APKDock Logo
รายชื่อตอน
แชร์
ภาพปกนิยายเรื่อง ร้อยใจเจ้าสำนัก

ร้อยใจเจ้าสำนัก

เพื่อปกป้องสำนักดอกเหมยอำพันจากการคุกคามของศัตรูที่หวังยึดครองยุทธภพ กวงจินยอมลดเกียรติแฝงตัวเป็นนางคณิกาเพื่อเข้าหาอวี๋ว์เจิ้งเหอ เจ้าสำนักปักษามรกตผู้มีอิทธิพล โดยหวังจะล่อลวงให้อีกฝ่ายเผยจุดอ่อนทว่าแผนการกลับล้มเหลว เมื่อความจริงถูกเปิดโปงกวงจินจึงตกเป็นเชลยที่ถูกกักขังและข่มขู่ ท่ามกลางการต่อสู้แย่งชิงความเป็นใหญ่ระหว่างสองสำนัก ความเกลียดชังชิงชังกลับค่อยๆ แปรเปลี่ยนเป็นความรักและความปรารถนาอันลึกซึ้งที่ยากจะต้านทาน ซึ่งความผูกพันนี้อาจกลายเป็นอุปสรรคชิ้นสำคัญที่ขัดขวางหนทางสู่การเป็นหนึ่งในใต้หล้า
รายชื่อตอน
แชร์

ตอน 3

ชายหนุ่มลากน้องชายไปตามระเบียงทางเดินโดยไม่ใคร่ฟังเสียงร้องสั่งให้หยุดสักนิด กระทั่งถึงหน้าห้องนอนของตนจึงหยุด ปล่อยให้กวงจินเป็นอิสระ กวงจินยู่หน้ามุ่ย ประคองข้อมือตนซึ่งแดงเถือกเป็นรอยนิ้วอย่างเบามือ แล้วก่นว่าพี่ชายอย่างลืมตัวกลัวตาย

“ท่านพี่บ้าไปแล้วหรือไรถึงได้กล้าก้าวร้าวกับท่านพ่อเช่นนั้น ไม่กลัวถูกลงโทษหรือไรเล่า!”

“หากกลัวแล้วข้าจะกล้าทำหรือ เจ้านี่นะ แทนที่จะเข้าข้างข้า กลับต่อว่าเสียอย่างนั้น หากข้าได้สืบทอดตำแหน่งเจ้าสำนักเมื่อใด ข้าจะบังคับให้เจ้าฝึกวรยุทธ์เสียให้เข็ดเลยคอยดู”

“ก็นั่นท่านพ่อนี่นา ท่านพี่ก็ทำเกินไปจริงๆ...”

กวงจินเบาเสียงลงไปทันที พอได้ยินว่าจะถูกบังคับให้ฝึกวรยุทธ์แล้ว ก็พลันขยาดขึ้นมาเสียไม่ได้ ยอมอ่อนให้กวงฟั่นซึ่งบัดนี้ก็เริ่มคลายโทสะลงแล้ว ก่อนจะเอื้อมมือไปผลักบานทวารห้อง แล้วดันหลังน้องชายให้เข้าไป

“จะอย่างไรก็ช่าง ในเมื่อข้าลากเจ้ามาห้องข้าแล้ว ถือว่าเจ้าอยู่ข้างข้า เข้าไปเสีย ข้ามีเรื่องจะหารือกับเจ้า”

“หารือกันข้างนอกไม่ได้หรือ ไยต้องมีลับลมคมในด้วย”

เอ่ยแย้งอย่างระแวงเพราะไม่รู้ว่ากวงฟั่นมีแผนการใดอยู่ และเหมือนกับว่ากวงจินจะขัดขืนไม่ได้เลย เมื่อสองมือใหญ่ผลักเข้าเต็มแผ่นหลัง พร้อมคำสั่ง

“บอกให้เข้าก็เข้าไปเถิดน่า ถามมากเซ้าซี้น่ารำคาญอยู่ได้”

จนท้ายแล้วก็เข้ามาในห้องของกวงฟั่นจนได้ เด็กหนุ่มถอนหายใจพรืดแล้วพาตัวมานั่งทรุดลงบนเก้าอี้ใกล้ๆ เอ่ยถามเข้าเรื่องอย่างไม่รอช้าทันที

