APKDock Logo
ภาพปกนิยายเรื่อง XXX I เรื่องมันเกิด...เพราะดวงอาทิตย์ตกดิน

XXX I เรื่องมันเกิด...เพราะดวงอาทิตย์ตกดิน

9.3 / 10.0
เมื่อความมืดเข้าปกคลุม ตัวตนที่แท้จริงของ 'ซาน' จะแปรเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง นำพาให้หญิงสาวผู้ดูแลชั่วคราวต้องก้าวเข้าสู่โลกแห่งความลับอันดำมืดที่จะเปลี่ยนชีวิตเธอไปตลอดกาล ค่ำคืนอันแสนเร่าร้อนที่ปราศจากความรักกลายเป็นกรงขังคอยย้ำเตือนใจไม่ให้เธอคิดใฝ่สูง แม้เขาจะแสดงท่าทีเกรี้ยวกราดและขับไล่เธออย่างทรมานในคืนนั้น ทว่าเธอกลับเลือกที่จะไม่เดินจากไป หากสามารถหมุนเวลากลับไปได้ เธอคงเลือกที่จะไม่ย่างกรายเข้าไปในห้องนั้นของเขา เพื่อจะได้ไม่ต้องเผชิญหน้ากับจุดเปลี่ยนของชีวิตที่ไม่มีวันหวนคืนกลับมาแก้ไขได้อีก

XXX I เรื่องมันเกิด...เพราะดวงอาทิตย์ตกดิน ตอนที่ 1

แค่เกิดมาแล้วมีต้นทุนชีวิตไม่เหมือนกับคนอื่น หนทางที่ก้าวเดินย่อมเต็มไปด้วยขวากหนามเป็นธรรมดา มันอยู่ที่ว่าเราจะสู้ หรือถอยตั้งแต่ยังไม่เริ่มออกเดินทาง...

แน่นอนว่าฉันเลือกจะทำอย่างแรก ด้วยความที่เป็นเสาหลักของครอบครัวคงเลือกอะไรนอกเหนือจากนี้ไม่ได้ แม้รู้อยู่แก่ใจว่าหนทางข้างหน้าต้องเจอกับบททดสอบต่างๆ ที่ล้วนทำให้เหน็ดเหนื่อยก็ตามแต่

“เลิกงานตรงเวลาจังเลยนะ” ขณะที่กำลังสแกนนิ้วออกเพื่อกลับบ้าน หลังจากการทำหน้าที่สิ้นสุดลง ประโยคทำนองค่อนแคะก็ลอยเข้ามากระแทกโสตประสาทเข้าอย่างจัง

“ทำครบชั่วโมงแล้วจะอยู่ทำไมล่ะ” ตอนเข้างานฉันก็เข้าก่อนเวลาด้วยซ้ำ แต่ทำไมไม่เห็นพูดอะไรบ้าง พอออกตรงเวลาเข้าหน่อยปากก็อยู่ไม่สุขทันทีเชียวนะ

“ปากดี” ‘เกล’ เพื่อนร่วมงานประสาทเสียก็ยังคงไม่หยุดพูดเหน็บแนม สายตายามที่มองมาเหมือนกับว่าโกรธแค้นฉันตั้งแต่ชาติปางก่อน

“ก็พอตัวแหละ” ฉันไหวไหล่อย่างไม่สะทกสะท้าน และเกรงกลัว “รีบกลับเข้าไปทำงานซะสิ มัวแต่ยืนแขวะคนอื่นอยู่ได้”

ฉันเดินเฉียดผ่านร่างบางที่ยืนขวางทางอยู่ เพื่อตรงเข้าไปยังตู้ล็อกเกอร์เก็บของ

อีกฝ่ายแสดงท่าทีฮึดฮัดไม่ชอบใจออกมาให้เห็นโดยไม่คิดจะปกปิด ก่อนจะเดินสะบัดตัวกลับเข้าไปทำงานต่อ

ก็เป็นแค่พนักงานเหมือนกัน แต่ติดตรงที่ว่าเกลมีแฟนเป็นถึงผู้จัดการร้าน นี่จึงเป็นสาเหตุที่ทำให้เธอหยิ่งผยองได้มากขนาดนี้ ยามใดที่เห็นแฟนหนุ่มของตัวเองไปยุ่งวุ่นวายกับพนักงานคนอื่นๆ ภายในร้าน ความหึงหวงก็ก่อเกิดจนหน้ามืดตามัว

ทั้งที่จริงแล้วเธอควรจัดการสั่งสอนแฟนตัวเองต่างหาก เจ้าชู้ขนาดนั้นถ้าไม่กำราบตัวต้นเหตุแล้วจะมีประโยชน์อะไร

