ร่อนสะโพกตามการถูไถของจงฮุ่ย

อาซิ่วถอดชุดที่เหลือติดร่างจนหมดและโยนไปด้านข้าง นางยังไม่อยากให้ชุดสกปรก นางรู้ว่าตัวเองต้องปล่อยน้ำจนเปียกชุ่มเหมือนในห้องหนังสือของคุณชายใหญ่ ถ้านางไม่ได้ปลดปล่อยน้ำออกมา นางจะไม่สุขสมถึงใจ

“อ่าส์ อา ของพี่ฮุ่ยดีจริง หัวบาน แทงท้องข้าแทบทะลุแล้ว พี่ฮุ่ย พี่ฮุ่ย แรงๆ อ่าส์ อาๆ ดีเหลือเกิน อ่าส์”

“เจ้ามันร่านนัก แต่ข้าชอบ โอว อ่าส์ รัดข้าให้แรงอีกสิ” เขาสั่งขณะที่ขยับสะโพกกระแทกแท่งลำลึกจนไปชนสุดด้านในดังกึกๆ พร้อมกับเสียงสวบๆ

จงฮุ่ยถอดเสื้อผ้าไปด้วยบดสะโพกบี้วนหนักๆ เมื่อถอดชุดจนเสร็จก็เริ่มอัดกระแทกอีกครั้ง ที่บริเวณนั้นมืดก็จริง แต่อาซิ่วผิวกายขาวผ่องจึงทำให้เห็นนางได้ชัดเหมือนกับตัวนางเปล่งแสงได้อย่างไรอย่างนั้น

“พี่ฮุ่ย ข้าจะแตกแล้ว น้ำจะแตกแล้วพี่ฮุ่ย” ขณะที่นางร้องครางอยู่นั้นน้ำอุ่นร้อนก็เริ่มไหลออกมาแล้ว

“ยืนขึ้น” จงฮุ่ยสั่งและดึงนางลุกขึ้นหันหน้ามาหาเขา บุปผาอวบอูมอยู่ตรงหน้า กลิ่นคาวสวาทหอมหวน เขาแนบหน้าลงไปละเลงลิ้นรัวเร็วใช้สองมือช่วยเปิดทางกลุ่มขนและกลีบเนื้อสีคล้ำ แหย่แยงลิ้นลึกเข้าไปหาต้นน้ำที่ยังหลั่งไหลไม่หยุด

“อ่าส์ อา อ่าส์ ซี๊ด พี่ฮุ่ย อูย อย่างนั้น เลียเร็วๆ รัวลิ้นอีกเร็วเข้า” น้ำกามคาวไหลเปื้อนใบหน้าจงฮุ่ย แต่เขาไม่สน ยังคงตวัดลิ้นใส่ร่องหลืบ ดูดกลืนน้ำราวกับหิวกระหายมาแรมปี

อาซิ่วเด้งสะโพกรับใบหน้าและลิ้นร้อน สองมือจิกทึ้งศีรษะจงฮุ่ยกดให้ใบหน้าแนบกับเนื้ออวบอูมของตน สองขาสั่นย่อเข่าและแบะอ้าให้กว้างขึ้น ใบหน้าเคลิ้มลอย

“อ่าส์ เสียว อ่าส์ มาแล้ว เลียเร็วๆ กินน้ำของข้า กินให้หมด อ่าส์ๆ อ๊าส์ๆ” อาซิ่วตัวเกร็งกระตุกสุขสมอีกครั้ง ปลดปล่อยฉี่อุ่นร้อนออกมาอาบหน้าจงฮุ่ย สองขาอ่อนแรงจนสุดจะห้าม เลยหงายหลังลงไปนอนอ้าขาให้สายน้ำฉีดพุ่งเป็นเส้นโค้ง จงฮุ่ยก็ตามอ้าปากกลืนกินทุกหยาดหยด

