APKDock Logo
รายชื่อตอน
แชร์
ภาพปกนิยายเรื่อง ลิขิตหงส์ฟ้าชะตารัก แคว้นเว่ย

ลิขิตหงส์ฟ้าชะตารัก แคว้นเว่ย

เมื่อหลี่เหมยลี่ นักธุรกิจหญิงผู้ประสบความสำเร็จอย่างสูง ต้องหลุดมิติเข้าไปผจญภัยในโลกนิยาย ทว่าชะตากรรมของเธอกลับไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ เมื่อต้องสวมบทบาทเป็นตัวละครที่ถูกกำหนดให้เป็นเพียงเครื่องมือทางการเมืองของ เว่ยเหวินจิ้ง ทรราชผู้ไร้ความปรานี เขาวางแผนจะส่งเธอไปเป็นสนมของพระเอกเพื่อเป้าหมายในการทำลายล้างแคว้นเว่ย ในสถานการณ์ที่เต็มไปด้วยอันตรายรอบด้านและการต่อสู้แย่งชิงอำนาจอันซับซ้อนนี้ เธอไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องนำทักษะการเจรจาและกลยุทธ์ทางธุรกิจอันเฉียบคมทั้งหมดที่มี มาใช้เป็นอาวุธเพื่อเอาชีวิตรอดและพลิกเปลี่ยนชะตากรรมของตนเองให้จงสำเร็จ
รายชื่อตอน
แชร์

ตอน 3

หากตัดเรื่องทฤษฎี ความเป็นไปได้ทั้งหมดทิ้งไปล่ะก็ ตอนนี้หลิวลู่หลินก็คือหนึ่งในตัวละครจากเรื่องหงส์คู่บัลลังก์อย่างแน่นอน เพียงแต่ว่า…

หลิวลู่หลินในเรื่องนั้นเป็นชายารองของรัชทายาท นางไม่ถูกชะตากับนางเอก และตอนหลังยังอิจฉานางเอกที่ได้หัวใจของพระเอกไป ก็เลยพยายามหาเรื่องนางเอกตลอด และลอบทำร้ายนางเอกทุกครั้งที่มีโอกาส

หลิวลู่หลินเป็นคนของท่านแม่ทัพที่ภายหลังกลายเป็นอัครเสนาบดี มีอยู่ครั้งหนึ่งนางถูกอัครเสนาบดีจับได้ว่าใส่ยาปลุกกำหนัดลงในถ้วยชาของนางเอกและขังนางเอกไว้กับองครักษ์คนสนิทของพระเอก แต่กลายเป็นว่าคนที่อยู่ด้วยนางเอกคืนนั้นกลับกลายเป็นพระเอกเสียได้

เรื่องนี้ทำให้อัครเสนาบดีโกรธมากจึงสังหารนางทิ้งด้วยการรัดคอ และทำให้คนอื่นเข้าใจว่านางแขวนคอตายเพราะความหึงหวง ชีวิตหลิวลู่หลินนางร้ายเบอร์หนึ่งก็ปิดฉากลงเพียงเท่านี้

‘แต่ว่า… ตอนนี้ฉันคือ หลิวลู่หลิน ให้ตายเหอะ!!’

“คุณหนูเจ้าคะ ดื่มยาเจ้าค่ะ” หงซิ่งยื่นถ้วยยาสีดำที่มีไอสีขาวลอยขึ้นมาเป็นระลอก มาตรงหน้าหลิวลู่หลิน

นางรับถ้วยไว้แล้วเป่าเบาๆอยู่หลายครั้ง ก่อนจะยกขึ้นดื่มรวดเดียวหมด ภายใต้สายตาตกตะลึงของหงซิ่ง “คุณหนูช่างเก่งกาจยิ่ง”

“ก็แค่ดื่มยาไม่ใช่หรือ” นางยื่นถ้วยเปล่าคืนให้ แล้วลงจากเตียงเดินไปที่หน้ากระจกทองเหลือง

ใบหน้าเล็กๆ ดวงตารูปเมล็ดซิ่ง ปากนิดจมูกหน่อย ดูกระจุ๋มกระจิ๋มน่ารักน่าเอ็นดูเป็นอย่างยิ่ง ช่างขัดกับนิสัยร้ายกาจของเจ้าของร่างเดิมจริงๆ

