APKDock Logo
รายชื่อตอน
แชร์
ภาพปกนิยายเรื่อง กุหลาบในม่านเพลิง

กุหลาบในม่านเพลิง

ภายใต้หน้ากากแห่งความสุขุมเยือกเย็นของพ่อเลี้ยงหนุ่มไร่ปกรัก กลับซ่อนไฟแค้นเก่าแก่ที่พร้อมปะทุ แต่เมื่อ 'ปารวี' หญิงสาวผู้เป็นเหยื่อแค้นก้าวเข้ามา ทุกอย่างก็พลิกผันจนคาดไม่ถึง ความเกลียดที่เคยจับใจ กลับค่อยๆ แปรเปลี่ยนเป็นแรงดึงดูดอันไม่อาจปฏิเสธ และในคืนที่ทุกคนรู้ความจริง พ่อเลี้ยงหนุ่มก็ประกาศก้องจะ 'ทดลองงาน' ตำแหน่งแม่เลี้ยงอย่างเป็นทางการท่ามกลางเสียงเชียร์ของผู้ร่วมงาน ความอายและความหมั่นไส้ของปารวีปะทะกับรักอันดื้อรั้นของเขา วันรุ่งขึ้นใครจะกำราบใครกันแน่ ติดตามคำตอบของดาร์กโรแมนซ์สุดระอุเรื่องนี้ได้ในนิยาย
รายชื่อตอน
แชร์

ตอน 2

พ่อเลี้ยงหนุ่มเดินตรงเข้าไปทักทันที หญิงสาวก็กำลังจ้องมองที่เขาเหมือนกัน ไม่คิดว่าโลกจะกลมขนาดนี้ พระเจ้าช่างปั้นแต่งมาให้อย่างลงตัวเหมาะสมกันจริงๆ พ่อก็เป็นเสี่ยคุมซ่อง ค้าประเวณี ส่วนลูกสาวแต่งตัวแบบนี้ก็คงจะใจแตกเหลวแหลกที่เมืองนอก

“สวัสดีคนสวย ดีใจที่ได้พบกัน ถ้าเดาไม่ผิดเธอคือน้องสาวของคุณปรินทร์” ชายหนุ่มเดินเข้ามาทัก แต่ทว่าน้ำเสียงและของเขาสายตากลับดูแคลน มองไล่การแต่งตัวของปารวีตั้งแต่หัวจรดเท้า

“ถ้าทักเพราะฉันเป็นน้องเจ้าของโรงแรมก็ใช่ แต่ถ้าทักเพราะอย่างอื่นละก็...เท่าที่จำความได้ ก้านสมองและซีรีบรัมของฉัน ที่เก็บข้อมูลไว้หลายปี ไม่เคยรู้จักคนหยาบคายอย่างคุณมาก่อน คงไม่มีความจำเป็นที่ฉันจะได้พบคุณ” ปารวีเงยหน้าตอบกลับเสียงแข็ง ยังไม่ทันมองเห็นหน้าชายหนุ่มชัดๆ เต็มตาด้วยซ้ำ แล้วเธอก็เดินหนีเลี่ยงจากตรงนั้นไปทันที

“เดี๋ยว!” พ่อเลี้ยงธามส์เรียกเสียงดัง มือหนาก็คว้าฉุดมือปารวีไว้ ทว่าหญิงสาวสะบัดมือหนาของเขาออกทันทีอย่างนึกรังเกียจสายตาโลมเลีย ถึงจะเป็นเขา แต่เธอไม่ชอบให้ใครเข้าถึงเนื้อถึงตัวง่ายดายอย่างนี้ แต่แทนที่มือหนาจะยอมปล่อย เขายิ่งกระชับมันแน่นขึ้น เหมือนต้องการยั่วอารมณ์หญิงสาวตรงหน้า