“ท่านพี่มีเรื่องใดจะหารือก็ว่ามา อย่ามัวชักช้าให้เสียการ”

ชายหนุ่มเดินตามมานั่งตรงข้ามกับน้องชาย สีหน้าผ่อนคลายที่โผล่ให้เห็นเมื่อครู่พลันมลายหายไปอีกครั้งเมื่อสีหน้าเคร่งขรึมเข้ามาแทนที่ ให้กวงจินรับรู้ได้ว่าสิ่งที่จะได้ฟังต่อไปนั้นคงหนีไม่พ้นเรื่องของสำนักปักษามรกตเป็นแน่

“เจ้าเคยได้ยินชื่อของเจ้าสำนักปักษามรกตหรือไม่ว่าเป็นผู้ใด”

เป็นตามดังคาดไว้ กวงจินอดถอนหายใจกับความดื้อดึงของกวงฟั่นไม่ได้ และก็พอเข้าใจได้แล้วว่าเหตุใดกวงฟั่นจึงต้องดึงตนมายังที่รโหฐาน เช่นนี้คงเป็นเพราะมีแผนการใดในใจอยู่เป็นแน่

“เท่าที่ข้ารู้ก็เพียงแต่เจ้าสำนักคนเก่าชื่อ อวี๋ว์เจิ้งเสี้ยน เป็นบิดาของเจ้าสำนักคนใหม่ ทำไมหรือ”

สีหน้าฉงนของเด็กหนุ่มทำให้กวงฟั่นตบหน้าตักตนฉาดใหญ่ สร้างความสงสัยให้คนมองอีกเป็นเท่าตัว

“ข้าว่าแล้วเชียวว่าเจ้าต้องไม่รู้เป็นแน่ เจ้าจำเมื่อครั้งที่ข้าถูกท่านพ่อส่งไปร่ำเรียนที่แคว้นเสียนได้หรือไม่ ครานั้นมีสหายร่วมอาจารย์กับข้าที่ข้าเรียกว่าเจ้าลูกไก่อยู่คนหนึ่ง... เจ้าเด็กขี้โรคนั่นน่ะ”

พลันภาพของเด็กชายตัวเล็กผอมกะหร่องในชุดผ้าแพรลายงามซึ่งแลดูขัดกันอย่างสิ้นเชิงก็แวบเข้ามาในมโนความคิดของกวงจิน หากจำไม่ผิด เด็กคนนั้นมักโดนกวงฟั่นแกล้งเป็นประจำ ฉายาของเขาคือ เจ้าลูกไก่ ด้วยร่างกายอ่อนแอป่วยกระเสาะกระแสะทำให้ท่าทางการเดินเหมือนลูกไก่ที่ยังเดินไม่คล่องดี ร่ำเรียนเป็นสหายกับกวงฟั่นที่แคว้นเสียนซึ่งไม่ห่างไกลนักได้เพียงไม่นาน เขาก็ไปรักษาตัวตามคำสั่งของบิดา แล้วหายไปจากชีวิตของกวงฟั่นอย่างไร้ร่องรอย นับแต่วันนั้นก็ผ่านมาราวสักสิบปีได้แล้วกระมัง

“จำได้สิ ท่านพี่ชอบแกล้งเจ้าลูกไก่จนข้าต้องไปห้ามปรามอยู่หลายต่อหลายครั้งเช่นนั้น ไยจะจำไม่ได้”

ยิ่งนึกก็ยิ่งเห็นภาพชัดเจน แต่ไม่เข้าใจว่าเหตุใดจู่ๆ กวงฟั่นถึงได้ย้อนความหลังเช่นนี้ กระทั่งคนถามเหยียดมุมปากขึ้นเล็กน้อยแล้วแถลงไขออกมา

“เจ้านั่นน่ะชื่อ อวี๋ว์เจิ้งเหอ เป็นบุตรชายโทนของอวี๋ว์เจิ้งเสี้ยน ซึ่งหมายความว่าเจ้าสำนักปักษามรกตนั่นก็คือเจ้าลูกไก่ขี้โรคที่โดนข้าแกล้งในตอนนั้นเช่นไรเล่า”

