APKDock Logo
รายชื่อตอน
แชร์
ภาพปกนิยายเรื่อง อาเขยจอมเถื่อน

อาเขยจอมเถื่อน

เมื่อโชคชะตาเล่นตลกให้ พลับพลึง หญิงสาวผู้ศรัทธาในรักแท้ ต้องตกเป็นภรรยาของ พ่อเลี้ยงดรัณ มหาเศรษฐีหนุ่มผู้จมอยู่กับความเจ็บปวดในอดีตจนกลายเป็นคนป่าเถื่อนไร้หัวใจ สถานะระหว่างน้าเขยกับหลานเมียจึงแปรเปลี่ยนไปตลอดกาล ชายที่เธอเคยแอบรักกลับกลายเป็นคนใจร้ายคอยบีบคั้นและทรมานเธออย่างไร้เหตุผล พลับพลึงต้องยอมจำนนทำทุกอย่างตั้งแต่ตรากตรำทำงานหนักในไร่ไปจนถึงหน้าที่ปรนนิบัติบนเตียงเพื่อหวังจะช่วยเยียวยาบาดแผลในใจของเขา แม้ต้องเผชิญกับบททดสอบอันแสนสาขมืดมนและแสนสาหัสเพียง
รายชื่อตอน
แชร์

ตอน 3

“คุณกาญ ลูกเราไปไหน” พ่อเลี้ยงรุ่งโรจน์เจ้าของไร่รุ่งโรจน์และเป็นบิดาของพลับพลึงถึงกับเอ่ยปากถามภรรยาเมื่อไม่เห็นบุตรสาวหลายชั่วโมงแล้ว

“ก็คงอยู่ที่ไร่อิงฟ้าเหมือนเคยนั่นแหละค่ะ ลูกเราน่ะดื้อ เตือนเท่าไหร่ก็ไม่เคยฟังนี่คะ”

แม่เลี้ยงกาญจนาถึงกับส่ายหน้าเมื่อพูดถึงบุตรสาวคนสวยเพียงคนเดียวของตน พลับพลึงไม่ใช่เด็กดื้ออย่างที่พูดหรอก เพียงแต่เธอมักจะทำอะไรโดยขาดความไตร่ตรองให้รอบคอบเสียก่อน ทำโดยไม่คิดหน้าคิดหลัง นึกจะทำก็ทำ ทว่าพลับพลึงก็เป็นเด็กฉลาด ออกจะฉลาดแกมโกงเสียด้วยซ้ำในบางครั้ง ความซุกซนก็ต้องมีบ้างตามประสาเด็กสาวแรกรุ่น วัย 21 ปี สำหรับพ่อเลี้ยงแม่เลี้ยงแล้วยังถือว่าเด็กอยู่มาก เป็นเด็กวัยรุ่นที่มักจะทำอะไรตามอำเภอใจ เรียกร้องเอาแต่ใจให้ได้ทุกอย่างที่ต้องการ

เมื่อ 5 ปีก่อน พลับพลึงขอเข้าเรียนในโรงเรียนประจำซึ่งเป็นโรงเรียนคอนแวนต์หญิงล้วน เธอเป็นเด็กเรียนเก่ง สามารถเรียนจบเพื่อจะต่อในระดับชั้นอุดมศึกษาในเวลาเพียง 2 ปี หลังจากนั้นเธอก็ขออนุญาตไปเรียนในมหาวิทยาลัยเชียงใหม่และอยู่หอพักจนกระทั่งสำเร็จการศึกษา เธอตั้งใจเรียนเหมือนจะรีบเรียนให้จบด้วยคะแนนดีเยี่ยม เพียง 3 ปีกว่า เธอก็สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี

เมื่อเรียนจบ พลับพลึงก็กลับมาช่วยงานที่บ้านโดยบอกว่า ขอช่วยงานในไร่ให้สนุกเต็มที่ก่อนจะหางานทำที่ตรงกับสาขาที่เรียนมา เธอเรียนจบศิลปะศาสตร์เอกวิชามัณฑนศิลป์ เมื่อจบออกมาก็ตั้งใจจะเป็นมัณฑนากรสาวซึ่งชื่นชอบการวาดรูปเป็นงานอดิเรก ฝีมือของเธอยังไม่เข้าขั้นเป็นได้แค่จิตรกรฝึกหัดและยังต้องพัฒนาฝีมืออีกมาก ไม่ว่าเธอจะเรียนอะไรคุณพ่อกับคุณแม่ก็ยินดีส่งเสียอยู่แล้ว

“พ่อเลี้ยงดรัณไม่ใช่คนเดิมอีกต่อไป ลูกเราเข้านอกออกในบ้านเขาเหมือนเก่าจะดูไม่งามนะคุณ”

พ่อเลี้ยงรุ่งโรจน์เป็นห่วงกลัวจะมีคนครหาบุตรสาว ถ้าเป็นก่อน 5 ปีที่ผ่านมา เขาก็คงจะไม่นึกห่วงขนาดนี้ เพราะดรัณเป็นคนจิตใจดี อ่อนโยนและน่าคบหา มีทั้งพระเดชและพระคุณที่ใครๆ ต่างก็ยอมก้มหัวให้ ตอนนี้พระเดชพระคุณของพ่อเลี้ยงหนุ่มก็ยังคงอยู่ แต่สภาพทางจิตใจที่เปลี่ยนไปสุดขั้วก็ทำให้คนเป็นพ่อเป็นแม่ของหญิงสาวนึกขยาด ดรัณคนนี้ร้ายกาจเขาอยู่ในร่างเทพบุตรก็จริงแต่จิตใจของเขาคืออสูร

“คงไม่เป็นไรหรอกมั้งคะ ถึงยังไงพ่อเลี้ยงดรัณก็ยังเป็นคนเดิม แม้อะไรๆ จะเปลี่ยนไปจากหน้ามือเป็นหลังมือก็เถอะค่ะ ดรัณคงไม่ทำร้ายลูกเราหรอกนะคะ”

“ไม่แน่หรอกคุณ หมอนั่นมันเคยมองใครในแง่ดีสักที่ไหน ตั้งแต่ยัยอิงจากไป สายตาและจิตใจของหมอนั่นก็เปลี่ยนไปเหมือนกัน ผมเป็นห่วงกลัวยัยพลับจะโดนลูกหลง ลูกเราเพิ่งจะเรียนจบกลับมาไม่นาน แทนที่จะช่วยงานในไร่อย่างที่บอกไว้ กลายเป็นไปขลุกอยู่แต่ในไร่อิงฟ้า เป็นผู้หญิงไปอยู่กับผู้ชายเป็นวันๆ คนจะครหาได้นะ”

“ปล่อยลูกเถอะค่ะ ดิฉันว่าลูกคงอยากอยู่ใกล้ดรัณเหมือนเมื่อก่อน”

“เมื่อก่อนน่ะยัยพลับยังเด็ก แต่ตอนนี้ลูกเราโตเป็นสาวสวยสะพรั่งแล้วนะ ที่สำคัญผมเคยเห็นสายตาที่ยัยพลับมองไร่อิงฟ้า มันดูแปลกๆ ยังไงชอบกล”

“ยัยพลับก็คงคิดถึงอาอิงของแกกระมังคะ” แม่เลี้ยงกาญจนาคิดในด้านดีไว้ก่อน

“ถ้าเป็นอย่างนั้นผมก็คงไม่คิดมาก แต่กลัวว่าสายตาของยัยพลับจะไม่ได้มองแค่ไร่อิงฟ้า หรือแม้แต่คิดถึงยัยอิงน่ะสิ ถ้าลูกเราจะมองเลยไปถึงใครอีกคนที่อยู่ในไร่นั้นด้วย เราจะทำยังไงดี”