หลิวลู่หลินถอนหายใจแล้วเริ่มเดินสำรวจไปรอบๆห้อง สิ่งของและเครื่องเรือนต่างๆ เป็นของที่ทำขึ้นอย่างประณีต แต่ละชิ้นหากนำไปขายคงได้ราคาไม่น้อยเลย ดูอย่างแจกันหยกใบใหญ่ที่สูงเลยศีรษะไปเล็กน้อยนั่น แล้วก็ฉากกั้นที่ปักลายดอกไม้ได้เหมือนของจริงนี่อีก

“คุณหนูกำลังหาอะไรอยู่หรือเจ้าคะ” หงซิ่งที่คอยเดินตามหลังอยู่ไม่ห่างถามขึ้นอย่างอดไม่ไหว

“หาของที่พอจะเปลี่ยนเป็นเงินได้น่ะ”

หงซิ่งรีบหยิบถุงผ้าใบเล็กออกมาจากในแขนเสื้อแล้วยื่นให้หลิวลู่หลินทันที “เงินของคุณหนูอยู่นี่เจ้าค่ะ”

นางมองถุงเล็กๆใบนั้นแล้วรับไปก่อนจะเปิดออกดู ด้านในมีเศษก้อนเงินเพียงไม่กี่ก้อน กับเหรียญที่มีรูตรงกลางไม่กี่เหรียญ ที่เหลือเป็นกระดาษที่ถูกพับไว้อย่างดีหลายแผ่นซ้อนกัน

“ทั้งหมดนี่เป็นเงินเท่าไหร่หรือ” แม้จะเอากระดาษเหล่านั้นออกมากางดูก็เข้าใจตัวอักษรเพียงไม่กี่ตัวเท่านั้น นี่คาดว่าคงจะเป็นตั๋วเงินกระมัง แต่เพราะเป็นอักษรจีนแบบตัวเต็มจึงทำให้อ่านหลายตัวไม่ออก

“สองพันหกร้อยสามสิบสี่ตำลึง กับห้าสิบสองอีแปะเจ้าค่ะ” หงซิ่งตอบอย่างฉะฉาน

“ตอนนี้บะหมี่หนึ่งชามราคาเท่าไหร่”

หงซิ่งมีสีหน้างงงวย “คุณหนูอยากกินบะหมี่หรือเจ้าคะ บ่าวจะรีบไปบอกห้องครัวใหญ่เจ้าค่ะ”

หลิวลู่หลินรีบห้ามหงซิ่งไว้ทันที “ไม่ใช่ ข้าแค่อยากรู้ว่าเงินที่มีอยู่ตอนนี้มากหรือน้อยเท่านั้น เอาอย่างนี้ ค่าแรงของเจ้าในแต่ละเดือนได้รับเท่าไหร่ เจ้าเป็นสาวใช้ประจำตัวข้า เงินเดือนคงไม่น้อยกระมัง”

หงซิ่งพยักหน้าเข้าใจ “บ่าวได้เงิน เดือนละห้าร้อยอีแปะเจ้าค่ะ หากเป็นสาวใช้ประจำตัวคุณหนูท่านอื่นได้เพียงสามร้อยอีแปะเท่านั้น ส่วนสาวใช้ประจำตัวฮูหยินจะได้แปดร้อยอีแปะเจ้าค่ะ แม่นมได้หนึ่งตำลึง แต่สาวใช้ของเหล่าไท่จวินได้หนึ่งตำลึงสามร้อยอีแปะเจ้าค่ะ”

“แล้วเงินเหล่านี้มาจากที่ใด” เงินตั้งสองพันกว่าตำลึงเชียวนะ เด็กเจ็ดแปดขวบจะมีปัญญาหาที่ไหนกัน

“นี่เป็นเงินที่เหล่าไท่จวินให้คุณหนูไปใช้จ่ายตอนออกไปเที่ยวเล่นข้างนอกเจ้าค่ะ ก่อนหน้านี้คุณหนูยังบ่นว่าน้อยไปด้วยซ้ำ ซื้อเครื่องประดับได้เพียงชุดเดียวเท่านั้น… หากว่าเมื่อวานไม่เกิดเรื่องขึ้นมาซะก่อน…” เสียงหงซิ่งเริ่มเบาลง เมื่อพูดถึงเรื่องตกน้ำ

“ช่างเถอะ หงซิ่งเจ้าเอาเครื่องประดับที่ข้าซื้อมาทั้งหมดไปขายทิ้งซะ”