“อย่ามาทำกิริยาต่ำๆ แบบนี้กับฉัน ปล่อย! และช่วยหลีกทางด้วย” ไม่เพียงแต่ไม่ทำตามคำสั่งของหญิงสาว พ่อเลี้ยงธามส์ยังกระตุกมือบางของปารวีอย่างแรง ทำให้เธอเซเสียหลักเข้ามาอยู่ในอ้อมกอดของเขาอย่างง่ายดายไม่ทันตั้งตัว

“ไอ้! ไอ้คนฉวยโอกาส! จะทำอะไรฉัน ปล่อยเดี๋ยวนี้นะ ไม่อย่างนั้นฉันจะร้องให้คนช่วย...” ปารวีแหวออกมาด้วยความโมโหที่โดนชายหนุ่มโอบ ดิ้นขลุกขลักอยู่ในอ้อมแขนแข็งแรง ถึงแม้เธอจะชอบแต่งตัวตามแฟชั่น และมั่นใจในตัวเองมาก ตามแบบฉบับสาวที่ถูกเลี้ยงมาจากชาติตะวันตก ยิ่งเธออยู่เมืองแฟชั่นก็ยิ่งไม่แปลกกับการแต่งตัวแบบนี้ แต่เธอก็ไม่เคยให้ใครถึงเนื้อถึงตัวมากขนาดนี้เลยสักครั้ง

“พับผ่า! ให้ตายเถอะ ฉันสาบานได้ว่าไม่มีทางคิดพิสมัย ผู้หญิงที่แต่งตัวเหมือนจะอ่อยผู้ชายตลอดเวลาอย่างเธอหรอก บอกตรง ๆ ว่ากระเดือกไม่ลง ถึงแม้หน้าอกของคุณจะโอ้ว อึ้ม อ้า...เกินคาดก็เถอะ แต่ผู้หญิงนมโตอย่างเดียว แล้วแต่งตัวเหมือนอีตัวแบบนี้ ฉันไม่มีวันลดตัวลงไปเกลือกกลั้วด้วยหรอก...กลัวโรคติดต่อ...”เขาส่งเสียงจิ๊จ๊ะในลำคอ ทำมือล้อเลียนขนาดหน้าอกเธออย่างหยาบคาย

ปารวีโกรธจนแทบพ่นไฟออกปาก พ่นลมออกหู เมื่อเธอได้ฟังวาจาจาบจ้วงหยาบคายของเขา แถมสายตาโลมเลียที่จับจ้องมองมาที่หน้าอกของเธออีกละ หยาบคายที่สุด

เผียะ!

“หยาบคาย สารเลว” แทนที่คนถูกฝ่ามือพิฆาตเมื่อครู่จะแสดงความโมโหออกมา เขากลับยิ้มเยาะ ลูบแก้มเบาๆ จับมือปารวีไว้แน่น เขามองหน้าอกเธออย่างจาบจ้วงอีกครั้ง

ปารวีพยายามข่มใจ ไม่ฟาดมืออีกข้าง ที่ไม่ได้ถูกเขารวบและกำไว้ เธอยกมืออีกข้างขึ้นกระแทกบนใบหน้าอีกฝ่าย แต่ก็สุดที่จะทนมองสายตาหยาบคายได้

ยังไม่ทันที่เธอจะยกมืออีกข้างขึ้นตบ มือบางก็ถูกยึดไว้ได้ทัน...ด้วยมือหนาใหญ่กว่ามือของเธอเกือบเท่าตัว ตอนนี้...มือทั้งสองข้างถูกพันธนาการแน่นหนา เหมือนเขาจะรู้ทันความคิดของเธอ แถมเธอยังโดนเจ้าของมือใหญ่ลากรั้งร่างอิ่มถลาเข้าไปหาจนชิดแทบอก คนตัวใหญ่กว่าที่ก้มลงกระซิบชิดใบหูบาง

“อย่าหวังว่าเธอจะได้ตบฉันฟรี ๆอีกครั้ง ถ้าเธอตบฉันอีกครั้ง ฉันปล้ำ! คนอย่างฉันไม่ทำแค่จูบหรอกนะจะบอกให้” สิ้นคำหน้าคมก็ก้มลงชิดพวงแก้มปารวี ทำเอาหญิงสาวสั่นเป็นลูกนกด้วยความกลัว อีกคนยิ้มเจ้าเล่ห์ ยกนิ้วขึ้นจุ๊ปาก

