APKDock Logo
รายชื่อตอน
แชร์
ภาพปกนิยายเรื่อง ร้อยดาวตะวันเดียว [My DayLight]

ร้อยดาวตะวันเดียว [My DayLight]

อาทิตยา หญิงสาวที่ต้องทนทุกข์อยู่ในโลกไฮโซอันลวงตา เบื้องหน้าดูสวยงามด้วยการกุศล แต่เบื้องหลังกลับฟอนเฟะด้วยกิเลสและผลประโยชน์ แม้เธอจะอยากหนีไปจากสังคมจอมปลอมนี้เพียงใด แต่บุญคุณที่ค้ำคออยู่ก็ทำให้เธอไม่สามารถก้าวออกไปได้ตามใจปรารถนา ซ้ำร้ายเธอยังต้องเผชิญหน้ากับ จิณณวัตร ทายาทตระกูลมหาเศรษฐีผู้มีอำนาจล้นมือ เขาพร้อมทำทุกวิถีทางและใช้เล่ห์กลทุกอย่างเพื่อกักขังเธอไว้ข้างกายไม่ให้ห่างหายไปไหน ในเส้นทางที่เต็มไปด้วยการหลอกลวงนี้ เธอจะสามารถไขว่คว้าอิสรภาพที่ต้องการ หรือจะต้องยอมจำนนและถูกเขาจองจำหัวใจไว้ตลอดไปชั่วนิรันดร์
รายชื่อตอน
แชร์

ตอน 3

“นี่แม่อร!!! หมายความว่ายังไงคำว่าไม่ได้เตรียมของหล่อนน่ะ ทำไมจะต้องเตรียมด้วย หล่อนไม่รู้เหรอว่าฉันจะต้องเรียกหารังนกเย็นๆ เวลากลับมาเหนื่อยๆ แล้วทำไมหล่อนไม่ให้แม่ผ่อนทำไว้ให้ล่ะ ฉันบอกตั้งแต่หล่อนมาทำงานวันแรกๆ ไม่ใช่เหรอ”

เป็นอย่างที่ผ่อนคาดไว้ไม่มีผิด เมื่อคุณผู้หญิงกลับจากบ้านด้วยท่าทีเหนื่อยๆ แล้วร้องหาของบำรุง แต่กลับได้คำตอบอันไม่คาดคิดจากปากเลขา และดูเหมือนจะเป็นอีกเรื่องที่ทำให้หงุดหงิดหัวใจกับความไม่ได้เรื่องของเลขาจนอดปากไว้ไม่ไหวถึงได้ด่าออกไปอย่างไม่ไว้หน้า

“ก็อรไม่ทราบว่าคุณผู้หญิงจะเรียกกินของกลางดึกอย่างนี้นี่คะ เห็นบอกว่ารักษาหุ่นๆ ไม่กลัวอ้วนหรือไงคะ”

“นี่แม่อร!!! บอกไว้หลายครั้งแล้วไม่ใช่เหรอว่าอยากมาเถียง ฉันไม่ชอบ!! และถ้าฉันอยากจะกินหรืออยากจะได้อะไรตอนไหน หล่อนเป็นเลขาต้องมีให้ฉันทุกเมื่อ จำวันที่หล่อนมาสมัครงานได้มั้ย บอกแล้วว่าทำงานกับฉันจะต้องทำอะไรหรือตระเตรียมอะไรบ้าง วันนี้หล่อนทำฉันเสียอารมณ์มาหลายเรื่องแล้วนะ ถ้าเป็นแบบนี้ฉันว่าหล่อนไปหางานอื่นทำเถอะฉันไม่ไหวแล้ว”

“เอาล่ะๆ คุณพอได้แล้ว ดึกมากแล้วขึ้นนอนเถอะ”

จิรเดช วัชราเวโรจน์เห็นท่าไม่ดีรีบห้ามทัพ เพื่อไม่ให้เมียอารมณ์เสียจนเรื่องลุกลามไปใหญ่

“ขึ้นห้องก่อนเถอะพี่จิณ ระเบิดลงแล้ว”

