APKDock Logo
รายชื่อตอน
แชร์
ภาพปกนิยายเรื่อง วอนรักเกมลวง

วอนรักเกมลวง

ปิ่นงาม หญิงสาวผู้อ่อนโยนจากเชียงใหม่ จำต้องตอบแทนบุญคุณด้วยการเข้าพิธีวิวาห์แทนคุณหนูผู้เป็นนาย โดยเจ้าบ่าวของเธอคือเจ้าของไร่หนุ่มเสน่ห์แรงแห่งเมืองโคราช แม้จะถูกสามีตีตราคอยกลั่นแกล้งและหาทางขับไล่ทุกวิถีทาง แต่เธอก็ยังคงอดทนและใช้ความดีงามในตัวเข้าเผชิญหน้า จนความสนิทสนมค่อยๆ แปรเปลี่ยนความขัดแย้งให้กลายเป็นความผูกพัน ทว่าท่ามกลางความรักที่เริ่มผลิบาน ปิ่นงามกลับต้องเผชิญกับความวิตกกังวลใจ หากวันใดที่ความจริงเรื่องการสลับตัวเจ้าสาวถูกเปิดเผย ชีวิตแต่งงานที่เริ่มต้นด้วยการโกหกนี้จะต้องจบลงหรือไม่ และเขาจะยอมรับในตัวตนที่แท้จริงของเธอได้หรือไม่
รายชื่อตอน
แชร์

ตอน 3

หลายชั่วโมงต่อมา

กว่าคำปันจะขับรถพาปิ่นงามมาถึงโคราชได้ก็ปาไปหลายชั่วโมงจวบจนตอนนี้ก็เริ่มฟ้ามืดแล้วกว่าจะมาถึงไร่

“นั่นหลานสาวแสนคำมาถึงแล้วละมั้งพ่อ”

“นั่นสิ”

อินและดอกแก้วเห็นรถยนต์ที่ไม่คุ้นตาและไม่เหมือนของคนในไร่ในดงใช้เท่าไรก็เดาได้ว่าน่าจะเป็นหลานสาวของแสนคำที่เดินทางมาถึงแล้วจึงรีบชวนกันลงจากเรือนมาต้อนรับ

“สวัสดีค่ะพ่อเลี้ยงแม่เลี้ยง”

ปิ่นงามรู้ดีว่าทั้งสองที่ลงมาต้อนรับเธอเป็นใครเพราะที่บ้านเธอมีรูปทั้งสองอยู่เต็มบ้านแม้นคนทั้งสองตรงหน้าจะดูแก่ไปบ้างแต่ก็ยังไม่ต่างจากรูปเท่าไรนัก

“หนูเป็นหลานแสนคำสินะ”

“ค่ะ...หนูชื่อปิ่นงาม..ส่วนนี่พี่คำปันจ่ะ”

“สวัสดีครับ”

หลังจากที่ปิ่นงามแนะนำตัวคำปันชายหนุ่มก็รีบยกมือสวัสดี

“คำปันเองหรอลูกทิดปลั่งใช่มั้ย”

ดอกแก้วจำได้ดีว่าเคยเจอคำปันเมื่อยังเล็กๆตอนไปเยี่ยมแสนคำที่ทางเหนือครั้งพวกตนยังไม่มีลูกมีเต้า

“ครับแม่เลี้ยง”

“ตอนนั้นที่เห็นกันยังเล็กๆอยู่เลยนะจำไม่ได้ล่ะสิ..ไปๆขึ้นเรือนพักผ่อนกันก่อน”

หลังจากทักทายกันเสร็จเจ้าบ้านก็ชวนแขกขึ้นเรือนเอาของไปเก็บแล้วจะได้พักผ่อนหลังจากเดินทางมาเหนื่อยๆวันนี้เลยได้แค่ทักทายไม่ได้คุยอะไรกันมากนักเพราะนี่ก็มืดค่ำแล้ว

