APKDock Logo
รายชื่อตอน
แชร์
ภาพปกนิยายเรื่อง เจ้าสาวประมุขหุบเขามืด

เจ้าสาวประมุขหุบเขามืด

วิญญาณของนักธุรกิจสาวผู้บ้างานจนเสียชีวิต ได้เข้ามาสวมร่างของฉู่เสวียนหนี่ คุณหนูสามในโลกโบราณผู้โชคร้าย เธอต้องเผชิญกับความพิการเป็นใบ้และพิษแมงมุมที่คอยกัดกินร่างกาย ซ้ำร้ายยังถูกคู่หมั้นทรยศด้วยการถอนหมั้น และโดนญาติแท้ๆ วางแผนกลั่นแกล้งด้วยความอิจฉาจนถูกเนรเทศให้ไปอาศัยอยู่ในอารามชีอันห่างไกล ทว่าหญิงแกร่งจากโลกปัจจุบันไม่คิดยอมแพ้ต่อชะตากรรมอันเลวร้ายนี้ เธอขอสาบานว่าจะลุกขึ้นสู้เพื่อพลิกชีวิตที่เคยตกต่ำและถูกรังแกให้กลับมารุ่งโรจน์อย่างสง่างามด้วยมือสมองของเธอเอง
รายชื่อตอน
แชร์

ตอน 3

3. นับจากนี้ข้าคือเจ้าของชีวิตนาง

“ใช่ ใช่แล้วนางคือลูกข้า เสวียนหนี่! เสวียนหนี่!”

มู่เฉินกระโดดลงจากหลังม้าตรงเข้าไปหาบุตรสาวที่นอนนิ่งยังไม่ได้สติ เขาเขย่าตัวนางเบา ๆ เพื่อปลุกนางตื่นจากการหลับใหลแต่ยังไม่มีวี่แววว่านางจะลืมตาขึ้นมา

“เกิดอะไรขึ้นกับนาง พวกท่านทำอะไรนาง!”

“พวกข้าไม่ได้ทำอะไรนางทั้งนั้น เพียงแต่ที่นางยังไม่ได้สติเพราะถูกพิษแมงมุม” โม่โฉวอธิบายให้อีกฝ่ายเข้าใจ เนื่องจากเกรงว่าหากเข้าใจผิดจะเกิดมาซึ่งหายนะได้

“อย่าบอกนะว่าเป็นแมงมุมพิษสือยี่เยียน!” หงมู่เฉินอุทานออกมาอย่างตกใจ เขารีบคว้ามือลูกสาวขึ้นมามองดูปลายเล็บว่าเป็นสีดำหรือไม่ ปรากฏว่าไม่เห็นมีรอยดำแต่อย่างใดเห็นเพียงรอยแดงที่ปลายนิ้วชี้ข้างหนึ่ง

“นางถูกพิษแมงมุมสือยี่เยี่ยนอย่างที่ท่านเข้าใจ แต่อาจารย์ของข้าได้รักษาจนอาการของนางทุเลาลงแล้ว” หลีเหว่ยอธิบายน้ำเสียงเรียบ

หลังจากมู่เฉินได้ฟังก็รู้สึกเบาใจขึ้นบ้าง เช่นนั้นเมื่อกลับถึงจวนเขาจะได้ตามหมอมาดูอาการของนางต่อ

“ค่อยยังชั่วที่เจอคนดีอย่างพวกท่าน มิเช่นนั้นลูกสาวข้าอาจสิ้นใจตายในป่าหรือไม่อย่างนั้นข้าก็อาจเจอตัวนางช้าไปจนสิ้นหนทางรักษา ขอบคุณ... เอ่อ... ไม่ทราบว่าข้าขอทราบนามของท่านได้หรือไม่”

“ข้ามีนามว่าโม่โฉว ไม่ต้องขอบคุณข้าหรอก ข้าเพียงแค่ทำตามสั่งของคุณชายเท่านั้นเอง” ผู้เป็นอาจารย์พูดจบก็หันหน้าไปทางเด็กหนุ่มที่บัดนี้ยังคงมีสีหน้าเรียบเฉย