จิรนันท์ วัชราเวโรจน์รีบเดินเข้าไปสะกิดแขนพี่ชายให้ไปพร้อมกัน เพราะรู้ดีว่าลองแม่ได้ออกโรงขนาดนี้คงจะต้องเรื่องใหญ่แน่ จิณณวัตรหันไปมองน้องด้วยความสงสัย ครั้นพอหันไปหาพ่อก็ได้การพยักหน้าให้แทน เขาจึงยอมเดินตามน้องไปทันที

“ฉันไม่พอ คุณไม่ต้องมายุ่งจะไปไหนก็ไป วันนี้ถ้าไม่ได้สั่งสอนแม่นี่ฉันคงจะนอนไม่หลับแน่ อะไร้!! จ้างมาทำงานแท้ๆ เงินเดือนก็ไม่ใช่น้อยๆ กินอยู่ก็สุขสบาย ทำงานแค่นี้ยังไม่ได้เรื่อง โง่ๆ อย่างนี้จะไปทำมาหากินอะไรได้ล่ะ”

“อ้าว!!! คุณผู้หญิงพูดอย่างนี้ได้ยังไงคะ ไอ้งานแค่นี้ของคุณหญิงนี่มันตั้งแต่สากกะเบือยันเรือรบเลยนะคะ และถ้ารู้ว่าจะต้องเป็นเบ๊ขนาดนี้จ้างให้อรก็ไม่ตกลงมาทำด้วยหรอก คิดว่าจะง้อเหรอ ทำที่อื่นกับคนอื่นไม่เรื่องมากขนาดนี้ด้วย”

“งั้นแกก็ไสหัวไปทำกับคนอื่นเลยไป้!!! ถ้าอยู่กับฉันแล้วไม่ดี คุณเดชเอาเงินฟาดหัวมันสามเดือนแล้วอย่าให้มันโผล่หน้ามาให้ฉันเห็นอีกนับตั้งแต่วินาทีนี้เป็นต้นไป คิดว่าฉันจะง้อเหรอ คนตกงานกันทั้งประเทศ”

สิ้นคำชมจันทร์ก็เดินฉับๆ ขึ้นบันไดไป ทิ้งให้ผู้เป็นสามีรับหน้าอยู่เพียงลำพัง ไม่นานเช็กหนึ่งแสนบาทใบที่สามก็ถูกสั่งจ่ายให้เลขาคนที่สาม ก่อนจะขับรถออกจากบ้านเจ้านายไปด้วยความอารมณ์เสีย

“แม่ผ่อนหาอะไรเย็นๆ มาให้ฉันที เหนื่อยจังเลยกับคุณผู้หญิงของแม่ผ่อนเนี้ยะ”

ผ่อนยืนดูอยู่ห่างๆ รีบเข้าครัวแล้วรินเบียร์กระป๋องสุดท้ายในตู้เย็นออกมาให้คุณผู้ชายที่ยืนรออยู่หน้าบันได ก่อนจะประคองแก้วเดินเอื่อยเฉื่อยขึ้นชั้นบนเงียบๆ ทิ้งให้เจ้าของร่างอ้วนอวบมองตามตาละห้อย พร้อมกับส่ายหน้าน้อยๆ ด้วยความอ่อนใจไม่แพ้กัน

“กูว่าแล้ว ไม่เชื่อคำอีผ่อนเป็นไงล่ะทีนี้ ตกงานอีกจนได้”

“โห! คุณพ่อฟิตแต่เช้าเลยนะครับ”

จิณณวัตรเอ่ยทักทาย เมื่อเห็นพ่อเดินเข้าห้องฟิตเนสมาขณะที่ตัวเองกำลังก้าวฉับๆ ไปตามลู่วิ่งจนเหงื่อท่วมตัวอย่างไม่มีวี่แววว่าจะหยุด ผู้พ่อที่มาในชุดเตรียมพร้อมก็มองหาอุปกรณ์วอร์มร่างกายไปด้วย ปากก็ตอบลูกไปด้วย

“ได้ไงล่ะ เดี๋ยวน้อยหน้าแกแย่น่ะสิ อายุมากขึ้นก็ต้องรักษาหุ่นกันหน่อย”

แล้วสองพ่อลูกก็ทุ่มเวลาทั้งหมดให้กับการฟิตร่างกายไปควบคู่กับการถามไถ่สารทุกข์สุกดิบกันและกันในช่วงเวลาที่ต่างคนต่างอยู่คนละมุมโลกมาเป็นสิบปี

