APKDock Logo
ภาพปกนิยายเรื่อง ยัยจอมงกสุดร้ายกับเจ้าชาย(นายเบ๊)ผีเสื้อ

ยัยจอมงกสุดร้ายกับเจ้าชาย(นายเบ๊)ผีเสื้อ

7.8 / 10.0
เมื่อ มิลก์ เด็กสาวม.ปลายผู้คลั่งรักเงินตราทำเรื่องผิดพลาดครั้งใหญ่ด้วยการทำผีเสื้อสุดล้ำค่าร่วงลงหม้อน้ำร้อนจนสุกต่อหน้าต่อตา อุบัติเหตุเหนือความคาดหมายในครั้งนี้ได้ชักนำให้เธอต้องมาพบกับความสัมพันธ์สุดโกลาหลกับเจ้าชายผีเสื้อที่จับพลัดจับผลูต้องมาตกเป็นเบ๊รับใช้เธออย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เรื่องราวความรักสุดอลเวงแนวโรแมนติกคอมเมดี้จึงได้เริ่มต้นขึ้นท่ามกลางความแตกต่างที่สุดแสนจะเข้ากันได้อย่างลงตัวของทั้งสองคนนี้

ยัยจอมงกสุดร้ายกับเจ้าชาย(นายเบ๊)ผีเสื้อ ตอนที่ 1

หน้าหนาวเนี่ย...

อากาศมันช่างไม่เชิญชวนให้อาบน้ำเย็นเอาเสียจริง ๆ นะ

จะติดเครื่องทำน้ำอุ่น...?

โอ๊ย! ใครจะไปมีปัญญาซื้อกัน ของราคาสตาร์ทขั้นต่ำตั้งสามสี่พันอย่างนั้นน่ะ

ฐานนะทางบ้านน้องมิลก์สุดแสนจะยากจน ไอ้จะทำงานเก็บเงินซื้อเอง...

คงเป็นไปได้หรอกนะกับเด็กนักเรียน ม.5 ที่มีรายได้แค่รับจ็อบทำรายงานราคาเล่มละร้อยบาท ลองคิดถึงกลุ่มตลาดสิ

ห้องเรียนมีเพื่อนร่วมชั้น 54 คน ชั้น ม.5 ทั้งหมดมี 14 ห้อง ระดับชั้นเรียนเดียวกันมีคนเรียนอยู่แค่เจ็ดร้อยกว่าคน นับนักเรียนทั้งโรงเรียนแล้วก็มีอยู่แค่สามสี่พันคน แล้วคร๊าย....

ใครมันจะมาจ้างทำรายงานกันมากมายถึงขนาดเก็บเงินซื้อเครื่องทำน้ำอุ่นราคาแพงหูฉี่กันได้ไหว ถึงได้บอกไงว่าพวกอีลิทที่มีชีวิตอย่างสุขสบาย มั่งมีเงินทองน่ะ ไม่มีทางจะมาเข้าใจประชาชนคนไทยเชื้อสายจีนตัวขาว ๆ ตากลม ๆ อย่างน้องมิลก์ได้หรอกว่าชีวิตของเด็ก ม.ปลายคนหนึ่งนั้น เราต้องเผชิญกับความทุกข์ยากที่ทำให้จิตใจหนาวเหน็บกันมากแค่ไหน

คิดไปคิดมาเรื่องเครื่องทำน้ำอุ่นคงต้องยกเลิกความคิด ควรค่าแก่การให้ตัดใจไปก่อน เพราะถึงแม้จะมีเงินพอซื้อแต่คงไม่ทันวินาทีนี้ที่กำลังจะอาบน้ำแล้วน้ำเย็นจนจะแข็งตายอย่างนี้แน่ ๆ

เอาล่ะฟะ!

