APKDock Logo
รายชื่อตอน
แชร์
ภาพปกนิยายเรื่อง มี่ฮวน เมียยอดอกตัญญู

มี่ฮวน เมียยอดอกตัญญู

มี่ฮวนลอบเข้าไปในถ้ำต้องห้ามเพื่อหาสมุนไพรโม่วยีมารักษาอาจารย์ ทว่าการกระทำนั้นกลับปลดปล่อยบุรุษลึกลับที่ถูกกักขังโดยบังเอิญ นางถูกเขาขืนใจจนตั้งครรภ์สายเลือดปริศนา และถูกขับไล่ออกจากสำนักจนต้องเร่ร่อนใช้ความรู้ทางการแพทย์เลี้ยงดูลูกเพียงลำพัง โชคชะตานำพานางให้มารักษาเจ้าสำนักไฮว่ชั่วผู้มีดวงตาสีแดงก่ำ ชายหนุ่มจำได้ทันทีว่านางคือสตรีที่ปลดปล่อยเขาและตั้งครรภ์ทายาทของเขาไป แต่มี่ฮวนกลับจำเขาไม่ได้เลยสักนิด ทั้งยังคอยสร้างเรื่องปวดหัวให้เขาตามแก้ปัญหาให้อยู่ไม่เว้นแต่ละวัน
รายชื่อตอน
แชร์

ตอน 1

ร่างเล็กร่างหนึ่งราวกับร่างกายเด็กกำลังนอนหมอบไปกับทางที่ขรุขระของถ้ำ ร่างนั้นออกแรงไต่ไปตามพื้นที่เย็นจัดโดยการใช้มือนำไปตามช่องทางแสนแคบที่มีขนาดพอดีกับลำตัว ด้วยต้องการมุ่งหน้าเข้าไปยังที่ภายในให้ได้

เพียงหูแว่วยินเสียงน้ำไหล พลันแววตาของร่างนั้นก็ทอแสงเจิดจ้ามากยิ่งขึ้น

ร่างนั้นเข้ามาในถ้ำแห่งนี้ก็เพื่อหา ‘ต้นโม่วยี’

ต้นนี้นานถึงร้อยปีจึงจะโต แล้วยังไปโตในที่ที่คนร่างกายปกติเข้าไปไม่ถึงอีกด้วย หากต้นนี้โตที่ใด ในนั้นจะอุ่นจัดไม่ถึงกับร้อน และจะมีกลิ่นของดอกโม่วยีโชยออกมาอ่อนๆ

ท่านผู้เฒ่าของโรงหมอชี้มือเข้ามาในนี้ เสียงชราพึมพำว่าตนฝันเห็นต้นไม้นั่นโตแล้วที่ในถ้ำ ทั้งยังชี้เข้ามายังที่นี่ บอกว่าต้นโม่วยีโตขึ้นในถ้ำแห่งนี้แล้ว

วันนั้นทั้งวันโรงหมอต่างพากันวุ่นวาย ต้นโม่วยีคือต้นสมุนไพรที่หายากมาก หากที่โรงหมอแห่งนี้มี ไม่อยากคาดคิดว่าต้องร่ำรวยใช้หนี้สินที่ไม่กู้ยืมมาได้หมดสิ้น ทั้งยังเหลือพอจะจับจ่ายได้อีกด้วย

แต่แล้วกลับไม่มีใครเข้ามาได้ นั่นก็เพราะขนาดของทางเข้านั้นเล็กเท่าตัวเด็กอายุไม่เกินสิบปีเท่านั้น จะใช้เด็กให้ไต่เข้ามาเด็ดต้นโม่วยี เสียงส่วนใหญ่ในโรงหมอก็เกรงว่าจะเอาชีวิตไม่รอดจนนำต้นโม่วยีออกไปได้

มี่ฮวนที่มีขนาดตัวไม่ต่างจากเด็ก ทั้งๆ ที่นางอายุย่างเข้าสิบหกปีแล้วจึงอาสาเข้ามาเด็ดต้นโม่วยีออกไปด้วยตัวของนางเอง

อันที่จริงที่นางขออาสาก็เพราะนางทำผิดต่ออาจารย์เรื่องหนึ่งคือนางเสนอหน้าไปเก็บต้นฉิวฉ่งที่ตีนเขาแต่แล้วกลับเก็บมาตอนที่มันยังใช้กินไม่ได้ นางหอบมันมาเต็มสองแขนเลย และที่แย่จนน่าโดนด่าไปกว่านั้นก็คือนางเด็ดเจ้าต้นฉิวฉ่งมาจนหมดป่า ไม่มีให้เหลือโตอีกเลย นางจึงอยากเอาหน้า ด้วยการอาสามุดเข้าไปเด็ดเจ้าต้นโม่วยีที่ว่านั่น