ฉันก็เป็นหนึ่งในพนักงานที่ถูก ‘บอล’ แฟนของเกลชอบเข้ามาวุ่นวาย และพูดจาแทะเล็ม แต่ไม่คิดว่าฉันจะเลือกบ้างเหรอ? ผู้ชายเจ้าชู้แบบนั้นปล่อยให้สูญพันธุ์ไปเลยดีกว่า อย่าได้เก็บมาไว้กับตัว รังแต่จะทำให้ชีวิตต้องพบเจอกับเรื่องชวนน่าปวดหัวไม่จบไม่สิ้น

“กลับบ้านแล้วเหรอดีใจ” เสียงคุ้นเคยดังขึ้นจากทางด้านหลัง

ตายยากจริงๆ เลยเชียว แค่นึกถึงก็โผล่พรวดมาให้เห็นหน้า

“ค่ะ” ตอบรับเพียงสั้นๆ เท่านั้น มือข้างหนึ่งยกสายกระเป๋าขึ้นพาดไหล่ แล้วก้าวออกมาจากห้องเก็บตู้ล็อกเกอร์ที่คับแคบ

มันเป็นแค่ช่องทางเล็กๆ ที่มีตู้ตั้งชิดผนัง สามารถเข้าไปยืนได้แค่สองคนเท่านั้น หนำซ้ำยังไม่มีประตูแถมเดินออกไปแค่ทางเดียว และแน่นอนว่าตอนนี้ร่างสูงตรงหน้ากำลังยืนขวางทางฉันอยู่

“พี่ก็เลิกงานพอดีเลย ไปกินข้าวด้วยกันมั้ย พี่เลี้ยง” มันจะมีผู้ชายสักกี่คนกันที่กล้าชวนผู้หญิงคนอื่นไปทานข้าวด้วย ทั้งที่แฟนตัวเองก็อยู่ไม่ไกลจากตรงบริเวณนี้

“เลิกงานแล้วก็นั่งรอแฟนพี่เถอะค่ะ ฉันหากินเองได้” รอยยิ้มระบายเต็มใบหน้าในยามที่เอื้อนเอ่ย แม้ลึกๆ จะไม่ชอบใจทว่าก็จำต้องข่มกลั้นอารมณ์นั้นไว้

หลังกล่าวจบฉันไม่รอให้อีกฝ่ายได้เปิดปากพูดอะไรออกมาอีก พยายามมองหาช่องทางเล็กๆ เพื่อเดินแทรกกายออกมา

ก็ยังดีที่พอถูกตอกกลับไปแบบนั้นแล้วไม่หน้าด้านรั้งฉันให้อยู่ต่อ

ระหว่างที่เดินไปยังป้ายรถเมล์ ฉันแวะซื้ออาหารที่ตั้งร้านขายอยู่ริมทางติดมือไปให้คนที่บ้านได้ทาน แม้จะดึกมากแล้วแต่แม่กับน้องก็ยังรอคอยเหมือนอย่างเช่นทุกวัน เว้นซะแต่ว่าวันไหนฉันกลับดึกมากจริงๆ คนที่บ้านถึงจะไม่อยู่รอทานข้าวด้วยกันพร้อมหน้าพร้อมตา

แม้ไม่ได้มีเงินทองมากมายเหมือนคนอื่น แม้ต้องหาเช้ากินค่ำไปวันๆ ทว่าสิ่งที่น่าภาคภูมิใจที่สุดก็คือความรักใคร่กลมเกลียวภายในครอบครัว

ฉันนั่งรอคอยรถโดยสารสาธารณะเกือบชั่วโมงกว่าจะได้เดินทางกลับบ้าน รองเท้าผ้าใบเก่าๆ เหยียบย่ำไปบนพื้นน้ำที่เจิ่งนอง-ภายในซอยที่คับแคบ และมืดสลัว

แม้ทางเข้าบ้านแลดูอันตรายทว่าพวกฉันก็ไม่รู้ว่าจะไปหาที่ซุกหัวนอนใหม่ที่ไหนได้อีก ค่าเช่าบ้านในสลัมถูกสุดแล้วสำหรับฉัน แต่ก็ยังดีที่ทางไม่ได้ลึกมากมายอะไร

กระนั้นหากหาเงินได้มากกว่านี้ ฉันก็อยากพาครอบครัวหลุดพ้นออกไปจากที่แห่งนี้ เผื่อคุณภาพชีวิตจะได้ดีขึ้น ไม่ต้องเจอเรื่องชวนหน้าปวดหัว เดี๋ยวคนนั้นก็ทะเลาะกัน วันดีคืนดีก็เห็นตำรวจวิ่งไล่จับคนร้ายที่ลักลอบส่งยาภายในซอย

อันที่จริงทุกที่ก็มีทั้งคนดีและเลวปะปนกันไป เพียงแค่สถานที่ที่ฉันอาศัยอยู่นั้นดันมีคนเลวมากกว่าเป็นไหนๆ

