APKDock Logo
รายชื่อตอน
แชร์
ภาพปกนิยายเรื่อง บอสเจ้าแผนการ

บอสเจ้าแผนการ

การลืมรักแรกเป็นเรื่องยาก แต่สิ่งที่ทรมานยิ่งกว่าคือความเจ็บปวดที่ฝังลึกในใจ ทว่าโชคชะตากลับเล่นตลกเมื่อเขาต้องกลับมาเป็นเด็กในปกครองของแด๊ดดี้ผู้ทรงอิทธิพลอีกครั้งอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ท่ามกลางความสัมพันธ์ที่เต็มไปด้วยความเสน่หาอันร้อนแรงและความลับมากมายที่ซ่อนอยู่ ในโลกของมหาเศรษฐีที่เต็มไปด้วยเล่ห์เหลี่ยมและแผนการที่ถูกวางเอาไว้อย่างแยบยลเพื่อควบคุมไว้ทุกย่างก้าว
รายชื่อตอน
แชร์

ตอน 3

บทที่ 3

คนไม่สำคัญที่สำคัญ

หลังผ่านศึกรักแสนเร่าร้อนรอบห้องทำงานกว้างจนเวลาล่วงเลยไปเกือบเย็น นะโมก็ก้าวเดินออกจากห้องอาบน้ำซึ่งซ่อนอยู่ด้านหลังด้วยสภาพทุลักทุเล ช่องรักบวมแสบทั้งยังรู้สึกเจ็บไม่น้อย

ที่บอกว่ารอบห้องทำงานเพราะว่าเรนัลจัดได้ทุกพื้นที่ ทั้งเก้าอี้ โต๊ะทำงาน โซฟา พื้นพรม หรือแม้กระทั่ง…

พนังกระจกใส!

แม้ห้องนี้จะอยู่สูงถึงชั้นที่ 69 แถมยังเป็นกระจกด้านเดียวที่คนภายนอกไม่สามารถมองเข้ามาได้ แต่ความเขินอายปนหวั่นวิตกกลัวถูกพบเห็นก็ใช่ว่าจะห้ามกันได้โดยง่าย ทว่าเขากลับปฏิเสธไม่ได้เลยว่ามันยิ่งปลุกอารมณ์รัญจวนให้แผ่ซ่านจนเสร็จเลอะผนังเป็นคราบ ก่อนแด๊ดดี้จะยอมตามใจเปลี่ยนไปทำตรงอื่นต่อ

เพียงแค่คิดถึงความเร่าร้อนที่พึ่งจบลงก็ทำเอาพวงแก้มขึ้นสี ทั้งยังได้แต่ก้มหน้ามองพื้นไม่กล้าทอดสายตาดูสนามรักตรงหน้าอย่างขัดเขิน ก่อนสะดุดกับคราบขาวขุ่นที่กระเซ็นเลอะเป็นด่างดวงตัดกับพรมสีเทา

อ่า… ผลงานของเขาเองแหละ

เพราะแด๊ดดี้ขี้โกงใส่ถุงยางอนามัย น้ำรักของอีกฝ่ายจึงถูกจัดเก็บไว้ไม่กระเด็นเลอะ แต่พอเขาร้องขอบ้างด้วยไม่อยากให้คนอื่นมาเห็นร่องรอยพวกนี้ เจ้าตัวกลับปฏิเสธหน้าตาเฉยแล้วจัดการทำให้เขาพูดอะไรต่อไม่ได้

...ได้แต่ครางเท่านั้นน่ะนะ

“นอนรอที่โซฟาก่อน เดี๋ยวฉันประชุมเสร็จแล้วจะไปส่ง”

เรนัลพูดพลางจัดชุดสูทตัวใหม่ที่โรเบิร์ตนำมาให้เปลี่ยนอยู่ด้านหน้าผนังกระจก ดวงตาคมทอดชมวิวเบื้องล่างที่แสนวุ่นวายของมหานครใหญ่อย่างราบเรียบ

แต่เมื่อใบหน้าหล่อเหลาของชายสัญชาตอังกฤษหันมาทางคนฟัง รอยยิ้มเล็กๆ ก็แต่งแต้มมุมปากโดยไม่รู้ตัว นัยน์ตาสีน้ำทะเลอ่อนโยนขึ้นชั่วขณะ

“เดินไม่ไหวทำไมไม่เรียก” ประธานบริษัทยักษ์ใหญ่เดินเข้าไปพยุงแขกคนสำคัญที่กลายมาเป็นเด็กใต้อาณัติของเขาเหมือนเดิมด้วยท่าทางเอ็นดู

ยิ่งเห็นแก้มใสๆ ขึ้นสีแดงระเรื่อก็ยิ่งทำให้นะโมดูน่าฟัดน่าแกล้งจนเขาไม่อยากละจากไปทำงานเลยสักนิด