“ดับกระหายข้าได้ดีจริงๆ” จงฮุ่ยกลืนน้ำอึกแล้วอึกเล่าลำตัวเปียกเปื้อนไปด้วยแต่เขาก็พอใจยิ่ง

คุณอาจจะชอบ

ภาพปกนิยายเรื่อง แยกบ้านกับแม่สามี ข้าปลูกบ้านสะสมเสบียง อาหารเต็มคลัง
7.3
หูซุยฉิงตื่นมาพบลูกน้อยที่หิวโซทั้งห้าในกระท่อมผุพัง ฟางเส้นสุดท้ายขาดลงเมื่อญาติสามีคิดจะนำลูกสาวของเธอไปขาย เธอจึงลุกขึ้นสู้และประกาศแยกบ้านเพื่อปกป้องสายเลือด โชคดีที่มีระบบร้านค้าลับช่วยให้เธอสั่งซื้ออาหารได้ไม่จำกัด หญิงสาวแอบสร้างความมั่งคั่งและสะสมเสบียงอย่างเงียบเชียบ เมื่อเกิดภัยพิบัติน้ำท่วมและภาวะข้าวยากหมากแพงครั้งใหญ่ บรรดาญาติใจดำต่างต้องดิ้นรนเอาชีวิตรอดอย่างหิวโหย ทว่าครอบครัวของเธอกลับได้กินข้าวและเนื้ออย่างอิ่มหนำ การพลิกชะตาชีวิตและเอาคืนผู้ที่เคยกดขี่จึงเริ่มต้นขึ้น
ภาพปกนิยายเรื่อง ข้ามภพไร้รัก
9.6
หญิงสาวต้องจบชีวิตลงอย่างกะทันหันจากอุบัติเหตุ เมื่อวิญญาณลงสู่ปรโลกเพื่อรอรับคำพิพากษา เธอกลับได้รับรู้ความจริงจากพญายมราชว่าความตายของตนเกิดจากการจับวิญญาณผิดดวง เพื่อชดเชยข้อผิดพลาด ทางนรกจึงมอบโอกาสให้เธอไปเกิดใหม่ในยุคโบราณที่เต็มไปด้วยเรื่องราวเหนือจินตนาการ การตื่นขึ้นมาในร่างใหม่ทำให้เธอต้องเผชิญความสับสนในดินแดนที่ไม่คุ้นเคย ท่ามกลางโชคชะตาที่พลิกผันและไม่อาจคาดเดา เธอต้องพยายามปรับตัวเพื่อเริ่มต้นชีวิตใหม่อีกครั้ง พร้อมกับค้นหาคำตอบว่าตนเองจะพบรักครั้งใหม่ในดินแดนอดีตกาลนี้ได้หรือไม่
ภาพปกนิยายเรื่อง Please help me ช่วยฉันที ฉันไม่อยากอยู่ในโลกนิยาย
9.5
หญิงสาวลืมตาขึ้นมาในร่างของนาเซีย ตัวร้ายหญิงผู้มีชะตากรรมอันน่าสลดใจรออยู่เบื้องหน้า เธอจึงต้องทำทุกวิถีทางเพื่อเอาชีวิตรอดและหลีกเลี่ยงจุดจบอันโหดร้าย ควบคู่ไปกับการเสาะหาลู่ทางเพื่อเดินทางกลับสู่โลกแห่งความจริงที่เธอจากมา ทว่าการใช้ชีวิตอย่างสงบสุขตามที่ใจปรารถนากลับไม่ใช่เรื่องง่าย เมื่อผู้คนรอบข้างต่างพากันก้าวเข้ามาในชีวิตและสร้างความวุ่นวายให้เธออย่างต่อเนื่อง ท่ามกลางโลกแฟนตาซีที่เต็มไปด้วยขวากหนามและการตัดสินใจครั้งสำคัญที่พร้อมจะเปลี่ยนโชคชะตาของเธอไปตลอดกาล
