APKDock Logo
รายชื่อตอน
แชร์
ภาพปกนิยายเรื่อง ลมหายใจแห่งวายุ

ลมหายใจแห่งวายุ

สาวออฟฟิศคนหนึ่งมีเวลาจำกัดเพียงสามเดือนในการพิชิตใจรุ่นพี่สุดหล่อ เธอจึงวางแผนแกล้งทำคอมพิวเตอร์เสียหวังดึงตัวเขาจากแผนกไอทีมาอยู่ใกล้ชิด ทว่าในระหว่างที่เธอเดินหน้าจีบอย่างเต็มกำลัง ลม เพื่อนสนิทของจิณณ์ผู้เป็นพี่ชายของเธอ กลับซ่อนความในใจที่มีต่อเธอไว้เงียบๆ จนกระทั่งความมึนเมาทำให้เขาหลุดปากสารภาพความจริงกับจิณณ์ว่า เขาไม่ได้คิดกับเธอแค่พี่น้อง เรื่องราวความรักสุดอลหม่านครั้งนี้จึงเริ่มต้นขึ้น พร้อมเป็นบทพิสูจน์ว่ารักแท้อาจอยู่ใกล้ตัวกว่าที่คาด
รายชื่อตอน
แชร์

ตอน 1

“บอสขาบอส”  

“บอส”

“บอสขา เจ้านายขา เจ้านายคะ อย่างหลังเข้ากว่ากันตั้งเยอะ เรียกพี่เขาว่าเจ้านายแล้วกัน จะเติมคะ เติมขาก็ปล่อยไปตามสถานการณ์ ถึงตอนนี้จะยังไม่ชินปาก แต่อีกหน่อยก็คงชินไปเองเนอะ” ฉันพูดเองเออเองอยู่ภายในลิฟต์ของบริษัทยักษ์ใหญ่ด้านการนำเข้าส่งออก บริษัทที่มีพลังงานลึกลับบางสิ่งบางอย่างดึงดูดให้ฉันสมัครเข้ามาทำงานด้วย 

มาทำงานวันแรกก็นินทาเจ้าของบริษัทซะแล้ว ท่าทางอนาคตฉันจะรุ่งริ่งแทนรุ่งเรืองแน่นอน อันที่จริงช่วงนี้ฉันยุ่งพอสมควร เพราะเหลือเวลาอีกแค่สามเดือน ฉันก็ต้องบินไปเรียนต่อที่ต่างประเทศแล้ว แต่ก็เซ้าซี้ขอผู้มีอุปการะคุณว่าฉันอยากทำงานมากถึงมากที่สุด โดยหยิบยกเหตุผลที่แสนจะน่าฟังว่าทำงานเพื่อหาประสบการณ์ แต่ถ้าผู้มีอุปการะคุณรู้เหตุผลที่แท้จริง อาจกระโดดตัวลอยแล้วถีบสองขาคู่ฉันเอาได้ง่ายๆ เหมือนกับที่เพื่อนรักฉันได้ทำมาแล้ว

“โอ๊ย! นี่แกถีบฉันจริงๆ เหรอไอ้พุฒิ”

“เออดิ ก็แกมันโง่งมงาย คิดว่ารักมันสวยงามเหมือนในนิยายหรือไง...ฮะ”

“ก็เปล่าคิดแบบนั้น แต่ฉันแค่อยากอยู่ใกล้พี่เขาก่อนจะบินไปเรียนต่อเท่านั้นจริงๆ”

“อยากอยู่ใกล้แล้วแกจะทำอะไรได้ ขนาดอยู่ใกล้มาตั้งสามปี แกยังได้แค่เฉียด ไม่สิ ได้แค่มองเอง”

“เอาน่า ฉันรู้ว่ากำลังทำอะไรอยู่”

“เออๆ ในเมื่อแกตัดสินใจแล้วก็ตามนั้นล่ะ งั้นแค่นี้นะ พาสามีไปฟิตเนสก่อน”

“ย่ะ” 

คิดถึงบทสนทนาระหว่างฉันกับเพื่อนสนิทที่นิยมชมชอบไม้ป่าเดียวกันก็ถึงกับเบ้ปากให้ตัวเองในกระจกที่ติดตั้งอยู่ภายในตัวลิฟต์

