APKDock Logo
รายชื่อตอน
แชร์
ภาพปกนิยายเรื่อง เสน่ห์นางร้าย

เสน่ห์นางร้าย

ในสถานการณ์อันตึงเครียดและกดดัน หญิงสาวพยายามดิ้นรนหาทางรอดอย่างสุดชีวิตพร้อมทั้งอ้างถึงผู้เป็นบิดาเพื่อหวังให้อีกฝ่ายเกรงใจ ทว่าชายหนุ่มกลับไม่ยอมปล่อยมือจากเธอ ซ้ำยังโน้มตัวลงไปกระซิบข้างหูด้วยน้ำเสียงแหบพร่าขณะเริ่มล่วงเกินเธออย่างย่ามใจ พร้อมประกาศสถานะใหม่อย่างเผด็จการว่าเขานี่แหละที่จะเป็นพ่อของลูกเธอในอนาคตอันใกล้ ซึ่งเป็นความจริงที่เธอไม่มีสิทธิ์ปฏิเสธได้เลย จุดเริ่มต้นของความสัมพันธ์อันซับซ้อนที่เต็มไปด้วยความเร่าร้อนจึงได้เปิดฉากขึ้นอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยงได้
รายชื่อตอน
แชร์

ตอน 2

เพี๊ยะ!

เสียงตบ ถึงจะไม่ดัง แต่ก็ทำให้ทุกคนหยุดการเคลื่อนไหวทันที พร้อมกับหันมามองทางสองสาวด้วยสายตาอยากรู้อยากเห็น

“ตบฉันเรอะ” นาวิกาขึ้นเสียงสูง ตาโตๆวาววับเหมือนแม่เสือก่อนจะโผนร่างเข้าใส่อินอรแล้วจิกผมยาวสลวยที่ถูกจัดแต่งไว้อย่างดีอย่างแรง แล้วเขย่าไปมา

“ยัยโบ๊ะหน้าขาวโบ๊ะ ยัยผีจูออนเรียกป้า ฉันอยู่ของฉันดีๆ เธอมาตบฉันทำไม” ไม่พูดเปล่า นาวิกายังถีบหน้าท้องของอินอรอย่างแรงจนเธอกระเด็นไปกองอยู่ที่พื้น

นาวิกายกมือขึ้นเสยผมซอยๆของตัวเอง ก่อนจะก้าวเข้าไปจิกผมอินอรขึ้นมาอีกครั้ง

“เธอเกลียดฉันมากนักใช่มั้ย” สิ้นคำถาม เสียงฝ่ามือก็กระทบเข้าที่ใบหน้าซีกซ้ายของอินอรอย่างแรงจนหน้าสวยหันคว้างไปตามแรงมือ

เพี๊ยะ!

“ว้ายยย” อินอรได้แต่หวีดร้องครั้งแล้วครั้งเล่า ในขณะที่ศิวาที่เพิ่งได้สติรีบเข้ามาห้ามทันที

“เฮ้ย หยุดนะ พอได้แล้ว”

แต่เมื่อเห็นว่านาวิกายังคงตบอินอรไม่ยั้ง เขาจึงต้องใช้ไม้เด็ด นั่นก็คือ…เข้ากอดนาวิกาจากทางด้านหลัง เพื่อให้เธอหยุดตบตีอินอรเสียที!!

“กรี๊ดดดด อีตาบ้า ปล่อยนะ” นาวิกากรีดร้องโหยหวนอย่างตกใจ ในขณะที่ศิวาชะงักงัน ทันทีที่แขนแกร่งสอดรัดเอวเล็ก กลิ่นหอมอ่อนๆจากเรือนผมสลวยและเนื้อตัวนุ่มนิ่มของเธอ ทำให้ศิวารู้สึกประหลาดอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน

ให้ตายเถอะ ! เขาอยากบันดาลให้คนทั้งผับหายไปให้หมดเลยจริงๆ เพื่อที่เขาและเธอจะได้อยู่กันสองต่อสอง

