APKDock Logo
รายชื่อตอน
แชร์
ภาพปกนิยายเรื่อง Because of love เพราะเธอคือความสุขของหัวใจ

Because of love เพราะเธอคือความสุขของหัวใจ

มุกเรียงต้องก้าวผ่านอุปสรรคขวากหนามครั้งสำคัญในชีวิต เมื่อพ่อสามีผู้ทรงอิทธิพลและเอาแต่ใจอย่างธาวิน ซึ่งมีความบาดหมางกับพ่อของเธออยู่ก่อนแล้ว ได้แสดงตัวเป็นปฏิปักษ์อย่างชัดเจน พร้อมทั้งยื่นข้อเสนอสุดโหดเพื่อหวังจะกดดันให้เธอต้องยอมแพ้และเดินจากไป ทว่าหญิงสาวกลับยอมรับคำท้าด้วยความเชื่อมั่นอย่างเต็มเปี่ยมว่าจะสามารถพิชิตใจเขาได้สำเร็จ แต่เส้นทางความรักครั้งนี้กลับไม่ได้ง่ายดายอย่างที่คิดและเต็มไปด้วยบททดสอบแสนยากลำบาก ท่ามกลางความขัดแย้งอันตึงเครียด บทสรุปความรักของมุกเรียงกับธาวินจะลงเอยในรูปแบบใด และเธอจะสามารถแปรเปลี่ยนความเกลียดชังของพ่อสามีให้กลายเป็นความรักและความเมตตาได้หรือไม่ ร่วมติดตามและลุ้นไปกับเรื่องราวความรักหลากรสชาติที่แสนกลมกล่อมนี้
รายชื่อตอน
แชร์

ตอน 1

ที่บ้านคุณปู่วิศาล หลังจากที่ท่านได้คุยกับธาวินหลานชายคนเล็กเรื่องการแต่งงานระหว่างธาวินกับมุกเรียง สายตาและท่าทางของคุณปู่มองชายหนุ่มอย่างลุ้น ๆ

“เป็นไงตามาร์ช แกจะตกลงตามที่ปู่ร้องขอไหม”

ธาวินมีรอยยิ้มอยู่บนใบหน้าอย่างชัดเจน คุณปู่ถึงกับยิ้มไม่หุบที่หลานชายคนเล็กของเขาชอบและถูกใจมุกเรียง ท่านถึงกลับตบหัวเข่าดังฉาด

“รู้ไหมว่าปู่ลุ้นใจแทบขาด กลัวมาร์ชจะปฏิเสธ”

ธาวินหันหน้าไปมองเสี้ยวหน้าของหญิงสาวซึ่งกำลังตั้งใจจัดอาหารลงบนโต๊ะ

เพ็ญเพียรคนรับใช้และเป็นญาติของคุณวิศาลคนหนึ่งเดินมาเรียกทั้งคู่

“คุณปู่คะ คุณมาร์ชคะ เชิญที่โต๊ะอาหารค่ะ วันนี้คุณมุกลงมือทำอาหารเอง เพียรได้ชิมแล้วนะคะ บอกได้เลยว่าฝีมือของคุณมุกสุดยอดจริง ๆ มีรสมือที่ดีมาก เพียรอยากให้ทั้งคุณปู่และคุณมาร์ชลองชิมฝีมือของเธอค่ะ”

“อร่อยจริง ๆ หรือครับน้าเพ็ญเพียร” ธาวินถาม

คุณวิศาลยิ้มพราว คิดแต่เพียงว่าท่านเลือกคู่ครองให้หลานชายได้แบบไม่ผิดหวังแน่ ๆ

“จริงค่ะคุณมาร์ช รู้ไหมคะ นอกจากครูมุกจะเก่งในเรื่องการงาน เธอจะเป็นถึงรองศาสตราจารย์ที่มหาวิทยาลัยแล้ว ยังเก่งทั้งงานในบ้านอีก จะหาผู้หญิงครบเครื่องแบบนี้ได้ที่ไหนคะ เพ็ญเพียรว่า เธอเหมาะสมกับคุณมาร์ชมากจริง ๆ ค่ะ”

