APKDock Logo
รายชื่อตอน
แชร์
ภาพปกนิยายเรื่อง หัวใจระฟ้า

หัวใจระฟ้า

เมื่อสถานการณ์ไร้ทางออกบีบให้เธอต้องเข้าพิธีแต่งงานอย่างเลี่ยงไม่ได้ หญิงสาวจึงจำใจสวมรอยเป็นเจ้าสาวตัวแทนแทนน้องสาวของตน เพื่อเข้าสู่วิวาห์กับชายหนุ่มผู้สูงศักดิ์ ท่ามกลางจุดเริ่มต้นที่ปราศจากความเต็มใจและพันธนาการที่เธอไม่ได้เป็นคนสร้างขึ้น เธอต้องเผชิญหน้ากับความท้าทายในการประคับประคองชีวิตคู่ครั้งนี้ให้รอดพ้น ในเมื่อหัวใจของสามีผู้นี้ช่างแสนเย็นชา ห่างไกล และยากแท้จะหยั่งถึงเกินกว่าที่เธอจะคาดเดาใจเขา
รายชื่อตอน
แชร์

ตอน 1

1

เสียงช้อนกระทบจานดังแผ่วเบาในห้องอาหารใหญ่ กลิ่นอาหารหอมกรุ่นกับกลิ่นข้าวสวยร้อน ๆ ทำให้ความหิวเพิ่มพูนขึ้นเรื่อย ๆ

ดารินยืนอยู่ตรงมุมเสาตึกด้านใน เธอไม่กล้าแม้แต่จะขยับเข้าไปใกล้โต๊ะยาวกลางห้อง ที่นั่งตรงหัวโต๊ะคือบิดา อุดม วัฒนะโชติ ส่วนข้างๆ คือ ศิรินทิพย์ ภรรยาใหม่ของท่าน และดารกานต์ น้องสาวต่างมารดาของเธอที่กำลังนั่งกินข้าวอย่างเอร็ดอร่อย

“ดารินหายไปไหน” อุดมเอ่ยถามภรรยา

ศิรินทิพย์เงยหน้าขึ้น ยิ้มบาง ๆ อย่างสุภาพ

“เห็นว่ากินไปก่อนแล้วค่ะ”

“นิสัยเสีย เดี๋ยวนี้ไม่อยากกินข้าวกับครอบครัวแล้วหรือไง”

“แกคงไม่ชอบฉันน่ะค่ะ”

“เหลวไหล คุณเป็นภรรยาของผม มีสิทธิ์อะไรไม่ชอบ”

“แต่พี่รินไม่ชอบคุณแม่กับดาราจริงๆ นะคะคุณพ่อ ยังชอบทำให้เราเสียหน้าเวลามีงานอีก”

“นั่นแหละ ผมถึงไม่อยากพาไปออกงานที่ไหน มีแต่จะทำให้เสียหน้า ขนาดมีงานเลี้ยงที่บ้านก็ไม่รู้จักต้อนรับแขกเหรื่อเอาเสียเลย ดีที่มีคุณกับลูกอยู่ ไม่งั้นผมคงเสียหน้ากว่านี้”

“อย่าไปต่อว่าแกเลยค่ะ แม่ของแกก็จากไปนานแล้ว อีกอย่างแกก็ไม่เชื่อฟังคำสั่งสอนอะไรของฉัน ทำให้ฉันไม่ได้อบรมแกให้ดี”

“ถ้าแกยอมรับคุณ เชื่อฟังคำสั่งสอนป่านนี้คงได้ดีเหมือนยายดาราไปแล้ว ที่ผมไม่อยากให้แต่งงานกับตระกูลธันวากุลก็เพราะกลัวขายหน้านี่แหละ ดีที่มียายดาราเลยส่งยายดาราไปแทน คำสัญญาที่เกิดขึ้นคือให้สองตระกูลแต่งงานกัน จะส่งใครไปก็ได้” ประโยคนั้นของอุดมทำให้สองแม่ลูกยกยิ้มมุมปากอย่างสมใจ

