APKDock Logo
ภาพปกนิยายเรื่อง มงกุฎเลือด

มงกุฎเลือด

9.8 / 10.0
เมื่อความภักดีถูกตอบแทนด้วยการหักหลังจนตัวตายในสนามรบจากน้ำมือของชายคนรักและน้องสาวสายเลือดเดียวกัน โอกาสครั้งใหม่ในการฟื้นคืนชีพจึงกลายเป็นจุดเริ่มต้นของการชำระแค้น นางยอมละทิ้งอดีตคู่หมั้นผู้โสมมและเกียรติยศที่เคยถูกช่วงชิงไป เพื่อเข้าพิธีสมรสกับอ๋องอวี้ผู้เย็นชาและไร้ความสามารถในการเดิน ท่ามกลางกระแสคำดูแคลนจากผู้คน นางได้ใช้ทักษะการแพทย์รักษาขาทั้งสองข้างของเขาจนหายดี พร้อมร่วมมือกันวางกลอุบายทำลายล้างศัตรูที่เคยสร้างความเจ็บปวด เมื่อความจริงปรากฏและเขากลับมาผงาดได้อีกครั้ง ทั้งสองจึงร่วมกันแผ่ขยายอำนาจเพื่อสยบใต้หล้าและก้าวขึ้นสู่บัลลังก์อย่างยิ่งใหญ่

มงกุฎเลือด ตอนที่ 1

“หยินเอ่อร์ น้องสาวเจ้ามีร่างกายอ่อนแอมาตั้งแต่วัยเยาว์ ตลอดหลายปีมานี้เราต้องขอบคุณที่นางได้อยู่เคียงข้างเรา และคอยดูแลพวกเราจากใจด้วยความเคารพ ผลงานทางทหารและรางวัลที่เจ้าได้รับมาในครั้งนี้ มิเช่นนั้นก็... ยกให้นางไปเสียเถิด”

เมื่อน้ำเสียงที่คุ้นเคยลอยลอดเข้าหู ซูหยินก็ลืมตาทั้งสองข้างขึ้นอย่างแรง

สิ่งที่ปรากฏขึ้นในสายตาก็คือห้องโถงหลักที่คุ้นเคยของตระกูลซู ส่วนซูตงเฉิงผู้เป็นบิดา กับนางสวี่ผู้เป็นแม่ของนาง กำลังนั่งหลังตรงอยู่ยังที่นั่งหลัก

ซูหลิงเอ่อร์ผู้เป็นน้องสาวของนางสวมชุดสาวชาววังสีชมพูใหม่เอี่ยม แต่งตัวอย่างสดใส ซูหลิงเอ่อร์กำลังนั่งซบอยู่ข้าง ๆ นางสวี่ สายตามองมาที่นางด้วยความคาดหวัง

ซูหยินรู้สึกเหมือนได้ยินเสียงฟ้าผ่าดังกึกก้องอยู่ในหัว ทำให้จิตใจและจิตวิญญาณของนางสั่นสะเทือนไปหมด

นาง…… ได้กลับมาเกิดใหม่หรือนี่!

นางได้ย้อนกลับมายังจุดเริ่มต้นของชะตากรรมอันน่าเศร้าในชาติที่แล้ว เป็นช่วงเวลาที่พ่อแม่ของนางเรียกร้องอย่างไม่ละอาย ว่าให้นางยกความดีความชอบทางการทหารที่นางเอาชีวิตไปแลกมาให้ซูหลิงเอ่อร์!

ความรู้สึกแค้นที่ฝังลึกราวกับลาวาหนืดใต้ภิภพที่กำลังปะทุ มันแผ่ซ่านไปทั่วทั้งตัวของนางภายในชั่วพริบตา!