ครั้นพอเขาหันไปสบตากับเด็กหนุ่มที่อยู่ตรงหน้า ชายวัยกลางคนก็ถึงกับชะงักไปชั่วขณะ แม้นอีกฝ่ายจะเป็นแค่เด็กหนุ่มธรรมดาทว่าในใจของเขากลับรู้สึกสั่นไหวอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ฉู่มู่เฉินรับรู้ได้ถึงความอึดอัดไม่สบายใจบางอย่าง แต่เขาก็ไม่สามารถอธิบายออกมาเป็นคำพูดได้ เด็กหนุ่มผู้นี้มีรัศมีมืดดำที่เขาสัมผัสไม่ถึง ครั้นจะบอกว่าหวั่นเกรงก็ไม่ปรากฏชัด ครั้นจะมองว่าเป็นเด็กธรรมดาเฉกเช่นรูปลักษณ์ภายนอกก็ไม่สามารถหยั่งรู้ได้

“คุณชายท่านนี้คือ...”

“นามของข้าท่านอย่าเพิ่งรู้เลยจะดีกว่า” เด็กหนุ่มตอบกลับด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบ

“คุณชายน้อยช่างลึกลับยิ่งนัก เช่นนั้นไม่ว่าท่านจะเป็นใครข้าขอขอบคุณท่านอย่างยิ่ง ท่านช่วยชีวิตบุตรสาวของข้านับว่าเป็นบุญคุณมหาศาล  ภายภาคหน้าหวังว่าข้าจะมีโอกาสได้ตอบแทนบุญคุณ” ชายวัยกลางคนเอ่ยขอบคุณอย่างจริงใจ เพราะหากไม่ได้พวกเขาช่วยเหลือ เกรงว่าชีวิตนี้ตนเองอาจจะต้องสูญเสียบุตรสาวไปตลอดชีวิตแน่  ในยามนี้นางสำคัญต่อเขาเป็นอย่างยิ่ง  นางกำลังจะกลายเป็นตัวนำโชคและทำให้เขามีอำนาจในภายภาคหน้า

“แน่นอนว่าการช่วยชีวิตคนคือบุญคุณมหาศาล ข้าย่อมต้องการสิ่งตอบแทน”

“ได้ ได้แน่นอน คุณชายน้อยโปรดบอกข้ามาเถิดว่ารารถนาสิ่งใด การตอบแทนบุญคุณไม่ใช่ปัญหาใหญ่สำหรับข้า” การที่เขากล่าวออกไปเช่นนั้นเพราะมั่นใจว่าอีกฝ่ายเป็นเพียงแค่เด็กคงจะเรียกร้องขอเงินทองไปตามประสา ซึ่งตัวเขาเองก็จะรีบเอามาให้อย่างไม่อิดออด ของมีค่าเหล่านั้นไม่ใช่ปัญหาสำหรับเขาเลยแม้แต่น้อย ตระกูลฉู่จัดเป็นตระกูลใหญ่โตมีอันจะกินมากด้วยบริวารและทรัพย์ เรื่องแค่นี้ย่อมไม่ใช่ปัญหาอย่างแน่นอน

“ข้าต้องการชีวิตของนาง”

“ว่าอะไรนะ!” ฉู่มู่เฉินถึงกับอุทานออกมาอย่างไม่เชื่อหูตัวเอง เมื่อครู่เขาต้องฟังผิดไปเองแน่ ๆ “หมายความว่าอย่างไรคุณชายน้อย ข้าไม่เข้าใจความหมายที่เจ้าต้องการจะสื่อ?”

“ชีวิตที่เหลือของนางเป็นของข้าแล้ว นั่นคือสิ่งที่ข้าปรารถนา” ครั้นพอพูดจบเด็กหนุ่มก็ยื่นพู่ไหมประดับหยกสีนิลมาตรงหน้าฉู่มู่เฉิน สีดำขลับของหยกนิลยามเมื่อต้องประกายเพลิงที่กำลังลุกโชนสะท้อนนัยน์ตาจนชายวัยกลางคนต้องกะพริบตาถี่ ๆ

ไม่รอให้อีกฝ่ายเกิดความสงสัยไปมากกว่านี้ เขาจึงเป็นฝ่ายไขข้อข้องใจก่อน

"เมื่อนางอายุครบสิบเจ็ดปี จงส่งนางไปที่หุบเขาอูยาพร้อมกับพู่ไหมหยกนิลอันนี้”

“หะ หุบเขาอูยา! ระ... หรือว่าคุณชายน้อยผู้นี้จะเป็น...” เขาตกใจจนรนราน ไม่คิดว่าเด็กหนุ่มผู้นี้จะเป็นคนที่เขาคาดไม่ถึง

................