แม้จิณณวัตรจะกลับบ้านบ้างในระหว่างเรียนและทำงานหาประสบการณ์อยู่อเมริกา แต่ก็น้อยครั้งเต็มที ด้วยเวลาว่างนั้นแทบจะไม่มี หรือถ้ามีก็ไม่มากพอให้บินกลับบ้านได้ บวกกับตัวเขาเองก็ไม่ใคร่อยากจะกลับด้วย

“เจอกันที่โต๊ะอาหารนะครับคุณพ่อ”

ลูกชายโบกมือลาเพราะล่วงหน้ามาก่อนพ่อเป็นชั่วโมงแล้ว อีกทั้งอยากจะเดินดูบรรยากาศรอบบ้านที่เขาจากไปนานด้วย จึงออกวิ่งเหยาะๆ ตั้งแต่หน้าบ้านยันท้ายสวนอันกว้างถึงสิบห้าไร่

ต้นไม้แทบทุกต้นก่อนเขาไปยังสูงเท่าหัวเข่า แต่ตอนนี้จะท่วมหลังคาแล้ว เขารับไหว้พร้อมส่งยิ้มให้คนสวนที่ยืนรดน้ำต้นไม้อยู่ ซึ่งเขาเองก็จำไม่ได้ด้วยซ้ำว่าชายผู้นั้นชื่ออะไร

เมื่อเห็นว่าใกล้เวลาอาหารแล้วถึงได้รีบขึ้นห้องกลับลงมาอีกทีก็พบว่าแม่กับน้องสาวคนกลางนั่งรออยู่ก่อนแล้ว

“ยัยแอ๊นกับตาเจไปไหนล่ะครับคุณแม่ ตั้งแต่ผมมายังไม่เห็นหน้าเลย”

ร่างสูงทรุดกายลงนั่งที่ประจำ

“ออกบ้านไปตั้งแต่เช้าละ ตาเจบอกว่าไปเข้าค่าย ยัยแอ๊นเห็นว่าจะไปติวหนังสือเตรียมสอบบ้านเพื่อน”

ผู้แม่เป็นคนตอบ ด้วยอาการครุ่นคิด สักพักก็จะตัดสินใจเอ่ยในเรื่องที่คิดตรึกตรองมาตั้งแต่เมื่อคืนแล้ว

“จิณวันนี้ช่วยทำอะไรให้แม่สักอย่างจะได้มั้ย”

ผ่อนกำลังตักข้าวต้มใส่ชามให้คุณผู้ชายอยู่รู้ดีกว่าใคร และก่อนคุณผู้หญิงจะเอ่ยปากซะอีก

“คุณแม่จะให้ผมทำอะไรครับ”

เขาหันไปยิ้มเป็นการขอบคุณสำหรับกุ้งตัวโตๆ ที่ผ่อนตักแถมใส่ชามให้ มือก็ยกขวดพริกไทยเหยาะใส่ชามไป ปากก็ถามโดยไม่ยี่หร่านักว่าธุระของแม่จะสำคัญอะไรมากมายจนเขาทำไม่ได้

“ช่วยไปตามยัยตะวันกลับมาทำงานให้แม่ทีนะ เบื่อหาคนใหม่มาทำงานแล้ว เบื่อจะสอน เบื่อจะด่าจะว่า เบื่อจะทะเลาะด้วย แม่ไม่อยากคิดไม่อยากทำอะไรทั้งนั้นมันปวดหัว อยากได้คนที่เดินมาบอกว่าวันนี้แม่ต้องทำอะไร ใส่ชุดไหน ต้องกินอะไรมากกว่าจะคิดเอง ยัยตะวันอยากได้เงินเดือนเท่าไหร่ อยากจะพักที่ไหนหรือมีข้อแม้อะไรแม่ก็จะไม่ว่ามันแล้ว ขออย่างเดียวให้มันกลับมาก็พอ”

ติดตามชมต่อ!
เนื้อหากำลังเข้มข้น! สลับไปที่แอปเพื่ออ่านต่อ
ปลดล็อกทุกตอน
เปิดเว็บไซต์อย่างเป็นทางการ