หงซิ่งเบิกตาโตด้วยความตกใจ “คุณ…คุณหนูทำเช่นนั้นไม่ดีกระมัง”

“ทำไมหรือ ในเมื่อตอนนั้นข้าอยากซื้อข้าก็ซื้อ ตอนนี้ข้าอยากขาย เหตุใดจึงขายไม่ได้” หลิวลู่หลินแกล้งทำตัวเป็นเด็กน้อยเอาแต่ใจ

“เจ้าค่ะๆ บ่าวจะรีบไปจัดการเดี๋ยวนี้” หงซิ่งรับคำอย่างละล่ำละลัก ก่อนจะเดินไปเปิดลิ้นชักที่ตู้ด้านข้างโต๊ะเครื่องแป้ง แสงระยิบระยับจากเครื่องประดับมากมายสะท้อนเข้าตาหลิวลู่หลินทันที

‘เครื่องประดับพวกนี้สวยมากก็จริง แต่ไม่มีชิ้นไหนเหมาะกับเด็กเลยสักนิด รสนิยมของเด็กคนนี้ดูเหมือนจะสูงเกินตัวไปไกลเลยทีเดียว’ หลิวลู่หลินคิดพลางส่ายหน้า ก่อนจะเดินไปนั่งบนตั๋งนุ่มแล้วเปิดหน้าต่างออก

ลมหนาวภายนอกพัดเข้ามาปะทะใบหน้าอย่างจัง ทำให้นางหนาวสั่นไปทั้งตัว หงซิ่งที่กำลังจัดการกับพวกเครื่องประดับอยู่รีบวางของแล้วตรงมาปิดหน้าต่างทันที “คุณหนูยังไม่หายดี ห้ามโดนไอเย็นนะเจ้าคะ”

“ขอโทษด้วย ข้าไม่คิดว่าด้านนอกจะหนาวเย็นถึงเพียงนี้” หลิวลู่หลินห่อตัว แล้วถูมือไปมาก่อนจะเอามาแนบแก้มตนเอง

และเหมือนนางจะนึกอะไรบางอย่างได้ “ตอนนี้พี่ชายใหญ่เป็นอย่างไรบ้าง”

“คุณชายใหญ่ยังคุกเข่าอยู่ในศาลบรรพชนเจ้าค่ะ”

“เหตุใดจึงเป็นเช่นนั้นเล่า ในเมื่อข้าบอกท่านย่าแล้วนี่ว่าเขาไม่ได้ผลักข้าตกน้ำ แล้วยังจะลงโทษเขาอีกทำไม”

หลิวลู่หลินลุกขึ้นจากตั๋งนุ่มแล้วหยิบอาภรณ์ที่ค่อนข้างหนามาสวมทับบนร่างตนเพิ่มอีกหลายชั้น จนตอนนี้ตัวนางราวกับบ๊ะจ่างลูกหนึ่ง และกำลังจะเดินออกจากห้อง แต่กลับถูกหงซิ่งขวางไว้ “คุณหนูจะไปไหนเจ้าคะ”

“ไปศาลบรรพชน ข้าจะไปพาพี่ชายใหญ่ออกมา”

“ไม่ได้เจ้าค่ะ คุณหนูยังไม่หายดี ท่านหมอบอกว่าท่านยังต้องพักผ่อนและดื่มยาอีกเทียบนะเจ้าคะ”

“เช่นนั้นข้ากลับมาแล้วค่อยดื่มยา พักผ่อนก็ได้แล้ว เจ้าหลีกไปซะ” หลิวลู่หลินทำเสียงแข็งแล้ววิ่งอ้อมหงซิ่งไป

“คุณหนู!” หงซิ่งตกใจกับการกระทำของหลิวลู่หลินอย่างมาก แต่เมื่อได้สติก็รีบวิ่งตามนางออกไปทันที

“คุณหนู! คุณหนูเจ้าคะ! รอบ่าวด้วยเจ้าค่ะ”

เมื่อหงซิ่งวิ่งไปถึงสุดทางเดินก็พบว่าหลิวลู่หลินกำลังยืนกอดอกพิงกำแพงอยู่ “ข้าก็รอเจ้าอยู่นี่อย่างไร เอาล่ะ พาข้าไปศาลบรรพชนเถอะ”

