APKDock Logo
รายชื่อตอน
แชร์
ภาพปกนิยายเรื่อง ดุจตะวันฉันรักเธอ

ดุจตะวันฉันรักเธอ

คณเทพเคยเคลือบแคลงใจเรื่องที่ดุจตะวันยังไม่มีใคร จนกระทั่งพบความจริงว่าเธออุทิศตนทำงานเพื่อสังคมในพื้นที่ห่างไกล แทนที่จะใช้ชีวิตหรูหราในสังคมเมือง ยิ่งไปกว่านั้น เขายังได้รู้ว่าแท้จริงแล้วเธอคือลูกสาวของท่านชายรังสิมันต์ ซึ่งเป็นเจ้าของศูนย์ช่วยเหลือสังคมที่ตัวเขาเคยแนะนำให้เธอรู้จักนั่นเอง ความใกล้ชิดทำให้ทั้งสองคนต่างตระหนักว่าอีกฝ่ายคือแสงนำทางชีวิตที่ไม่อาจขาดได้ ในค่ำคืนอันแสนหวานภายในรถยนต์ คณเทพได้มอบจูบเพื่อเป็นคำมั่นสัญญาว่าความรักที่เขามีต่อดุจตะวันจะคงอยู่ตลอดไปตราบชั่วนิรันดร์ และใจของเขาจะไม่มีวันเปลี่ยนแปลงไปจากเธอแม้โลกใบนี้จะสูญสลายก็ตาม
รายชื่อตอน
แชร์

ตอน 3

คณเทพไม่ใส่ใจญาติผู้น้อง แม้จะถูกมองค้อนด้วยความไม่ชอบใจหลายครั้ง คงนั่งเฝ้าร่างไร้สติ ตาจับอยู่ที่ใบหน้าเพรียวคมที่ดูขาวซีดแทบจะไม่ละสายตา

เขาบอกไม่ถูกว่าเหตุใดจึงปรารถนาที่จะได้เห็นดวงตาที่ยังปิดสนิท มองเห็นแพขนตาดำงอนเป็นแผง ลืมขึ้นมามองตอบ

พูดจริงๆ เขารู้จักผู้หญิงสวยมามาก ระดับนางงามก็เคยวิสาสะเป็นหลายคน แต่ใจเขาก็ไม่เคยเลยที่จะสั่นหวั่นไหวไปจนเขาเองรู้สึกเยี่ยงขณะกำลังมองหน้าขาวซีดของหญิงสาวที่ยังไม่ได้สติ

“กลับมากันแล้วหรือ”

มีเสียงถาม เขาไม่ทันหันไปตอบ เสียงเดิมก็เอะอะมาเสียก่อน

“เอ๊ะ! นั่นใครเป็นอะไร?”

คณเทพเปิดปากแต่พูดไม่ทันญาติผู้น้องที่รีบจีบปากฟ้อง

“พี่เทพขับรถชนคนค่ะ คุณป้า ความจริงก็ไม่ทันชน แค่เฉี่ยวๆ เอาเท่านั้น แต่พี่เทพนะสิคะ ทำเป็นผู้ใจบุญ ต้องรับผิดชอบ”

“ตายแล้ว!”

คุณชดช้อยปราดเข้ามาข้างลูกชาย ตกใจจนไม่ทันฟังประโยคหลังๆ ของหลานสาว

“ทำไมเทพไม่พาส่งโรงพยาบาลล่ะลูก?”

“มาบ้านใกล้กว่าครับ โรงพยาบาลอยู่ไกลเกินไป ผมไม่อยากให้กระเทือนมาก อันที่จริง ตามหลักแล้วเราไม่ควรเคลื่อนย้ายคนเจ็บด้วยซ้ำ แต่จะปล่อยให้นอนตากฝนอยู่อย่างนั้น รอรถพยาบาลมาก็ไม่ได้”

“ให้ใครโทรตามหมอหรือยัง?”

“โทรแล้วครับ... ดูเหมือนจะมานั่นแล้ว”

ชายหนุ่มร่างสูงเพรียว ผิวขาวจัด เดินหิ้วล่วมยาเข้าประตูมา

“คนเจ็บเป็นยังไงบ้าง รู้สึกตัวบ้างหรือยัง?” นายแพทย์หนุ่มถาม

“ยังเลย” คณเทพตอบ

นายแพทย์ชัชนันท์จัดแจงตรวจคนไข้อย่างละเอียด ตั้งคำถามเพื่อวินิจฉัยเป็นระยะ

“นานแค่ไหนแล้ว นับแต่ถูกชน”

“ราวๆ สิบนาทีได้ เป็นไงบ้างวะ?”

