APKDock Logo
รายชื่อตอน
แชร์
ภาพปกนิยายเรื่อง ภรรยานิรันดร์

ภรรยานิรันดร์

นิรันดร์ พ่อเลี้ยงเดี่ยวที่ครองความโสดมายาวนานถึงสิบสามปี ต้องพบกับจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญเมื่อลูกสาววัยรุ่นเริ่มเรียนรู้เรื่องความรัก แต่เรื่องราวกลับซับซ้อนยิ่งขึ้นเมื่อเขาเผลอใจไปมีความสัมพันธ์อันลึกซึ้งกับขิมแข ซึ่งเป็นแม่ของเด็กชายคนรักของลูกสาว ด้วยความรู้สึกผิดและภาระผูกพันที่มีอยู่ ขิมแขจึงพยายามยุติความสัมพันธ์นี้และขอให้เขาทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นเพื่อรักษาความถูกต้อง ทว่านิรันดร์กลับไม่ยอมปล่อยมือเธอไป นำไปสู่การต่อสู้ทางความรู้สึกที่บีบคั้นหัวใจระหว่างเสียงเรียกร้องของหัวใจกับกรอบศีลธรรมที่พวกเขาต้องเผชิญ
รายชื่อตอน
แชร์

ตอน 2

ขิมแขไม่เคยชอบบรรยากาศเช่นนี้เลย นั่นคือฝนตกลงมาขณะที่เธอต้องขับรถ แม้แค่เพียงลงเม็ดเล็กน้อย ก็จะอึดอัดเหมือนกำลังดิ่งจมลงในน้ำที่ระดับความลึกหลายร้อยเมตร มันคล้ายกับหายใจไม่ออก เป็นอย่างนี้เสมอจนคร้านจะหาคำตอบให้ตัวเองว่าสาเหตุมาจากสิ่งใดกัน

ชะลอความเร็วรถลง ก่อนจอดที่หน้ารั้วสูงทะมึนที่ด้านในเป็นบ้านหลังใหญ่ราวคฤหาสน์ของท่านเคานต์ ดูโดดเดี่ยว อ้างว้าง และมันทำให้เธออึดอัดขึ้นอีกครั้ง คล้ายกับตอนขับรถฝ่าฝนแทบไม่ผิดเพี้ยนเลยทีเดียว

ขิมแขผ่อนลมหายใจออกช้า ๆ ดับเครื่องยนต์ แล้วเปิดประตูลงไปยืนมองอยู่ครู่เดียว หาสัญญาณเรียกจนพบ ค่อยเดินไปที่มุมประตู ยกมือขึ้นจะกดออดเรียกคนด้านใน พลันนั้นเองที่มีชายฉกรรจ์สี่คนปรากฏตัวขึ้นพร้อมเพรียงกัน แล้วตรงมาที่เธอ ถามด้วยน้ำเสียงห้วนห้าวเหมือนกับหน้าตาของพวกเขา

“มีธุระอะไร”

เธอไม่ได้นึกกลัวกลุ่มชายเหล่านั้นอย่างที่ควรจะเป็น กวาดสายตามองคนทั้งหมดอย่างสำรวจพินิจพิจารณาพร้อมประเมินอยู่ครู่เดียว จึงตอบออกไปด้วยน้ำเสียงสงบนิ่ง แบบเดียวกับท่าทีของเธอ

“ฉันเป็นแม่ของเด็ก คนที่พวกคุณกำลังกักขังหน่วงเหนี่ยวและข่มขู่แกอยู่”

ชายฉกรรจ์คนหน้าสุดมองขิมแขนิ่ง แล้วถึงเปิดประตูเล็ก ๆ ให้เธอเข้าไปด้านใน ขิมแขหันกลับไปมองยังรถยนต์คันเล็กของเธอที่จอดรออยู่นอกรั้ว ก่อนพาตัวเองเดินลอดประตูเข้าไปยังบริเวณของบ้านหลังใหญ่ตรงเบื้องหน้านั่น

บัดนี้เธอเหมือนไข่แดง ท่ามกลางชายฉกรรจ์สี่คนที่พากันล้อมหน้าล้อมหลัง บังคับให้เดินตรงสู่ส่วนในสุดของบ้าน

ระหว่างทางเดินเธอพบสวนดอกไม้ข้างบ้านที่ถูกดูแลอย่างดี สวยสดใสกลิ่นหอมอวลไปทั่วทั้งบริเวณ ตัดกับชุดโต๊ะเก้าอี้ตัวเก่าข้างสวน เกือบจะดูดีอยู่แล้วเชียวหากไม่มีข้าวของเครื่องใช้เก่าๆแบบนั้นวางเคียงข้างกัน

