APKDock Logo
รายชื่อตอน
แชร์
ภาพปกนิยายเรื่อง อ้อมกอดตะวัน (The Embrace of Sun)

อ้อมกอดตะวัน (The Embrace of Sun)

รัญชนาคิดว่าตัวเองคือผู้หญิงที่โชคดีที่สุดเมื่อกำลังจะได้แต่งงานกับระวีกานต์ ชายหนุ่มสุดเพียบพร้อมที่ใครต่างพากันอิจฉา ทว่าวิวาห์ในฝันกลับพังทลายลงในพริบตา เมื่อเธอได้รู้ความจริงอันโหดร้ายว่า คู่หมั้นหนุ่มไม่ได้มีใจให้เธอเลยแม้แต่น้อย แต่เขากลับมอบความรักทั้งหมดให้กับสโรชา อดีตเพื่อนสนิทที่เคยทรยศหักหลังเธออย่างเจ็บแสบ ยิ่งไปกว่านั้น เหตุผลแท้จริงที่เขา ยอมเข้าพิธีแต่งงานกับเธอก็เพื่อใช้บารมีและอิทธิพลของพ่อเธอเป็นเครื่องมือเบิกทางในการทำธุรกิจของตนเองเท่านั้น อ้อมกอดอันอบอุ่นจากดวงตะวัน ที่เธอเคยหลงใหลและโหยหา จึงเป็นเพียงแค่ภาพลวงตาอันแสนเย็นชาและไร้หัวใจที่สร้างขึ้นมาเพื่อหลอกลวงเธอ
รายชื่อตอน
แชร์

ตอน 3

“ก็จริงค่ะ” สุดท้ายแล้ว...รัญชนาก็ใจแข็งกับไม้นวมของเขาไม่ได้ เวลาที่เธองอนเขา เขาก็มักจะง้อด้วยน้ำเสียงนุ่มๆ ท่าทางอ่อนโยนอย่างนี้ แล้วเธอก็ต้องยอมใจอ่อนยกโทษให้เขาทุกทีสิน่า แล้วอีกอย่าง...ที่เขาพูดมาก็มีเหตุผล หากเขาไม่รัก...ป่านนี้คงถอนหมั้นกับเธอไปนานแล้ว แม้เขาจะไม่ได้บอกว่า ‘รัก’ แต่การกระทำของเขาก็บอกชัดเจนอยู่แล้วไม่ใช่หรือว่าเธอสำคัญกับเขามากกว่าผู้หญิงทุกคน แล้วเธอจะมานั่งระแวง...มานั่งน้อยใจ ทำตัวเป็นผู้หญิงงี่เง่าอยู่อีกทำไมกันเล่า? “โรสรักพี่กานต์นะคะ รักมาก”

เธอเน้นชัดกับเขาในความรู้สึกที่เธอมีให้เขาเสมอมา รัญชนาและระวีกานต์รู้จักกันมาตั้งแต่เล็กๆ แล้ว เท่าที่จำความได้...อาทิตย์ก็พาระวีกานต์มาเยี่ยมเยียนที่บ้านของเธอบ่อยๆ เนื่องจากอาทิตย์กับทรงธรรมรู้จักมักจี่กันมาตั้งแต่สมัยเรียนต่อโทที่ต่างประเทศด้วยกัน แล้วพอเธอเริ่มจะเป็นสาว คงสักประมาณสิบสามสิบสี่ได้มั้ง เธอก็เพิ่งได้รู้ว่า...แท้จริงแล้ว เธอไม่ได้รักเขาอย่างพี่ชาย หากแต่รักเขาอย่างที่ผู้หญิงคนหนึ่งจะรักผู้ชายสักคนได้ และรักมาโดยตลอด กระทั่งความฝันของเธอเป็นจริงก็ต่อเมื่อเธอเรียนอยู่ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 นี้เอง ที่เขาเดินเข้ามาพร้อมกับอาทิตย์...พ่อของเขาในสายวันหนึ่ง และขอกับพ่อของเธอ เพื่อหมั้นหมายกับเธอ จากวันนั้น...จนถึงวันนี้ก็เข้าสู่ปีที่เจ็ดแล้วสินะ ที่เธอกับเขาอยู่ด้วยกันในฐานะคู่หมั้น

