APKDock Logo
รายชื่อตอน
แชร์
ภาพปกนิยายเรื่อง ข้ากลายมาเป็นนางร้ายที่ถูกฆ่า

ข้ากลายมาเป็นนางร้ายที่ถูกฆ่า

เมื่อหญิงสาวได้มาเกิดใหม่ในโลกแฟนตาซีเป็นนางร้ายที่มีแต่คนมุ่งร้ายหมายชีวิต ทั้งที่ใจจริงเธออยากใช้ชีวิตหรูหราอย่างสงบสุขในฐานะคุณหนูตระกูลใหญ่ แต่เมื่อภัยอันตรายบีบคั้นจนไม่มีทางเลือกเพื่อรักษาชีวิตให้รอดพ้นจากความตาย เธอจึงต้องยอมละทิ้งความอ่อนแอแล้วลุกขึ้นมาสวมบทบาทนางร้ายผู้โหดเหี้ยมตามชะตากำหนด พร้อมเผชิญหน้าต่อสู้กับศัตรูและลิขิตฟ้าที่คอยขัดขวางความสงบสุขของเธอ
รายชื่อตอน
แชร์

ตอน 2

เมื่อเติ้งจื่ออวี๋ได้ยินคำสั่งของผู้เป็นนายเขานั้นก็ไม่รอช้า เขาหมุนตัวออกไปจัดการตามรับสั่งทันที ส่วนเว่ยหลิงเฮ่อลุกขึ้นไปยืนที่ริมหน้าต่างมองถนนเส้นเดิมที่ยาวไปสุดความมืด ถึงเขาจะไม่รู้ว่าเหตุใดจู่ ๆ เผยตั้นเยี่ยนถึงหนีไป แต่เขาก็ไม่ใคร่อยากรู้จนต้องเก็บชีวิตของนางเอาไว้เพื่อหาคำตอบ เพราะจุดประสงค์เดียวที่เขายอมพูดจาราวกับมีใจให้นางมาตลอดนั้น เป็นเพราะตราพยัคฆ์ที่อยู่กับเว่ยเหวินเซียนเท่านั้น

รถม้าที่วิ่งด้วยความเร็ว บวกกับถนนเส้นนี้ไม่ใช่ถนนที่มีผู้คนสัญจรผ่านไปผ่านมาทางจึงทั้งแคบทั้งขรุขระ ทำให้รถม้าโคลงเคลงไปมาจึงไม่แปลกที่คนนั่งข้างในรถม้านั้นจะวิงเวียนศีรษะ

แต่ในยามที่ความตายกำลังมาเยือน ต่อให้เวียนหัวจนต้องอ้วกออกมาเผยตั้นเยี่ยนก็ไม่คิดที่จะให้สารถีลดความเร็วเป็นแน่ เผยตั้นเยี่ยนทั้งเวียนหัวทั้งปวดหัว เพราะนางพยายามจะหาทางออกแต่ทว่าคิดเท่าใดก็คิดไม่ออกเสียที

ฉุยฉุยสาวใช้คนสนิทที่นั่งอยู่ด้านข้างเห็นใบหน้าเคร่งเครียดของคุณหนูก็นึกสงสาร เพราะอีกก้าวเดียวเท่านั้นสิ่งที่คุณหนูของนางปรารถนาก็จะสำเร็จแล้ว แต่สุดท้ายไม่เพียงไม่เป็นไปดังหวังแม้แต่ชีวิตก็ไม่แน่ว่าจะรักษาไว้ได้

‘เฟี้ยว!ฉึก!ฉึก!ฉึก!’

ยังไม่ทันที่เผยตั้นเยี่ยนจะคิดหาหนทางออก เสียงอาวุธแหวกอากาศก็ดังขึ้น ลูกธนูเสียดแทงเข้ามาภายในรถม้า แต่ทว่าโชคดีที่มิได้โดนใคร แต่เพียงไม่นานรถม้าก็เสียหลักเมื่อมีธนูดอกหนึ่งปักเข้าที่ขาของม้า

จิ่งหลินสารถีที่บังคับม้า รู้ดีว่าหากเขามัวแต่เสียเวลาไปกับการปราบพยศม้าในยามนี้พวกที่ตามมาคงมาถึงตัวในไม่ช้า และยามนี้ม้าก็ได้รับบาดเจ็บแล้ว หากจะวิ่งต่อก็คงไปได้ไม่ไกลนัก