ดารินลูบท้องตัวเองไปมา ท้องเธอร้องเบาๆ แต่เธอกัดฟันกลั้นไว้ เธอไม่ได้รับสิทธิ์ให้เสนอหน้าไปกินข้าวกับพวกเขา

ดารินกัดริมฝีปากเบา ๆ ขบคิดถึงเรื่องราวที่ผ่านมา เมื่อก่อนเธอนอนชั้นบน แต่เพราะโดนข้อหาว่าผลักน้องสาวตกบันได บิดาโกรธมากเลยไล่มานอนเรือนคนใช้ด้านหลัง พยายามอธิบายก็ไม่มีใครฟัง ทั้ง ๆ ที่ดารากานต์เป็นคนแกล้งตกบันไดเอง

แสงแดดลอดกระจกตกกระทบโต๊ะไม้ เห็นภาพครอบครัวสามคนที่ดูอบอุ่นในสายตาคนนอก แต่สำหรับดาริน มันคือภาพที่เจ็บลึก เธอเคยนั่งตรงนั้น ครั้งหนึ่งมารดาเคยตักกับข้าวให้ บิดาเคยยิ้มให้ น้องชายเคยหยอกล้อหัวเราะอย่างสนุกสนาน แต่ทุกอย่างพังทลายตั้งแต่วันที่มารดากับน้องชายของเธอหายสาบสูญไปในป่าตอนไปเที่ยวป่าด้วยกัน ตอนนั้นฝนตกหนักมีน้ำป่า เธอไม่ได้ไปด้วยจึงรอดมาได้

ไม่มีศพ ไม่มีข่าว มีเพียงความว่างเปล่าที่กลืนกินเวลามานานหลายปี

หลังจากนั้นไม่นาน บิดาก็แต่งงานใหม่ บ้านที่เคยอบอุ่นกลายเป็นความเย็นชา เหลือเพียงเธอที่เหมือนคนแปลกหน้าในบ้านของตัวเอง

“คุณแม่ขา วันนี้หนูจะได้ติววันแรกกับครูสอนพิเศษชื่อดังค่ะ” เสียงหวานของดารกานต์ดังขึ้น

“ได้จ้ะลูก เดี๋ยวแม่ให้คนขับรถไปส่ง” ศิรินทิพย์ตอบด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน

ดารินมองภาพนั้นเงียบๆ ไม่ใช่เพราะอิจฉา แต่เพราะคิดถึงคำว่าครอบครัวที่เธอไม่มีอีกแล้ว

เมื่ออุดมวางช้อนและลุกจากโต๊ะ ศิรินทิพย์เหลือบตามองมาที่มุมห้อง แววตาเธอไม่ต้องมีคำพูด ก็รู้ดีว่าอย่าได้ก้าวเข้ามาในเขตของฉัน

ดารินหลบตา ถอนหายใจเบาๆ แล้วหันกลับไป

ยังครัว

ในหม้อมีแค่เศษข้าวติดก้น แต่เธอก็ยังตักมากินกับน้ำเปล่าประทังชีวิต อุ่นข้าวในเตาเล็กๆ แล้วนั่งกินเงียบๆ ข้างหน้าต่างที่มองออกไปเห็นสวนหลังบ้าน คนใช้ในบ้านเปลี่ยนเป็นพวกของสองแม่ลูกจนหมด เธออยู่ที่นี่ก็เหมือนหมาหัวเน่าตัวหนึ่ง

เธออยู่อย่างไร้ตัวตนในบ้านหลังนี้ เสียงลมพัดลอดช่องไม้เข้ามา เธอเงยหน้ามองท้องฟ้าที่ขาวโพลน

“แม่จ๋า แม่กับน้องไปอยู่ที่ไหนนะ จะเป็นตายร้ายดียังไง ทำไมข่าวคราวถึงเงียบหายไป” เธอพึมพำแผ่วเบา ราวกับฝากเสียงไปกับลม

