APKDock Logo
รายชื่อตอน
แชร์
ภาพปกนิยายเรื่อง เจ้าพ่อก่อรัก

เจ้าพ่อก่อรัก

ความเชื่อใจที่พังทลายลงจากการทรยศหักหลัง ทำให้อนรรฆ มหาเศรษฐีหนุ่ม เปลี่ยนแปลงความรักอันลึกซึ้งให้กลายเป็นเพลิงแค้น เขาตราหน้ากมิตตราว่าเป็นเพียงผู้หญิงหน้าเงินที่ยอมแลกศักดิ์ศรีของตัวเองกับเอกสารการประมูลมูลค่าพันล้านบาท แม้หญิงสาวจะพยายามอ้อนวอนและอธิบายเหตุผลว่าเธอทำไปทั้งหมดเพื่อปกป้องครอบครัวจากภัยอันตราย แต่อนรรฆที่ถูกความโกรธบดบังจิตใจกลับมองว่ามันเป็นแค่คำโกหกหลอกลวง เขาจึงเลือกใช้กำลังบังคับให้เธอต้องชดใช้บทเรียนแสนแพงนี้ด้วยร่างกายของเธอเอง ท่ามกลางหยาดน้ำตาและเสียงสะอื้นไห้ที่ไม่มีความหมายใดๆ ในสายตาของอสูรร้ายเช่นเขา
รายชื่อตอน
แชร์

ตอน 1

บทที่ 1 เริ่มต้นของเรื่องราวทั้งหมด

คิ้วเรียวราวกับปีกนกของสาวน้อยคนหนึ่งขมวดเข้าหากัน เมื่อท้องฟ้าที่เคยสวยงามเมื่อสักครู่แต่ตอนนี้กลับกลายเป็นมืดครึ้ม สายลมที่พัดโชยเอื่อยเปลี่ยนเป็นแรงจนโบกสะบัดเส้นผมยาวสลวยจรดกลางแผ่นหลังบอบบางปลิวสยายจนเจ้าตัวต้องใช้โบว์มัดผมที่ใส่ข้อมือเอาไว้ออกมารัด ไม่ให้สายลมตีผมเธอจนยุ่ง ดวงตากลมโตประดุจกวางป่าล้อมกรอบด้วยแพขนตาสีดำสนิทเหมือนเส้นผมหรี่ลงเล็กน้อย เพื่อป้องกันไม่ให้ฝุ่นละอองปลิดปลิวเข้าดวงตาทั้งสองข้างของเธอ กมิตตราเร่งฝีเท้าของตัวเองให้เร็วขึ้นเพราะถ้าขืนช้าไปกว่านี้เธอคงหนีไม่ทันฝน

“โอ๊ย...พี่ฝนขา อย่าเพิ่งตกลงมานะคะ ขอให้แก้มกลับถึงบ้านก่อน”

แต่ดูเหมือนพี่ฝนของกมิตตราจะไม่ให้ความร่วมมือ เพราะตอนนี้พี่ฝนเริ่มตกมาเป็นละอองฝอย ๆ เสียแล้ว เมื่อไม่กี่นาทีก่อนตอนที่เธอกำลังปั่นจักรยานไปยังตลาดนัดเล็ก ๆ ข้างหมู่บ้านซึ่งตลาดแห่งนี้จะมีทุกวันพุธ มีทั้งอาหารคาวหวานจากแม่ค้าที่อาศัยอยู่ละแวกนี้ ตอนนั้นอากาศยังดีอยู่เลย ท้องฟ้าแจ่มใสจนไม่ส่อแววว่าจะมีฝนตกด้วย ดวงตากลมโตมองข้าวของหน้าตะกร้าจักรยานด้วยสีหน้าที่ร้อนรน เธอต้องรีบนำผักสดพวกนี้ไปให้คุณแม่อธิการทำกับข้าวให้น้อง ๆ ของเธอที่กำลังรอกินข้าวอยู่ กมิตตราเองก็เหมือนกับน้อง ๆ พวกนั้นของเธอที่เกิดและเติบโตมาในสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าในโบสถ์คริสตจักรเซบัสเตียนของเมืองเชียงใหม่ เธอไม่รู้ด้วยซ้ำว่าบิดาและมารดาของเธอเป็นใคร รู้แต่เพียงว่าคุณแม่อธิการจันดากับคุณแม่อธิการเภตราเป็นผู้เลี้ยงดูคอยสั่งสอนส่งให้เธอได้เล่าเรียนจนจบปริญญาตรี กมิตตรากำลังหางานทำซึ่งงานเดี๋ยวนี้มันก็หายากเหลือเกิน แต่เธอก็ไม่เกี่ยงเพียงเพื่อจะได้มีเงินมาช่วยส่งเสียเลี้ยงดูน้อง ๆ ที่น่าสงสารของเธอ ช่วยเหลือคุณแม่อธิการแบ่งเบารายจ่ายบ้างก็ยังดี