อยากจะฟังเสียงหวานครางซ้ำๆ ต่ออีกสักหน่อย

“อ่า... นะโมเห็นแด๊ดดี้ต้องเตรียมไปประชุมแล้วก็เลยไม่อยากกวน” แววตาที่มองทอดมาทำให้หัวใจดวงน้อยกระตุกวูบก่อนเต้นรัวแรงไม่เป็นจังหวะ เขารู้สึกราวกับได้ย้อนไปยังอดีตที่แสนหอมหวานอีกครั้ง

แต่ดวงตาทรงเสน่ห์ที่มักจะอ่อนโยนเสมอมากลับถูกซ้อนทับด้วยความเย็นชาในค่ำคืนนั้น

ภาพความเป็นจริงอันแสนโหดร้ายตอกย้ำทุกสิ่งให้ตกอยู่ในสภาวะมืดมน นัยน์ตาสีน้ำตาลหมองวูบจนเรนัลสังเกตเห็น ปากเรียวทำท่าจะเอ่ยถามถึงสาเหตุ แต่ไม่นานสมองที่ปราดเปรื่องก็เหมือนจะประมวลผลเองได้

“ยังไม่หายโกรธฉันอีกหรอไง”

“...นะโมไม่ได้โกรธแด๊ดดี้หรอกครับ”

คนตอบก้มหน้าลงต่ำจนคางชิดอก นะโมพยายามปิดบังความน้อยใจเอาไว้แม้จะรู้ดีว่าอีกฝ่ายก็ไม่ได้ใส่ใจอะไรไปมากกว่าการถามไถ่ตามมารยาท

เพราะไม่เช่นนั้นแด๊ดดี้ก็คงพยายามแก้ไขเรื่องทุกอย่างตั้งแต่ห้าปีก่อนแล้ว…

...ไม่ปล่อยให้เขาจมอยู่กับฝันร้ายเช่นนั้นตามลำพังหรอก

เพียงแค่คิดก็รู้สึกร้อนผ่าวที่กระบอกตาจนต้องกะพริบขึ้นลงถี่ๆ ก่อนจะกลืนก้อนสะอึกลงคอแล้วซบหน้าลงที่บ่ากว้างคล้ายกำลังออดอ้อนออเซาะขอรางวัล แม้ความจริงจะเป็นการหลบหน้าเรนัลก็ตามที

“แด๊ดดี้อย่าลืมรางวัลของนะโมนะครับ เงินทุน…” ประโยคคำพูดขาดช่วงกระทันหันเมื่อโดนมือเรียวประคองใบหน้าให้แหงนรับจูบอ่อนโยน สัมผัสบางเบาและนุ่มนวลโอบประคองหัวใจที่เหวอะหวะด้วยรอยกรีดให้กลับมาเต้นช้าๆ อีกครั้ง

หลังอีกฝ่ายผละจูบออกอย่างอ้อยอิ่ง นัยน์ตาสีฟ้าน้ำทะเลก็ทอประกายสับสนจนสังเกตเห็นได้ชัด คนอายุน้อยกว่าได้แต่จ้องลึกลงไปแววตาเพื่อค้นหาความรู้สึกที่แท้จริง

เขาไม่ได้คิดไปเองใช่ไหม…

แด๊ดดี้… กำลังรู้สึกผิดอยู่ใช่ไหม

“ฉัน…”

ก๊อกๆ

“ถึงเวลาแล้วครับบอส”

เสียงเคาะประตูดังขึ้นพร้อมประโยคทักท้วงจากโรเบิร์ต เลขาคนสนิทและบอดี้การ์ดประจำตัวเรนัล นั่นทำให้ริมฝีปากหยักที่คล้ายจะเอ่ยบางคำออกมาต้องหยุดชะงักลง

“รู้แล้ว” ประธานหนุ่มเอ่ยตอบรับเสียงเรียบก่อนจะใช้สองมือขยับโอบอุ้มเด็กคนโปรดขึ้นสู่วงแขนแข็งแรง นะโมร้องโอดครวญน้อยๆ หลังความรู้สึกเจ็บแปล๊บแล่นจากช่องรักขึ้นสู่สมอง นิ้วมือจิกลงบนเสื้อสูทสีดำเป็นเงาจนเกิดรอยยับ

“อึก...”

“เจ็บมากเลยหรอ”

คิ้วเข้มขมวดเข้าหากันทันที เรนัลรีบเดินเร็วๆ เพื่อตรงไปยังโซฟาก่อนจะเอนร่างผอมบางในวงแขนลงอย่างเบามือ ท่าทางเป็นห่วงเป็นใยแบบที่ไม่ค่อยพบเจอพาลทำให้หัวใจคนเจ็บเต้นระส่ำราวกับตีกลอง ทว่าประโยคต่อมากลับฉีกกระชากความฝันทุกอย่างให้ลอยหายไป “เดี๋ยวฉันต้องไปประชุมแล้ว ถ้าอยากไปหาหมอก็บอกโรเบิร์ตละกัน”

“...ครับ”

