APKDock Logo
รายชื่อตอน
แชร์
ภาพปกนิยายเรื่อง ร่วมแสกั้นรัก

ร่วมแสกั้นรัก

เสิ่นชือต้องเผชิญหน้ากับแผนการร้ายอันตรายถึงชีวิตจากฝีมือของพ่อและแม่เลี้ยงตนเอง เพื่อความอยู่รอดเธอจึงตัดสินใจยื่นมือเข้าช่วยเหลือจี้ฮันโจว ทายาทผู้ทรงอิทธิพลแห่งเมืองเซิ่นจิน จนนำไปสู่ข้อตกลงลับที่เปลี่ยนแปรความสัมพันธ์ของพวกเขาทั้งสองให้กลายมาเป็นความรักอันลึกซึ้ง แม้ว่าคนภายนอกจะมองว่าจี้ฮันโจวเป็นชายหนุ่มผู้แสนเย็นชา เด็ดขาด และไร้หัวใจที่ไม่เคยมีสายตาไว้มองผู้หญิงคนไหนเลยก็ตาม แต่เขากลับเลือกที่จะมอบความอ่อนโยนทั้งหมดพร้อมทั้งคอยปกป้องเสิ่นชือเพียงผู้เดียว ท่ามกลางความตกตะลึงของทุกคนที่เคยสบประมาทว่าเขาเป็นคนไร้ความรู้สึก
รายชื่อตอน
แชร์

ตอน 3

พอเห็นว่าเธอมีท่าทางแน่วแน่แถมยังขอให้มาถามถึงต่อหน้ากันแบบนี้ ใจของเสิ่นหมิงเต๋อก็รู้สึกสั่นไหวขึ้นมา

พอเหลียงหยุนชิง ภรรยาของเขาเห็นแบบนี้ก็เข้ามาพูดว่า “ที่รักคะ คุณนี่ก็จริง ๆ เลยนะคะ เสิ่นฉือยังเด็กอยู่ ทำไมถึงได้ทำรุนแรงแบบนี้กันหล่ะคะ? ต่อให้เธอแอบเรียนหมอจริง นั่นก็แค่สืบทอดมาจากแม่ของเธอเฉย ๆ เพราะก่อนที่จะป่วยและผ่าตัดผิดพลาดนั้น พี่เวินก็เคยเป็นหมอที่มีชื่อเสียงมาก่อนนะคะ”

หากไม่พูดถึงเรื่องนี้ก็ไม่เท่าไหร่ พอพูดขึ้นมาเสิ่นหมิงเต๋อก็ยิ่งโมโหมากขึ้นไปอีก

เขาไม่พูดอะไรแล้วเฆี่ยนตีเสิ่นฉืออีกครั้ง “ดูสิว่าแกจะยอมพูดความจริงไหม !”

ความเจ็บปวดที่โดนแส้เฆี่ยนอีกครั้งนั้นทำให้ใบหน้าของเสิ่นฉือซีดเผือดขึ้นมาทันที

แต่สายตาของเธอนั้นกลับไม่ได้แสดงท่าทีอ่อนแอใด ๆ และมองเหลียงหยุนชิงด้วยสายตาที่ดื้อรั้นมากยิ่งขึ้น “คุณมีสิทธิ์อะไรมาพูดถึงแม่ของฉันกัน? ! แม่ของฉันเป็นหนึ่งในผู้เชี่ยวชาญทางการแพทย์ชั้นนำของโลก พวกคุณไม่รู้รึไงว่าทำไมเธอถึงป่วยหน่ะ?”

เรื่องในตอนนั้นเธอรู้อะไรไม่มากนัก แต่ก็พอจะรู้อยู่บ้าง

แม่ของเธอเริ่มป่วยหลังจากที่จับได้ว่าเสิ่นหมิงเต๋อเป็นชู้กับเหลียงหยุนชิง

ตัวการสองคนนี้มีหน้าอะไรมาพูดแบบไร้ยางอายและไม่สำนึกผิดต่อหน้าเธอกัน?

