APKDock Logo
รายชื่อตอน
แชร์
ภาพปกนิยายเรื่อง หลินลี่ชา ฮูหยินร้ายจวนโหว

หลินลี่ชา ฮูหยินร้ายจวนโหว

ลี่มี่มี่ นักแสดงงิ้วพ่วงตำแหน่งบิวตี้บล็อกเกอร์ชื่อดัง ย้อนเวลามาอยู่ในร่างของหลินลี่ชา คุณหนูสิบหกผู้ดับสูญในกองเพลิงขณะที่ตระกูลหลินถูกพิพากษาประหารชีวิต โดยมีซือหม่าเยี่ยคัง คู่หมั้นหนุ่มผู้เป็นองครักษ์เสื้อแพรยืนดูเหตุการณ์อย่างไร้เยื่อใย เธอจึงหวนคืนมาอีกครั้งด้วยรูปลักษณ์ของนางงิ้วแห่งหอเลี่ยงเฟิ่ง และจงใจแทรกซึมเข้าสู่จวนตงฉ่างโหวในฐานะอนุเพื่อทวงแค้นชายใจทมิฬ ทว่าแผนการล้างแค้นกลับไม่เป็นไปตามคาด เมื่อชายหนุ่มผู้นั้นซ้อนแผนตลบหลังด้วยการยกฐานะเธอจากอนุขึ้นเป็นฮูหยินเอกอย่างเหนือความคาดหมาย
รายชื่อตอน
แชร์

ตอน 1

รัชศกเจี้ยนเหวิน ปีที่ 4

รัชสมัยจักรพรรดิหมิงฮุ่ยตี้(ฮ่องเต้เจี้ยนเหวิน)

         จักรพรรดิหมิงฮุ่ยตี้เสด็จขึ้นครองราชย์เป็นจักรพรรดิแห่งราชวงศ์หมิงหลังจากจักรพรรดิหงหวู่ พระราชอัยกาเสด็จสวรรคต พระองค์ได้ทรงใช้พระนามว่าฮุ่ยตี้ และใช้ศักราชประจำพระองค์ว่าเจี้ยนเหวิน ทรงดำเนินนโยบายลดทอนอำนาจของบรรดาหวางต่างๆ อย่างเข้มงวด อ๋อง 5 พระองค์ถูกย้ายออกจากเมืองที่ประทับ บางพระองค์ถูกปลด บางพระองค์ต้องฆ่าตัวตาย และเยี่ยนอ๋องจูตี้เองก็ถูกแพ่งเล็งเนื่องจากเป็นผู้ที่มีบทบาทมากในการศึกคราวก่อนๆ

และก่อนที่จักรพรรดิหงหวู่จะเสด็จสวรรคตนั้น จักรพรรดิเจี้ยนเหวินทรงมีพระราชโองการห้ามให้อ๋องต่างๆ เข้ามาถวายบังคมพระบรมศพ ด้วยเหตุที่ว่าเกรงจะมีการก่อรัฐประหาร แต่มีอ๋องพระองค์หนึ่งคือเยี่ยนอ๋องไม่ยอมทำตามราชโองการนั้น พร้อมกับนำทหารราชองครักษ์เดินทางมายังเมืองหลวงนานกิง

แต่ด้วยมีราชโองการของจักรพรรดิส่งมาห้าม พระองค์จึงจำเป็นต้องกลับไปที่เมืองเป่ยจิง หลังจากสะสมอาวุธและฝึกซ้อมทหารจนใช้ชำนาญแล้ว เยี่ยนอ๋องจึงตัดสินพระทัยชิงลงมือยกทัพจากเป่ยจิงลงใต้เผชิญหน้ากับหลานชาย โดยอ้างว่าเพื่อกำจัดเหล่าขุนนางกังฉินสอพลอที่อยู่รอบข้างองค์จักรพรรดิ

มีบันทึกว่าก่อนที่พระองค์จะนำกองทัพยกออกจากเมืองนั้น ได้เกิดพายุพัดแรงจนกระทั่งหลังคาวังหักพังเสียหายซึ่งพระองค์กล่าวว่าเป็นเพราะได้เวลาที่พระองค์จะได้เสด็จเข้าไปประทับที่พระราชวังหลังคาเหลืองแล้ว