จากที่ถูกใครต่อใครตราหน้าว่าไร้ค่าที่สุดในโรงหมอ อีกทั้งยังสมองทึบ โง่เง่า ร่างกายก็ยังแคระแกร็นเหมือนเด็ก นางจึงอยากเป็นคนสำคัญของโรงหมอ นางอยากเป็นคนที่ใครๆ ต่างพากันกล่าวเยินยอบ้างนี่นา

‘ในถ้ำนั่นใช่ว่ามีแต่สิ่งน่ากลัวเต็มไปหมดไม่ใช่หรือไร’

ศิษย์พี่คนหนึ่งในโรงหมอกล่าวท้วง

น่าบีบคอให้ตายนัก มาพูดอะไรตอนที่นางยกมืออาสาเข้ามาและอาจารย์ก็พยักหน้าตอบรับนางแล้วด้วย

เข้าไปได้แล้วก็ไม่ยาก เพราะท่านผู้เฒ่าได้กล่าวถึงต้นโม่วยีให้ฟังตามนี้

‘ต้นโม่วยีที่ร้อยปีจึงจะโต มีความสูงไม่เกินข้อเข่า ลำต้นของมันมีสีเหลืองเป็นปล้องอ้วน แม้โตในถ้ำที่มีแต่ความมืด แต่เมื่อไปถึงต้นของมันแล้ว จะมีแสงเรืองๆ ให้มองเห็น

ต้นนั่นที่ยอดจะมีเพียงใบเดียว มีดอกและผลอยู่ที่โคน กลิ่นของมันฉุนจัดนักเหมือนซากศพ หากเด็ดมันออกมาได้ กลิ่นก็จะจางหายไป’

นางยังไม่ได้ยินแม้กระทั่งเสียงน้ำไหลเลยด้วยซ้ำ มี่ฮวนพยายามมุดเข้าไปอีก มุดเข้าไปจนขนาดของทางเข้าทำให้นางแทบจะลอดเข้าไปไม่ได้อยู่แล้ว แต่แล้วจู่ๆ กลับมีลมหอบใหญ่ดูดเอาตัวของนางเข้าไปในรูนั้น เนื้อตัวแขนขาของนางครูดไปกับช่องทางที่เป็นหินปนทราย จนรู้สึกแสบร้อนตามผิวไปหมด

แต่การบาดเจ็บเพียงเท่านี้ ไม่ได้ให้ทำให้คนอย่างมี่ฮวนรู้สึกเจ็บปวดแต่อย่างใด

มี่ฮวนเคยเจ็บมากกว่านี้

มี่ฮวนเคยเหน็บหนาวกว่านี้

มี่ฮวนเคยหิวมากกว่านี้หลายเท่าตัวมาแล้ว

เรื่องเพียงเท่านี้นับว่าเล็กน้อยมากนักสำหรับนาง

อา …

เลิกนึกถึงความเจ็บเหล่านั้นเถิด

มี่ฮวนหยุดแล้วเอียงหูฟังให้ชัด เมื่อเริ่มได้ยินเสียงน้ำไหล มี่ฮวนมีโสตประสาทที่ไวและดีมาก อาจารย์เคยชมนางเช่นนี้เสมอ แม้จะเป็นเรื่องเดียวที่นางถูกชมแต่นางก็ดีใจ

ภายในนั้นจะมืดสนิทก็ตามแต่หูของนางก็นำพานางไปยังเสียงน้ำไหลนั่น นางขยับตัวมุดเข้าไปมากเท่าใด เสียงน้ำไหลนั่นจะดังมากยิ่งขึ้น แม้จะอยู่ภายในนั้น ไม่มีแสง ไม่มีแดดส่อง แต่กลับไม่เย็นหนาวยะเยือกอย่างที่กังวล ภายในนั้นอบอุ่นราวกับข้างในมีเตาผิง