เท้าเล็กพยายามเร่งฝีเท้าจูงจักรยานคันเล็กของตัวเองไปข้างหน้าให้เร็วขึ้น แต่ตรงหน้าเธอนั้นเป็นถนนใหญ่ถึงแม้จะเป็นถนนทางลัดไม่ค่อยมีรถหนาแน่นเหมือนถนนหลักแต่ก็ต้องระมัดระวัง ร่างบางถึงกับสะดุ้งสุดตัว มือเล็กปล่อยจักรยานที่จับเอาไว้ล้มกระแทกพื้น ดวงตากลมโตเบิกกว้างมองฝ่าละอองฝนด้วยความตกใจเมื่อได้ยินเสียงเบรกของรถคันหนึ่งดังลั่นยาวเหยียด เสียงเหล็กกระทบของแข็งจนเกิดประกายไฟก่อนจะพลิกคว่ำหลายตลบบนท้องถนน กมิตตราไม่รู้ตัวเลยว่าตัวเองทรุดลงไปนั่งกับพื้นถนนได้อย่างไร รู้เพียงแต่ว่าตอนนี้สายตาของเธอกำลังมองจ้องรถคันนั้นนอนหงายท้องบนถนนด้วยความตกตะลึง

รถบรรทุกขนาดใหญ่หรือที่เรียกว่ารถสิบล้อหยุดจอดห่างจากเธอไปเล็กน้อยและตอนนั้นนั่นเองที่เธอได้ยินเสียงคุยกันบนรถ เท้าของเธอเย็นเฉียบทันทีเมื่อได้ยินข้อความที่สองคนนั่นคุยกัน

“อัด...มึงว่ามันจะตายไหม”

คำถามของวิทย์ทำให้อัดต้องชะโงกหน้ามองผ่านบานกระจกรถที่เลื่อนลงเพียงแค่ครึ่ง เรียวปากของมันยกสูงขึ้นอย่างเยาะหยันเมื่อเห็นสภาพรถที่หงายท้องอยู่กลางถนน

“จะเหลือเรอะ...ถ้าไม่ตายมันก็เลี้ยงไม่โตล่ะ”

วิทย์มองหน้าเพื่อนก็จะยิ้มออกมาอย่างเห็นด้วย ประกายตาวาวโรจน์เต็มไปด้วยความโหดเหี้ยมไม่มีความสำนึกผิดในสิ่งที่ตัวเองทำแม้แต่น้อย

“ฉันอยากเห็นหน้าไอ้เอียนมันนัก...ถ้ามันเห็นสภาพศพพ่อมัน...มันจะทำหน้ายังไง”

สองหนุ่มหัวเราะกันอย่างสะใจในขณะที่หญิงสาวอีกคนหนึ่งนั่งกองกับพื้นถึงกับอ้าปากค้าง หมายความว่าอย่างไร...สองคนนี้ตั้งใจที่จะทำให้อุบัติเหตุนั้นเกิดขึ้น เร็วเท่าความคิดหญิงสาวลุกขึ้นมาเตรียมที่จะวิ่งหนีออกไปเพราะถ้าเธอได้ยินความลับของพวกมันแล้วมันคงไม่เอาเธอไว้แน่ และการขยับกายของเธอไม่ได้เล็ดลอดสายตาของอัดที่กำลังมองไปรอบด้านเลย

“ซวยแล้วไอ้วิทย์ มีคนเห็นพวกเรา”

วิทย์หันขวับมามองทางด้านหลังผ่านบานกระจกของรถบรรทุกเมื่อได้ยินคำพูดของอัดตะโกนดังออกมา

“ไม่เป็นไร...เหยียบมันให้ติดถนนแค่นี้ก็หมดเรื่อง”