หลังจากที่อีกฝ่ายพาเด็กคนนั้นกลับไปแล้ว ผู้อาวุโสโม่โฉวจ้องมองประมุขน้อยด้วยความสงสัย เขาไม่อาจคาดเดาได้เลยว่าภายใต้ใบหน้านิ่งสงบนั้นกลับซ่อนความคิดอันใดไว้กันแน่ ที่ผ่านมาเขาพยายามปกปิดตัวตนมาตลอดเลยมิใช่หรือ ไฉนคราวนี้ถึงยอมเปิดเผยตัวตนให้อีกฝ่ายรู้

หนำซ้ำยังบอกว่าต้องการชีวิตของเด็กผู้หญิงคนนั้นอีก เช่นนี้แล้วมันหมายความว่าอย่างไรกัน

“ท่านประมุขน้อย  ข้ามีหนึ่งคำถาม” สุดท้ายเมื่ออดรนทนไม่ไหว เขาจึงเอ่ยถามขึ้นด้วยความสงสัย

“ท่านอาจารย์ จะถามอะไรข้าอย่างนั้นหรือ”

“เหตุใดท่านประมุขน้อย ถึงให้ช่วยชีวิตของเด็กคนนั้นแถมยังบอกความจริงให้อีกฝ่ายรู้อีก”

"ท่านอาจารย์คิดว่าก่อนท่านอาจะคืนตำแหน่งประมุขให้ข้าเขาจะไม่บีบบังคับให้ข้าแต่งงานหรือ  สตรีที่ข้าหามาเองย่อมต้องดีกว่าคนที่ท่านอาหามาให้  อีกอย่างท่านอาจารย์ก็บอกเองไม่ใช่หรือว่าเด็กเมื่อครู่จะอายุสั้น  มีภรรยาที่ตายก่อนวัยอันควรไม่ดีตรงไหนกัน  หลังนางตายข้าก็แค่หาเหตุผลว่ามิอาจปล่อยวางความทุกข์ได้ชาตินี้ไม่ขอแต่งงานใหม่ก็เท่านั้นเอง”

โม่โฉวได้ฟังแล้วก็รู้สึกทึ่งในความคิดซับซ้อนของลูกศิษย์ผู้นี้  เพราะมั่นใจว่าตนเองมิได้เป็นคนสั่งสอนเขา  ความคิดของเด็กหนุ่มช่างล้ำลึกนัก เพื่อป้องกันไม่ให้ท่านอาส่งคนของตัวเองเข้ามาเป็นภรรยาของเขา  ดังนั้นเขาจึงอยากได้หญิงสาวที่อายุสั้นมาแต่งงานด้วย อย่างน้อยหลังจากที่อีกฝ่ายตายไปเขาจะได้มีข้ออ้างที่จะไม่แต่งงานใหม่  ดังคำที่กล่าวไว้ข้างตน

เมื่อล่วงรู้ความคิดของท่านประมุขน้อย  โม่โฉวคิดไว้อยู่แล้วเชียวว่าคนเย็นชาไม่สนใจแม้กระทั่งความตายของผู้อื่นเฉกเช่นเขา มีหรือจะใจดีอนุญาตให้ตนช่วยเหลือคนอื่นโดยไม่หวังผลตอบแทน  เกรงว่า... อี้เฉินคงสืบทอดความโหดเหี้ยมมาจากบิดาโดยสมบูรณ์แล้ว

‘เฮ้อ! ท่านประมุขน้อย  ท่านช่างร้ายกาจเกินไปแล้ว’

จวนตระกูลฉู่

“ข้าบอกเจ้าแล้วมิใช่รึ! ว่าให้ดูแลนางให้ดี”