ที่นี่มีหลายสิ่งอย่างดูขัดหูขัดตากันอยู่ไม่น้อย

สังเกตเห็นว่าแต่ละจุดของตัวบ้าน จะมีชายรูปร่างลักษณะเดียวกับกลุ่มคนที่นำเธอเดินเข้ามา ยืนคุ้มกันอยู่รอบบริเวณ ไม่ต่างจากค่ายกักกันเท่าไรนัก ถ้าไม่ใช่ที่คุมขังคน ก็ต้องเป็นอาณาบริเวณของพวกบ้าอำนาจแน่ ๆ

ขิมแขเลิกสนใจในส่วนนั้น เดินผ่านประตูขนาดใหญ่เข้าไปด้านในจนถึงโถงกว้าง ค่อยมองเห็นบุตรชายตนเอง ที่ใบหน้าปูดบวม ทั้งยังขึ้นสีเขียวปนม่วงค่อนไปทั้งหน้า นั่งตรงชุดเก้าอี้ที่กลางบ้านนั่น

เธอเรียกบุตรชายด้วยซุ้มเสียงตกใจเล็กน้อย

“ภูผา ทำไมเป็นแบบนี้”

“ลูกชายคุณล่วงละเมิดทางเพศปลายฝนลูกสาวของผม ให้ตำรวจเอาตัวไปดำเนินคดีเลยไหม ฝากขังศาลเยาวชน หรือจะรอพวกสื่อด้วย จะได้จบเรื่องไปเลยทีเดียว”

เสียงกล่าวคมลึกเชิงข่มขู่ดังมาจากชั้นลอยภายในห้องโถงกว้าง ขิมแขหมุนตัวหาต้นตอของเสียง แหงนหน้าขึ้นมองหา แต่ไม่พบ นานราวนาที จึงเห็นเงาแวบหนึ่งทางหางตาตรงบันได พร้อมกับชายร่างใหญ่สามคนปรากฏตัวอยู่ตรงนั้น

“ว่ายังไง”

คำถามเชิงข่มขู่ดังขึ้นอีกครั้ง

ถึงได้เห็นว่าเจ้าของเสียงเป็นชายร่างสูงใหญ่กำยำ ใบหน้าของเขาเรียบเฉยไร้ความรู้สึก แผ่นหลังตั้งตรงดูสูงสง่า มาดผู้นำ แววตาราวพญาอินทรีย์ดูแข็งแกร่ง กระด้าง คมกล้า ท้าทาย ส่อประกายฮึกเหิมดุดัน ไม่มีความเป็นมิตร ท่าทีกิริยาเยือกเย็นไม่แยแส และการปรากฏกายของเขาทำเอาคนอื่นในนั้นดูเล็กลงไปโดยปริยาย

รวมถึงรูปปั้นเสือขนาดเท่าจริงที่มุมบันไดนั่นด้วย กลายเป็นเพียงรูปปั้นแมวน้อยน่ารักน่าชังไปถนัดตาเมื่อเทียบกับเขา

ขิมแขขมวดคิ้วนิดๆ จ้องคนที่กล่าววาจาข่มขู่เธอด้วยท่วงท่าเป็นธรรมชาติอึดใจ ก็พบว่าเขาเป็นชายคนหนึ่งที่หน้าตาหล่อเข้มมากทีเดียว เห็นแล้วอดนึกถึงนักแสดงชาย ที่เคยเป็นมือกีต้าร์ และร้องนำ อีกทั้งยังควบตำแหน่งหัวหน้าวงดนตรีโปรเกรสซีฟร็อกชื่อดังคนหนึ่งไม่ได้ พึมพำเบา ๆ แต่เพราะห้องโถงนั้นเงียบกริบจึงได้ยินเสียงของเธอดังชัดเจน

“เรา... เราเคยพบกันมาก่อนหรือเปล่า”

ขิมแขเผลอตัวพึมพำออกมาเบาๆ แต่เพราะห้องโถงแห่งนั้นเงียบกริบ จึงได้ยินเสียงของเธอดังกังวานชัดเจน

บรรดาลูกน้องที่เป็นชายร่างสูงใหญ่ต่างพากันเหลือบตามองกันเองเป็นนัยๆ เนื่องจากรู้ดีว่านายของพวกตนเป็นพ่อม่ายเนื้อหอม นอกจากจะหล่อเหลาแล้วยังร่ำรวยอีกด้วย จึงมีผู้หญิงจำนวนไม่น้อยที่หวังจะสานสัมพันธ์หรือไม่ก็พยายามที่จะจับเขา ซึ่งแต่ละรายก็มีวิธีเข้าหาต่าง ๆ กันไป