เพ็ญเพียรพลอยดีใจและยินดีไปกับชายหนุ่มด้วย หากว่าเขาตกลงใจที่จะแต่งงานกับมุกเรียง ถือได้ว่าทั้งคู่จะเป็นคู่ครองที่เหมาะสมกันมากที่สุด

“แล้วความสวยของคุณมุกก็ไม่เป็นสองรองใครเลยใช่ไหมคะ” เพ็ญเพียรยังชมเธอไม่ขาดปาก

“สวยครับ” ธาวินตอบออกมาด้วยใจจริง สายตาของเขามองตามหญิงสาวที่เยื้องย่างจัดวางของอยู่บนโต๊ะกินข้าว

คุณปู่หันมาขยิบตาให้หลานชาย “ไปสิ ไปกินข้าวกัน” ธาวินลุกขึ้นมาช่วยประคองคุณปู่

มุกเรียงกำลังวางจานใบสุดท้ายที่ใส่เครื่องเคียงของน้ำพริกลงเรือลงบนโต๊ะ หญิงสาวหันไปยิ้มให้กับคุณปู่และธาวิน เธอยังเดินเข้ามาขยับเก้าอี้ให้คุณปู่นั่งด้วย

ธาวินละสายตาจากใบหน้าของหญิงสาวไม่ได้เลย เขาส่งยิ้มหวาน ๆ ให้เธอตลอดเวลา มุกเรียงนั่งลงบนเก้าอี้ตัวที่อยู่ตรงข้ามกันกับเขา

“อะแฮ่ม พี่มาร์ชจะมองหน้ามุกแบบนี้ไปอีกนานไหมคะ” พูดพลางออกอาการหัวเราะนิด ๆ

คุณปู่และเพ็ญเพียรมองหน้ากันแล้วยิ้มไม่หุบ ต่างมีอาการลุ้น เมื่อเห็นทั้งคู่สบสายตากันแบบแปลกไป ดูเหมือนหนุ่มกำลังจีบสาว และสาวกำลังจีบหนุ่ม

“พี่มาร์ชลองชิมอาหารฝีมือของมุกสิคะ” เธอเอ่ยปากกับเขา นั่งทำหน้าแดงอยู่ตอนนี้ พลางตักน้ำพริกที่รสชาติร้อนแรงลงไปในจานของธาวิน เพ็ญเพียรที่ตักกับข้าวให้คุณปู่อยู่ถึงกับออกอาการหัวเราะ ยิ่งเห็นคุณธาวินเขินเป็นครั้งแรก คุณปู่ก็พลอยทำหน้าระรื่นไปด้วย บรรยากาศบนโต๊ะอาหารเป็นไปด้วยความสนุกและเป็นกันเอง

หนุ่มสาวยังมีอาการเกร็ง ๆ และมีสีหน้าที่บ่งบอกถึงความเก้อเขิน เป็นเหมือนนัดบอดให้มารู้จักกัน ทั้ง ๆ ที่ทั้งคู่ก็คุ้นเคยกันมาตั้งแต่เด็ก ๆ เคยสนิทชิดเชื้อกันมาตั้งแต่หนหลัง มันเป็นการคุ้นเคยและเล่นด้วยกันแบบเด็ก ๆ เท่านั้น แต่ด้วยการเรียนและภาระหน้าที่ของแต่ละคนทำให้เหินห่างกัน ไม่ได้พบปะกันบ่อย ๆ เหมือนเดิม

เมื่อคุณปู่พยายามชักนำทั้งสองคนให้มาเจอกัน และเล่าเรื่องของแต่ละคนให้อีกฝ่ายฟัง เหมือนกล่อมให้ทั้งคู่เห็นความน่ารักสดใส และอยากให้ทั้งสองมาเจอกัน ลองเรียนรู้ ก่อนที่คุณปู่จะตบท้ายว่าอยากให้ธาวินกับมุกเรียงลงเอยกัน

