APKDock Logo
ภาพปกนิยายเรื่อง The Wolf's Bride หนูน้อยหมวกแดง เจ้าสาวหมาป่า

The Wolf's Bride หนูน้อยหมวกแดง เจ้าสาวหมาป่า

8.3 / 10.0
ท่ามกลางศึกชิงอำนาจอันดุเดือดของเหล่าผู้ทรงอิทธิพล โชคชะตาได้นำพาให้จ่าฝูงหมาป่าผู้แสนดุร้ายต้องมาพบกับหญิงสาวผู้เป็นทายาทมาเฟียที่มีหัวใจอ่อนโยน แม้ว่าภูมิหลังและสถานะของทั้งคู่จะแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง แต่การที่ต้องเผชิญหน้าและใกล้ชิดกันกลับค่อยๆ เปลี่ยนความบาดหมางให้กลายเป็นความรักที่ยากจะถอนตัว ทว่าเส้นทางความรักของพวกเขากลับไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ เมื่ออุปสรรคขวากหนามมากมายรุมเร้า บีบบังคับให้ทั้งสองต้องเลือกระหว่างภาระหน้าที่อันยิ่งใหญ่ต่อพวกพ้อง หรือจะยอมทำตามหัวใจตัวเองเพื่อปกป้องรักแท้ครั้งนี้ไว้

The Wolf's Bride หนูน้อยหมวกแดง เจ้าสาวหมาป่า ตอนที่ 1

อริสานั่งรับบรรยากาศกดดันในที่ประชุมด้วยสีหน้าเฉยชา กระท่อมกลางป่าแห่งนี้ดูจะเป็นสถานที่สมบูรณ์แบบสำหรับจัดงานพบปะแสนอบอุ่นระหว่างฮันเตอร์สองแคลน...

อบอุ่นกับคุณยายท่านสิคะ ปัดโธ่...

เธอถูกเรียกตัวมานั่งแปะอยู่ที่โต๊ะประชุมไม้เก่าๆ นี่ในฐานะฮันเตอร์ระดับผ้าคลุมแดง นั่นหมายความว่าเธอมีระดับและฐานะทางสังคมค่อนข้างสูงในแคลนของตน

การจะไม่มามันก็น่าเกลียดอยู่ ในฐานะหลานสาวที่ดีของหัวหน้าแคลนอาซูร์(ซึ่งเป็นคุณยายไม่ยอมแก่ท่านหนึ่ง) เธอจึงเป็นส่วนหนึ่งของการพบปะครั้งสำคัญนี้อย่างเสียไม่ได้

หญิงสาวถอนหายใจแรงและปัดผมยาวสีดำไปด้านหลัง ทั้งที่ข้างนอกก็ย่างเข้าฤดูใบไม้ร่วงแล้ว แต่อากาศในนี้ร้อนและเหม็นกลิ่นเหงื่อ พอบวกเรื่องนั้นกับบรรยากาศตึงเครียด มันก็ไม่ใช่สถานที่น่าอยู่นัก

ฝั่งตรงข้ามมีสมาชิกระดับสูงของคู่กรณีนั่งเรียงกันสลอน พวกเขาคือสมาชิกแคลนไม่น่าคบหานามว่าโรโฮ ซึ่งเป็นแคลนใหญ่ที่สุดของแถบนี้

เขาไม่ได้มาหาเรื่องเรา แต่เรานี่แหละไปหาเรื่องเขา...

“คืนตัวลิต้ามา” ชายผู้เป็นมือขวาของบอสแคลนอาซูร์ แคลนสังกัดของอริสากล่าวเสียงเข้ม เขาเป็นชายหนวดเฟิ้มร่างเบิ้มที่เด็กที่ไหนเห็นต้องวิ่งหนี สมัยเด็กเวลาไม่ได้ดั่งใจ อริสามักขู่เด็กที่เล่นด้วยว่าจะเรียกเขามา

“ไม่” มือซ้ายของอีกฝ่ายสวนเสียงต่ำ “ลิต้าเลือกจะทิ้งแคลนของพวกเจ้ามาหาพวกข้าเอง ทำไมพวกข้าต้องคืน?”

