APKDock Logo
รายชื่อตอน
แชร์
ภาพปกนิยายเรื่อง เมียไร้รัก

เมียไร้รัก

เมื่อการแต่งงานปราศจากความรัก ชีวิตคู่จึงแปรเปลี่ยนเป็นฝันร้ายอันแสนทรมาน เมื่อสามีแสดงท่าทีรังเกียจภรรยาอย่างรุนแรง เขาตราหน้าว่าเธอเป็นคนสกปรกเพียงเพราะเคยเก็บขยะขาย ทั้งยังขับไล่เธอออกจากห้องด้วยความขยะแขยง แม้ว่าเธอจะถูกผลักจนล้มลงได้รับบาดเจ็บ แต่เขากลับไร้ซึ่งความเมตตา ซ้ำยังใช้ถ้อยคำดูถูกเหยียดหยามทำร้ายจิตใจ และข่มขู่จะโยนเธอออกไปนอกบ้านอย่างไม่ใยดีต่อความเจ็บปวด ท่ามกลางความเกลียดชังและการทารุณกรรมทางใจที่ทวีความรุนแรงจนยากจะแบกรับ
รายชื่อตอน
แชร์

ตอน 3

เมษา...

"คุณยายคะคุณยาย" ฉันเรียกคุณยายพร้อมกับประคองศีรษะของท่านที่ตอนนี้ยังไม่รู้สึกตัวใบหน้าของท่านซีดมากจนน่าเป็นห่วง ดูจากลักษณะการแต่งกายแล้วท่านน่าจะมาวิ่งออกกำลังกายแล้วเกิดเป็นลม ดูๆแล้วอายุของท่านน่าจะพอๆกับยายของฉัน ฉันหยิบยาดมออกมาจากกระเป๋ากางเกงที่ฉันมักจะพกติดตัวอยู่เป็นประจำเพราะเวลาเดินหาของเก่ากับยายแล้วอากาศมันร้อนอบอ้าวจนแทบจะเป็นลมฉันก็ได้มันคอยบรรเทาอาการฉันจึงพกเอาไว้ตลอดจนติดเป็นนิสัย ฉันเอายาดมให้ท่านดมจากนั้นฉันหันซ้ายหันขวาเพื่อมองหาคนช่วยแต่ตรงที่ฉันกับคุณยายอยู่มันไม่มีคนเดินผ่านเลยเพราะคนไปออกันอยู่ที่ลานกิจกรรมเพราะมีการแสดงการออกกำลังของผู้สูงอายุฉันก็เลยตะโกนออกไปอย่างสุดเสียงเพื่อให้คนอื่นที่อยู่ภายในบริเวณสวนสาธารณะได้ยิน

"ช่วยด้วยค่า ช่วยด้วยค่ามีคนเป็นลมทางนี้ค่า!!!!" ฉันตะโกนไปก้มมองหน้าคุณยายไปไม่นานจากนั้นก็มีผู้หญิงวัยกลางคนอีกคนหนึ่งวิ่งมาหน้าตาตื่นมา

"ทางนี้ค่า" ฉันโบกมือกวักมือเรียกเพราะกลัวจะไม่เห็น

"คุณท่านคะคุณท่าน คุณท่านเป็นอะไรคะ" หญิงวัยกลางคนอายุน่าจะประมาณห้าสิบปีพอเห็นคุณยายก็มีสีหน้าตกใจซึ่งฉันคิดว่าคงจะเป็นญาติ

"คุณป้าเป็นญาติของคุณยายเหรอคะ"

"ป้าเป็นคนดูแลคุณท่านน่ะ คุณท่านคะคุณท่าน คุณท่าน" หญิงวัยกลางคนพยายามเรียกแต่คุณยายก็ไม่ฟื้นสักทีจนฉันคิดว่าถ้าปล่อยไว้อาจจะแย่เพราะท่านก็แก่มากแล้ว

"เอ่อหนูว่าคุณป้าเรารีบพาคุณยายไปโรงพยาบาลก่อนดีกว่านะคะ" ฉันบอกกับหญิงวัยกลางคนที่ตอนนี้เหมือนกำลังทำอะไรไม่ถูกท่านคอยจับคอยบีบมือคุณยายตลอดเวลา

"ใช่ๆเราต้องพาคุณท่านไปโรงพยาบาลเดี๋ยวป้าโทรเรียกคนขับรถก่อนนะน่าจะอยู่แถวนี้ หนูช่วยประคองคุณท่านไว้ทีนะ" ฉันพยักหน้าจากนั้นหญิงวัยกลางคนก็หยิบมือถือขึ้นมาแล้วกดโทรหาคนช่วยซึ่งน่าจะเป็นขับรถตามที่บอก จากนั้นไม่นานก็มีชายวัยกลางคนสวมชุดซาฟารีสีน้ำเงินวิ่งกระหืดกระหอบเข้ามาก่อนจะอุ้มคุณยายที่ยังไม่รู้สึกตัวไปยังรถตู้สีขาวที่จอดอยู่ไม่ไกล หลังจากที่เห็นว่าคุณยายถูกนำตัวขึ้นรถแล้วฉันก็หมดห่วงไปเปลาะหนึ่งกำลังจะไปหางานต่อแต่...