นะโมไม่รู้เลยด้วยซ้ำว่าเขาเค้นเสียงตอบรับออกมาได้ตอนไหน รู้แค่ก้อนความน้อยใจมันตีตื้นอยู่ตรงคอจนอยากจะร้องไห้ออกมาเสียเดี๋ยวนั้น เปลือกตาปิดลงเพื่อบดบังภาพความจริงที่กรีดย้ำรอยแผลเดิมให้ปริแตก

หยุดได้แล้ว หยุดคิดว่าตัวเองสำคัญได้แล้ว…

เพราะไม่ว่ายังไง… งานก็สำคัญสำหรับแด๊ดดี้เสมอ

หรือบางที… มันอาจจะเป็นตัวเขากันแน่นะที่ไม่เคยสำคัญ

เรนัลก้าวเดินออกห่างจากชุดโซฟาด้วยจังหวะปกติ ทว่าใบหน้าคมเข้มกลับยุ่งเยิงและสับสน ยิ่งทอดสายตามองคนที่กำลังนอนกลั้นเสียงสะอื้นไห้อย่างสุดความสามารถก็ยิ่งว้าวุ่นใจ

ทว่าสุดท้ายร่างสูงจำต้องใจแข็งเปิดประตูออกไปจากห้องเพราะไม่อาจละทิ้งหน้าที่ได้

จะปล่อยให้คนอื่นพูดว่าเขาหลงเด็กคนหนึ่งจนเสียการเสียงานไม่ได้เด็ดขาด!

“ไม่ต้องตามฉันเข้าประชุม” เลขาหนุ่มใบหน้านิ่งเรียบไม่ต่างจากเจ้านายพยักหน้าตอบรับ ทว่าดวงตาสีเข้มกลับต้องฉายแววประหลาดใจกับคำสั่งถัดมา “เฝ้าไว้จนกว่าฉันจะประชุมเสร็จ ถ้าเด็กนั่นต้องการอะไรก็จัดเตรียมให้เรียบร้อย”

“ครับบอส”

แม้จะสงสัยไม่น้อยว่าคนที่ทำให้บอสเอ่ยปากเช่นนี้ได้จะเป็นใคร ทว่าโรเบิร์ตก็ยังคงท่าทีสุภาพราบเรียบไว้ตามเดิม แต่เมื่อคล้อยหลังผู้มีอำนาจสูงสุดในตึก ใบหน้าเฉยชากลับเต็มไปด้วยความประหลาดใจ

เขาทำงานกับเรนัสมาเกือบสิบปี ที่ผ่านมาอีกฝ่ายไม่เคยสนใจไยดีบรรดาเด็กๆ หรือพนักงานที่เรียกมาเล่นสนุกกันแบบนี้เลยสักคน เมื่อหมดหน้าที่ก็ไล่ให้พ้นหูพ้นตาเพราะอยากได้ความเป็นส่วนตัว

ไม่สิ รู้สึกจะมีอยู่คนหนึ่งที่บอสถูกใจจนพาไปอยู่ด้วยที่คฤหาสน์…

…เด็กที่ชื่อนะโม

พนักงานมากฝีมือครุ่นคิดเรื่องของเจ้านายได้เพียงไม่นานก็สลัดทุกอย่างออกจากหัวแล้วหมุนตัวตรงไปยังห้องทำงานใหญ่

แกร๊ก!

“...ใครน่ะ! ออกไปนะ อย่ามายุ่งกับผม!!” ทันทีที่โรเบิร์ตเปิดประตูเข้าไปในห้อง ชายหนุ่มผิวขาวรูปร่างผอมที่กำลังนอนคว่ำหน้าอยู่บนโซฟาก็ผวาลุกขึ้นร้องโวยวายเสียงดังลั่น

เลขาหนุ่มจำเป็นต้องยื่นมือรับหมอนอิงขนาดต่างๆ ที่ถูกโยนมาก่อนจะฟาดโดนตนเอง นัยน์ตาเฉยชาปรากฏความสงสารวูบหนึ่งแล้วกลับมาเรียบนิ่งอีกครั้ง

ไม่ผิดแน่ เด็กคนนี้คือคนเดียวกับที่บอสให้ความสนใจ… จนเป็นเหตุให้เกิดเรื่องในคืนนั้นขึ้นมา

“คุณนะโม ผมโรเบิร์ตเองครับ ไว้ใจผมได้”

หลังเห็นอีกฝ่ายหยุดเขวี้ยงปาหมอนอิงใส่แล้วเปลี่ยนเป็นนั่งกอดเข่าตัวสั่นเทาจนดูน่าสงสาร เสียงทุ้มจึงเอ่ยแนะนำตัวเผื่อจะช่วยลงความหวาดระแวงลงได้บ้าง

ทว่ากลับไม่ได้ผล นะโมคล้ายไม่ได้ยินสิ่งใดนอกจากเสียงในหัวของตัวเอง ร่างเล็กสั่นเทาจากแรงสะอื้นปนหวาดกลัว ใบหน้าซบต้นขาไม่กล้ามองผู้มาเยือนคนใหม่ ปากก็พึมพำไม่ยอมหยุด