เล็บของซูหยินจิกลึกลงไปในฝ่ามือ ความเจ็บปวดอย่างรุนแรงทำให้นางแทบจะแสดงอาการขุ่นเคืองใจออกมาอยู่แล้ว

ชาติที่แล้ว สงครามได้เกิดขึ้นที่แดนเหนือ ชนเผ่าหมานได้ยกกองกำลังมาโจมตีประตูเมือง

ทางราชสำนักได้ออกพระราชโองการมาว่า:ตระกูลใดก็ตามที่อยู่ในลำดับชั้นที่ห้าขึ้นไป จะต้องถวายทองคำหนึ่งร้อยตำลึง หรือไม่ก็ต้องส่งบุตรหลานเข้าร่วมกองทัพ หากในครอบครัวไม่มีผู้ชายที่มีร่างกายแข็งแรง สามารถส่งผู้หญิงไปเป็นตัวแทนของตระกูลได้ ซึ่งผลงานทางการทหารทั้งหมดจะถูกบันทึกเอาไว้ในนามของวงศ์ตระกูล

ตระกูลซูมีทายาทอันน้อยนิด ทางบิดาไม่มีทายาทที่เป็นบุรุษไว้สืบทอดวงศ์ตระกูล ส่วนหลิงเอ่อร์น้องสาวของนางก็ร่างกายอ่อนแอมาตั้งแต่เยาว์วัย นางจึงเสนอตัวที่จะแบกรับภาระอันหนักอึ้งนี้เอง นางสวมเกราะ ถืออาวุธ เร่งรุดไปยังสนามรบ

เป็นเวลาห้าปีเต็มที่นางสละเลือดเนื้อในการต่อสู้อย่างกล้าหาญจนเกือบจะต้องตายอยู่หลายครั้งหลายครา แต่สิ่งที่ยึดเหนี่ยวให้นางสามารถผ่านพ้นสถานการณ์อันสิ้นหวังแต่ละครั้งมาได้ ก็คือความรักที่นางมีต่อครอบครัว

พ่อแม่จะต้องภูมิใจในตัวนางมากเป็นแน่ ไหนจะคู่หมั้นของนางที่หมั้นหมายกันมาตั้งแต่เด็ก ชายหนุ่มที่สัญญาว่าจะปกป้องนางไปตลอดชีวิต เขาก็คงตั้งตารอคอยการกลับมาอย่างมีชัยของนางเช่นกันเป็นแน่

ทว่าตอนที่นางมีชัยกลับมา ความอ่อนโยนและการปลอบประโลมที่นางเคยจินตนาการไว้มากมายนับครั้งไม่ถ้วนนั้นกลับไม่ได้เกิดขึ้น สิ่งที่รอนางอยู่คือคำขอร้องที่ไม่สมเหตุสมผล ทำเอาคนฟังรู้สึกหนาวจับขั้วหัวใจ

แล้วจะให้นางยินยอมได้อย่างไร? ความสำเร็จอันรุ่งโรจน์เหล่านั้นของนางล้วนแลกมาด้วยเลือดและน้ำตา แล้วจะให้นางยกให้ผู้อื่นไปอย่างง่ายดายเช่นนี้น่ะหรือ?

แต่พ่อแม่ของนางกลับเอาเรื่องสายเลือดมาขู่นาง อีกทั้งยังบอกนางด้วยน้ำเสียงเย็นชาว่า ความจริงแล้วชื่อที่ลงทะเบียนไปในบัญชีรายชื่อทหารตอนนั้นเป็นชื่อของซูหลิงเอ่อร์

ความดีความชอบทางทหารครั้งนี้ จึงควรที่จะต้องเป็นของซูหลิงเอ่อร์โดยชอบธรรม

หากนางยังคงปฏิเสธอีก ก็ถือว่านางมีความผิดร้ายแรงฐานหลอกลวงฮ่องเต้ ซึ่งจะทำให้ทุกคนในตระกูลซูต้องซวยไปกับนางด้วย!

