APKDock Logo
รายชื่อตอน
แชร์
ภาพปกนิยายเรื่อง หม้ายสาวหัวใจบานฉ่ำ

หม้ายสาวหัวใจบานฉ่ำ

โชคชะตาเล่นตลกกับพรพระพาย สาวสวยวัยไม่ถึงสามสิบที่ต้องกลายเป็นแม่หม้ายถึงสองหน งานแต่งครั้งแรกเธอต้องสูญเสียสามีในคืนวิวาห์ ส่วนครั้งที่สองเจ้าบ่าวก็อันตรธานหายไปอย่างไร้ร่องรอย จนกระทั่งกานต์ ชายหนุ่มลุคโจรป่าสุดเข้มก้าวเข้ามาในชีวิตเพื่อช่วยพังทลายกำแพงใจและลบล้างคำสาปเหล่านั้นให้หมดสิ้นไป การเดิมพันกับงานวิวาห์ครั้งที่สามนี้จะลงเอยด้วยความรักอันแสนหวานตามที่เธอปรารถนา หรือเธอจะต้องเลือกใช้วิธีวิวาห์เหาะเพื่อแก้เคล็ดดวงกินผัว และช่วยนำพาให้รักครั้งใหม่นี้รอดพ้นจากความโชคร้ายเสียที
รายชื่อตอน
แชร์

ตอน 2

แวนดี้กับสิปาง สองเพื่อนซี้ที่ตามประกบพรพระพายก็พลอยเป็นห่วงสภาพจิตใจของเพื่อนรักไปด้วย เพราะแม้ภายนอก พรพระพายจะเข้มแข็ง แต่ภายในใจนั้นคงกำลังร้องไห้ เธอสองคนไม่เห็นด้วยกับการตั้งโต๊ะแถลงข่าวนี้สักเท่าไหร่ แต่ในเมื่อพรพระพายตัดสินใจแล้วก็ต้องเลยตามเลย

ส่วนญาติผู้ใหญ่ทั้งฝ่ายเจ้าสาวเจ้าบ่าว รวมทั้งแขกคนอื่นๆ ทั้งที่อยู่ในงานและทยอยเข้างานตอนนี้ต่างตกใจกับข่าวนี้กันไม่น้อย เพราะไม่คิดว่ามันจะเป็นเรื่องจริง ญาติๆ ฝ่ายเจ้าบ่าวดูจะทำตัวไม่ถูก โดยเฉพาะอย่างยิ่งพ่อแม่เจ้าบ่าว ที่ถูกลูกชายฉีกหน้าจนไม่เหลือชิ้นดี ต่างขอโทษขอโพยครอบครัวพรพระพายเป็นการใหญ่ ก่อนจะรีบกลับออกไปเพราะทนสายตาทุกคนต่อไปอีกไม่ไหว

“แบบนี้คุณพายก็ได้ชื่อว่าเป็นหม้ายอีกครั้งน่ะสิคะ” คำถามแบบไม่คิดจะถนอมน้ำใจคนฟังยังดังมาจากปากของนักข่าวสาวคนเดิม ที่จงใจยิงประโยคคำถามที่ไม่ให้เกียรติคนตอบอีก มีความอคติเห็นๆ แต่นั่นเพราะเธอถูกซื้อตัวมาเพื่อให้ถามคำถามพวกนี้ต่างหาก

“ใจเย็นๆ ไว้พาย สูดหายใจเข้าปอดลึกๆ” สิปางลูบแขน พรพระพายเบาๆ เพราะรู้ว่าตอนนี้อารมณ์ของเพื่อนคงทะลุจุดเดือดไปแล้วแน่ๆ เป็นเธอก็คงเดือดเพราะแต่ละคำถามมันน่าฟังเสียเมื่อไหร่

ตอนนี้แวนดี้ใช้ความสวยในฐานะอดีตรองอันดับสองมิสทิฟ-ฟานี่อันดับหนึ่งของเธอให้เป็นประโยชน์ ด้วยการโปรยรอยยิ้มให้นักข่าวทุกคน นั่นเพราะอยากให้บรรยากาศมันไม่อึมครึม แต่ดูท่าจะไม่ค่อยได้ผล