ขาเล็กจ้อยทว่าแข็งแรง พากายแคระแกร็นตรงไปตามทางที่ได้ยินเสียงของน้ำไหล

เมื่อเดินเข้าไปใกล้ นางก็ยิ่งได้ยินเสียงน้ำไหลดังมากยิ่งขึ้น

นี่นับว่านางมาถูกทางแล้วเป็นแน่

คุณอาจจะชอบ

ภาพปกนิยายเรื่อง ก็รักกันดี ไม่มีปัญหา
8.1
ผีสาวในสภาพตัวเปียกปอนยังคงวนเวียนติดตามอดีตคนรักด้วยความสับสนในใจ เนื่องจากเธอสูญเสียความทรงจำและไม่รู้ว่าจุดจบของชีวิตตนเองนั้นเกิดขึ้นจากอุบัติเหตุหรือเป็นการฆาตกรรมอันแสนโหดร้ายกันแน่ ท่ามกลางเบาะแสอันเลือนราง มีเพียงแฟนคนปัจจุบันของเขาเท่านั้นที่กุมความลับและเป็นกุญแจสำคัญในการเปิดเผยความจริงทั้งหมด แม้ว่าเธอจะรู้สึกเคียดแค้นและชิงชังผู้หญิงคนนี้อย่างสุดซึ้ง แต่เธอกลับไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องยอมร่วมมือกับศัตรูหัวใจเพื่อสืบหาความจริงเบื้องหลังการตายที่เป็นปริศนาของตนเอง
ภาพปกนิยายเรื่อง เพรงมายา
8.3
คู่รักคู่หนึ่งต้องเผชิญกับเหตุการณ์ระทึกขวัญจากสิ่งลี้ลับ วิญญาณอาฆาตที่หมายเอาชีวิต และมันจะไม่หยุดจนกว่าทั้งคู่จะตายตกไปตามกัน อีกครั้ง! ตั้งแต่วันที่ได้พบกับ มะปราง เด็กกำพร้าท่าทางแปลกๆ ที่ญาติของ ชวิน ธำมรงค์ รับเป็นลูกบุญธรรม สิตางศุ์ ศรัทธาธรรม ก็พบเจอเหตุการณ์ประหลาดชวนสยองขวัญ หล่อนเริ่มตาฝาดเห็นภาพน่ากลัวบ่อยครั้ง และฝันเห็นผู้หญิงที่ไม่รู้จักแต่มุ่งหมายเอาชีวิตก่อนที่ผู้หญิงคนนั้นจะถูกฆาตกรรมโดยหล่อนและชายที่หน้าเหมือนชวิน ความฝันนั้นชัดเจนและต่อเนื่องกันทุกครั้งจนปะติดปะต่อเรื่องได้ ในขณะที่คนรอบข้างก็เจอเหตุการณ์น่าสะพรึงกลัว จนกระทั่งหล่อนได้พบประกาศขายบ้านและที่ดินแห่งหนึ่ง ที่ซึ่งรอคอยให้พวกทั้งคู่วนเวียนกลับไปครั้งแล้วครั้งเล่า และเหมือนมีอะไรดลใจให้ชวินซื้อที่นั่นเพื่อปลูกเรือนหอ บ้านหลังหนึ่ง เด็กคนหนึ่ง และความฝัน ทำให้ชีวิตของทั้งคู่ไม่สงบสุขอีกต่อไป เพราะมีอะไรบางอย่างคอยติดตามอย่างอาฆาตแค้น สิ่งที่มันต้องการคืออะไร ทำไมต้องการเอาชีวิตทั้งคู่ และความแค้นนั้นเริ่มต้นที่จุดใด คือคำตอบที่สิตางศุ์อยากรู้
ภาพปกนิยายเรื่อง ทะลุมิติมาเป็นบุตรสาวหญิงหม้าย
8.4
จือหลิน เด็กกำพร้าผู้มีสายเลือดพิเศษและถูกเลี้ยงดูในองค์กรลับให้กลายเป็นนักวิจัยทางการแพทย์ที่ไร้ความรู้สึก เธอครอบครองชิปมิติอัจฉริยะในสมองเพื่อกักเก็บสิ่งของต่าง ๆ แต่แล้วความผิดพลาดจากการคิดค้นยาชุบชีวิตกลับก่อให้เกิดโศกนาฏกรรม เมื่อมันเปลี่ยนผู้คนในตึกวิจัยให้กลายเป็นซอมบี้คลั่ง ท่ามกลางวิกฤตและความรู้สึกผิด เธอจึงเลือกจบชีวิตตัวเองไปพร้อมกับการระเบิดทำลายตึกวิจัยนั้น ทว่าโชคชะตาไม่ได้จบลงเพียงแค่นั้น เมื่อเธอลืมตาตื่นขึ้นมาอีกครั้งในร่างของเด็กหญิงตัวน้อยที่ถูกทิ้งไว้กลางป่าลึก พร้อมกับความทรงจำของเจ้าของร่างเดิมที่หลั่งไหลอย่างพรั่งพรู