วิทย์พูดกับอัดด้วยสีหน้าเหี้ยมเกรียม เปลี่ยนเป็นเกียร์ถอยหลังพร้อมกับเหยียบคันเร่งถอยรถบรรทุกอย่างสุดแรงหวังจะจัดการปิดปากคนที่รู้เห็นเรื่องนี้ให้สิ้นซาก เสียงเหยียบคันเร่งและแรงรถที่ถอยหลังทำให้กมิตตราเร่งฝีเท้าตัวเองมากยิ่งขึ้น หัวใจดวงน้อยของเธอหายวับไปทั้งดวงเมื่อคิดได้ว่ารถบรรทุกคันนั้นตั้งใจจะถอยมาชนเธอ แต่ก็เหมือนโชคช่วยเมื่อได้ยินเสียงแตรรถยนต์ดังยาวเหยียดของรถยนต์อีกคันหนึ่งที่กำลังขับผ่านมา

“ช่วยด้วย...ช่วยด้วยค่ะ”

เสียงร้องของกมิตตราดังลั่นอย่างขอความช่วยเหลือกับผู้ที่ผ่านมา หัวใจที่หายวับไปทั้งดวงเมื่อสักครู่ค่อย ๆ ชื้นขึ้นมาเมื่อคิดว่าตอนนี้เธอไม่ได้อยู่ตามลำพัง ร่างบางที่เริ่มเปียกชื้นสั่นสะท้านด้วยความโล่งอกทรุดนั่งกับพื้นถนนอย่างไม่มีแรงจะวิ่งต่อ เพราะตอนนี้ขาทั้งสองข้างของเธอชาจนไม่มีแม้แต่แรงจะยืน รถบรรทุกที่กำลังถอยหลังไล่บี้เธออยู่หยุดชะงักจนได้ยินเสียงล้อรถยนต์บดกับพื้นถนนเสียงดัง ก่อนที่มันจะพุ่งไปข้างหน้าและขับหายไปท่ามกลางสายฝนที่เริ่มตกหนาตาขึ้น

“คุณ...เป็นอะไรหรือเปล่า”

เจ้าของรถกระบะที่มาใหม่ลงมาจากที่นั่ง คนขับมองภาพหญิงสาวที่กำลังทรุดนั่งพื้นด้วยสีหน้าตื่นตระหนก ถ้าเขาตาไม่ฝาดรถบรรทุกสิบล้อนั่นตั้งใจจะถอยมาทับหญิงสาวคนนี้แน่

“มะ...ไม่เป็นไรค่ะ...พี่...มีรถโดนชน”

กมิตตรารีบบอกผู้ใจดีที่มาช่วยเธอไว้อย่างรวดเร็ว เพราะถ้าขืนช้ากว่านี้เธอไม่รู้ว่าคนที่อยู่ในรถคันนั้นจะยังปลอดภัยอยู่หรือเปล่า หญิงสาวจึงรีบวิ่งไปยังรถที่หงายท้องอยู่กลางถนนพร้อมกับเจ้าของรถกระบะที่มาช่วยเธอเอาไว้ด้วยสีหน้าที่ร้อนรน ในขณะที่ผู้มีพระคุณของเธอกลับหยิบโทรศัพท์ออกมา เธอไม่รู้ว่าเขาโทร. หาใครแต่คาดคะเนได้ว่าคงเรียกหน่วยกู้ภัยฉุกเฉินมาช่วยเหลือ

เสียงครางอย่างเจ็บปวดดังออกมาเบาหวิว มือของคนเจ็บพยายามเคาะกระจกที่แตกร้าวไปทั่วทั้งบานแต่ยังไม่หลุดออกเป็นชิ้น ๆ เพราะการยืดเกาะของฟิล์มติดรถยนต์บวกกับประสิทธิภาพของกระจกที่ได้คุณภาพนั่นเอง เพื่อขอความช่วยเหลือบอกคนที่อยู่ด้านนอกว่ายังมีคนบาดเจ็บอยู่ด้านใน

“พี่คะ...ทางนี้ค่ะ มีคนติดอยู่ในรถ”

เจ้าของรถกระบะที่มาช่วยเหลือเธอเอาไว้รีบมาดูยังที่เกิดเหตุ ก่อนจะหันซ้ายขวาไปหยิบท่อนไม้พอเหมาะและตะโกนดังลั่นเพื่อให้คนเจ็บที่อยู่ด้านในหลบไปก่อน

“คุณ...เขยิบหนีไปก่อน ผมจะใช้ไม้เคาะกระจกพวกนี้ออก”

ไม่นานเศษกระจกเหล่านั้นก็หลุดออกมาเป็นชิ้น ๆ ร่วงกราวบนท้องถนน ชายร่างหนาคนที่ช่วยเหลือเธอเอาไว้ตะโกนถามคนเจ็บอีกครั้ง