“ค่ะ…พายเป็นหม้าย แต่คนอย่างพายเรื่องแค่นี้ด้อนแคร์อยู่แล้ว” ปากก็ว่าไม่แคร์ แต่ใจนั้นเจ็บซ้ำๆ จนมันเข็ดขยาดกับความรัก

“นั่นนะสิคะ เพราะนี่ก็ไม่ใช่หม้ายครั้งแรก” นั่นไงประโยคค่อนขอดถากถางจากนักข่าวคนเดิมยังดังแทรกทุกคนขึ้นมาอีก ก่อนที่นักข่าวอีกคนจะถามขึ้นมาบ้าง

“แล้วตอนนี้มีใครติดต่อเจ้าบ่าวได้บ้างไหมคะ”

“ไม่ทราบค่ะ แต่รู้ว่าพายติดต่อเขาไม่ได้” พรพระพายตอบความจริง เธอติดต่อราเชนไม่ได้และหลังจากนี้ก็จะไม่ติดต่อเขาอีก ในเมื่อเขาเลือกจะจบแบบนี้ เธอก็ไม่อยากยื้อคนโลเลให้เสียเวลาในชีวิต

“คิดจะฟ้องเจ้าบ่าวไหมคะ ที่ทำให้ชื่อเสียงของคุณพายเสื่อมเสียแบบนี้” นักข่าวอีกคนเอ่ยถามเพื่อเปลี่ยนประเด็น นั่นเพราะรู้สึกสงสารลูกผู้หญิงด้วยกัน งานแต่งงานคือความฝันของผู้หญิงทุกคน แต่พรพระพายกลับถูกเจ้าบ่าวพังงานแต่งจนล่มไม่เป็นท่า แต่ยังกล้าลุกขึ้นมานั่งให้สัมภาษณ์ก็นับถือใจเธออยู่ไม่น้อย

“ไม่ค่ะ พายไม่อยากสร้างเวรกรรมให้ต้องพัวพันกันอีก”

“ก่อนหน้านี้มีลางบอกเหตุอะไรบ้างไหมคะ ว่าเหตุการณ์แบบวันนี้จะเกิดขึ้น” นักข่าวที่ถามประโยคเมื่อครู่เอ่ยถามขึ้นอีกครั้ง

“ไม่มีค่ะ เราก็ยังคุยกันปกติดีทุกอย่าง” พรพระพายยิ้มบางๆ ให้นักข่าวทุกคน นั่นเพราะมันไม่มีอะไรเป็นลางบอกเหตุจริงๆ ไม่มีเลย

“แล้วงานเลี้ยงเย็นนี้ล่ะครับจะทำไง ได้ข่าวว่าค่าจัดงานหลักสิบล้าน”

“พายมีทางออกอยู่แล้วค่ะ ยังไงพายขอใช้พื้นที่ตรงนี้แจ้งแขกทุกท่านว่างานฉลองมงคลสมรสระหว่างพายกับราเชนในค่ำวันนี้มีเหตุให้ต้องยกเลิก เพราะเจ้าบ่าวหายตัวไปอย่างไม่ทราบสาเหตุ ยังไงพายก็ต้องกราบขอโทษแขกทุกๆ ท่านด้วยค่ะ” เอ่ยจบพรพระพายก็ยกมือไหว้พร้อมกับยิ้มให้กล้อง ก่อนจะเอ่ยกับนักข่าวตรงหน้าต่อ

“พี่ๆ นักข่าวคงได้คำตอบจากพายไปหมดแล้ว ยังไงพายขอจบเรื่องทุกอย่างไว้แค่ตรงนี้ ไม่อยากตอบคำถามอะไรอีกแล้ว เพราะแค่นี้พายกับครอบครัวก็เสียใจมาก หวังว่าพี่ๆ นักข่าวจะไม่ทำร้ายพายซ้ำอีกนะคะ” คำพูดของพรพระพายทำเอานักข่าวบางคนสะอึกไปเหมือนกัน นั่นเพราะเตรียมเล่นข่าวนี้อยู่