ไม่รู้ว่าอีกนานแค่ไหนกว่าจะมีใครได้ยินคำของเธอ หรือบางที อาจไม่มีเลย

แสงแดดยามสายส่องลอดบานหน้าต่างเรือนคนใช้ เสียงนกกระจอกจอแจบนหลังคาดังแข่งกับ

เสียงน้ำจากก๊อก ดารินก้มตัวซักผ้าในกะละมังตามหน้าที่

ทุกเช้าเธอต้องตื่นก่อนฟ้าสาง ล้างห้องน้ำ กวาดบ้าน ถูพื้น เตรียมอาหารเช้า แล้วหลบอยู่หลังห้องครัวตอนทุกคนในบ้านกินข้าว เธอไม่มีสิทธิ์ขึ้นไปชั้นบน ไม่ได้แตะของใช้ราคาแพง และไม่ได้รับ

เงินเดือนหรือค่าใช้จ่ายใด ๆ จากบ้านหลังนี้เลย

“อาศัยอยู่กินก็ต้องทำงานตอบแทน” คำพูดของศิรินทิพย์ฝังในใจตั้งแต่วันแรกที่ถูกย้ายลงมาอยู่เรือนคนใช้

คนในบ้านต่างรู้ดีว่าเธอไม่มีใครให้พึ่งพึง จึงรุมกันกลั่นแกล้งสารพัด เพราะทุกคนกลายเป็นคนของแม่เลี้ยงไปหมดแล้ว

อุดม วัฒนะโชติ หมกมุ่นอยู่กับธุรกิจบริษัทรับเหมาขนาดใหญ่ ออกจากบ้านตั้งแต่เช้า กลับมาตอนดึก โทรศัพท์ดังไม่หยุด ทั้งชีวิตเขาเต็มไปด้วยตัวเลขและเอกสาร ไม่มีเวลามองว่าลูกสาวแท้ ๆ คน