“ออกไป… ฮึก อย่าทำอะไรผมเลย… ได้โปรด…”

“ผมเป็นเลขาคุณเรนัลไงครับ เราเคยเจอกันเมื่อห้าปีก่อน คุณจำผมไม่ได้หรอ”

หลังทิ้งเวลาให้ผ่านไปสักพัก โรเบิร์ตก็ตัดสินใจเอ่ยขึ้นอีกรอบ เขาพูดช้าๆ ด้วยหวังให้คนที่ยังไม่พร้อมรับสารจะเข้าใจได้โดยง่าย แต่นะโมก็ยังคงท่าทีระแวงและซุกหน้ากอดตัวเองไว้เช่นเดิม

จวบจนกระทั่งประตูถูกเปิดออกโดยเหล่าแม่บ้าน แวบแรกร่างเล็กบนโซฟาถึงกับสะดุ้งเฮือกพร้อมเงยหน้ามองด้วยดวงตาเบิกโพลง ทว่าเมื่อเห็นคนที่เดินเข้ามาเป็นหญิงวัยกลางคนจนถึงชรา ในมือถืออุปกรณ์ทำความสะอาดมากมาย ท่าทางตื่นตระหนกจึงคลายลงเล็กน้อย

“...!”

เลขาหนุ่มที่ยืนเฝ้าดูอาการอยู่ไม่ใกล้ไม่ไกลเบาใจได้ไม่นาน เพราะเมื่อนะโมเริ่มเบนสายตามาทางเขา อีกฝ่ายก็สะดุ้งแล้วรีบกลับไปอยู่ในท่าเดิมทันที

“ผมไม่ทำอะไรคุณหรอกครับ” น้ำเสียงอ่อนใจปนสงสารพูดขึ้นแผ่วเบา แต่ก็ดังมากพอจะเข้าหูบรรดาแม่บ้านซึ่งไม่เคยเห็นเลขาหุ่นยนต์ของบอสมีความรู้สึกเช่นนี้มาก่อน แต่ละคนมีสีหน้าประหลาดใจไม่น้อย ทว่าจากอายุงานและประสบการณ์ที่เคยพานพบ การทำเป็นไม่รู้ไม่เห็นเรื่องของคนอื่นโดยเฉพาะบุคคลที่มีตำแหน่งสูงกว่าเป็นสิ่งที่ควรทำอย่างยิ่ง

แม่บ้านแต่ละนางรีบก้มหน้าก้มตาทำความสะอาดอย่างแข็งขัน แม้ว่าหูจะเงี่ยฟังประโยคสนทนามากแค่ไหนก็ตาม ทว่าสิ่งที่ได้ยินกลับเป็นประโยคพึมพำวกวนคล้ายคนพูดไร้ซึ่งสตินึกคิดใดๆ นำพาความสงสัยระคนสงสารเข้าสู่จิตใจจนเผลอหันไปมองต้นเสียง

“อะแฮ่ม” เสียงกระแอมเบาๆ ทำให้ผู้ฟังสะดุ้งเฮือกกันถ้วนหน้า เหล่าหญิงวัยกลางคนรีบหันกลับไปทำงานของตนเองต่อทันที ก่อนที่โรเบิร์ตจะรู้ตัวว่าการกระทำเมื่อสักครู่ได้เรียกสติคนบนโซฟาให้กลับมา

“คุณ… โรเบิร์ต?”

น้ำเสียงแหบพร่าเอ่ยติดๆ ขัดๆ ราวกับกำลังพยายามรวบรวมสติให้คงที่ ดวงตาคู่สวยกะพริบขึ้นลงทั้งที่ยังจ้องผู้มาเยือนไม่ละสายตา สีหน้างุนงงสับสนไม่น้อย เจ้าของชื่อจึงพยักหน้าตอบรับแต่ก็ไม่ได้ขยับเข้าไปใกล้เพราะกลัวอีกฝ่ายจะเกิดอาการหวาดระแวงอีกครั้ง

“...ผมขอน้ำหน่อยได้ไหมครับ”

หลังตั้งสติได้แล้วว่าอีกฝ่ายเป็นใคร ทั้งยังเชื่อใจได้พอสมควรว่าโรเบิร์ตจะไม่ทำแบบเดียวกับผู้ชายคนนั้น นะโมถึงกล้าเอ่ยปากขอน้ำดื่มดับกระหาย

เขาในตอนนี้รู้สึกเหมือนอุณหภูมิร่างกายจะสูงขึ้นกว่าปกติจนร้อนไปทั้งตัว ลำคอก็แห้งผากราวกับทะเลทราย บางทีมันอาจจะเป็นผลพวงของการโหมใช้งานทั้งปากบนปากล่างหนักหน่วงในรอบห้าปีก็เป็นได้

“รอสักครู่นะครับ” พูดจบผู้ชายใบหน้าเรียบนิ่งก็เดินออกจากห้องไปในพลัน ก่อให้เกิดความรู้สึกโล่งอกจนร่างเล็กสามารถขยับเอนลงนอนราบกับโซฟาได้ดั่งตอนแรก