"หนูอย่าเพิ่งไป" คุณป้าท่านจับมือฉันเอาไว้แล้วมองหน้าฉัน หรือท่านคิดว่าฉันขโมยของๆคุณยาย

"เอ่อคือหนูไม่ได้โขมยอะไรของคุณยายนะคะไม่เชื่อค้นตัวหนูได้เลยค่ะ" ฉันยื่นกระเป๋าสะพายของตัวเองที่มีเอกสารการสมัครงานกับปากกาเท่านั้น

"ป้าไม่ได้คิดแบบนั้นเลยลูก ป้ากำลังจะบอกว่าให้หนูไปที่โรงพยาบาลกับป้าด้วยกัน"

"ไปโรงพยาบาลเหรอคะ??"

"ใช่จ๊ะเพราะหนูคือคนที่ช่วยคุณท่านเอาไว้"

"เอ่อคือว่าหนูกำลังจะไปสมัครงานค่ะ หนูคงไปด้วยไม่ได้จริงๆ" ฉันบอกคุณป้าไปตามความจริงว่าฉันต้องไปหางานทำแต่คุณป้าท่านก็ไม่ฟังดึงมือฉันขึ้นรถมาจนได้

"เรื่องนั้นค่อยว่ากันนะลูก หนูไปกับป้าก่อนนะเพราะป้ากลัวว่าเราจะไม่ได้เจอกันอีก"

ที่โรงพยาบาล....

เรามาถึงโรงพยาบาลในเวลาอันรวดเร็วเพราะมีรถพยาบาลนำทางมาตลอด และตอนนี้ฉันกับคุณป้าและคนขับรถนั่งรอกันหน้าห้องฉุกเฉิน จนเวลาผ่านไปประมาณครึ่งชั่วโมงคุณหมอกับคุณพยาบาลก็เดินมาบอกว่าคุณยายปลอดภัยแล้วและกำลังจะพาคุณยายไปห้องพักฟื้น จากนั้นคุณป้าก็จูงมือฉันเดินตามรถเข็นที่คุณยายนอนอยู่มายังห้องพักฟื้นชั้นวีไอพี ฉันมองไปรอบๆห้องด้วยความตื่นเต้นเพราะห้องหรูหรามากเหมือนไม่ใช่ห้องในโรงพยาบาลมันเหมือนห้องพักในโรงแรมห้าดาวที่ฉันเคยไปรับทำงานพาร์ทไทม์เป็นแม่บ้านทำความสะอาดห้องพัก ฉันนั่งอยู่ที่โซฟามุมห้องกับคุณป้ายพร้อมกับมองไปที่เตียงคนไข้ที่มีคุณหมอกับพยาบาลที่กำลังใส่สายน้ำเกลือให้คุณยาย

"อีกสักพักคุณหญิงท่านก็น่าจะฟื้นครับเพราะท่านไม่ได้เป็นอะไรมาก"

"ขอบคุณนะคะคุณหมอ" คุณป้ายกมือไหว้คุณหมอที่มีอายุน้อยกว่าจนคุณหมอต้องรีบรับไหว้แทบไม่ทันก่อนจะออกไปจากห้องเหลือทิ้งไว้แค่ฉันกับคุณป้าแล้วก็คุณยายที่ยังนอนหลับอยู่

หนึ่งชั่วโมงต่อมา...