แม้พุฒิชัยจะมีคำนำหน้าชื่อว่านาย แต่จิตใจกลับสวนทาง ถึงอย่างนั้นพุฒิชัยคือเพื่อนแท้ของเธอคนหนึ่งก็ว่าได้ เพราะเป็นเพื่อนกันตั้งแต่อนุบาลถึงตอนนี้ เพื่อนแท้ขนาดกระโดดถีบกันมาตั้งแต่เพิ่งรู้จักกันจนถึงตอนนี้และคงเป็นเช่นนี้ไปอีกนาน  

ฉันหยุดคิดเรื่องในหัว ก่อนจะมองสำรวจความเรียบร้อยของเสื้อผ้าหน้าผมเสียหน่อย ที่นี่มีชุดยูนิฟอร์มให้พนักงานแม้จะยังไม่ผ่านการทดลองงานก็ใส่ได้ ฉันก็เลยสะดวกไม่ต้องมานั่งคิดนอนคิดว่าทำงานแต่ละวันต้องใส่ชุดอะไร ยังไง แบบไหน สะดวกและประหยัดไปอีกแบบ 

สายสีน้ำเงินที่คล้องอยู่บนคอคือสายที่คล้องติดกับบัตรพนักงาน บนบัตรมีรูปสองนิ้วของฉันหนึ่งใบติดอยู่ ใต้รูประบุชื่อและนามสกุล วันเดือนปีที่เข้าทำงานรวมทั้งรหัสพนักงานพร้อม 

เภตรา บุตราภา คือชื่อของฉันเอง ส่วนวันนี้คือวันที่ฉันเข้ามาทำงานวันแรก ถึงแม้ฉันจะรู้จักกับผู้บริหารของที่นี่เป็นการส่วนตัว แต่ทำไม๊ทำไมถึงไม่ค่อยอยากเจอพี่เขาเอาเสียเลยก็ไม่รู้ เพราะเจอกันทีไรชอบทำหน้าดุใส่ฉันตลอด จนอยากถามว่าปีทั้งปีพี่เขายิ้มกี่ครั้ง 

“หรือจะยิ้มวันที่หนึ่งกับสิบหกเหมือนเรา...ฮ่าๆ” ฉันหัวเราะกับตัวเอง แต่พักหลังๆ วันที่หนึ่งกับสิบหกดูเหมือนจะเป็นวันน้ำตาตกในสำหรับฉันเสียมากกว่า เพราะมันมักจะเสียมากกว่าได้นี่สิ สงสัยฟ้าจะไม่อยากให้ฉันรวยทางนี้ 

ตึ๊ง! 

เสียงลิฟต์ดังขึ้นตามด้วยประตูลิฟต์ที่กำลังเปิดออกเพื่อให้คนที่ยืนรออยู่ด้านนอกเข้ามา ฉันเงยหน้าขึ้นมองจึงรู้ว่านี่คือชั้นสี่ของตึกที่มีทั้งหมดสิบชั้น และคนที่ฉันไม่ค่อยอยากเจอก็ยืนอยู่ตรงหน้า 

“พี่ลม” ฉันอุทานชื่อเขาออกมาเบาๆ อย่างลืมตัว เพราะเพิ่งจะนินทาเจ้าของชื่อไปหยกๆ จู่ๆ ก็โผล่พรวดมาแบบนี้ใครจะไม่ตกใจ ไม่เอาข้าวสารเสกปาให้ก็บุญเท่าไหร่แล้ว 

อ้อ...ใช่แล้วค่ะ ผู้ชายตรงหน้าฉันคือพี่ลมหรือวายุ เป็นเจ้าของบริษัทแห่งนี้ แถมยังรั้งตำแหน่งเพื่อนสนิทของพี่ชายฉันอีกด้วย อะไรมันจะเจอกันตั้งแต่วันแรกที่มาทำงานแบบนี้ ทำไมฉันถึงไม่เจอคนที่อยากเจอ...หืม 

แต่พอรู้ตัวว่าฉันเอ่ยชื่อที่ไม่ควรเอ่ยออกไป นั่นทำให้ฉันรีบเปลี่ยนท่าทีมาเอ่ยเรียกคำที่ฟังดูเหมาะสมกว่า รวมทั้งยกมือไหว้ด้วย 

“สวัสดีค่ะบอส” พูดไปแล้วฉันก็อยากเขกกระบาลตัวเอง ไหนบอกจะเรียกพี่เขาว่าเจ้านาย ไหงมาลงได้ที่คำว่าบอส แต่บอสก็บอสอ่ะ ความหมายมันก็เหมือนๆ กันนั่นแหละ

“บอส!” สีหน้าพี่เขาดูแปลกใจที่ฉันเอ่ยเรียกแบบนี้ เอ้!...หรือฉันพูดอะไรผิด

“ค่ะ…บอส”