บรรพบุรุษสมัยกรุงธนบุรียังกู้ชาติได้ทั้ง ๆ ที่ไม่มีเครื่องทำน้ำอุ่นอาบเลย จะว่าไปสมัยนั้นเตาแก๊สก็ยังไม่มี มนุษยชาติก็ยังอุตส่าห์มีชีวิตรอดผ่านช่วงเวลาอันโหดร้ายเหล่านั้นมาได้

พอคิดถึงทหารเยอรมันที่เสบียงหมดแล้วไปติดอยู่โซเวียตตอนยุทธการสตาลินกราดแล้วน้องมิลก์ก็ให้เริ่มรู้สึกมีกำลังใจขึ้นมา

ดังนั้นกับอีแค่ไม่มีเครื่องทำน้ำอุ่น สาวน้อยเกินโลกยุคโลกาภิวัฒน์หน้าใสวัยเอ๊าะอายุ 17 หยก ๆ หย่อน ๆ เจเนอเรชั่น Z อย่างมิลก์กี้ต้องเอาตัวรอดได้อยู่แล้ว

เมื่อคิดได้อย่างนั้นว่าตัวเองอยู่ในโลกยุคที่เจริญแล้ว น้องมิลก์ก็คิดไปถึงนวัตกรรมที่ไฮเทคที่สุดในบ้านตนเองนอกเหนือไปจากเครื่องใช้ไฟฟ้าแล้วก็ยังมี...

ใช่! มันยังมีสิ่งนั้นอยู่นี่น่า!

ไม่น่าเชื่อว่านักเขียนนิยายอัจฉริยะอย่างมิลก์กี้จะลืมมันไปได้ เครื่องใช้ทรงพระคุณที่ทำให้เธอไม่เคยอดตาย มีอาหารดี ๆ กินอิ่มท้องที่อยู่คู่ครัวไทยมาตั้งแต่เล็กจนโต นั่นก็คือ...

เตาแก๊ส!

ใช่! ในโลกนี้ยังมีสิ่งที่เรียกว่าเตาแก๊สอยู่นี่นา มิลก์ลืมมันไปได้ยังไงเนี่ย!

หาทางรอดได้ก็ไม่ต้องมากลั่นกรองถึงราคาค่าแก๊สกันล่ะ ยังไงก็ชัวร์ว่าถูกกว่าราคาน้ำมันอยู่แล้ว

มิลก์รีบลุกพรวดจากหน้าจอคอมที่โดดเรียนมานั่งแปะอยู่ตั้งแต่เช้า เอาหม้อแกงใบยักษ์ที่แม่เก็บไว้ใส่จับฉ่ายขายตอนเทศกาลกินเจมาใส่น้ำจนเต็มปรี่

หมอแกงใบสุดจะใหญ่ ใส่น้ำเยอะ ๆ ก็หนักแสนหนัก หากด้วยพละกำลังแขนที่ออกกำลังกายฝึกฝนจากการกดแป้นคียบอร์ดและปลายนิ้วอันแข็งแรงที่เลื่อนไถส่องดูเว็บเอ๊กซ์... เอ๊ย! ทวิตเตอร์มานานนับปี น้องมิลก์ก็มั่นใจว่าตนจะยกหม้อใบยักษ์นั้นมาตั้งบนเตาแก๊สได้ด้วยตัวคนเดียว

และก็เป็นดังคาดการณ์

เด็กสาวสามารถยกหม้อน้ำใบใหญ่มหึมามาตั้งได้ด้วยตัวคนเดียว เสร็จแล้วก็เปิดแก๊สไฟแรงสุด

ความจริงอากาศหนาว ๆ ยังไม่อยากจะอาบน้ำเล้ย~ แต่ไม่ได้ ดองค้างมาสามวันแล้ว ตอนนี้ถึงจะเป็นเวลาตีสี่ของคืนหน้าหนาวที่อุณหภูมิติดลบสักแค่ไหนก็ต้องกระเสือกกระสนอาบน้ำให้ได้

ทั้งนี้เพื่อสัมพันธภาพอันดีที่จะได้ไม่ต้องถูกเพื่อนรังเกียจเวลาไปโรงเรียนในวันรุ่งขึ้น