“จุ๊ จุ๊...แต่ไม่ต้องคิดว่าคนอย่างฉันจะหน้ามืดจูบหรือปล้ำเธอหรอกนะ บอกแล้วว่าแค่มีเรื่องจะคุยด้วยเท่านั้น เพราะกลัว...โรคติดต่อ! ถ้าเธอยอมไปคุยกับฉันดีๆ” เขาเน้นคำว่าโรคติดต่อสียงหนัก จนคนฟังเต้นเร่าเป็นเจ้าออกโรง มันจะมากเกินไปแล้วนะ

พ่อเลี้ยงธามส์ยิ้มให้กับตัวเองที่เห็นคนตรงหน้าเต้นจนเผลอลืมตัว ปารวีได้ทียกขาขึ้นตีเข่า กระแทกกลางกล่องดวงใจของเขาทันที จนร่างหนาคู้โค้งกระโดด หยองแหยงด้วยความเจ็บปวดจนหน้าเขียวหน้าเหลือง

“โอ๊ยย!”

“แต่ฉันบอกแล้ว!...ว่าไม่มีเรื่องอะไรที่ต้องคุยกับคนอย่างคุณ และขอสาปแช่ง...ไม่ว่าชาตินี้ หรือชาติไหนก็อย่าได้เจอคนหยาบคายอย่างคุณอีกเลย” ปารวีบอกแล้วเดินออกไปอย่างหัวเสีย อารมณ์อยากเจอหน้าเขาก่อนกลับมากับตอนนี้แตกต่างกันลิบลับ

“ฝากไว้ก่อนเถอะแม่ตัวดี” พ่อเลี้ยงธามส์คาดโทษปารวีตามหลัง ทั้งที่ยังจุกกล่องดวงใจไม่หาย ก่อนที่จะเดินตามหญิงสาวเข้าไปในบ้าน

“อ้าวพี่ธามส์...มาทางนี้ค่ะ ทำไมถึงมาถึงที่นี่ได้ล่ะ” น้องสาวโบกมือเรียกทักทายพี่ชายที่เพิ่งเดินเข้ามา และพ่อเลี้ยงธามส์ก็เดินตามเสียงเรียกของน้องเข้าไปในบ้านที่หญิงสาวอีกคนเดินเข้าไปก่อน

“พอดีพี่เพิ่งจะเสร็จงานน่ะ ก็เลยแวะมาหาเราสักหน่อย หวัดดีคุณปรินทร์” คนเป็นพี่ตอบน้องสาว ไม่ลืมหันไปทักทายเจ้าของบ้านตามมารยาท ทั้งที่ใจไม่ได้รู้สึกอยากทักสักนิด

“เอ่อ... ผมขอแนะนำให้รู้จักปารวี น้องสาวของผม เธอเพิ่งมาจากฝรั่งเศส รวี...นี่พ่อเลี้ยงธามส์เจ้าของไร่ชา และไร่ดอกไม้ที่ใหญ่ที่สุดในเชียงราย” ปรินทร์หันไปเรียกน้องสาวมาแนะนำ คนที่ถูกเรียกมายืนหน้าบึ้งตึงบอกบุญไม่รับอยู่ข้างๆ เธอรู้จักประวัติเขาดีกว่าที่พี่ชายแนะนำเสียอีก

“สวัสดีครับ ยินดีที่ได้รู้จักนะครับคุณปารวี ไม่น่าเชื่อว่าคุณปรินทร์จะมีน้องสาวสวยขนาดนี้ ผมชักตื่นเต้นเต็มทีที่จะ...” ชายหนุ่มทักอย่างสุภาพ หากเอ่ยค้างไว้ที่เท่านั้นเพราะน้องสาวเหยียบเท้าเอาไว้เต็มแรง รู้ว่าน้องสาวกำลังปรามไม่ให้เสียมารยาท ชายหนุ่มหยุดพูดแต่กลับส่งสายตามองปารวีตรงกันข้ามกับคำพูด