ฉู่มู่เฉินวางร่างเล็กลงบนเตียงนุ่มแล้วหันกลับมาตวัดฝ่ามือตบไปที่ใบหน้าของซินหยางอย่างแรงจนนางล้มลงไปกับพื้น แก้มซีกซ้ายของนางชาหนึบ ทว่ามันก็มิอาจเทียบเท่าความเสียใจยามเมื่อเห็นร่างไร้สติของบุตรสาวที่ดูอิดโรยอย่างเห็นได้ชัด

ซินหยางค่อย ๆ คลานเข่าเข้าไปหาร่างของบุตรสาวก่อนจะคว้ามือน้อย ๆ ขึ้นมากุมไว้แน่น ใช่ว่าคนเป็นแม่อย่างนางจะไม่รู้สึกผิด หากเป็นไปได้นางก็อยากแบกรับความเจ็บปวดของบุตรีเอาไว้เอง ซินหยางร้องไห้ปริ่มจะขาดใจซบแก้มลงกับฝ่ามือนุ่มของลูกน้อยอย่างเป็นห่วง  ปล่อยน้ำตาหยดลงฝ่ามือเล็กสะอื้นไห้

“เห็นแล้วหรือยังว่าตอนนี้เสวียนหนี่นางมีอาการเช่นไร ทุกอย่างล้วนเป็นความผิดของเจ้า! หากซีฮันอ๋องทราบเรื่องขึ้นมาข้าจะทำอย่างไร โอกาสของข้าที่จะได้เกี่ยวดองกับท่านอ๋องไม่ใช่เรื่องง่าย และเจ้ากำลังจะทำให้ตระกูลฉู่ของข้าต้องย่อยยับ” มู่เฉินไม่เคยกล่าวโทษว่าเป็นความผิดของตนเอง

“แต่ในช่วงเวลาที่บุตรสาวของเราหายไป ท่านพี่เป็นคนเรียกสาวใช้ให้ไปคอยดูแลปรนนิบัติท่านอ๋องมิใช่หรือเจ้าคะ”

“ฮูหยินใหญ่ นี่ท่านกำลังกล่าวโทษว่าท่านพี่เป็นคนผิดหรือเจ้าคะ” เจียวเหมยที่เดินเข้ามาพร้อมกับบุตรทั้งสองคนพูดสวนขึ้น หลังจากที่สาวใช้ไปรายงานว่าเสวียนหนี่แล้ว นางจึงอยากมาดูให้เห็นกับตาตนเองว่าอีกฝ่ายกลับมาถึงจวนอย่างปลอดภัยหรือไม่ เพราะบ่าวรับใช้รายงานว่านางถูกแมงมุมพิษกัดจนอาการสาหัสและยังไม่ได้สติ

“ฮูหยินรองเจ้ากำลังกำลังพูดอะไร  คำพูดของเจ้าเมื่อครู่จะทำให้ท่านพี่เข้าใจข้าผิด  ความหมายของข้าคือในช่วงเวลาที่นางหายไป  ข้ากับสาวใช้คนอื่น ๆ กำลังต้อนรับท่านอ๋องอยู่ ทำให้เสวียนหนี่พ้นจากระยะสายตาของข้า”

“ไม่ต้องมาแก้ตัว!” มู่เฉินตวาดเสียงกร้าว เขาไม่จำเป็นต้องฟังคำอธิบายเพราะเชื่อในคำพูดของเจียวเหมยมากกว่า สาเหตุที่ทำให้เขาโมโหมากมายขนาดนี้เพราะเสวียนหนี่เป็นความหวังเดียวที่จะทำให้เขาได้ขึ้นไปอยู่ในตำแหน่งที่สูงขึ้น ดังนั้นเขาจึงคาดหวังอยากเกี่ยวดองกับซีฮันอ๋อง  ซึ่งหากเสียโอกาสในครั้งนี้ไปเขาเองก็ไม่รู้ว่าจะมีหนทางใดสามารถผลักดันตัวเองให้ไปไกลกว่านี้ได้อีกแล้ว

“เหอะ! เจ้าดูเสียให้เต็มตา”

พู่ไหมหยกสีนิลถูกยื่นมาตรงหน้าเพื่อให้ซินหยางมองเห็นชัด ๆ แต่เพียงไม่นานเขาก็ขว้างมันใส่หน้าเพื่อหวังระบายอารมณ์อย่างไร้เหตุผล