เนื่องจากเปิดแก๊สไฟแรงสุดน้ำจึงร้อนเจียนเดือดได้เร็วมาก มิลก์กี้ยกหม้อแกงใบใหญ่อีกใบของแม่มารองน้ำเย็นรอไว้ พอน้ำร้อนได้ที่ก็ยกหม้อน้ำร้อนเข้าไปตั้งไว้ในห้องน้ำ ใช้ขันพลาสติกตักน้ำร้อนแบ่งเทใส่หม้อน้ำเย็นผสมให้อุ่นพออาบได้ ส่วนหม้อที่ยังมีน้ำร้อนเหลืออยู่ครึ่งไอน้ำพุ่งระอุ เด็กสาวชะโงกเอาหน้าตัวเองลงไปอังหม้อน้ำร้อน ถือเป็นไปการอบไอน้ำให้ผิวหน้าชุ่มชื่นด้วยวิธีประหยัดอีกทางหนึ่ง

เห็นไหม...

ต้มน้ำอาบยังไงก็ดีกว่าใช้เครื่องทำน้ำอุ่น ยังอบไอน้ำให้หน้าได้อีกด้วย

แต่ถึงจะว่าอย่างนั้นเด็กสาวก็อบไอน้ำหน้าตัวเองได้เพียงแค่ 5 วินาทีเท่านั้น เนื่องจากไอน้ำร้อนจัด ๆ เกือบจะทำให้หน้าพองจึงต้องรีบเงยหน้าขึ้นมา หากทันใด...!

“ว้าย!”

มิลก์ตกใจกรีดร้องเมื่อได้ยินเสียงพรึ่บพั่บของปีกแมลงบินวนเหนือศีรษะ เด็กสาวหลับตาปี๋ด้วยความขยะแขยง มือไม้ปัดไปทั่วเพราะกลัวว่าจะเป็นแมลงน่าสยดสยอง อาทิเช่น cockroach และด้วยความที่บางครั้งก็คิดอยากจะเป็นนักวอลเล่ย์บอลทีมชาติ ทำให้บังเอิญทั้ง ๆ ที่ปิดตาปี๋อยู่อย่างนั้นก็ดันตบแม่นยำไปโดนตัวแมลงนั้นเข้าจัง ๆ

แม้ไม่เคยสัมผัส cockroach ได้โดยตรงแต่ก็พอจะเดาจากขนาดตัวได้ว่าไอ้แมงลงตัวใหญ่สุด ๆ ที่ตบโดนลงไปนั้นมันไม่ใช่ cockroach แน่ ๆ เป็นอย่างนั้นมิลก์จึงค่อย ๆ หรี่ตาขึ้นมอง ทันใด!

“กรี๊ดดดด!”

เด็กสาวร้องเสียงดังลั่นยิ่งกว่าเดิมเมื่อเห็นผีเสื้อกลางคืนตัวใหญ่ดิ้นพล่านอยู่ในหม้อน้ำร้อน

สาวน้อยอย่างมิลก์กี้แม้จะขี้งก ขี้เหนียว ขี้ตืด นิสัยไม่ยอมขาดทุนขนาดไหนก็ตาม แต่เรื่องฆ่าสัตว์ตัดชีวิตนี่ไม่เอาเด็ดขาด เห็นสัตว์มาทรมานต่อหน้าก็ไม่ชอบด้วย พอเจอภาพอย่างนั้นจึงร้องกรี๊ด รีบหยิบขันน้ำตักผีเสื้อออกมาจากหม้อน้ำร้อน

ทว่า...

ที่ผีเสื้อตกลงไปนั้นคือหม้อน้ำเดือด ๆ เพิ่งยกลงจากเตา ไม่ใช่หม้อน้ำอุ่นอุณหภูมิน่ารักที่เด็กสาวผสมเอาไว้ แล้วนั่นแหละ...

มันจะเหลือเรอะ!

ผีเสื้อกลางคืนตัวเป้งกลายเป็นศพสุกพร้อมรับประทานได้เพียงชั่ววินาที (ใครจะทานฟะ)

มิลก์ยืนอึ้งงันกับความผิดฐานฆาตกรรมของตน...