การต่อสู้เริ่มต้นขึ้นตั้งแต่ พ.ศ. 1942 (ค.ศ. 1399) เป็นเวลานานถึง 3 ปี ในระยะแรกฝ่ายเยี่ยนอ๋องเป็นฝ่ายเสียเปรียบเนื่องจากฝ่ายจักรพรรดิมีกองทหารปืนไฟ ซึ่งมีอานุภาพสูงทำให้ต้องทรงถอยทัพกลับไปทางเหนือแต่ทหารทางใต้ไม่คุ้นเคยกับอากาศหนาวทางภาคเหนือจึงล้มป่วยเสียชีวิตไปเป็นจำนวนมาก

จนกระทั่ง พ.ศ. 1945 (ค.ศ. 1402) กองทัพของพระองค์ก็ได้ยกมาถึงชานกรุงหนานจิง ซึ่งกองทัพฝ่ายวังหลวงไม่สามารถต้านทานได้อีกเนื่องจากไม่มีแม่ทัพที่ชำนาญศึกเพราะถูกประหารไปตั้งแต่ปลายรัชกาลของจักรพรรดิหงหวู่ เหล่าขุนนางต่างพากันมาสวามิภักดิ์มากขึ้น และเมื่อถึงวันที่สาม เยี่ยนอ๋องก็สามารถบุกเข้าสู่ภายในเมืองได้ ปรากฏว่าเกิดเพลิงไหม้ภายในวังหลวง และมีผู้พบพระศพของฮองเฮากับพระราชโอรสของหมิงฮุ่ยตี้ถูกเพลิงครอกภายในวังชั้นในแต่ไม่มีใครพบพระศพของหมิงฮุ่ยตี้แม้แต่น้อย

และนั่นจึงทำให้มีผู้สันนิษฐานว่าพระองค์ลอบหนีออกไปจากวังหลวงได้โดยการอารักขาจากกองทหารองครักษส่วนพระองค์ซึ่งกลุ่มขุนนางที่มีความจงรักภักดีนำเสด็จหนีออกมาจากวังหลวงได้เป็นผลสำเร็จและทรงผนวชก่อนที่จะเสียเมือง

ภายหลังต่อมาอีก 39 ปี ในรัชศกจ้งถ่ง มีผู้พบพระภิกษุชรารูปหนึ่งที่มีคนจำได้ว่าคือจักรพรรดิฮุ่ยตี้ หมิงอิงจงจึงมีราชโองการให้เชิญพระองค์มาประทับที่กรุงปักกิ่ง ที่ประทับของพระองค์ถูกปิดเงียบและสวรรคตอย่างสงบในกรุงปักกิ่งในเวลาต่อมา

เยี่ยนอ๋องซึ่งมีชัยชนะเหนือกองกำลังของอดีตองค์จักรพรรดิเจี้ยนเหวินสถาปนาตนเองขึ้นปกครองเป็นจักรพรรดิพระองค์ที่ 3 แห่งราชวงศ์หมิง เฉลิมพระนามว่าหมิงเฉิงจู่ ใช้ศักราชว่าหย่งเล่อ หลังจากที่ปราบดาภิเษกขึ้นเป็นจักรพรรดิแห่งราชวงศ์หมิง

พระองค์ทรงมีราชโองการให้ประหารขุนนาง เนื่องจากทรงระแวงว่าขุนนางเหล่านั้นจงรักภักดีต่อพระนัดดาของพระองค์ซึ่งมีจำนวนกว่า 870 คน นอกจากนี้ยังดำเนินนโยบายลดทอนอำนาจเจ้าองค์อื่น ๆ อย่างเข้มงวด เช่น ห้ามมีกองทหารประจำเมืองให้มีได้แต่ทหารรักษาพระองค์จำนวนหนึ่ง ห้ามเจ้าแต่ละเมืองติดต่อกันเองโดยไม่ได้รับพระราชานุญาติ