“พี่ดีใจกลับมาแล้ว!” ยังไม่ทันที่ฉันจะล้วงหยิบกุญแจขึ้นมาไขประตู ‘ที่รัก’ ผู้ซึ่งเป็นน้องสาวแท้ๆ ของฉันก็เปิดประตูพรวดพราดออกมาหา “หนูกะแล้วว่าต้องเป็นเสียงรองเท้าพี่”

ใบหน้าละม้ายคล้ายกันเผยรอยยิ้มกว้าง ก่อนจะเบี่ยงตัวหลบเพื่อให้ฉันเดินก้าวเข้าไปด้านใน บ้านหลังนี้ที่เราอาศัยอยู่เป็นบ้านไม้สองชั้น ขนาดปานกลางไม่ได้คับแคบจนเกินไป แต่ก็ไม่ได้สะดวกสบายมากมายนัก วันดีคืนดีฝนตกหนักหลังคาบ้านก็รั่ว ต้องหยิบกะละมังมารองหยดน้ำฝนกันจ้าละหวั่น

“ทีหลังอย่าทำแบบนี้อีกนะที่รัก ถ้าเป็นคนอื่นที่ไม่หวังดีจะทำยังไง” อดไม่ได้ที่จะพูดเอ็ดน้องสาวด้วยความหวังดี

ที่รักเพิ่งขึ้นชั้นมัธยมศึกษาปีที่สองเมื่อไม่นานมานี้ เริ่มแตกเนื้อสาวมากขึ้นทุกวัน หนำซ้ำนิสัยของน้องยังหัวอ่อนกว่าฉันมาก กลัวเหลือเกินว่าจะถูกใครมารังแกได้โดยง่าย

“ดุน้องอีกแล้ว” ใบหน้าเนียนใสเกลี้ยงเกลาเริ่มงอง้ำ กระนั้นก็ดูออกว่าอีกฝ่ายไม่ได้งอนเป็นจริงเป็นจัง

“เพราะพี่เป็นห่วงหรอกถึงพูดแบบนี้” ริมฝีปากบางขยับพูดอธิบาย ขณะที่สายตาก็กวาดมองหาใครอีกคน “แม่ล่ะ”

“เข้านอนแล้ว”

“แม่ไม่สบายเหรอ” ปกติแม่จะรอฉันกลับมาแทบทุกครั้งทว่าวันนี้กลับผิดแผกไป ฉันเอ่ยถามตามที่คาดเดา และการที่น้องสาวพยักหน้ารับหงึกหงักถือว่าเป็นคำตอบที่ชัดเจน

“เดี๋ยวหนูเอาไปแกะให้” มือบางยื่นมาคว้าถุงหิ้วที่ฉันถืออยู่ ปล่อยให้น้องจัดการ ส่วนตัวเองก็เดินขึ้นไปยังห้องนอนของผู้เป็นแม่

ผลักบานประตูให้เปิดแง้มแผ่วเบา แล้วแทรกกายเข้าไปยืนภายในห้องที่มืดสนิท แสงไฟจากด้านนอกสาดส่องเข้ามาเพียงเล็กน้อย กระนั้นก็ทำให้เห็นว่าผู้เป็นแม่นอนอยู่ตรงไหน ฉันทรุดตัวนั่งลงที่ข้างฟูกนอน มือเอื้อมไปแตะผิวกายของร่างผอมบางที่นอนอยู่อย่างเบามือ

“กลับมาแล้วเหรอดีใจ” เสียงแหบแห้งเอ่ยทัก พานทำให้ฉันชะงักมือ

ตัวของแม่ไม่ค่อยร้อนเท่าไหร่ จึงยากที่จะคาดเดาว่าแม่เป็นอะไรกันแน่

“ไปหาหมอมั้ยแม่” ทางเดียวที่จะช่วยยืนยันอาการได้แน่ชัดก็คือไปให้คุณหมอตรวจร่างกายอย่างละเอียด

ฉันไม่ได้วิตกกังวลไปเอง แต่แค่อยากมั่นใจเท่านั้น ถ้าเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับแม่และน้องสาว ต่อให้เป็นเรื่องเล็กหรือเรื่องใหญ่ฉันก็ล้วนใส่ใจทั้งนั้น

“แม่ไม่ได้เป็นอะไรมาก แค่ปวดหัวเฉยๆ” น้ำเสียงของแม่ดูอ่อนแรงเสียเหลือเกิน จะให้ฉันเชื่อจริงๆ เหรอว่าไม่เป็นอะไรมาก “แล้วนี่หนูกินข้าวหรือยัง”

“เดี๋ยวหนูลงไปกินกับน้อง แม่ล่ะกินข้าวกินยาหรือยัง”

“ที่รักหาให้แม่กินตั้งแต่หัวค่ำแล้ว หนูลงไปกินข้าวเถอะ ไม่ต้องเป็นห่วง”