นะโมเบ้หน้าร้องโอดโอยเมื่อการขยับเปลี่ยนท่าทำให้เจ็บแสบบริเวณเบื้องล่างไม่น้อย ทว่าการฝืนนั่งชันเข่าก็ทำให้กลีบกุหลาบบวมช้ำได้รับการกระทบกระเทือนมากพอกัน

แด๊ดดี้ไม่ปรานีเขาเลยสักนิด

ยามหวนคิดถึงสาเหตุของอาการบาดเจ็บ ดวงหน้าเนียนใสก็ขึ้นสีระเรื่อ ความรู้สึกร้อนวูบวาบกลับมาอีกครั้งอย่างไม่รู้จักพอ

หรือต้องบอกว่าไม่รู้จักจำด้วยดี

ทั้งๆ ที่แด๊ดดี้ทำให้ตกอยู่ในห้วงภวังค์แห่งความทรมานไม่รู้จักจบสิ้น ทั้งที่พึ่งดึงสติให้หลุดจากอาการหวาดระแวงด้วยภาพหลอนของคืนวันนั้นฉายทับ แต่เมื่อนึกถึงอีกฝ่าย เขากลับหลงใหลทุกสิ่งที่ได้รับจนไม่อาจถอนตัว

ถ้าพี่อิฐรู้ว่าเขาเผลอทั้งตัว… เผลอทั้งใจให้แด๊ดดี้อีกครั้ง มีหวังโดนด่าหูชาแน่ๆ

รอยยิ้มน้อยๆ แต่งแต้มมุมปากยามคิดถึงลูกพี่ลูกน้องเพียงคนเดียวที่คอยช่วยเหลือในเวลาตกทุกข์ได้ยาก ก่อนจะผวาลุกขึ้นนั่งตัวตรงอีกครั้งเมื่อได้ยินเสียงโทรศัพท์ดังมาจากกระเป๋าหนัง

พี่อิฐแน่เลย!

ไม่ต้องหยิบมาดูนะโมก็รู้ได้ทันทีว่าปลายสายเป็นใคร เพราะตัวเขาไม่ได้มีเพื่อนสนิทหรือคนที่จะโทรหาเยอะแยะ แถมเย็นนี้ยังตกลงกันว่าจะไปซื้อของเข้าห้องพร้อมกันหลังคุยกับสปอนเซอร์เสร็จ และนี่ก็เลยเวลาที่นัดไว้เกือบชั่วโมงแล้วด้วย

“ทำไงดีๆ” นะโมพึมพำกับตัวเองหลังทำใจกล้าเดินไปหยิบโทรศัพท์มาถือไว้ ยิ่งเห็นชื่อบนหน้าจอเป็นบุคคลที่คาดเดา เขาก็ยิ่งเลิ่กลั่กหันซ้ายหันขวาราวกับจะหาตัวช่วย

ทว่าทั้งห้องนอกจากเขาก็มีเพียงแม่บ้านสี่ห้าคนที่กำลังถืออุปกรณ์ทำความสะอาดหน้าตาโลเทคอย่างที่ไม่ค่อยพบเห็นในสมัยนี้ นักวิจัยหนุ่มกัดปากตัวเองแน่นหลังต้องเค้นสมองคิดคำโกหกญาติผู้พี่

ปกติเขาก็โกหกไม่ค่อยเก่งอยู่แล้ว ยิ่งต้องมาใช้ความคิดหลังสติหลุดแบบเมื่อกี้ยิ่งนึกอะไรไม่ออกเลย แต่โชคดีที่เครื่องเก่าซึ่งมีเทคโนโลยีสื่อสารกันแบบสามมิติได้นำไปขายหาเงินมาเลี้ยงชีพในช่วงหลายเดือนที่ทำงานให้แลบโดยไม่ได้ค่าจ้าง โทรศัพท์ในมือตอนนี้จึงทำได้แค่โทรเข้าออกตามปกติเท่านั้น

เอาวะ! ทำทีเป็นพึ่งคุยกับแด๊ดดี้เสร็จแล้วกัน พี่อิฐคงไม่รู้หรอก

ติ๊ด

[อยู่ไหนเนี่ยนะโม กูยืนรอจะเป็นชั่วโมงแล้วนะ]

“ขอโทษครับพี่ พอดีผมพึ่งคุยกับดะ… สปอนเซอร์เสร็จ” ปากกระจับเกือบหลุดคำว่าแด๊ดดี้ออกไปแล้ว โชคดีที่กลับคำได้ทัน มือเล็กยกขึ้นลูบหน้าลูบตาตัวเองหวังให้มีสติในการคุยมากกว่านี้

พี่อิฐจะรู้เรื่องของแด๊ดดี้ไม่ได้!