ภารกิจแรกที่พระองค์ทรงทำคือดำริย้ายเมืองหลวงไปอยู่ที่เป่ยจิงอันเป็นฐานที่มั่นของพระองค์ด้วยเหตุผลว่าเพื่อป้องกันการรุกรานของชนกลุ่มน้อยทางเหนือ ทรงมีพระราชโองการให้อพยพคนมากมายหลายแสนคนจากเมืองหนานจิง มณฑลซานซีและมณฑลเจ้อเจียง

โดยแบ่งเป็น 5 สายเข้ามายังเมืองเป่ยจิงหรือเมืองปักกิ่งในยุคปัจจุบัน พร้อมกับเป็นการหาแรงงานเพื่อสร้างพระราชวังที่ประทับของจักรพรรดิในเมืองหลวงซึ่งก็คือ พระราชวังกู้กง หรือเป็นที่รู้จักกันดีนั่นก็คือ "พระราชวังต้องห้าม"

ในการนี้พระองค์ต้องเกณฑ์คนหนึ่งแสนพร้อมกับช่างฝีมืออีกหลายพันคน การก่อสร้างพระราชวังต้องห้ามนี้กินระยะเวลานานถึง 15 ปี พระองค์ให้ความสำคัญกับการก่อสร้างพระราชวังต้องห้ามแห่งนี้เป็นอย่างมาก และจะเสด็จมาตรวจตราการก่อสร้างด้วยพระองค์เอง หลังจากนั้นในปี พ.ศ. 1956 (ค.ศ. 1413) พระองค์จึงทรงย้ายเมืองหลวงจากกรุงหนานจิงมาประทับที่กรุงปักกิ่ง เป็นการถาวร

และในช่วงของเหตุการณ์จลาจลดังกล่าว บรรดาขุนนางที่จงรักภักดีในรัชสมัยของจักรพรรดิเจี้ยนเหวิน ซึ่งถูกคำสั่งให้ประหารชีวิต จำนวนกว่า 870 คนนั้น หาใช่ประหารเพียงตัวขุนนางแต่เป็นการประหารทั้งตระกูล สายเลือดเหล่าขุนนางน้อยใหญ่ถูกกำจัดและฆ่าล้างโคตรล้มตายนับหลายพันชีวิต

และในการสำเร็จโทษประหารครั้งใหญ่กองกำลังองครักษ์เสื้อแพร ซึ่งเป็นหน่วยอารักขาขององค์จักรพรรดิที่ขึ้นชื่อในเรื่องของความโหดเหี้ยมและอำมหิตอย่างยิ่งยวด องครักษ์เสื้อแพรถวายความซื่อสัตย์และจงรักภักดีต่อจักรพรรดิเพียงพระองค์เดียวเท่านั้นและเป็นหน่วยงานรับหน้าที่สนองพระราชโองการ จัดการกวาดล้างเหล่าขุนนางที่เป็นปรปักษ์ต่อองค์จักรพรรดิหย่งเล่อ ทั้งสอบสวน จับกุม กักขัง ทรมานตลอดจนสำเร็จโทษ

สาเหตุที่จักรพรรดิหยงเล่อทรงกระทำเช่นนี้นั้นก็เพราะเมื่อครั้งเข้ายึดครองเมืองหนานจิงได้แล้ว จั่วเชียนโตวยวี้ซื่อ ซึ่งเป็นเจ้ากรมสืบสวนฝ่ายซ้าย ส่งจิ่งชิงพยายามที่จะลอบสังหารพระองค์ จักรพรรดิหย่งเล่อจึงสั่งประหารเก้าชั่วโคตร พร้อมทั้งทำลายหลุมฝังศพบรรพบุรุษทั้งหมด รวมทั้งสมาชิกคนอื่นๆ ในหมู่บ้านถูกถ่ายโอนออกนอกหมู่บ้านจนหมด หมู่บ้านนี้ถูกทำลายทิ้ง

ภายหลังได้กลายเป็นการกล่าวอ้างถึงจักรพรรดิหย่งเล่อว่าทรงจัดการกับขุนนางซึ่งจงรักภักดีต่อจักรพรรดิเจี้ยนเหวินอย่างโหดเหี้ยม ดั่งเช่นฟางเสี้ยวหรู ถูกประหารชีวิตสิบชั่วโคตร ครอบครัว 873 คนถูกเนรเทศ ผู้มีสายเลือดเกี่ยวดองเป็นญาติห่างๆถูกประหารมากกว่าพันคน