“เอะอะอะไรกัน” เสียงดุๆดังขึ้น ก่อนที่ร่างอวบท้วมของเจ้าของสถานเริงรมย์แห่งนี้จะแหวกไทยมุงโผล่หน้าเข้ามา สายตาคมเค็มมองอินอรแล้วก็มองนาวิกาที่ถูกศิวากอดจากทางด้านหลังอยู่ชั่วครู่ ก่อนที่ริมฝีปากหนาจะเอื้อนเอ่ยคำพูดที่ร้ายกาจออกมาชนิดที่คนได้ฟังเป็นต้องอึ้งทุกคน โดยเฉพาะนาวิกาที่หน้าซีดเผือดจนแทบจะไม่มีสีเลือด

“หล่อนก่อเรื่องอีกแล้วนะ เมื่อวานก็ทีนึงแล้วที่ไปตบหัวล้านๆของลูกค้าแถมด่าเขาเสียชุดใหญ่ คราวนี้ยังจะมีเรื่องตบตีกับลูกค้าผู้หญิงอีก คราวนี้ฉันเห็นทีว่าจะต้องลงโทษหล่อนเสียบ้างแล้ว”

“ละ…ลงโทษ” นาวิกากลืนน้ำลายลงคอดังเอื้อก เหงื่อเม็ดเล็กๆเริ่มผุดขึ้นตามข้างขมับทั้งๆที่อากาศก็ไม่ได้ร้อนอะไร

“ใช่” สาวใหญ่ผู้ที่เป็นเจ้าของผับพยักหน้าน้อยๆก่อนจะหันไปยิ้มให้อินอรที่พยุงตัวลุกขึ้นมาแล้วด้วยท่าทางสะบักสะบอม

“ต้องขอโทษแทนเด็กของฉันด้วยนะคะ”

อินอรไม่ตอบอะไรออกมา เธอสะบัดหน้ามามองนาวิกาอย่างเคียดแค้น กรามถูกบดเข้าหากันเป็นสันนูน ในขณะที่นาวิกาเองก็ไม่ยอมหลบตา

“จำไว้ว่าเธอกับฉันมันคนละชั้นกัน”

“ค่ะ ฉันกับคุณมันต่างกันที่ฐานะแต่…ระดับการศึกษาของคุณมันก็ต่ำพอๆกับฉันนั่นแหละ” นาวิกาโต้กลับ ก่อนจะหันมองคนที่ยืนซ้อนอยู่เบื้องหลัง

“ปล่อยฉันได้แล้วค่ะคุณศิวา”

“รู้จักผมด้วยเหรอ” ชายหนุ่มทำหน้าเหรอหราก่อนจะยอมปล่อยมือออกจากเอวเล็กแต่โดยดี

“ทำไมจะไม่รู้จักคะ ฉันเห็นหน้าของคุณในหนังสือพิมพ์บ่อยๆ” หญิงสาวตอบเสียงเฉยเมย ไม่รู้สึกยินดีเลยสักนิดที่ได้รู้จัก‘คนดัง’อย่างเขา

อินอรเม้มปากเข้าหากันอย่างขุ่นเคือง ยิ่งเห็นศิวามองนาวิกาอย่างพอใจ เธอก็ยิ่งรู้สึกไม่ชอบนาวิกามากยิ่งขึ้น

“ฉันเรียนจบปริญญาโทจากออสเตรเลีย การศึกษาดีกว่าคนอย่างเธอแน่นอน”

“อ้อ เหรอคะ… แต่คุณเคยได้ยินไหมคะ ที่คนโบราณเขาว่าเอาไว้ว่า…สำเนียงส่อภาษา กิริยาส่อสกุล จำไว้ว่า ถ้าคุณทำตัวไร้การศึกษากับฉันเมื่อไหร่ ฉันก็จะโต้ตอบในกิริยาที่เหมือนคุณ อย่าคิดว่าเป็นผู้ดีแล้วฉันจะไม่กล้าตบ” นาวิกาพูดพลางยกมุมปากขึ้นข้างหนึ่งเล่นเอาอินอรเลือดขึ้นหน้า