“เสวี่ยเฟิงเจ้ากับฉุยฉุยพาคุณหนูไปแอบในป่าไผ่ก่อน เดี๋ยวข้าจะหลอกล่อพวกมันไปเอง” จิ่งหลินบอกกับบุรุษที่นั่งอยู่ด้านข้าง

ถึงม้าตัวนี้จะตื่นกลัวเพราะบาดเจ็บจนไม่ฟังคำสั่งของเขาแล้ว แต่ด้วยกำลังของม้าก็ยังสามารถวิ่งได้อีกระยะหนึ่ง ซึ่งอย่างน้อยเขาก็ยังพอซื้อเวลาให้คุณหนูของเขาหนีได้

เสวี่ยเฟิงเมื่อได้ยินก็มิคิดออกความคิดเห็นใด ๆ เพราะเขาเชื่อว่าบุรุษที่นั่งอยู่ข้างเขานั้นต้องคิดดีแล้วว่าวิธีนี้คือวิธีที่ดีที่สุดในยามนี้ เสวี่ยเฟิงจึงเข้าไปในรถม้า เพื่อจะนำคุณหนูสกุลเผยออกมา แต่ทว่าเมื่อเขาเปิดผ้าที่กั้นอยู่นั้น เขาก็เห็นคุณหนูสกุลเผยสลบไปเสียแล้ว

“ฉุยฉุย! คุณหนูเป็นอะไร” น้ำเสียงของเสวี่ยเฟิงวิตกกังวลเป็นอย่างมาก

“เมื่อครู่ตอนรถม้าเสียหลักหัวของคุณหนูกระแทกอย่างแรง แต่ข้าจับชีพจรแล้วคุณหนูแค่สลบไปเท่านั้น” ฉุยฉุยหันมาตอบ

“เช่นนั้นก็ไปกันเถอะ ชักช้าเดี๋ยวจะไม่ทันการ”

เสวี่ยเฟิงพูดจบก็เข้าไปอุ้มเผยตั้นเยี่ยนออกมา จิ่งหลินดับไฟในโคมรถม้าทันที ยามนี้มีเพียงแสงจากดวงจันทร์เท่านั้นที่ส่องแสง แต่ทว่าก็มิอาจส่องสว่างได้มากมายนัก จึงทำให้เห็นเพียงระยะสั้น ๆ เท่านั้น เช่นนั้นแล้วมิต้องถามถึงคนที่ขี่ม้าตามหลังมาเลยว่าจะเห็นเหตุการณ์ที่อยู่ข้างหน้าหรือไม่

“ฝากคุณหนูด้วย” จิ่งหลินเอ่ย

เสวี่ยเฟิงที่อุ้มเผยตั้นเยี่ยนอยู่หันมาพยักหน้าให้จิ่งหลินก่อนที่จะใช้วิชาตัวเบากระโดดออกจากรถม้า โดยมีฉุยฉุยกระโดดตามมาทีหลัง

เมื่อออกมาจากรถม้าแล้วพวกเขาก็ซ่อนตัวอยู่ในป่าไผ่ รอจนคนของเว่ยหลิงเฮ่อที่ตามมานั้นผ่านไปแล้วฉุยฉุยจึงหยิบแผงเข็มออกมาจากอกเสื้อ ก่อนที่จะใช้เข็มปักไปตามจุดต่าง ๆ เพื่อทำให้คุณหนูของนางฟื้น

เผยตั้นเยี่ยนเหมือนจะรู้สึกตัวแต่ทว่ากลับไม่ยอมลืมตาตื่น ฉุยฉุยกับเสวี่ยเฟิงทั้งเขย่าทั้งเรียกชื่อ แต่เผยตั้นเยี่ยนก็ยังไม่ยอมลืมตา จนฉุยฉุยนั้นไม่รู้จะทำเยี่ยงไรดี จึงตบหน้าเผยตั้นเยี่ยนไปหนึ่งทีอย่างเต็มแรง

‘เพียะ’

“โอ๊ย!! เจ็บ” สตรีที่ถูกตบร้องครางออกมาเสียงดัง

“คุณหนูฟื้นแล้ว คุณหนูฟื้นแล้ว” ฉุยฉุยเอ่ยด้วยน้ำเสียงดีใจ

เมื่อสตรีที่สลบฟื้นขึ้นมาก็ลูบแก้มที่ขึ้นรอยมือแดงไปมาด้วยความรู้สึกเจ็บ ก่อนจะจับไปตามแขนและลำตัวของตนเอง แล้วก็สำรวจเสื้อผ้าที่ตนเองใส่อยู่ และมองไปรอบ ๆ