ปารวีกัดฟันกรอด เกลียดผู้ชายตรงหน้าตั้งแต่แรกเห็น เขาช่างหยาบคายไร้มารยาทที่สุดเท่าที่เธอเคยเจอ

“ขอบคุณค่ะที่กรุณาชม แต่เก็บคำชมของคุณเอาไว้เถอะค่ะ ดิฉันไม่นิยมคนไม่จริงใจ” ปารวีถลึงตามองตอบกลับไป เธอพยายามรักษาน้ำเสียงให้เป็นปกติ เพื่อรักษามารยาทไว้บ้าง ทั้งที่เธอรังเกียจกับสายตาโลมเลียน่ารังเกียจนี้มากแค่ไหนก็ตาม

คนถูกว่ายังคงลอยหน้ายิ้มยั่วอย่างไม่รู้ร้อนรู้หนาว เห็นอาการอย่างนี้เขาก็ยิ่งนึกสนุก เจ้าหล่อนคงยังไม่รู้ว่าชื่อของตัวเองกำลังจะกลายเป็นพนักงานของที่ไร่ในไม่ช้า วินาทีนี้เขาอยากให้เธอไปทำงานที่ไร่ใจแทบขาด

“ชักอยากเห็นหน้าคนปากดีที่ไร่เร็วๆ แล้วสิ” ชายหนุ่มยวนต่อ รษาเห็นท่าไม่ดี ถ้าไม่เบรกศึกคงเป็นเรื่องยาว เธอจึงชวนทุกคนเข้าบ้าน

“ไปทานข้าวกันก่อนดีกว่าค่ะ ถึงเวลาพอดี...กับข้าวจะชืดเสียก่อน”

“รวีต้องขอตัวนะคะพี่ปรินทร์ น้องรษา” ปารวีหันมาบอกพี่ชายกับพี่สะใภ้ แล้วเดินออกไปจากตรงนั้นทันที

“รษา...พี่ก็ต้องขอตัวเหมือนกัน พอดีนึกขึ้นได้ว่าติดธุระด่วน เอาไว้วันหลังค่อยคุยกันนะ ส่วนเรื่องงานของเรา...ไปเริ่มทำได้แล้ว...ไปค้างที่ไร่เลย จะได้ไม่ต้องเทียวไปเทียวมา” แขกมองเจ้าของบ้านอย่างเข่นเขี้ยว รษาเองก็หนักใจ...ไม่รู้ว่าพี่ชายจะเคืองโกรธสามีของเธอไปถึงไหน เรื่องมันก็ผ่านมานานแล้ว

“คงจะไม่ได้หรอกครับ ยังไงเมียก็ต้องกลับมาอยู่กับสามี ผมให้รถโรงแรมไปรับไปส่งทุกวันยังไหว” ปรินทร์แทบแยกเขี้ยวส่งแขก พอลับร่างแขกที่เดินออกไป ปรินทร์ก็หันมาอ้อนภรรยา

“ผมยอมให้คุณไปทำงานช่วยพี่ชายคุณก็มากเกินพอแล้วนะครับ ผมไม่ให้คุณค้างที่ไร่อย่างพี่ชายคุณบอกนะ แล้วผมก็รับปากว่าจะขอให้รวีไปช่วยอีกแรง”

“เรามีกันแค่สองคน...ที่ผ่านมาพี่ธามส์ก็ทำเพื่อรษามาเยอะแล้ว รษาขอนะคะ พอจบเรื่องนี้...รษาจะตามใจคุณทุกอย่าง” สาวน้อยขี้อ้อนกอดแขนอ้อนสามี เขย่งปลายเท้าจูบปลายคางสากเบาๆ ถึงอย่างนั้นคนตัวโตถึงยิ้มออกมาได้ เขาเองก็ไม่ค่อยชอบใจแผนของภรรยาสาวมากนัก แต่เมื่อเธอขอมา เขาก็ขัดไม่ได้ทุกที