“ถ้าปวดหัวหนักมากก็เรียกหนูนะ” ไม่วายพูดทิ้งท้ายด้วยความเป็นห่วง

เมื่อเห็นว่าแม่พยักหน้าตอบรับฉันจึงหยัดตัวลุกขึ้นยืน แล้วเดินออกมาจากห้องโดยไม่ลืมที่จะปิดประตูไว้ให้ด้วย

“เดี๋ยวนี้แม่ปวดหัวค่อนข้างบ่อย” ประโยคบอกเล่าจากปากผู้เป็นน้องส่งผลให้หัวคิ้วของฉันขมวดเข้าหากัน

ด้วยความที่ไม่ค่อยได้ใช้เวลาอยู่กับแม่แบบใกล้ชิดจึงไม่รู้ถึงสิ่งที่เกิดขึ้น แถมที่รักยังไม่เคยพูดให้ฉันฟัง คงถูกแม่สั่งห้ามอีกตามเคย

“แม่ไปหาหมอบ้างหรือยัง” สิ่งที่ได้รับรู้พานทำให้ฉันเกิดความรู้สึกไม่อยากอาหาร แม้ว่าช่องท้องจะประท้วงด้วยการปวดเป็นพักๆ

ปกติแล้วฉันมักจะทานข้าวไม่ตรงเวลา เนื่องจากมีภาระหน้าที่ต้องรับผิดชอบมากมาย สิ่งที่เป็นตอนนี้คงไม่แคล้วอาการของโรคกระเพาะ ขนาดอาหารถูกจัดวางอยู่บนโต๊ะตรงหน้าแท้ๆ แต่ใจก็ไม่อยากลงมือทาน

“พี่ก็รู้ว่าต่อให้พูดหว่านล้อมยังไงแม่ก็ไม่ยอมไป” จริงอย่างที่น้องพูดมา แม่ฉันน่ะดื้อจะตายไป ห่วงแต่กลัวว่าลูกจะเสียเงินค่ารักษาพยาบาลไม่เป็นห่วงตัวเองบ้างเลย

“เดี๋ยววันหยุดพี่จะพาแม่ไปเอง ทานข้าวเถอะ” ฉันสรุปเสร็จสรรพ ที่รักคงหิ้วท้องรอนานมากแล้ว ต่อให้ไม่คิดอยากก็ไม่ควรที่จะทำให้น้องต้องเครียดตามไปด้วย...

แสงแดดที่สาดส่องเข้ามาผ่านทางช่องหน้าต่าง กระทบลงเปลือกตาที่กำลังหลับพริ้ม ทันทีที่เสียงนาฬิกาปลุกดังแทรกเข้ามาในโสตประสาท ฉันจึงค่อยๆ หยัดกายลุกขึ้นนั่ง พร้อมขยับตัวบิดไปมาเพื่อไล่ความเมื่อยขบ

มือเอื้อมไปหยิบโทรศัพท์ เพื่อกดปิดเสียงแจ้งเตือนที่ดังกังวานไปทั่วทั้งห้อง แม้เมื่อคืนนี้จะนั่งทำงานที่อาจารย์มอบหมายจนดึกดื่น ทว่าหากมีเรียนตอนช่วงเช้ายังไงฉันก็ต้องตื่นให้ทันอยู่ดี

ขาดไม่ได้หรอก ฉันเพิ่งยื่นเรื่องขอทุนการศึกษาไป ดังนั้นควรประพฤติตัวให้ดี

ทันทีที่ทำอะไรเรียบร้อย สองเท้าจึงค่อยๆ ย่างก้าวลงบันไดไปยังด้านล่าง แล้วพบว่าน้องสาวกำลังเตรียมตัวไปเรียนเหมือนกัน

“พี่ดีใจ หนูขอเงินไปโรงเรียนหน่อย” มือเล็กง้างแบอยู่ตรงหน้า ฉันล้วงหยิบแบงก์ร้อยออกมาจากกระเป๋า และวางลงบนใจกลางฝ่ามือของผู้เป็นน้อง

“เลิกแล้วรีบกลับมาดูแม่ด้วยนะ”

“รับทราบค่ะ” คนตัวเล็กรับคำเสียงใส ฉันจึงยื่นมือไปขยี้ผมน้องเบาๆ

“พี่ไปเรียนก่อนนะ” ล่ำลาที่รักเพียงไม่กี่ประโยค ก่อนจะเดินออกมาจากบ้าน...