“คุณ...คุณได้รับบาดเจ็บตรงไหนอีกหรือเปล่า ถ้าผมดึงคุณออกมาคุณไหวไหม”

สิ้นสุดคำถามคนบาดเจ็บด้านในก็ตะโกนตอบชายหนุ่มร่างหนาผู้ใจดีนั้นทันที

“ผมเจ็บที่ขาอย่างเดียว...เหมือนขาจะหัก”

“ถ้าอย่างนั้นผมดึงคุณออกมานะ”

ผู้ใจดีเอื้อมมือไปดึงร่างสูงของผู้บาดเจ็บออกมาทันที กมิตตรายกมือขึ้นแตะปากตัวเองด้วยความตกใจเมื่อเห็นรอยเลือดไหลเป็นทางยาวเหนือคิ้วของคนเจ็บ หญิงสาวสูดลมหายใจเข้าปอดเรียกสติตัวเองให้กลับคืนมา เธอต้องมีสติ ถ้าเป็นอย่างนี้เธอไม่สามารถช่วยเหลือคนอื่นได้แน่ ร่างบางเดินไปรอบรถเพื่อมองผู้บาดเจ็บคนอื่นอีก แต่หญิงสาวก็ต้องเบิกตากว้างด้วยความตกใจเมื่อเห็นร่างสิ้นลมหายใจใต้พวงมาลัยรถ ร่างบางผงะออกเล็กน้อย แต่เสียงร้องขอความช่วยเหลือยังคงดังลอยตามลมมาเป็นระยะ กมิตตราเรียกสติตัวเองให้คืนมา หญิงสาวกวาดสายตามองไปทั่วบริเวณ ดวงตากลมโตของหญิงสาวต้องเบิกกว้างขึ้นอีกครั้งเมื่อเหลือบเห็นร่างหนาที่นอนจมกองเลือดไกลจากรถที่เกิดเหตุเพียงแค่สามเมตร ร่างบางถลาเข้าไปหาร่างของผู้บาดเจ็บคนนั้นทันที