ปารวีเดินทอดน่องมาถึงสวนหน้าโรงแรมปางวิมาน มองตึกที่บิดาสร้างมาด้วยความภาคภูมิใจ เกือบยี่สิบปีที่เธอจากไป...พอกลับมาอีกครั้งมันก็แปลกตาจนเธอแทบจำเค้าลางเดิมไม่ได้

ปารวียืนพิงขอบพนักเก้าอี้ไม้โบราณกลางสวน เธอแหงนหน้าขึ้นบนท้องฟ้าสีหม่น แสงสะท้อนแสงบนตึกรามบ้านช่องของเมืองเชียงราย แสงไฟที่เปิดแข่งแสงเดือน ใจกลางเมืองดับรัศมีดาวสวยแห่งค่ำคืน นานมากแล้วที่เธอไม่ได้เห็นดวงดาวกับแสงเดือนในเวิ้งขอบฟ้าเมืองสยาม แต่คืนนี้...ดาวช่างดูหม่นหมองเหมือนใจเธอเสียอย่างไร

“คุณพ่อคะ...รวีขอโทษที่ไม่ได้กลับมาหาคุณพ่อเลย ไม่นึกเลยว่าการกลับเมืองไทยของรวีครั้งแรก...หลังจากที่รวีจากไป กลับต้องเป็นการมาส่งคุณพ่อครั้งสุดท้าย...รวีรักคุณพ่อนะคะ” ปารวีทรุดตัวลงนั่งอย่างอ่อนแรง เธอกลับมาก็เพราะการจากไปของบิดา และพี่ชายขอร้องให้อยู่ต่อ เธอถึงยอมส่งจดหมายไปลาออกจากงานที่ฝรั่งเศส เมื่อนึกถึงความทรงจำครั้งหลังที่อยู่ที่นี่...น้ำตาก็เอ่อปริ่มคลอเบ้า ทั้งที่พยายามอดกลั้นเริ่มไหลรินออกมา แต่เธอก็บังคับมันไม่ได้สักที

“อ้าว! ไอ้เราก็นึกว่านางไม้ที่ไหน ที่แท้ก็...” พ่อเลี้ยงธามส์ชะงักค้างไว้แค่นั้น...จากที่เขาตั้งใจจะพูดยั่วอารมณ์หญิงสาวมากกว่านั้น แต่...เมื่อเขาเห็นแก้มเนียนใสยังมีรอยคราบน้ำตา ดวงตาคมแดงก่ำเหมือนกำลังร้องไห้ แต่เขาก็ยังไม่วายกวาดสายตาโลมเลียปารวีอย่างกวนๆ อย่างที่ตั้งใจไว้

ปารวีใช้หลังมือปัดแก้มเช็ดคราบน้ำตาลวกๆ มองหน้าพ่อเลี้ยงธามส์อย่างเอาเรื่อง เขาจะตามกวนอารมณ์ของเธอให้ขุ่นมัวไปถึงไหนกัน

“นี่คุณอีกแล้วหรือ วันนี้มันเป็นวันอะไรของฉันนักหนานะ ถึงได้ดวงตกขนาดนี้ พ่อก็ตายไม่ได้มาดูใจ พอมีคนเข้าใกล้ก็ปากมอมไม่มีใครเกิน สงสัยฉันต้องไปทำบุญล้างซวยปัดรังควาญจริงๆ” ปารวีจ้องมองหน้าคนที่เดินเข้ามาใหม่ ตอบกลับทันทีทั้งที่รอยคราบน้ำตายังเช็ดไม่หมดจากข้างแก้ม

“จะไปลงนรกหรือขึ้นสวรรค์ที่ไหนก็ไป”