เสียงครางเบาๆ มาจากคนเจ็บ แทรกขึ้น

“ดูเหมือนจะรู้สึกตัวแล้วละ” คุณชดช้อยพูด

“เฮ้อ...โล่งใจไปที ทีนี้ยังไงล่ะ พาไปโรงพยาบาลไม่ดีกว่าหรือลูก?”

“ให้นายชัชตรวจดูก่อนดีกว่าครับ”

นายแพทย์หนุ่มจับตาที่ลำขาเรียว เมื่อคนเจ็บที่เพิ่งฟื้นคืนสติ เลื่อนมือปราดลงไปแตะข้อเท้าของตน

“เจ็บที่นั่นหรือครับ” เขาถาม

นิ้วขาวเรียวละมุนแทบจะไม่ปรากฏรอยแตกบริเวณข้อนิ้ว ลักษณะเป็นมือศิลปินโดยแท้ ชะงัก เหลือบตามองผู้คนรอบตัวงงๆ

“ญ... ฉัน... ฉันเป็นอะไรคะ?” ดวงตาดำคมคู่ใหญ่แลปราดไปทั่ว

“ที่นี่ที่ไหนคะ? ฉันมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง?”

“คุณจำอะไรไม่ได้เลยหรือ?”

เสียงถามของชายหนุ่มคู่กรณีเป็นไปอย่างอ่อนโยน แล้วก็แปลกเอามากๆ ที่เขารู้สึกวาบลึกในอก ทันทีที่ดวงดำโตในกรอบตาเรียวกว้างเหลือบปราดมาสบตาเข้า

“ฉัน... ถูกรถชน ใช่ไหมคะ?”

ร่างบางลุกพรวดแล้วก็ครางโอย

“อูย....”

“มีอะไรแตกหักหรือเปล่า พ่อชัช”

คุณชดช้อยสีหน้ากังวล กลัวว่าหากคนเจ็บอาการหนักมากเท่าใด ลูกชายจะต้องรับผิดชอบมากเท่านั้น ซึ่งคุณชดช้อยไม่ชอบใจเอาเลย

“ไม่หักหรอกครับ แค่ข้อเท้าแพลง”

“แปลว่าฉันจะเดินไม่ได้อย่างนั้นหรือคะ?” คนเจ็บถามเสียงสูง

“ก็แค่ชั่วคราวเท่านั้นครับ” หมอตอบใจเย็น

“ไม่ได้นะคะ! ถึงจะแค่ชั่วคราวก็ไม่ได้นะ ฉันต้องรีบไป... โอย! อูย!”

เสียงโอดครวญดังขึ้น บอกความเจ็บปวด เพียงเจ้าตัวขยับเท้าและขาท่อนล่าง

“ผมว่าคุณนอนเฉยๆ ดีกว่าครับ” นายแพทย์หนุ่มสั่งแกมขอร้อง

“ฉันจะมานอนเฉยได้ยังไง คุณหมอไม่เข้าใจ ว่าแต่ใครกันนะที่ทำให้ฉันต้องมาเป็นแบบนี้?”

อีกครั้งที่ดวงตาดำใหญ่กวาดไปรอบๆ

“ผมเอง ต้องขอโทษเธอ... เอ้อ คุณด้วย” คณเทพยอมรับผิด

“คุณคงขับรถโดยประมาทใช่ไหมล่ะ ไม่อย่างนั้นคงไม่ชนฉันหรอก บ้าที่สุด! ฉันเลยต้องมารับกรรมเพราะคนบ้าๆ สักแต่ว่ามีรถขับแท้ๆ”

ตาดำใหญ่ขณะสบตาคมสีน้ำตาลจัดๆ เป็นประกายวับ

“ผม...”

คู่กรณีพูดไม่ออก แต่มารดาของเขาโต้แทนทันที

“เอ๊อ เธอนี่! จะเอายังไง ลูกฉันผิด เค้าก็ยอมรับผิด อุตส่าห์หอบหิ้วมาบ้าน ตามหมอมาดูแลเป็นอย่างดี ยังจะมาพูดท่านั้นท่านี้ เป็นคนอื่น คงชนแล้วหนีไปไกลแล้ว”

“ไม่ใช่ความผิดของพี่เทพนะคะ คุณป้าขา”

อนัญญาพรส่งเสียงสนับสนุน มองหญิงสาวอย่างไม่เป็นมิตร ยิ่งเห็นสายตาญาติหนุ่มผู้พี่มองคนเจ็บ ก็ยิ่งหงุดหงิด

“พี่เทพขับรถระมัดระวังจะตาย แล้วรถพี่เทพก็ไม่ได้ชนซะหน่อย แค่เฉี่ยวเอาหน่อยเดียวเท่านั้นแหละค่ะ แม่คนนี้นะสิคะ จู่ๆ ก็โผล่พรวดพราดออกมาให้รถชน อาจจะหวังเรียกร้องค่าเสียหายอย่างที่เคยมีข่าวก็ได้นะคะคุณป้าขา”