“คนที่ช่วยเหลือเสวียนหนี่ไว้คือประมุขน้อยหุบเขาอูยา มันบอกกับข้าว่าเมื่อใดที่เสวียนหนี่อายุครบสิบเจ็ดปี จะต้องส่งตัวไปให้มันที่หุบเขา” เขาตะโกนใส่หน้าฮูหยินใหญ่ด้วยโทสะที่มี

“หะ... หุบเขาอูยา” ซินหยางเมื่อได้ฟังคำของสามีนางก็มีอาการตกใจไม่ต่างกัน ไฉนเรื่องราวถึงกลายเป็นเช่นนี้ไปได้

ขณะที่สถานการณ์กำลังตึงเครียด ทว่าเจียวเหมยกลับลอบยิ้มอย่างพึงใจ นางรู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งหากบุตรสาวของฮูหยินกลายเป็นคนที่ประมุขน้อยต้องการตัว เพราะเรื่องราวความดิบเถื่อนของหุบเขาอูยาต่างล่วงรู้ทั่วใต้หล้า สถานที่นั้นล้วนไม่ต่างอะไรจากขุมนรก  หากส่งเสวียนหนี่ไปที่นั้นก็ไม่ต่างอะไรจากการส่งนางไปตายทั้งเป็น  โดยที่นางกับลูกไม่ต้องลงมือให้เหนื่อยเปล่า แต่นางยังเดาใจของผู้เป็นสามีไม่ออกว่าจะตัดสินใจอย่างไร

“เช่นนั้นท่านพี่จะส่งเสวียนหนี่ไปหุบเขาอูยาหรือไม่เจ้าคะ” นางเอ่ยถามคาดหวังว่าจะได้รับคำตอบที่น่ายินดี

“ข้าทำเช่นนั้นไม่ได้หรอก หาไม่แล้วคงได้มีเรื่องผิดใจกับซีฮันอ๋องแน่” เขาตอบกลับด้วยสีหน้าหนักอกหนักใจ

กระนั้นเจียวเหมยยังยุแย้งไม่เลิก นางได้กล่าวต่อว่า “แต่ข้าเคยได้ยินมาว่าคนในหุบเขาอูยาช่างโหดเหี้ยมยิ่งนัก ข้าเกรงว่าหากทางเราไม่ส่งนางไปให้พวกมัน เอ่อ! ตระกูลฉู่ของเราจะไม่เดือนร้อนหรือเจ้าคะ”

ซินหยางได้ฟังที่นางพูดรู้สึกเดือดเป็นไฟจึงลุกขึ้นมาชี้หน้าเจียวเหมยแล้วด่าทออย่างเหลืออด “เจียวเหมยหุบปากเน่าๆ ของเจ้าซะ  ข้าไม่มีวันยอมให้ส่งลูกสาวของข้าไปที่นั้นเป็นอันขาด”

“คนที่สมควรจะหุบปากก็คือเจ้าฮูหยิน  หากเจ้าดูแลนางให้ดีเรื่องทั้งหมดก็คงไม่เป็นแบบนี้ นอกจากไม่สำนึกแล้วยังมีหน้ามากล่าวโทษผู้อื่นอีกหรือ”

ตอนนี้ไม่ว่าซินหยางจะพูดอะไรออกไป นางก็เหมือนกลายเป็นคนผิดอยู่ฝ่ายเดียว แต่ไหนแต่ไรมามู่เฉินแม้นไร้สิ้นความยุติธรรมเพียงใด แต่เขาก็ไม่เคยลงไม้ลงกับนางมาก่อน ครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่เขากล้าตบนาง หน้ำซ้ำยังโยนความผิดมาให้นางแต่เพียงผู้เดียวอีก

“ถ้าเช่นนั้นเอาแบบนี้ดีหรือไม่เจ้าคะ ข้าอยากเสนอทางออกให้ท่านพี่สักหน่อย” เจียวเหมยเห็นเป็นโอกาสจึงรีบยื่นเสนอบางอย่างให้  ซึ่งมู่เฉินก็เหมือนจะสนใจไม่น้อย

"เช่นนั้นเจ้าก็ลองเสนอมาเถอะ”