‘นี่เราใส่เสื้อผ้าอะไรอยู่ แล้วที่นี่ที่ไหนกัน มืด ๆ แบบนี้นรกอย่างงั้นเหรอ’

ขณะที่สตรีที่เพิ่งฟื้นสับสนมึนงงอยู่นั้น สายตาของฉุยฉุยกับเสวี่ยเฟิงที่นั่งมองท่าทีที่แปลกไปของสตรีที่เพิ่งได้สติ ก็หันหน้ามามองกันด้วยความฉงนและหวังว่าอีกคนจะอธิบายได้ แต่ทว่าเมื่อต่างคนต่างเห็นหัวคิ้วของอีกฝ่ายก็เข้าใจได้ทันทีว่าอีกคนก็คงจะคลายข้อสงสัยนี้ไม่ได้เหมือนกัน เพราะคิ้วของทั้งสองตอนนี้แทบจะขมวดกันเป็นปม

ในที่สุดฉุยฉุยก็ทนไม่ไหวจึงได้เอ่ยถาม “คุณหนูเป็นอะไรหรือเปล่าเจ้าคะ”

สตรีที่เพิ่งได้สติเงยหน้ามองบุรุษและสตรีที่นั่งอยู่ตรงหน้าด้วยท่าทางมึนงง เพราะไม่แน่ใจว่าเมื่อครู่ผู้หญิงคนนี้พูดกับนางหรือไม่

“คุณพูดกับฉันอย่างนั้นเหรอ”

ฉุยฉุยดวงตาเบิกกว้างเมื่อได้ยินคำถามจากคุณหนูของนาง “คุณหนูจำข้าไม่ได้หรือเจ้าคะ”

‘คุณหนูอย่างงั้นเหรอ หรือว่าข้าตายแล้วทะลุมิติมาเหมือนในนิยาย ขอบคุณสวรรค์ที่ให้ข้าทะลุมายังร่างนี้’

เพราะจากที่นางสำรวจดูชุดที่นางใส่ก่อนหน้านี้ ก็รู้ว่าเป็นชุดที่มีราคาเช่นนั้นนางก็คงมีกินมีใช้ไม่ต้องอดยาก

ขณะที่นางพูดกับตนเองอยู่ในใจ ปากของนางก็ฉีกยิ้มกว้าง ทำเอาสองคนที่นั่งมองอยู่ถึงกับรู้สึกกลัว เพราะยามนี้พวกเขาก็รู้อยู่แล้วว่าเป็นช่วงเวลาแห่งความเป็นความตาย แต่คุณหนูของพวกเขากลับยิ้มกว้างออกมาได้แบบหน้าตาเฉย

“คุณหนูท่านคิดแผนการรับมือองค์รัชทายาทกับชินอ๋องได้แล้วอย่างนั้นหรือเจ้าคะ” ฉุยฉุยคิดว่าเรื่องที่ทำให้คุณหนูของนางฉีกยิ้มกว้างได้เช่นนี้คงมีเรื่องนี้เรื่องเดียว คือคุณหนูสามารถหาทางออกได้แล้ว

“ทำไมฉัน!ไม่ใช่ ทำไมข้าต้องรับมือองค์รัชทายาทกับชินอ๋องด้วย” นางเผลอลืมตัวพูดผิดไป แต่โชคดีที่นางนั้นดูซีรีส์จีนบ่อยจึงพอจะจำวิธีการพูดได้บ้าง

“ฉุยฉุยหรือว่าคุณหนูจะความจำเสื่อม” เสวี่ยเฟิงเอ่ยถามเมื่อเห็นว่าคุณหนูจำเรื่องที่ผ่านมาเพียงไม่ถึงหนึ่งเค่อไม่ได้

“ท่านพี่เฟิง แล้วเราจะทำอย่างไรดี หรือว่าเราจะกลับไปจวนตระกูลเผยก่อนแล้วค่อยว่ากันอีกที” ฉุยฉุยเอ่ยอย่างร้อนใจ

‘ฉุยฉุย ท่านพี่เฟิง ตระกูลเผยอย่างนั้นหรือ หวังว่าข้าจะไม่ได้เข้ามาในนิยายเรื่องนั้นหรอกนะ’

เมื่อนางนึกขึ้นได้ถึงชื่อตัวละครในนิยายเรื่องหนึ่งที่นางติดตามอ่าน ก็ถึงกับเบิกตาโตและภาวนาว่าอย่าให้นางทะลุมาเป็นตัวร้ายในนิยายเรื่องนั้นเลย