นางทั้งโศกเศร้าทั้งเคียดแค้น แต่กลับไม่สามารถที่จะร้องทุกข์ใด ๆ ได้เลย เพราะช่วงเวลาห้าปีที่อยู่ในกองทัพ เพื่อปกปิดรูปลักษณ์เอาไว้ นางจึงสวมหน้ากากมาตลอด ตอนนี้แม้แต่การพิสูจน์ตัวตนนางก็ยังทำไม่ได้

สิ่งที่ทำให้นางเจ็บปวดหัวใจยิ่งกว่านั้นก็คือ ฉินเจิ้งผู้เป็นคู่หมั้นที่นางเฝ้าทวิลหา ไม่เพียงแต่ไม่เรียกร้องความยุติธรรมให้นางเท่านั้น แต่เขายังใช้คำพูดที่ฟังดูดีมาเกลี้ยกล่อมนางให้ ‘เห็นแก่ส่วนรวม’ บอกให้นางยกความดีความชอบนี้ให้กับซูหลิงเอ่อร์ไปเสีย

สุดท้ายพอนางยอมตอบตกลงทำตามคำขอที่บ้าบอนี้ หลังจากนั้นซูหลิงเอ่อร์ก็อาศัยความดีความชอบทางทหารที่แอบอ้างนี้ไปยื่นคำร้องต่อฮ่องเต้ เพื่อขอให้พระองค์ทรงพระราชทานงานแต่งให้นางกับฉินเจิ้ง!