ฟางเสี้ยวหรู ซึ่งเป็นยอดมหาบัณฑิตแห่งต้าหมิง เคยเป็นพระอาจารย์สอนหนังสือให้แก่รัชทายาทจูอวิ่นเหวิน ภายหลังคือจักรพรรดิเจี้ยนเหวินแห่งราชวงศ์หมิง เป็นขุนนางที่จงรักภักดีต่อฮ่องเต้เจี้ยนเหวินเป็นที่สุด และยังเป็นกำลังสำคัญในการต่อต้านแผนชิงบัลลังก์ของเยี่ยนอ๋องจูตี้

แต่สุดท้ายเมื่อจักรพรรดิเจี้ยนเหวินได้ตกเป็นฝ่ายพ่ายแพ้ เยี่ยนอ๋องได้ครองบัลลังก์แทน สถาปนาขึ้นเป็นจักรพรรดิหย่งเล่อ พระองค์ได้บีบให้ฟางเสี่ยวหรูเขียนหนังสือขอขมา ทว่าฟางเสี้ยวหรูยอมตายแต่ไม่ยอมจำนน

ฮ่องเต้หย่งเล่อจึงทรงมีพระราชโองการรับให้สั่งประหารชีวิตเก้าชั่วโคตร แต่ฟางเสี้ยวหรูยังกล่าวออกมาจนกลายเป็นวาทะอันโด่งดังที่สุดในชีวิตของเขาคือ "เก้าไม่พอ ต้องสิบต่างหาก" ชั่วโคตรที่สิบหมายถึงลูกศิษย์ของเขา ก่อนตายเขายังกัดเลือดจากนิ้วตัวเองเขียนอักษร (ช่วน) หมายถึง การแย่งชิง เพื่อประณามการกระทำของฮ่องเต้หย่งเล่อที่ได้อำนาจมาโดยไม่ชอบธรรม

การตายของเหลี่ยนจีหนิง ทำให้ทั้งเมืองกลายเป็นเมืองร้างล้มตายไป1051คน ครอบครัวและญาติพี่น้องร่วมสายโลหิตเดียวกันถูกประหารเก้าชั่วโคตร รวมทั้งเนรเทศคนเป็นหลักร้อยเช่นเดียวกัน การตายของเฉินตี๋ เนรเทศคนไปถึง180 คนโดยประมาณ ในบรรดาคนที่ถูกประหารเป็นครอบครัวที่ถูกประหาร 80 กว่าคน

การตายของหูหรุ่นครอบครัวทั้งหมด270 คนถูกประหารทั้งหมดการตายของต่งย้งครอบครัวทั้งหมดโดนประหาร 230 คน จั้วจิ้น ฮวงกวน ฉีไท่ ฮวงจีเฉิง หวางตู้ ลู๋หยวนจื่อ

และขุนนางคนอื่นๆ ที่ถวายความจงรักภักดีต่อจักรพรรดิเจี้ยนเหวินล้วนถูกประหารทั้งสิ้น นับได้ว่าเป็นการสั่งประหารครั้งใหญ่ที่ถูกบันทึกในหน้าประวัติศาสตร์ของราชวงศ์หมิง

ชีวิตของขุนนางที่ถวายความภักดีให้แก่อดีตองค์จักรพรรดิผู้สาบสูญและครอบครัวของผู้คนเหล่านั้นต้องถูกปลิดชีพด้วยคมดาบจนมิเหลือสิ้น เพื่อตัดรากถอนโคนไม่ให้เหลือผู้สืบทอดที่จะกลับมาเป็นผู้ก่อการกบฏและล้างแค้นต่อจักรพรรดิหย่งเล่อในภายหลัง

ยามเมื่อลมพัดหวนมิอาจคืนกลับมาได้ดั่งเช่นกาลก่อนอีกต่อไป เมื่อรัชสมัยของจักรพรรดิเจี้ยนเหวินล่มสลายผลัดเปลี่ยนไปสู่แผ่นดินใหม่ของจักรพรรดิหย่งเล่อ

หน่วยตงฉ่างองครักษ์เสื้อแพรรับคำสั่งจากองค์จักรพรรดิ และจำต้องปฏิบัติตามพระบรมราชโองการอย่างไม่มีทางหลีกเลี่ยง สังหารขุนนางที่เป็นปรปักษ์และไม่ถวายจงรักภักดี ฆ่าอย่าให้เหลือทั้งตระกูล!!!