“นี่แก!!” อินอรยกฝ่ามือขึ้น หวังจะตบหน้าเรียวๆนั่นสักทีให้หายแค้น แต่มือใหญ่เอื้อมมาจับข้อมือเธอไว้ได้ทัน

“กลับกันเถอะอร ผมหมดสนุกแล้ว” ศิวาพูดเสียงขรึมๆก่อนจะลากอินอรออกไปจากผับทันทีท่ามกลางสายตาของใครหลายคู่ที่มองตามหลังมาอย่างให้ความสนใจ

พอลับร่างของทั้งสองแล้ว นาวิกาก็ถอนหายใจเฮือก ก่อนจะสะดุ้งโหยงเมื่อสายตาเหลือบแลมาเห็นท่าทางดุดันของเจ้าของผับเข้าพอดี

“นกกา ฉันมีเรื่องจะคุยกับเธอ ไปคุยกันที่ห้อง!!”

“คุณพูดว่าไงนะคะ” อินอรถามอย่างไม่อยากจะเชื่อหู เมื่อโดนลากออกมาจนถึงรถที่จอดอยู่ในโรงรถข้างๆสถานเริงรมย์

“ผมว่าผมพูดดังแล้วนะ คุณยังไม่ได้ยินอีกเหรอ”

“คุณหาว่าอรผิดงั้นเหรอคะ”

“ใช่ คุณเป็นคนไปหาเรื่องผู้หญิงคนนั้นก่อน”

“แต่แม่นั่นมันยั่วคุณ”

“ผมไม่เห็นว่าเขาจะยั่วผมตรงไหนเลยนะ”

“แต่ฉันเห็น”

“สายตาคุณมันหาเรื่อง” ศิวาส่ายหน้าพร้อมกับเปิดประตูรถก้าวเข้าไปนั่งประจำที่คนขับ ในขณะที่อินอรรีบวิ่งอ้อมไปเปิดประตูด้านข้างๆแล้วก้าวขึ้นนั่งด้วยท่าทางกระฟัดกระเฟียด

“อรไม่ชอบสายตาที่คุณใช้มองแม่นั่น” อินอรบอกความรู้สึกของตัวเองไปพร้อมกับยกมือขึ้นลูบแก้มที่บวมช้ำของตัวเองไปด้วย

ศิวายกมุมปากขึ้นข้างหนึ่งพลางหรี่สายตามองคนข้างๆตัวอย่างหงุดหงิด

“คุณมีสิทธิ์หวงด้วยเหรอไง”

“คุณศิวา!!” อินอรตะเบ็งเสียงลั่น แต่เขากลับสตาร์ทเครื่องยนต์ด้วยท่าทางเฉยชา

“เราเคยตกลงกันแล้วไม่ใช่หรือไงว่าจะไม่ผูกพันกัน”

“แต่ว่าอร…”

“หยุดพูดเถอะ ผมรู้ว่าคุณคิดอะไร และผมก็ไม่อยากฟัง เดี๋ยวผมจะไปส่งคุณที่บ้าน”

“เอ๊ะ แล้วไม่ไปต่อเหรอคะ”

ศิวาปรายตามองอินอรเล็กน้อยก่อนจะส่ายหัวไปมาอย่างเอือมระอา แล้วพูดออกมาว่า

“สภาพอย่างคุณตอนนี้เนี่ยนะ… ผมว่าคุณกลับไปนอนพักที่บ้านน่ะดีที่สุดแล้ว”