เมื่อทั้งสองคนไม่ปฏิเสธ และต่างแสดงท่าทีว่าสนใจอีกฝ่าย การนัดกันกินข้าวในมื้อเย็นวันนี้จึงเกิดขึ้น

ผ่านไปเกือบสี่สิบนาที ระหว่างที่กินข้าวกันไป ได้ยินแต่เสียงของคุณปู่ และเพ็ญเพียรที่คุยกัน สองหนุ่มสาวได้แต่เงยหน้ามองสบตากันเป็นบางครั้ง ออกอาการเขินอายกันเสียมากกว่า

“เป็นยังไงคะ คุณมาร์ชกินไปตั้งสองจานใหญ่ ๆ แหนะ” เพ็ญเพียรถาม

“อร่อยมากครับ ไม่ได้กินอาหารอะไรอร่อยแบบนี้มาตั้งนานแล้ว” ปากตอบเพ็ญเพียร แต่สายตาจ้องไปที่ใบหน้าของหญิงสาว

“ปากหวานเหมือนกันนะคะคุณมาร์ช”

มุกเรียงที่ได้รับคำชมได้แต่นั่งยิ้มหวานสบตากับเขา

ปู่วิศาลหายใจแบบโล่ง ๆ เรื่องที่ท่านรับปากกับปู่ทินกร คุณปู่ของมุกเรียงเอาไว้ ว่าหากมีลูกมีหลานจะให้เกี่ยวดองกันให้ได้ ตอนนี้เริ่มจะเข้าเค้าเป็นจริงขึ้นมา

“มาร์ชพาน้องมุกไปเดินเล่นให้อาหารย่อยในสวนไป” คุณปู่ให้ไอเดีย

“เอ่อ...ให้มุกจัดการความเรียบร้อยในครัวก่อนนะคะ พี่มาร์ชนั่งรอก่อนค่ะ”

“ไม่ต้องค่ะคุณมุก คุณมาร์ชค่ะรีบพากันไปเดินเล่นเถอะค่ะ แค่คุณมุกเป็นคนทำอาหารให้พวกเรากินวันนี้กันจนอิ่มก็โอเคแล้ว ที่เหลือให้น้าจัดการนะคะ”

เพ็ญเพียรรีบลุกขึ้น เลื่อนเก้าอี้ให้มุกเรียง พลางส่งสายตาและทำหน้าพยักพเยิดให้กับคุณธาวิน

“มันน่าจะไม่เหมาะนะคะเพ็ญเพียร ให้มุกช่วยทำเถอะค่ะ มุกว่า มุก... เอ่อ...”

“ไปเถอะค่ะ ไป เรื่องจานชามแค่นี้ มันเป็นหน้าที่ของเพ็ญเพียรที่ทำทุกวันอยู่แล้วค่ะ” เพ็ญเพียรไล่หลัง ผลักเธอเบา ๆ ก่อนจะจับมือของธาวินให้จับมือน้อย ๆ ของมุกเรียง หนุ่มสาวถึงกับออกอาการเขินหนักกับการกระทำของเพ็ญเพียร

คุณปู่วิศาลยกหน้าขึ้นมองสองหนุ่มสาว

“ถ้าหลานทั้งสองคนไม่ขัดข้อง อีกสองเดือนปู่จะจัดงานแต่งงานให้ นี่เป็นฤกษ์ที่เร็วที่สุดแล้ว”

“นั่นนะสิคะ คุณมาร์ชกับคุณมุกจะเขินกันทำไม มีเวลาให้เขินกันอีกไม่นานแล้ว” เมื่อโดนแซวทั้งคู่ก็แทบเดินขาขวิดออกไปด้านนอก ได้ยินเสียงหัวเราะของคุณปู่กับเพ็ญเพียรดังมาตามหลัง คงจะสมใจของคนทั้งคู่ที่ออกอาการลุ้นอย่างหนัก