หงซิ่งถึงกับปากอ้าตาค้างกับการกระทำของเจ้านายตนเอง และได้แต่เดินนำไปอย่างยอมจำนนพลางบ่นอุบอิบ “นี่ ข้าลืมไปได้อย่างไรว่าคุณหนูความจำเสื่อม”

หน้าศาลบรรพชนมีสาวใช้ร่างใหญ่สองคนยืนเฝ้าอยู่ และมีเด็กชายในชุดบ่าวคนหนึ่งกำลังคุกเข่าอ้อนวอนสาวใช้ทั้งสอง “ท่านป้าทั้งสองโปรดเมตตา ให้ข้าเอายาเข้าไปให้คุณชายด้วยเถอะขอรับ”

“ไม่ได้! ฮูหยินใหญ่สั่งไว้ว่าห้ามผู้ใดเข้าไปด้านในเด็ดขาด จนกว่าจะมีคำสั่งของเหล่าไท่จวิน ยังไงก็ให้เจ้าเข้าไปไม่ได้”เสียงเฉียบขาดของสาวใช้ร่างใหญ่ดังมาแต่ไกล

บ่าวชายตัวน้อยก้มลงโขกศีรษะพลางปาดน้ำตาอย่างน่าเวทนายิ่ง “ท่านป้า โปรดเมตตาด้วย”

หลิวลู่หลินรีบเดินเข้าไปตรงหน้าสาวใช้ทั้งสองและพูดอย่างวางอำนาจ “แม้แต่ข้าก็เข้าไปไม่ได้หรือไร!”

“คุณหนูรอง!!” ทั้งสามคนประสานเสียงกันอย่างตกใจ

“หลีกไป! ข้าจะเข้าไปข้างใน หากใครกล้าขวางข้าจะสั่งโบยมันผู้นั้นซะ!!” ท่าทางร้ายกาจของหลิวลู่หลินทำให้สาวใช้ทั้งสองถึงกับสะดุ้งและรีบหลีกทางให้แทบจะในทันที

นางปรายตามองบ่าวชายตัวน้อยที่คุกเข่าก้มหน้าตัวสั่นอยู่แวบหนึ่ง “เจ้าน่ะ! ช่างขัดหูขัดตายิ่งนัก ลุกขึ้นมาเดี๋ยวนี้!! ตามข้ามา”

บ่าวชายตัวน้อยสะดุ้งสุดตัวแต่กลับไม่ยอมลุกขึ้น หลิวลู่หลินจึงส่งสัญญาณให้หงซิ่งพยุงเขาขึ้นแล้วตามเข้าไปในศาลบรรพชน

ด้านในค่อนข้างหนาวเย็นและเต็มไปด้วยกลิ่นอับชื้น ตามทางเดินมีตะไคร่ขึ้นประปราย และถ้าสังเกตดีๆจะเห็นรอยหยดเลือดเป็นบางจุดด้วย

เมื่อเดินเข้ามาถึงโถงกราบไหว้ สิ่งแรกที่ปรากฏตรงหน้าคือแท่นบูชาและป้ายวิญญาณมากมาย ดูแล้วชวนขนหัวลุกเป็นอย่างยิ่ง

ตรงหน้าแท่นบูชามีเด็กชายคนหนึ่งนอนขดกายอยู่บนเบาะรองนั่ง หลังของเขาเต็มไปด้วยรอยเลือด เสื้อผ้าที่ใส่ทั้งเก่าทั้งบางและมีรอยขาดจนน่าสงสาร

นี่ใช่สภาพของคนที่ถูกเรียกว่าคุณชายที่ไหนกัน หากบอกว่าเป็นขอทานยังจะน่าเชื่อถือกว่า

“คุณชาย! คุณชายขอรับ…อึก…ฮือ…ฮือ…คุณชาย” บ่าวตัวน้อยร้องไห้วิ่งเข้าไปหาเด็กชายคนนั้นและเขย่าตัวเขาเบาๆ

“หนวกหู” เสียงแหบแห้งแสนเบาหวิวของคุณชายใหญ่ บ่งบอกให้รู้ว่าเขายังมีชีวิตอยู่

หลิวลู่หลินเดินเข้าไปนั่งลงด้านข้างและเริ่มตรวจดูบาดแผลที่หลังของเขา ผิวหนังของเขามีแต่บาดแผลเต็มไปหมด เนื้อที่แตกเลือดและเศษผ้าเริ่มติดกันแล้ว ‘กับเด็กคนหนึ่งยังทำได้ขนาดนี้ คนลงมือนี่ใจคอโหดเหี้ยมจริงๆ’