คุณอาจจะชอบ

ภาพปกนิยายเรื่อง ซีรีส์พันธนาการเสน่หา
9.7
เพื่ออนาคตที่ดีกว่าของแม่ พลอยชมพูตัดสินใจก้าวเข้าสู่บ้านหลังใหม่ ทว่าที่นั่นเธอกลับต้องรับมือกับพายุ พี่ชายบุญธรรมสุดเกรี้ยวกราดที่พกพาความเกลียดชังมาเต็มอก แต่แล้วความใกล้ชิดในฐานะพี่น้องกลับแปรเปลี่ยนเป็นความเสน่หาต้องห้ามอันยากจะหักห้ามใจ ท่ามกลางความลับและข้อผูกมัดอันแสนอึดอัด หญิงสาวตระหนักว่าตนเองกำลังถูกจองจำในกรงทองที่มีเขาคอยควบคุมทุกอย่าง แม้จะพยายามดิ้นรนหาทางหลบหนีจากคุกแห่งนี้เพียงใด ทว่าหัวใจเจ้ากรรมกลับถูกพันธนาการไว้ด้วยความรักจนไม่อาจหลุดพ้น
ภาพปกนิยายเรื่อง อุบัติเหตุลิขิตรัก
8.5
ชีวิตอันแสนโดดเดี่ยวและเงียบเหงาของชายหนุ่มคนหนึ่งต้องเปลี่ยนผันไปตลอดกาล เมื่อโชคชะตานำพาให้เขาได้พบกับหญิงสาวผู้เปี่ยมไปด้วยความสดใสและน่ารัก แม้การเผชิญหน้ากันในครั้งแรกจะเริ่มต้นจากความบังเอิญที่ค่อนข้างทุลักทุเล แต่ความใกล้ชิดที่เกิดขึ้นกลับค่อยๆ ถักทอเป็นความผูกพันอันลึกซึ้งและทวีความร้อนแรงขึ้นอย่างไม่อาจต้านทาน ในค่ำคืนที่อบอวลไปด้วยไฟปรารถนาและเสน่หาอันหวานซึ้ง เขาตัดสินใจที่จะไม่ปล่อยให้เธอจากไป พร้อมมอบจุมพิตแสนดูดดื่มเพื่อผูกมัดดวงใจของเธอไว้กับเขาตลอดกาล
ภาพปกนิยายเรื่อง คัพ A ที่รัก
8.6
วันเมษา หญิงสาวผู้ขาดความมั่นใจในรูปร่างเพราะขนาดหน้าอกคัพเอที่ไม่เป็นไปตามพิมพ์นิยมของสังคม ตัดสินใจก้าวเข้าคลินิกศัลยกรรมเพื่อปรึกษาเรื่องการเสริมซิลิโคนกับหมอธวิน แพทย์หนุ่มผู้เชี่ยวชาญ ทว่าขั้นตอนการตรวจร่างกายเพื่อประเมินก่อนผ่าตัดกลับสร้างความหวั่นไหวอย่างไม่คาดคิด สายตาและการสัมผัสอย่างใกล้ชิดจากคุณหมอหนุ่มทำให้เธอใจสั่นสะท้านจนแทบลืมหายใจ ความรู้สึกซ่านสยิวที่เกิดขึ้นทำให้อคติต่อร่างกายตัวเองเริ่มสั่นคลอน เธอเริ่มลังเลระหว่างการพึ่งพาศัลยกรรมตกแต่งหรือจะยอมรับสัมผัสจากธรรมชาติที่ชวนให้ใบหน้าแดงซ่านนี้เพื่อค้นหาความมั่นใจที่แท้จริง
ภาพปกนิยายเรื่อง มิตรพิศวาส (คุณเพื่อน ยอดยาหยี)
8.6