ทั้งสองเดินลงไปจนถึงสวนด้านหลังบ้านของปู่วิศาล

“ปล่อยมือของมุกได้แล้วมั้งคะพี่มาร์ช” หญิงสาวยิ้มหวาน ธาวินรีบปล่อยมือของเธอ แล้วทำท่าเก้อ ๆ

“พี่มาร์ชไม่เคยมีแฟนหรือคะ จนถึงป่านนี้” มุกเรียงเอ่ยถามพร้อมกับส่งรอยยิ้มของเธอหวานจนจับใจไปให้ชายหนุ่ม

“ใครบอกมุกจ๊ะ”

“คุณปู่ค่ะ”

“ถ้าพี่บอกมุกว่า พี่ยังไม่เคยมีแฟน มุกจะเชื่อพี่ไหม”

ทั้งคู่เดินไปนั่งที่เก้าอี้ใต้ต้นไม้ใหญ่ในสวน มองไปยังสวนดอกไม้ฝีมือการปลูกของเพ็ญเพียร

คุณอาจจะชอบ

ภาพปกนิยายเรื่อง คุณนาย ประธานมาขอคืนดีอีกแล้ว
9.7
หลังสิ้นสุดวิวาห์ลับตลอดห้าปี เสิ่นจาวหนิงเลือกเดินจากไปทันทีที่พบความจริงอันเจ็บปวดว่าตนเองเป็นแค่ตัวแทนรักแรกของลี่เยี่ยนซิว ทว่าชีวิตหลังหย่าของเธอกลับรุ่งโรจน์และเปล่งประกายในหน้าที่การงานอย่างก้าวกระโดด จนกระทั่งในงานฉลองความสำเร็จ อดีตสามีผู้เคยเย็นชาเฉยเมยกลับมาปรากฏตัวอีกครั้งด้วยความหึงหวงและคราบน้ำตา เขาตามง้อขอคืนดีในห้องลองเสื้ออย่างบ้าคลั่งพร้อมอ้อนวอนขอโอกาสเริ่มต้นใหม่ เสิ่นจาวหนิงที่เคยอ่อนแอจะยอมใจอ่อนให้เขา หรือจะเลือกก้าวต่อไปบนเส้นทางชีวิตใหม่อันเพียบพร้อมและมีอิสระ
ภาพปกนิยายเรื่อง เจ้าสาวแสงตะวัน [Affection of The Sun ]
8.8
ชายหนุ่มผู้ที่วิ่งหนีข้อผูกมัด แต่ต้องมาเจอหญิงสาวที่สุดแสนธรรมดาผูกมัดและล่ามเขาไว้ในสถานะ'สามีที่ถูกต้องตามกฏหมาย' คราแรกรังเกียจนักหนา แต่เอาไปเอามากลับเป็นเขาที่วิ่งตามล่า&มัดเธอไว้กับเขาตลอดกาล ------------------------------ แสงตะวัน หนุ่มใหญ่วัยสามสิบหก เจ้าของฟาร์มแสงตะวัน ซึ่งเป็นฟาร์มม้าใหญ่ที่สุดในประเทศ ผู้มากด้วยเงินทองและเสน่ห์ --------- เหมือนดาว สาวแสนสวย เปรี้ยว เฉี่ยวและน่ารัก ผู้มีมาดมั่น และไม่ยอมแพ้ใครง่ายๆ êตัวอย่างสักเล็กน้อย [น้ำจิ้ม] ê "ผมไม่ได้บอกว่าจะไม่หย่า ผมแค่บอกว่าจะยืดเวลาหย่าไปอีกสามปี เพื่อเหมือนดาวจะได้พิสูจน์ให้ผมเห็นก่อนว่าสามารถดูแลอะไรต่อมิอะไรได้เอง ไม่ใช่เอาไปทำโดยไม่มีประสบการณ์ไม่นานเดี๋ยวก็เจ้ง หรือไม่ก็ขาดทุนเหมือนครั้งก่อนจนผมต้องเหนื่อยมาทำให้มันฟื้นขึ้นมาอีก” แสงตะวันเลยอธิบายด้วยความใจเย็นอีกครั้งหลังจากทนายบอกไปในรอบแรก