ผีเสื้อพันธุ์นี้เคยเห็นในสมุดภาพว่าราคาแพงนักหนา ถ้าเอาไปขายพวกสะสมผีเสื้อสต๊าฟคงได้ไม่ต่ำว่าสี่ห้าพัน

ด้วยนิสัยที่งกสุดแสนจะงกมิลก์กี้ก็อยากจะทำอย่างนั้นอยู่หรอก

แต่เนื่องจากมีสำนึกมากพอว่าตนเองได้กลายเป็นฆาตกรไปเสียแล้ว เด็กสาวจึงยอมตัดใจจากรายได้ตรงหน้าแล้วแผ่เมตตาให้กับผีเสื้อตัวนั้น ก่อนจะเก็บศพออกมาวางไว้หน้าห้องอาบน้ำแล้วกลับเข้าไปชำระล้างเรือนร่างที่หมักหมมมากว่าสามวันให้สะอาดสะอ้านต่อไป

อ่านต่อ

สารบัญ ยัยจอมงกสุดร้ายกับเจ้าชาย(นายเบ๊)ผีเสื้อ

Ch. 1 Ch. 2 Ch. 3
Ch. 4
Ch. 5
Ch. 6
Ch. 7
Ch. 8
Ch. 9
Ch. 10
Ch. 11
all

คุณอาจจะชอบ

นิยายมาใหม่

ภาพปกนิยายเรื่อง แซ่บสยิว
7.8
เมื่อโชคชะตาถูกกำหนดไว้ด้วยสัญญาคลุมถุงชนตั้งแต่เด็ก ชายหนุ่มและหญิงสาวจึงต้องเผชิญหน้ากับสถานะคู่หมั้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ตามความเห็นชอบของผู้ใหญ่ ทว่าเมื่อเวลาผ่านไปจนเติบใหญ่ ความใกล้ชิดที่เกิดขึ้นท่ามกลางโลกปัจจุบันกลับปลุกเร้าความรู้สึกอันร้อนแรงให้ปะทุขึ้นอย่างไม่คาดคิด พันธะผูกพันในอดีตที่เคยเป็นเพียงข้อตกลงกำลังจะถูกทดสอบด้วยความปรารถนาที่ยากจะต้านทาน ทั้งคู่จะต้องร่วมกันค้นหาคำตอบว่า จะจัดการกับความสัมพันธ์สุดแซ่บนี้และก้าวผ่านพันธนาการที่ผูกมัดพวกเขาไว้ได้อย่างไร
ภาพปกนิยายเรื่อง หยั่งรากฝากรัก
8.3
ในอดีต จิรายุเคยผลักไสไล่ส่งดรีมอย่างไม่ใยดีจนเธอต้องจากไป ทว่าเมื่อเธอกลับมาอีกครั้งในฐานะคนใหม่ที่ไร้ความรู้สึกรักให้เขา เขากลับเป็นฝ่ายร้อนรนและต้องการทวงคืนหัวใจของเธอ แต่หนทางกลับเต็มไปด้วยอุปสรรคขวากหนาม เพราะรอบตัวเธอรายล้อมไปด้วยหนุ่มๆ ที่เข้ามาขายขนมจีบ แถมเธอยังคอยหลบหน้าเขาตลอดเวลา ที่เลวร้ายยิ่งกว่าคือพ่อแม่ของเขาที่เคยสนับสนุน กลับเปลี่ยนท่าทีมาขัดขวางเต็มประตู พร้อมประกาศกร้าวว่าผู้ชายคนไหนก็ได้ที่จะคู่กับดรีมยกเว้นลูกชายตัวเอง จิรายุจะสามารถฟื้นฟูความรักที่ฝังลึกในใจให้กลับมาเบ่งบานได้อีกครั้งหรือไม่
ภาพปกนิยายเรื่อง ภรรยาอนาคตอย่าหนีไปไหน
8.9