หนึ่งกำลังถูกกลั่นแกล้งอยู่ในบ้านของตัวเอง

เมื่อใดที่มีคนพูดถึงชื่อของเธอต่อหน้าเขา ศิรินทิพย์ก็มักจะทำเสียงเศร้า ๆ

คุณอาจจะชอบ

ภาพปกนิยายเรื่อง รักร้อนเพลิงริษยา
8.3
‘เพี๊ยะ!!...เพี๊ยะ!!...เพี๊ยะ!!...’ ร่างของณิชาถูกผลักลงไปที่พื้น ใบหน้าบวมช้ำที่แก้มมีรอยฝ่ามือทับซ้อนกันหลายแห่ง ที่มุมปากทั้งสองข้างมีเลือดซึมออกมา ลูกน้องทั้งสามไม่มีใครกล้าเข้าไปห้ามปราม ถึงแม้ว่าจะสงสารณิชาจับใจ เพราะเขาไม่เคยเห็นเจ้านายของใครทำร้ายผู้หญิงมากขนาดนี้ อย่างมากก็แค่ตบทีสองทีเป็นการสั่งสอน แต่นี่มันไม่ใช่แค่การสั่งสอน เหมือนกับระบายอารมณ์ที่คั่งค้างมาทั้งวัน ยิ่งมาได้ยินคำพูดที่กวนโทสะด้วยแล้ว เจ้านายของเขาจึงระงับอารมณ์ไม่อยู่ “เธอกล้ามากนักที่ตบหน้าฉัน...ไม่เคยมีผู้หญิงคนไหนกล้าตบฉันเลย” เสียงของเขาตวาดลั่น “ก็มีซะสิ...ไอ้หน้าตัวเมียรังแกได้แม้กระทั่งผู้หญิง” ณิชาลุกขึ้นยืนตวาดออกไปอย่างไม่ยอมแพ้ วาจาที่ถูกเอ่ยออกไปทำให้ร่างของรัฐกฤตญ์สั่นด้วยความโกรธ เขาไม่เคยรู้สึกโกรธใครมากเท่านี้มาก่อน ยิ่งเป็นผู้หญิงด้วยแล้ว ณิชาเป็นคนแรกที่กล้าว่าเขารุนแรงขนาดนี้ ‘อย่างนี้มันต้องสั่งสอนให้รู้สึก...ว่าอย่าบังอาจมาว่าคนอย่างเขา’ ร่างของณิชาถูกลากไปตามพื้นพรม จุดหมายปลายทางคือห้องนอนที่เธอนอนเมื่อคืน ก่อนที่ร่างของเธอจะถูกโยนลงบนที่นอนอย่างแรง พร้อมกับเสียงประตูที่ถูกปิดอย่างแรง ดินแดน วิทยาและอุดมมองหน้ากัน รู้ว่าหญิงสาวที่อยู่ข้างในจะถูกลงโทษยังไง ก่อนที่พวกเขาทั้งสามจะเดินออกไปจากห้องชุดของเจ้านายมีเพียงอย่างเดียวที่เขาได้ยิน คือเสียงหวีดร้องของณิชาที่ดังลอดออกมาเท่านั้น ณิชาร้องสุดเสียงเมื่อมือหนาของเขา กระชากเสื้อผ้าของเธออย่างแรงสองสามครั้ง ก่อนที่มันจะขาดออกจากกัน บางส่วนอยู่ในมือของเขาและบางส่วนอยู่ที่เตียงนอน ณิชาคว้าผ้าห่มที่อยู่ใกล้มือ มาปกปิดท่อนบนที่ไร้อาภรณ์ มีเพียงเสื้อในที่ขาดแหว่งตามแรงกระชาก แต่มันก็ไม่สามารถปกปิดอะไรได้เลย ร่างของณิชากระเถิบหนีร่างของเขาที่เดินเข้ามาที่เตียงอย่างหวาดกลัว ข้อเท้าบางลูกจับด้วยมือหนาแล้วถูกลากเข้ามาหาเขา “คุ...คุณจะทำอะไรฉัน?” ณิชาพูดอย่างหวาดๆ รัฐกฤตญ์ยิ้มมันเป็นรอยยิ้มที่เธอไม่ชอบเลย ยิ้มมุมปาก หากดวงตาเปล่งประกายด้วยความโกรธ “จะกลัวทำไมเก่งนักไม่ใช่เหรอ?...