ความเกลียดชังในแววตาของเสิ่นฉือทำให้เสิ่นหมิงเต๋อตัวสั่นขึ้นมาทันที ฉากที่เวินหลานบุกรุกประตูเข้ามาและเห็นภาพเขากับเหลียงหยุนชิงกำลังนัวเนียกันนั้นผุดขึ้นมาทันที

ตอนนั้นเวินหลานไม่ได้มีอาการใด ๆ เธอมองพวกเขานิ่ง ๆ ราวกับเห็นอะไรสกปรก

เธอดูถูกพวกเขา

สายตานั้น เสิ่นหมิงเต๋อไม่มีวันลืมแน่นอน

เวินหลานนั้นเพอร์เฟคและสูงส่งมาตลอด เวลาที่อยู่ต่อหน้าเธอนั้น เขามักจะเป็นคนที่ต่ำกว่าเสมอ

เวลาที่คนอื่นเจอเขาก็มักจะเรียกเขาว่าสามีของหมอเวิน

เขาเกลียดความรู้สึกนั้นมาก

คืนนั้นเป็นคืนที่เขาภาคภูมิใจที่สุด เพราะในที่สุดเขาก็เหยียบย่ำศักดิ์ศรีของเวินหลานได้สักที

คืนนั้นเป็นคืนที่น่าอับอายที่สุดสำหรับเขาด้วยเช่นกัน เพราะเวินหลานไม่ได้สนใจพวกเขาเลย แถมยังเห็นว่าพวกเขาเป็นตัวตลกอีกด้วย

ตอนนี้ แววตาที่ดื้อรั้นและคำพูดเหน็บแนมของเสิ่นฉือทำให้เสิ่นหมิงเต๋อนึกถึงความต้อยต่ำตอนที่อยู่ต่อหน้าเวินหลาน

เขาโกรธและอายมากเลยออกแรงเฆี่ยนเสิ่นฉืออย่างแรงหลายครั้งติดต่อกัน

“ใครสอนให้แกพูดจาแบบนี้กัน? ! ” เสิ่นหมิงเต๋อดุร้าย ทุกครั้งที่เฆี่ยนตีนั้นกะจะเอาให้ถึงตายเลยทีเดียว

ตัวของเสิ่นฉือนั้นสั่นไม่หยุด แต่เธอกลับไม่มีท่าทีว่าจะก้มหน้ารับผิดเลย แถมยังหัวเราะเยาะขึ้นมาอย่างเย็นชาว่า “กรรมใดใครก่อ กรรมนั้นคืนสนอง”

“ไอ้ลูกเนรคุณ !” เสิ่นหมิงเต๋อโกรธมากและยิ่งลงไม้ลงมือแรงกว่าเก่า

ในห้องหอบรรพบุรุษอันเงียบสงบนั้น เสียงแส้กระทบเนื้อเลยดังมากเป็นพิเศษ

พี่น้องตระกูลเสิ่นสามคนมองเสิ่นฉือที่โดนเฆี่ยนซะจนเป็นแผลเหวอะหวะไปหมด บ้างก็ดูนิ่ง ๆ บ้างก็มีความสุขแถมยังแอบตื่นเต้นด้วย

ทางที่ดีนั้นตีจนผู้หญิงคนนี้ตายไปซะได้ก็ดี !

ไม่รู้ว่าเฆี่ยนไปมากเท่าไหร่ เสิ่นหมิงเต๋อก็รู้สึกเหนื่อย

เสิ่นฉือซุกตัวอยู่กับพื้นเย็น ๆ ทั้งตัวนั้นเต็มไปด้วยเลือด

เหลียงหยุนชิงถึงได้ก้าวไปข้างหน้าและพูดว่า “ที่รักคะ ทำอะไรของคุณหน่ะคะ? อาฉือยังเด็กอยู่นะคะ เธอพูดจาตรงไปหน่อย ที่เธอแอบเรียนหมอนั้นก็เพราะอยากจะเป็นแบบแม่ของเธอเฉย ๆ ”

เหมือนกับแม่ของเธอ

แค่คำสั้น ๆ สองสามคำนั้นทำให้เสิ่นหมิงเต๋อรู้สึกโมโหขึ้นมาทันที

เวินหลานเป็นเหมือนปมในใจที่เขาไม่มีทางลืมไปได้ตลอดชีวิต ถ้ามีลูกสาวที่เหมือนกับเธออีก นั่นก็เท่ากับเป็นการย้ำเตือนเรื่องที่เขาล้มเหลวในอดีตไม่ใช่รึไงกัน?

“ได้ ! ในเมื่อเธอเก่งขนาดนี้ ! รักษาคนเก่งงั้นก็ไม่ต้องเรียกหมอมาแล้ว ให้รักษาตัวเองละกัน !”