ระวีกานต์ลอบถอนหายใจอย่างโล่งอกที่หญิงสาวไม่เซ้าซี้เอาคำตอบอะไรจากเขาอีก แม้ว่าเขาจะหมั้นหมายอยู่กับเธอมากว่าเจ็ดปีแล้วก็ตามทีเถอะ แต่หัวใจของเขากลับไปปฏิพัทธ์เพื่อนรักของเธออย่างสโรชา ภาวินท์ หญิงสาวแสนหวานที่เขาผูกใจรักใคร่ มาตั้งแต่ฝ่ายนั้นอายุได้สิบหกเท่านั้น แต่เธอไม่เคยมองเขาเลยสักครั้ง ที่ให้ได้...ก็แค่คำว่าพี่ชายคนหนึ่งเท่านั้น อาจจะเป็นเพราะเธอเป็นเพื่อนรักกับรัญชนามาตั้งแต่อนุบาลกระมัง ทำให้เธอไม่อยากหักหลังเพื่อน แต่จะว่าไป...เขาไม่เคยเห็นสโรชาติดต่อกับรัญชนาเลยนับตั้งแต่จบมัธยมปลายไป เขาเลยต้องให้ลูกน้องคอยตามสืบเรื่องราวของสโรชาอยู่ห่างๆ เขารับรู้ทุกความเคลื่อนไหวของหญิงสาว แต่ก็ไม่เคยเผยตัวออกไปสักที เพราะเขามีหน้าที่ที่ต้องรับผิดชอบ หน้าที่ของการเป็นคู่หมั้นของรัญชนานั่นเอง แม้ไม่อยากทำ...แต่ก็ต้องทำเพื่อตระกูลของเขา เพื่อธุรกิจของเขา

นั่นเป็นเหตุผลว่าทำไมเขาจึงไม่สามารถบอกกับรัญชนาได้ว่า ‘รัก’ เขาไม่ใช่ผู้ชายมักง่าย...เขาถือคติว่าจะบอกรัก กับคนที่เขารักเท่านั้น ซึ่งก็คือ...สโรชา แน่นอนว่าเรื่องนี้ให้รัญชนารู้ไม่ได้ เพราะรู้ดีว่าเธอเป็นคนเจ้าอารมณ์แค่ไหน ขืนรู้...เธอได้อาละวาดถอนหมั้น แล้วตามไปจัดการสโรชาให้ได้เจ็บตัวเป็นแน่

“ถึงแล้วจ้ะ” ระวีกานต์บอกเมื่อมาจอดรถเทียบหน้าร้านเวดดิ้งแห่งหนึ่ง เป็นร้านที่ค่อนข้างมีระดับ และเป็นที่นิยมมากสำหรับพวกที่กระเป๋าหนักอย่างเช่น ไฮโซ ไฮซ้อทั้งหลาย ที่จะมาใช้บริการเมื่อจะจัดงานวิวาห์ เพราะมีทีมงานมืออาชีพ และสินค้าที่มีคุณภาพ เขาเปิดประตูรถออกไป เพื่อที่จะทำหน้าที่สุภาพบุรุษที่ถูกเพาะบ่มมา ด้วยการเปิดประตูรถให้กับคู่หมั้นสาว เมื่อเธอเดินลงมายืนเคียงข้างเขาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว จึงทำการปิดประตูและล็อกรถเสียให้เรียบร้อย แล้วยื่นแขนให้เธอคล้อง พากันเดินเข้าไปภายในร้านเวดดิ้งแห่งนั้น

“อ้าว! คุณกานต์...คุณโรส! สวัสดีค่ะ” เจ้าของร้านที่เป็นสาวประเภทสองรีบออกมาต้อนรับสองหนุ่มสาวอันเป็นลูกค้าคนสำคัญในช่วงนี้ “กำลังรออยู่พอดีเลยค่ะ ชุดเพิ่งตัดเรียบร้อย สดๆ ร้อนๆ เลยค่ะ รับรองว่าคุณโรสใส่แล้วสวยแน่ๆ”

“ไม่ใส่โรสก็สวยอยู่แล้วล่ะค่ะ” รัญชนาตอบออกไปตามแบบสาวผู้มีความมั่นใจในตัวเอง และไม่ค่อยจะแคร์ความรู้สึกหรือความคิดของคนอื่นมากนัก

เจ้าของร้านยิ้มเก้อเมื่อได้ฟังคำพูดดังกล่าว อดหมั่นไส้ไม่ได้...นี่ถ้าไม่ติดว่าเป็นลูกค้านะ จะจิกกัดให้เสียหน้าเล่นๆ แต่เมื่อรัญชนาเป็นลูกค้าคนสำคัญ และเงินหนัก เธอก็ไม่อาจทำอะไรได้ นอกจากยิ้มเสียหวานหยดส่งให้หญิงสาว แล้วกล่าวด้วยน้ำเสียงและคำพูดเอาอกเอาใจ