“ถ้าพี่ๆ นักข่าวไม่มีอะไรแล้ว พายขอตัวก่อนค่ะ” เอ่ยจบ พรพระพายก็ลุกขึ้นแล้วเดินเชิดหน้าฝ่าวงล้อมของบรรดานักข่าวออกไปทันที โดยมีสิปางกับแวนดี้เปิดทางให้

“ขอทางหน่อยนะคะพี่ๆ” สิปางเอ่ยยิ้มๆ แต่แววตานั้นกลับไม่ได้ยิ้มเลยสักนิด คนไหนเธอมองจิกได้เธอก็ทำ นั่นเพราะนักข่าวบางคนก็ไม่ได้มีจรรยาบรรณในวิชาชีพของตัวเองสักเท่าไหร่นักหรอก

“สมน้ำหน้า” ประโยคนี้ดังขึ้นจากหญิงสาวคนหนึ่งที่ไม่ได้รับเชิญมาเป็นแขกของวันนี้ แต่เธอก็ไม่ถือสายังสละเวลาอันมีค่ามาร่วมแสดงความเสียใจ ไม่ใช่สิ ต้องบอกว่าแสดงความยินดีจากใจจริง ที่พรพระพายนั้นได้เป็นหม้ายอีกหนอย่างที่เธออยากจะให้เป็น

เพราะเธอนั้นเกลียดพรพระพายมาตั้งแต่รู้ว่าจะได้แต่งงานกับภาคิน ไฮโซหนุ่มที่เป็นรักแรกและเป็นคนที่เธอหมายปองให้มาเป็นสามี แม้เธอกับเขานั้นจะได้ชื่อว่าเป็นญาติกัน แต่ก็แค่ญาติห่างๆ ไม่ใช่พี่น้องท้องเดียวกันสักหน่อย เมื่อยืนมองจนพอใจแล้ว เธอจึงกลับออกไปจากงานด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยรอยยิ้ม

ทันทีที่พรพระพายเดินออกมาจากห้องแถลงข่าว พ่อแม่และบรรดาญาติๆ สนิทที่ยังไม่กลับ ต่างพากันกรูเข้ามาถามไถ่ ซึ่งเธอก็ตอบได้เพียงสั้นๆ ว่า ‘ไม่เป็นอะไร ไม่แต่งก็ดี’

ก่อนจะให้พ่อแม่รวมทั้งญาติๆ กลับไปพักที่บ้านกันก่อน รวมทั้งแขกที่มางานก็ทยอยกลับเช่นเดียวกัน สิปางกับแวนดี้งานหนักหน่อย เพราะแม้พรพระพายจะประกาศผ่านนักข่าวไปแล้วว่างานเลี้ยงฉลองมงคลสมรสเย็นนี้ถูกยกเลิก แต่ถึงอย่างนั้นสองสาวก็ต้องโทรศัพท์แจ้งแขกผู้ใหญ่ที่ได้รับเชิญมางานเลี้ยงเย็นนี้ให้ทราบอีกครั้ง รวมทั้งเป็นตัวแทนพรพระพายขอโทษอย่างเป็นทางการ

ตอนนี้พรพระพายอยากพักใจจะขาด แต่ก็ต้องอยู่เคลียร์ทุกอย่างให้เรียบร้อย กระทั่งผ่านไปได้ด้วยดีเธอจึงขอตัวขึ้นไปยังห้องพัก แข้งขานั้นอ่อนแรงไปหมด เพราะยังปะติดปะต่อเรื่องราวที่เกิดขึ้นได้ไม่สมบูรณ์นัก และทันทีที่ประตูห้องพักซึ่งเธอใช้มันเป็นห้องแต่งตัวเมื่อหลายชั่วโมงปิดลง พรพระพายก็เดินไปทิ้งตัวลงนั่งบนโซฟาอย่างคนหมดเรี่ยวแรง เธอปล่อยอารมณ์ให้จมดิ่งอยู่ในห้วงของความเสียใจอย่างไม่อาจห้ามได้ ก่อนจะหยิบหมอนอิงขึ้นมาถือไว้แล้วยกมันขึ้นมาปิดหน้า จากนั้นก็….