“เพราะลิต้ามีข้อตกลงกับเรา”

“ข้อตกลงอะไรกัน? เอาเอกสารมาให้ดูสิ” แคลนโรโฮฝ่ายศัตรูยังไม่ยอม

เรียกมาฟังคนตบตีแย่งโสเภณีรึ...? ไร้สาระสิ้นดี ทำไมฮันเตอร์ผ้าคลุมแดงอย่างข้าต้องมารับรู้อะไรแบบนี้? อริสาถอนหายใจยาว ดวงตาสีดำขลับประดับด้วยแพขนตางามลอบมองคุณยาย

บอสหรือหัวหน้าแคลนเป็นหญิงชราผู้สง่างาม ผมสีเงินเกล้ามวยตรงท้ายทอย ใบหน้ามีรอยเหี่ยวย่นของประสบการณ์ สวมชุดรัดกุมน่าเกรงขามสีดำสนิท เสื้อตัวนอกแทนที่จะสวมแขนเข้าไปกลับเอามาคลุมไหล่ดูโก้เก๋ บัดนี้นางนั่งหลังตรงกอดอก หลับตาฟังอยู่เงียบๆ กำลังรอเวลาออกโรง

“สรุปพวกเจ้าต้องการตัวลิต้าและผู้หญิงในสังกัดอีกหกคนคืน” ความสนใจของอริสากลับมาที่เรื่องตรงหน้าเมื่ออีกฝ่ายเริ่มเอ่ยสรุป “แต่พวกเจ้าก็รู้ว่าเราไม่ต้องการคืนและไม่อยากมีใครกลับไปหาเจ้า”

“ถ้าอย่างนั้นเราจะส่งตัวผู้หญิงห้าคนของพวกเจ้าคืน แลกกับลิต้าและผู้หญิงของเราอีกสี่คน พวกเจ้าเลือกเองได้ว่าจะส่งใครคืน” มือขวาหนวดเฟิ้มเสนอข้อตกลง ทว่ามือซ้ายของบอสโรโฮกลับทุบโต๊ะ

“เราจะไม่ทำข้อตกลง ลิต้าเบื่อพวกเจ้าและเลือกจะทำงานในถิ่นพวกเรา จบ!” เขาตะโกนเสียงดังเกินความจำเป็น ทั้งห้องเอื้อมมือคว้าด้ามอาวุธของตนเอง ทุกคนรอสัญญาณจากบอสของตนให้เริ่มห้ำหั่นอีกฝ่ายได้ ทว่าก็มีเด็กรับใช้กระหืดกระหอบเข้ามาแบบไม่อ่านบรรยากาศเลย

“จดหมายขอรับ!!!” เขาเดินต๊อกๆ ยื่นให้กับบอสแคลนโรโฮที่ขมวดคิ้วเป็นปมขณะอ่านเนื้อหา

ในสายตาอริสา เขาคนนี้คือบุคคลที่ไม่น่าคบหาอันดับหนึ่งของทวีป ชายผู้เอาแต่ใจกัดไม่ปล่อยนามว่า สกาย เกอติเรซ ซึ่งมักจะชอบเอาเรื่องไร้สาระมาเป็นประเด็นกับคุณยายและน้องสาวของเธอเสมอ หน้าตาของเขาก็ไม่จัดว่าน่าเกลียด เขามีสาวงามเข้ามาติดตรึม ด้วยรูปหน้าเรียวดุดันและดวงตาสีฟ้ารับกับเส้นผมสีทองอมเทา บวกกับรูปร่างสูงใหญ่บึกบึน เขาคือนิยามของสำนวน “หล่อเสียดายของ”

อริสาสาบานได้ว่าได้ยินเสียงชายหนุ่มวัยฉกรรจ์กัดฟันกรอดๆ

“หมายความว่ายังไง...”

“จะเป็นการดีมากหากท่านจะบอกพวกเราว่าท่านเพิ่งอ่านอะไรไป สกาย เกอติเรซ” คุณยายที่เงียบมาทั้งการประชุมเปิดปากพูด ส่งคลื่นเย็นยะเยือกแล่นตามสันหลังทุกคนในที่นั้น

“นังลิต้ากับพวก บอกว่าได้ขอพวกสุนัขของรัฐจัดตั้งเขตพิเศษ... ที่พวกมันจะบริหารกันเองและจ่ายค่าคุ้มกันให้เราทั้งสองแคลน...” จดหมายสั้นๆ ถูกขยำเป็นก้อน “ใครกัน...พวกโสเภณีบ้านนอกไม่มีทางทำอะไรแบบนี้ได้! พวกแกใช่ไหม?! ยอมรับมาซะดีๆ...โดยเฉพาะแก...”