ภาพปกนิยายเรื่อง บุตรีอนุผู้ถูกทอดทิ้ง
9.7
หลี่เมิ่งเหยาได้กลับชาติมาเกิดใหม่ในร่างของเด็กหญิงวัยสิบสองปี ในช่วงเวลาวิกฤตที่แม่ของเธอซึ่งเป็นอนุภรรยาผู้อ่อนต่อโลก ถูกใส่ร้ายว่าเป็นต้นเหตุให้ผู้อื่นแท้งลูกจนต้องโทษเนรเทศออกจากจวนตระกูลหลี่ ทว่าการเดินทางสู่ดินแดนลี้ภัยครั้งนี้ไม่ได้สิ้นหวังอย่างที่คิด เมื่อเมิ่งเหยามาพร้อมกับกำไลหยกอเวจี อาวุธวิเศษที่ติดตัวเธอมาจากความตาย แม้ตระกูลหลี่จะพยายามกำจัดพวกเธอเพื่อเอาใจขุมกำลังที่ทรงอำนาจ แต่การตื่นขึ้นของเมิ่งเหยาพร้อมพลังวิเศษลึกลับได้เปลี่ยนโชคชะตาทั้งหมดไปอย่างสิ้นเชิง จากเด็กสาวที่เคยอ่อนแอและยอมคน บัดนี้เธอพร้อมเผชิญหน้ากับความจริงอันโหดร้ายของการถูกทอดทิ้งด้วยพลังอันแข็งแกร่งที่ใครก็ยากจะหยั่งถึง
ภาพปกนิยายเรื่อง ถูกอัลฟ่าหักหลัง  ตื่นขึ้นเป็นลูน่า
8.1
เมื่อความรักอันลึกซึ้งถูกหักหลังในวันสำคัญ อัลฟ่าที่ฉันเคยภักดีกลับเลือกหญิงอื่นเพื่อหนทางสู่อำนาจ เขาทำลายชีวิตและป้ายความผิดให้ฉันอย่างไม่ใยดี ทั้งยังพยายามบีบบังคับให้ฉันยอมเป็นเพียงเมียเก็บ แต่ฉันเลือกที่จะไม่ยอมจำนนและหนีไปเริ่มต้นชีวิตใหม่ จนกระทั่งได้ก้าวขึ้นเป็นลูน่าผู้สง่างามเคียงคู่กับรักครั้งใหม่ที่จริงใจ ทว่าอดีตคู่แห่งโชคชะตากลับไม่ยอมปล่อยมือ เขาตามล่าและลักพาตัวฉันกลับคืนสู่กรงขังอันมืดมิดที่เขาเรียกว่าบ้านอีกครั้งใหม่ว่ามันคุกรุ่นที่เขาเรียกว่าบ้านอีก
ภาพปกนิยายเรื่อง จ้าวเยว่ สตรีเกียจคร้านของท่านแม่ทัพ
8.7
ทุกคนต่างพากันดูถูกและตราหน้า ‘จ้าวเยว่’ ว่าเป็นเพียงสตรีแสนเกียจคร้านที่ไร้ค่า ทว่าแท้จริงแล้วนางกลับซ่อนเร้นวรยุทธ์และพลังอันแข็งแกร่งเอาไว้ภายใต้ท่าทีอันเฉื่อยชานั้นอย่างมิดชิด จนกระทั่งเมื่อภัยร้ายก้าวเข้ามาคุกคามสามีสุดที่รักจนตกอยู่ในอันตราย นางจึงไม่อาจทนอยู่นิ่งเฉยได้อีกต่อไป ถึงเวลาที่นางต้องสลัดภาพลักษณ์ความอ่อนแอทิ้งไป แล้วก้าวออกมาปลดปล่อยพลังที่แท้จริงเพื่อปกป้องบุรุษข้างกาย พร้อมแสดงให้โลกได้ประจักษ์ถึงตัวตนที่แท้จริงของสตรีผู้นี้