ติดตามชมต่อ!
เนื้อหากำลังเข้มข้น! สลับไปที่แอปเพื่ออ่านต่อ
ปลดล็อกทุกตอน
เปิดเว็บไซต์อย่างเป็นทางการ

คุณอาจจะชอบ

ภาพปกนิยายเรื่อง รักนี้...ไม่จำกัดนิยาม
9.3
ความรักไม่ใช่เรื่องของเพศสภาพ แต่เป็นเรื่องของหัวใจที่ไม่มีใครสามารถมากำหนดขอบเขตได้ แม้ว่าเราจะเลือกเกิดไม่ได้ แต่เราทุกคนต่างมีอิสระเต็มที่ในการเลือกทางเดินชีวิตและโอบกอดความรักในแบบของตัวเอง เช่นเดียวกับสองชายหนุ่มผู้มีความเชื่อมั่นอย่างแรงกล้าว่า ความรักคือสิ่งที่มีคุณค่าและงดงามที่สุดในชีวิต พวกเขาจึงจับมือกันอย่างเหนียวแน่น พร้อมที่จะฝ่าฟันและก้าวข้ามทุกอุปสรรคขีดจำกัด เพื่อปกป้องความสัมพันธ์อันแสนพิเศษนี้ให้อยู่เคียงคู่กันตลอดไป
ภาพปกนิยายเรื่อง ยั่วรักภรรยาในนาม
8.9
เมื่อธีรุตม์จำใจต้องเข้าพิธีวิวาห์กับอินทุภาเพราะขัดคำสั่งของผู้เป็นแม่ไม่ได้ ทั้งที่ในใจมีหญิงสาวที่รักอยู่แล้ว ความผิดหวังและโกรธแค้นทั้งหมดจึงถูกระบายลงที่ภรรยาแต่งตั้งอย่างโหดร้าย เขาไม่เพียงแสดงความรังเกียจเดียดฉันท์ แต่ยังใช้คำพูดทิ่มแทงทำร้ายจิตใจเธอไม่เว้นแต่ละวัน พร้อมทั้งประกาศกร้าวว่าเธอไม่มีวันได้ทำหน้าที่ภรรยาหรือได้รับความรักจากเขาอย่างเด็ดขาด ท่ามกลางบรรยากาศอันเย็นชาและถ้อยคำด่าทอที่แสนทารุณ อินทุภาต้องเผชิญกับบททดสอบความอดทนครั้งใหญ่ในชีวิตคู่ที่เริ่มต้นด้วยรอยร้าวลึกยากจะประสานประสาน
ภาพปกนิยายเรื่อง สยบหัวใจยัยตัวร้าย
9.2
เมื่อความลับสุดยอดไม่เป็นความลับอีกต่อไป หญิงสาวผู้เคียดแค้นในโชคชะตาจึงต้องเผชิญหน้ากับกับดักการหมั้นหมายที่ครอบครัวตระเตรียมไว้ แม้หัวใจของเธอจะยังคงพร่ำเพ้อและเจ็บปวดกับความรักที่มีต่อพี่ลีโอมากเพียงใด แต่ความจริงอันน่าตกตะลึงกลับถูกเปิดเผยว่า ผู้ใหญ่ของทั้งสองฝ่ายต่างล่วงรู้เรื่องราวความสัมพันธ์อันลึกซึ้งระหว่างเธอกับคู่หมั้นหนุ่มอย่างหมดเปลือกแล้ว การจับคลุมถุงชนในครั้งนี้จึงไม่ใช่เรื่องบังเอิญ ทว่ามันเป็นผลลัพธ์จากความผิดพลาดในค่ำคืนนั้นที่แปรเปลี่ยนสถานะของคนทั้งสองไปตลอดกาลในนิยายรักสุดเข้มข้น
ภาพปกนิยายเรื่อง ซุปตาร์ คลั่งรัก
9.7