“ฉุยฉุย เจ้าบอกข้าหน่อยว่าข้าชื่ออะไร แล้วองค์รัชทายาทกับชินอ๋องที่เจ้าพูดถึงพระนามว่าอะไรอย่างนั้นหรือ”

ฉุยฉุยถึงกับอ้าปากพะงาบ ๆ ไม่มีเสียงใด ๆ หลุดออกมา สมองของนางนั้นว่างเปล่า ส่วนเสวี่ยเฟิงนั้นอ้าปากหวอใบหน้าแปลกประหลาด

นางร้อนใจอยากรู้ว่าใช่ชื่อที่นางนั้นคิดไว้หรือไม่จึงกระตุกแขนเสื้อของฉุยฉุยพร้อมเอ่ยเพื่อเรียกสติ

“ฉุยฉุยเจ้าตอบข้าหน่อย”

เมื่อถูกคุณหนูดึงแขนเสื้อ ฉุยฉุยก็เอ่ยปากตอบไปตามสัญชาตญาณทั้งที่ความจริงนางนั้นยังตั้งสติไม่ได้

“คุณหนูชื่อเผยตั้นเยี่ยน ส่วนพระนามขององค์รัชทายาทคือเว่ยหลิงเฮ่อ พระนามของชินอ๋องคือเว่ยเหวินเซียนเจ้าค่ะ”

เพียงได้คำตอบจ้าวฉือลี่ที่อยู่ในร่างของเผยตั้นเยี่ยนก็แทบเป็นลม นางมองไปเห็นดวงจันทร์กลมใหญ่ทำให้คิดถึงช่วงก่อนที่จะตายขึ้นมาทันที เพราะตอนที่นางตกลงมาจากหน้าผาก็เห็นดวงจันทร์เต็มดวงเช่นนี้เช่นกัน

“สวรรค์ฉันทำผิดอะไรมากนักอย่างนั้นเหรอ ฉันเพิ่งตกหน้าผาตายมาแท้ ๆ ทำไมส่งฉันมาตายอีกแล้ว หรือว่าครั้งก่อนฉันตายทรมานไม่พอ ครั้งนี้จึงส่งฉันมาให้ตาอ๋องผู้โหดเหี้ยมนั้นทรมานจนตายอีกรอบ”