แล้วมุกที่ว่า ‘เคยพบกันมาก่อนหรือเปล่า’ ก็เป็นมุกที่ถูกใช้บ่อยเสียจนเรียกได้ว่า ‘แค่อ้าปากก็เห็นลิ้นไก่’ หากถึงอย่างนั้นชายฉกรรจ์เหล่านั้นก็ยังรักษามารยาทด้วยการสบตากันเงียบๆ โดยไม่ได้แสดงท่าที่เย้ยหยันหรือดูหมิ่นเธอแต่อย่างใด

แต่พวกเขาก็มั่นใจอีกเช่นกันว่าผู้เป็นนายไม่มีทางเหลียวแลใครอีก นอกจากจะเห็นเป็นแค่คู่ควงชั่วคราวหรือคู่นอนฆ่าเวลาเท่านั้น

นิรันดร์เองก็ไม่ได้มีท่าทีแปลกใจที่ได้ยินคำถามนั้นจากปากหญิงสาวผู้เป็นแม่ของเด็กหนุ่ม เขาเพียงนิ่งไปเล็กน้อย พร้อมกับมองสำรวจเธอไปพลาง

ใบหน้าเรียวเล็ก ประกอบด้วยเครื่องหน้าที่ดูรวมๆ แล้วก็นับว่าสวยเฉี่ยว บวกกับส่วนสัดทรวดทรงที่อวบอิ่มเกินตัว ทั้งยังสวมใส่เสื้อผ้ารัดรูปดูล่อแหลม เห็นร่องอกโผล่รำไรๆ จากคอเสื้อยืดที่ลึกและกว้าง

ชายหนุ่มอดนึกดูถูกหญิงสาวไม่ได้ว่าเป็นถึงแม่คนแล้ว แต่กลับแต่งเนื้อแต่งตัวไม่สำรวมเอาเสียเลย ในเมื่อตัวแม่เองยังเป็นแบบนี้ ก็ไม่น่าแปลกใจหรอกที่ลูกชายจะมีนิสัยชอบล่อลวงเด็กสาวๆ ที่ยังไม่ประสีประสาเพื่อหาเศษหาเลย อีกหน่อยโตขึ้นมาก็ต้องกลายเป็นกากเดนสังคมอย่างแน่นอน มองแค่นี้เขาก็ทำนายอนาคตได้แล้ว คิดแล้วก็วกสายตากลับไปมองหน้าหญิงสาวอีกครั้ง