ไม่ใช่ว่าเขาอับอายกับสถานะที่ไม่ต่างจากเด็กบำเรอความใคร่ในตอนนี้ แต่มาจากเหตุการณ์หลังแยกทางกับแด๊ดดี้ เพราะกลับไปอยู่กับพี่อิฐด้วยสภาพไม่เป็นผู้เป็นคน ในตอนนั้นถ้าไม่เก็บตัวเงียบอยู่ในห้องก็ต้องกรีดร้องหวาดระแวงทุกคนที่เข้าใกล้ ไปหาหมอรักษาตัวอยู่นานกว่าจะใช้ชีวิตได้อย่างปกติ

ปกติแบบที่ต้องใช้ยานอนหลับทุกวันถึงจะสามารถพักผ่อนได้น่ะ…

พี่อิฐโกรธแด๊ดดี้มากจนถึงขั้นจะไปทำร้ายอีกฝ่ายถึงคฤหาสน์ โชคดีที่เพื่อนคนอื่นๆ ช่วยกันห้ามไว้ได้ทันจึงไม่เกิดเรื่องเลวร้ายอื่นใดอีก

เพราะถ้าหากพี่อิฐหุนหันพลันแล่น คนที่จะได้รับบาดเจ็บย่อมไม่ใช่เจ้าของอำนาจมหาศาลในเมืองใหญ่อย่างเรนัล แลนด์คอปอยู่แล้ว

[ทำไมคุยนานจังวะ ทางนั้นไม่ยอมให้ทุนหรอ]

“เอ่อ มีปัญหานิดหน่อยน่ะครับ แต่เขายอมตกลงแล้วนะพี่”

[จริงดิ! แบบนี้ต้องฉลองหน่อยแล้ว เก่งมากไอ้น้องชาย!] น้ำเสียงร่าเริงจากปลายสายทำให้คนฟังระบายยิ้มตาม ความภูมิใจหลังได้รับคำชมเชยมันดีอย่างนี้นี่เอง

รอยยิ้มแต่งแต้มใบหน้าเนียนใสได้ไม่นานก็ต้องจางหาย เมื่อคนที่เขายังไม่อยากให้กลับมามากที่สุดกำลังเดินตรงมาทางนี้

แด๊ดดี้!

“คุยกับใครน่ะ” เจ้าของห้องเดินหน้าถมึงทึงหงุดหงิดอย่างไม่ทราบสาเหตุ เขาเอ่ยเสียงดังหมายจงใจให้ปลายสายได้ยิน ก่อนจะเห็นสีหน้าเลิ่กลั่กของนะโมพร้อมประโยคตัดบทที่ทำเอาความโกรธพุ่งสูงจนอยากกระชากร่างเล็กมาจูบแรงๆ สักที

“แค่นี้ก่อนนะพี่อิฐ ไว้เจอกันที่ห้องเลย”

[ฮะ! แล้วไม่มาช่วย…]

ติ๊ด!

“ฉันถามว่าคุยกับใคร”

“คุยกับพี่อิฐ… เอ่อ ลูกพี่ลูกน้องนะโมเองครับ” คนโดนจ้องด้วยแววตาดุๆ ตอบกลับอย่างงุนงง สมองที่ยังตื้อและพร่ามัวไม่สามารถประมวลผลได้ว่าอีกฝ่ายเป็นอะไร ทำได้แค่กะพริบตามองโครงหน้าหล่อเหลาเพียงเท่านั้น

“งั้นก็บอกลูกพี่ลูกน้องเธอใหม่ซะ”

“ครับ?”

“บอกไปว่าเจอกันอีกทีอาทิตย์หน้าเลย เพราะเดี๋ยวเธอต้องบินไปเกาะส่วนตัวกับฉัน” เรนัลพูดหน้าตาย อารมณ์หงุดหงิดที่พลุ่งพล่านทั่วร่างกายทำให้เขาตัดสินใจยกเลิกตารางงานทั้งอาทิตย์ในทันที “โรเบิร์ต เคลียร์คิวนัดให้เรียบร้อยแล้วก็ไปเตรียมเครื่องบินซะ”

“ครับบอส”

โรเบิร์ตที่หยุดยืนอยู่ห่างๆ พร้อมแก้วน้ำดื่มซึ่งนะโมร้องขอตอบรับคำสั่งด้วยใบหน้าราบเรียบไมเปลี่ยนไปจากเดิมเลยแม้แต่น้อย ทั้งที่ในใจถึงกับสบถคำหยาบเพราะการจัดเรียงคิวงานใหม่ทั้งอาทิตย์มันไม่ใช่เรื่องง่ายเลยสักนิด

จะหวงจะอะไรก็ช่วยมีลิมิตหน่อยได้ไหมครับบอส!