“นึกว่าพ่อเลี้ยงจะมาพร้อมหนูปิ่นเสียอีก..ดันมาป่วยเอาเสียได้”

สองสามีภรรยามาคุยกันที่ห้องหลังจากจัดแจงที่พักให้ปิ่นงามและคำปันเรียบร้อยแล้วทั้งสองแอบเสียดายที่คิดว่าแสนคำจะมาพร้อมกับหลานสาวแต่กลับมารู้ว่าป่วยกะทันหันจากปากปิ่นงาม

“นั่นสิ..จะว่าไปหนูปิ่นกิริยาท่าทางเหมือนตองนวลไม่มีผิดเลย”

พ่อเลี้ยงอินอดนึกถึงเพื่อนตนในวันวานที่อยู่ที่ไร่แสนคำไม่ได้ยิ่งเห็นปิ่นงามก็ยิ่งนึกถึงตองนวล

“ก็คงจะเหมือนคนเลี้ยงนั่นแหละ”

ดอกแก้วเองก็คิดเช่นเดียวกับสามีเธอรู้มาว่าตองนวลมีลูกรุ่นราวคราวเดียวกับหลานของแสนคำและตองนวลก็เป็นคนเลี้ยงทั้งสองมาพร้อมกันเพราะพ่อแม่ของหลานสาวแสนคำเสียตั้งแต่ลูกพึ่งคลอดด้วยอุบัติเหตุตองนวลจึงต้องรับหน้าที่เป็นแม่ไปโดยปริยาย

“จริงสิ...เราไม่เคยเห็นลูกตองนวลเลยนะพ่อคงจะโตพอกับหนูปิ่น”

จะว่าไปหลังจากที่ตองนวลแต่งงานมีลูกพวกเธอก็ไม่ได้ไปเยี่ยมเยียนอีกเลยเพราะตอนนั้นลูกก็ยังเล็กแถมไร่ก็ยังยุ่งวุ่นวาย

“อืม..เรายุ่งอยู่กับไร่คงต้องไปเยี่ยมกันบ้างแล้วล่ะ”

พ่อเลี้ยงอินเห็นทีหลังงานแต่งคีรีกับปิ่นงามต้องหาเวลาว่างไปที่เหนือบ้างแล้วเพราะงานที่ไร่ตอนนี้ก็เป็นหน้าที่คีรีควบคุมดูแลเกือบทั้งหมดไม่มีอะไรน่าห่วงมากนัก

เช้าวันต่อมา

ปิ่นงามทำตัวเป็นแขกที่ดีถึงคติว่าอยู่บ้านท่านอย่างนิ่งดูดายเธอตื่นมาพร้อมกับนภาลงมาช่วยกันทำกับข้าวตั้งแต่เช้ามืด

พอตะวันเริ่มโผล่พ้นขอบฟ้าเธอก็เตรียมห่อข้าวเหนียวหมูทอดเอาไว้ให้คำปันสามห่อใหญ่เพื่อที่จะให้ชายหนุ่มเอาไว้กินกลางทางเวลาหิวขณะขับรถกลับ

“ข้าวเหนียวหมูทอดเอาไปกินระหว่างทางนะพี่คำปัน”

“ขอบใจนะปิ่นเอ็งก็ดูแลตัวเองดีๆล่ะไม่ต้องเป็นห่วงน้านวลฉันจะดูแลให้”

คำปันให้คำมั่นกับปิ่นงามเพราะรู้ว่าเธอห่วงแม่ขนาดไหน

“ขอบใจจ่ะ”

“เดินทางปลอดภัยนะคำปัน”

พ่อเลี้ยงกับแม่เลี้ยงของไร่เห็นคำปันยืนร่ำลากับปิ่นงามอยู่ก็เดินเข้ามาอวยพรให้คำปันนั้นเดินทางปลอดภัย

“ครับผมลาล่ะครับ”