ได้ฟัง เด็กหนุ่มก็เบิกตาโต นึกไม่ออกเลยว่าเด็กขี้โรคท่าทางขี้ขลาดในตอนนั้นจะเป็นถึงเจ้าสำนักที่ทำให้ยุทธภพต้องหวั่นเกรงได้อย่างไร

“แล้วท่านพี่รู้เรื่องนี้มาจากผู้ใด ไยถึงได้มั่นใจเหลือเกินว่าเจ้าสำนักปักษามรกตคือเจ้าลูกไก่ในตอนนั้น”

“ไยข้าจะไม่รู้ ข้าก็ถือว่าเป็นจอมยุทธ์ผู้หนึ่งเช่นกัน ยุทธภพนี้มันกว้างใหญ่สักแค่ไหนกันเชียว เจ้าลูกไก่กับข้าเคยเป็นสหายวัยเยาว์กันมาก่อน ย่อมมีเครือมิตรสหายส่งข่าวให้รู้อยู่แล้ว”

“ในเมื่อเจ้าลูกไก่เป็นสหายกับท่านพี่ เช่นนั้นท่านพี่ก็ใช้ความเป็นสหายเจรจาให้เจ้าลูกไก่ละเว้นสำนักดอกเหมยอำพันของเราไปเสียสิ จะได้ไม่มีใครต้องเจ็บตัว”

กวงฟั่นขมวดคิ้วมุ่น สบตากวงจินอย่างเคืองขุ่นก่อนกระชากเสียงใส่ “เรื่องอย่างไรเล่า ขืนข้าทำเช่นนั้นก็ไม่ต่างอย่างไรกับยอมสยบแทบเท้ามัน จะให้ข้าเจรจากับมันเช่นนั้น ให้ข้าหลั่งเลือดเสียยังจะดีกว่า”

“หากไม่ใช่เช่นข้าคาดการณ์ไว้ แล้วท่านพี่จะเอ่ยถึงเจ้าลูกไก่ทำไมกัน”

“ข้าแค่ให้เจ้ารู้ว่าเจ้าสำนักปักษามรกตนั้นเป็นใครก่อนที่จะเข้าแผนของข้าเท่านั้น ในเมื่อเจ้าจำมันได้ก็ดี เรื่องจะได้ง่ายขึ้นหน่อย”

คราวนี้กวงฟั่นกลับยิ้มพรายให้เสียวสันหลัง กวงจินรู้ว่าแผนการของกวงฟั่นต้องไม่ใช่แผนการที่ดีแน่ และที่สำคัญคงต้องมีอะไรลากเขาไปเอี่ยวด้วยอย่างไม่มีทางเลือก และก็เป็นดังที่คิดไม่มีผิด เมื่อประโยคต่อไปหลุดออกจากริมฝีปากหนา ให้กวงจินได้ชาวาบไปทั้งตัว

“ข้าต้องการให้เจ้าปลอมตัวเข้าไปใกล้ชิดเจ้าลูกไก่ สืบหาจุดอ่อนของมันมาให้ข้า จะด้วยวิธีใดก็ได้แต่ต้องไม่ให้มันจับได้ว่าเจ้าเป็นน้องชายข้าก็พอ...”

“วะ...ว่าเช่นไรนะ! ทำไมต้องเป็นข้าด้วยเล่า! ข้าไม่เอาด้วยหรอก!”

พอตั้งสติได้ เด็กหนุ่มก็โวยวายที่จู่ๆ ถูกมัดมือชกเสียอย่างนั้น ผุดลุกขึ้นหมายจะชิ่งหนีออกจากห้อง แต่กวงฟั่นไวกว่า เอื้อมมือคว้าบ่าเล็กได้ทันก่อนกดลงให้นั่งลงไปตามเดิม

“ไม่เอาก็ต้องเอาเพราะข้าตัดสินใจแล้ว หากไม่ใช่เจ้าแล้วจะเป็นผู้ใดกันเล่า”

“ก็ท่านพี่ไง อยากไปก็ไปเองสิ ไยต้องเกี่ยงให้ข้า หรือเกรงจะสู้เจ้าลูกไก่ไม่ได้”

กวงฟั่นเห็นน้องชายขึ้นเสียง ก็พลันขึ้นเสียงบ้างเพื่อข่มให้คนตรงหน้ารู้สึกตัวว่าใครใหญ่กว่าใคร