ภาพปกนิยายเรื่อง เถื่อนรักอสูรร้าย (ซีรีส อสูรซ่อนรัก เล่ม3)
8.7
“ฮืออ คุณมันผู้ชายสารเลว หนูเกลียดและขยะแขยงคุณที่สุด!” ดาวเรืองร้องไห้โฮเมื่อรู้สึกถึงรอยสัมผัสน่าขยะแขยงของเสี่ยไพรัตน์ มือที่จับปลายผ้าห่มก็ถูเช็ดไปตามผิวขาวผ่องจนแดงเถือก ซึ่งเสียงสะอื้นไห้ของเด็กน้อยทำให้คนที่ยืนเท้าสะเอวเป็นเด็กแรกเกิดอยู่ตรงปลายเตียงนั้นตื่นจากความฝันที่เป็นจริง สิงขรหน้าแดงก่ำโกรธเด็กน้อยที่บังอาจเช็ดรอยสำผัสที่เขาทำไว้บนตัวเธอ ร่างโตจึงรีบก้าวขึ้นเตียงคลานตามไป มือใหญ่คว้าหมับกำกระชับแน่นที่ข้อเท้าน้อย พร้อมออกแรงกระชากดึงให้คนตัวเบาเข้ามาปะทะแผ่นอก “กรี๊ดดด! ไอ้คนชั่ว! คนเลว ! ปล่อยหนูเดี๋ยวนี้นะ!” ถึงจะเจ็บระบมไปทุกตารางนิ้วบนร่างกาย ดาวเรืองก็ไม่ต้องการให้เขาแตะต้อง แม้จะมีแรงเพียงน้อยนิด แต่ก็ปกป้องตัวเองโดยการใช้กำปั้นน้อยๆ ทุบตีคนใจโฉดอย่างบ้าคลั่ง “ปากดี ด่าเก่งนักนะ อย่างนี้มันต้องโดนอีกสักสามสี่รอบ หรือว่าจะทั้งคืนเลยดีไหม?” สิงขรอุ้มเด็กน้อยให้เข้ามานั่งอยู่บนตัก ซึ่งทำให้ดวงหน้าของคนทั้งสองอยู่ในระดับเดียวกัน มือหนาสอดเข้าท้ายทอยฉุดเบาๆ ให้ดวงหน้างามแหงนขึ้นเพื่อรองรับคำขู่จากปากหยักที่บดขยี้กลีบปากบวมเจ่อ และเมื่อได้ชิมความหอมหวานในโพรงปากนุ่มพอใจแล้ว เขาก็ตวัดอุ้มร่างน้อยขึ้นพาดบ่า ฝ่ามือใหญ่กางออกแล้วฟาดลงบนสะโพกกลมงอนเสียงดังเผียะๆ พร้อมทั้งก้าวลงเตียงเดินดุ่มๆ พาหญิงสาวเข้าห้องน้ำ “ปล่อยหนูนะ โอ๊ยย! ไอ้ลุงแก่ชอบรังแกเด็ก! ฮืออ” เสียงใสครางปนเสียงสะอื้นเมื่อถูกปล่อยให้เท้าแตะพื้น ขาเรียวสวยสั่นระริกไม่มีแรงยืนด้วยตัวเองจึงทรุดลงไปนั่งบนพื้นห้องน้ำ “ก็ไอ้ลุงแก่คนนี้ไม่ไช่เหรอที่ทำให้เธอพ้นจากไอ้แก่พุงโย้ตัณหากลับนั้น” สิงขรไม่ชอบใจเป็นอย่างมากที่หญิงสาวมักเรียกเขาว่าลุง ดวงตาสีนิลเริ่มแดงก่ำจ้องมองหญิงสาวที่กำลังคลานหนีไปนั่งขดตัวเป็นกิ้งกืออยู่ข้างชักโครก “คุณก็ไม่ต่างอะไรกับเสี่ยไพรัตน์เลยสักนิดที่ชอบล่อลวงเด็กสาวพาไปทำมิดีมิร้ายเหมือนกัน” ดาวเรืองร้องไห้โฮเมื่อนึกถึงภาพของไอ้เสี่ยแก่รุ่นตาพุงก็โย้ น่าเกลียดที่สุด ไอ้ตาแก่นั่นกำลังย่ำยีเธอ แต่แปรเปลี่ยนเป็นภาพของสิงขรที่เป็นคนทำร้ายพรากความบริสุทธิ์ไปโดยที่ไม่ได้ยินยอมสักนิด