จุดเริ่มต้นความสัมพันธ์สุดป่วนเกิดขึ้นเมื่อ ‘เอิงเอย’ ถูก ‘กาวิน’ ซุปเปอร์สตาร์หนุ่มชื่อดังเดินชนอย่างแรง แต่เขากลับเดินผ่านไปเฉยๆ โดยไม่มีแม้แต่คำขอโทษ ด้วยความรักความถูกต้อง เธอจึงฝ่าด่านบอดี้การ์ดเข้าไปทวงถามความรับผิดชอบ ทว่าดาราหนุ่มผู้หยิ่งยโสกลับคิดว่าเธอเป็นเพียงแฟนคลับที่พยายามเข้าหาและแสดงท่าทีเย็นชาใส่ แม้ทีมงานจะห่วงภาพลักษณ์ของเขา แต่กาวินก็หาได้แคร์ไม่ จนกระทั่งเสียงต่อว่าของเธอทำให้เขาต้องยอมหยุดฟังและหันมาถามชื่อเธอ พร้อมยื่นเงื่อนไขว่าหากเธอไม่ยอมบอกชื่อ เขาก็จะไม่ขอโทษเด็ดขาด การปะทะคารมสุดตึงเครียดของทั้งคู่จึงเปิดฉากขึ้น
ภาพปกนิยายเรื่อง เถื่อนรักอสูรร้าย (ซีรีส อสูรซ่อนรัก เล่ม3)
8.7
“ฮืออ คุณมันผู้ชายสารเลว หนูเกลียดและขยะแขยงคุณที่สุด!” ดาวเรืองร้องไห้โฮเมื่อรู้สึกถึงรอยสัมผัสน่าขยะแขยงของเสี่ยไพรัตน์ มือที่จับปลายผ้าห่มก็ถูเช็ดไปตามผิวขาวผ่องจนแดงเถือก ซึ่งเสียงสะอื้นไห้ของเด็กน้อยทำให้คนที่ยืนเท้าสะเอวเป็นเด็กแรกเกิดอยู่ตรงปลายเตียงนั้นตื่นจากความฝันที่เป็นจริง สิงขรหน้าแดงก่ำโกรธเด็กน้อยที่บังอาจเช็ดรอยสำผัสที่เขาทำไว้บนตัวเธอ ร่างโตจึงรีบก้าวขึ้นเตียงคลานตามไป มือใหญ่คว้าหมับกำกระชับแน่นที่ข้อเท้าน้อย พร้อมออกแรงกระชากดึงให้คนตัวเบาเข้ามาปะทะแผ่นอก “กรี๊ดดด! ไอ้คนชั่ว! คนเลว ! ปล่อยหนูเดี๋ยวนี้นะ!” ถึงจะเจ็บระบมไปทุกตารางนิ้วบนร่างกาย ดาวเรืองก็ไม่ต้องการให้เขาแตะต้อง แม้จะมีแรงเพียงน้อยนิด แต่ก็ปกป้องตัวเองโดยการใช้กำปั้นน้อยๆ ทุบตีคนใจโฉดอย่างบ้าคลั่ง “ปากดี ด่าเก่งนักนะ อย่างนี้มันต้องโดนอีกสักสามสี่รอบ หรือว่าจะทั้งคืนเลยดีไหม?” สิงขรอุ้มเด็กน้อยให้เข้ามานั่งอยู่บนตัก ซึ่งทำให้ดวงหน้าของคนทั้งสองอยู่ในระดับเดียวกัน มือหนาสอดเข้าท้ายทอยฉุดเบาๆ ให้ดวงหน้างามแหงนขึ้นเพื่อรองรับคำขู่จากปากหยักที่บดขยี้กลีบปากบวมเจ่อ และเมื่อได้ชิมความหอมหวานในโพรงปากนุ่มพอใจแล้ว เขาก็ตวัดอุ้มร่างน้อยขึ้นพาดบ่า ฝ่ามือใหญ่กางออกแล้วฟาดลงบนสะโพกกลมงอนเสียงดังเผียะๆ พร้อมทั้งก้าวลงเตียงเดินดุ่มๆ พาหญิงสาวเข้าห้องน้ำ “ปล่อยหนูนะ โอ๊ยย! ไอ้ลุงแก่ชอบรังแกเด็ก! ฮืออ” เสียงใสครางปนเสียงสะอื้นเมื่อถูกปล่อยให้เท้าแตะพื้น ขาเรียวสวยสั่นระริกไม่มีแรงยืนด้วยตัวเองจึงทรุดลงไปนั่งบนพื้นห้องน้ำ “ก็ไอ้ลุงแก่คนนี้ไม่ไช่เหรอที่ทำให้เธอพ้นจากไอ้แก่พุงโย้ตัณหากลับนั้น” สิงขรไม่ชอบใจเป็นอย่างมากที่หญิงสาวมักเรียกเขาว่าลุง