เจียวเหมยลอบยิ้มร้าย กล่าวว่า “ท่านพี่ลืมไปแล้วหรือเจ้าคะว่าเรายังมีลูกสาวอีกคนหนึ่ง หากท่านพี่ไปพูดกับท่านอ๋องว่าขอเปลี่ยนตัวสะใภ้จากเสวียนหนี่เป็นซูหนี่  ข้าคิดว่าคงไม่น่ามีปัญหาอะไร อีกอย่างหนี่เอ๋อร์ของเรามีใบหน้างดงามหมดจรด อีกทั้งกิริยามารยาทก็เพียบพร้อมเพราะข้าอบรมสั่งสอนมาเป็นอย่างดี  ดังนั้นข้าจึงคิดว่าท่านอ๋องคงไม่ตำหนิเราหรอกเจ้าค่ะ เผลอ ๆ อาจจะถูกใจเสียด้วยซ้ำ”

“ซูหนี่อย่างนั้นหรือ” เขาพึมพำเสียงแผ่วรู้สึกเห็นด้วยกับความคิดของอีกฝ่าย  แต่ยังมีความลังเล

ติดตามชมต่อ!
เนื้อหากำลังเข้มข้น! สลับไปที่แอปเพื่ออ่านต่อ
ปลดล็อกทุกตอน
เปิดเว็บไซต์อย่างเป็นทางการ