คุณอาจจะชอบ

ภาพปกนิยายเรื่อง เพลิงรักจอมบงการ
8.6
มลธิยาต้องกลับมาเจอกับอาณาฆินทร์อีกหนในฐานะคนไม่รู้จัก ท่ามกลางสายตาเหยียดหยามจากอดีตคนรักที่เห็นเธอไม่มีราคา เธอจึงตัดสินใจแสร้งเป็นผู้หญิงขายบริการเพื่อปั่นหัวอาริสสาซึ่งเป็นแฟนใหม่ของเขา โดยการเปิดเผยเรื่องความสัมพันธ์อันลึกซึ้งในวันวานที่ต้องจ่ายด้วยเงินก้อนโต แม้ถ้อยคำประชดประชันของอาณาฆินทร์จะสร้างบาดแผลลึกจนเธอแทบขาดใจ แต่มลธิยาก็ยังเลือกที่จะท้าทายโชคชะตาและยอมเล่นไปตามเกมทำร้ายความรู้สึกนี้จนถึงที่สุด ท่ามกลางความเข้าใจผิดที่บิดเบือนใจของทั้งสองคนมาเป็นเวลานาน
ภาพปกนิยายเรื่อง รักต้องลุ้น คุณเจ้านายสุดหล่อ
9.6
จอมขวัญตกหลุมรักมัฆวัฒน์ นักธุรกิจหนุ่มลูกครึ่งมาดเนี้ยบตั้งแต่แรกเห็นในงานเลี้ยงวันเกิดของเพื่อน จนถึงขั้นประกาศตัวว่าต้องการเคียงคู่และใช้นามสกุลร่วมกับเขา โชคชะตาเป็นใจส่งให้เธอได้เข้ามาทำงานในฐานะเลขาฯ ส่วนตัว ทว่าความเย็นชาและท่าทีดุดันของเจ้านายหนุ่มกลับทำให้เธอเริ่มท้อแท้จนคิดจะถอยห่าง แต่ในยามที่เธอเตรียมจะตัดใจ มัฆวัฒน์ผู้เคยบ้างานและไม่เคยสนใจใครกลับเริ่มหวั่นไหวไปกับความสดใสของจอมขวัญจนถอนตัวไม่ขึ้น เมื่อรู้ว่าเธอกำลังจะเดินจากไป เขาจึงต้องทำทุกวิถีทางเพื่อเหนี่ยวรั้งเธอไว้และไม่ยอมให้เธอหายไปจากชีวิต
ภาพปกนิยายเรื่อง แด๊ดดี้สุดที่รัก
9.0
เนรัญชราถูกเลี้ยงดูมาด้วยเงินทองในโรงเรียนประจำโดยเอกธาดา พ่อบุญธรรมมหาเศรษฐีผู้แสนเย็นชาและไร้ความผูกพัน ทว่าเมื่อเธอกลับมายังคฤหาสน์อีกครั้ง กลับต้องพบความจริงอันเจ็บปวดว่าชายหนุ่มใหญ่กำลังเผชิญกับโรคร้ายที่คอยพรากเวลาชีวิตของเขาไปทีละน้อย ท่ามกลางทรัพย์สมบัติมหาศาลที่เขาเตรียมมอบไว้ให้ ความรู้สึกอันลึกซึ้งกลับเริ่มก่อตัวขึ้นในใจของคนทั้งคู่ แม้ความตายกำลังจะพรากพวกเขาจากกันในวาระสุดท้าย แต่ปาฏิหาริย์แห่งความรักนี้อาจนำไปสู่บทสรุปที่ไม่มีใครคาดคิด
ภาพปกนิยายเรื่อง กุหลาบร้ายพ่ายรัก
9.5
