APKDock Logo
รายชื่อตอน
แชร์
ภาพปกนิยายเรื่อง ถานหยี่เหยียน นางมารผลาญรัก

ถานหยี่เหยียน นางมารผลาญรัก

โศกนาฏกรรมในอดีตที่เคยทำลายล้างตระกูลกำลังจะถูกแก้ไข เมื่อดวงตาสวรรค์มอบโอกาสให้ ถานหยี่เหยียน นางมารผู้โหดเหี้ยมได้ย้อนเวลากลับสู่ร่างเดิม ทว่าครั้งนี้วิญญาณจากยุคปัจจุบันอย่าง เอลิซาเบธ ลี หรือหยางลี่จู ต้องเข้ามาผสานจิตวิญญาณร่วมกับร่างอันชั่วร้ายนี้ด้วย ในการคัดเลือกพระชายาซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของเรื่องราวเลวร้ายทั้งหมด นางตั้งใจจะเปลี่ยนอนาคตเพื่อสร้างชีวิตใหม่กับชินอ๋อง ชายในดวงใจ แต่ทว่าความแค้นที่ฝังลึกกลับเริ่มปะทุขึ้นมาอีกครั้ง และมันอาจเผาทำลายทุกสิ่งให้สูญสิ้นยิ่งกว่าที่เดิม
รายชื่อตอน
แชร์

ตอน 3

และนั้นทำให้ดวงตาสีนิลดุจดั่งพญาเหยี่ยวหรี่ตามองสตรีตรงหน้าลุกโชนวาววับขึ้นมาทันทีเมื่อได้ยินเช่นนั้น

         “นี่เจ้ายังจะคิดว่าเข้ามาในสถานที่เป็นพำนักของข้าแล้วจะสามารถเล็ดรอดออกไปได้อย่างนั้นเหรอ ไม่รู้เลยเหรอว่าไม่เคยมีผู้ใดที่เล็ดรอดเข้ามาแล้วจะสามารถออกไปจากที่นี่ได้หรือแม้กระทั่งรอดชีวิตออกไปแม้แต่คนเดียว!”

         คำกล่าวของผู้ชายตรงหน้าทำให้หญิงสาวยิ่งฟังยิ่งงงหนักมากเข้าไปอีก

         “คุณจะพูดอะไรกันแน่! แต่ช่างเถอะนะนั้นมันเรื่องของคุณฉันไม่อยากฟังอะไรทั้งนั้น ตอนนี้ไม่มีอารมณ์จะทำงานอะไรร่วมด้วยแล้ว ในเมื่อถามแล้วไม่ยอมบอกกลับเองก็ได้จะง้อเหรอ...ชิ!”หญิงพูดลงท้ายพลางสะบัดหน้าหนีพร้อมก้าวเดินตรงไปที่ประตูห้องที่ชายหนุ่มบ่าวตัวเบ้อเริ่มยืนขวางอยู่ในขณะนั้น

         ในขณะที่คนฟังมีรอยยิ้มปรากฏขึ้นอยู่บนใบหน้าครั้นได้ยินนางตอบกลับมา

         “อย่าบอกนะว่าเจ้าถูกนำมาที่นี่โดยไม่รู้ว่าต้องมีหน้าที่อย่างไร”เขาถามนางกลับไป

         “รู้! และก็รู้ดีมากด้วย จะบอกอะไรให้นะฉันมาที่นี่มีหน้าที่ทำงานตามสัญญาจ้างที่ตกลงกันเท่านั้น นอกเหนือจากนี้ไม่มียะ!”หญิงสาวตอบสวนกลับไปอย่างไม่กลัวเกรงและยี่หระกับคำถามที่ชายหนุ่มตรงหน้ากล่าวกับเธอแม้แต่น้อย

         และคำตอบของเธอดังกล่าวสร้างเสียงหัวเราะขบขันให้แก่ชายหนุ่มหน้าหยกอย่างยิ่งยวด

         “ในเมื่อล่วงรู้หน้าที่ของเจ้าแล้วเช่นนี้ก็ดีว่าถูกส่งมาเพื่อทำหน้าที่อะไร เช่นนั้นถึงเวลาแล้วที่เจ้าจะต้องทำหน้าที่นี้ให้ข้า!”