เรื่องนี้อย่าว่าแต่สามีจะคิดเลย กาญจนาผู้เป็นภรรยาก็คิด ใช่ว่าจะชอบให้บุตรสาวเทียวเข้าออกไร่อิงฟ้าเหมือนบ้านของตน ทั้งที่ตอนนี้ไม่มีอาสาวอยู่ที่นั่นอีกแล้ว แต่จะทำอย่างไรได้จะออกปากห้ามจริงๆ จังๆ ก็กระไรอยู่ ถึงยังไงดรัณก็เปรียบเสมือนญาติของคนในตระกูลโรจนศุภเกียรติ

“ดิฉันว่าเราอย่าเพิ่งคิดกันไปไกลเลยนะคะ พ่อเลี้ยงดรัณอาจจะใจดีกับพลับพลึงก็ได้ เขาอาจจะใจร้ายกับคนอื่นแต่กับลูกของเราเขาคงใจดีด้วย ไม่งั้นยัยพลับจะเทียวเข้าเทียวออกหรือคะ คุณอย่าคิดมากเลยนะคะ สองคนนั่นเขาสนิทสนมกันมานานตั้งแต่คุณซื้อที่ดินผืนนี้แล้วนะคะ สิบกว่าปีมันก็นานมากอยู่นะคะ ดรัณคงจะเอ็นดูยัยพลับเหมือนลูกเหมือนหลาน”

“ถ้าเป็นแบบนั้นก็ดีสิคุณ ผมเป็นพ่อก็ห่วงลูก เอาเถอะ ผมจะเชื่อคุณก็แล้วกัน ว่าแต่วันนี้คุณจะเข้าเมืองหรือเปล่า ถ้าไป ผมจะไปด้วย ไม่ได้ไปไหนกับคุณนานแล้ว”

อยู่ๆ พ่อเลี้ยงรุ่งโรจน์ก็ทำตาเชื่อมใส่ศรีภรรยาแบบที่ไม่ค่อยได้ทำบ่อยนัก แม่เลี้ยงกาญจนาออกอาการเขินอายปรับสีหน้าไม่ทัน ก็แสร้งหยิกหมับเข้าไปบนท่อนแขนล่ำแล้วสะบัดค้อนให้หนึ่งที ทำเอาสามีหัวเราะชอบใจจนอกหนากระเพื่อมแล้วเกี่ยวเอาภรรยาเดินตรงไปที่รถ โดยไม่รอฟังคำตอบว่าคนที่กอดน่ะอยากไปหรือเปล่า

***************

“พายุไปไหน ใครเอาพายุไปวะ!!!”

เมื่อออกมาไม่เห็นเจ้าม้าหนุ่มสีนิลเหมือนสีตาของเจ้าของ ดรัณก็ออกอาการโกรธจนลมออกหู เขาตะโกนเสียงลั่นโหวกเหวกโวยวายจนไม่อยากมีใครเข้าไปตอบคำถามใกล้ๆ เจอใครเดินผ่านพ่อเลี้ยงหนุ่มก็ถามหากับทุกคน หลายคนที่ส่ายหน้าแล้วเดินหนี อารมณ์แบบนี้คนงานในไร่ไม่อยากสู้สายตาสักเท่าไหร่

“เฮ้ย! จะหลบตากันทำไม ใครไม่ตอบจะโดนหักเงินเดือนทั้งเดือน”

คราวนี้นายแดง หนึ่งในคนงานต้องตาลีตาเหลือกเข้ามาตอบ

“อยู่ในไร่ครับพ่อเลี้ยง”

“ในไร่? ฉันอยู่ที่นี่แล้วใครมันเอาไป อย่าบอกนะว่าเจ้าพายุมันเข้าไปเองน่ะ”