ฉันยังคงเลือกใช้รถเมล์สาธารณะในการเดินทางไปเรียน แม้ว่าแถวมหา’ลัยจะมีสถานีรถไฟฟ้า ทว่าก็ไม่อยากเสียเงินไปกับค่าโดยสารที่นับวันยิ่งแพงมากขึ้นเรื่อยๆ

ด้วยความที่มาเร็วกว่าเพื่อนสนิทอย่าง ‘เรย์วี่’ ฉันจึงต้องเดินเข้าไปในห้องเพื่อจับจองหาที่นั่งระหว่างรอเธอมา ผ่านไปไม่นานนักศึกษาคนอื่นๆ ก็เริ่มทยอยเดินเข้าห้องมาเรื่อยๆ ไม่เว้นแม้แต่เรย์วี่เอง ร่างบางส่งยิ้มกว้างแต่ไกล ก่อนจะเดินมาทรุดกายนั่งลงยังเก้าอี้ด้านข้าง

“ดีใจ คือฉันมีเรื่องอยากจะให้เธอช่วยหน่อยน่ะ”

“ได้สิ ว่ามาเลย” ฉันตอบรับทันที แม้ยังไม่รู้รายละเอียดเรื่องที่เพื่อนจะไหว้วานก็ตามแต่

“เพื่อนอาเจย์รถคว่ำ ตอนนี้เขาพักฟื้นอยู่ที่บ้านแล้ว ดีใจช่วยไปดูแลให้หน่อยได้มั้ย”

“ถ้าเป็นเรื่องนี้ฉันคิดว่า...ไม่สะดวกเท่าไหร่ เพราะฉันต้องไปทำงานพาร์ทไทม์” สารภาพตามตรงเลยว่าเวลานี้ฉันกำลังลำบากใจเป็นอย่างมาก ไม่คาดคิดว่านี่คือเรื่องที่เพื่อนอยากไหว้วาน “แต่ถ้าให้ดูแลไม่กี่ชั่วโมงก็ได้อยู่นะ”

นึกๆ ดูแล้วกว่าจะได้เวลาเข้างานที่ร้านอาหาร ฉันพอมีชั่วโมงเหลืออยู่บ้างนิดหน่อย

“ลาออกจากที่นั่นและมาดูแลเพื่อนอาเจย์อย่างเดียวได้หรือเปล่า ฉันคุยเรื่องค่าจ้างให้แล้ว ได้เดือนละสามหมื่นเลยนะ”

“สามหมื่น!!” รีบตะครุบปากตัวเองอย่างไว เมื่อเผลอพูดเสียงดังออกไปแบบนั้น จนเป็นเหตุทำให้นักศึกษาร่วมคลาสหันมามอง “สะ...สามหมื่นเลยเหรอ”

ตั้งแต่ทำงานมาฉันยังไม่เคยจับเงินมากกว่าหมื่นห้าเลยด้วยซ้ำ แถมเหนื่อยจนแทบรากเลือดกว่าจะได้แต่ละบาท

“ใช่ ถ้าดีใจตกลงปิดเทอมนี้ก็ไปทำได้เลย”

อันที่จริงอีกไม่กี่วันจะสอบไฟนอลแล้ว หลังจากนั้นฉันก็ปิดเทอมยาวๆ นี่ถือว่าเป็นโอกาสเหมาะที่จะหารายได้อย่างเต็มที่ โดยไม่ต้องมาพะวงหน้าพะวงหลังกับเรื่องเรียน

“แล้วต้องดูแลเขากี่เดือนเหรอ”

“จนกว่าอาซานจะหายดี ฉันคิดว่าคงเดือนนิดๆ ถ้าจบงานนี้เดี๋ยวฉันหางานอื่นเตรียมไว้ให้ ดีใจจะได้ไม่ต้องกลับไปทำที่ร้านอาหารนั่นอีก” เรย์วี่อธิบายออกมายาวเหยียด พร้อมตบท้ายด้วยการหยิบยื่นโอกาสดีๆ ให้แก่ฉัน

“ขอบคุณมากนะเรย์วี่” มือบางวางทาบทับลงบนหลังมือของร่างบางข้างกายด้วยความซาบซึ้งใจ ทั้งชีวิตไม่เคยมีใครหยิบยื่นโอกาสดีๆ ให้แก่ฉัน ที่ผ่านมาทุกอย่างล้วนไขว่คว้าด้วยตัวเองทั้งนั้น “ฉันตกลงที่จะทำ”

หารู้ไม่ว่า การที่ยอมตกปากรับคำทำงานนี้ จะทำให้ชีวิตของฉันเปลี่ยนแปลงไปตลอดกาล และไม่คาดคิดด้วยซ้ำว่ากำลังจุดชนวนแผดเผาหัวใจตนเองให้มอดไหม้กับมือ

มันค่อยๆ แหลกสลายทีละนิดกระทั่งเหลือเพียงแค่ฝุ่นธุลีโดยไม่รู้ตัว ‘ปากบอกว่าอย่าเล่นกับไฟ แต่ใจก็ดันริอาจฝ่าฝืน’...