จู่ๆมือของนางก็ถูกปัดออก “จะมาขว้างหิน หรือให้คนมาโบยข้าเพิ่มเล่า” สายตาเย็นชาและดำมืดของเด็กชายทำให้หลิวลู่หลินถึงกับขนลุก

‘เด็กคนหนึ่งจะมีสายตาน่ากลัวขนาดนี้เลยเหรอ ฉันต้องตาฝาดไปแน่ๆ’

“ข้า…ตั้งใจมาพาท่านออกไปจากที่นี่” นางพยายามประคองเสียงไว้ไม่ให้สั่น

คุณชายใหญ่หรี่ตามองอย่างมาดร้าย ก่อนจะผลักนางออกไปให้ห่าง แต่ดูเหมือนแรงเขาจะเยอะมากจึงทำให้หลิวลู่หลินถึงกับหงายหลังล้มลงไปนอนบนพื้น

“คุณหนู!” หงซิ่งรีบเข้ามาช่วยพยุงนางขึ้นอย่างทุลักทุเล

“ออกไป” เสียงเย็นชาของคุณชายใหญ่ ทำให้หลิวลู่หลินเริ่มหงุดหงิด

นางลุกขึ้นยืนได้แล้วก็ดึงสายคาดเอวออกมา จากนั้นจับมือของคุณชายใหญ่ทั้งสองข้างมัดไว้กับขาโต๊ะแท่นบูชา และพลิกตัวเขาให้นอนคว่ำลง ก่อนจะนั่งทับลงไปบนสะโพกอย่างไม่เกรงใจ

หงซิ่งและบ่าวชายต่างมองอย่างตกตะลึง และเริ่มเห็นคุณชายใหญ่ที่แสนเย็นชากำลังดิ้นไปมาอยู่บนพื้น “นี่เจ้า!! จะทำอะไร ปล่อยข้านะ!! อ๊ะ…อื้อ…อื้อ…”

หลิวลู่หลินหยิบผ้าเช็ดหน้าออกมาจากอกเสื้อก่อนจะอุดปากเขาไว้อย่างไม่เกรงใจ

“เป็นคนเจ็บก็ต้องรู้จักสงบเสงี่ยมบ้าง อย่าทำตัวไม่น่ารักเช่นนี้ รู้หรือไม่” นางพูดพลางแย่งขวดยามาจากมือบ่าวชายและสั่งให้เขากับหงซิ่งไปต้มนำ้มา ส่วนตนเองก็ถอดเสื้อเอาตัวที่บางและสะอาดที่สุดออกมาฉีกเป็นเส้นยาว

คุณชายใหญ่สงบลงแล้ว เขาเลิกขัดขืนและนอนนิ่งราวกับคนตาย รอจนหลิวลู่หลินทำแผลด้านหลังเสร็จและปล่อยเขาเป็นอิสระ เขาก็ยังคงไม่เคลื่อนไหวแต่อย่างใด

นางไม่สนใจท่าทางดื้อเงียบของเขา กลับเอาเสื้อที่ค่อนข้างหนาของตนคลุมให้เขาอย่างตั้งใจ จากนั้นก็พยุงเขาให้ลุกขึ้น

“เจ้าสองคนมาช่วยข้าหน่อย” นางสั่งบ่าวชายและสาวใช้ของตนที่ตอนนี้ยืนนิ่งอึ้งทำอะไรไม่ถูกอยู่ด้านข้าง ทั้งสองรีบเข้ามาช่วยพยุงทันที คราวแรกคุณชายใหญ่ยังคงขัดขืนเล็กน้อย แต่เมื่อรู้ว่าไร้ประโยชน์เขาก็หยุดดิ้น

หลิวลู่หลินปล่อยมือจากเขาและเดินนำทุกคนออกจากศาลบรรพชน ที่ด้านนอกสาวใช้ร่างใหญ่สองคนกำลังยืนรออยู่ เมื่อพวกนางเห็นหลิวลู่หลินเดินออกมา และบ่าวชายกับสาวใช้พยุงตัวคุณชายใหญ่ออกมาด้วย ทั้งสองคนก็ทำท่าจะเข้ามาขัดขวาง