อ่านต่อ

สารบัญ มงกุฎเลือด

Ch. 1 Ch. 2 Ch. 3
Ch. 4
Ch. 5
Ch. 6
Ch. 7
Ch. 8
Ch. 9
Ch. 10
Ch. 11
all

คุณอาจจะชอบ

นิยายมาใหม่

ภาพปกนิยายเรื่อง หลังเธอทำลายคำโกหก ทุกคนก็คุกเข่าขออภัย
9.8
ในคืนที่เกิดภัยพิบัติน้ำท่วมใหญ่ ลิซ่าถูกพี่ชายและสามีทอดทิ้งอย่างไม่ไยดีเพื่อไปช่วยอลิซ จนทำให้เธอต้องประสบอุบัติเหตุขาหัก ซ้ำร้ายอลิซยังกุเรื่องใส่ร้ายว่าลิซ่าพยายามฆ่าเธอท่ามกลางกระแสน้ำ ส่งผลให้ชายทั้งสองโกรธแค้นจนขาดสติ พวกเขาลงทัณฑ์ลิซ่าอย่างทารุณด้วยการใช้ก้อนหินทุบซ้ำลงบนบาดแผลที่ขาเพื่อสั่งสอนให้เข็ดจำ เหตุการณ์นี้ทำให้ลิซ่าได้ตระหนักถึงโฉมหน้าอันโหดเหี้ยมและเย็นชาของคนที่เธอเคยรักอย่างหมดใจ ท่ามกลางความเจ็บปวดเจียนตาย เธอจึงตั้งมั่นว่าจะต้องหลบหนีไปจากขุมนรกแห่งนี้ให้ได้สำเร็จ
ภาพปกนิยายเรื่อง คุณแม่ที่รัก [Dear Mother]
8.9
“คุณแม่จะรับผิดชอบผมยังไง ที่นำพาผมลงสู่นรกไปพร้อมกับคุณแม่ครับ” “คุณหื่นทุกครั้งที่เมาแบบนี้มั้ย” !!!! “คุณพูดอะไร” “ผมพูดอะไร นี่คุณอย่าบอกนะว่าก่อนหน้านี้คุณจำอะไรไม่ได้เลย” นับดาวตื่นตระหนกลนลานจนแทบสิ้นสติ “คุณบุกเข้าห้องผม ผู้หญิงตัวเล็กๆ ใครจะคิดว่าแรงจะเยอะจนน่ากลัว คุณจู่โจมผมทุกอย่าง ผมไม่ใช่พระอิฐพระปูน.../...อย่านะ!!! อย่าพูดต่อนะ” นับดาวทนฟังต่อไม่ได้ เธอยกมือขึ้นปิดปากเขาพร้อมออกแรงโถมกายใส่เขา ทิวาหยุดเอ่ยนอนนิ่งให้ท่อนบนเปลือยของเธอทาบทับแผ่นอกเขาไว้ แม้จะมองไม่ค่อยเห็น แต่ระยะใกล้มากกับสายตาที่ปรับเข้ากับความมืดได้แล้วของทั้งสอง ทำให้ต่างก็มองเห็นดวงตาของกันและกัน ทิวาไม่ได้เอ่ยอะไรต่อ ในทางตรงข้ามเขากลับยั่วยวนเธอ แลบลิ้นเลียฝ่ามือเธอ ควับ! นับดาวสะดุ้งตกใจชักมือกลับ เซถลาจนตัวเองกลับเป็นฝ่ายไปนอนและทิวาก็ขยับเป็ยฝ่ายทาบทับร่างเธอไว้ในทันที “คุณแม่จะรับผิดชอบผมยังไง ที่นำพาผมลงสู่นรกไปพร้อมกับคุณแม่ครับ”
ภาพปกนิยายเรื่อง เปย์รัก(แฝดน้อง) 40 กะรัต
8.4
เมื่อหญิงสาวผู้หลงใหลในสิ่งของล้ำค่าและอัญมณีอย่างถอนตัวไม่ขึ้น ต้องมาเผชิญหน้ากับมหาเศรษฐีหนุ่มสายเปย์ที่พร้อมประเคนของขวัญเลอค่าให้เธออย่างไม่มีวันหมดสิ้น แม้เธอจะพยายามหาทางหลีกหนีและปฏิเสธความรู้สึกดีๆ ที่เขามอบให้มากเท่าไหร่ ชายหนุ่มกลับยิ่งรุกคืบด้วยการขนสมบัติมากมายมาเอาชนะใจเธอราวกับรถสิบล้อ ยิ่งเธอถอยห่าง เขาก็ยิ่งใช้ความร่ำรวยเข้าหาและเปย์หนักขึ้นทุกที แล้วหัวใจของคนแพ้ทางของสวยงามอย่างเธอ จะต้านทานเสน่ห์อันเหลือร้ายและบ่วงรักของจอมทุ่มคนนี้ได้นานเท่านี้ได้อย่างไร
ภาพปกนิยายเรื่อง ยักษ์ครุฑี
8.0