อ่านต่อ

สารบัญ XXX I เรื่องมันเกิด...เพราะดวงอาทิตย์ตกดิน

Ch. 1 Ch. 2 Ch. 3
Ch. 4
Ch. 5
Ch. 6
Ch. 7
Ch. 8
Ch. 9
Ch. 10
Ch. 11
all

คุณอาจจะชอบ

นิยายมาใหม่

ภาพปกนิยายเรื่อง รักแท้ต้องเบรก
7.4
ตลอดเวลาสามปีที่หญิงสาวทุ่มเทให้ความรักและเฝ้าทะนุถนอมความสัมพันธ์ เธอวาดฝันถึงการเริ่มต้นชีวิตคู่และรอคอยวันที่จะเข้าสู่ประตูวิวาห์ แต่โลกทั้งใบกลับล่มสลายลงในชั่วพริบตา เมื่อชายหนุ่มที่เธอเชื่อมั่นในคำสัญญามาตลอดได้ทรยศหักหลังเธออย่างไม่คาดฝัน เหตุการณ์อันแสนปวดร้าวนี้เกิดขึ้นเพียงไม่นานก่อนที่งานแต่งงานในฝันจะเริ่มขึ้น มันทำลายความรู้สึกของเธอจนหมดสิ้น ความรักที่เคยงดงามถูกแทนที่ด้วยความผิดหวัง ทำให้เธอต้องทนรับสภาพจิตใจที่แตกสลายและสูญเสียภาพอนาคตที่สมบูรณ์แบบไปอย่างถาวร
ภาพปกนิยายเรื่อง จุดมุมเจอความรัก
7.2
ชีวิตหลังแต่งงานของหญิงสาวเต็มไปด้วยความคลางแคลงใจ เมื่อผ่านไปนับเดือนสามีกลับรักษาระยะห่างและไม่ยอมมีความสัมพันธ์ลึกซึ้ง ท่าทีเฉยเมยนี้ทำให้เธอระแวงว่าเขาอาจมีความลับเรื่องสุขภาพปิดบังไว้ ทว่าข้อสันนิษฐานทั้งหมดก็พังทลายลงในชั่วข้ามคืน เมื่อชายหนุ่มที่เคยดูไร้อารมณ์กลับเผยความปรารถนาอันรุนแรง อ้อมกอดและสัมผัสดุดันพิสูจน์ว่าเธอประเมินเขาผิดไป เขาปลดปล่อยความรู้สึกที่กักเก็บไว้อย่างยาวนานผ่านบทรักเร่าร้อน จนเธอไม่อาจตั้งรับความเปลี่ยนแปลงนี้ได้ทันและต้องพ่ายแพ้ต่อความหลงใหลที่เขาโหมกระหน่ำใส่
ภาพปกนิยายเรื่อง แค้นรักทาสสวาท
9.7
เมื่อพ่อนำตัวนับดาว หญิงสาวผู้ทะเยอทะยานเข้ามาในบ้านจนเป็นเหตุให้แม่ต้องจบชีวิตลง สไนเปอร์ ผู้กำกับมาเฟียผู้แสนเย็นชาจึงเต็มไปด้วยไฟแค้น เขามองว่าเธอเป็นแค่ผู้หญิงไร้ยางอายที่หวังรวยทางลัด และไม่ว่าเธอจะพยายามใช้เสน่ห์เย้ายวนเขามากแค่ไหน สิ่งที่ได้รับกลับไปมีเพียงความเกลียดชังอันลึกล้ำ ทว่าโชคชะตากลับเล่นตลกเมื่อเธอต้องตกมาอยู่ใต้การปกครองของเขาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ มาเฟียหนุ่มจึงไม่รอช้าที่จะเริ่มบทลงโทษอันแสนเร่าร้อน เพื่อสั่งสอนให้เธอได้ชดใช้และลิ้มรสความเจ็บปวดอย่างสาสมกับที่ครอบครัวของเขาเคยเผชิญ
ภาพปกนิยายเรื่อง ฉากรักในคืนฝนโปรย
8.2
เธอ…คือแม่หม้ายป้ายแดง ส่วนเขา…คือหนุ่มหล่อผู้หลงรักแม่หม้าย เธอใจแข็งเป็นหิน ส่วนเขาก็ตื้อเท่านั้นที่จะครองโลก -------------------------------------- ณาณีมเปิดและส่งรูปของราฮีมที่เธอแอบถ่ายชายหนุ่มไว้ไปให้ทั้งสองได้ดูผ่านไลน์ ณิการ์และธัญมณกรี๊ดกร๊าดเป็นการใหญ่ เพราะราฮีมหล่อและดูดีกว่าที่คิดไว้มาก “แกจะปิดกั้นตัวเองทำไมยะ ในเมื่อมีผู้ชายดีๆ เดินเข้ามา