“ข้าต้องการตัวคุณชายใหญ่ พวกเจ้ากล้าขัดใจข้ารึ” สิ้นเสียงหลิวลู่หลิน สาวใช้ร่างใหญ่ทั้งสองก็หลีกทางให้แต่โดยดี คนทั้งสี่เดินออกมาจากศาลบรรพชนอย่างราบรื่น “พาเขาไปห้องข้า”

“ซุนเต๋อพาข้ากลับเรือน” จู่ๆคนที่เงียบมาตลอดก็พูดขึ้นพร้อมกับสะบัดตัวออกจากหงซิ่งไม่ให้นางพยุง

หลิวลู่หลินเข้าไปคว้าแขนเขาไว้ และลากไปทางเรือนของตน “อย่าทำตัวเป็นเด็กมีปัญหาได้หรือไม่”

คุณชายใหญ่มองนางด้วยสายตารังเกียจอย่างไม่ปิดบัง “เจ้าต่างหากที่มีปัญหา เลิกยุ่งกับข้าเสียที” เขาพยายามแกะมือของนางออก แต่หลิวลู่หลินกลับกอดแขนเขาไว้แน่น

‘นี่เขาบาดเจ็บอยู่จริงๆใช่มั้ย ทำไมแรงเยอะขนาดนี้’

“หงซิ่งมาช่วยข้าหน่อย” นางพยายามลากคุณชายใหญ่ไปทางเรือนของตน แต่เขากลับไม่ขยับเลยสักนิด

“เจ้าค่ะคุณหนู” หงซิ่งรับคำแล้วเข้ามาช่วยอีกแรง แต่ก็เปล่าประโยชน์

หลิวลู่หลินจึงตัดสินใจเปลี่ยนวิธีการ “ได้ ในเมื่อท่านอยากกลับเรือนเช่นนั้นก็ไปเลย ข้าไม่อยากรั้งท่านไว้แล้ว หงซิ่ง พวกเราไปเถอะ” นางปล่อยแขนเขาแล้วเดินจากมาพลางทำท่าทางแง่งอนเหมือนเด็กที่ไม่ได้ดั่งใจ

แต่เมื่อลับสายตาของคุณชายใหญ่ นางกลับให้หงซิ่งนำทางไปที่เรือนของเขา หงซิ่งรับคำและนำทางไปทันที

เรือนไม้เก่าหลังหนึ่งตั้งอยู่ในป่า ซึ่งห่างไกลผู้คนเป็นอย่างยิ่ง บรรยากาศรอบด้านทั้งมืดมนและอึมครึม หลิวลู่หลินเดินสำรวจรอบๆ ก่อนจะตัดสินใจถือวิสาสะผลักประตูเข้าไป ด้านในเป็นเพียงห้องโล่งๆ มีโต๊ะกลมเก่าซีดหนึ่งตัว เก้าอี้กลมสองตัว บนโต๊ะมีกาน้ำชาเก่ากับชุดถ้วยชาที่เริ่มมีรอยร้าวอีกชุดหนึ่ง อากาศด้านในห้องหนาวเย็นไม่ต่างจากข้างนอกเลยสักนิด

หลิงลู่หลินเดินเข้าไปด้านในช้าๆ พลางมองสำรวจอย่างละเอียด กระดาษกรุหน้าต่างและประตูเป็นสีเหลืองซีด บางจุดยังมีรอยขาดด้วยซ้ำ

เมื่อเดินต่อเข้าไปในห้องด้านในกลับพบสิ่งที่สะดุดตาที่สุด นั่นคือชั้นหนังสือ แม้จะดูทรุดโทรมไปบ้าง แต่ตำราบนชั้นกลับมีทั้งของเก่าและใหม่ ด้านข้างเป็นโต๊ะหนังสือตัวเล็กที่ขาข้างหนึ่งหักไปแล้ว แต่กลับเอาก้อนหินรองไว้ให้สามารถใช้งานได้ ส่วนเก้าอี้ทำจากไม้ไผ่ ซึ่งดูก็รู้ว่าผ่านการใช้งานมาอย่างโชกโชนแล้ว

“คุ… คุณหนูเจ้าคะ พะ… พวกเราออกไปก่อนดีหรือไม่ ที่นี่น่ากลัวยิ่งนัก” หงซิ่งพูดพลางเดินเข้ามาจับชายเสื้อหลิวลู่หลินไว้อย่างขลาดกลัว

“จะกลัวไปทำไม นี่เป็นเรือนของพี่ชายใหญ่นะ” หลิวลู่หลินยังคงเดินต่อเข้าไปยังห้องนอน