“อืมม์” พี่เขาเอ่ยรับแค่นั้นแล้วก็ก้าวเข้ามายืนในลิฟต์ที่เวลานี้ไม่มีใครนอกจากเราสองคน บรรยากาศมันชวนอึดอัดแปลกๆ จนฉันอยากเดินออกไปจากลิฟต์เสียตอนนี้ แต่หากทำมันคงเสียมารยาทเกินไป สิ่งที่ฉันทำได้คือขยับไปยืนตัวลีบอยู่ข้างๆ ผนังลิฟต์ ทั้งๆ ที่เหลือพื้นที่ตั้งมากมาย

แต่จู่ๆ ฉันก็ต้องสะดุ้งเมื่อรับรู้ว่ามือยาวๆ ของพี่ลมเอื้อมมากดลิฟต์ชั้นที่สิบ ซึ่งฉันเดาว่าต้องเป็นชั้นที่พี่เขานั่งทำงานแน่นอน ฉันชอบกลิ่นน้ำหอมผู้ชายหรืออะไรก็ตามที่โชยมาเตะจมูกเมื่อครู่นี้จัง กลิ่นมันสดชื่นน่าซบเอ้ย! น่าซื้อให้ใครบางคนได้ใช้บ้าง  

ตึ๊ง!

เสียงตึ๊งที่ดังขึ้นช่วยดึงสติของฉันกลับมา แต่ถึงอย่างนั้นฉันก็ยังไม่ยอมเงยหน้าขึ้นมองอยู่ดี กระทั่งเสียงคนที่ยืนอยู่ในลิฟต์ดังขึ้น 

“ฝ่ายจัดซื้อภายในองค์กรอยู่ชั้นนี้”

“อ้อ…ค่ะ” ฉันเอ่ยรับงงๆ พอเงยหน้าจากพื้นขึ้นก็มองเห็นว่าเป็นชั้นที่ฉันต้องลง ฉันหันมาโค้งให้พี่ลมที่ยืนหล่อเต็มยศด้วยชุดสูทเร็วๆ แล้วรีบจ้ำออกไปจากลิฟต์ทันที

เมื่อประตูลิฟต์ปิดลง คำถามหนึ่งก็พุ่งเข้ามาในหัวของฉันว่าพี่ลมรู้ได้ยังไงว่าฉันทำงานแผนกอะไร แต่ไม่รู้สิแปลกเพราะพี่เขาเป็นถึงเจ้าของบริษัท จะรับใครเข้าทำงานต้องเซ็นรับรอง แต่ที่นี่เดือนๆ หนึ่งรับคนเข้าทำงานก็ใช่ว่ามีแค่คนสองคน แล้วจะมาจำข้อมูลฉันทำไมหรือพี่เขาจำข้อมูลได้หมด  

“ฟุ้งซ่าน” ฉันเขกหัวตัวเองแรงๆ เพื่อให้เลิกคิดเองเออเองเสียที แล้วตัดสินใจเดินเข้าแผนกตรงไปรายงานตัวกับผู้จัดการ ซึ่งก็คือคนที่รับฉันเข้ามาทำงาน จากนั้นผู้จัดการก็พาฉันไปแนะนำกับพี่ๆ ฝ่ายจัดซื้อภายในองค์กร ฉันสัมผัสได้ว่าพี่ๆ ทุกคนดูเป็นกันเองมาก 

พี่ๆ ใจดีพาฉันไปดูจุดนั้นจุดนี้ว่ามีอะไรในชั้นนี้บ้าง ห้องน้ำ ห้องครัว ห้องถ่ายเอกสารอยู่มุมไหน ใครนั่งโต๊ะไหนมีหน้าที่อย่างไร แต่ที่ทำให้ใจฉันเต้นแรงคือการได้รู้ว่าที่ชั้นนี้นอกจากมีฝ่ายจัดซื้อภายในองค์กรแล้วยังมีฝ่ายไอทีรวมอยู่ด้วย

“ฝ่ายไอที!” ฉันรำพึงรำพันประโยคนี้อยู่ในหัวจนแทบไม่มีสมาธิคิดเรื่องอื่น เมื่อครู่ที่เดินสำรวจถึงได้รู้ว่าโต๊ะที่ฉันนั่งคือโต๊ะทางเดินกลางที่ใครจะเข้าหรือออกในฝ่ายไอทีต้องผ่านโต๊ะฉันก่อนเสมอ