สายตาของฝั่งตรงข้ามทุกคู่มองมาที่อริสา ไม่สิ... พวกเขากำลังมองคนที่นั่งยิ้มแป้น ไม่รู้ร้อนรู้หนาวที่อยู่ข้างกายอริสาต่างหาก...

เอาแล้วไหมล่ะ...ไปก่อเรื่องไว้อีกแล้ว...!

“นังอลิสา...!!!”

เจ้าของชื่อยังมีรอยยิ้มเรียบๆ ประดับบนใบหน้า เจ้าของใบหน้าจิ้มลิ้มและเรือนผมนุ่มฟูสีเกาลัดหัวเราะเสียงหวาน ไม่รู้สึกถึงบรรยากาศกดดันที่ชายฉกรรจ์อาวุธครบมือกว่ายี่สิบคนแผ่มาทางเธอแม้แต่น้อย

“ได้ส่วนแบ่งตั้งแคลนละยี่สิบห้าเปอร์เซ็นต์โดยไม่ต้องทำอะไร สบายไม่ใช่เหรอคะ?” เธอเอียงคอ ริมฝีปากสีชมพูอ่อนหยักยิ้มไร้เดียงสา ทว่าดวงตาสีไพลินกลับหรี่ลงเล็กน้อย “เผลอๆ อาจจะดีกว่าขูดเอาแปดสิบเปอร์เซ็นต์แต่ต้องมานั่งจัดการ ดูแลความปลอดภัย แถมทะเลาะแย่งตัวสาวๆ แบบนี้อีก เห็นแล้วเหนื่อยแทนเลยค่ะ”

“แก...ถอนข้อตกลงนั่นเดี๋ยวนี้! เรายังไม่ได้ให้การรับรองสักหน่อย!”

“ถ้าอย่างนั้นก็รับรองตอนนี้เลยสิคะ” สาวน้อยยกกลไกง่ายๆ ขึ้นมา มีปุ่มสีแดงกับสายเชื่อมไปยังใต้ดิน “แต่ว่า... พอดีว่าข้าอยากให้เรื่องจบภายในวันนี้ ไหนๆ ฝ่ายบริหารของทางนั้นก็มากันครบ ถ้าไม่รังเกียจก็ช่วยตกลงกันให้เสร็จเลยนะคะ แต่ถ้าปฏิเสธข้าอาจต้องใช้มาตรการหว่านล้อมที่รุนแรงกว่าเดิมเล็กน้อย”

“จะบ้าหรือไง?!” อริสากระซิบคนที่ชื่อต่างกันแค่ตัวอักษรเดียว “เราจะตายกันหมดนะ...!”

ทว่าอีกฝ่ายยังนั่งนิ่ง นิ้วค้างบนปุ่มสีแดงจนกระทั่งมือซ้ายของบอสโรโฮผ่อนลมหายใจ กดไหล่บอสของตนอย่างสกายให้นั่งลงตั้งสติก่อน ไม่อย่างนั้นชายหนุ่มคงตรงเข้าไปบีบคออลิสาแน่

“...จะรู้ได้ยังไงว่ามีระเบิดอยู่ที่นี่จริงๆ?” อีกฝ่ายยังไม่ยอมง่ายๆ “เจ้าคงไม่เอาบอสของตัวเองมาเสี่ยงหรอก”

“อืม งั้นลองคิดดูนะคะ...” อลิสาเอียงคอ “ดูเหมือนว่าพวกเราจะนั่งอยู่คนละฟากของห้อง และที่นั่งก็ถูกกำหนดมาตั้งแต่ก่อนเริ่มประชุม เพราะฉะนั้นถ้าข้าอยากจะวางระเบิด ย้ำว่าถ้าข้าวางระเบิดไว้จริงๆ...”

“แก!!!” สกายลุกพรวด อลิสาเองก็ลุกขึ้นเร็วจนเก้าอี้กระเด็นไปข้างหลัง

“ยอมคุยกันดีๆ ไหมคะ?” เด็กสาวหน้าหวานยื่นคำขาด รอยยิ้มระรื่นผิดกับแรงกดดันที่แผ่จากร่างเล็ก “เห็นว่าแคลนอาซูร์ของพวกข้าเป็นแคลนเล็กไร้กำลังคน เลยวางกำลังติดอาวุธครบมือของทางนั้นล้อมทางหนีของพวกเราไว้เผื่อการเจรจาไม่เห็นผลอย่างที่คาด? คิดว่าพวกข้าไม่รู้ตัวเหรอคะ? การทำให้ทั้งสองฝ่ายแบกรับความเสี่ยงเท่ากันแบบนี้ยุติธรรมดีแล้วค่ะ หรือทุกท่านไม่เห็นด้วย?”