ภายในห้องมีเพียงยกพื้นที่วางไม้กระดานแผ่นหนึ่งไว้เท่านั้น ไม่มีเตียง ชุดเครื่องนอน หรือแม้กระทั่งผ้าห่ม “นี่เขาใช้ชีวิตอยู่ที่นี่ได้อย่างไรกัน”

“อยู่อย่างไรนั่นเป็นเรื่องของข้า พวกเจ้าออกไปซะ” เสียงตวาดของคุณชายใหญ่ดังขึ้นที่หน้าประตู

เขาเดินเข้ามากระชากแขนหลิวลู่หลินด้วยความโมโห และลากออกจากห้อง “เดี๋ยวๆ นี่ข้าเจ็บนะ ช่วยเบามือหน่อยไม่ได้หรือไร”

พูดยังไม่ทันจบนางก็ถูกผลักออกนอกประตูเรือนไปอย่างโหดร้าย หงซิ่งรีบตามมาพยุงนางไว้ได้ทันก่อนจะล้มลง

ปัง! กึก! กึก!

เสียงปิดประตูลั่นดานชัดเจนยิ่ง บ่งบอกถึงการไม่ต้อนรับผู้มาเยือนแต่อย่างใด

“คุณหนูพวกเราจะทำอย่างไรต่อดีเจ้าคะ”

หลิวลู่หลินสูดหายใจลึกก่อนจะหันหลังกลับ “ไปเถอะ เอาเครื่องประดับพวกนั้นไปขายให้หมด แล้วก็ซื้อของบางอย่างกลับมาให้ข้าด้วย”

นางตัดสินใจแล้ว ว่าจะช่วยเหลือพี่ชายใหญ่ผู้นี้ ไม่ว่าเขาจะเต็มใจหรือไม่ก็ตาม

ติดตามชมต่อ!
เนื้อหากำลังเข้มข้น! สลับไปที่แอปเพื่ออ่านต่อ
ปลดล็อกทุกตอน
เปิดเว็บไซต์อย่างเป็นทางการ