แต่ดูเหมือนอีกฝ่ายจะไม่มีใครอยากเชื่อ “ถ้าถึงสามปีแล้วคุณเห็นว่าฉันยังไม่พร้อมเหมือนวันนี้ล่ะ”คนไม่ยอมใครเลยรีบยิงคำถามตรงๆ “คุณก็คงต้องไปฟ้องเอาแล้วล่ะ และผมขอแนะนำให้หาทนายเก่งๆ ไว้ด้วยนะ เพราะคุณสุทินฝีมือไม่เป็นสองรองใคร แล้วค่าใช้จ่ายในส่วนนี้คุณไม่มีสิทธิ์มาเบิกจากผมแม้แต่บาทเดียว” “ว่ายังไงล่ะ จะเอายังไงก็บอกมา คุณสุทินจะได้ทำข้อตกลงร่วมกันอีกรอบ” แสงตะวันไม่ใคร่จะแยแสนักว่าเด็กสาวตรงหน้าจะคิดยังไง เพราะรู้ดีว่าไม่อาจจะปล่อยทุกอย่างให้พังลงมาอีกรอบได้แน่ “ฉันจะไม่หย่าและจะทำงานที่นี่อย่างที่คุณต้องการ ถ้าคุณตกลงจะจัดงานแต่งงานระหว่างเราให้ทุกคนรอบข้างคุณและฉันรับรู้ ฉันจะย้ายเข้ามาอยู่บ้านของคุณในฐานะภรรยาไม่ใช่ฐานะพนักงานธรรมดาๆ ทุกคนรอบข้างคุณจะต้องให้ความนับหน้าถือตาว่าฉันที่เป็นภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมายของคุณ มีสิทธิ์มีเสียงเท่าๆ กับคุณในทุกๆ เรื่อง พอครบสามปีหรืออาจจะช้าหรือเร็วกว่านั้นที่คุณเห็นว่าฉันมีความสามารถจะบริหารงานเองได้ เราถึงจะหย่ากัน” “ผมไม่ได้อยากมีเมีย และไม่คิดว่าจะมีด้วย โดยเฉพาะเมียเด็กที่ฟันน้ำนมยังไม่หลุดด้วยซ้ำ” “ฉันเป็นเพียงภรรยาในนามของคุณเท่านั้น เราจะไม่เกี่ยวข้องกันใดๆ เหมือนที่เคยเป็นมา ยกเว้นให้คนรอบข้างรับรู้ และฉันเข้ามาอยู่ในบ้านหลังนี้ร่วมกับคุณ มีสิทธิ์มีเสียงเหนือบรรดาคู่นอนของคุณเท่านั้น ไม่ต้องห่วงหรอกค่ะ ฉันไม่ว่าอะไรในเรื่องนี้หรอก เพราะฉันเองก็มีแฟนอยู่แล้วทั้งคน เราจะให้อิสระกันและกันในเรื่องนี้ คุณจะไปไหน กับใคร เมื่อไหร่ฉันไม่สน และในทางเดียวกันคุณก็ต้องไม่สนด้วยว่าฉันจะไปไหน กับใคร เมื่อไหร่ แฟร์ไหมคะวิธีนี้” “ทำไมผมต้องยอมด้วยล่ะ ในเมื่อผมไม่ใช่คนที่อยากจะได้อำนาจบริหารคืนเหมือนคุณนี่”
ภาพปกนิยายเรื่อง ข้อผูกมัดซาตาน Tycoon
8.0