“เอ่อ...มีคนขี่เจ้าพายุไปครับ” นายแดงอ้อมแอ้มตอบ สงสารคนขี่ม้าตัวโปรดของเจ้านายก็สงสาร ถ้าพ่อเลี้ยงรู้ว่าใครขี่ไปเป็นได้เกิดเรื่องแน่ ทว่าถ้าไม่บอกความซวยก็คงมาเยือน แอบขอโทษขอโพยคุณหนูพลับพลึงอยู่ในใจ แล้วค่อยตอบคนหน้าดุโมโหจนหนวดงามๆ กระดิกดิ๊กๆ

“ใครวะ ใครมันกล้าขี่เจ้าพายุ เจ้าพายุมันไม่ยอมให้ใครขึ้นขี่ง่ายๆ นี่หว่า”

“เอ่อ...คุณหนูพลับพลึงครับ ผมเห็นเธอขี่พายุเข้าไปในไร่ ตอนนี้ก็คงยังอยู่ที่เดิมล่ะครับ”

ดรัณขบกรามกรอด เขาน่าจะคิดได้ตั้งแต่ทีแรกตอนไม่เห็นพายุแล้ว มันไม่เคยยอมให้ใครขึ้นขี่นอกจากเขาและ...เด็กคนนั้น แม้แต่อิงฟ้าก็ยังขึ้นขี่หลังมันไม่ได้

พลับพลึง!!

ติดตามชมต่อ!
เนื้อหากำลังเข้มข้น! สลับไปที่แอปเพื่ออ่านต่อ
ปลดล็อกทุกตอน
เปิดเว็บไซต์อย่างเป็นทางการ