"ขอบใจหนูมากเลยนะที่ช่วยฉันไว้ถ้าไม่ได้หนูฉันคงแย่" คุณยายขอบคุณฉันหลังจากที่ท่านฟื้นและคุณป้าเล่าให้ท่านฟังว่าฉันเป็นคนช่วยท่านเอาไว้ตอนที่ท่านเป็นลม

"ไม่เป็นไรค่ะคุณยาย หนูเต็มใจช่วยถึงต่อให้ไม่ใช่หนูถ้าเป็นคนอื่นมาเจอคุณยายเป็นลมเขาก็ต้องช่วยคุณยายเหมือนกันค่ะ"

"แต่ยังไงฉันก็ขอบใจหนูอยู่ดีนั่นแล่ะว่าแต่หนูชื่ออะไรจ๊ะ"

"หนูชื่อเมษาค่ะ"

"หนูเมษาจ๊ะฉันจะอยากตอบแทนหนูที่ช่วยชีวิตฉันเอาไว้ รำภาเธอหยิบกระเป๋าออกมาให้ฉันที"

"ได้ค่ะคุณท่าน" ฉันมองไปที่คุณป้าที่ชื่อรำภาท่านลุกไปหยิบกระเป๋าหนังสีน้ำตาลแล้วเดินมาที่เตียงคนไข้ จากนั้นคุณยายก็หยิบสมุดเล่มเล็กๆออกมาที่ฉันไม่รู้ว่ามันคือสมุดอะไรท่านเขียนบางอย่างลงไปก่อนจะฉีกมันออกมายื่นให้ฉัน

"อะไรเหรอคะ" ฉันถามโดยที่ยังไม่ได้ยื่นมือไปรับ

"เช็คเงินสดหนึ่งแสนบาทจ๊ะ ฉันให้เป็นรางวัลตอบแทนความดีของหนู"

"ไม่เป็นไรค่ะคุณยายหนูเต็มใจช่วยไม่ได้หวังสิ่งตอบแทน" ฉันรีบปฏิเสธทันทีถึงมันจะเป็นเงินจำนวนเยอะที่ชาตินี้ทั้งชาติฉันคงหาที่ไหนไม่ได้แต่ฉันไม่อยากได้เพราะฉันช่วยท่านไม่ได้หวังเงินทองของรางวัลอะไร

"คุณท่านให้ก็รับไว้เถอะ ถ้าไม่ได้หนูช่วยป่านนี้คุณท่านคงจะอาการแย่กว่านี้"

"ไม่เอาค่ะ หนูไม่รับจริงๆค่ะ" ฉันปฏิเสธแต่คุณป้าก็ไม่ยอมท่านเดินไปหยิบเช็คเงินสดในมือของคุณยายแล้วมาเอามาใส่มือฉัน

แอร๊ดดดดดดดดด

"คุณย่า!!!" ฉันหันไปตามเสียงพร้อมกับมองคนที่เข้ามาใหม่คุณป้ารำภาอาศัยจังหวะนี้เอาเช็คยัดใส่มือฉันทันทีทำให้ตอนนี้เช็คเงินสดจำนวนหนึ่งแสนบาทอยู่ในมือของฉันเรียบร้อยแล้ว

"คุณป้าคะคืออหนูไม่.." ฉันกำลังจะยื่นเช็คคืนแต่คุณป้ารำภาท่านไม่ยอมรับคืน

"คุณย่าเป็นยังไงบ้างครับ" ฉันมองตามผู้ชายแต่งตัวภูมิฐานที่เดินมายืนตรงข้ามคนละฝั่งกับฉัน

"ย่าไม่เป็นอะไรลูก" จากสรรพนามที่เรียกผู้ชายคนนี้น่าจะเป็นหลานชายของคุณยาย

"ผมตกใจแทบแย่จนต้องรีบออกมาจากห้องประชุมตอนที่รู้ว่าคุณย่าเป็นลมจนต้องเข้าโรงพยาบาล"

"ย่าไม่เป็นอะไรมากหรอกลูก ย่าแค่ไปวิ่งออกกำลังกายแล้วทีนี้แดดมันร้อนย่าก็เลยเป็นลม" ท่านพูดกับหลานของท่านด้วยน้ำเสียงอบอุ่น ทำให้ฉันคิดถึงยายของฉันท่านก็พูดกับฉันด้วยน้ำเสียงแบบนี้ แล้วจู่ๆ น้ำตาของฉันก็ไหลออกมาเพราะคิดถึงยาย ฉันรีบเช็ดน้ำตาของตัวเองทันทีเพราะตอนนี้ฉันอยู่ท่ามกลางคนที่ฉันไม่รู้จักเลยแม้แต่คนเดียว

"ต่อไปผมสั่งห้ามเลยนะครับห้ามคุณย่าไปออกกำลังกายข้างนอกอีกเด็ดขาด สนามหญ้าบ้านเราก็ออกจะกว้างคุณย่าไม่จำเป็นต้องไปวิ่งออกกำลังกายข้างนอกเลย ถ้าคราวนี้ไม่มีคนช่วยแล้วคุณย่าเป็นอะไรไปผมจะทำยังไงครับ"