เพราะฉะนั้นถ้าเป้าหมายฉันเดินผ่านไปผ่านมา ฉันก็ต้องมองเห็นหรือไม่เขาก็ต้องมองเห็นฉันด้วยเช่นเดียวกัน...อ๊ากกก แค่คิดใจฉันก็เต้นรัว มือไม้เย็นเฉียบด้วยความตื่นเต้น กระทั่งประโยคของพี่ในแผนกดังขึ้น

“น้องปายคะ อีกห้านาทีหนูต้องไปปฐมนิเทศพนักงานใหม่ที่ห้องประชุมใหญ่นะคะ เดี๋ยวพี่พาไปจ้ะ” 

“ขอบคุณค่ะพี่สวย” ฉันยิ้มให้พี่สวยหรือพี่อรอนงค์ รุ่นพี่ในแผนกที่ฉันสัมผัสได้ว่าพี่เขาใจดีมาก สวยแล้วยังใจดีแบบนี้น่าแนะนำให้พี่จิณณ์รู้จักจังเลย แต่…ขืนทำแบบนั้น ฉันอาจถูกเขกหัวจนโนเอาได้แน่ๆ 

ห้านาทีไม่ขาดไม่เกิน พี่สวยก็พาฉันไปห้องประชุมใหญ่ที่อยู่ชั้นแปด พอเปิดประตูเข้าไปฉันก็เห็นพนักงานชายหญิงนั่งอยู่ก่อนแล้วสิบกว่าคนได้ ถามไถ่กันไปมาถึงรู้ว่านี่คือพนักงานใหม่ที่เริ่มงานวันนี้ทั้งหมด ทุกคนขึ้นมาที่นี่เพื่อปฐมนิเทศและกล่าวต้อนรับโดยตรงจากผู้บริหารที่ชื่อว่า…วายุ