“นั่นแหละค่ะ แหม...คุณโรสออกจะสวยขนาดนี้ ถ้าชุดของเราได้อยู่บนตัวคุณโรส คงต้องสวยขึ้นเป็นอีกเท่าตัวแน่ๆ ค่ะ” เธอบอกอย่างนั้น แล้วก็รีบเปลี่ยนเรื่องไปเสีย ก่อนที่แม่ลูกค้าคนสำคัญจะเกิดเหวี่ยงใส่เธอให้ได้ปวดหัว จนอดรนทนไม่ไหว เปิดฉากตบกับลูกสาวนักการเมืองใหญ่ ให้ตัวเองได้เดือดร้อน “เราไปลองชุดกันเลยนะคะ จะได้ไปถ่ายรูป”

ว่าจบ...เจ้าของร้านก็พาว่าที่เจ้าสาวเดินขึ้นไปยังชั้นบน ซึ่งเป็นส่วนที่เตรียมไว้สำหรับเป็นห้องแต่งตัวของว่าที่เจ้าสาวที่มาใช้บริการ ส่วนระวีกานต์ถูกพาตัวไปอีกห้องหนึ่ง ซึ่งมีช่างคอยดูแลและจัดการแต่งหน้าแต่งตัว ให้หนุ่มที่หล่ออยู่แล้ว ดูหล่อมากขึ้นไปอีก เพียงไม่ถึงสองชั่วโมง...ว่าที่เจ้าบ่าวเจ้าสาวก็พร้อมสำหรับการถ่ายภาพในสตูดิโอ ส่วนอีกเซ็ตจะถ่ายนอกสตูดิโอซึ่งจะเกิดขึ้นในอีกวันหนึ่ง

ระวีกานต์ถูกพาตัวไปรอที่โซฟาสำหรับรับแขก ซึ่งอยู่ที่ชั้นสองของร้าน เพราะว่าที่เจ้าสาวกำลังทำการแต่งหน้าทำผมอยู่ที่ห้องแต่งตัวถัดออกไป

“เจ้าสาวมาแล้วค่า” เป็นเสียงของเจ้าของร้านนั่นเองที่ดังออกมาก่อนตัว ก่อนที่จะเดินนำว่าที่เจ้าสาวออกมาหยุดอยู่ที่ตรงหน้าของเขา

รัญชนาสวยสดอยู่ในชุดเจ้าสาวที่นำเอาแบบชุดสมัยวิกตอเรียตามแบบที่หญิงสาวต้องการ ช่วงบนเป็นเกาะอกที่มีสายใหญ่คล้องต้นแขนเอาไว้ มีคอเซ็ตรัดช่วงเอวอยู่ ส่งให้เอวของเธอดูคอดกิ่วอย่างชัดเจน ขณะที่ตัวกระโปรงทิ้งยาวลงไปคลุมเท้าเอาไว้ ไล่จากสีเบจที่ชายกระโปรงขึ้นมาเรื่อยๆ จนเป็นสีครีมอ่อนๆ ซึ่งเป็นเฉดสีเดียวกันกับเสื้อช่วงบนของเธอ ประดับด้วยคริสตัลเล็กๆ ดูระยิบระยับยามต้องแสงไฟ

เรือนผมยาวสีน้ำตาลของเธอถูกเกล้าไว้เป็นมวยสูงๆ ประดับด้วยมงกุฎเล็กๆ ที่มวยผมนั้น ทิ้งปอยผมที่ม้วนเป็นเกลียวลงมาที่ข้างแก้มทั้งสองข้างของเธอ ใบหน้างามเด่นถูกตบแต่งด้วยเครื่องสำอางในเฉดสีทอง ทำให้ใบหน้างามหมดจดนั้นเปล่งปลั่ง เธองดงาม...ราวกับเจ้าหญิงที่หลุดมาจากสมัยวิกตอเรียไม่มีผิดเพี้ยน

“อะแฮ่ม!” เจ้าของร้านที่เป็นผู้หญิงภาคสมทบกระแอมขึ้น เมื่อเห็นเจ้าบ่าวตะลึงงันในความงดงามของว่าที่เจ้าสาว เสียจนพูดอะไรไม่ออก นั่นทำให้ระวีกานต์ต้องกะพริบตาปริบๆ เรียกสติของตัวเองคืนมา ขณะที่เจ้าของร้านเอ่ยแซวอย่างสนุกปาก “แหม...มองเสียตาค้างเลยนะคะคุณกานต์ เจ้าสาวสวยใช่ไหมคะ?”