เรื่องราวความต่างของสาวมั่นวัยสามสิบที่ต้องเผชิญหน้ากับซีอีโอหนุ่มรุ่นน้องวัยยี่สิบเจ็ดปี ผู้ซึ่งเธอเกลียดแสนเกลียดเพราะเขาคอยจ้องจับผิดและมอบหมายงานนอกเหนือหน้าที่ให้อยู่เป็นประจำ จนกระทั่งความขัดแย้งปะทุถึงขีดสุดเมื่อเธอเผลอถีบหน้ายัสซันจนเกือบคว่ำ ด้วยความโกรธแค้นเขาจึงรวบตัวหญิงสาวที่พยายามดิ้นรนขัดขืนกลับไปยังเตียงกว้างเพื่อลงทัณฑ์เธออย่างเร่าร้อนในแบบของเขา งานนี้สาวปากร้ายสุดอวดดีจะหาทางรอดพ้นจากเงื้อมมือของประธานหนุ่มจอมเจ้าเล่ห์ขี้แกล้งคนนี้ไปได้หรือไม่
ภาพปกนิยายเรื่อง ประธานคนนี้สามีของฉัน
7.9
เมื่อนักเขียนสาวถังแตกตัดสินใจละทิ้งความฝันในเส้นทางน้ำหมึก ค่ำคืนแห่งความเมามายทำให้เธอพลั้งปากตะโกนว่าอยากขายเรือนร่างแทนการเขียนหนังสือ ทว่าคำพูดไร้สติในวันนั้นกลับนำพาเธอไปสู่การประกาศกร้าวกลางงานแต่งงานว่า ประธานบริหารโรงพยาบาลเอกชนชื่อดังคือสามีของเธอ! สำหรับนักธุรกิจหนุ่มผู้เพียบพร้อมและยึดมั่นในรักแรกพบ เมื่อหญิงสาวในดวงใจเสนอโอกาสทองมาให้ มีหรือที่เขาจะปล่อยให้หลุดมือไป เรื่องราวความรักสุดอลเวงระหว่างท่านประธานผู้ทรงอิทธิพลกับนักเขียนสาวช่างฝันจึงได้เริ่มต้นขึ้นอย่างเหนือความคาดหมาย
ภาพปกนิยายเรื่อง เจ้าสาว(ไม่)ปรารถนารัก
9.7
นุชพินตา ควรเป็นเจ้าสาวที่น่าอิจฉาที่สุดที่ได้แต่งงานกับ ปุลวัชร เจ้าบ่าวที่ทั้งหล่อ รวย เนื้อหอม เป็นเจ้าชายในฝันของสาวๆ ทั้งเมือง แต่ใครจะรู้ว่าเจ้าบ่าวในฝันนั้น...ทั้งไร้หัวใจ และไม่ได้รักเธอสักนิด! การแต่งงานที่ไร้รัก อยู่กันไปก็มีแต่เจ็บปวดเท่านั้น แต่จะทำยังไงได้ ในเมื่อเธอไม่อาจปฏิเสธ แม้จะต้องถูกเขาทำร้ายหัวใจซ้ำแล้วซ้ำเล่า จะทำอย่างไรหากใจที่ไม่คิดปรารถนารักกลับอยากได้ความรักจากเขา ------------------------------ “เธอเคยนอนกับผู้ชายหรือเปล่า” เขาถามออกมาจากปากร้าย ตอนที่เธอได้ยินถึงกับสะอึก ไม่คิดว่าเขาจะถามตรง ๆ และในนาทีต่อมา นุชพินตาก็รู้สึกโกรธมาก หญิงสาวโต้เขากลับ “ทำไมผู้ชายดี ๆ การศึกษาดี ๆ ถึงได้พูดจาแบบนี้คะ มาพูดดูถูกกัน เมื่อกี้ก็หาว่าพวกเราขายตัว และตอนนี้ยังมากล่าวหาฉันอีกว่าฉันสำส่อน คุณถามคำถามแบบนี้กับผู้หญิงทุกคน ที่คุณเคยนอนด้วยหรือยังไงคะ” ความเจ็บปวดระบายออกมาทางสายตา เขาเป็นบ้าอะไรกันนี่ คำพูดแบบนี้มาจากสันดานข้างในหรือเพราะว่าเขาเมา “แล้วเธอเคยมีอะไรกับผู้ชายหรือเปล่าล่ะ” เขาย้ำอีกครั้ง จ้องสบตาด้วยนัยน์ตาแดงก่ำ “ปากร้าย ประโยคนี้คุณไม่ควรถามออกมาด้วยซ้ำไป” จากที่เรียกเขาว่าพี่ปุ่น