APKDock Logo
รายชื่อตอน
แชร์
ภาพปกนิยายเรื่อง พระชายาของข้าคนเดียว

พระชายาของข้าคนเดียว

เมื่อทายาทแพทย์เทพกลับชาติมาเกิดเป็นคุณหนูผู้อาภัพในจวนเสนาบดี นางต้องเผชิญกับมรสุมชีวิตจากการถูกใส่ร้ายว่าสังหารฮูหยินโหว ท่ามกลางความเย็นชาของบิดา การกดขี่จากแม่เลี้ยงใจร้าย และคู่หมั้นที่จ้องแต่จะเอาเปรียบ นางจึงตัดสินใจลุกขึ้นสู้เพื่อชำระแค้นและทวงคืนความยุติธรรมให้ตัวเอง ทว่าในเส้นทางสายนี้ นางกลับได้รับความช่วยเหลือจากชายผู้มีอิทธิพลล้นฟ้าที่พร้อมปกป้องและมอบทุกสิ่งให้นาง ไม่ว่าการแก้แค้นของนางจะโหดร้ายเพียงใด เขาก็ยินดีหนุนหลังและคอยอยู่เคียงข้างนางเสมอ
รายชื่อตอน
แชร์

ตอน 2

ทันใดนั้นในสมองของซูชิงหลีก็มีข้อมูลของบุคคลนี้ปรากฏขึ้นมา

เขาคือโม่อวิ๋นถิงหรือองค์ชายหกแห่งเทียนหยวนนั่นเอง แม่ผู้ให้เกิดของเขาเป็นทาสที่ได้รับโทษในพระราชวัง เขามีดวงตาที่แปลกประหลาดมาตั้งแต่เกิด เมื่ออายุได้สิบสี่ปีเขาได้เริ่มออกรบ ทำให้มีผลงานด้านการสู้ศึกเป็นจำนวนมาก ฮ่องเต้จึงขนานนามว่าเขาเป็นราชาแห่งนักรบ แล้วเขาก็ยังเป็นองค์ชายเพียงพระองค์เดียวที่ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นผู้นำและมีกองทัพที่ทรงพลังอยู่ในความดูแล

ผู้คนในเมืองหลวงต่างก็กลัวและยำเกรงเขากันเป็นอย่างมาก ไม่มีใครกล้าทำให้เขาขุ่นเคืองใจเลยสักคน โหวชิ่งหยางก็แค่ส่งจดหมายเชิญไปตามมารยาทเท่านั้น แต่กลับไม่คาดคิดว่าเขาจะมางานเลี้ยงจริง ๆ

โม่อวิ๋นถิงที่อยู่ตัวคนเดียวกำลังนั่งดื่มสุราอยู่ในศาลา ราวกับว่าเขาอยู่ในอีกโลกหนึ่ง แล้วก็ไม่ได้รับผลกระทบใด ๆ จากเรื่องราวความวุ่นวายตรงหน้าเลยสักนิดเดียว

“ขอฝ่าพระบาทท่านราชาแห่งนักรบได้โปรดทวงความยุติธรรมให้กับฮูหยินและข้าน้อยด้วยเถิดเพคะ”

โม่อวิ๋นถิงเล่นกับแก้วสุราในมือไปมา มุมปากของเขาโค้งขึ้นอย่างเย็นชา ในโลกนี้มีคนที่กล้าขอให้เขาทวงความยุติธรรมให้ด้วยอย่างนั้นหรือ

ทุกคนต่างก็ตกตะลึงกับพฤติกรรมของซูชิงหลีเป็นอย่างมาก มีใครไม่รู้บ้างว่าราชาแห่งนักรบอย่างโม่อวิ๋นถิงนั้นเป็นเทพแห่งความตาย ไม่ว่าเขาจะอยู่ที่ใด ทุกคนต่างก็พากันอยู่ให้ห่างจากเขาเข้าไว้ เพราะกลัวว่าจะไปทำให้เทพแห่งความตายองค์นี้ไม่พอใจเข้า แล้วจะต้องจบลงด้วยการตายอย่างน่าสลดใจ!

หรือว่าสมองของซูชิงหลีจะได้รับการกระทบกระเทือนไปแล้ว นางถึงได้กล้าขอให้เทพแห่งความตายทวงความยุติธรรมให้กับนางเช่นนี้!