“สวยครับ...สวยมาก” ระวีกานต์เอ่ยชมออกมาจากใจ รัญชนาเป็นสาวสวยหาตัวจับยากอยู่แล้ว ยิ่งอยู่ในชุดนี้ยิ่งสวยมากขึ้นไปอีก เขาไม่ปฏิเสธเลยที่จะชมว่าเธอสวย...แต่ว่าก็ไม่สามารถทำให้ใจให้รักชอบเธอในเชิงชู้สาวได้

“ขอบคุณค่ะ” แก้มของว่าที่เจ้าสาวแดงปลั่งอย่างเขินอายกับคำชมซึ่งๆ หน้าของเขา ก่อนที่จะเอ่ยชมเขาบ้าง “พี่กานต์ก็หล่อมากเหมือนกัน ยังกับเจ้าชายเลย”

ดวงตาคู่หวานของเธอสำรวจมองว่าที่เจ้าบ่าวของตัวเองด้วยแววตาชื่นชมยิ่งนัก เมื่อเขาหล่อเท่อยู่ในชุดเจ้าบ่าว ที่ด้านในเป็นเสื้อเชิ้ตสีขาวสะอาด มีเนกไทสีแดงเลือดหมูผูกอยู่ คลุมทับด้วยเสื้อกักสีทองอันเป็นสีที่เข้ากันกับกางเกงสีครีมเข้ม

“ชมกันไปชมกันมาจนเขินแล้ว เราไปถ่ายรูปกันดีกว่านะคะ” เจ้าของร้านรีบบอก เมื่อเห็นว่าที่บ่าวสาวเอาแต่ชมกันไปชมกันมา ก่อนเดินนำทั้งคู่ไปยังส่วนที่เป็นสตูดิโอสำหรับถ่ายภาพ เพื่อทำการถ่ายภาพแต่งงานเอาไว้เป็นที่ระลึกนั่นเอง

ติดตามชมต่อ!
เนื้อหากำลังเข้มข้น! สลับไปที่แอปเพื่ออ่านต่อ
ปลดล็อกทุกตอน
เปิดเว็บไซต์อย่างเป็นทางการ

คุณอาจจะชอบ

ภาพปกนิยายเรื่อง เมียที่เคยรัก
8.7
จากสตรีผู้เปี่ยมเสน่ห์และเป็นที่หมายปองของบุรุษมากมายในชาติก่อน โชคชะตากลับเล่นตลกเมื่อเธอต้องเกิดใหม่อีกครา ทว่าชีวิตในชาตินี้กลับพลิกผันอย่างสิ้นเชิง ไร้ซึ่งการทะนุถนอมเอาใจใส่ เธอต้องพบกับความจริงอันโหดร้ายในฐานะภรรยาที่ถูกสามีทอดทิ้ง เมื่อต้องเผชิญความเย็นชา เธอจึงตัดสินใจเปลี่ยนเส้นทางชีวิตตนเอง ด้วยการละทิ้งความผูกพันและขอเป็นเพียงอดีตภรรยาของเขาเท่านั้น ทว่าความรักที่เคยหวานซึ้งจะถูกลบเลือนกลายเป็นเพียงความทรงจำที่ไม่มีวันหวนคืนมาได้จริงหรือ
ภาพปกนิยายเรื่อง นางสวยแซ่บของประธาน
8.3
โลกของหญิงสาวผู้เพียบพร้อมต้องพลิกผันอย่างโหดร้าย เมื่อประธานหนุ่มทรงอิทธิพลปรากฏตัวขึ้น เขาไม่ได้มาในฐานะมิตร แต่เป็นพายุร้ายที่พัดทำลายทุกสิ่งที่เธอรักจนย่อยยับ ไม่ว่าจะเป็นเกียรติยศ ฐานะ หรือความอบอุ่นในครอบครัวที่เคยผูกพัน ทุกสิ่งถูกบดขยี้อย่างไร้ความปรานีด้วยน้ำมือของเขา บัดนี้ สิ่งที่หลงเหลือมีเพียงเศษซากอดีตและรอยแผลแห่งความสูญเสียที่ไม่อาจเยียวยา เธอจำต้องยืนหยัดท่ามกลางความเจ็บปวด เพื่อเผชิญหน้ากับบุรุษผู้เป็นต้นตอของฝันร้ายและโศกนาฏกรรมทั้งหมดที่เปลี่ยนชีวิตเธอไป
ภาพปกนิยายเรื่อง ปราบรักซาตาน
9.7
การใช้ชีวิตคู่ที่ปราศจากความรักช่างแสนทรมาน ตลอดห้าปีที่ชาคริยาทุ่มเททำหน้าที่ภรรยา ไม่เคยทำให้รวิชญ์รู้สึกใจอ่อนหรือหันมามองเธอด้วยความเสน่หา เขายังคงรักษาความหมางเมินราวกับคนแปลกหน้า ทว่าความเจ็บช้ำทางใจยังไม่ทันเลือนหาย โชคชะตากลับมอบบททดสอบที่โหดร้ายเมื่อเธอพบว่าตนเองป่วยเป็นมะเร็งระยะสุดท้าย ในเมื่อเวลาแห่งลมหายใจเหลือน้อยเต็มที ชาคริยาจึงทิ้งศักดิ์ศรีเพื่ออ้อนวอนสามีผู้แสนเย็นชา เธอไม่ขอความรักอีกต่อไป แต่ขอเพียงแค่สิบเดือนสุดท้ายของชีวิตให้เขาอยู่เคียงข้าง สร้างความทรงจำร่วมกันก่อนที่เธอจะจากโลกใบนี้ไปอย่างไม่มีวันหวนกลับ
ภาพปกนิยายเรื่อง ท่านประธานซาตานของฉัน
7.6
หญิงสาวรู้สึกประหม่าเมื่อพลัดหลงในคฤหาสน์โอ่อ่ากว่าครึ่งชั่วโมง ท่ามกลางแสงไฟจากห้องนอนใหญ่ เธอรู้ดีว่าหากไม่มีคนช่วยนำทาง คงต้องจำใจนอนค้างด้านนอก วิกฤตนี้ชวนให้หวนนึกถึงเหตุการณ์เมื่อห้าปีก่อน การหลงทางเคยเป็นจุดเปลี่ยนที่ทำให้เธอให้กำเนิดลูกชาย แต่ปัจจุบันเด็กน้อยผู้ฉลาดเฉลียวเกินวัยกำลังก่อเรื่องใหญ่ เขาตัดสินใจใช้รายการถ่ายทอดสดเป็นสื่อกลางประกาศตามหาพ่ออย่างเป็นทางการ เป้าหมายของเด็กชายตัวแสบคือการชักนำผู้เป็นพ่อให้กลับมาเติมเต็มความอบอุ่นและฟื้นฟูครอบครัวให้สมบูรณ์อีกครั้ง
ภาพปกนิยายเรื่อง ทะลุมิติเป็นแม่ม่าย กลายเป็นแม่ของลูกตั้งเจ็ดคน!
7.3
เหยียนชิงชิง ผู้บริหารสาวจากยุคปัจจุบันทะลุมิติมาเป็นหญิงม่ายตั้งครรภ์ที่ต้องเลี้ยงดูลูกอีกเจ็ดชีวิต เธอต้องรับมือกับญาติสามีที่แสนโลภและจ้องเอาเปรียบทุกทาง หญิงสาวไม่ยอมเป็นเหยื่อให้ใครกดขี่ จึงตัดสินใจขอแยกบ้านอย่างเด็ดเดี่ยว เธอใช้ประสบการณ์และไหวพริบทางธุรกิจที่เฉียบคมเพื่อปกป้องครอบครัวและต่อกรกับความอยุติธรรม เรื่องราวการพลิกชะตานี้เต็มไปด้วยความเข้มข้น เมื่อเธอต้องใช้สมองยกระดับความเป็นอยู่ของลูกๆ พร้อมทั้งนำพาหมู่บ้านที่ยากไร้ให้ก้าวไปสู่ความมั่งคั่งอย่างยั่งยืน
ภาพปกนิยายเรื่อง รักต้องมีเธอ
9.0
แม้ความตายจะตัดขาดวาสนาในชาตินี้ แต่ความรักที่เจ้าอี้เฟยมีต่อโจวเจียหลุนไม่เคยเลือนหาย เมื่อสวรรค์ไม่เป็นใจ หญิงสาวจึงปฏิเสธที่จะยอมจำนนต่อโชคชะตา นางตัดสินใจก้าวสู่เส้นทางที่ท้าทายฟ้าดิน ด้วยการละทิ้งตำแหน่งเซียนอันทรงเกียรติ เพื่อนำไปแลกเปลี่ยนในพันธสัญญากับเทพแห่งกาลเวลา ขอเพียงได้หวนคืนสู่อดีตและกลับไปพบกับบุรุษผู้ครอบครองหัวใจอีกครั้ง การเสียสละอันยิ่งใหญ่ครั้งนี้มีเพียงเป้าหมายเดียว นั่นคือปรารถนาที่จะเคียงข้างเขาตลอดไปในเส้นทางชีวิตใหม่ที่นางเป็นผู้ลิขิตด้วยตนเอง