กรี๊ดด

กรี๊ดดดด

กรี๊ดดดดดด

คุณอาจจะชอบ

ภาพปกนิยายเรื่อง ดวงใจแค้นแสนรัก
9.1
ค่ำคืนอันแสนหวานของพรธีรามลายหายไปในพริบตา เมื่อนวินเอ่ยปากขับไล่เธออย่างไร้เยื่อใยทันทีที่บทรักสิ้นสุดลง คำประกาศกร้าวว่าเขาไม่เคยอนุญาตให้ผู้หญิงคนไหนค้างคืนด้วย ทำเอาหญิงสาวชาวาบไปทั้งใจ ท่าทีแสนเย็นชาและรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ของชายหนุ่มทำให้เธอเริ่มตระหนักถึงความจริงอันโหดร้ายว่า สถานะคนรักที่เธอเข้าใจไปเองฝ่ายเดียวนั้น ไม่เคยเกิดขึ้นจริงจากปากของเขาเลยแม้แต่ครั้งเดียว ท่ามกลางความสับสนและเจ็บปวด พรธีราต้องเผชิญหน้ากับความจริงที่ว่าเธอเป็นเพียงทางผ่านในค่ำคืนที่แสนทรมานนี้เพียงลำพัง
ภาพปกนิยายเรื่อง  แต่งงานกับเศรษฐี
8.4
ซู่หยูชิงเป็นหญิงสาวที่รักความก้าวหน้าและทุ่มเทให้กับการทำงานอย่างสุดตัว ทว่าเธอกลับต้องเผชิญแรงกดดันอย่างหนักจากครอบครัวที่พยายามบังคับให้เธอแต่งงานมีครอบครัว เพื่อตัดปัญหาที่คอยกวนใจและช่วยให้เธอสามารถโฟกัสกับเรื่องงานได้อย่างเต็มที่ตามที่ปรารถนา หญิงสาวจึงตัดสินใจนัดบอดและเลือกทำข้อตกลงแต่งงานหลอกๆ กับชายหนุ่มนักเสี่ยงโชคคนหนึ่ง ซึ่งมีอาชีพเป็นเพียงช่างก่ออิฐธรรมดา เพื่อใช้ชีวิตแต่งงานบังหน้าและยุติปัญหาครอบครัว
ภาพปกนิยายเรื่อง พิชิตใจ..นายอบอุ่น i's you
8.3
เพียงจุมพิตเดียวในค่ำคืนนั้นกลับสั่นคลอนหัวใจอย่างไม่คาดคิด และกลายเป็นจุดเริ่มต้นของความรู้สึกลึกซึ้งที่ไม่มีวันเลือนหายไปจากใจ วินาทีที่ริมฝีปากของเราได้สัมผัสกันอย่างแผ่วเบา ก็เหมือนกับว่าโลกทั้งใบของผมถูกคุณยึดครองไปเสียแล้ว มันคือความรักที่ก่อตัวขึ้นอย่างรวดเร็วและฝังรากลึกในส่วนที่ลึกที่สุดของหัวใจ นับตั้งแต่ครั้งแรกที่เราได้สบตากันและได้ใกล้ชิดกันอย่างลึกซึ้งขนาดนั้น เรื่องราวความผูกพันที่เริ่มต้นจากจูบแรกครั้งนี้ จะนำพาและดึงดูดให้หัวใจของผมไปหยุดอยู่ที่คุณเพียงคนเดียวเท่านั้น
ภาพปกนิยายเรื่อง เล่นเสียวกับลูกน้อง&หลานชายผัวสุดสยิว
8.8