“ขืนข้าเข้าไปเอง เจ้าลูกไก่คงจำข้าได้ แล้วทีนี้มันคงไม่รั้งรอที่จะทะลวงสำนักดอกเหมยอำพันให้หายแค้นกับวีรกรรมที่ข้าก่อไว้เมื่อเยาว์เป็นแน่ ยิ่งท่านพ่อพิรี้พิไรเช่นนี้ด้วย หากเจ้าอยากให้สำนักเราพินาศเร็วยิ่งขึ้น ก็เอาตามนั้นก็ได้”

เด็กน้อยหน้าจ๋อยลงไปสนิทตา จริงอย่างที่กวงฟั่นพูด บิดาของพวกเขาเป็นประเภทหากไม่จวนตัวจริงๆ ก็จะไม่ลงมือทำร้ายผู้ใดเป็นอันขาดแม้จะโดนหมิ่นเกียรติก็ตาม ถ้าสำนักปักษามรกตได้ยกพลมาจริงๆ กว่าท่านพ่อจะเจรจาสงบศึกเสร็จ สำนักดอกเหมยอำพันคงไม่เหลือศักดิ์ศรีที่สร้างมาไว้ให้เชยชมเป็นแน่แท้

พอเห็นว่าน้องชายมีท่าทีคล้อยตาม กวงฟั่นก็พึงใจ ไม่รอช้าเอ่ยตะล่อมให้เด็กหนุ่มหลงกลอย่างรวดเร็ว

“ข้าจะบอกให้นะกวงจิน สิ่งสำคัญที่สุดของสำนักวรยุทธ์นอกจากตำราวรยุทธ์แล้ว นั่นก็คือเกียรติภูมิของสำนัก เจ้าจะยอมให้ผู้ใดก็ไม่รู้มาทำลายเกียรติที่บรรพบุรุษเจ้าสั่งสมมาตลอดชีวิตเพียงเวลาแค่ชั่วข้ามคืนเช่นนั้นหรือ ที่ข้าวางแผนโดยใช้เจ้านั้น เพราะเห็นว่าเจ้าไว้ใจได้ที่สุดและคงเห็นแก่ประโยชน์ของสำนักมากกว่าอื่นใดเพราะเจ้าคือบุตรชายของเจ้าสำนักนี้ ลำพังแค่ตัวข้า แม้จะเก่งกาจเพียงใดก็ไม่อาจชนะได้หากไม่มีเจ้าช่วยเหลือ... เพื่อสำนักของเรานะกวงจิน เรื่องแค่นี้เจ้าทำให้ข้าได้หรือไม่”

กวงจินกลายเป็นคนหูเบาด้อยปัญญาไปในพริบตาเมื่อได้ยินคำหว่านล้อม แม้เงียบนิ่งไปครู่ใหญ่แต่สุดท้ายก็ตอบรับพี่ชายอยู่ดีด้วยไม่อยากให้สำนักเสื่อมเกียรติ สู้รู้จุดอ่อนฝ่ายตรงข้ามเพื่อต้อนให้จนมุมก่อนอีกฝ่ายจะมาต้อนให้เราจนมุมยังจะดีเสียกว่า

“ข้าจะช่วยท่านพี่ก็ได้ จะให้ข้าทำอย่างไรก็บอกแผนการมาแล้วกัน แต่อย่าให้ข้าต้องเสี่ยงมากนักล่ะ ข้ายังไม่อยากตายก่อนท่านพ่อจะสิ้นลม”

ได้ยินดังนั้น กวงฟั่นก็แสยะยิ้มกว้างอย่างไม่ปิดบัง คิดอยู่แล้วว่ากวงจินต้องยอมอ่อน ก่อนรับปากเป็นมั่นเหมาะโดยที่กวงจินไม่รู้เลยว่าแผนการของกวงฟั่นนั้นร้ายกาจกว่าที่คาดหมายเพียงใด

“ไม่ต้องห่วงน่าน้องรัก รับรองข้าจะวางแผนการให้เจ้าเป็นอย่างดี...”