เก่งให้ตลอดสิ...” รัฐกฤตญ์พูดพร้อมกับถอดเสื้อผ้าของเขาออก จนเหลือแต่ร่างเปล่าเปลือย จ้องมองร่างของณิชาอย่างไม่วางตา ณิชาเองที่เป็นฝ่ายเบือนหน้าหนีเขา เพราะเธอไม่เคยเห็นผู้ชายเปลื้องผ้าต่อหน้ามาก่อน นี่เป็นครั้งแรก “ออกไปนะอย่าเข้ามา...บอกให้ออกไป” ของที่อยู่ใกล้มือณิชาถูกโยนออกไปปะทะร่างของเขา แต่มีสิ่งเดียวที่เป็นของหนักนั่นก็คือนาฬิกาตั้งโต๊ะที่ทำจากไม้ ลอยไปโดนที่หางคิ้วของเขาอย่างแรง “โอ๊ย...” รัฐกฤตญ์ใช้มือของเขาคลำที่หางคิ้ว มีความรู้สึกชานิดๆก่อนจะสัมผัสกับน้ำเหนียวๆที่อยู่บริเวณนั้น ลดมือที่คลำที่หางคิ้วมาดู น้ำเหนียวๆที่ว่านี้คือเลือด ดวงตาของรัฐกฤตญ์มองที่ฝ่ามือที่มีเลือดอยู่ สลับกับใบหน้าที่ซีดเซียวของณิชา เมื่อรู้ว่าเธอทำร้ายเขาถึงกับเลือดตกยางออก “เธอ...เธอกล้ามากนักที่ทำฉันถึงขนาดนี้” เสียงกราดเกรี้ยวดังลั่นไปทั่วห้อง “คนอย่างคุณโดนแค่นี้มันยังน้อยเกินไป...ถ้าฉันฆ่าคุณได้...ฉันก็จะฆ่า” ณิชาตวาดกลับไปเสียงดังไม่แพ้กัน ตอนนี้รัฐกฤตญ์โกรธและโมโห จนสติไม่อยู่กับเนื้อกับตัว สิ่งที่เขารับรู้ตอนนี้ก็คือต้องสั่งสอนผู้หญิงคนนี้ให้หลาบจำว่าอย่างมาลองดีกับเขา
ภาพปกนิยายเรื่อง พี่ชายที่รัก
8.9
ชีวิตในบ้านตัวเองของอลินไม่ต่างจากฝันร้าย เมื่อออกัสพี่ชายบุญธรรมที่เธอหวังพึ่งพิง กลับเป็นผู้สร้างบาดแผลลึกในใจให้เธอเสมอมา ทั้งการกระทำอันโหดร้ายและถ้อยคำทิ่มแทงทำลายความรู้สึกจนร่างกายและจิตใจของเธอแทบจะแหลกสลาย ทว่าท่ามกลางความเจ็บปวดแสนสาหัสที่เขาเป็นคนมอบให้ หัวใจที่ไม่รักดีของอลินกลับไม่เคยเชื่อฟัง มันยังคงดื้อรั้นที่จะรักพี่ชายใจร้ายคนนี้อย่างหมดหัวใจ แม้ว่าความรักครั้งนี้จะต้องแลกมาด้วยหยาดน้ำตาและความทุกข์ทรมานอย่างไม่มีที่สิ้นสุดก็ตาม
ภาพปกนิยายเรื่อง Uncle on my moon คุณอากับหนูขา
9.6
จากเด็กหญิงที่เคยวิ่งเล่นเคียงข้าง ‘อินทัช’ ในอดีต วันนี้ ‘จันทร์เจ้าขา’ ได้เติบโตเป็นสาวสะพรั่งพร้อมกับความรู้สึกในใจที่แปรเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง ความผูกพันในฐานะอาหลานที่เคยมีกลับกลายเป็นความรักลึกซึ้งที่ยากจะถอนตัว เธอไม่ปรารถนาจะหยุดอยู่เพียงแค่สถานะเด็กน้อยในสายตาของเขาอีกต่อไป หญิงสาวจึงตัดสินใจทำทุกวิถีทางเพื่อพิสูจน์ความเป็นผู้หญิงเต็มตัว ไม่ว่าจะต้องใช้เสน่ห์หรือความเย้ายวนรูปแบบใด เพื่อเปลี่ยนมุมมองของชายหนุ่มและก้าวข้ามขอบเขตความสัมพันธ์เดิม ๆ สู่การเป็นผู้หญิงคนหนึ่งที่กุมหัวใจของเขาอย่างแท้จริง
ภาพปกนิยายเรื่อง ทัณฑ์ปรารถนา
9.5