“เอ๊ะ! เอ๊ะ! ถ้าเป็นอย่างนั้น ลูกชายฉันก็ไม่ผิดล่ะสิ”

คุณชดช้อยหันไปทางบุตรชาย

“ที่น้องพูดก็อาจจะจริงนะพ่อเทพ ผู้หญิงคนนี้อาจเป็นพวกสิบแปดมงกุฎ แกล้งให้รถเฉี่ยวแล้วเรียกค่าทำขวัญแพงๆ ก็ได้”

ตาดำคู่ใหญ่เป็นประกายวาววับ ใบหน้าซีดๆ เปลี่ยนเป็นแดงก่ำไปทั้งหน้า

“คุณน๊าย!”

เสียงเรียกผู้สูงวัยกว่า แม้จะยังมีแววสัมมาคารวะตามควร แต่ก็ฟังว่าเอาเรื่อง

“จะกล่าวหาใครก็ให้แน่ใจเสียก่อนนะคะ ระวังจะโดนข้อหาหมิ่นประมาท และก็ขอบอกให้รู้เอาไว้ด้วยว่า ถึงฉันจะ เอ้อ... เป็นคนธรรมดาๆ หาเช้ากินค่ำในสายตาคุณนาย ก็ไม่เคยประพฤตตัวเยี่ยงโจร”

“ใครว่าฉันกล่าวหา ก็พฤติกรรมหล่อนมันน่าสงสัยน้อยอยู่รึ?”

คุณชดช้อยทำหน้าดูถูกประกอบน้ำเสียง

คนเจ็บอ้าปาก แต่ไม่ทันกล่าวใดๆ เสียงมีกังวานทุ้มนุ่มของคู่กรณีโดยตรง ก็ขัดขึ้นเสียก่อน

“อย่าเถียงกันเลยครับ เอาเป็นว่าผมยอมรับผิด ยินดีรับผิดชอบทุกอย่างละกัน”

“ไม่ได้นะ ตาเทพ!”

“ไม่ได้นะคะ พี่เทพ!”

สองเสียงร้องขึ้นพร้อมกัน

ติดตามชมต่อ!
เนื้อหากำลังเข้มข้น! สลับไปที่แอปเพื่ออ่านต่อ
ปลดล็อกทุกตอน
เปิดเว็บไซต์อย่างเป็นทางการ