แต่แล้วซูชิงอวี่กลับแอบหัวเราะเยาะ เดิมทีนางยังเป็นกังวลอยู่เลยว่าซูชิงหลีอาจจะไม่ตาย แต่ตอนนี้ทุกอย่างมันจบลงแล้ว ซูชิงหลีนั้นรนหาที่ตายเอง”

ซูชิงหลีจับโหวชิ่งหยางเอาไว้เป็นตัวประกันและเดินไปที่หน้าศาลา จากนั้นก็ผลักโหวชิ่งหยางออกไป แล้วนางก็รีบซอยเท้าปรี่เข้าไปคุกเข่าลงตรงหน้าโม่อวิ๋นถิง

“ชิงหลีได้ยินมาว่าท่านอ๋องเป็นคนที่มีความเที่ยงธรรมและเป็นกลาง มีความตงฉินมากที่สุดแล้ว ท่านจะไม่ยอมปล่อยคนร้ายที่ทรยศให้หนีไปได้ แล้วก็จะไม่มีทางใส่ร้ายผู้บริสุทธิ์ใด ๆ ทั้งนั้น นอกจากนี้ท่านยังเป็นผู้พิทักษ์สันติราษฎ์ที่สมควรได้รับเกียรติในแคว้นต้าจิ้นของเราอีกด้วยเพคะ”

ซูชิงหลีกล่าวชื่นชมยกย่องเขายกใหญ่ เมื่อเห็นว่าโม่อวิ๋นถิงไม่ได้ดูโกรธเคือง นางถึงได้พูดต่ออีกว่า

“ชิงหลีไม่ใช่ฆาตกรนะเพคะ ขอท่านอ๋องให้เวลาข้าน้อยสามชั่วยามในการหาฆาตกรตัวจริง หากไม่สามารถจับฆาตกรตัวจริงมาได้ ชิงหลีจะยอมให้ท่านอ๋องจัดการอย่างไรก็ได้เลยเพคะ”

โม่อวิ๋นถิงมองไปที่ซูชิงหลีที่กำลังคุกเข่าต่อหน้าเขาด้วยความเคารพ โดยที่ไม่แสดงสีหน้าใด ๆ ออกมาเลยสักนิด การที่จะให้เขาเป็นคนทวงความยุติธรรมให้ก็ถือว่าเป็นเรื่องไร้สาระมากพออยู่แล้ว แต่นางยังจะยกย่องว่าเขาเป็นคนมีความเที่ยงธรรมเป็นกลาง แล้วก็มีความตงฉินอีกอย่างนั้นหรือ

ทุกคนต่างก็คิดว่าเขาเป็นสัตว์ประหลาดที่เกิดมาพร้อมกับดวงตาที่แปลกประหลาดกันทั้งนั้น อีกทั้งยังเป็นสัตว์ประหลาดกระหายเลือดที่เย็นชาและโหดร้ายอีกด้วย แต่ซูชิงหลีกลับบอกว่าเขาเป็นผู้พิทักษ์สันติราษฎ์ของแคว้นต้าจิ้นเสียอย่างนั้น นี่นางเยาะเย้ยเขาอยู่ใช่หรือไม่

เขาหรี่ตาลง เจตนาฆ่าถูกปล่อยออกมา

ซูชิงหลีเงยหน้าขึ้นสบตากับโม่อวิ๋นถิง ในแววตาของนางไม่มีร่องรอยของการเยาะเย้ยอยู่เลยสักนิดเดียว มีเพียงแค่ความจริงใจและความมุ่งมั่นเด็ดขาดเท่านั้น

“หวังว่าท่านอ๋อง จะให้โอกาสชิงหลีได้พิสูจน์ความบริสุทธิ์ของตนเองสักครั้งนะเพคะ!”

ซูชิงหลีเป็นคนแรกเลยที่กล้าสบตากับเขา!

เมื่อเห็นในความกล้าหาญของนาง เขาจึงให้โอกาสนางสักครั้งหนึ่ง เขาก็อยากจะเห็นเหมือนกันว่า ซูชิงหลีจะจัดการกับสถานการณ์ที่เลวร้ายเช่นนี้ได้อย่างไร

“ในเมื่อเจ้ายืนกรานถึงเพียงนี้ ข้าก็จะให้โอกาสเจ้าสักครั้ง ภายในสามชั่วยาม หากเจ้าไม่สามารถหาหลักฐานมาพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของเจ้าได้ ข้าจะส่งเจ้าไปที่แท่นประหารหัวด้วยตัวของข้าเอง”

หลังจากได้รับการอนุญาตจากโม่อวิ๋นถิงแล้ว ซูชิงหลีก็รู้สึกมั่นใจขึ้นมาทันที

“ท่านอ๋องได้โปรดปิดกั้นจวนโหวชิ่งหยางด้วยเถิดเพคะ ในสามชั่วยามนี้ ห้ามผู้ใดเข้าหรือออกจวนของโหวชิ่งหยางทั้งสิ้น”