เมื่อความหึงหวงเริ่มก่อตัว ความสัมพันธ์ในฐานะเพื่อนสนิทระหว่างเล่ย์และลินก็ถึงคราวสั่นคลอนอย่างหนัก เล่ย์แสดงความน้อยใจอย่างรุนแรงที่ตนเองถูกจำกัดสถานะไว้แค่เพื่อน พร้อมทั้งตัดพ้อพาดพิงถึงนพ ชายหนุ่มที่เขาเข้าใจผิดว่าเป็นคนรักของเธอ จนนำไปสู่การปะทะคารมกันอย่างดุเดือด ลินพยายามอธิบายเพื่อเคลียร์ความเข้าใจผิดว่านพมีคนรักอยู่แล้ว ก่อนจะตอกกลับด้วยคำถามจี้จุดใจดำว่า แท้จริงแล้วเขาต้องการจะข้ามเส้นจากคำว่าเพื่อนมาเป็นสามีของเธอใช่หรือไม่ คำถามที่ตรงไปตรงมานี้ทำเอาเล่ย์ถึงกับพูดไม่ออก ท่ามกลางความห่วงใยและความรู้สึกส่วนลึกที่ยากจะอธิบาย
ภาพปกนิยายเรื่อง เมียสำรองจ้างรัก
9.6
โปรย เมียสำรองจ้างรัก ในคืนฝนตกหนักเธอตกเป็นของเขาเพราะแผนการของแม่ เพราะมารดาของเขาอยากได้หลาน แต่ไม่อยากได้สะใภ้เกรดต่ำเช่นเธอ เธอถึงได้อุ้มท้องลูกของเขาจนคลอด ในวันที่เธอคลอดลูก ก็ถูกเฉดหัวออกไปจากบ้าน แม้แต่หน้าลูกก็ยังไม่ได้เห็น พร้อมด้วยเงินก้อนโตที่มารดารับไปเพื่ออยู่กับสามีใหม่ นางขายเธอให้เสี่ยตัณหากลับอย่างเลือดเย็น กว่าจะเอาชีวิตรอดมาได้ ก็ลำบากจนเลือดตาแทบกระเด็น 5 ปีต่อมา มารดาของเขาตาย เธอกลับมาอีกครั้งเพราะอยากพบหน้าลูก ในฐานะพี่เลี้ยงคนใหม่ การกลับมาเจอเขาอีกครั้ง ทำให้เธอรู้ว่าเขากำลังจะแต่งงานกับผู้หญิงที่คู่ควรในอีกไม่ช้า **************************************************** ตัวอย่างบางช่วงบางตอน... “เธอมาทำอะไรที่นี่” “เอ่อ...” “พี่เลี้ยงคนใหม่ของตากริชไงคะพี่ฤทธิ์” เสียงของรังรองดังขึ้น ทำให้มีนาไม่ต้องตอบคำถามชวนอึดอัดนั้น “พี่เลี้ยงคนใหม่ ใครใช้ให้แกรับผู้หญิงหิวเงินคนนี้เข้ามาทำงานในบ้าน แถมยังรับมาเลี้ยงลูกของพี่อีก” “พี่ฤทธิ์เป็นคนสั่งค่ะ” รังรองตอบพี่ชายหน้าตาย “สั่งตอนไหน” เริงฤทธิ์เอ่ยถาม สีหน้าของเขาดูกระด้าง คล้ายระเบิดเวลาที่เตรียมพร้อมจะปะทุได้ทุกเวลา ในขณะที่รังรองไม่ได้สะทกสะท้านแต่อย่างใด “พี่ฤทธิ์บอกว่าให้เริงจัดการทุกอย่างตามต้องการได้เลย เริงก็จัดการให้แล้วไงคะ มีนจะมาดูแลตากริช และรับรองว่าตากริชจะไม่โดนหยิก โดนตี หรือทำร้ายเพราะดื้อเกินเหตุเหมือนพี่เลี้ยงคนอื่นแน่นอน