แกก็รับเขาไว้พิจารณาสิ” ณิการ์ที่ได้ฟังเรื่องราวทุกอย่างเอ่ยขึ้น “แต่ฉันไม่อยากวนกลับไปใช้ชีวิตแต่งงานอีกนี่แก” แม้จะอยากเปิดใจให้ราฮีม แต่สิ่งที่ณาณีมกลัวคือการแต่งงาน การต้องใช้ชีวิตด้วยกันทั้งวันทั้งคืน “ก็อยู่กันไปแบบนี้ ไม่ต้องแต่ง” “ก็คิดว่าจะไม่แต่ง แต่ฉันกับเขาก็ต้องมีเซ็กซ์กัน ฉันจะทำได้เหรอ ในเมื่อสิบสามปีที่ผ่านมาของฉัน มีแค่พี่แดนคนเดียว” นี่คืออีกเรื่องที่ณาณีมกังวล “ของใหม่ๆ คนใหม่ มันอาจทำให้อารมณ์แกซู่ซ่าก็ได้ ชีวิตเป็นของแก แล้วตอนนี้แกก็โสดแล้ว” ธัญมณเอ่ยขึ้นบ้าง นั่นทำเอาณิการ์ที่ปกติลุคจะแรงที่สุดของกลุ่มถึงกับอุทานออกมา “หืม…” “แกเป็นเจ้าของจิ๊มิแต่เพียงผู้เดียวยัยณา แกจะใช้กับใครมันก็สิทธิ์อันชอบธรรมของแก เพราะแกโตแล้ว...เข้าใจ๋” ประโยคนี้ยังเป็นของธัญมณ แต่ดูเหมือนณาณีมจะเข้าใจอะไรยาก “ไม่เข้าใจ” “โอ๊ย! ยัยณา ชีวิตนี้แกจะเจอดุ้นแค่อันเดียวเหรอยะ เลิกกับพี่แดนแล้วแกจะเอาปูนมาโบกจิ๊มิ ไม่ยอมให้ดุ้นอันอื่นผ่านเลยก็ใช่เรื่อง แก่จนอายุจะสามสิบห้า แถมยังมาเป็นหม้ายเอาตอนนี้อีก มดลูกก็ฝ่อลงไปทุกวัน มีของดีติดอยู่กับตัวเอง ทำไมไม่ใช้ กลัวอะไร” ณิการ์เริ่มตามธัญมณทัน และยุณาณีมมันเสียเลย “กลัวสารพัดสิ่งอ่ะ กลัวจนไม่กล้าไปหมด” “งั้นวันไหนที่คุณราฮีมกลับมาเมืองไทย ให้ฉันไปทดสอบความฟิตและความอึดให้เอาไหม งานนี้ฟรี ไม่คิดค่าเสียหาย” “ยัยปุ้ยบ้า เดี๋ยวผัวแกก็เอาปืนมายิงแสกหน้าคุณราฮีมกันพอดี” ณาณีมแหวใส่ความคิดบ้าๆ ของเพื่อน “เท่าที่แกเล่ามา ดูเหมือนยัยพราวก็ทำท่าจะชอบคุณราฮีมอยู่ไม่น้อย วันดีคืนดีพราวคาบไปกิน จะมานั่งเสียใจไม่ได้แล้วนะยะ” “โอ๊ย!...นั่นยิ่งไม่ได้ใหญ่” คนมาปรึกษาเริ่มหัวเสีย ส่วนคนให้คำปรึกษาก็ชักจะสนุก ที่สามารถแหย่จนณาณีมเผยความรู้สึกของตัวเองออกมาแบบนี้ “นั่นก็ไม่ได้ นี่ก็ไม่ได้ ยอมรับมาเถอะ ว่าแกเองก็ชอบคุณราฮีมอยู่” “แกว่าถ้าฉันจะรักใครใหม่ มันไม่เร็วไปเหรอ ทั้งๆ ที่ฉันเพิ่งหย่า” นี่คือสิ่งที่ณาณีมกังวลอยู่เหมือนกัน เธออยากเป็นโสดให้นานกว่านี้ สองสามปี หรือมากกว่านี้ก็ได้ “ไม่เร็ว ช้าไปด้วยซ้ำ เพราะชีวิตมันต้องเดินไปข้างหน้า ไม่ใช่จมปลัก เอาอดีตมาเป็นกำแพง” ----------------------------------------- “ผมรู้สึกแปลกๆ อยากให้คุณช่วย” เสียงอู้อี้ของราฮีมเอ่ยตอบ เพราะยังคงเอามือปิดปากไว้อยู่ “ช่วยอะไรคะ?” สีหน้าของณาณีมเต็มไปด้วยเครื่องหมายคำถาม นั่นเพราะยังไม่เข้าใจว่าราฮีมเป็นอะไร และเขาอยากให้เธอช่วยอะไร “ช่วยถอนพิษให้ผมหน่อย” “ถอนพิษ พิษอะไร” ตอนนี้สีหน้าของณาณีมยิ่งงงเข้าไปใหญ่ “ก็พิษจากลิปสติกสีแดงๆ ของคุณพราวที่มันติดอยู่บนปากของผมตอนนี้ไง” “คุณราฮีม…อื้อ…” พอฟังจบณาณีมก็ทำท่าจะขยับหนี