คุณอาจจะชอบ

ภาพปกนิยายเรื่อง พันธะร้ายเจ้านายเถื่อน (Series of my bad boy)
7.9
ในโลกมาเฟียยุคปัจจุบันที่เต็มไปด้วยอำนาจมืด หญิงสาวคนหนึ่งต้องเผชิญกับชะตากรรมอันโหดร้ายเมื่อถูกชายหนุ่มผู้ทรงอิทธิพลตีตราว่าเธอเป็นเพียงทาสรับใช้ผู้ไร้ทางขัดขืน เขาใช้กำลังบังคับให้เธอต้องยอมจำนนและปฏิบัติตามคำสั่งทุกอย่างอย่างไร้ทางเลือก สถานะที่ไร้เกียรติกลายเป็นโซ่ตรวนที่กักขังเธอไว้ในโลกอันป่าเถื่อนของเขา ท่ามกลางความกดดันและความขัดแย้งที่ทวีความรุนแรงขึ้นทุกขณะ เธอต้องเผชิญหน้ากับบททดสอบอันแสนเจ็บปวดในฐานะคนรับใช้ที่แสดงความภักดีเพียงแค่หน้าที่เท่านั้น
ภาพปกนิยายเรื่อง สุดจะหวง (เมียรักของอคิระ)
8.9
อคิระเกลียดผู้หญิงอ่อนแอและเจ้าน้ำตาเป็นที่สุด ทว่าเขากลับยื่นข้อเสนอให้เธอใช้ร่างกายแลกกับการมีที่ซุกหัวนอนเพื่อเอาชีวิตรอด ทั้งที่เธอมีทุกอย่างในแบบที่เขาเกลียด แต่เขากลับปรารถนาที่จะครอบครองเธอไว้คนเดียว ความสัมพันธ์ลับที่เริ่มต้นจากข้อตกลงนี้จึงเต็มไปด้วยความขัดแย้งในใจของชายหนุ่มปากแข็งผู้เริ่มเกิดอาการหวงก้างโดยไม่รู้ตัว ท่ามกลางความใกล้ชิดที่บีบคั้นอารมณ์ของคนทั้งคู่เพิ่มขึ้นในทุกวัน
ภาพปกนิยายเรื่อง เจ้าสาวมือสองแสนรักของมหาเศรษฐี
9.6
คืนแต่งงานของเฉินซูซูกลายเป็นฝันร้ายเมื่อสามีปฏิเสธที่จะร่วมห้อง โดยอ้างเรื่องสมรรถภาพเพื่อเก็บความซิงไว้ให้ผู้หญิงที่เขาต้องการอย่างแท้จริง หลังการหย่าร้างเธอต้องเผชิญหน้ากับคำดูถูกว่าเป็นเพียงของเหลือเดน ทว่าในมรสุมชีวิตนี้ ท่านประธานเฮ่อผู้ทรงอิทธิพลกลับเข้ามาโอบกอดและมอบความอบอุ่นให้แก่เธอ แม้ซูซูจะหวั่นใจกับสถานะแม่หม้ายของตัวเอง แต่มหาเศรษฐีหนุ่มกลับไม่เคยใส่ใจคำนินทาเหล่านั้น พร้อมทุ่มเทความรักทั้งหมดให้เธอแต่เพียงผู้เดียว ซึ่งแท้จริงแล้วเขาแอบเฝ้ารอและวางแผนการเพื่อที่จะได้ครอบครองหัวใจของเธอมาโดยตลอด
ภาพปกนิยายเรื่อง หัวใจบ่มรัก
9.3
จากเด็กสาวนอกสายตาที่ พศวัต เคยปฏิเสธการหมั้นหมายอย่างไม่ใยดี วันนี้ วรรณวลี เติบโตเป็นหญิงสาวสะพรั่งผู้เปี่ยมเสน่ห์จนหัวใจของอดีตคู่หมั้นหนุ่มต้องสั่นคลอน ชายหนุ่มที่เคยเมินเฉยจึงหวังจะทวงคืนสิทธิ์ในการครอบครองเธออีกครั้งตามความต้องการของผู้ใหญ่ ทว่าฝ่ายหญิงที่เคยถูกตราหน้าว่าเป็นเด็กกะโปโลกลับไม่ยอมง่ายๆ เธอพร้อมจะแก้เผ็ดตาแก่ปากร้ายคนนี้ให้ยอมสยบแทบเท้า ท่ามกลางสงครามประสาทและการปะทะคารมที่แฝงไปด้วยความหวั่นไหว พศวัตจึงต้องงัดทุกกลยุทธ์เพื่อพิชิตใจเธอมาครองคู่หมายหมั้นที่เขาเคยปล่อยให้หลุดมือ
ภาพปกนิยายเรื่อง เล่ห์ร้ายจำนนรัก
9.6
จากความใกล้ชิดโดยบังเอิญเพราะบรรยากาศเป็นใจ หญิงสาวกลับต้องเผชิญหน้ากับคำพูดดูถูกแสนร้ายกาจจากชายหนุ่มที่หาว่าเธอจงใจยั่วยวนเขา ท่ามกลางความสับสนและอับอายอย่างถึงที่สุด เธอจึงพยายามรวบรวมความกล้าเพื่อตอบโต้และปฏิเสธข้อหาอันไม่เป็นธรรมนี้ แม้ว่าภายในใจจะสั่นสะท้านด้วยความกลัวจนแทบก้าวขาไม่ออก แต่เธอก็ต้องยืนหยัดต่อสู้กับท่าทีคุกคามอันน่าหวั่นใจ ซึ่งกระตุ้นทั้งความโกรธและความรู้สึกปั่นป่วนในอกไปพร้อมกัน บทเริ่มต้นที่เต็มไปด้วยการสบประมาทจะนำพาสายสัมพันธ์ของทั้งคู่ให้ลงเอยอย่างไรในเกมหัวใจครั้งนี้
ภาพปกนิยายเรื่อง หัวใจในลมหนาว
8.8
โชคชะตานำพารักครั้งเก่าให้หวนกลับมาอีกครั้ง เมื่อพิยดาได้เผชิญหน้ากับเหมันต์โดยไม่คาดคิด แต่อดีตคนรักกลับเปิดประเด็นด้วยคำถามจี้ใจดำเรื่องระยะเวลาการตั้งครรภ์ของเธอ แม้ภายในใจจะตื่นตระหนกเพียงใด หญิงสาวก็ต้องแสร้งทำเป็นสงบนิ่ง ทว่าการพบกันในครั้งนี้ได้ปลุกเร้าความทรงจำในวันวานให้ย้อนกลับมาทำร้ายเธออีกหน พิยดาตระหนักดีว่าเธอจำเป็นต้องเว้นระยะห่างเพื่อปกป้องหัวใจตัวเองจากรอยแผลเก่าที่ยังไม่เคยเลือนหาย เพราะหากเธอยังยอมปล่อยใจให้จมดิ่งอยู่กับความรู้สึกเดิม ๆ ท่ามกลางความสัมพันธ์อันแสนเย็นชาและไร้หัวใจนี้ สุดท้ายแล้วเธอเองอาจต้องเป็นฝ่ายเผชิญกับความเจ็บปวดเจียนตายจนยากจะเยียวยาได้อีกครั้ง