กษัตริย์อสุรานามพระสุวรรณเมฆาได้เข้าช่วยเหลือครุฑีสาวตนหนึ่งที่ร่วงหล่นลงมาจากท้องฟ้าได้อย่างหวุดหวิด ทว่าความงดงามของนางกลับดึงดูดใจยักษ์หนุ่มอย่างลึกซึ้ง ในขณะนั้นกองทหารครุฑาได้ปรากฏตัวขึ้นพร้อมบีบบังคับให้ส่งตัวนางกลับคืนไป แต่จอมราชันแห่งยักษ์กลับปฏิเสธอย่างไม่เกรงกลัวและพร้อมที่จะปกป้องนางอย่างสุดกำลัง เหตุการณ์นี้กลายเป็นชนวนเหตุให้เกิดสงครามข้ามเผ่าพันธุ์อันนองเลือด พระสุวรรณเมฆาจึงต้องยอมใช้มหิทธานุภาพอันยิ่งใหญ่เข้าหักหาญกับศัตรูเพื่อปกป้องชีวิตของครุฑีในอ้อมแขนให้จงได้
ภาพปกนิยายเรื่อง พันธะเสน่หามาเฟีย
7.9
เพราะเตกิล่าสองแก้วในคืนนั้น ทำให้ชีวิตเรียบง่ายของดวงดาราเปลี่ยนไป หล่อนมีลูกแฝด โดยไม่รู้ว่า ใครคือพ่อของลูก “ก็ฉันอยากกอดเธอด้วยถามไปด้วยนี่” เขาไม่ปล่อย “แล้วก็อยากจูบเธอด้วย” ดวงดาราตกใจ อ้าปากค้าง ดวงตาขยายกว้าง ไม่คิดว่าเขาจะเอ่ยประโยคนี้ออกมา หล่อนถึงกับทำอะไรไม่ถูก ได้แต่ยืนนิ่งให้เขากอด “ไม่...” เป็นเพียงคำเดียวที่ดวงดาราเอ่ยออกมา เนื่องจากเสียงทุกเสียงถูกปิดลงด้วยริมฝีปากบางสีชมพูของเขา อารามตกใจปากจิ้มลิ้มที่ยังคงอ้าค้าง เปิดโอกาสให้เอเดนสอดลิ้นเข้าไปพันรัดลิ้นนุ่มที่อยู่ในอาการตระหนก เอเดนสำรวจช่องปากหอมหวาน พิสูจน์ด้วยตัวเองว่า ทั้งกลิ่นและรสชาติภายในโพรงปากหวานจะใช้คนเดียวกับสาวปริศนาคนนั้นหรือไม่ เหมือนกันเลย...ปากหอมหวาน กลิ่นน้ำหอมก็เย้ายวนชวนลุ่มหลง นั่นคือคำตอบที่เอเดนได้รับ เขาบดจูบ แรกลัดลิ้นเล็กที่ดูแล้วไม่เป็นประสา ราวกับไม่เคยถูกจูบมาก่อน เนื้อตัวก็สั่นหนัก หัวใจดวงดาราไม่ต้องพูดถึง เต้นโครมครามหาจังหวะไม่ได้ ตื่นเต้นไปหมดจนมือชื้นเหงื่อ สมองของหล่อนว่างเปล่าเสมือนถูกถึงออกจากหัว ไร้ความคิดความอ่านใดๆ ทั้งสิ้น แล้วอยู่ๆ ความดำมืดก็เข้ามาแทนที่ “เฮ้ย!” เอเดนตกใจ เมื่อร่างแน่งน้อยอ่อนแรง ขาทั้งสองข้างอ่อนเปลี้ย ใบหน้าแหงนหงาย ดวงดาราเป็นลม...
ภาพปกนิยายเรื่อง รักร้าย มาเฟียลูกติด
8.3
เมื่อความรักในอดีตพังลงเพราะความยากจน แทนไท มาเฟียหนุ่มวัยยี่สิบเก้าปีจึงกลายเป็นคนไร้หัวใจ เขาถูกอดีตคนรักทิ้งไปอย่างไม่ใยดีพร้อมกับทิ้งลูกน้อยวัยเพียงหนึ่งเดือนไว้ให้ดูต่างหน้า ความเจ็บปวดครั้งนั้นขับเคลื่อนให้เขาถีบตัวเองขึ้นเป็นมหาเศรษฐีผู้ทรงอิทธิพล และมองผู้หญิงทุกคนเป็นแค่ของเล่นแก้เหงา ทว่าชีวิตที่มืดมนของเขากลับเริ่มเปลี่ยนไปเมื่อได้พบกับ พรพระพาย เลขาสาวสู้ชีวิตวัยยี่สิบสองปีที่เพิ่งเผชิญมรสุมชีวิตจากการสูญเสียพ่อแม่ในอุบัติเหตุ เธอไม่เพียงแต่เข้ามาช่วยแบ่งเบาเรื่องงาน แต่เธอยังเป็นคนเดียวที่สามารถทลายกำแพงในใจของ อาชิ ลูกชายวัยสามขวบผู้เงียบขรึมและมีโลกส่วนตัวสูงให้กลับมามีรอยยิ้มที่สดใสได้
รายชื่อตอน
อ่านเลย
แชร์