โม่อวิ๋นถิงแค่ทำการโบกมือขึ้นมา ทันใดนั้นองครักษ์ชุดดำก็รีบเข้ามาล้อมจวนของโหวชิ่งหยางเอาไว้อย่างรวดเร็ว ทุกคนต้องการจะคัดค้าน แต่แล้วเมื่อเห็นสีหน้าที่เย็นชาของโม่อวิ๋นถิง พวกเขาก็ทำได้เพียงกลืนความไม่พอใจทั้งหมดลงไป

“หม่อนฉันจะไปตรวจดูศพเพคะ” ซูชิงหลีมองไปที่โม่อวิ๋นถิง นางรู้ว่าผู้คนที่อยู่ที่นี่ต่างก็เกรงกลัวโม่อวิ๋นถิงกันทั้งนั้น ไม่มีใครกล้าทำอะไรกับโม่อวิ๋นถิง แต่กลับแอบลอบทำร้ายนาง!

ผู้ที่อยู่เบื้องหลังเลือกนางเป็นเป้าหมายของการใส่ร้าย คนที่พวกเขาต้องการจะจัดการเกรงว่าจะเป็นจวนเสนาบดีที่อยู่เบื้องหลังนางเสียมากกว่า อีกอย่างนางก็ต้องการให้คนของโม่อวิ๋นถิงเป็นพยานให้นางด้วย เพื่อจะได้ยืนยันได้ว่าหลักฐานที่นางพบนางไม่ได้เป็นคนทำขึ้นมาแต่อย่างใด

“ซวนยี เจ้าไปกับนาง หากใครกล้ามาขวาง ฆ่าได้เลยโดยไม่ต้องปรานีใด ๆ”

“พ่ะย่ะค่ะ”

ซูชิงหลีเดินไปที่ห้องของฮูหยินของท่านโหวชิ่งหยางในทันที แต่แล้วตอนที่นางเพิ่งก้าวไปได้แค่สองก้าว นางก็ได้ยินเสียงของโม่อวิ๋นถิงพูดขึ้นมาว่า

“ซูชิงหลี หากเจ้ากล้าหลบหนี ทุกคนในตระกูลซูจะมีความผิดไปด้วยเช่นกัน”

“ท่านอ๋องวางใจเถิดเพคะ ชิงหลีจะไม่มีวันหนีไปไหนอย่างแน่นอน”