คำปันยกมือไหว้ลาทั้งสองก่อนจะขึ้นรถและขับออกไปปิ่นงามยืนมองรถที่แล่นออกไปไกลสุดลูกหูลูกตาตอนนี้เธอก็ต้องเผชิญเรื่องราวต่อไปด้วยตัวคนเดียวแล้วแม้นจะรู้ว่าการโกหกเป็นเรื่องที่ผิดแต่เธอก็จำเป็นต้องทำ

"พี่ปิ่นทำเองทั้งหมดเลยน้ะจ้ะแม่"

เมื่อได้เวลาจัดสำรับอาหารเช้านภาก็เอ่ยปากอวดว่ากับข้าวทั้งหมดนี้เป็นฝีมือของปิ่นงามทั้งหมดเธอเจอว่าที่พี่สะใภ้เธอวันแรกก็ถูกชะตาเสียแล้วด้วยเพราะรุ่นราวคราวเดียวกันทั้งปิ่นงามกิริยามารยาทก็เรียบร้อยน่ารักกว่าเธอเยอะเลย

"หนูปิ่นมีฝีมือเหมือนกันนะ"

ดอกแก้วเห็นอาหารเรียงรายเธอก็ยิ้มกริ่มที่ลูกสะใภ้เธอเป็นแม่บ้านแม่เรือนแบบนี้ก็ไม่ต้องห่วงแล้วคราแรกคิดว่าคุณหนูอย่างหลานสาวพ่อเลี้ยงแสนคำจะทำงานบ้านงานครัวไม่เป็นเสียอีก

"ไหนลองชิมฝีมือว่าที่ลูกสะใภ้ซะหน่อยซิ...อืม"

พ่อเลี้ยงอินทร์เห็นอาหารก็รีบตักชิมถ้วยแรกเป็นต้มจืดฟักใส่ไก่หน้าตามันก็ดูปกติทั่วไปแต่รสชาติเรียกได้ว่าไม่ธรรมดาเลยหอมหวานกลมกล่อมกำลังดีแถมไก่ที่ใช้แม้นจะเป็นไก่บ้านแต่ก็เปื่อยยุ่ยเคียวง่ายนับว่าปิ่นงามเป็นคนที่ใส่ใจรายละเอียดการทำอาหารได้อย่างดีเลยทีเดียว

"อืม...กลมกล่อมกำลังดีเลย...เป็นไงพ่อ.."

ดอกแก้วที่กำลังตักน้ำต้มจืดชิมเหมือนกันอยากจะรู้ว่าสามีเธอคิดเห็นแบบไหนแต่สำหรับเธอถือว่าอร่อยมากเลยทีเดียว

"อร่อยน่ะสิ...เอ..แต่ว่ารสชาติแบบนี้นี้คุ้นๆนะ"

พ่อเลี้ยงอินทำสีหน้าครุ่นคิดว่ารสชาติแบบนี้เขานั้นเคยกินที่ไหนมาก่อน

"อืม...นั่นสิพ่อ...อ่อ..ตองนวลเคยทำให้เรากินไงพ่อ"

ดอกแก้วร้องอ๋อขึ้นมากะทันหันรสชาติแบบนี้เห็นตองนวลเคยทำให้กินเมื่อครั้งอยู่ที่เหนือมิน่าล่ะคิดว่ามันทำไมคุ้นเคยกับรสชาติแบบนี้พอสมควร

"เออ..ใช่"

"แล้วตอนนี้ตองนวลเป็นยังไงบ้างล่ะหนูปิ่นยังทำงานอยู่ที่บ้านพ่อเลี้ยงแสนคำหรือเปล่า"

ดอกแก้วเห็นทีก็ถามเรื่องตองนวลกับปิ่นงามเอาเสียเลยเพราะไม่ไดติดต่อกันนานไม่รู้ว่าตอนนี้ตองนวลเป็นอย่างไรบ้าง

"เอ่อ..น้าตองนวลสบายดีค่ะ...อาหารที่ปิ่นทำเป็นก็เพราะน้าตองนวลสอนทั้งหมด"

"อาหารฝีมือตองนวลทำพ่อกับแม่อ้วนท้วนกันมาแล้วดีใจที่ได้กินอาหารรสชาตินี้อีกครั้ง"

"ถ้าพ่อกับแม่ชอบปิ่นจะทำให้บ่อยๆเลยค่ะ"

ปิ่นงามนั่งอมยิ้มอ่อนที่ทั้งสองยังจำรสชาติอาหารที่แม่เธอทำได้แต่ก็แอบหน่วงใจเล็กน้อยที่ต้องเรียกแม่เธอว่าน้า

“พี่คีนะพี่คี..ตื่นสายทุกวันเลยนะเดี๋ยวนี้”

ช่วงสายนภาเข้ามาปลุกพี่ชายเธอในห้องนอนเพราะเดี่ญวนี้เห็นจะทำตัวเกเรเมามาทุกวันแถมยังตื่นไปทำงานสายทุกวันอีก

“อืม..”

“พี่ปิ่นมาถึงแล้วว่าที่เมียพี่น่ะไปทำความรู้จักกับเธอหน่อย”

“ไม่..ไม่ได้อยากรู้จัก”

เสียงเอะอะโวยวายภายในห้องทำให้ปิ่นงามที่นั่งอยู่ที่ชานเรือนด้านบนถึงกับทำใจไว้เลยว่าคีรีน่าจะไม่ใช่คนที่เป็นมิตรกับเธอแน่นอนก็คงจะไม่ใช่เรื่องแปลกเพราะใครก็ไม่ได้อยากจะแต่งงานกับคนที่ไม่รู้จักกันมาก่อนแต่ต้องแต่งเพราะเป็นข้อผูกมัดที่ผู้ใหญ่ทำขึ้นเอาไว้

หลังจากนภาว่างงานจากสำนักงานของไร่แล้วบ่ายๆเกือบเย็นแดดร่มลมตกเธอก็เดินพาปิ่นงามปั่นจักรยานดูรอบๆไร่คร่าวๆว่าตรงไหนมีอะไรบ้างเพื่อสร้างความคุ้นเคย

“ไร่นี้สวยเหมือนไร่แสนคำเลยภา”

“พ่อบอกว่าทุกอย่างที่ไร่นี้เกิดขึ้นมาได้ก็เพราะความช่วยเหลือของปู่แสนคำการทำไร่ก็ทำทุกอย่างแทบจะเหมือนกับที่ไร่โน้นแต่แค่ปลูกพืชเมืองหนาวไม่ค่อยได้เท่านั้นเองจ่ะ”

“เพื่อนคุณภาหรอจ้ะ...งามเหลือเกิน”

ระหว่างที่สองสาวหยุดคุยกันก็มีคนงานผู้หญิงในไร่ที่กำลังนั่งถางหญ้ากลางร่องผักใกล้ๆเอ่ยชมหญิงสาวที่ไม่เคยเห็นหน้าค่าตามาก่อนแถมผิวพรรณยังขาวนวลผุดผ่องต่างจากคนที่นี่อีกด้วย

“ว่าที่พี่สะใภ้ภาจ่ะ”

นภารีบแนะนำตัวว่าที่พี่สะใภ้เธอให้ทุกคนที่นี่ตอนนี้ได้รู้จักเสียเลยเพราะเดี๋ยวทุกคนก็ต้องรู้จักอยู่แล้ว

“อ๋อ...แบบนี้คุณคีรีไปไหนไม่ได้แล้วล่ะมั้ง”

“นั่นน่ะสิ”

เหล่าคนที่กำลังทำงานก็มองมายังปิ่นงามด้วยความชื่นชมเห็นว่าที่ภรรยาเจ้านายตนสวยขนาดนี้ก็รู้ได้ทันทีว่าเจ้านายตนคงเลิกเจ้าชู้แน่นอน