“ฝังระเบิดไว้ใต้พวกเรา...พวกรักษาความปลอดภัยไร้น้ำยาหรือไง?!” บอสฝั่งนั้นยังตะโกนโหวกเหวกต่อไม่หยุด อริสายิ่งคิดว่าหล่อเสียของยิ่งกว่าเดิม ไม่สิ หน้าตาเหยเกแบบนั้นขนาดเด็กส่งของที่ผ่านหน้าบ้านบ่อยๆ ยังดูมีรสนิยมมากกว่า ถ้าบนโลกเหลือผู้ชายแค่สองคนคือไอ้สกายกับเด็กส่งของ เธอขอเลือกแต่งงานกับเด็กส่งของยังจะดีกว่า

“เสียดายจริง ถ้าคุยกันไม่รู้เรื่องคงต้องใช้มาตรการสุดท้าย ทุกคนเตรียมหลบนะคะ นับสาม...สอง...”

อ่านต่อ

สารบัญ The Wolf's Bride หนูน้อยหมวกแดง เจ้าสาวหมาป่า

Ch. 1 Ch. 2 Ch. 3
Ch. 4
Ch. 5
Ch. 6
Ch. 7
Ch. 8
Ch. 9
Ch. 10
Ch. 11
all

คุณอาจจะชอบ

นิยายมาใหม่

ภาพปกนิยายเรื่อง แก้วตาดวงใจของเขา
9.3
ตลอดเวลาห้าปีที่ฉินเฉี่ยนยอมเป็นเพียงผู้หญิงในเงาของลู่ซีซิงสิ้นสุดลงทันทีเมื่อเขาตัดสินใจหมั้นกับหญิงอื่น เธอเลือกที่จะหันหลังและเดินจากไปอย่างไม่ลังเล ทว่าซีอีโอหนุ่มผู้เย็นชาเพิ่งรู้ตัวและออกตามล่าหาตัวเธออย่างบ้าคลั่งนานถึงเจ็ดวัน แต่เมื่อได้พบกันอีกครั้ง เธอกลับกลายเป็นคนใหม่ที่เพียบพร้อมและมีชายอื่นอยู่เคียงข้างกายแล้ว ลู่ซีซิงที่หัวใจแตกสลายพยายามทำทุกวิถีทางเพื่ออ้อนวอนขอโอกาสแก้ตัวและหวังให้เธอกลับมาเป็นเหมือนเดิม ทว่าสิ่งที่เขาได้รับกลับมีเพียงรอยยิ้มที่เย็นชาและความห่างเหิน แม้เขาจะพยายามรั้งเธอไว้ด้วยรักที่เพิ่งตื่นขึ้นในวันที่สายเกินไป
ภาพปกนิยายเรื่อง หลังหย่า อดีตภรรยา นายอาจเอื้อมไม่ถึง
9.1
เมื่อห้าปีก่อน ซางหว่านยอมเสี่ยงชีวิตเพื่อปกป้องเผยจี๋ จนส่งผลให้เธอต้องสูญเสียความสามารถในการตั้งครรภ์ไปตลอดกาล แม้ว่าในอดีตเขาจะเคยยืนยันอย่างหนักแน่นว่าไม่คิดอยากมีลูก แต่ในเวลาต่อมาเขากลับเปลี่ยนใจ และตัดสินใจเลือกซูเซวี่ย นักศึกษาสาวที่มีหน้าตาคล้ายกับภรรยามาทำหน้าที่อุ้มบุญเพื่อกำเนิดทายาทให้ตนเอง โดยที่เผยจี๋ไม่เคยคาดคิดเลยว่า ข้อเสนออันแสนเห็นแก่ตัวและไร้หัวใจในครั้งนี้ จะกลายเป็นฟางเส้นสุดท้ายที่ผลักไสให้ซางหว่านตัดสินใจยุติความสัมพันธ์ และเลือกที่จะเดินจากชีวิตของเขาไปอย่างถาวรโดยไม่มีวันย้อนกลับมาอีก
ภาพปกนิยายเรื่อง เก็บรักมาเฟีย
8.1