"เป็นความผิดของป้าเองค่ะคุณไทด์ที่ไม่ดูแลคุณท่านอย่างใกล้ชิด" คุณป้ารำภาเอ่ยโทษตัวเอง

"ไม่ใช่ความผิดของเธอหรอกรำภา ฉันเป็นคนสั่งให้เธอนั่งรอไม่ต้องเดินตาม"

"แต่ถึงยังไงหน้าที่ดูแลคุณท่านก็เป็นหน้าที่ของรำภานี่คะ"

"เอาล่ะครับไม่ต้องโทษกันไปมาผิดกันทั้งคู่นั่นแล่ะทั้งคุณย่าทั้งป้ารำภา" ฉันลอบมองชายหนุ่มที่ดุคนสูงวัยทั้งสองคนด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล

"แล้วนี่ไทด์มาคนเดียวเหรอลูก พีเจล่ะ"

"มันยังไม่เข้าบ้านเลยครับโทรไปก็ปิดเครื่องสงสัยนอนที่คอนโดยังไม่ตื่น"

ติดตามชมต่อ!
เนื้อหากำลังเข้มข้น! สลับไปที่แอปเพื่ออ่านต่อ
ปลดล็อกทุกตอน
เปิดเว็บไซต์อย่างเป็นทางการ