คุณอาจจะชอบ

ภาพปกนิยายเรื่อง ลมหายใจสุดท้ายยังรักเธอ
9.2
สำหรับเธอแล้วชายคนรักคือศูนย์กลางของชีวิต ทว่าความภักดีที่มอบให้กลับถูกตอบแทนด้วยรอยแผลลึกสุดหยั่งถึง เมื่อเขาออกคำสั่งอย่างโหดร้ายให้เธอกำจัดทารกในครรภ์ซึ่งเป็นสายเลือดของตนเองทิ้งไป ความบอบช้ำแสนสาหัสผลักดันให้เธอต้องเผชิญหน้ากับความตายที่กำลังคืบคลานเข้ามา ทว่าในห้วงเวลาที่ลมหายใจรวยริน เธอกลับไม่หวาดผวาต่อมัจจุราชเลยแม้แต่น้อย ความเจ็บปวดเดียวที่กัดกินจิตใจและทำให้เธอหวาดกลัวที่สุดในวาระสุดท้าย คือการตระหนักว่าตนจะไม่มีวันได้ตระกองกอดชายหนุ่มคนนั้นอีกต่อไป ตราบจนวินาทีสุดท้ายที่กำลังจะจากโลกนี้ไป ความรักที่มีต่อชายผู้ไร้หัวใจยังคงสลักแน่นอยู่ในวิญญาณอย่างไม่อาจลบเลือน
ภาพปกนิยายเรื่อง เด็กฉลาดของประธาน
6.8
ท่ามกลางโลกธุรกิจอันทรงอำนาจ หญิงสาวต้องสวมบทเป็นเด็กผู้ชายเพื่อหาเงินรักษาแม่ที่ล้มป่วย โดยตั้งเป้าจะซ่อนความจริงจนกว่าจะบรรลุนิติภาวะ ทว่าโชคชะตากลับดึงเธอมาเป็นผู้ช่วยส่วนตัวของประธานหนุ่ม การทำงานใกล้ชิดทำให้หัวใจของทั้งสองเริ่มหวั่นไหว ขณะที่เจ้านายเริ่มระแคะระคายถึงความผิดปกติในตัวลูกน้อง เธอจึงต้องทำทุกวิถีทางเพื่อรักษาความลับนี้ไว้ไม่ให้พังทลายก่อนเวลาอันควร ตำนานรักที่ซ่อนเร้นภายใต้คำโกหกและการพิสูจน์ความรู้สึกที่แท้จริงจึงเริ่มต้นขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
ภาพปกนิยายเรื่อง ประธานหัวใจเต้นแรง
9.6
ความผิดพลาดของโรงพยาบาลทำให้ทายาทเศรษฐีต้องเติบโตในสถานสงเคราะห์ แม้ได้กลับสู่ตระกูลเมื่อสามปีก่อน เธอกลับถูกหมางเมินราวคนแปลกหน้า ซ้ำยังถูกใช้เป็นเครื่องมือโดยถูกบังคับให้แต่งงานกับดนุนัยแทนพี่สาว ท่ามกลางชีวิตคู่ที่เกิดจากผลประโยชน์ เธอเริ่มตระหนักว่าความยากลำบากตั้งแต่เด็กอาจไม่ใช่แค่โชคร้าย แต่เป็นแผนการที่ถูกจัดฉากไว้ การวิวาห์นี้จึงไม่ใช่เรื่องของหัวใจ ทว่าเป็นจุดเริ่มต้นของการสืบหาความจริงอันดำมืด เพื่อกระชากหน้ากากผู้ที่ซ่อนตัวภายใต้คำว่าครอบครัว
ภาพปกนิยายเรื่อง เชลยรักแห่งเม็ดทราย
9.2
เมื่อมารดานำคฤหาสน์และโรงแรมมรดกของบิดาไปขายให้เจ้าชายแห่งอัลนูรีน นีราพรรณจำต้องสละศักดิ์ศรีเพื่อรักษาสมบัติชิ้นนี้ไว้ เธอต้องยอมเป็นนางบำเรอของบุรุษผู้แสนเย็นชา ทว่าภายใต้ความแข็งกร้าวนั้น เจ้าชายกลับตกหลุมรักหญิงสาวตั้งแต่แรกพบ ท่ามกลางอคติที่ขวางกั้น เขาต้องพยายามพิชิตใจเธอให้ได้ ขณะที่นีราพรรณเองก็ต้องค้นหาความรู้สึกที่แท้จริงซึ่งซ่อนอยู่เบื้องหลังความไร้เยื่อใย มีเพียงรักแท้และความภักดีเท่านั้นที่จะละลายกำแพงน้ำแข็งและเชื่อมหัวใจทั้งสองดวง
ภาพปกนิยายเรื่อง นางรำ
9.2
มหาเศรษฐีหนุ่มผู้หยิ่งผยองมองสตรีเป็นเพียงเครื่องสนองตัณหา ทัศนคตินี้ต้องสั่นคลอนเมื่อเขาพบหญิงสาวผู้อุทิศชีวิตให้นาฏศิลป์ เธอรับจ้างรำอวยพรในงานวันเกิดของเขาเพื่อหาเงินรักษาญาติและคนรักที่บาดเจ็บจากสงคราม เขาพยายามใช้เงินข่มเหงและซื้อศักดิ์ศรีของเธอ แต่เธอกล้าหาญและยืนหยัดมอบให้เพียงความงดงามของศิลปะโดยไม่ตกเป็นของเล่นใคร ความเข้มแข็งนี้เป็นบทเรียนล้ำค่าที่ทำลายความจองหอง ทำให้เขาตระหนักถึงคุณค่าที่แท้จริงของมนุษย์ผ่านท่วงท่าร่ายรำของสตรีที่เขาเคยดูแคลน
ภาพปกนิยายเรื่อง อยากแก่พร้อมเธออย่างจริงจัง
9.4
บาดแผลที่คมสันต์ทิ้งไว้ในใจของเปลียว เปรียบดั่งหนามพิษที่ทิ่มแทงและสร้างความเจ็บปวดอย่างแสนสาหัส ความร้าวรานจากอดีตทำลายความเชื่อใจจนหมดสิ้น เปลี่ยนความรักให้กลายเป็นความบอบช้ำที่ยากจะเยียวยา ส่งผลให้เธอสูญเสียความกล้าที่จะมอบหัวใจให้ใครอีก ทว่าหากโชคชะตากำหนดให้เวลาหมุนย้อนกลับ และบังคับให้เธอต้องเผชิญกับเรื่องราวเหล่านั้นอีกครั้ง หญิงสาวก็ยังคงเด็ดเดี่ยวที่จะเลือกเส้นทางเดิมอย่างแน่วแน่ แม้จะรู้ดีว่าปลายทางคือความรวดร้าวและการแตกสลายอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ก็ตาม