แต่ราฮีมกลับไวกว่ามาก ชายหนุ่มใช้มือที่ปิดปากตัวเองไว้เมื่อครู่ เอื้อมมารวบตัวณาณีมเข้าไปกอด จากนั้นก็โน้มใบหน้าลงมาจูบเธออย่างรวดเร็ว และนี่คือวิธีถอนพิษที่เขาเอ่ย ณาณีมอึ้ง ทำตัวไม่ถูก สมองสั่งงานให้ผลักราฮีมออกห่าง แต่ร่างกายกลับตรงกันข้าม เพราะมันไม่ทำตามที่เธอสั่งเลย ตั้งแต่เกิดมาเธอเคยจูบกับผู้ชายแค่คนเดียวนั่นคือดาวิน เธอจำไม่ได้ว่าจูบครั้งล่าสุดกับดาวินเมื่อไหร่ และเพราะจำไม่ได้ จึงลืมเลือนรสจูบของอดีตสามีไปจากความรู้สึกเช่นกัน เวลานี้หัวใจของณาณีมเต้นแรงมาก รู้สึกวาบหวามกับจูบที่ราฮีมมอบให้จนควบคุมตัวเองไม่ได้ จูบที่ทำให้เธอขนลุกซู่ ร่างกายไหวระริกเหมือนเด็กสาว และนั่นก็ทำให้ณาณีมเผลอจูบชายหนุ่มกลับไปเช่นกัน ถ้าไม่ติดว่านี่มันริมถนน ราฮีมคงอุ้มณาณีมไปบนเตียงแล้วก็ทำตามที่ใจเขาเรียกร้องแล้ว “คุณจูบเก่งกว่าที่ผมคิดไว้เสียอีก” เขาจำเป็นต้องถอนจูบออก และรู้สึกว่าตอนนี้ ฝนกำลังโปรยปรายลงมาจากท้องฟ้า “ก็ฉันผ่านเรื่องพวกนี้มาแล้วนิ” “แล้วทำไมใจต้องเต้นแรงแบบนี้ด้วย ลมหายใจคุณก็ร้อน” เพราะความใกล้ชิด ทำให้ราฮีมได้ยินเสียงเต้นของหัวใจณาณีมชัดมาก มิหนำซ้ำเวลานี้ตัวเธอก็ร้อนผ่าวเหมือนคนมีไข้
ภาพปกนิยายเรื่อง ไฟล้อมน้ำ [Alternative Bride]
8.1
เมื่อพลาธิปถูกปิยธิดาทิ้งไปแต่งงานกับเพื่อนสนิทอย่างไร้เยื่อใยด้วยความอคติในตระกูลของเขา ชายหนุ่มจึงเลือกใช้ปราณปริยาวดี น้องสาวต่างมารดาที่อดีตคนรักเกลียดชังมากที่สุดมาเป็นเจ้าสาว เพื่อหวังแก้แค้นและเย้ยหยันความเจ็บปวดคืนกลับไป ทว่าจากที่เคยตั้งแง่รังเกียจลูกเมียน้อยและมองเธอเป็นเพียงหมากในเกมทำลายความรู้สึกของแฟนเก่า ความใกล้ชิดในชีวิตแต่งงานกลับสั่นคลอนหัวใจของเขาให้เริ่มหวั่นไหว ท่ามกลางกำแพงทิฐิที่พยายามปิดกั้นความรู้สึกที่แท้จริง พลาธิปต้องเผชิญหน้ากับการตัดสินใจครั้งสำคัญว่าจะเดินหน้าสะสางบัญชีแค้นต่อไป หรือจะยอมเปิดใจยอมรับความรักครั้งใหม่ที่กำลังก่อตัวขึ้นจริง
ภาพปกนิยายเรื่อง  เสน่ห์ดาวมหา'ลัย (25+)
9.8
ชีวิตในรั้วมหาวิทยาลัยของเดชต้องเปลี่ยนไปตลอดกาล เมื่อเขาจับพลัดจับผลูเข้าไปพัวพันกับกลุ่มหญิงสาวระดับดาวมหาวิทยาลัยพร้อมกันหลายคน นำมาซึ่งความสัมพันธ์สุดซับซ้อนที่เต็มไปด้วยความหลงใหลและการบริหารเสน่ห์อันยากจะถอนตัว ท่ามกลางบรรยากาศที่ความรักและความปรารถนาโคจรมาพบกัน ชายหนุ่มต้องเผชิญหน้าและรับมือกับความผูกพันอันหลากหลายที่ทวีความเข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ อย่างไม่ทันตั้งตัว ในโลกที่เต็มไปด้วยแรงดึงดูดเย้ายวนใจที่เขาไม่เคยคาดคิดมาก่อน
รายชื่อตอน
อ่านเลย
แชร์