คุณอาจจะชอบ

ภาพปกนิยายเรื่อง คุณชายลงจากสวรรค์
8.5
ความเชื่อมั่นที่ธิชามีต่อคุณชายธาวินแห่งตระกูลธนาภูวนัตถ์ต้องจบลงเมื่อเธออายุสิบแปดปี ชายผู้เคยปกป้องเธอได้แปรเปลี่ยนเป็นคนโหดร้ายที่กักขังและมองเธอเป็นเพียงของเล่นไร้ค่า ชีวิตของหญิงสาวจมดิ่งสู่วังวนแห่งความมืดมน ทว่าโชคชะตาก็นำพาบุรุษลึกลับเข้ามาประดุจแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์ เขาหยิบยื่นความหวังเพื่อฉุดรั้งเธอจากขุมนรก แต่สิ่งที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังความรักนั้นคือคมหนามที่พร้อมจะทิ่มแทง การรับความช่วยเหลือจากเขาอาจนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงที่จะพลิกผันชีวิตของเธอไปตลอดกาล
ภาพปกนิยายเรื่อง สาวร้ายกลายเป็นพระชายาผู้ทรงอำนาจ
9.7
เมื่อโชคชะตากำหนดให้เสวียชิงอินเป็นตัวละครที่ต้องพบจุดจบอย่างน่าเวทนา นางจึงปฏิเสธเส้นทางนั้นและผูกวาสนากับเหอจวิ้นถิง อ๋องเสวียนผู้ดุดันและมีอนาคตต้องจบชีวิตกลางไฟสงคราม เป้าหมายของนางคือการเป็นสตรีหม้ายที่ร่ำรวย ทว่าแผนการกลับพลิกผันเมื่อบุรุษที่ใครต่างหวาดกลัวกลับมอบความรักอันลึกซึ้งและคอยปกป้องนาง ท่ามกลางเกมการเมืองที่เต็มไปด้วยเล่ห์เหลี่ยม นางมิใช่ผู้เฝ้ารอผลประโยชน์อีกต่อไป แต่กลายเป็นดวงใจของเขา ทั้งสองหลอมรวมเป็นเกราะกำบังให้กันและกัน ก้าวข้ามขีดจำกัดของบทประพันธ์เดิม สู่การสร้างตำนานรักที่เกรียงไกร
ภาพปกนิยายเรื่อง ข้ามภพเป็นเมียตัวร้าย
9.5
แพทย์ทหารหญิงหลุดเข้ามาในนิยาย กลายเป็นภรรยาที่ถูกลิขิตให้ตายของบุรุษอำมหิตผู้พร้อมทำลายล้างทุกสิ่งเพื่อล้างแค้นให้บุตรชาย เพื่อพลิกชะตากรรมมรณะ นางจึงยื่นข้อตกลงกับสามีจอมโหด โดยอาสารักษาขาที่พิการของเขาให้กลับมาเดินได้ แลกกับหนังสือหย่าและอิสรภาพ ทว่าระหว่างการรักษา นางต้องสวมบทบาทมารดาเพื่อฟูมฟักลูกชายฝาแฝดทั้งสี่ให้เติบโตอย่างปลอดภัย พร้อมกับดูแลสามีอันตรายผู้นี้อย่างใกล้ชิด การดิ้นรนเพื่อเปลี่ยนตอนจบของเรื่องราวและเอาชีวิตรอดจากเงื้อมมือปีศาจร้ายจึงได้เปิดฉากขึ้น
ภาพปกนิยายเรื่อง ทะลุมิติพร้อมมิติน้ำพุวิเศษ กลายเป็นเมียตัวร้ายของเสนาบดี
6.7
ชะตากรรมนำพาซ่งจิ่นข้ามเวลามาสวมบทเป็นหญิงใจทรามในนิยาย ท่ามกลางยุคภัยพิบัติหนาวเหน็บ เจ้าของร่างเดิมเคยก่อกรรมด้วยการทิ้งสามีพิการและขายลูกเลี้ยงทั้งสี่เพื่อเอาตัวรอด โดยไม่รู้เลยว่าอนาคตเด็กเหล่านั้นจะกลายเป็นผู้กุมอำนาจ และสามีจะก้าวขึ้นเป็นมหาเสนาบดีผู้ยิ่งใหญ่ เมื่อได้ชีวิตใหม่ ซ่งจิ่นปฏิเสธที่จะเดินตามรอยเดิม เธอใช้ความเชี่ยวชาญด้านการแพทย์และมิติน้ำพุศักดิ์สิทธิ์เป็นเครื่องมือพลิกสถานการณ์ หญิงสาวมุ่งมั่นแก้ไขความผิดพลาด หันมาปกป้องดูแลครอบครัวให้รอดพ้นจากความหิวโหย จากสตรีที่เคยถูกประณาม เธอจะใช้สองมือนี้ก้าวขึ้นเป็นภรรยาที่เคียงข้างท่านเสนาบดีอย่างสง่างาม
ภาพปกนิยายเรื่อง ท่านอ๋องอย่านะ
8.9
ท่านอ๋องผู้โหดเหี้ยมและชิงชังสตรีเปลี่ยนไปราวคนละคนเมื่อสมรสกับคุณหนูหกจวนแม่ทัพ แม้ผู้อื่นจะเห็นความเจ้าเล่ห์ของพระชายา แต่ในสายตาสวามีนางคือสตรีบอบบางเสมอ แม้นางจะคว้าไม้ตีรัชทายาทหรือด่าทอคนจนกระอักเลือด พระองค์ก็ยังห่วงว่าภรรยาจะถูกรังแก แท้จริงแล้วเบื้องหลังความไร้เดียงสานั้น นางคืออัจฉริยะทางการแพทย์และกุนซือผู้สยบกองทัพนับแสนได้ในพริบตา ความหลงใหลหน้ามืดตามัวของท่านอ๋องทำเอาเหล่าทหารสับสนหนัก พวกเขาต่างตั้งคำถามว่าสตรีผู้อ่อนแอที่เจ้านายพร่ำเพ้อถึงนั้นเคยมีอยู่จริงหรือไม่
ภาพปกนิยายเรื่อง ทะลุมิติเป็นแม่ม่าย กลายเป็นแม่ของลูกตั้งเจ็ดคน!
7.3
เหยียนชิงชิง ผู้บริหารสาวจากยุคปัจจุบันทะลุมิติมาเป็นหญิงม่ายตั้งครรภ์ที่ต้องเลี้ยงดูลูกอีกเจ็ดชีวิต เธอต้องรับมือกับญาติสามีที่แสนโลภและจ้องเอาเปรียบทุกทาง หญิงสาวไม่ยอมเป็นเหยื่อให้ใครกดขี่ จึงตัดสินใจขอแยกบ้านอย่างเด็ดเดี่ยว เธอใช้ประสบการณ์และไหวพริบทางธุรกิจที่เฉียบคมเพื่อปกป้องครอบครัวและต่อกรกับความอยุติธรรม เรื่องราวการพลิกชะตานี้เต็มไปด้วยความเข้มข้น เมื่อเธอต้องใช้สมองยกระดับความเป็นอยู่ของลูกๆ พร้อมทั้งนำพาหมู่บ้านที่ยากไร้ให้ก้าวไปสู่ความมั่งคั่งอย่างยั่งยืน