เหตุผลเพราะอะไรพี่ฤทธิ์ก็น่าจะรู้อยู่แก่ใจ” **************************************************** “คุณฤทธิ์ต้องการให้ดิฉันทำยังไงเหรอคะ ถึงจะได้ดูแลลูก” เธอพูดกับเขาตรง ๆ ใจร้อนรนอยากดูแลลูกสุดหัวใจ เธอโทษตัวเองมาตลอดว่าเป็นแม่ที่ไม่ได้เรื่องที่ไม่มีโอกาสได้ดูแลลูกเลย “มาเป็นนางบำเรอฉันสิ ฉันจะให้เธอดูแลลูก” เริงฤทธิ์พูดอย่างเป็นต่อ “คุณฤทธิ์!” มีนาอุทานอย่างตกใจ ไม่คิดว่าเริงฤทธิ์จะพูดแบบนี้ออกมา “ทำไมล่ะ นอนกับฉันถือว่าเธอมีบุญมากนะ” “มีบุญยังไงคะ” เธอทำหน้าไม่เข้าใจ “เพราะที่เคยนอนมาเป็นพวกกุ๋ยข้างถนนไม่ใช่เหรอ ผู้ชายที่เธอหนีไปกับมันตอนได้เงินก้อนใหญ่ไปจากคุณแม่เมื่อห้าปีก่อน”
ภาพปกนิยายเรื่อง เจ้าสาว(ไม่)ปรารถนารัก
9.7
นุชพินตา ควรเป็นเจ้าสาวที่น่าอิจฉาที่สุดที่ได้แต่งงานกับ ปุลวัชร เจ้าบ่าวที่ทั้งหล่อ รวย เนื้อหอม เป็นเจ้าชายในฝันของสาวๆ ทั้งเมือง แต่ใครจะรู้ว่าเจ้าบ่าวในฝันนั้น...ทั้งไร้หัวใจ และไม่ได้รักเธอสักนิด! การแต่งงานที่ไร้รัก อยู่กันไปก็มีแต่เจ็บปวดเท่านั้น แต่จะทำยังไงได้ ในเมื่อเธอไม่อาจปฏิเสธ แม้จะต้องถูกเขาทำร้ายหัวใจซ้ำแล้วซ้ำเล่า จะทำอย่างไรหากใจที่ไม่คิดปรารถนารักกลับอยากได้ความรักจากเขา ------------------------------ “เธอเคยนอนกับผู้ชายหรือเปล่า” เขาถามออกมาจากปากร้าย ตอนที่เธอได้ยินถึงกับสะอึก ไม่คิดว่าเขาจะถามตรง ๆ และในนาทีต่อมา นุชพินตาก็รู้สึกโกรธมาก หญิงสาวโต้เขากลับ “ทำไมผู้ชายดี ๆ การศึกษาดี ๆ ถึงได้พูดจาแบบนี้คะ มาพูดดูถูกกัน เมื่อกี้ก็หาว่าพวกเราขายตัว และตอนนี้ยังมากล่าวหาฉันอีกว่าฉันสำส่อน คุณถามคำถามแบบนี้กับผู้หญิงทุกคน ที่คุณเคยนอนด้วยหรือยังไงคะ” ความเจ็บปวดระบายออกมาทางสายตา เขาเป็นบ้าอะไรกันนี่ คำพูดแบบนี้มาจากสันดานข้างในหรือเพราะว่าเขาเมา “แล้วเธอเคยมีอะไรกับผู้ชายหรือเปล่าล่ะ” เขาย้ำอีกครั้ง จ้องสบตาด้วยนัยน์ตาแดงก่ำ “ปากร้าย ประโยคนี้คุณไม่ควรถามออกมาด้วยซ้ำไป” จากที่เรียกเขาว่าพี่ปุ่น ชักขุ่นและมีอารมณ์โมโหขึ้นมาเปลี่ยนสรรพนามที่คนฟังก็รู้ว่าห่างเหิน “ผู้หญิงที่ดี ๆ ที่ไหน