หลังค่ำคืนแสนเร่าร้อนที่อิตาลีสิ้นสุดลง กานต์รวี ทายาทธุรกิจอาหารและนางแบบสาวได้ทิ้งหลักฐานการตั้งครรภ์พร้อมข้อความเย้ยหยันไว้ให้ ลูคัส จิอันลูกา โคลอซชินี่ นายธนาคารผู้ทรงอิทธิพลระดับโลกดูต่างหน้า แม้เธอจะปรารถนาหลบหนีไปสร้างครอบครัวเพียงลำพังอย่างเงียบสงบ ทว่าเธอกลับติดกับดักในงานจ้างครั้งสุดท้าย ซึ่งทั้งหมดเป็นแผนการที่ลูคัสวางไว้เพื่อทวงสิทธิ์เหนือตัวเธอ มหาเศรษฐีหนุ่มพร้อมทำทุกทางเพื่อกักขังเธอไว้ในพันธนาการแสนอันตรายและเร่าร้อนที่ยากจะไม่มีวันหนีรอดไปได้อีกตลอดก
ภาพปกนิยายเรื่อง โหยหิวรัก
8.0
คำสัญญาการหมั้นหมายในวัยเด็กระหว่างแก้วกัลยากับคเชนทร์ที่เคยเรียบง่าย กลับแปรเปลี่ยนเป็นความสัมพันธ์สุดเร่าร้อนเมื่อทั้งคู่เติบโตขึ้น ในคืนที่พายุฝนกระหน่ำ หญิงสาวผู้มีหัวใจอ่อนไหวได้เอ่ยถามถึงระยะห่างที่เคยมีในอดีต ทว่าคุณหมอหนุ่มผู้แสนอ่อนโยนกลับไม่ยอมหักห้ามใจตัวเองอีกต่อไป เมื่อสัมผัสอันลึกซึ้งเริ่มหลอมละลายความเย็นชา แก้วกัลยาจึงต้องตัดสินใจว่าจะยอมเปิดใจรับไฟรักอันแสนเสน่หาจากคู่หมั้นหนุ่มที่เธอเคยละเลยคนนี้
ภาพปกนิยายเรื่อง อุบัติรักไฟกาล
9.4
รัชนิชลจำต้องร่วมทางไปถ่ายทำสารคดีในป่าลึกกับแคสเตอร์ ช่างภาพหนุ่มสุดกวนผู้มีเสน่ห์ล้นเหลือ ทว่าอุบัติภัยน้ำป่าหลากกลับทำให้ทั้งคู่หลงป่าและถูกตัดขาดจากโลกภายนอก ความใกล้ชิดและฤทธิ์ของเห็ดป่าที่กินเข้าไปโดยบังเอิญได้ชักนำให้ทั้งสองมีความสัมพันธ์อันลึกซึ้งในคืนที่สติเลือนราง หลังจากรอดชีวิตกลับมาได้ รัชนิชลเลือกที่จะยื่นใบลาออกทันทีเพื่อปกปิดความลับเรื่องลูกในท้อง โดยที่ชายหนุ่มไม่มีโอกาสได้รับรู้ถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้นในคืนนั้นเลย
ภาพปกนิยายเรื่อง เมียแต่งจำเป็น
9.3
เมื่อความสัมพันธ์เริ่มต้นขึ้นด้วยความใกล้ชิดเกินห้ามใจ จากการที่คนสองคนต้องนอนกอดก่ายกันอย่างแนบชิดในห้องเดียวกันตลอดทั้งคืน ทว่าพอรุ่งเช้ามาถึง ฝ่ายชายกลับเลือกที่จะปฏิเสธความจริงอันร้อนแรงนั้น โดยอ้างว่าพวกเขาก็แค่เพื่อนร่วมห้องที่อาศัยอยู่ร่วมชายคาเดียวกันเท่านั้น ท่ามกลางสถานการณ์อันน่าสับสนนี้ ฝ่ายหญิงต้องเผชิญกับความระอาใจในคำโกหกที่ช่างสวนทางกับความรู้สึกจริงที่เกิดขึ้น ขณะเดียวกันความผูกพันก็เริ่มก่อตัวขึ้นอย่างเงียบๆ ในฐานะเมียแต่งที่ต้องมารับหน้าที่อันแสนจำเป็นครั้งอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้