ชายหนุ่มยกมือยอมแพ้ “โอเคๆ แค่จะมาบอกว่า เจอกันที่ไร่นะ...ฉันจะรออย่างใจจดใจจ่อ และจะเตรียมการต้อนรับเป็นอย่างดี” ชายหนุ่มยักคิ้วบอกอย่างอารมณ์ดี

“ไม่มีทางเสียละ” หญิงสาวตะโกนตามหลัง

“ฮ่าๆๆ”

เขาตอบกลับด้วยเสียงหัวเราะดังลั่น อีกคนได้แต่มองตามหลังอยากคาดโทษ โกรธที่ทำอะไรเขาไม่ได้

คุณอาจจะชอบ

ภาพปกนิยายเรื่อง รักแห่งแดนเจอร์
9.5
ชีวิตวัยยี่สิบสี่ปีของหญิงสาวต้องพลิกผัน แทนที่จะได้เริ่มต้นเส้นทางใหม่ เธอกลับถูกฉุดรั้งให้ตกลงสู่วังวนของการถูกควบคุม ชายหนุ่มผู้เปี่ยมด้วยอำนาจบีบคั้นให้เธอต้องมาอยู่ร่วมกับเขา ท่ามกลางความสิ้นหวัง เขาประกาศจุดยืนชัดเจนว่าต้องการยึดครองเธอไว้ ข้อเสนอที่ไร้ทางเลือกคือคำสั่งชี้ขาดว่าเขาจะเป็นสามีและเธอต้องเป็นของเขาเพียงผู้เดียว ความสัมพันธ์ที่เกิดจากการบังคับและไร้ความยินยอมนี้สร้างความกดดันอย่างหนัก เมื่อเขาสถาปนาตนเป็นเจ้าของชีวิต หญิงสาวผู้ถูกลิดรอนสิทธิ์ในการปฏิเสธจะต้องเผชิญชะตากรรมเช่นไร
ภาพปกนิยายเรื่อง การเรียกคืนที่ร้ายแรง
9.1
ความตายของมือสังหารระดับพระกาฬนำไปสู่การเกิดใหม่ในต่างโลก เมื่อวิญญาณถูกจอมเวทอำมหิตดึงมาสิงร่างเด็กหนุ่มเพื่อใช้เป็นหนูทดลองมรณะ ทว่าผู้ร่ายเวทกลับประเมินเหยื่อต่ำไป ด้วยสัญชาตญาณดิบและทักษะลอบสังหารที่มี อดีตนักฆ่าจึงงัดเล่ห์เหลี่ยมพลิกสถานการณ์และปลิดชีพผู้ที่อัญเชิญตนมาได้อย่างหมดจด หลังกำจัดศัตรูพ้นทาง เขาเข้ายึดครองฐานที่มั่นและทรัพยากรทั้งหมดเพื่อใช้เป็นรากฐานในการสถาปนาจักรวรรดิมืดของตนเองบนดินแดนที่ไม่คุ้นเคย ท่ามกลางการต่อสู้แย่งชิงอำนาจและการวางแผนซ้อนแผนที่เต็มไปด้วยอันตราย
ภาพปกนิยายเรื่อง ลมหายใจสุดท้ายยังรักเธอ
9.2
สำหรับเธอแล้วชายคนรักคือศูนย์กลางของชีวิต ทว่าความภักดีที่มอบให้กลับถูกตอบแทนด้วยรอยแผลลึกสุดหยั่งถึง เมื่อเขาออกคำสั่งอย่างโหดร้ายให้เธอกำจัดทารกในครรภ์ซึ่งเป็นสายเลือดของตนเองทิ้งไป ความบอบช้ำแสนสาหัสผลักดันให้เธอต้องเผชิญหน้ากับความตายที่กำลังคืบคลานเข้ามา ทว่าในห้วงเวลาที่ลมหายใจรวยริน เธอกลับไม่หวาดผวาต่อมัจจุราชเลยแม้แต่น้อย ความเจ็บปวดเดียวที่กัดกินจิตใจและทำให้เธอหวาดกลัวที่สุดในวาระสุดท้าย คือการตระหนักว่าตนจะไม่มีวันได้ตระกองกอดชายหนุ่มคนนั้นอีกต่อไป ตราบจนวินาทีสุดท้ายที่กำลังจะจากโลกนี้ไป ความรักที่มีต่อชายผู้ไร้หัวใจยังคงสลักแน่นอยู่ในวิญญาณอย่างไม่อาจลบเลือน