คุณอาจจะชอบ

ภาพปกนิยายเรื่อง Disguise ข่มรักร้ายนายมาเฟีย
8.7
มีหลายคนพร่ำบอกผมเสมอว่าอย่ายุ่งกับคนที่มีเจ้าของแล้ว แต่...แล้วไงใครแคร์ เธอเป็นแฟนของผู้ชายคนนั้น และเธอก็เป็นเมียผมเหมือนกัน ใครกินก่อนคนนั้นก็ต้องได้ ........................................................................ มันมีหลายเหตุผลที่ทำให้ เราสามคนได้พานมาพบเจอกัน ไม่รู้ว่าสิ่งนี้เรียกว่าพรมลิขิตหรือเวรกรรมกันแน่ อีกคนรูปหล่อและเพียบพร้อมดั่งเทพบุตร ส่วนอีกคนช่างแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง ไม่ใช่ว่าเขาหน้าตาไม่ดีหรืออะไร แต่เขาน่ะ...ทั้งหล่อ ทั้งโหดและโคตรเถื่อน นิสัยแบบนี้เกินที่ฉันจะรับไหวจริงๆ "เลือกเอาว่าจะมีผัว หรือกินลูกตะกั่ว ยอมไม่ยอมไหนตอบให้ชื่นใจ" "ขอกินลูกตะกั่วดีกว่า ท่าทางจะอร่อยกว่านายเยอะเลย" อุ๊ย! โทษที พอดีปากมันพล่อย
ภาพปกนิยายเรื่อง ถ่อย
8.2
เรื่องราวความรักต่างวัยสุดดิบเถื่อนของ ยักษ์ คีรี ดอว์สัน ชายหนุ่มผู้ไร้ความปรานีที่ได้ตัว มายาวี เด็กสาวแสนดื้อรั้นมาเป็นสินค้าขัดดอกเพื่อชำระหนี้สิน แม้เขาจะปฏิบัติกับเธออย่างโหดร้ายและใช้กำลังข่มเหงตามสัญชาตญาณดิบของตัวเอง แต่ความสดใสและไม่ยอมคนของเธอกลับค่อย ๆ สั่นคลอนหัวใจอันเย็นชาของคนเลวคนนี้ให้เริ่มหวั่นไหว ท่ามกลางความสัมพันธ์ที่เต็มไปด้วยบททดสอบทางอารมณ์และเซ็กส์อันร้อนแรง มาลุ้นกันว่าชายผู้แสนต่ำทรามคนนี้จะพ่ายแพ้ต่อเสน่ห์ของสินค้ามีชีวิตชิ้นนี้จนยอมจำนนและใจอ่อนลงได้หรือไม่
ภาพปกนิยายเรื่อง เถ้าถ่านรัก จุดไฟแค้น ขึ้นมา
8.6
ปาริชาติต้องเผชิญความเจ็บปวดแสนสาหัสเมื่อพุฒิ สามีผู้ไร้หัวใจบังคับแย่งชิงกำไลหยกของแม่เธอไปให้ลลิตาคนรักเก่า ทั้งยังบีบให้เธอถ่ายเลือดช่วยหญิงคนนั้นจนแทบเอาชีวิตไม่รอด ซ้ำร้ายเมื่อเกิดระเบิดพุฒิกลับเลือกช่วยลลิตาและปล่อยให้ปาริชาติตายในกองเพลิง ทว่าเธอรอดชีวิตและหนีไปรักษาแผลใจเพื่อเริ่มต้นชีวิตใหม่ที่อังกฤษ วันหนึ่งเมื่อพุฒิรู้ความจริงว่าลลิตาคือคนร้ายที่สร้างเรื่องทั้งหมด เขาจึงตามมาคุกเข่าขอร้องให้เธออภัย แต่ปาริชาติคนใหม่ในวันนี้กลับยืนเคียงข้างชายอื่นอย่างสง่างาม พร้อมประกาศกร้าวว่าความรักของเขาและเธอได้มอดไหม้ไปกับกองเพลิงในวันนั้นเรียบร้อยแล้ว