อุบัติเหตุเล็กๆ บนท้องถนนนำมาซึ่งความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ เมื่อหญิงสาวเผลอเดินชนเด็กชายแปลกหน้า ทว่าเรื่องราวไม่ได้จบลงแค่คำขอโทษ เด็กน้อยคนนั้นกลับคว้าตัวเธอไว้แน่นและยื่นข้อเสนอที่ทำให้เธอต้องตกตะลึง เขาเรียกร้องให้เธอรับผิดชอบด้วยการมาเป็นมารดาของเขาแต่เพียงผู้เดียว ท่ามกลางความสับสน เธอเฝ้าถามตัวเองว่าเหตุใดเด็กคนนี้ถึงได้ปักใจเลือกเธอ ทั้งที่เพิ่งเคยพบหน้ากัน แต่ไม่ว่าเธอจะพยายามปฏิเสธอย่างไร พันธนาการนี้ก็ค่อยๆ ดึงดูดเธอเข้าสู่วังวนแห่งความผูกพัน จนไม่อาจก้าวหนีจากความสัมพันธ์นี้ได้
ภาพปกนิยายเรื่อง ฉากรักในคืนฝนโปรย
8.2
เธอ…คือแม่หม้ายป้ายแดง ส่วนเขา…คือหนุ่มหล่อผู้หลงรักแม่หม้าย เธอใจแข็งเป็นหิน ส่วนเขาก็ตื้อเท่านั้นที่จะครองโลก -------------------------------------- ณาณีมเปิดและส่งรูปของราฮีมที่เธอแอบถ่ายชายหนุ่มไว้ไปให้ทั้งสองได้ดูผ่านไลน์ ณิการ์และธัญมณกรี๊ดกร๊าดเป็นการใหญ่ เพราะราฮีมหล่อและดูดีกว่าที่คิดไว้มาก “แกจะปิดกั้นตัวเองทำไมยะ ในเมื่อมีผู้ชายดีๆ เดินเข้ามา แกก็รับเขาไว้พิจารณาสิ” ณิการ์ที่ได้ฟังเรื่องราวทุกอย่างเอ่ยขึ้น “แต่ฉันไม่อยากวนกลับไปใช้ชีวิตแต่งงานอีกนี่แก” แม้จะอยากเปิดใจให้ราฮีม แต่สิ่งที่ณาณีมกลัวคือการแต่งงาน การต้องใช้ชีวิตด้วยกันทั้งวันทั้งคืน “ก็อยู่กันไปแบบนี้ ไม่ต้องแต่ง” “ก็คิดว่าจะไม่แต่ง แต่ฉันกับเขาก็ต้องมีเซ็กซ์กัน ฉันจะทำได้เหรอ ในเมื่อสิบสามปีที่ผ่านมาของฉัน มีแค่พี่แดนคนเดียว” นี่คืออีกเรื่องที่ณาณีมกังวล “ของใหม่ๆ คนใหม่ มันอาจทำให้อารมณ์แกซู่ซ่าก็ได้ ชีวิตเป็นของแก แล้วตอนนี้แกก็โสดแล้ว” ธัญมณเอ่ยขึ้นบ้าง นั่นทำเอาณิการ์ที่ปกติลุคจะแรงที่สุดของกลุ่มถึงกับอุทานออกมา “หืม…” “แกเป็นเจ้าของจิ๊มิแต่เพียงผู้เดียวยัยณา แกจะใช้กับใครมันก็สิทธิ์อันชอบธรรมของแก เพราะแกโตแล้ว...