คุณอาจจะชอบ

ภาพปกนิยายเรื่อง คู่แค้นแสนชัง
8.5
เมื่อความล้มละลายที่เกิดจากการฟ้องร้องโดยนายอิทธิพลเป็นเหตุให้บิดาต้องจบชีวิตลง กัมปนาทจึงถูกครอบงำด้วยไฟแค้นและตัดสินใจลักพาตัวกุหลาบแก้ว ทนายความสาวผู้มีส่วนทำลายครอบครัวของเขามาคุมขังเพื่อล้างแค้น แม้เขาจะตราหน้าและปฏิบัติกับเธอราวกับสิ่งไร้ค่าที่ต้องชดใช้ด้วยชีวิต ทว่าความใกล้ชิดในสถานการณ์อันตึงเครียดกลับค่อยๆ สั่นคลอนหัวใจที่เคยเย็นชาของเขาให้หวั่นไหว ร่วมลุ้นไปกับบทสรุปของความพยาบาทที่จะเปลี่ยนเป็นความรักท่ามกลางความขัดแย้งในภาคแรกของซีรีส์ศัตรูที่รัก
ภาพปกนิยายเรื่อง แด็ดดี้ ที่รัก
8.2
เมื่อหญิงสาวคนหนึ่งกลับไปมอบหัวใจให้ชายหนุ่มรุ่นใหญ่ผู้มีสถานะเป็นถึงพ่อของเพื่อนสนิท ความรักครั้งนี้จึงต้องถูกเก็บงำไว้เป็นความลับ ทว่าอุปสรรคชิ้นโตที่เธอต้องเผชิญไม่ใช่เรื่องของความเหมาะสมหรือช่องว่างระหว่างวัย แต่กลับเป็นมุมมองของเขาที่มักจะเอ็นดูและมองว่าเธอเป็นเพียงเด็กน้อยที่ยังไม่โตอยู่เสมอ เธอจึงตั้งมั่นที่จะทำทุกวิถีทางเพื่อทำลายภาพจำนั้น พร้อมทั้งพิสูจน์ให้เขาได้รับรู้ว่า ความรู้สึกที่เธอมีให้ไม่ใช่แค่ความชื่นชมแบบเด็กๆ แต่เป็นความรักที่ลึกซึ้งของหญิงสาวคนหนึ่ง
ภาพปกนิยายเรื่อง Kissing U : จูบปรารถนา
8.1
เมื่อสาวอกหัก ยอมมาเป็นเพียงแค่มดแดงแฝงพวงมะม่วง ขอแค่ให้ได้อยู่ใกล้ชายที่รัก จนกว่าเขาจะแต่งงาน แต่หารู้ไม่ว่านั่นคือการเปิดประตูพรหมลิขิตเข้าอย่างจัง ตึกๆ ตักๆ ตึกๆๆ ตักๆๆ จังหวะการเต้นของหัวใจนาราชานั้นถี่กระชั้นขึ้นจนเธอเหมือนจะเป็นลม ไม่กล้าแม้แต่จะลืมตาขึ้นมองธามด้วยซ้ำ แม้จะไม่ได้มองแต่เพราะตอนนี้อยู่ใกล้กันมากเกินไป ใกล้จนสัมผัสถึงลมหายใจอุ่นๆ ของธามได้ “โอ๊ย! ใจจ๋า อย่าเต้นดังไป เดี๋ยวเขาได้ยินหมด” นาราชาที่ยังคงหลับตาเอ่ยบอกหัวใจที่ตอนนี้เต้นรัวยิ่งกว่ากลองเพลยามออกรบ แต่เหมือนจะไม่ค่อยได้ผลสักเท่าไหร่นักและพอรับรู้ว่าปลายนิ้วของธามกำลังขยับ นาราชาก็ตัดสินใจเอ่ยถามออกไป “เอ่อ…ขะ…คุณธามคะ มันจำเป็นต้องจับตรงนั้นด้วยหรือคะ” “ตรงนั้นรู้เหรอว่าคือตรงไหน” “ก็ตรงที่คุณธามหยุดปลายนิ้วไว้น่ะค่ะ” เพราะยังคงหลับตา จึงไม่รู้ว่าตอนนี้มือธามอยู่ที่ไหน นั่นทำให้ธามอยากแกล้งคนรู้ดี “หึหึ…ถ้าไม่จับ แล้วฉันจะรู้ขนาดไหม” “หุ่นที่ปั้นนี่มันต้องรู้ขนาดของคนที่มาเป็นแบบ แบบเป๊ะๆ เลยเหรอคะ” “ใช่…ฉันชอบความเป๊ะ….” -------------------------------------------------------------------------------- “เสื้อเชิ้ตก็หอม เสื้อยืดก็หอม กางเกงยีนส์ก็ยังหอม โอ๊ย! เสื้อผ้าผู้ชายอะไรใส่แล้วยังหอมเหมือนยังไม่ได้ใส่ นี่ก็หอม เอ๊ย!” นี่ก็หอมที่ว่าคือบ็อกเซอร์สีขาวที่ตอนนี้อยู่ในมือเธอ แล้วเมื่อครู่เธอก็เอาเจ้านี่ขึ้นมาหอม มาดมไปตั้งหลายครั้ง หึหึ นาราชาเพ่งมองเจ้าบ็อกเซอร์สีขาวในมือ จินตนาการบางสิ่งบางอย่างก็โลดแล่นอยู่ในสมองอย่างไม่อาจห้ามได้ นั่นพลอยทำให้ใบหน้าเธอร้อนผ่าวๆ กับความคิดเชิงสิบแปดบวกของตัวเองในขณะนี้ “ยัยจิ้งบ้า คิดอะไรของหล่อน หล่อนเป็นผู้หญิงยิงเรือนะยะ” นาราชายิ้มเขิน แต่อยู่ๆ เสียงออดหน้าบ้านที่ดังขึ้นก็ทำให้คนที่กำลังเพ้อฝันถึงกับสะดุ้ง แล้วรีบออกไปดูทันที แต่พอเห็นว่าในมือกำลังถืออะไรติดมาด้วย ก็รีบเหน็บไว้กับขอบกางเกงพร้อมกับดึงเสื้อยืดตัวยาวที่สวมอยู่ลงมาปิด
ภาพปกนิยายเรื่อง NUMB PUT เมียผมนิ่งเฉย แต่รักจริง
8.5
เมื่อแฟนสาวทุ่มเทความรักให้ศิลปินเกาหลีอย่าง วี บีทีเอส จนลืมใส่ใจคนรักข้างกาย ความสัมพันธ์ที่เคยหวานชื่นก็เริ่มระส่ำระสาย ความน้อยใจและเวลาที่ลดน้อยลงเรื่อยๆ นำไปสู่ความเบื่อหน่ายที่กัดกินใจ ทว่ารอยร้าวครั้งนี้ไม่ได้มีเพียงแค่ความหึงหวงดารา แต่กลับมีบุคคลที่สามก้าวเข้ามาแทรกกลางจนสถานการณ์ยิ่งแย่ลง เมื่อความอดทนหมดสิ้นลง การตัดสินใจยุติความสัมพันธ์จึงเกิดขึ้น พร้อมข้อกังขาว่ารักครั้งนี้พังลงเพราะไปต่อไม่ได้ หรือแท้จริงแล้วเป็นเพราะเธอมีใครอีกคนซ่อนอยู่ท่ามกลางความเย็นชาที่แสนทรมาน
ภาพปกนิยายเรื่อง หว่ออ้ายหนี่...ท่านประธานลูกติดคนนี้คือที่
8.7
เมื่อ หลิวชิงเฟย นักแสดงสาวประสบอุบัติเหตุเสียชีวิตในกองถ่าย วิญญาณของเธอกลับตื่นขึ้นมาในร่างของหญิงสาวชื่อเดียวกันผู้มีนิสัยร้ายกาจจนทำลายครอบครัวตัวเอง แถมร่างนี้ยังเป็นเพียงตัวประกอบในโลกนิยายที่กำลังจะถูกมาเฟียผู้ทรงอิทธิพลแห่งเซี่ยงไฮ้กำจัดทิ้ง ทว่าก่อนที่เธอจะทันได้เอาตัวรอด พี่สาวของร่างนี้กลับฝากฝังคำขอสุดท้ายให้เธอพาสุนัขและหลานชายเดินทางไปพบพ่อแท้ๆ ชิงเฟยจึงต้องติดอยู่ท่ามกลางทางเลือกอันยากลำบากระหว่างการรักษาชีวิตตัวเองให้รอดพ้นจากอันตราย หรือจะยอมเสี่ยงเผชิญหน้ากับเส้นทางสุดอันตรายเพื่อทำตามคำสั่งเสียและส่งดวงวิญญาณของพี่สาวให้ไปสู่สุขคติอย่างสงบ
ภาพปกนิยายเรื่อง ซุปตาร์ คลั่งรัก
9.7
จุดเริ่มต้นความสัมพันธ์สุดป่วนเกิดขึ้นเมื่อ ‘เอิงเอย’ ถูก ‘กาวิน’ ซุปเปอร์สตาร์หนุ่มชื่อดังเดินชนอย่างแรง แต่เขากลับเดินผ่านไปเฉยๆ โดยไม่มีแม้แต่คำขอโทษ ด้วยความรักความถูกต้อง เธอจึงฝ่าด่านบอดี้การ์ดเข้าไปทวงถามความรับผิดชอบ ทว่าดาราหนุ่มผู้หยิ่งยโสกลับคิดว่าเธอเป็นเพียงแฟนคลับที่พยายามเข้าหาและแสดงท่าทีเย็นชาใส่ แม้ทีมงานจะห่วงภาพลักษณ์ของเขา แต่กาวินก็หาได้แคร์ไม่ จนกระทั่งเสียงต่อว่าของเธอทำให้เขาต้องยอมหยุดฟังและหันมาถามชื่อเธอ พร้อมยื่นเงื่อนไขว่าหากเธอไม่ยอมบอกชื่อ เขาก็จะไม่ขอโทษเด็ดขาด การปะทะคารมสุดตึงเครียดของทั้งคู่จึงเปิดฉากขึ้น