----บอสเจ้าแผนการ----

ติดตามชมต่อ!
เนื้อหากำลังเข้มข้น! สลับไปที่แอปเพื่ออ่านต่อ
ปลดล็อกทุกตอน
เปิดเว็บไซต์อย่างเป็นทางการ

คุณอาจจะชอบ

ภาพปกนิยายเรื่อง กุหลาบในเปลวไฟ
9.2
หลังจากทนทุกข์กับชีวิตแต่งงานที่ไร้ความรักและถูกทรยศมานานถึงสามปี เสิ่นเจียงหนานจึงเลือกเซ็นใบหย่ากับฮั่วเป่ยอวี๋ เพื่อกลับมาหยัดยืนอย่างสง่างามในฐานะหญิงสาวสุดเพียบพร้อมที่มีความสามารถรอบด้าน ทั้งงานดีไซน์ การแพทย์ และการเป็นแฮ็กเกอร์ จนเนื้อหอมเป็นที่จับตามอง ทว่าในขณะที่อดีตสามีพยายามตามง้อขอคืนดี เธอกลับตัดสินใจเข้าพิธีวิวาห์อย่างยิ่งใหญ่กับเผ๋ยเหยียนหลี่ ชายหนุ่มผู้ประกาศกร้าวต่อหน้าสื่อทั่วโลกว่าเธอคือผู้หญิงที่ล้ำค่าที่สุดในชีวิต และพร้อมจะเผชิญหน้าจัดการกับทุกคนที่กล้าคิดร้ายหรือล่วงเกินภรรยาสุดที่รักของเขาอย่างไม่ยอมลด
ภาพปกนิยายเรื่อง ทูนหัวของพ่อ
8.8
เมื่อความรักไม่แบ่งชนชั้นวรรณะ อายุก็เช่นกัน เขาที่อายุมากกว่าเธอขนาดจะเป็นพ่อเธอได้ตกหลุมรักสาวน้อยรุ่นลูกเข้าอย่างจัง รักครั้งนี้จึงมีทั้งเสียงหัวเราะและเสียงครางกระเส่าในทุกค่ำคืนอันเร่าร้อน ******** พ่อเพื่อนบำเรอรัก เดโชกระตุกเท้าขึ้นอย่างรวดเร็วเมื่อรู้สึกว่ากำลังเหยียบผ้าชิ้นเล็กๆ พอก้มมองก็พบว่าเป็นกางเกงชั้นในสีชมพูลายคิตตี้ เขาเกี่ยวมันขึ้นมาด้วยปลายนิ้วก่อนจะมองไปรอบๆ ห้องนอนของตนอย่างสำรวจ แต่เมื่อไม่เห็นใคร จึงชูกางเกงชั้นในนั้นขึ้นสูง “คุณพ่อจะทำอะไรคะ” เดโชหันขวับพอเห็นมายาวดีก็รีบซ่อนกางเกงชั้นในไว้ข้างหลัง “เปล่า” เดโชปฏิเสธ “ก็เห็นๆ อยู่ว่าคุณพ่อกำลังจะดมกางเกงในหยา” เพราะเธอกำลังเห็นด้านมืดของเขา ความกลัวจึงทำให้พลั้งปากออกไปกล่าวหาว่าเขาเป็นโรคจิต “นี่กางเกงในของเธอเองรึ” นายหัวหนุ่มเลิกคิ้ว พร้อมกับคีบซับในตัวน้อยขึ้นสูงระดับสายตา “ใช่ค่ะ ของหยาเอง” “แล้วทำไมมาอยู่ในห้องฉันได้ล่ะ” “ก็...” มายาวดีไม่รู้จะบอกยังไง เพราะความจริงมันเกิดขึ้นจากความไม่ตั้งใจ แต่พอลองเปิดดูแล้วเธอกลับมีอารมณ์จึงลองช่วยตัวเองเป็นครั้งแรก แน่นอนมันตื่นเต้นมากๆ “ถ้าตอบไม่ได้ งั้นพ่อยึด” ******* พ่อเลี้ยงบำเรอกาม ‘พ่อ’ แสงดาวเรียกเขาด้วยคำๆ นี้มาหลายปี แต่ความรู้สึกที่มีต่อเขาหาได้ให้ความเคารพ มันเต็มไปด้วยความรักที่ซ่อนเร้นอยู่ในอก กระทั่งเธอโตเป็นสาววัย 18 ปี แสงดาวก็อยากทำตามใจตัวเองบ้าง นั่นคือยั่วตัณหาพ่อเลี้ยงหนุ่มจนทั้งคู่ได้เสียกัน และซ้ำร้ายมารดาของเธอต้องมารู้เห็นและเสียใจจนตัวตาย บาปที่เธอทำไว้สร้างความทุกข์ระทมหัวใจยิ่งนัก ทว่า...ก่อนลมหายใจเฮือกสุดท้าย มารดาผู้เป็นที่รักได้ฝากเธอไว้กับพ่อเลี้ยงรูปงาม มันคือตราบาปที่เธอจะต้องตัดสินใจเด็ดขาดว่าจะหยุดเพื่อจบทุกอย่าง หรือจะเดินหน้าเพื่อรักษาสิ่งที่เป็นของมารดาเอาไว้ให้ได้ งานนี้ผีดาวยั่วก็ต้องเข้าสิงตัวเธอ เพื่อครอบครัวร่างกายและหัวใจของเขา “อาห์...แสงดาว ให้ตายสิเด็กบ้า เธอนี่มันโสเภณีชัดๆ” ปรมัยอุทาน เมื่อท่อนเอ็นของเขาจมจ่อมอยู่ในอุ้งปากและเรียวลิ้นเล็กสวาปามอย่างหิวโหย เขามองริมฝีปากชุ่มฉ่ำของเธอกำลังดูดกลืนท่อนเนื้อฉ่ำเยิ้มอย่างชอบใจ