"โดมินิก" จะทำยังไงดี คนที่คิดว่าตัวเองตัวคนเดียวไม่มีใครมาตลอด แต่มาวันนี้กลับต้องมามีลูก ใช่ "ลูก" แถมลูกก็อายุ 7 ขวบแล้ว และแม่ของลูกก็ปิดบังเขามาตลอด ทั้งโกรธทั้งโมโหและพิศวาสแม่ของลูก แล้วจะทำยังไงดีเมื่อลูกก็อยากได้ แม่ของลูกก็อยากได้ เขาต้องได้ทั้งสองอย่างไม่มีทางยอมเสียอย่างใดอย่างหนึ่งแน่ "กันตา" เพราะความผิดพลาดในอดีตถึงทำให้เธอมีอีกหนึ่งชีวิตต้องดูแล "กันติชา" หรือ "น้องเดียร์" ลูกสาววัย 7 ขวบที่เธอเลี้ยงดูมาตลอด แต่พอมาวันนี้โชคชะตากลับเล่นตลกทำให้เจอกับพ่อของลูก และแน่นอนว่าเขาอยากได้ลูกของเธอไปอยู่ด้วย แล้วแม่อย่างจะทำยังไงล่ะ จากที่ต้องห่วงลูกกลัวเขาพาลูกหนียังต้องระแวงกลัวว่าเขาจะขมเหงตัวเองด้วย ศึกหนักแบบนี้เธฮจะทำยังไง ก็เขามันมาเฟียเถื่อน แถมหื่นเข้าเส้นอีกต่างหาก ********** “แด๊ดดี้ขา แด๊ดดี้มีน้องให้น้องเดียร์ได้ไหมคะ” “อืม...ว่าไงนะคะน้องเดียร์” โดมินิกไม่เข้าใจคำขอของลูกสาว วันนี้มาแปลก เล่นเอาคนที่กำลังนั่งหน้าตึงอยู่ในรถที่กำลังแล่นบนถนนถึงกับเลิกคิ้วขึ้นทันที “แด๊ดดี้มีน้องให้น้องเดียร์ได้ไหมคะ น้องเดียร์อยากมีน้องเหมือนเพื่อนที่โรงเรียนค่ะ นะคะ น้องเดียร์อยากมีเพื่อนเล่นที่บ้าน” “แด๊ดดี้มีให้ได้ครับ แต่ต้องขึ้นอยู่กับแม่แก้มของน้องเดียร์ด้วยว่าจะยอมมีน้องให้น้องเดียร์รึเปล่า” เสียงอ่อนโยนของมาเฟียหนุ่มส่งกลับมาในสาย “แม่แก้มรักน้องเดียร์ แม่แก้มต้องยอมมีน้องให้น้องเดียร์แน่นอนค่ะ แด๊ดดี้ขา น้องแก้มไม่อยู่นะคะวันหยุดสองวันนี้ คุณปู่และคุณย่าจะพาไปเที่ยวเกาะส่วนตัวที่ฮาวายค่ะ และถ้าน้องเดียร์กลับมาจากเที่ยว น้องเดียร์ต้องได้น้องนะคะ” “น้องนะคะน้องเดียร์ ไม่ใช่ของเล่นนะคะที่จะได้ขอแล้วก็มาเลย แด๊ดดี้ขอเวลาไม่นานนะคะ แด๊ดดี้จะทำน้องน่ารักๆ เหมือนน้องเดียร์ให้นะคะ” “สัญญานะคะ” “สัญญาลูกผู้ชายครับ” ********* “อย่ามาแตะต้องตัวฉันคุณโดม” มือเล็กปัดมือใหญ่ออกจากแก้มนวลของตัวเอง “ผมก็จับ ก็จูบ ก็หอม ก็ดูดของผมทุกคืนตอนคุณหลับ ทำไมผมจะทำไม่ได้ตอนคุณรู้สึกตัวแบบนี้แก้ม” “สารเลว!” หึ! “ผมยังดีกว่าไอ้โทนี่ก็แล้วกันแก้ม” “คุณเลวกว่าเขาต่างหากล่ะคุณโดม คุณทำให้ฉันมีแผลในใจมาแล้วในครั้งอดีต คุณยังเลือกจะทำแบบนั้นอีกเหรอ ถ้าคุณข่มเหงฉัน ฉันจะเกลียดคุณกว่าเดิม” “แล้วผมต้องสนใจไหม เพราะผมแค่ต้องการ ผมไม่ได้ต้องการความรักจากคุณเลยแก้ม ผมแค่อยากได้คุณเท่านั้น พอผมเบื่อ ผมก็จะไม่แตะต้องคุณเองคนสวย” มือหยาบกร้านลูบไล้มายังลำคอระหงแล้วโน้มหน้าลงไปหายใจรดใบหน้าสวยชื้นเหงื่อของเธอแล้วพูดต่อ... “ผมแค่อยากได้คุณเท่านั้นแก้ม ไม่ได้คิดจะรักหรือต้องการความรักจากคุณ ถ้าจะเกลียดก็เชิญตามสบาย และถ้าจะมีน้องให้น้องเดียร์อีกคน คุณก็ต้องเป็นแม่ เพราะคุณเลี้ยงน้องเดียร์มาดีและสอนแกมาดียังไง คุณก็ต้องเลี้ยงลูกคนที่สองของผมได้ดีแน่นอนแก้ม” “ฉันเกลียดคุณ...ถุย!” กันตาถุยน้ำลายใส่คนตรงหน้า หาได้หวาดกลัวสายตาดุดันของมาเฟียหนุ่มเลยสักนิด เพราะตอนนี้หล่อนรู้แล้วว่าตัวเองหมดทางหนีรอดแล้ว “อ่า...รู้ไหมว่าคุณเป็นคนแรกที่ตบผม และมาตอนนี้ยังถุยน้ำลายใส่หน้าผมอีก” โดมินิกผละมือจากลำคอระหงมาลูบน้ำลายที่เปื้อนหน้าผากตัวเองมาหยุดอยู่ที่ปากหนาแล้วก็แตะปลายลิ้นกับคราบน้ำลายนั้น “ผมไม่รังเกียจหรอกนะ เพราะตอนจูบกัน ผมก็ต้องกินน้ำลายคุณอยู่ดีแก้ม อ่า...” จบประโยคก็ลากปลายลิ้นถูไถไปมากับฝ่ามือของตัวเอง “ไอ้มาเฟียโรคจิต!” “ขอบคุณที่ชมผมนะแก้ม และผมจะทำให้คุณดูว่าผมโรคจิตหรือเปล่า” เมื่อพูดจบโดมินิกก็โน้มหน้าลงทาบทับริมฝีปากหนาของตัวเองกับริมฝีปากสีระเรื่อของกันตา ทันทีที่ได้ทาบทับเขาก็บดจูบคลอเคลียสอดแทรกปลายลิ้นสากเข้าไปในโพรงปากเล็กที่กำลังเผยออ้าจะร้องค้าน และจังหวะนั้นเองที่เขาได้ดันปลายลิ้นตัวเองเข้าไปในปากหวานของกันตา “อ่ะ...อื้อ...” ***********
ภาพปกนิยายเรื่อง ฉากรักในคืนฝนโปรย
8.2
เธอ…คือแม่หม้ายป้ายแดง ส่วนเขา…คือหนุ่มหล่อผู้หลงรักแม่หม้าย เธอใจแข็งเป็นหิน ส่วนเขาก็ตื้อเท่านั้นที่จะครองโลก -------------------------------------- ณาณีมเปิดและส่งรูปของราฮีมที่เธอแอบถ่ายชายหนุ่มไว้ไปให้ทั้งสองได้ดูผ่านไลน์ ณิการ์และธัญมณกรี๊ดกร๊าดเป็นการใหญ่ เพราะราฮีมหล่อและดูดีกว่าที่คิดไว้มาก “แกจะปิดกั้นตัวเองทำไมยะ ในเมื่อมีผู้ชายดีๆ เดินเข้ามา แกก็รับเขาไว้พิจารณาสิ” ณิการ์ที่ได้ฟังเรื่องราวทุกอย่างเอ่ยขึ้น “แต่ฉันไม่อยากวนกลับไปใช้ชีวิตแต่งงานอีกนี่แก” แม้จะอยากเปิดใจให้ราฮีม แต่สิ่งที่ณาณีมกลัวคือการแต่งงาน การต้องใช้ชีวิตด้วยกันทั้งวันทั้งคืน “ก็อยู่กันไปแบบนี้ ไม่ต้องแต่ง” “ก็คิดว่าจะไม่แต่ง แต่ฉันกับเขาก็ต้องมีเซ็กซ์กัน ฉันจะทำได้เหรอ ในเมื่อสิบสามปีที่ผ่านมาของฉัน มีแค่พี่แดนคนเดียว” นี่คืออีกเรื่องที่ณาณีมกังวล “ของใหม่ๆ คนใหม่ มันอาจทำให้อารมณ์แกซู่ซ่าก็ได้ ชีวิตเป็นของแก แล้วตอนนี้แกก็โสดแล้ว” ธัญมณเอ่ยขึ้นบ้าง นั่นทำเอาณิการ์ที่ปกติลุคจะแรงที่สุดของกลุ่มถึงกับอุทานออกมา “หืม…” “แกเป็นเจ้าของจิ๊มิแต่เพียงผู้เดียวยัยณา แกจะใช้กับใครมันก็สิทธิ์อันชอบธรรมของแก เพราะแกโตแล้ว...เข้าใจ๋” ประโยคนี้ยังเป็นของธัญมณ แต่ดูเหมือนณาณีมจะเข้าใจอะไรยาก “ไม่เข้าใจ” “โอ๊ย! ยัยณา ชีวิตนี้แกจะเจอดุ้นแค่อันเดียวเหรอยะ เลิกกับพี่แดนแล้วแกจะเอาปูนมาโบกจิ๊มิ ไม่ยอมให้ดุ้นอันอื่นผ่านเลยก็ใช่เรื่อง แก่จนอายุจะสามสิบห้า แถมยังมาเป็นหม้ายเอาตอนนี้อีก มดลูกก็ฝ่อลงไปทุกวัน มีของดีติดอยู่กับตัวเอง ทำไมไม่ใช้ กลัวอะไร” ณิการ์เริ่มตามธัญมณทัน และยุณาณีมมันเสียเลย “กลัวสารพัดสิ่งอ่ะ กลัวจนไม่กล้าไปหมด” “งั้นวันไหนที่คุณราฮีมกลับมาเมืองไทย ให้ฉันไปทดสอบความฟิตและความอึดให้เอาไหม งานนี้ฟรี ไม่คิดค่าเสียหาย” “ยัยปุ้ยบ้า เดี๋ยวผัวแกก็เอาปืนมายิงแสกหน้าคุณราฮีมกันพอดี” ณาณีมแหวใส่ความคิดบ้าๆ ของเพื่อน “เท่าที่แกเล่ามา ดูเหมือนยัยพราวก็ทำท่าจะชอบคุณราฮีมอยู่ไม่น้อย วันดีคืนดีพราวคาบไปกิน จะมานั่งเสียใจไม่ได้แล้วนะยะ” “โอ๊ย!...นั่นยิ่งไม่ได้ใหญ่” คนมาปรึกษาเริ่มหัวเสีย ส่วนคนให้คำปรึกษาก็ชักจะสนุก ที่สามารถแหย่จนณาณีมเผยความรู้สึกของตัวเองออกมาแบบนี้ “นั่นก็ไม่ได้ นี่ก็ไม่ได้ ยอมรับมาเถอะ ว่าแกเองก็ชอบคุณราฮีมอยู่” “แกว่าถ้าฉันจะรักใครใหม่ มันไม่เร็วไปเหรอ ทั้งๆ ที่ฉันเพิ่งหย่า” นี่คือสิ่งที่ณาณีมกังวลอยู่เหมือนกัน เธออยากเป็นโสดให้นานกว่านี้ สองสามปี หรือมากกว่านี้ก็ได้ “ไม่เร็ว ช้าไปด้วยซ้ำ เพราะชีวิตมันต้องเดินไปข้างหน้า ไม่ใช่จมปลัก เอาอดีตมาเป็นกำแพง” ----------------------------------------- “ผมรู้สึกแปลกๆ อยากให้คุณช่วย” เสียงอู้อี้ของราฮีมเอ่ยตอบ เพราะยังคงเอามือปิดปากไว้อยู่ “ช่วยอะไรคะ?” สีหน้าของณาณีมเต็มไปด้วยเครื่องหมายคำถาม นั่นเพราะยังไม่เข้าใจว่าราฮีมเป็นอะไร และเขาอยากให้เธอช่วยอะไร “ช่วยถอนพิษให้ผมหน่อย” “ถอนพิษ พิษอะไร” ตอนนี้สีหน้าของณาณีมยิ่งงงเข้าไปใหญ่ “ก็พิษจากลิปสติกสีแดงๆ ของคุณพราวที่มันติดอยู่บนปากของผมตอนนี้ไง” “คุณราฮีม…อื้อ…” พอฟังจบณาณีมก็ทำท่าจะขยับหนี แต่ราฮีมกลับไวกว่ามาก ชายหนุ่มใช้มือที่ปิดปากตัวเองไว้เมื่อครู่ เอื้อมมารวบตัวณาณีมเข้าไปกอด