คุณอาจจะชอบ

ภาพปกนิยายเรื่อง วิญญาณพาวุ่น
8.6
เจียอี บล็อกเกอร์สาวสายเกษตรและอาหารพื้นบ้านผู้มีผู้ติดตามหลักล้าน ต้องเผชิญจุดเปลี่ยนครั้งใหญ่ในชีวิต เมื่ออุบัติเหตุพลัดตกเขาขณะถ่ายทำคลิปหาของป่าในพื้นที่ห่างไกล ได้พรากวิญญาณของเธอให้หลุดลอยข้ามมิติย้อนเวลากลับไปสู่ยุคโบราณอย่างไม่คาดคิด จากเน็ตไอดอลชาวไร่ผู้รักความสงบกลับต้องมาเริ่มต้นการผจญภัยครั้งใหม่ในดินแดนต่างมิติที่ไม่คุ้นเคย พร้อมเผชิญหน้ากับเรื่องราวสุดวุ่นวายที่กำลังจะตามมาอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยง
ภาพปกนิยายเรื่อง สามชาติ สองภพ จบปรารถนา
9.3
เรื่องราวของความผูกพันอันลึกซึ้งที่ก้าวข้ามกาลเวลาถึงสามชาติภพและการเดินทางข้ามผ่านสองดินแดนอันแตกต่าง เพื่อทำตามความปรารถนาเดียวที่ฝังลึกในใจ สายใยรักและพันธนาการในอดีตได้นำพาดวงวิญญาณให้กลับมาพบกันอีกครั้งบนเส้นทางที่เปี่ยมด้วยปาฏิหาริย์และการรอคอยอันยาวนาน เพื่อร่วมกันค้นหาบทสรุปแห่งหัวใจที่ไม่มีสิ่งใดสามารถพรากจากกันได้ในท้ายที่สุดของเรื่องราวแสนตราตรึง
ภาพปกนิยายเรื่อง ทะลุมิติไปเป็นสามีตัวอ้วนของหญิงอัปลักษณ์
8.0
มาวิน วิศวกรหนุ่มโสดต้องเผชิญโชคชะตาที่ไม่คาดฝัน เมื่อเขาหลุดมิติย้อนเวลามาอยู่ในร่างของ ‘อำนาจ’ ชายหนุ่มร่างอ้วน ณ ผืนแผ่นดินอีสานชนบทปี 2528 ที่นี่เขาได้พบกับ ‘นิตยา’ หญิงสาวผู้ถูกสังคมตีตราว่าอัปลักษณ์และโชคร้าย ซึ่งกลายมาเป็นภรรยาจากการคลุมถุงชนของครอบครัวที่หวังเพียงเงินสินสอดและทายาท ทั้งคู่ถูกส่งไปใช้ชีวิตร่วมกันในกระท่อมกลางป่าลึกอันห่างไกล แม้จะเผชิญแรงกดดันเรื่องการมีลูก แต่อำนาจยึดมั่นไม่ล่วงเกินภรรยาเพราะยังไร้ใจ จากความห่างเหินในดินแดนทุรกันดารจึงค่อยๆ แปรเปลี่ยนเป็นมิตรภาพและการพึ่งพาอาศัยกัน
ภาพปกนิยายเรื่อง ข้ามเวลามาพบองครักษ์
8.1
เมื่อผู้เชี่ยวชาญและนักวิจัยสูตรเครื่องสำอางยุคปัจจุบัน ต้องเผชิญเหตุการณ์ประหลาดที่นำพาเธอข้ามมิติย้อนเวลากลับไปสู่ยุคจีนโบราณอย่างไม่คาดฝัน ท่ามกลางดินแดนอันไม่คุ้นเคยและไร้ซึ่งทักษะในการเอาชีวิตรอด ความรู้ความสามารถในการสร้างสรรค์เครื่องประทินโฉมจึงกลายเป็นอาวุธเพียงหนึ่งเดียวที่เธอมีติดตัว มาร่วมติดตามการเดินทางครั้งใหม่ในต่างโลกที่เธอต้องหยิบยกศาสตร์แห่งความงามมาใช้เพื่อพิสูจน์คุณค่าของตัวเอง พร้อมทั้งฝ่าฟันอุปสรรคต่าง ๆ ไปในดินแดนยุคอดีตแห่ง
ภาพปกนิยายเรื่อง ชายานอกนาม
9.7
เยี่ยหลี คุณหนูสามตระกูลเยี่ยต้องพบจุดเปลี่ยนเมื่อถูกน้องสาวต่างมารดาทรยศจนถูกถอนหมั้นจากอ๋องรูปงาม แม้ปรารถนาเพียงความสงบ แต่กลับมีราชโองการให้เข้าพิธีวิวาห์ในสามวันกับม่อซิวเหยา ท่านอ๋องผู้ถูกร่ำลือว่าพิการ อัปลักษณ์ และมีดวงกินภรรยาจนสตรีสองคนก่อนหน้าจบชีวิตอย่างปริศนา ทว่าเมื่อได้สัมผัสตัวตนที่แท้จริง เธอกลับพบว่าบุรุษผู้นี้เปี่ยมด้วยความอ่อนโยนและสติปัญญาเฉียบแหลม แตกต่างจากคำครหาอย่างสิ้นเชิง เบื้องหลังภาพลักษณ์อันอ่อนแอและไร้ค่าของเขา กลับซุกซ่อนความลับอันยิ่งใหญ่ที่ไม่มีผู้ใดล่วงรู้
ภาพปกนิยายเรื่อง คุณหมอสายรุก
8.6
เมื่อสามคุณหมอหนุ่มสุดฮอตต้องเผชิญหน้ากับความรักและไฟปรารถนา หมอเจนจบผู้รุกหนักต้องรับมือกับพลอยใส พยาบาลสาวสุดมั่นที่แสร้งทำเป็นเมินเฉยแต่ซ่อนความต้องการอันเร่าร้อนไว้ข้างใน ขณะที่หมอติณณ์ สูตินรีแพทย์รุ่นใหญ่กลับต้องยื่นมือเข้าช่วยหนูนา พยาบาลสาวไซส์มินิที่บังเอิญโดนยาจนหลุดเสียงครางกระเส่าต่อหน้าเขา ส่วนหมอไมเคิล ผู้บริหารหนุ่มหล่อก็ต้องจัดการกับพรพรรณ คนไข้สาวจอมโวยวายที่เรียกร้องอยากโดนฉีดยา จนเขาต้องมอบเข็มพิเศษให้ตามคำขอ งานนี้ทั้งสามหมอจะรักษาเยียวยาหัวใจของพวกเธอด้วยวิธีสุดสยิวที่ไม่มีวันลืม