ชีวิตคู่ระหว่างเธอกับนายพลอานัตถ์ผู้เป็นสามีเริ่มจืดชืดไร้ความหวาน เมื่อเขาเอาแต่ดื่มสุราจนมึนเมาและละเลยหน้าที่สามี ปล่อยให้ภรรยาสาวที่ยังคงมีความต้องการอย่างเต็มเปี่ยมต้องเผชิญกับความอ้างว้างและไม่ได้รับการเติมเต็ม เพื่อดับไฟปรารถนาที่กำลังลุกโชนอยู่ในใจ เธอจึงตัดสินใจก้าวข้ามเส้นแบ่งความถูกต้องเพื่อค้นหาความตื่นเต้นครั้งใหม่ โดยหันไปเปิดความสัมพันธ์อันเร่าร้อนและลึกซึ้งกับลูกน้องคนสนิทรวมถึงหลานชายของสามีตัวเอง เพื่อปรนเปรอความใคร่ที่ขาดหายไปให้กลับมาเร้าใจและเร่าร้อนอย่างที่ไม่เคยพบเจอมาก่อน
ภาพปกนิยายเรื่อง ขอให้รักของฉันคือเธอ
9.1
จากแผลใจในอดีตที่ไม่มีวันลืมเลือน กลายมาเป็นเชื้อไฟนำทางให้หญิงสาวเริ่มดำเนินแผนการเพื่อเป้าหมายเดียว นั่นคือการใช้เสน่ห์และความอ่อนหวานเข้าหาเพื่อครอบครองหัวใจของชายหนุ่ม เธอตั้งใจทำให้เขาหลงรักเธอจนหมดใจอย่างถอนตัวไม่ขึ้น เพื่อที่ในท้ายที่สุดเขาจะต้องเผชิญหน้ากับความเจ็บปวดจากการสูญเสียและความเสียดายไปตลอดกาล ท่ามกลางเกมหัวใจที่มีความแค้นเป็นเดิมพันครั้งนี้ บทสรุปของความสัมพันธ์จะลงเอยอย่างไร
ภาพปกนิยายเรื่อง เถื่อนรักอสูรร้าย (ซีรีส อสูรซ่อนรัก เล่ม3)
8.7
“ฮืออ คุณมันผู้ชายสารเลว หนูเกลียดและขยะแขยงคุณที่สุด!” ดาวเรืองร้องไห้โฮเมื่อรู้สึกถึงรอยสัมผัสน่าขยะแขยงของเสี่ยไพรัตน์ มือที่จับปลายผ้าห่มก็ถูเช็ดไปตามผิวขาวผ่องจนแดงเถือก ซึ่งเสียงสะอื้นไห้ของเด็กน้อยทำให้คนที่ยืนเท้าสะเอวเป็นเด็กแรกเกิดอยู่ตรงปลายเตียงนั้นตื่นจากความฝันที่เป็นจริง สิงขรหน้าแดงก่ำโกรธเด็กน้อยที่บังอาจเช็ดรอยสำผัสที่เขาทำไว้บนตัวเธอ ร่างโตจึงรีบก้าวขึ้นเตียงคลานตามไป มือใหญ่คว้าหมับกำกระชับแน่นที่ข้อเท้าน้อย พร้อมออกแรงกระชากดึงให้คนตัวเบาเข้ามาปะทะแผ่นอก “กรี๊ดดด! ไอ้คนชั่ว! คนเลว ! ปล่อยหนูเดี๋ยวนี้นะ!” ถึงจะเจ็บระบมไปทุกตารางนิ้วบนร่างกาย ดาวเรืองก็ไม่ต้องการให้เขาแตะต้อง แม้จะมีแรงเพียงน้อยนิด แต่ก็ปกป้องตัวเองโดยการใช้กำปั้นน้อยๆ ทุบตีคนใจโฉดอย่างบ้าคลั่ง “ปากดี ด่าเก่งนักนะ อย่างนี้มันต้องโดนอีกสักสามสี่รอบ หรือว่าจะทั้งคืนเลยดีไหม?” สิงขรอุ้มเด็กน้อยให้เข้ามานั่งอยู่บนตัก ซึ่งทำให้ดวงหน้าของคนทั้งสองอยู่ในระดับเดียวกัน มือหนาสอดเข้าท้ายทอยฉุดเบาๆ ให้ดวงหน้างามแหงนขึ้นเพื่อรองรับคำขู่จากปากหยักที่บดขยี้กลีบปากบวมเจ่อ และเมื่อได้ชิมความหอมหวานในโพรงปากนุ่มพอใจแล้ว เขาก็ตวัดอุ้มร่างน้อยขึ้นพาดบ่า ฝ่ามือใหญ่กางออกแล้วฟาดลงบนสะโพกกลมงอนเสียงดังเผียะๆ พร้อมทั้งก้าวลงเตียงเดินดุ่มๆ พาหญิงสาวเข้าห้องน้ำ “ปล่อยหนูนะ โอ๊ยย! ไอ้ลุงแก่ชอบรังแกเด็ก! ฮืออ” เสียงใสครางปนเสียงสะอื้นเมื่อถูกปล่อยให้เท้าแตะพื้น ขาเรียวสวยสั่นระริกไม่มีแรงยืนด้วยตัวเองจึงทรุดลงไปนั่งบนพื้นห้องน้ำ “ก็ไอ้ลุงแก่คนนี้ไม่ไช่เหรอที่ทำให้เธอพ้นจากไอ้แก่พุงโย้ตัณหากลับนั้น” สิงขรไม่ชอบใจเป็นอย่างมากที่หญิงสาวมักเรียกเขาว่าลุง ดวงตาสีนิลเริ่มแดงก่ำจ้องมองหญิงสาวที่กำลังคลานหนีไปนั่งขดตัวเป็นกิ้งกืออยู่ข้างชักโครก “คุณก็ไม่ต่างอะไรกับเสี่ยไพรัตน์เลยสักนิดที่ชอบล่อลวงเด็กสาวพาไปทำมิดีมิร้ายเหมือนกัน” ดาวเรืองร้องไห้โฮเมื่อนึกถึงภาพของไอ้เสี่ยแก่รุ่นตาพุงก็โย้ น่าเกลียดที่สุด ไอ้ตาแก่นั่นกำลังย่ำยีเธอ แต่แปรเปลี่ยนเป็นภาพของสิงขรที่เป็นคนทำร้ายพรากความบริสุทธิ์ไปโดยที่ไม่ได้ยินยอมสักนิด หญิงสาวนั่งกอดเข่าใบหน้าเขลอะน้ำตาก็แนบชิดมือของตัวเองที่วางอยู่บนหัวเข่า เรียวปากบวมเจ่อก็กระซิบเสียงแผ่วเบาหวังให้ได้ยินเพียงคนเดียว “ยัยเด็กบ้าเอ๊ย! เธอกล้าเปรียบฉันเป็นไอ้เฒ่าไพรัตน์หัวงูนั่นได้ไงฮะ? แล้วถ้าฉันไม่รักษาด้วยร่างกายของฉัน ป่านนี้ เธอก็คงจะขาดใจตายไปนานแล้ว และตอนนี้ มันก็อยากจะเข้าไปในตัวเธอเพื่อทดสอบดูว่าหายจากอาการสยิวซ่านหรือยัง” คำพูดดูหมิ่นของเด็กน้อยทำให้สิงขรโกรธจนหน้าแดงก่ำ เขาเอาแต่พูดเรื่องใต้สะดือให้เธอฟัง ‘เฮอะ! ทำเป็นหน้าแดง อายละสิที่เห็นตัวตนของฉัน’ สิงขรคำรามพูดอยู่ในใจ “อ๊ายย! ไอ้คนทุเรศ! อย่าคิดเอาไอ้หนอนเน่าน่าเกลียดนั่นเข้ามาใกล้หนูเด็ดขาด” ดวงตากลมโตคลอน้ำตาเบิกโพลงเมื่อเห็นความใหญ่โตตรงหว่างขาของเขา ซึ่งมันผงกหัวเบ่งกล้ามจนเห็นเส้นเลือดสีเขียวปูดใส่เธออย่างที่ว่าจริงๆ “หึ! ก็ไอ้หนอนตัวนี้ไม่ใช่เหรอที่ทำให้เธอหายจากอาการซ่านสยิว แตะตรงไหน ผิวนี่สั่นระริกไปตามการลูบไล้ของฉันไม่ใช่เหรอ ฮะ” ดวงหน้าหวานแดงระเรื่อผสมแววตากลมโตสั่นไหวหวาดกลัวนั้นทำให้สิงขรนึกสนุก เขายิ้มแยกเขี้ยวน่ากลัว ชี้มือให้เธอดูความแข็งแกร่งที่มันชูชันตั้งโด่