คุณอาจจะชอบ

ภาพปกนิยายเรื่อง เว่ยซือหง สตรีเหนือชะตา เล่ม 2
8.9
หลังเสร็จสิ้นภารกิจกวาดล้างไอมารจนผืนแผ่นดินคืนสู่ความอุดมสมบูรณ์ เว่ยซือหงก็พร้อมก้าวสู่โลกกว้างเพื่อเริ่มต้นการผจญภัยครั้งใหม่อย่างแท้จริง ปลายทางของนางคือการบุกตะลุยเข้าไปยังดินแดนลี้ลับอันแสนอันตราย เพื่อเสาะหาและครอบครองทรัพยากรล้ำค่า ทั้งสมุนไพรหายากที่ไม่มีใครเคยพบเจอ รวมถึงสุดยอดสมบัติวิเศษในตำนาน นางมุ่งมั่นที่จะไขว่คว้าทุกสิ่งมาไว้ในมือเพื่อประกาศความเกรียงไกรและพิสูจน์ว่าตนคือสตรีผู้กุมชะตาชีวิตตัวเอง
ภาพปกนิยายเรื่อง ร้ายเล่ห์ลวงรัก
7.9
นิยายเรื่องนี้มีฉากและคำพูดที่รุนแรงในบางตอน เมื่อธามแสดงความชิงชังต่อหญิงสาวอย่างเปิดเผยด้วยการเตรียมเครื่องป้องกันไว้พร้อมสรรพ โดยไม่สนใจเสียงทัดทานใดๆ เขาบังคับขืนใจเธออย่างทารุณจนเธอต้องกรีดร้องออกมาด้วยความทรมานแสนสาหัส ทว่าหลังจากพายุอารมณ์ผ่านพ้นไป ความจริงที่ว่าเธอไม่เคยผ่านมือใครมาก่อนกลับทำให้เขาต้องตกตะลึงกับสิ่งที่เกิดขึ้น ท่ามกลางหยาดน้ำตาและความเจ็บปวดในค่ำคืนที่เต็มไปด้วยกลลวงและการกระทำอันแสนป่าเถื่อนนี้
ภาพปกนิยายเรื่อง ทั่วหล้าฟ้าดิน ข้าคือผู้ครอง
8.1
หลังเผชิญความทรมานจนสิ้นใจด้วยน้ำมือของอวิ๋นถังยวี่ ซูเยว่ซีได้โอกาสกลับมาเกิดใหม่อีกครั้ง ชาตินี้นางตั้งมั่นที่จะปกป้องคนในครอบครัวและบดขยี้ศัตรูทุกคนที่เคยทำร้ายนาง ไม่ว่าจะเป็นบิดาสันดานชั่วหรือหญิงแพศยาหน้าไหว้หลังหลอก นางใช้ไหวพริบปฏิภาณเปิดโปงความโฉดชั่วและกำจัดเหล่ากบฏในราชสำนักเพื่อปกป้องท่านตาให้ปลอดภัย ท่ามกลางศึกแค้นที่สะเทือนไปทั่วเมืองจิง นางได้พบกับอวิ๋นเฮิง องค์ชายผู้ถูกผู้คนตราหน้าว่าเป็นคนพิการ ทว่าเขากลับไม่ได้เข้ามาขัดขวาง แต่อาสาเป็นผู้สนับสนุนและพร้อมยืนเคียงข้างนางในทุกเส้นทางนี้
ภาพปกนิยายเรื่อง Omega's instinct สัญชาตญาณดิบ [Omegaverse]
9.2
เมื่อ เจเรมี เมอร์ซี ทายาทตระกูลผู้นำกลับไม่ได้เป็นอัลฟ่าอย่างที่คิด แต่กลับกลายเป็นโอเมก้าในโลกที่ตัดสินคนด้วยเพศสภาพ เขาจึงถูกลดฐานะลงสู่จุดต่ำสุด และจำใจต้องเข้าร่วมเกมล่าชีวิตสุดโหดเพื่อปกป้องคนสำคัญที่ถูกจับเป็นตัวประกัน ในสมรภูมิแห่งนี้เขาได้เผชิญหน้ากับ คริส ฟ็อกซ์ อัลฟ่านักโทษกบฏผู้หวังครอบครองตัวเขาเพื่อแลกกับอิสรภาพของตนเอง ท่ามกลางการเข่นฆ่าที่ไร้ทางออก เจเรมีต้องเลือกระหว่างการกำจัดทุกคนเพื่อชิงชัยชนะ หรือยอมจำนนต่ออัลฟ่าเพื่อรักษาชีวิตคนที่รักเอาไว้
ภาพปกนิยายเรื่อง ทะลุมิติไปเป็นพระชายาโหดแห่งวังหลวง
7.9
วิญญาณนักฆ่าสาวมือหนึ่งผู้ไร้ความปรานีย้อนเวลามาอยู่ในร่างหญิงอัปลักษณ์ยุคโบราณ ท่ามกลางมรสุมชีวิตที่เต็มไปด้วยการดูถูกเหยียดหยามและการรังแกสารพัดจากผู้คนรอบข้างที่พร้อมใจกันสาปส่งเธออย่างทารุณ ทว่าด้วยจิตวิญญาณอันแข็งแกร่งและเด็ดเดี่ยวของเพชฌฆาตสาว เธอจึงไม่ยอมจำนนและพร้อมลุกขึ้นสู้เพื่อทวงคืนความยุติธรรม พลิกผันชะตากรรมอันเลวร้ายนี้ให้กลายเป็นตำนานบทใหม่ที่ทุกคนต้องสยบยอม ยำเกรงในความโหดเหี้ยมที่ซ่อนอยู่ภายใต้รูปลักษณ์ที่เคยโดนดูแคลน
ภาพปกนิยายเรื่อง ตัวอย่าง1
9.0
มหันตภัยร้ายแรงที่ไม่เคยปรากฏมาก่อนกำลังคุกคามดินแดนแฟนตาซีให้สั่นคลอน นำไปสู่จุดเริ่มต้นของภารกิจอันยิ่งใหญ่เพื่อคืนความสงบสุขกลับคืนมา ตัวเอกของเรื่องต้องก้าวออกเดินทางเผชิญหน้ากับภยันตรายและการต่อสู้อันแสนดุเดือดท่ามกลางโลกแห่งเวทมนตร์และสิ่งลี้ลับมากมาย เมื่อความขัดแย้งรอบตัวเริ่มทวีความรุนแรงและตึงเครียดขึ้นทุกขณะ เขาจึงจำเป็นต้องเค้นเอาทั้งความกล้าหาญและพลังฝีมือทั้งหมดที่มี ออกมารับมือกับศัตรูร้ายเพื่อปกป้องสิ่งสำคัญเพียงหนึ่งเดียวไว้ให้ทันเวลาในมหากาพย์ครั้งนี้