จะตอบตกลงแต่งงานกันชายแปลกหน้าอย่างรวดเร็วโดยไม่คิด เวลาเพียงแค่หนึ่งเดือนเท่านั้น” “แล้วมันยังไงคะ” นุชพินตาก็ไม่ยอมเหมือนกัน “เธออาจจะเป็นมือสองก็ได้” ‘เมื่อคืนเขาไปนอนที่ไหน แล้วไปนอนกับใคร’ ‘อ้อ… ก็คงจะเป็นผู้หญิงคนนั้นสินะ’ ดวงตาเศร้าลง เธอลุกขึ้นไปเปิดม่านหน้าต่าง และมองออกไปยังท้องทะเล แสงอาทิตย์กระทบกับระลอกคลื่นที่ไล่เรียงกันกระทบเข้าฝั่ง นุชพินตาถึงกับถอนหายใจดังเฮือก ‘ฉันมาทำอะไรอยู่ตรงนี้ มาให้เขาย่ำยีเล่นใช่หรือไม่’ เฝ้าถามตัวเองซ้ำไปซ้ำมา ‘ยะหยาอย่าเสียใจไปเลยนะ เธอต้องทำตัวเองให้เข้มแข็ง แข็งแรงเถอะ ในเมื่อเธอก็ไม่ได้รักเขาเหมือนกัน’ คำพูดปลอบโยนตัวเอง ‘ใช่… ฉันไม่ได้รักเขา และจะเกลียดเขาให้มากกว่านี้’ เธอตอกย้ำคำนี้เข้าไปในหัวใจของตัวเองด้วยความมุ่งมั่นและสายตาที่แน่วแน่ แม้จะรู้สึกเจ็บแน่นในหัวอก ------------------------------ “ฉันจะหย่ากับเธอ” เขาเอ่ยอย่างใจดำ หญิงสาวถึงกับใจหล่นวูบ เธอเม้มขบริมฝีปาก กลั้นน้ำตาเอาไว้ไม่อยู่แล้ว นุชพินตาพูดอะไรไม่ออกแม้แต่คำเดียว “นางผู้หญิงไร้ยางอาย แพศยาฉันเกลียดผู้หญิงหลายใจ ฉันเกลียดผู้หญิงที่นอกใจ ไปให้พ้นจากบ้านของฉัน ไปให้พ้นจากหน้าฉัน พรุ่งนี้จะให้ทนายทำใบหย่า” “พี่ปุ่นคะ” เธอยกมือขึ้นมาไหว้เขาปลก ๆ “เราสองคนเพิ่งแต่งงานกันเองนะคะ ยะหยาไม่อยากให้คุณลุงและคุณย่าเสียใจ” “แต่สิ่งที่เธอทำล่ะ มันน่าอาย แล้วเธอไม่ละอายบ้างเหรอ หน้าด้าน” เขามีอาการเสียใจ และหัวเสีย นุชพินตาเอง เธอไม่คิดว่าปุลวัชรจะปากร้ายด่าทอเธอได้ถึงเพียงนี้ “ฉันจะหย่ากับเธอแน่นอน เตรียมปากกาไว้เซ็นใบหย่าในวันพรุ่งนี้ก็แล้วกัน” พูดจบ เขาเดินเข้าไปใช้มือปัดแจกันที่อยู่ใกล้ และชกบานกระจกที่ใช้ตกแต่งอยู่ในห้องโถงด้วย จนกระจกแตกละเอียดทั้งบาน มือของปุลวัชรมีเลือดไหลซึม เขาจะเดินเข้าห้องทำงานและปิดประตูตามหลังดังโครม นุชพินตาตกใจ และหวาดกลัวกับสิ่งที่เธอได้เห็น ความดีใจที่สามีจะกลับมา เธอจะบอกข่าวดีเขา และกินข้าวด้วยกัน ได้มลายหายไปสิ้น มีเพียงความเศร้าเข้ามาทับถมอยู่ในจิตใจของนุชพินตา แล้วหญิงสาวยกมือขึ้นมาปิดหน้าปิดตาปล่อยโฮ