         หา! เสียงอุทานดังขึ้นมาฉับพลันเมื่อได้ยินเช่นนั้น

     “ทำหน้าที่อะไรกันเนี่ย! ทำไมอีตานี่ยิ่งพูดยิ่งงง”เธอบ่นพึมพำพร้อมเสียงของอีกฝ่ายเอ่ยขึ้น

         “ตอนนี้เป็นฝ่ายที่ข้าจะถามเจ้าบ้างแล้ว”เสียงทุ้มของเขาถามกลับไปด้วยความอยากรู้

ร่างสูงทะมึนย่างสามขุมก้าวเข้าไปหาเจ้าสาวของเขา ในขณะที่สาวน้อยคนงามกำลังก้าวเดินถอยหลังอย่างรวดเร็วทันทีที่เขาก้าวเดินเข้าไปหา

         “คุณจะถามอะไร!”เธอถามสวนกลับไปทันควัน

         หากแต่ยังไม่ทันที่จะมีคำตอบใดๆ กลับมีเสียงปรากฏขึ้นอยู่ตรงหน้าประตูห้องดังกล่าวขึ้นมาทันที

         “ท่านอ๋อง! สตรีที่ถูกคัดเลือกห้าคนสุดท้ายได้เดินทางมาถึงแล้วพ่ะย่ะค่ะ!”เสียงคนสนิทดังขึ้นอยู่ด้านนอก

         “อะไรนะ!”เสียงที่บ่งบอกถึงความแปลกใจอย่างเห็นได้ชัด

ดวงตาคมกริบดุจพญาเหยี่ยวแปรเปลี่ยนไปทันใด เมื่อได้ยินคนสนิทรายงานออกมาเช่นนั้น คิ้วเข้มขมวดเข้าหากันด้วยความสงสัยพร้อมหันกลับไปมองสตรีในชุดเจ้าสาว

         “สตรีห้าคนสุดท้ายเพิ่งจะเดินทางมาถึงหรือนี่!”คำกล่าวที่เต็มไปด้วยความแปลกใจเอ่ยขึ้นมาทันทีครั้นได้ยินเช่นนั้น ดวงตาสีนิลคมกล้ามองสตรีที่กำลังยืนอยู่ตรงหน้าเขม็ง

         “แล้วสตรีผู้นี้เป็นใคร! นางไม่ได้ถูกส่งมาเพื่อให้เป็นคนของข้าอย่างนั้นหรอกเหรอ”ชายหนุ่มสูงศักดิ์พึมพำด้วยความสงสัย

         “เจ้าชื่ออะไร!”เสียงทุ้มใหญ่ถามกลับไปอย่างรวดเร็วด้วยความอยากรู้

         “ไม่บอกปล่อยให้งง!”คนงามตอบเสียงห้วนสวนกลับไปโดยไม่รีรอพร้อมเอ่ยขึ้น

         “ฉันไม่ได้เป็นอะไรกับคุณตามที่เข้าใจหรอกนะเพราะฉะนั้นช่วยกรุณาหลีกทางออกจากหน้าประตุด้วย เพราะฉันต้องการจะกลับบ้านยิ่งเร็วได้เท่าไรยิ่งดี”เธอบอกจุดประสงค์สวนกลับไป

         รอยแสยะยิ้มเหยียดยกยิ้มที่มุมปากเมื่อคนงามบอกเขากลับมาเช่นนั้น

         “เหลียงมู่!”ชื่อของคนสนิทถูกเรียกขึ้นมาทันที

         “พ่ะย่ะค่ะ!”เสียงตรงหน้าประตูขานรับอย่างรวดเร็ว

“เจ้าจงให้พวกนางกลับจวนของตัวเองไปซะ! เพราะข้าไม่ต้องการ! เจ้าสาวของข้ากำลังยืนอยู่ตรงหน้านี้แล้ว!”เสียงตะโกนบอกคนสนิทที่กำลังรอรับคำสั่งอยู่ตรงหน้าประตูในขณะนั้น