ชักขุ่นและมีอารมณ์โมโหขึ้นมาเปลี่ยนสรรพนามที่คนฟังก็รู้ว่าห่างเหิน “ผู้หญิงที่ดี ๆ ที่ไหน จะตอบตกลงแต่งงานกันชายแปลกหน้าอย่างรวดเร็วโดยไม่คิด เวลาเพียงแค่หนึ่งเดือนเท่านั้น” “แล้วมันยังไงคะ” นุชพินตาก็ไม่ยอมเหมือนกัน “เธออาจจะเป็นมือสองก็ได้” ‘เมื่อคืนเขาไปนอนที่ไหน แล้วไปนอนกับใคร’ ‘อ้อ… ก็คงจะเป็นผู้หญิงคนนั้นสินะ’ ดวงตาเศร้าลง เธอลุกขึ้นไปเปิดม่านหน้าต่าง และมองออกไปยังท้องทะเล แสงอาทิตย์กระทบกับระลอกคลื่นที่ไล่เรียงกันกระทบเข้าฝั่ง นุชพินตาถึงกับถอนหายใจดังเฮือก ‘ฉันมาทำอะไรอยู่ตรงนี้ มาให้เขาย่ำยีเล่นใช่หรือไม่’ เฝ้าถามตัวเองซ้ำไปซ้ำมา ‘ยะหยาอย่าเสียใจไปเลยนะ เธอต้องทำตัวเองให้เข้มแข็ง แข็งแรงเถอะ ในเมื่อเธอก็ไม่ได้รักเขาเหมือนกัน’ คำพูดปลอบโยนตัวเอง ‘ใช่… ฉันไม่ได้รักเขา และจะเกลียดเขาให้มากกว่านี้’ เธอตอกย้ำคำนี้เข้าไปในหัวใจของตัวเองด้วยความมุ่งมั่นและสายตาที่แน่วแน่ แม้จะรู้สึกเจ็บแน่นในหัวอก ------------------------------ “ฉันจะหย่ากับเธอ” เขาเอ่ยอย่างใจดำ หญิงสาวถึงกับใจหล่นวูบ เธอเม้มขบริมฝีปาก กลั้นน้ำตาเอาไว้ไม่อยู่แล้ว นุชพินตาพูดอะไรไม่ออกแม้แต่คำเดียว “นางผู้หญิงไร้ยางอาย แพศยาฉันเกลียดผู้หญิงหลายใจ ฉันเกลียดผู้หญิงที่นอกใจ ไปให้พ้นจากบ้านของฉัน ไปให้พ้นจากหน้าฉัน พรุ่งนี้จะให้ทนายทำใบหย่า” “พี่ปุ่นคะ” เธอยกมือขึ้นมาไหว้เขาปลก ๆ “เราสองคนเพิ่งแต่งงานกันเองนะคะ ยะหยาไม่อยากให้คุณลุงและคุณย่าเสียใจ” “แต่สิ่งที่เธอทำล่ะ มันน่าอาย แล้วเธอไม่ละอายบ้างเหรอ หน้าด้าน” เขามีอาการเสียใจ และหัวเสีย นุชพินตาเอง เธอไม่คิดว่าปุลวัชรจะปากร้ายด่าทอเธอได้ถึงเพียงนี้ “ฉันจะหย่ากับเธอแน่นอน เตรียมปากกาไว้เซ็นใบหย่าในวันพรุ่งนี้ก็แล้วกัน” พูดจบ เขาเดินเข้าไปใช้มือปัดแจกันที่อยู่ใกล้ และชกบานกระจกที่ใช้ตกแต่งอยู่ในห้องโถงด้วย จนกระจกแตกละเอียดทั้งบาน มือของปุลวัชรมีเลือดไหลซึม เขาจะเดินเข้าห้องทำงานและปิดประตูตามหลังดังโครม นุชพินตาตกใจ และหวาดกลัวกับสิ่งที่เธอได้เห็น ความดีใจที่สามีจะกลับมา เธอจะบอกข่าวดีเขา และกินข้าวด้วยกัน ได้มลายหายไปสิ้น มีเพียงความเศร้าเข้ามาทับถมอยู่ในจิตใจของนุชพินตา แล้วหญิงสาวยกมือขึ้นมาปิดหน้าปิดตาปล่อยโฮ