จากเด็กสาวกำพร้าผู้ยากไร้ที่ได้รับความเมตตาจากมหาเศรษฐีพิการ ชีวิตของศศิรญาต้องพลิกผันเมื่อ ธานต์เมธา ลูกชายโทนของผู้อุปการะ ตราหน้าว่าเธอเป็นเพียงผู้หญิงหิวเงินที่จ้องจะปอกลอกสมบัติพ่อของเขา ชายหนุ่มทำทุกวิถีทางเพื่อขับไล่และทำลายสิ่งสำคัญในชีวิตเธอ ทว่าโชคชะตากลับเล่นตลกเมื่อเธอกลายเป็นทายาทผู้มั่งคั่งคนใหม่ ศศิรญาจึงหวนกลับมาอีกครั้งพร้อมภาพลักษณ์ใหม่และการศึกษาสูงเพื่อเปิดฉากทวงแค้นอย่างสาสม แม้จะต้องเผชิญกับวาจาเชือดเฉือนและท่าทีดูถูกจากเขา เธอก็พร้อมจะยืนหยัดต่อสู้และโต้กลับชายใจร้ายคนนี้ให้สยับมืออย่างไม่ยอมกหัวใจ
ภาพปกนิยายเรื่อง เหลี่ยมเสน่หาวิวาห์สวาท
9.0
ร่างสูงเดินเข้าหาอย่างคุกคาม มองหญิงสาวเหมือนเสือร้ายรอตะครุบเหยื่อ ไม่เคยมีผู้หญิงสวยๆ คนไหนหลุดรอดเงื้อมมือของเขาไปได้ และตอนนี้เขาก็จะไม่ปล่อยเธอเด็ดขาด ผู้หญิงที่หยามเขาครั้งแล้วครั้งเล่า “ท่าทางคุณจะพูดไม่รู้เรื่อง ฉันขอตัวก่อน” มุกอันดาก้าวถอยหนี ไม่ใช่เพราะหวาดกลัว แต่เพราะเธอรังเกียจท่าทางหยาบคายของเขาต่างหาก “จะไปไหนเล่า คุณหนูมุกคนสวย” “ว้าย!!!” มุกอันดาร้องอย่างตกใจเมื่อโดนกระชากแขนเอาไว้ ไฟฉายหล่นลงไปกองกับพื้นใต้แคร่ แสงสว่างยังส่องให้มองเห็นทั่วเพิงพัก สายฟ้าที่แลบแปลบปลาบทำให้เธอมองเห็นสายตากระหายของเขาอย่างชัดเจน “ปล่อยนะ ว้าย!!!” เพราะไม่ทันตั้งตัวเธอเลยโดนกระชากอีกรอบเข้าไปอยู่ในอ้อมแขน แต่เพราะวิชาการป้องกันตัวทำให้เธอยกเข่าขึ้นกระแทกเข้าที่หว่างขาเขาจนจุก “โอ๊ย!” ภครัฐร้องเสียงหลง ยอมปล่อยหญิงสาวเพราะความเจ็บจุก “สมน้ำหน้าอยากหื่นดีนัก” เธอว่าใส่หน้า ก่อนจะหันไปหยิบร่มและไฟฉาย แต่ช้ากว่าร่างสูงที่ดีดตัวขึ้นมา กัดฟันข่มความเจ็บปวดเอาไว้อย่างที่สุด เธอหยามเขากี่รอบแล้วนะ เกิดมาไม่เคยมีผู้หญิงคนไหนทำร้ายเขาขนาดนี้มาก่อน “ว้าย!!!”
ภาพปกนิยายเรื่อง เสน่หาหญ้าอ่อน
9.3
เมื่อ ‘อีวาน’ ชายหนุ่มผู้ผ่านโลกมาอย่างโชกโชน ต้องมาตกหลุมรัก ‘ขิง’ สาวน้อยแสนไร้เดียงสาอย่างหมดหัวใจ เรื่องราวความขัดแย้งเริ่มต้นขึ้นเมื่อเขาเสนอจ้างเธอให้ทำหน้าที่เป็นผู้หญิงส่วนตัว ท่ามกลางการปะทะอารมณ์อันดุเดือด หญิงสาวยืนกรานปฏิเสธอย่างหนักแน่นว่าเธอมาเพื่อทำงาน ไม่ใช่มาขายเรือนร่าง ทว่าบนเกาะอันห่างไกลนี้ อีวานที่กำลังสูญเสียการมองเห็นชั่วคราวกลับไม่ยอมปล่อยมือจากเธอไปง่ายๆ เขาเลือกใช้ประสาทสัมผัสอื่นที่ยังเหลืออยู่เพื่อแสดงอำนาจเหนือร่างกายของเธอ แม้ว่าหญิงสาวจะพยายามอ้อนวอนขออิสรภาพจากเขามากเท่าใดๆ