ติดตามชมต่อ!
เนื้อหากำลังเข้มข้น! สลับไปที่แอปเพื่ออ่านต่อ
ปลดล็อกทุกตอน
เปิดเว็บไซต์อย่างเป็นทางการ

คุณอาจจะชอบ

ภาพปกนิยายเรื่อง ร้ายเริ่มรัก
8.3
ความเกลียดชังอันแรงกล้าที่ฝังลึกในใจชายหนุ่ม ทำให้เขาเลือกที่จะประกาศสงครามความแค้นกับปิ่นและมารดาอย่างเป็นทางการ โดยมีเป้าหมายเดียวคือการทำลายล้างความสุขทุกอย่างในชีวิตของเธอให้หมดสิ้นไป คำข่มขู่ที่แฝงไปด้วยความโกรธแค้นนี้เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของแผนการจองเวรที่เขาเตรียมการไว้ ปิ่นไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องยอมรับและเผชิญหน้ากับพายุความเกลียดชังที่โหมกระหน่ำเข้ามาอย่างเลี่ยงไม่ได้ ในเมื่อเขาตั้งมั่นว่าจะบดขยี้ชีวิตของเธอให้จมดิ่งอยู่กับความทุกข์ทรมานแสนสาหัส และฝากรอยแผลเป็นแห่งความแค้นครั้งนี้ไว้ในใจของเธอไปจนวันตาย
ภาพปกนิยายเรื่อง นพรัตน์ & ณัชชา
9.1
ความสัมพันธ์ชั่วข้ามคืนที่ควรจบลงกลายเป็นชนวนเหตุแห่งความตึงเครียด เมื่อณัชชาขอร้องให้นพรัตน์ลืมเรื่องราวทั้งหมดและตัดความสัมพันธ์อย่างไร้เยื่อใย เนื่องจากเธอกำลังจะเข้าพิธีวิวาห์กับธารินทร์ ซึ่งเป็นเพื่อนร่วมรุ่นที่นพรัตน์รู้จักเป็นอย่างดี คำขอร้องอันแสนเย็นชาของหญิงสาวจุดชนวนความโกรธแค้นและไฟริษยาในใจของชายหนุ่มจนยากจะระงับ นพรัตน์จึงโต้กลับด้วยถ้อยคำเยาะหยันรุนแรงถึงความไร้เดียงสาของว่าที่เจ้าบ่าว ท่ามกลางบรรยากาศที่เต็มไปด้วยความขัดแย้งและความเจ็บปวดที่แผดเผาใจของเขาใน
ภาพปกนิยายเรื่อง เขย่าหัวใจยัยตัวแสบ
8.8
เมื่อมิคเซอร์ นักธุรกิจหนุ่มไฟแรงผู้ไม่เคยยอมสยบให้ใคร ต้องเดินทางมาประเทศไทยตามบัญชาของบิดา แต่เรื่องราวกลับพลิกผันเมื่อเขาจับตัวจุ๊บแจง นางแบบสาวชื่อดังไปผิดคนเพราะคิดว่าเป็นคู่หมั้นของเพื่อนสนิท ความเข้าใจผิดในครั้งนี้บานปลายจนนำไปสู่ความสัมพันธ์อันลึกซึ้งที่ยากจะถอนตัว แม้ฝ่ายหญิงจะพยายามลืมเลือนค่ำคืนนั้นและมองว่าตนเองเป็นแค่ของเล่นชั่วคราว ทว่าชายหนุ่มกลับไม่ยอมปล่อยเธอไปง่าย ๆ จุ๊บแจงต้องเผชิญกับความสับสนในท่าทีของนักธุรกิจหนุ่มผู้แสนเอาแต่ใจ พร้อมกับความแคลงใจว่าเหตุใดเขาจึงไม่ยอมปล่อยมือ ทั้งที่ในใจของเขาก็มีคนอื่นจับจองอยู่แล้ว ท่ามกลางความขัดแย้งและพันธนาการที่เริ่มรัดรึงใจของสองไว้