กว่าจะรู้ตัวว่าการร่วมมือกับกวงฟั่นนั้นเป็นความคิดที่ผิดมหันต์ก็ตอนที่ได้ฟังแผนการจากปากคนเจ้าเล่ห์โดยละเอียด เมื่อกวงฟั่นว่าจะให้กวงจินต้องปลอมกายเป็นอิสตรีและแฝงเร้นเข้าไปยังหอคณิกาปักษาภิรมย์ยังแคว้นเสียน อันเป็นหอคณิกาขนาดใหญ่ภายใต้การดูแลของสำนักปักษามรกต โดยที่เด็กหนุ่มไม่รู้มาก่อนเลยว่านอกจากสำนักปักษามรกตจะเป็นสำนักฝึกสอนวรยุทธ์แล้ว ยังมีการทำการค้าด้วย ทว่านั่นก็หาใช่เรื่องสลักสำคัญไม่ นอกเสียจากการถูกกวงฟั่นบังคับให้ใส่ชุดผ้าแพรสีหวานด้วยสีหน้าดุดัน เตรียมพร้อมเริ่มแผนการโดยไม่ทันให้กวงจินได้ทำใจ

ติดตามชมต่อ!
เนื้อหากำลังเข้มข้น! สลับไปที่แอปเพื่ออ่านต่อ
ปลดล็อกทุกตอน
เปิดเว็บไซต์อย่างเป็นทางการ