ดวงตาสีนิลเริ่มแดงก่ำจ้องมองหญิงสาวที่กำลังคลานหนีไปนั่งขดตัวเป็นกิ้งกืออยู่ข้างชักโครก “คุณก็ไม่ต่างอะไรกับเสี่ยไพรัตน์เลยสักนิดที่ชอบล่อลวงเด็กสาวพาไปทำมิดีมิร้ายเหมือนกัน” ดาวเรืองร้องไห้โฮเมื่อนึกถึงภาพของไอ้เสี่ยแก่รุ่นตาพุงก็โย้ น่าเกลียดที่สุด ไอ้ตาแก่นั่นกำลังย่ำยีเธอ แต่แปรเปลี่ยนเป็นภาพของสิงขรที่เป็นคนทำร้ายพรากความบริสุทธิ์ไปโดยที่ไม่ได้ยินยอมสักนิด หญิงสาวนั่งกอดเข่าใบหน้าเขลอะน้ำตาก็แนบชิดมือของตัวเองที่วางอยู่บนหัวเข่า เรียวปากบวมเจ่อก็กระซิบเสียงแผ่วเบาหวังให้ได้ยินเพียงคนเดียว “ยัยเด็กบ้าเอ๊ย! เธอกล้าเปรียบฉันเป็นไอ้เฒ่าไพรัตน์หัวงูนั่นได้ไงฮะ? แล้วถ้าฉันไม่รักษาด้วยร่างกายของฉัน ป่านนี้ เธอก็คงจะขาดใจตายไปนานแล้ว และตอนนี้ มันก็อยากจะเข้าไปในตัวเธอเพื่อทดสอบดูว่าหายจากอาการสยิวซ่านหรือยัง” คำพูดดูหมิ่นของเด็กน้อยทำให้สิงขรโกรธจนหน้าแดงก่ำ เขาเอาแต่พูดเรื่องใต้สะดือให้เธอฟัง ‘เฮอะ! ทำเป็นหน้าแดง อายละสิที่เห็นตัวตนของฉัน’ สิงขรคำรามพูดอยู่ในใจ “อ๊ายย! ไอ้คนทุเรศ! อย่าคิดเอาไอ้หนอนเน่าน่าเกลียดนั่นเข้ามาใกล้หนูเด็ดขาด” ดวงตากลมโตคลอน้ำตาเบิกโพลงเมื่อเห็นความใหญ่โตตรงหว่างขาของเขา ซึ่งมันผงกหัวเบ่งกล้ามจนเห็นเส้นเลือดสีเขียวปูดใส่เธออย่างที่ว่าจริงๆ “หึ! ก็ไอ้หนอนตัวนี้ไม่ใช่เหรอที่ทำให้เธอหายจากอาการซ่านสยิว แตะตรงไหน ผิวนี่สั่นระริกไปตามการลูบไล้ของฉันไม่ใช่เหรอ ฮะ” ดวงหน้าหวานแดงระเรื่อผสมแววตากลมโตสั่นไหวหวาดกลัวนั้นทำให้สิงขรนึกสนุก เขายิ้มแยกเขี้ยวน่ากลัว ชี้มือให้เธอดูความแข็งแกร่งที่มันชูชันตั้งโด่
ภาพปกนิยายเรื่อง ศิลาจารัก
8.5
ศิลาเลือกที่จะละทิ้งการทำงานชิ้นสำคัญเพื่อมาคอยวนเวียนอยู่ใกล้ชิดกับข้าวหอม หญิงสาวเจ้าน้ำตาที่เขาชื่นชอบการแกล้งเธอด้วยความเอ็นดู ถึงแม้ถ้อยคำที่เขาเอ่ยออกมาจะดูไร้หัวใจและสร้างความเสียใจให้เธออยู่เสมอ ทว่าลึกๆ แล้วเขากลับซ่อนความรักที่มีต่อเธอเอาไว้เบื้องหลังการหยอกเย้าเหล่านั้น ทันทีที่ความหึงหวงเริ่มก่อตัวขึ้นเพราะมีหญิงอื่นเข้ามาเกี่ยวข้อง ศิลาจึงต้องรีบแสดงความเป็นเจ้าของและประกาศสถานะเมียเด็กของเธอให้กระจ่างชัด เพื่อยืนยันว่าไม่มีใครเทียบเคียงคนที่เคยเห็นทุกตัวตนของเขาได้ เรื่องราวความรักที่เต็มไปด้วยการงอนง้อและคำพูดกวนหัวใจจึงเริ่มต้นขึ้น