จากนั้นก็โน้มใบหน้าลงมาจูบเธออย่างรวดเร็ว และนี่คือวิธีถอนพิษที่เขาเอ่ย ณาณีมอึ้ง ทำตัวไม่ถูก สมองสั่งงานให้ผลักราฮีมออกห่าง แต่ร่างกายกลับตรงกันข้าม เพราะมันไม่ทำตามที่เธอสั่งเลย ตั้งแต่เกิดมาเธอเคยจูบกับผู้ชายแค่คนเดียวนั่นคือดาวิน เธอจำไม่ได้ว่าจูบครั้งล่าสุดกับดาวินเมื่อไหร่ และเพราะจำไม่ได้ จึงลืมเลือนรสจูบของอดีตสามีไปจากความรู้สึกเช่นกัน เวลานี้หัวใจของณาณีมเต้นแรงมาก รู้สึกวาบหวามกับจูบที่ราฮีมมอบให้จนควบคุมตัวเองไม่ได้ จูบที่ทำให้เธอขนลุกซู่ ร่างกายไหวระริกเหมือนเด็กสาว และนั่นก็ทำให้ณาณีมเผลอจูบชายหนุ่มกลับไปเช่นกัน ถ้าไม่ติดว่านี่มันริมถนน ราฮีมคงอุ้มณาณีมไปบนเตียงแล้วก็ทำตามที่ใจเขาเรียกร้องแล้ว “คุณจูบเก่งกว่าที่ผมคิดไว้เสียอีก” เขาจำเป็นต้องถอนจูบออก และรู้สึกว่าตอนนี้ ฝนกำลังโปรยปรายลงมาจากท้องฟ้า “ก็ฉันผ่านเรื่องพวกนี้มาแล้วนิ” “แล้วทำไมใจต้องเต้นแรงแบบนี้ด้วย ลมหายใจคุณก็ร้อน” เพราะความใกล้ชิด ทำให้ราฮีมได้ยินเสียงเต้นของหัวใจณาณีมชัดมาก มิหนำซ้ำเวลานี้ตัวเธอก็ร้อนผ่าวเหมือนคนมีไข้
ภาพปกนิยายเรื่อง เมื่อ playboy ตัวร้าย ต้องแพ้พ่ายยัยตัวเล็ก  (แอลตัน-สายป่าน)
8.9
เมื่อแอลตัน หนุ่มหล่อชาวฝรั่งเศสวัย 35 ปีผู้รักชีวิตโสดและมีปมในอดีต ต้องมาเจอกับสายป่าน สาวสวยสุดแซ่บวัย 20 ปีที่มีความป่วนและไม่ยอมคน ความคิดที่ไม่ยอมผูกมัดกับใครของเขาจึงเริ่มสั่นคลอนอย่างหนัก การเผชิญหน้าระหว่างเพลย์บอยหนุ่มผู้รักอิสระกับสาวน้อยจอมแสบที่พร้อมท้าชนทุกสถานการณ์ นำไปสู่ภารกิจปราบเสือร้ายให้ยอมจำนน ท่ามกลางความวุ่นวายที่ชวนลุ้นว่าความรักของทั้งคู่จะลงเอยอย่างไร
ภาพปกนิยายเรื่อง เมียถูกทิ้ง กลับมาเป็นเศรษฐินีใหญ่
8.5
ชีวิตคู่สามปีของพรกมลพังทลายลงในวันครบรอบแต่งงาน เมื่ออภิเดชผู้เป็นสามีแสดงออกอย่างเย็นชาว่าหัวใจของเขามีเพียงศศิกานต์เท่านั้น แม้ว่าพรกมลกำลังอุ้มท้องลูกของเขาอยู่ แต่อภิเดชกลับไร้ความปรานี บีบคั้นให้เธอหย่าร้างและสั่งให้ไปทำแท้งอย่างไม่ไยดี ยิ่งไปกว่านั้นเขายังหลงเชื่อคำลวงของศศิกานต์ที่คอยกลั่นแกล้งเธอในที่ทำงาน จนพรกมลหมดสิ้นความอดทน ตัดสินใจเซ็นใบหย่าและลาออกจากงานเพื่อตัดขาดจากอดีตอันแสนเจ็บปวด เธอเลือกเดินหน้าเริ่มต้นชีวิตใหม่เพียงลำพังพร้อมกับลูกในท้องโดยไม่คิดจะหันหลังกลับไปมอง
รายชื่อตอน
อ่านเลย
แชร์