ภาพปกนิยายเรื่อง หลังจากข้ามภพ ข้ากลายเป็นแม่ผัวจอมโหด
9.5
สาวโสดอย่างเฉิงวานวานถูกชะตาเล่นตลกให้ข้ามเวลามาเป็นสตรีชาวนาวัยสามสิบสามปีในหมู่บ้านต้าเหอ เธอต้องรับบทแม่ผัวของลูกชายสี่คนและสะใภ้ที่กำลังอุ้มท้อง ท่ามกลางความแร้นแค้นของยุคโบราณ ชีวิตใหม่นี้เต็มไปด้วยบททดสอบแสนสาหัส ทั้งภัยตั๊กแตน ภัยแล้ง และวิกฤตหิมะถล่มที่พร้อมพรากชีวิต โชคดีที่เธอมีระบบร้านค้าวิเศษเป็นตัวช่วยสำคัญ ซึ่งสามารถเปลี่ยนผักป่าและปลาให้กลายเป็นเงินตราได้ เธอจึงใช้สติปัญญาและสิ่งนี้เพื่อปกป้องครอบครัวใหญ่ให้พ้นจากความอดอยาก พร้อมพลิกฟื้นชะตากรรมสู่ความมั่งคั่งรุ่งโรจน์
ภาพปกนิยายเรื่อง หน้าตาเมียฉัน…
7.7
การแต่งงานที่ควรเป็นจุดเริ่มต้นของความสุขกลับกลายเป็นความหมางเมิน เมื่อเจ้าบ่าวตัดสินใจหันหลังให้ภรรยาตั้งแต่วันแรก ชายหนุ่มไม่แม้แต่จะเอ่ยปากถามไถ่ความเป็นอยู่ของคู่ชีวิต สาเหตุมาจากอคติที่เขามีต่อรูปโฉมของเธอ โดยปักใจเชื่อว่าเธอมีใบหน้าอัปลักษณ์น่ากลัว ความรังเกียจนี้ทำให้เขาสร้างกำแพงความเย็นชาขึ้นมาขวางกั้น ฝ่ายหญิงจึงต้องทนรับการถูกละเลยจากสามีที่ประเมินคุณค่าของเธอจากเพียงรูปลักษณ์ภายนอก ชีวิตคู่ท่ามกลางความไร้เยื่อใยนี้กลายเป็นบททดสอบอันหนักอึ้งที่เธอต้องเผชิญอย่างเดียวดาย
ภาพปกนิยายเรื่อง ข้ามเวลามาเป็นแม่เลี้ยงใจร้ายของลูกน้อยสามคน
9.4
ฮวาเฉี่ยนเหมียน ผู้มีพลังมิติจากอนาคตสวมร่างแม่เลี้ยงใจทรามในต่างภพ เธอทิ้งนิสัยเกียจคร้านหันมาดูแลแม่สามีและลูกเลี้ยงทั้งสาม หญิงสาวใช้พรสวรรค์สร้างฐานะจากงานเกษตร เปิดร้านอาหาร และหมักสุราสมุนไพร พร้อมผลักดันให้เด็กๆ เรียนหนังสือและฝึกวิชาต่อสู้ ทว่าชีวิตอันสงบสุขต้องพังทลาย เมื่อบิดาปริศนาโผล่มาทวงสิทธิ์ในตัวเด็ก ความขัดแย้งนี้ทำให้เธอโกรธจัดจนขอหย่าขาด แต่เขากลับประกาศกร้าวว่าชาตินี้ไม่มีการหย่าร้าง หากปรารถนาอิสระ หนทางเดียวที่มีคือการเป็นหญิงหม้าย