คุณอาจจะชอบ

ภาพปกนิยายเรื่อง เกิดใหม่สุดยอดตัวประกอบผู้ร่ำรวยในยุค80
8.2
เมื่อนักศึกษาสาวระดับหัวกะทิแห่งศตวรรษที่ 21 ต้องข้ามมิติมาเกิดใหม่เป็นเพียงลูกเลี้ยงในบ้านของนางเอกในนิยายยุค 80 แต่โชคชะตากลับไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ เมื่อเธอตื่นขึ้นมาเผชิญหน้ากับวิกฤตครั้งใหญ่ในฉากที่ตนเองกำลังถูกวางแผนทำลายชื่อเสียงอย่างย่อยยับ โดยการจัดฉากให้เธอไปอยู่บนเตียงเดียวกับตัวร้ายอันดับหนึ่งเพื่อรอให้คนมาจับผิดและประจานความฉาวโฉ่ครั้งนี้ เธอจึงต้องเค้นเอาความฉลาดที่มีทั้งหมดมาใช้เพื่อเอาชีวิตรอดจากแผนการร้ายที่เผชิญอยู่ และมุ่งมั่นที่จะพลิกชะตากรรมของตัวประกอบสุดร่ำรวยคนนี้ให้รอดพ้นจากโศกนาฏกรรมให้สำเร็จ
ภาพปกนิยายเรื่อง ซ่อนรักปถวี
9.1
ชีวิตของฟาสต้องพลิกผันสู่ความมืดมิด เมื่อเธอเผอิญไปรับรู้ความลับสุดยอดที่ไม่ควรรู้ จนถูกปถวีจับตัวมาเค้นหาความจริงด้วยความเกรี้ยวกราด แม้หญิงสาวจะพยายามปฏิเสธทั้งน้ำตาด้วยความหวาดกลัว ท่ามกลางร่องรอยบอบช้ำจากการถูกใช้กำลังคุกคาม แต่ชายหนุ่มกลับยิ่งบันดาลโทสะอย่างบ้าคลั่งโดยไม่สนหน้าไหนทั้งสิ้น ปถวีในเวลานี้แปรเปลี่ยนไปเป็นคนละคนจนฟาสไม่เหลือเค้าความทรงจำเดิมที่เคยรู้จัก เขาตัดสินใจประกาศตัดความสัมพันธ์อย่างไร้เยื่อใย พร้อมทั้งเอ่ยปากข่มขู่เอาชีวิตเธออย่างโหดเหี้ยม เพียงเพื่อจะฝังความลับนั้นให้ตายไปกับเธอ
ภาพปกนิยายเรื่อง โซ่รักโซ่เสน่หา
8.1
ความสัมพันธ์ที่เคยแตกหักในอดีตกำลังจะเริ่มต้นใหม่อีกครั้ง เมื่อนางเอกที่เคยตัดสินใจเดินจากไปจากพระเอกโดยไม่รู้ตัวเลยว่าเธอได้อุ้มท้องสายเลือดของเขาไปด้วย เวลาล่วงเลยผ่านไปจนกระทั่งโชคชะตาได้นำพาให้คนทั้งสองได้กลับมาเจอกันโดยบังเอิญ ในตอนที่ลูกสาวตัวน้อยของพวกเขาเติบโตขึ้นจนมีอายุได้สี่ขวบแล้ว ท่ามกลางวิถีชีวิตคนเมืองยุคปัจจุบันอันแสนอบอุ่นและเต็มไปด้วยความทรงจำในอดีต ลูกสาวคนนี้จะกลายมาเป็นโซ่ทองคล้องใจที่จะช่วยเชื่อมประสานรอยร้าวและผูกพันหัวใจของพ่อกับแม่ให้กลับมาเคียงคู่กันเป็นครอบครัวที่สมบูรณ์อีกครั้ง
ภาพปกนิยายเรื่อง รักต้องลุ้น คุณเจ้านายสุดหล่อ
9.6
จอมขวัญตกหลุมรักมัฆวัฒน์ นักธุรกิจหนุ่มลูกครึ่งมาดเนี้ยบตั้งแต่แรกเห็นในงานเลี้ยงวันเกิดของเพื่อน จนถึงขั้นประกาศตัวว่าต้องการเคียงคู่และใช้นามสกุลร่วมกับเขา โชคชะตาเป็นใจส่งให้เธอได้เข้ามาทำงานในฐานะเลขาฯ ส่วนตัว ทว่าความเย็นชาและท่าทีดุดันของเจ้านายหนุ่มกลับทำให้เธอเริ่มท้อแท้จนคิดจะถอยห่าง แต่ในยามที่เธอเตรียมจะตัดใจ มัฆวัฒน์ผู้เคยบ้างานและไม่เคยสนใจใครกลับเริ่มหวั่นไหวไปกับความสดใสของจอมขวัญจนถอนตัวไม่ขึ้น เมื่อรู้ว่าเธอกำลังจะเดินจากไป เขาจึงต้องทำทุกวิถีทางเพื่อเหนี่ยวรั้งเธอไว้และไม่ยอมให้เธอหายไปจากชีวิต
ภาพปกนิยายเรื่อง รักดุจสายน้ำ [ Way to love ]
9.8
ความรู้สึกที่ลำธารมีให้หัสพานั้นลึกซึ้งเกินกว่าจะถอนตัวได้ทัน มันฝังลึกราวกับเป็นอวัยวะสำคัญที่หากสูญเสียไปคงต้องเจ็บปวดเจียนตาย เมื่อเธอได้รับข้อความถามไถ่เรื่องของฝากก่อนที่เขาจะเดินทางไปข้างนอกเพียงลำพัง หัวใจของเธอกลับต้องแตกสลาย เพราะรู้ดีแก่ใจว่าตนเองไม่มีสิทธิ์ร่วมทางไปในทริปนี้เลย แม้การดึงดันตามไปจะทำให้ต้องปวดร้าวเมื่อเห็นเขาเคียงคู่กับผู้หญิงคนอื่น แต่เธอก็ยังคงเฝ้าหวังว่าจะได้รับเศษเสี้ยวเวลาเล็กๆ เพื่อที่จะได้อยู่กับเขาเพียงสองคน ทว่าในความเป็นจริงแล้ว ลำธารทำได้เพียงซ่อนความปรารถนาทั้งหมดนั้นไว้ในซอกลึกของความฝันที่ไม่มีวันกลายเป็นจริงขึ้นมาได้เลย
ภาพปกนิยายเรื่อง รักไม่ได้ถ้าไม่ร้ายแบบนี้
9.8
ความสัมพันธ์ชั่วข้ามคืนสุดเร่าร้อนเริ่มต้นขึ้นจากความเข้าใจผิดอันใหญ่หลวง เมื่อชายหนุ่มตื่นขึ้นมาพบว่าหญิงสาวที่เขาร่วมเตียงด้วยไม่ใช่เด็กไซด์ไลน์ที่ผู้ช่วยเตรียมไว้ให้ เธอรีบหนีหายไปอย่างรวดเร็ว ทิ้งไว้เพียงเงินสามพันบาทและกางเกงในซีทรูดูต่างหน้า ขณะเดียวกัน หญิงสาวที่เพิ่งสร่างเมาจากอาการเมาค้างก็เพิ่งตระหนักได้ว่าค่ำคืนอันแสนเร่าร้อนที่คิดว่าเป็นแค่ความฝันนั้นแท้จริงแล้วคือเรื่องจริง เธอจึงตัดสินใจทิ้งเงินค่าทิปไว้แล้วรีบหนีออกมาทันที โดยที่เธอไม่รู้เลยว่าแท้จริงแล้วเขาเป็นใคร ความผิดพลาดในคืนนั้นกำลังจะนำพาความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่มาสู่ชีวิตของเขาทั้งสองคนไปตลอดไปตลอดกาล