ภาพปกนิยายเรื่อง สยบแค้นรักซาตาน
9.0
กฤษณะต้องรับหน้าที่ปกป้องหญิงสาวคนหนึ่งซึ่งมีส่วนพัวพันกับเครือข่ายค้ายาเสพติด ทว่าเธอกลับเป็นน้องสาวของฆาตกรที่พรากชีวิตแฟนสาวของเขาไปอย่างโหดเหี้ยม เมื่อพี่ชายของเธอชิงลาโลกเพื่อหนีความผิด ความโกรธแค้นทั้งหมดจึงถูกระบายลงที่เธอผู้เป็นสายเลือดที่เหลืออยู่ แต่ในขณะที่ต้องเผชิญหน้ากับภัยอันตรายรอบตัว ความใกล้ชิดและการร่วมมือกันเอาชีวิตรอดกลับค่อยๆ ทลายกำแพงความเกลียดชังในใจของเขาให้กลายเป็นความผูกพันอันลึกซึ้ง แม้ทั้งสองจะปะทะคารมกันอย่างไม่ยอมลดละ ทว่าหัวใจของเขากลับเริ่มหวั่นไหวและแปรเปลี่ยนไปอย่างที่ตัวเองก็ไม่ทันตั้งไม่คาดไม่
ภาพปกนิยายเรื่อง มาเฟียคลั่งรัก.
8.8
“คุณรักฉันยอมรับมาเถอะ” “เปล่าเลย มิรันดา ผมไม่เคยรักคุณเลยสักนิด ที่ผ่านมามันก็แค่เรื่องเซ็กซ์ ให้ยืนยันอีกกี่ครั้งผมก็พูดเหมือนเดิม ผมไม่ได้รักคุณผมรักแค่เซ็กซ์ของคุณ” ************************* เพราะเสียคนรักจากการลอบทำร้ายของคู่อริเมื่อห้าปีก่อน มาร์คัสจึงไม่คิดจะรักใครอีก แต่เหมือนฟ้าจะกลั่นแกล้งเมื่อมาเจอกับมิรันดาสาวน้อยที่เขาใช้เงินซื้อมาเพื่อให้เธอเลิกยุ่งกับน้องเขยของตนเอง ชายหนุ่มทั้งทั้งหลง แต่ก็ไม่อยากให้เหตุการณ์แบบเดิมเกิดขึ้นอีก เขาจึงคิดจะวางมือและถอนตัวจากธุรกิจสีเทา แต่การจะลงจากหลังเสือนั้นมันยากกว่าที่คิดไว้ ในเมื่อมีคนที่จ้องจะกำจัดเขาให้สิ้นซาก
ภาพปกนิยายเรื่อง หัวใจเมียน้อย
8.5
เมื่อหนี้บุญคุณกลายเป็นกรงขังอันแสนเจ็บปวด หญิงสาวคนหนึ่งจำต้องยอมสละพรหมจรรย์อันมีค่าเพื่อชดใช้หนี้สินให้แก่ผู้มีพระคุณ ทว่าโชคชะตาไม่ได้ปรานีเธอเพียงเท่านั้น เมื่อพันธนาการครั้งที่สองบีบคั้นให้เธอต้องเผลอมอบหัวใจในความสัมพันธ์ที่ไร้ตัวตน ท่ามกลางเสียงตราหน้าจากสังคมในฐานะเมียน้อยที่สร้างบาดแผลลึกในใจ เธอต้องเผชิญหน้ากับความรักที่ถลำลึกและการต่อสู้กับความรู้สึกของตัวเองในโลกที่เต็มไปด้วยความขัดแย้งที่ยากจะหาทางออก