คุณอาจจะชอบ

ภาพปกนิยายเรื่อง ขอโทษ และขอบคุณนะ
9.3
อดีตหญิงสาวผู้เพียบพร้อมที่ใครต่างริษยา บัดนี้กลายเป็นเพียงภรรยาที่สามีไม่เคยเห็นค่า ในสายตาเขา เธอคือจอมลวงโลกที่ตีสองหน้าได้อย่างแนบเนียน เขาจึงจงใจสาดถ้อยคำถากถางรุนแรงและเหยียดหยามศักดิ์ศรีสารพัดเพื่อหวังให้เธอเจ็บปวด ทว่าความพยายามนั้นกลับสูญเปล่า เมื่อสิ่งที่ตอบกลับมามีเพียงความสงบนิ่งและท่าทีเมินเฉย เธอซ่อนความรู้สึกไว้มิดชิด ราวกับว่าอาวุธวาจาอันโหดร้ายเหล่านั้นไม่อาจทะลวงผ่านกำแพงเข้ามาสร้างรอยร้าวในจิตใจของเธอได้เลยแม้แต่นิดเดียว
ภาพปกนิยายเรื่อง ชีวิตที่เหลือขอไม่เกี่ยวกันอีก
7.9
แม้จะให้คำมั่นไว้อย่างเด็ดขาดว่าจะไม่ขอกลับไปข้องแวะกับเขาอีก ทว่าโชคชะตากลับเล่นตลกเมื่อมีเหตุให้เธอต้องกลับมาอยู่ข้างกายเขาอย่างไม่อาจขัดขืน การผิดคำสาบานนำมาซึ่งความอึดอัดใจแสนสาหัส แต่เคราะห์กรรมกลับเลวร้ายยิ่งกว่าเมื่อพบว่าร่างกายกำลังถูกกัดกินด้วยยาพิษปริศนา ฤทธิ์ของมันรุนแรงจนแทบปลิดชีพเธอ และที่โหดร้ายที่สุดคือมันได้พรากโอกาสในการให้กำเนิดทารกที่สมบูรณ์ไปตลอดกาล หญิงสาวต้องทนรับบาดแผลลึกทั้งกายและใจที่แหลกสลาย ติดอยู่ในห้วงความทุกข์อันไร้ทางหลุดพ้น
ภาพปกนิยายเรื่อง รักที่ทรมาน  รักที่มาผิดเวลา
7.0
โชคชะตานำพากันยาให้กลับมาพบสาคร อดีตคนรักที่เธอทิ้งไปเมื่อสามปีก่อน ในยามที่เธอต้องลดตัวขายศักดิ์ศรีเพื่อหาเงินรักษาแม่ที่ล้มป่วย เมื่อเห็นคนที่เคยฝากรอยแค้นตกต่ำ สาครจึงฉวยโอกาสนี้เหยียบย่ำและบีบให้เธอชดใช้หนี้แค้นด้วยชีวิต แม้จะถูกทำร้ายจิตใจอย่างแสนสาหัส แต่หญิงสาวกลับปิดปากเงียบ ไม่ยอมเผยความจริงที่ว่าวาระสุดท้ายของชีวิตกำลังจะมาถึง กันยายอมกลืนกินความเจ็บช้ำไว้เพียงลำพัง เฝ้าทนรับการลงทัณฑ์พร้อมอธิษฐานว่า หากชาติหน้ามีจริง ขอให้วาสนาช่วยนำพาให้ทั้งคู่ได้ครองรักกันในเวลาที่ถูกต้อง
ภาพปกนิยายเรื่อง เนรเทศ อุ้มรักหมอเทวดาจวนกั๋วกง
8.5
ชะตากรรมของครอบครัวพลิกผันเมื่อถูกตัดสินโทษเนรเทศจนต้องหลบหนีเอาชีวิตรอด ทว่าวิกฤตนี้ทำให้แพทย์หญิงอัจฉริยะต้องก้าวมาเป็นเสาหลักเพื่อปกป้องสายเลือดของตน เธอผสานวิชาแพทย์อันล้ำเลิศเข้ากับพลังจากมิติเร้นลับเพื่อเอาชนะอุปสรรคอันตรายรอบด้าน บนเส้นทางแห่งความแร้นแค้น เธอใช้สติปัญญาและความเยือกเย็นพลิกฟื้นฐานะ สร้างความมั่งคั่งจากศูนย์ไปพร้อมกับการวางแผนชำระแค้นอย่างแยบยล การต่อสู้เพื่อล้างมลทินและทวงคืนความยุติธรรมให้กับตระกูลจึงเริ่มต้นขึ้น โดยมีมันสมองและความเด็ดเดี่ยวของหญิงแกร่งเป็นอาวุธ
ภาพปกนิยายเรื่อง พายุรักแห่งเม็ดทราย
7.5
เจ้าชายซารีฟร์แห่งอัลนูรีนหลงรักนาราภัทร สาวไทยผู้เปรียบดั่งดอกไม้งามกลางทะเลทราย ทว่าการพิชิตใจเธอนั้นยากยิ่ง เมื่อเธอสร้างกำแพงเย็นชาดุจน้ำแข็งเพื่อปิดกั้น อันเกิดจากความเข้าใจผิดว่าเขาคือชายเห็นแก่ตัวที่พรากความบริสุทธิ์ไปยามไร้ทางสู้ ความแคลงใจนี้กลายเป็นรอยร้าวลึก แม้เขาจะทุ่มเทความรักเพื่อละลายใจเธอเพียงใด สิ่งที่ได้กลับมามีแค่ความว่างเปล่า จนเจ้าชายสุดทนและตัดพ้อว่า คนที่ไร้หัวใจอย่างแท้จริงไม่ใช่เขา แต่คือเธอผู้ปิดตายหัวใจและปฏิเสธรักแท้ที่เขามอบให้อย่างหมดใจต่างหาก
ภาพปกนิยายเรื่อง ภรรยาของศัตรู
7.6
ซูเจี๋ยนวาดฝันถึงการก้าวเข้าสู่ดินแดนสุขาวดีอันแสนงดงามและสงบสุขหลังความตาย แต่เมื่อสติสัมปชัญญะฟื้นคืนมา สิ่งที่ปรากฏแก่สายตากลับทำลายความคาดหวังนั้นลงอย่างสิ้นเชิง แทนที่จะเป็นสรวงสวรรค์ตามอุดมคติ เขากลับพบว่าตนเองอยู่ท่ามกลางความขาวโพลนที่จืดชืดและว่างเปล่าจนน่าใจหาย ชายหนุ่มอดไม่ได้ที่จะบ่นพึมพำในใจ เพราะสภาพแวดล้อมที่อ้างว้างนี้ดูห่างไกลจากคำว่าสวรรค์ ทว่ากลับคล้ายคลึงกับสภาพของโรงพยาบาลอย่างน่าประหลาด ความเป็นจริงที่ผิดเพี้ยนไปจากจินตนาการทำให้เขาตกอยู่ในความสับสนอย่างหนัก