ภาพปกนิยายเรื่อง เล่ห์รักไฟพิศวาส
8.4
เมษา หญิงสาวผู้มั่นคงในรักแท้และคำสัญญา ต้องกลายเป็นเหยื่อรับบาปในความแค้นที่เธอไม่ได้เป็นคนก่อ เมื่อชายหนุ่มที่เธอรักปักใจเชื่อว่าเธอคือคนร้ายที่ทำร้ายคนรักของเขา เธอจึงถูกลักพาตัวไปกักขังไว้บนเกาะส่วนตัวเพื่อชดใช้โทษทัณฑ์อย่างโหดร้าย แม้เขาจะคอยพร่ำบอกว่าเกลียดชังเธอสุดหัวใจ และขู่ว่าจะขับไล่เธอไปให้พ้นสายตาหลังจากสะสางความแค้นนี้จบลง ทว่าภายในใจของเขากลับต้องสั่นคลอนด้วยความสับสน เมื่อไม่สามารถต้านทานเสน่หาที่ดึงดูดเข้าหาเธอได้ ท่ามกลางเพลิงแค้นที่กำลังแผดเผา บทสรุปความรักที่ไร้ค่าในสายตาเขาจะลงเอย
ภาพปกนิยายเรื่อง ข้าอยู่บน ท่านอ๋องอยู่ล่าง
7.8
เซียวหนาน สายลับนกกระจอกระดับล่างผู้ไร้ภูมิหลัง ต้องผ่านการฝึกฝนอย่างเข้มงวดในศาสตร์แห่งการปรนนิบัติและกามารมณ์เพื่อแทรกซึมเข้าหาขุนนาง แม้จะไร้วรยุทธ์สูงส่ง แต่นางกลับใช้เรือนร่างเป็นอาวุธล่อลวงบุรุษได้อย่างเชี่ยวชาญ แม้เคยฝึกซ้อมกับของเทียมและชายปริศนามาบ้าง แต่นางยังคงต้องรักษาความบริสุทธิ์เอาไว้เพื่อมอบให้แก่เหยื่อผู้สูงศักดิ์รายแรกตามคำสั่งของนายใหญ่ ในวังวนแห่งการหักหลังและชิงไหวชิงพริบนี้ นางต้องเดิมพันด้วยร่างกายและหัวใจเพื่อเอาชีวิตรอด
ภาพปกนิยายเรื่อง ทัณฑ์อสุรา
8.6
จ้าวจื่อรั่ว เด็กสาววัยสิบหกปีผู้เป็นเพียงลูกอนุ ถูกบีบบังคับให้ต้องเข้าพิธีแต่งงานแทนผู้อื่นกับกู้ตงหยาง แม่ทัพฉายาปีศาจผู้เหี้ยมโหดแห่งดินแดนใต้ แม้จะอยู่ในตำแหน่งฮูหยินเอกอย่างเป็นทางการ ทว่าเธอกลับได้รับเพียงความเฉยชาจากสามี จะมีก็เพียงยามค่ำคืนบนเตียงนอนเท่านั้นที่เขาจะมอดไหม้เธอด้วยเพลิงราคะอันเร่าร้อน กู้ตงหยางปักใจเชื่อว่าคนตระกูลจ้าวคือพวกคนลวงโลก เขาจึงลั่นวาจาว่าจะทรมานเธอให้จมอยู่กับความทุกข์ทรมานเพื่อชดใช้ความผิดนี้ ท่ามกลางความอ้างว้างโดดเดี่ยว หญิงสาวจำต้องก้มหน้ารับกรรมที่ตนไม่ได้ก่อ พร้อมกับเฝ้าถามตัวเองว่าชั่วชีวิตนี้จะยังมีโอกาสได้พบเจอกับความสุขที่แท้จริงบ้างหรือไม่