คุณอาจจะชอบ

ภาพปกนิยายเรื่อง เมียที่เคยรัก
8.7
จากสตรีผู้เปี่ยมเสน่ห์และเป็นที่หมายปองของบุรุษมากมายในชาติก่อน โชคชะตากลับเล่นตลกเมื่อเธอต้องเกิดใหม่อีกครา ทว่าชีวิตในชาตินี้กลับพลิกผันอย่างสิ้นเชิง ไร้ซึ่งการทะนุถนอมเอาใจใส่ เธอต้องพบกับความจริงอันโหดร้ายในฐานะภรรยาที่ถูกสามีทอดทิ้ง เมื่อต้องเผชิญความเย็นชา เธอจึงตัดสินใจเปลี่ยนเส้นทางชีวิตตนเอง ด้วยการละทิ้งความผูกพันและขอเป็นเพียงอดีตภรรยาของเขาเท่านั้น ทว่าความรักที่เคยหวานซึ้งจะถูกลบเลือนกลายเป็นเพียงความทรงจำที่ไม่มีวันหวนคืนมาได้จริงหรือ
ภาพปกนิยายเรื่อง นี่ฉันนอนผู้ชายผิดเหรอ
7.0
หลินเช่อนักแสดงสาวโนเนมหวังใช้ทางลัดสู่ความโด่งดังด้วยการลักหลับดาราดังอย่างกู้จิ้งอวี่ ทว่าเธอกลับพลาดไปมีความสัมพันธ์กับกู้จิ้งเจ๋อพี่ชายผู้ทรงอิทธิพลแทน เรื่องราววุ่นวายขึ้นเมื่อชายหนุ่มมีอาการแพ้สัมผัสสตรีขั้นรุนแรง แต่หลินเช่อคือข้อยกเว้นเดียวที่ร่างกายเขาไม่ต่อต้าน เมื่อตระกูลกู้ทราบเรื่องจึงยื่นคำขาดบังคับให้ทั้งสองจดทะเบียนสมรสทันที ท่ามกลางความตกตะลึง พวกเขาจำต้องย้ายมาอยู่ร่วมชายคากันและเริ่มต้นชีวิตคู่ในฐานะสามีภรรยากำมะลออย่างไม่อาจหลีกเลี่ยง
ภาพปกนิยายเรื่อง น้ำตาคนรัก
7.1
งานวิวาห์ตามประเพณีไม่อาจปกป้องศักดิ์ศรีของเธอให้พ้นจากการถูกเหยียบย่ำ สามีผู้เย่อหยิ่งปฏิบัติต่อเธออย่างโหดร้ายด้วยการปาธนบัตรใส่หน้าเป็นค่าตอบแทน ราวกับเธอไม่ใช่ภรรยาแต่เป็นเพียงผู้หญิงที่ซื้อได้ด้วยเงิน ความอดทนของหญิงสาวมาถึงขีดสุดเมื่อถูกลดทอนคุณค่า เธอตัดสินใจแน่วแน่ที่จะยุติบทบาทภรรยาที่ไร้ความหมายและพร้อมเดินจากไปตลอดกาล ทว่าโชคชะตากลับเล่นตลกอย่างร้ายกาจเมื่อพบว่าตนเองกำลังตั้งครรภ์ลูกของบุรุษใจร้ายผู้ทำลายเกียรติยศของเธอจนย่อยยับ
ภาพปกนิยายเรื่อง เชลยรักแห่งเม็ดทราย
9.2
เมื่อมารดานำคฤหาสน์และโรงแรมมรดกของบิดาไปขายให้เจ้าชายแห่งอัลนูรีน นีราพรรณจำต้องสละศักดิ์ศรีเพื่อรักษาสมบัติชิ้นนี้ไว้ เธอต้องยอมเป็นนางบำเรอของบุรุษผู้แสนเย็นชา ทว่าภายใต้ความแข็งกร้าวนั้น เจ้าชายกลับตกหลุมรักหญิงสาวตั้งแต่แรกพบ ท่ามกลางอคติที่ขวางกั้น เขาต้องพยายามพิชิตใจเธอให้ได้ ขณะที่นีราพรรณเองก็ต้องค้นหาความรู้สึกที่แท้จริงซึ่งซ่อนอยู่เบื้องหลังความไร้เยื่อใย มีเพียงรักแท้และความภักดีเท่านั้นที่จะละลายกำแพงน้ำแข็งและเชื่อมหัวใจทั้งสองดวง
ภาพปกนิยายเรื่อง องค์หญิงของเจ้าชายเย็นชา
8.3
ความเจ็บปวดจากการถูกนอกใจทำลายรักแรกวัยเรียน แต่นั่นคือจุดเปลี่ยนสำคัญ หญิงสาวผู้เคยมีภาพลักษณ์ธรรมดาสวมเสื้อผ้าราคาประหยัด ได้ก้าวข้ามความเสียใจและพลิกโฉมตัวเอง โชคชะตานำพาเธอเข้าสู่ชีวิตการทำงาน กลายเป็นสาวออฟฟิศผู้มั่นใจและสง่างามในชุดสุดหรู ท่ามกลางชีวิตที่พลิกผัน เธอได้โคจรมาพบกับประธานหนุ่มผู้เพียบพร้อมแต่กลับมีบุคลิกเย็นชาดุจน้ำแข็ง การพบกันของสองคนที่ต่างกันสุดขั้วได้จุดประกายความสัมพันธ์ใหม่ ก่อให้เกิดเรื่องราวความผูกพันที่ก้าวข้ามความแตกต่างและเปลี่ยนชีวิตของทั้งคู่ไปตลอดกาล
ภาพปกนิยายเรื่อง ทะลุมิติเป็นแม่ม่าย กลายเป็นแม่ของลูกตั้งเจ็ดคน!
7.3
เหยียนชิงชิง ผู้บริหารสาวจากยุคปัจจุบันทะลุมิติมาเป็นหญิงม่ายตั้งครรภ์ที่ต้องเลี้ยงดูลูกอีกเจ็ดชีวิต เธอต้องรับมือกับญาติสามีที่แสนโลภและจ้องเอาเปรียบทุกทาง หญิงสาวไม่ยอมเป็นเหยื่อให้ใครกดขี่ จึงตัดสินใจขอแยกบ้านอย่างเด็ดเดี่ยว เธอใช้ประสบการณ์และไหวพริบทางธุรกิจที่เฉียบคมเพื่อปกป้องครอบครัวและต่อกรกับความอยุติธรรม เรื่องราวการพลิกชะตานี้เต็มไปด้วยความเข้มข้น เมื่อเธอต้องใช้สมองยกระดับความเป็นอยู่ของลูกๆ พร้อมทั้งนำพาหมู่บ้านที่ยากไร้ให้ก้าวไปสู่ความมั่งคั่งอย่างยั่งยืน