หญิงสาวนั่งกอดเข่าใบหน้าเขลอะน้ำตาก็แนบชิดมือของตัวเองที่วางอยู่บนหัวเข่า เรียวปากบวมเจ่อก็กระซิบเสียงแผ่วเบาหวังให้ได้ยินเพียงคนเดียว “ยัยเด็กบ้าเอ๊ย! เธอกล้าเปรียบฉันเป็นไอ้เฒ่าไพรัตน์หัวงูนั่นได้ไงฮะ? แล้วถ้าฉันไม่รักษาด้วยร่างกายของฉัน ป่านนี้ เธอก็คงจะขาดใจตายไปนานแล้ว และตอนนี้ มันก็อยากจะเข้าไปในตัวเธอเพื่อทดสอบดูว่าหายจากอาการสยิวซ่านหรือยัง” คำพูดดูหมิ่นของเด็กน้อยทำให้สิงขรโกรธจนหน้าแดงก่ำ เขาเอาแต่พูดเรื่องใต้สะดือให้เธอฟัง ‘เฮอะ! ทำเป็นหน้าแดง อายละสิที่เห็นตัวตนของฉัน’ สิงขรคำรามพูดอยู่ในใจ “อ๊ายย! ไอ้คนทุเรศ! อย่าคิดเอาไอ้หนอนเน่าน่าเกลียดนั่นเข้ามาใกล้หนูเด็ดขาด” ดวงตากลมโตคลอน้ำตาเบิกโพลงเมื่อเห็นความใหญ่โตตรงหว่างขาของเขา ซึ่งมันผงกหัวเบ่งกล้ามจนเห็นเส้นเลือดสีเขียวปูดใส่เธออย่างที่ว่าจริงๆ “หึ! ก็ไอ้หนอนตัวนี้ไม่ใช่เหรอที่ทำให้เธอหายจากอาการซ่านสยิว แตะตรงไหน ผิวนี่สั่นระริกไปตามการลูบไล้ของฉันไม่ใช่เหรอ ฮะ” ดวงหน้าหวานแดงระเรื่อผสมแววตากลมโตสั่นไหวหวาดกลัวนั้นทำให้สิงขรนึกสนุก เขายิ้มแยกเขี้ยวน่ากลัว ชี้มือให้เธอดูความแข็งแกร่งที่มันชูชันตั้งโด่
ภาพปกนิยายเรื่อง ค่ำคืนชวนรัญจวน
8.1
คนางค์ได้พบหนังสือโบราณเล่มหนึ่งที่ถูกทิ้งไว้ในร้านแถวจตุจักรโดยบังเอิญ แม้สภาพจะเก่าคร่ำคร่าแต่ลวดลายปกอันงดงามกลับสะกดสายตาเธอได้อย่างน่าอัศจรรย์ เมื่อเปิดออกดูเธอก็ต้องตกตะลึงกับรูปวาดของนักรบหนุ่มรูปงามผู้มีเสน่ห์ดึงดูดใจจนยากจะละสายตา ความลุ่มหลงทำให้เธอเลือกที่จะซื้อมันกลับมา โดยหารู้ไม่ว่าหนังสือเล่มนี้แฝงไปด้วยพลังลี้ลับอันน่าสะพรึงกลัว ซึ่งกำลังจะชักนำเธอให้ไปเผชิญหน้ากับดวงวิญญาณปริศนาที่ถูกจองจำมานานนับร้อยปีและเฝ้ารอคอยการปลดปล่อยด้วยความเสน่หาอันแสนรัญจวน
ภาพปกนิยายเรื่อง สะใภ้ใบ้
9.3
ความผิดพลาดจากสวรรค์พรากชีวิตของไป๋ซือเหยาไปก่อนเวลาอันควร เธอจึงได้รับโอกาสให้มาเข้าร่างของหญิงงามไร้เสียงผู้มีของวิเศษติดตัว แต่หนทางชีวิตใหม่นี้ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ เมื่อเธอต้องใช้ชีวิตร่วมกับหลิวโม่เหยียน สามีผู้มีสติปัญญาเทียบเท่ากับเด็กสิบขวบ นอกเหนือจากการรับมือกับคนในครอบครัวแล้ว ซือเหยายังต้องเผชิญหน้ากับเหล่าวิญญาณรอบตัวที่คอยตามหลอกหลอน โชคดีที่เธอมีพลังเทพพยากรณ์คอยช่วยเหลือ ทำให้สามารถมองเห็นนิมิตเรื่องราวในอนาคตได้อย่างแม่นยำ ท่ามกลางอุปสรรค ความลี้ลับ และชะตากรรมที่เปลี่ยนผัน