คุณอาจจะชอบ

ภาพปกนิยายเรื่อง ข้ามภพไร้รัก
9.6
หญิงสาวต้องจบชีวิตลงอย่างกะทันหันจากอุบัติเหตุ เมื่อวิญญาณลงสู่ปรโลกเพื่อรอรับคำพิพากษา เธอกลับได้รับรู้ความจริงจากพญายมราชว่าความตายของตนเกิดจากการจับวิญญาณผิดดวง เพื่อชดเชยข้อผิดพลาด ทางนรกจึงมอบโอกาสให้เธอไปเกิดใหม่ในยุคโบราณที่เต็มไปด้วยเรื่องราวเหนือจินตนาการ การตื่นขึ้นมาในร่างใหม่ทำให้เธอต้องเผชิญความสับสนในดินแดนที่ไม่คุ้นเคย ท่ามกลางโชคชะตาที่พลิกผันและไม่อาจคาดเดา เธอต้องพยายามปรับตัวเพื่อเริ่มต้นชีวิตใหม่อีกครั้ง พร้อมกับค้นหาคำตอบว่าตนเองจะพบรักครั้งใหม่ในดินแดนอดีตกาลนี้ได้หรือไม่
ภาพปกนิยายเรื่อง สาวร้ายกลายเป็นพระชายาผู้ทรงอำนาจ
9.7
เมื่อโชคชะตากำหนดให้เสวียชิงอินเป็นตัวละครที่ต้องพบจุดจบอย่างน่าเวทนา นางจึงปฏิเสธเส้นทางนั้นและผูกวาสนากับเหอจวิ้นถิง อ๋องเสวียนผู้ดุดันและมีอนาคตต้องจบชีวิตกลางไฟสงคราม เป้าหมายของนางคือการเป็นสตรีหม้ายที่ร่ำรวย ทว่าแผนการกลับพลิกผันเมื่อบุรุษที่ใครต่างหวาดกลัวกลับมอบความรักอันลึกซึ้งและคอยปกป้องนาง ท่ามกลางเกมการเมืองที่เต็มไปด้วยเล่ห์เหลี่ยม นางมิใช่ผู้เฝ้ารอผลประโยชน์อีกต่อไป แต่กลายเป็นดวงใจของเขา ทั้งสองหลอมรวมเป็นเกราะกำบังให้กันและกัน ก้าวข้ามขีดจำกัดของบทประพันธ์เดิม สู่การสร้างตำนานรักที่เกรียงไกร
ภาพปกนิยายเรื่อง ข้ามภพเป็นเมียตัวร้าย
9.5
แพทย์ทหารหญิงหลุดเข้ามาในนิยาย กลายเป็นภรรยาที่ถูกลิขิตให้ตายของบุรุษอำมหิตผู้พร้อมทำลายล้างทุกสิ่งเพื่อล้างแค้นให้บุตรชาย เพื่อพลิกชะตากรรมมรณะ นางจึงยื่นข้อตกลงกับสามีจอมโหด โดยอาสารักษาขาที่พิการของเขาให้กลับมาเดินได้ แลกกับหนังสือหย่าและอิสรภาพ ทว่าระหว่างการรักษา นางต้องสวมบทบาทมารดาเพื่อฟูมฟักลูกชายฝาแฝดทั้งสี่ให้เติบโตอย่างปลอดภัย พร้อมกับดูแลสามีอันตรายผู้นี้อย่างใกล้ชิด การดิ้นรนเพื่อเปลี่ยนตอนจบของเรื่องราวและเอาชีวิตรอดจากเงื้อมมือปีศาจร้ายจึงได้เปิดฉากขึ้น
ภาพปกนิยายเรื่อง ทะลุมิติพร้อมมิติน้ำพุวิเศษ กลายเป็นเมียตัวร้ายของเสนาบดี
6.7
ชะตากรรมนำพาซ่งจิ่นข้ามเวลามาสวมบทเป็นหญิงใจทรามในนิยาย ท่ามกลางยุคภัยพิบัติหนาวเหน็บ เจ้าของร่างเดิมเคยก่อกรรมด้วยการทิ้งสามีพิการและขายลูกเลี้ยงทั้งสี่เพื่อเอาตัวรอด โดยไม่รู้เลยว่าอนาคตเด็กเหล่านั้นจะกลายเป็นผู้กุมอำนาจ และสามีจะก้าวขึ้นเป็นมหาเสนาบดีผู้ยิ่งใหญ่ เมื่อได้ชีวิตใหม่ ซ่งจิ่นปฏิเสธที่จะเดินตามรอยเดิม เธอใช้ความเชี่ยวชาญด้านการแพทย์และมิติน้ำพุศักดิ์สิทธิ์เป็นเครื่องมือพลิกสถานการณ์ หญิงสาวมุ่งมั่นแก้ไขความผิดพลาด หันมาปกป้องดูแลครอบครัวให้รอดพ้นจากความหิวโหย จากสตรีที่เคยถูกประณาม เธอจะใช้สองมือนี้ก้าวขึ้นเป็นภรรยาที่เคียงข้างท่านเสนาบดีอย่างสง่างาม
ภาพปกนิยายเรื่อง ท่านอ๋องอย่านะ
8.9
ท่านอ๋องผู้โหดเหี้ยมและชิงชังสตรีเปลี่ยนไปราวคนละคนเมื่อสมรสกับคุณหนูหกจวนแม่ทัพ แม้ผู้อื่นจะเห็นความเจ้าเล่ห์ของพระชายา แต่ในสายตาสวามีนางคือสตรีบอบบางเสมอ แม้นางจะคว้าไม้ตีรัชทายาทหรือด่าทอคนจนกระอักเลือด พระองค์ก็ยังห่วงว่าภรรยาจะถูกรังแก แท้จริงแล้วเบื้องหลังความไร้เดียงสานั้น นางคืออัจฉริยะทางการแพทย์และกุนซือผู้สยบกองทัพนับแสนได้ในพริบตา ความหลงใหลหน้ามืดตามัวของท่านอ๋องทำเอาเหล่าทหารสับสนหนัก พวกเขาต่างตั้งคำถามว่าสตรีผู้อ่อนแอที่เจ้านายพร่ำเพ้อถึงนั้นเคยมีอยู่จริงหรือไม่
ภาพปกนิยายเรื่อง หงส์พันปี
8.4
ชีวิตขององค์หญิงเฉินเสียนพังทลายเมื่อถูกใส่ความว่าโง่เขลา นางถูกขับออกจากจวนด้วยใบหน้าที่ยับเยินทั้งที่กำลังอุ้มท้อง ทว่าความเจ็บปวดได้หล่อหลอมนางขึ้นใหม่ ในวันที่อดีตสวามีเฉลิมฉลองงานมงคลสมรสกับอนุภรรยา นางหวนกลับมาปรากฏตัวท่ามกลางแขกเหรื่อเพื่อมอบบทเรียนครั้งใหญ่ หญิงที่เคยถูกมองว่าอ่อนแอไร้ทางสู้ ได้ลงมือจัดการผู้ที่มาทีหลังด้วยความเฉียบขาดและรุนแรงจนทุกคนตกตะลึง การทวงคืนความยุติธรรมครั้งนี้คือการประกาศสงครามที่จะสั่นสะเทือนทุกขั้วอำนาจที่เคยทำลายชีวิตนาง