ภาพปกนิยายเรื่อง ประธานขาหนูไม่ไหว
8.2
ความสงสัยใคร่รู้กลายเป็นจุดเริ่มต้นของความปรารถนาอันลึกซึ้ง เมื่อเธอไม่อาจหยุดคิดถึงภาพลักษณ์ยามปลดปล่อยอารมณ์ดิบของท่านประธานหนุ่มผู้แสนเย็นชาและเข้าถึงยากในสายตาคนนอก ทว่าสำหรับเธอแล้ว เขากลับซ่อนมุมลับอันเปี่ยมเสน่ห์ที่ชวนให้เข้าไปค้นหาอย่างยิ่ง ยิ่งเขาดูเคร่งขรึมเท่าไร เธอก็ยิ่งอยากก้าวข้ามกำแพงที่เขาสร้างไว้เพื่อพิสูจน์ตัวตนที่แท้จริง นำไปสู่ความสัมพันธ์บทใหม่ที่เต็มไปด้วยเกมการลองเชิงและแรงดึงดูดทางอารมณ์ที่ยากจะต้านทาน
ภาพปกนิยายเรื่อง จุมพิตอสรพิษ: แค้นภรรยา
9.7
ชีวิตก่อนของฉันต้องจบลงอย่างอนาถในกองเพลิงด้วยฝีมือของชายคนรักและพี่ชายบุญธรรมทั้งสามคนที่หลอกใช้เด็กกำพร้าอย่างฉันเป็นเครื่องมือ มีเพียงอากรินทร์ คุณอาผู้แสนเย็นชาที่ยอมสละชีวิตเพื่อปกป้องฉันจนวินาทีสุดท้าย เมื่อสวรรค์ให้โอกาสฉันย้อนเวลากลับมาก่อนเกิดโศกนาฏกรรมเพียงหนึ่งสัปดาห์ ท่ามกลางเงื่อนไขมรดกหมื่นล้านที่บีบบังคับให้ต้องแต่งงานกับหนึ่งในกลุ่มฆาตกรเหล่านั้น ฉันจึงเลือกแต่งงานกับอากรินทร์เพื่อเปลี่ยนเส้นทางชีวิตและเริ่มต้นแผนการล้างแค้นพวกมันทุกคนให้สาสม
ภาพปกนิยายเรื่อง ไฟรักเพลิงเสน่หา
9.0
ภาพถ่ายบนใบสมัครงานของ 'กีรยา' นักเขียนสาวผู้มีเสน่ห์ ได้สะกดใจนักธุรกิจหนุ่มหล่อลูกครึ่งไทย-โมร็อกโกตั้งแต่แรกเห็น เขาจึงเรียกเธอมาสัมภาษณ์หวังสร้างความใกล้ชิด ทว่าความเข้าใจผิดทำให้เธอต่อว่าเขาอย่างรุนแรง ชนวนเหตุนี้จุดประกายความโกรธและความปรารถนาที่จะครอบครองในใจชายหนุ่ม แผนการลักพาตัวสุดระทึกจึงเริ่มต้นขึ้นเมื่อเขาปลอมตัวเป็นโจรบุกเข้าชิงตัวเธอไป เพื่อลงทัณฑ์หญิงสาวด้วยไฟรักและสนองความเสน่หาอันเร่าร้อนที่มีต่อเธอเพียงผู้เดียวในค่ำคืนที่แสนยาวนาน
ภาพปกนิยายเรื่อง ภาระกิจหาแม่ให้ลูก
8.2
อเล็กไซ มหาเศรษฐีหนุ่มพ่อหม้ายผู้รักความโสดและเคยเจ็บปวดจากชีวิตแต่งงานจนปฏิเสธการวิวาห์อย่างเด็ดขาด กลับต้องยอมพังทลายกำแพงในใจลงเมื่อได้พบกับชะเอม มัณฑนากรสาวที่เข้ามาเปลี่ยนโลกทั้งใบของเขา จากหนุ่มเจ้าสำราญกลายมาเป็นคนคลั่งรักที่ยอมโดนเพื่อนล้อว่ากลัวภรรยา เพียงเพราะต้องการดูแลความรู้สึกของเธอให้ดีที่สุด อดีตเพลย์บอยอย่างเขาพร้อมปรับปรุงตัวเพื่อพิสูจน์ตนเองในฐานะสามีและพ่อที่ดี เพื่อรักษาความเชื่อใจในรักครั้งใหม่นี้ไว้ตลอดไป