เข้าใจ๋” ประโยคนี้ยังเป็นของธัญมณ แต่ดูเหมือนณาณีมจะเข้าใจอะไรยาก “ไม่เข้าใจ” “โอ๊ย! ยัยณา ชีวิตนี้แกจะเจอดุ้นแค่อันเดียวเหรอยะ เลิกกับพี่แดนแล้วแกจะเอาปูนมาโบกจิ๊มิ ไม่ยอมให้ดุ้นอันอื่นผ่านเลยก็ใช่เรื่อง แก่จนอายุจะสามสิบห้า แถมยังมาเป็นหม้ายเอาตอนนี้อีก มดลูกก็ฝ่อลงไปทุกวัน มีของดีติดอยู่กับตัวเอง ทำไมไม่ใช้ กลัวอะไร” ณิการ์เริ่มตามธัญมณทัน และยุณาณีมมันเสียเลย “กลัวสารพัดสิ่งอ่ะ กลัวจนไม่กล้าไปหมด” “งั้นวันไหนที่คุณราฮีมกลับมาเมืองไทย ให้ฉันไปทดสอบความฟิตและความอึดให้เอาไหม งานนี้ฟรี ไม่คิดค่าเสียหาย” “ยัยปุ้ยบ้า เดี๋ยวผัวแกก็เอาปืนมายิงแสกหน้าคุณราฮีมกันพอดี” ณาณีมแหวใส่ความคิดบ้าๆ ของเพื่อน “เท่าที่แกเล่ามา ดูเหมือนยัยพราวก็ทำท่าจะชอบคุณราฮีมอยู่ไม่น้อย วันดีคืนดีพราวคาบไปกิน จะมานั่งเสียใจไม่ได้แล้วนะยะ” “โอ๊ย!...นั่นยิ่งไม่ได้ใหญ่” คนมาปรึกษาเริ่มหัวเสีย ส่วนคนให้คำปรึกษาก็ชักจะสนุก ที่สามารถแหย่จนณาณีมเผยความรู้สึกของตัวเองออกมาแบบนี้ “นั่นก็ไม่ได้ นี่ก็ไม่ได้ ยอมรับมาเถอะ ว่าแกเองก็ชอบคุณราฮีมอยู่” “แกว่าถ้าฉันจะรักใครใหม่ มันไม่เร็วไปเหรอ ทั้งๆ ที่ฉันเพิ่งหย่า” นี่คือสิ่งที่ณาณีมกังวลอยู่เหมือนกัน เธออยากเป็นโสดให้นานกว่านี้ สองสามปี หรือมากกว่านี้ก็ได้ “ไม่เร็ว ช้าไปด้วยซ้ำ เพราะชีวิตมันต้องเดินไปข้างหน้า ไม่ใช่จมปลัก เอาอดีตมาเป็นกำแพง” ----------------------------------------- “ผมรู้สึกแปลกๆ อยากให้คุณช่วย” เสียงอู้อี้ของราฮีมเอ่ยตอบ เพราะยังคงเอามือปิดปากไว้อยู่ “ช่วยอะไรคะ?” สีหน้าของณาณีมเต็มไปด้วยเครื่องหมายคำถาม นั่นเพราะยังไม่เข้าใจว่าราฮีมเป็นอะไร และเขาอยากให้เธอช่วยอะไร “ช่วยถอนพิษให้ผมหน่อย” “ถอนพิษ พิษอะไร” ตอนนี้สีหน้าของณาณีมยิ่งงงเข้าไปใหญ่ “ก็พิษจากลิปสติกสีแดงๆ ของคุณพราวที่มันติดอยู่บนปากของผมตอนนี้ไง” “คุณราฮีม…อื้อ…” พอฟังจบณาณีมก็ทำท่าจะขยับหนี แต่ราฮีมกลับไวกว่ามาก ชายหนุ่มใช้มือที่ปิดปากตัวเองไว้เมื่อครู่ เอื้อมมารวบตัวณาณีมเข้าไปกอด จากนั้นก็โน้มใบหน้าลงมาจูบเธออย่างรวดเร็ว และนี่คือวิธีถอนพิษที่เขาเอ่ย ณาณีมอึ้ง ทำตัวไม่ถูก สมองสั่งงานให้ผลักราฮีมออกห่าง แต่ร่างกายกลับตรงกันข้าม เพราะมันไม่ทำตามที่เธอสั่งเลย ตั้งแต่เกิดมาเธอเคยจูบกับผู้ชายแค่คนเดียวนั่นคือดาวิน เธอจำไม่ได้ว่าจูบครั้งล่าสุดกับดาวินเมื่อไหร่ และเพราะจำไม่ได้ จึงลืมเลือนรสจูบของอดีตสามีไปจากความรู้สึกเช่นกัน เวลานี้หัวใจของณาณีมเต้นแรงมาก รู้สึกวาบหวามกับจูบที่ราฮีมมอบให้จนควบคุมตัวเองไม่ได้ จูบที่ทำให้เธอขนลุกซู่ ร่างกายไหวระริกเหมือนเด็กสาว และนั่นก็ทำให้ณาณีมเผลอจูบชายหนุ่มกลับไปเช่นกัน ถ้าไม่ติดว่านี่มันริมถนน ราฮีมคงอุ้มณาณีมไปบนเตียงแล้วก็ทำตามที่ใจเขาเรียกร้องแล้ว “คุณจูบเก่งกว่าที่ผมคิดไว้เสียอีก” เขาจำเป็นต้องถอนจูบออก และรู้สึกว่าตอนนี้ ฝนกำลังโปรยปรายลงมาจากท้องฟ้า “ก็ฉันผ่านเรื่องพวกนี้มาแล้วนิ” “แล้วทำไมใจต้องเต้นแรงแบบนี้ด้วย ลมหายใจคุณก็ร้อน” เพราะความใกล้ชิด ทำให้ราฮีมได้ยินเสียงเต้นของหัวใจณาณีมชัดมาก มิหนำซ้ำเวลานี้ตัวเธอก็ร้อนผ่าวเหมือนคนมีไข้
ภาพปกนิยายเรื่อง ไฟล้อมน้ำ [Alternative Bride]
8.1
เมื่อพลาธิปถูกปิยธิดาทิ้งไปแต่งงานกับเพื่อนสนิทอย่างไร้เยื่อใยด้วยความอคติในตระกูลของเขา ชายหนุ่มจึงเลือกใช้ปราณปริยาวดี น้องสาวต่างมารดาที่อดีตคนรักเกลียดชังมากที่สุดมาเป็นเจ้าสาว เพื่อหวังแก้แค้นและเย้ยหยันความเจ็บปวดคืนกลับไป ทว่าจากที่เคยตั้งแง่รังเกียจลูกเมียน้อยและมองเธอเป็นเพียงหมากในเกมทำลายความรู้สึกของแฟนเก่า ความใกล้ชิดในชีวิตแต่งงานกลับสั่นคลอนหัวใจของเขาให้เริ่มหวั่นไหว ท่ามกลางกำแพงทิฐิที่พยายามปิดกั้นความรู้สึกที่แท้จริง พลาธิปต้องเผชิญหน้ากับการตัดสินใจครั้งสำคัญว่าจะเดินหน้าสะสางบัญชีแค้นต่อไป หรือจะยอมเปิดใจยอมรับความรักครั้งใหม่ที่กำลังก่อตัวขึ้นจริง
ภาพปกนิยายเรื่อง หวงรักเมียบังเอิญ
9.0
พบู หญิงสาววัยยี่สิบสี่ปีที่ต้องเผชิญวิกฤตตกงานอย่างกะทันหัน ได้รับตั๋วขึ้นเรือสำราญสุดหรูมาแบบฟรี ๆ เธอหวังใช้ทริปนี้เพื่อพักกายใจ แต่โชคชะตากลับนำพาให้ได้พบกับอาเชอร์ ชายหนุ่มผู้ร่ำรวยที่ลุ่มหลงในความงามสะดุดตาของเธอ เขาใช้เล่ห์เหลี่ยมทุกวิถีทางเพื่อเอาชนะใจและครอบครองเธอให้ได้ ทว่าหลังจากที่เขาสมความปรารถนาและคิดจะทิ้งขว้างเธอไปอย่างไม่ใยดี อาเชอร์กลับพบว่าตัวเองติดอยู่ในบ่วงอารมณ์ที่ยากจะถอนตัว ความรู้สึกที่มีต่อเมียบังเอิญคนนี้ซับซ้อนเกินกว่าที่เขาจะตัดใจปล่อยเธอไปได้
รายชื่อตอน
อ่านเลย
แชร์