คุณอาจจะชอบ

ภาพปกนิยายเรื่อง อุบัติรักไฟกาล
9.4
รัชนิชลจำต้องร่วมทางไปถ่ายทำสารคดีในป่าลึกกับแคสเตอร์ ช่างภาพหนุ่มสุดกวนผู้มีเสน่ห์ล้นเหลือ ทว่าอุบัติภัยน้ำป่าหลากกลับทำให้ทั้งคู่หลงป่าและถูกตัดขาดจากโลกภายนอก ความใกล้ชิดและฤทธิ์ของเห็ดป่าที่กินเข้าไปโดยบังเอิญได้ชักนำให้ทั้งสองมีความสัมพันธ์อันลึกซึ้งในคืนที่สติเลือนราง หลังจากรอดชีวิตกลับมาได้ รัชนิชลเลือกที่จะยื่นใบลาออกทันทีเพื่อปกปิดความลับเรื่องลูกในท้อง โดยที่ชายหนุ่มไม่มีโอกาสได้รับรู้ถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้นในคืนนั้นเลย
ภาพปกนิยายเรื่อง สามีข้าเป็นมากกว่าชายพิการ
7.9
มณฑาหลงมิติมาอยู่ในร่างใหม่ระหว่างเก็บเห็ดบนเขา ทว่าโชคชะตาชักนำให้เธอต้องช่วยบุรุษลึกลับหนีจากการไล่ล่าของเสือร้ายจนพลัดตกหน้าผาไปด้วยกัน เมื่อได้สติเธอกลับพบว่าเขาสูญเสียความทรงจำ ทั้งยังตาบอดและขาหักจนพิการ ซ้ำร้ายเหตุการณ์ครั้งนี้ทำให้ทั้งคู่ผิดผีตามความเชื่อท้องถิ่น จนต้องเข้าพิธีแต่งงานกันเพื่อป้องกันอาเพศที่จะเกิดขึ้นกับหมู่บ้าน ท่ามกลางกลิ่นอายดินแดนอีสานแฟนตาซี เธอต้องเผชิญหน้ากับความท้าทายในการเอาชีวิตรอดพร้อมดูแลสามีผู้แสนลึกลับคนนี้
ภาพปกนิยายเรื่อง สามี ข้าจะเลี้ยงดูท่านเอง
8.2
หวังฉีหลิน ผู้เชี่ยวชาญการเกษตรวัย 25 ปี ต้องจบชีวิตลงทั้งที่ยังทำฝันไม่สำเร็จ แต่เธอกลับได้โอกาสเกิดใหม่ในร่างของหญิงชาวนาชื่อเดียวกัน ทว่าชีวิตใหม่นี้กลับเต็มไปด้วยความยากลำบาก เมื่อเธอต้องดูแลสามีที่นอนป่วยติดเตียงและลูกแฝดวัยกำลังซน แถมยังถูกครอบครัวฝั่งบ้านหลักกดขี่ข่มเหงและขับไล่ออกมาอย่างไร้ความปรานีหลังจากสามีได้รับบาดเจ็บ อีกทั้งเจ้าของร่างเดิมยังต้องมาเสียชีวิตจากการถูกทำร้ายขณะพยายามแย่งชิงโสมล้ำค่า ด้วยความรู้เรื่องสมุนไพรที่มีติดตัวบวกกับพลังของหินสีรุ้งปริศนา เธอจึงตัดสินใจลุกขึ้นสู้เพื่อปกป้องครอบครัวที่รัก และเริ่มต้นสร้างสรรค์ชีวิตใหม่ที่เคยใฝ่ฝันในโลกต่างมิตินี้ให้กลายเป็นจริงให้สำเร็จ
ภาพปกนิยายเรื่อง เจาะเวลามาหาอะไรวะเนี่ย
7.9
หลังสิ้นชีพอย่างน่าอนาถ ชายหนุ่มกลับลืมตาตื่นขึ้นมาเผชิญชะตากรรมที่เลวร้ายกว่าเก่าในร่างขององค์ชายขี้เมาผู้มีสภาพสกปรกซอมซ่อไม่ต่างจากกองขยะ เนื้อตัวส่งกลิ่นเหม็นและผมเผ้ารุงรังจนผู้คนรอบข้างต่างพากันดูถูกเหยียดหยาม ทว่าท่ามกลางสายตาที่ดูแคลนเหล่านั้น เขากลับกลายเป็นความหวังเดียวของไทเฮา ผู้ตั้งมั่นที่จะดัดนิสัยและปรับปรุงพฤติกรรมขององค์ชายเสเพลคนนี้ให้กลับมาเป็นผู้เป็นคนอีกครั้ง ชายหนุ่มจะหาทางเอาชีวิตรอดจากความกดดันรอบด้านและสถานะสุดรันทดในต่างโลกนี้ได้อย่างไร
ภาพปกนิยายเรื่อง ท่านอ๋องบัดซบ!!! «王爷! 您是昏庸人。»
8.9
จากอ๋องน้อยแสนดีในอดีต กลับต้องกลายมาเป็นคนเสเพลผู้เลื่องชื่อว่าบัดซบที่สุดในแผ่นดิน ทว่าแท้จริงแล้วเบื้องหลังความเหลวแหลกนี้คือความลับของจอมเวทจากต่างมิติ ที่ต้องมาดิ้นรนเอาชีวิตรอดในดินแดนแห่งลมปราณ ซึ่งผู้คนต่างมองว่าพลังเวทมนตร์เป็นเพียงสิ่งสวะไร้ค่า เขาจึงจำเป็นต้องแสร้งทำตัวไร้แก่นสารเพื่อหลีกหนีจากภาระหน้าที่และการแย่งชิงบัลลังก์อันแสนวุ่นวาย พลิกบทบาทจากยอดพ่อมดผู้ยิ่งใหญ่สู่การเป็นท่านอ๋องจอมลวงโลกเพื่อเอาตัวรอดในโลกที่ตัดสินทุกอย่างด้วยกำลัง
ภาพปกนิยายเรื่อง เด็กสาวสกุลเซี่ย เซี่ยซูเหยา
9.7
เนตรนภาหรือเนเน่ต้องเผชิญจุดจบอันน่าสลดเมื่อเธอถูกเพื่อนร่วมสาขาคร่าชีวิต ทว่าโชคชะตากลับนำพาดวงวิญญาณของเธอให้ข้ามมิติมาเข้าร่างของเซี่ยซูเหยา เด็กหญิงวัยสิบขวบผู้ล่วงลับด้วยพิษไข้ การเริ่มต้นชีวิตใหม่ในดินแดนที่ไม่คุ้นเคยครั้งนี้ไม่ได้โดดเดี่ยวอย่างที่คิด เพราะเธอได้รับความรักอย่างล้นพ้นจากครอบครัวใหม่ ทั้งบิดาผู้มีจิตใจโอบอ้อมอารี รวมถึงพี่สาวและพี่ชายที่คอยเอาใจใส่และรักใคร่เธออย่างสุดหัวใจ พวกเขาพร้อมที่จะกางปีกปกป้องเด็กสาวจากอันตรายทั้งปวงในโลกใบนี้