ท่ามกลางความงุนงงสงสัยของคนที่อยู่นอกห้องดังกล่าวว่าเพราะเหตุใดจึงปฏิเสธไม่รับสตรีทั้งห้าซึ่งทางราชสำนักคัดเลือกมาเป็นอย่างดี สตรีแต่ละนางนั้นล้วนเหมาะสมกับชินอ๋องแห่งแคว้นฉู่ทุกประการ

         “พ่ะย่ะค่ะ”เสียงรับคำเบาๆ พร้อมเสียงฝีเท้าเดินจากไป

         ดวงตาคมกล้ายังคงจับจ้องอยู่แต่ร่างงามระหงในชุดเจ้าสาวสีขาวเต็มไปด้วยความสวยสง่า ร่างระหงสวมชุดดังกล่าวได้งดงามมากเสียจริงช่างสวยตราตรึงเป็นยิ่งนัก

ในขณะที่อีกฝ่ายก็กำลังจ้องเขากลับมาอย่างไม่ลดละและไม่มีความกลัวเกรงแม้แต่น้อย แต่แล้วเพียงครู่พลันปรากฏเสียงบางอย่างดังขึ้นภายในห้องท่ามกลางความเงียบงัน

         กรุ๊งกริ๊ง! กร๊งกริ๊ง! กรุ๊งกร๊ง! เสียงคล้ายกระดิ่งลมก็ไม่ใช่ แลดูคล้ายเสียงกำไลก็ไม่เชิงดังแทรกขึ้นมาในขณะที่ทั้งสองกำลังยืนเผชิญหน้ากันอยู่ในขณะนั้นท่ามกลางความแปลกใจของคนทั้งคู่ด้วยเสียงนั้นราวกับว่าดังขึ้นอยู่ข้างหูดั่งเช่นเสียงกระซิบแผ่ว

         “เสียงอะไร!”บุรุษสูงศักดิ์กล่าวพร้อมกวาดสายตาไปทั่วห้องด้วยความสงสัย ก่อนจะหยุดนิ่งไปโดยพลัน

เมื่อปรากฏไอควันขาวบางเบาแผ่เข้ามาปกคลุมโดยรอบพร้อมร่างของคนงามในชุดเจ้าสาวสีขาวกำลังค่อยๆ เลือนหายไปต่อหน้าต่อตาชินอ๋องแห่งต้าฉู่ที่กำลังยืนมองตาไม่กะพริบ และเท้าก็ไวกว่าความคิดร่างสูงใหญ่กำยำพุ่งเข้าหาร่างของคนงามในชุดเจ้าสาวเอาไว้ในอ้อมกอดอย่างรวดเร็วเพื่อไม่ให้นางหนีไปจากเขาได้

พรึบ! ทันทีที่พุ่งเข้าหาเพื่อกอดร่างของนางเอาไว้ เจ้าสาวแสนสวยกลับเลือนหายลับไปต่อหน้าต่อตาอย่างไม่คาดคิด จนร่างสูงใหญ่ได้แต่ไขว่คว้าความว่างเปล่าเอาไว้อย่างเลื่อนลอย

ท่ามกลางความแปลกใจของเย่วไท่หรงหรือชินอ๋องแห่งต้าฉู่ที่กำลังแผ่ขยายอำนาจอย่างยิ่งใหญ่อยู่ในเวลานี้ เมื่อพระองค์ได้เห็นการหายตัวไปอย่างแปลกประหลาดของสตรีปริศนาที่ปรากฏกายขึ้นภายในห้องนอนของเขาเมื่อครู่ที่ผ่านมา

         “นางหายตัวไปแล้ว! สตรีในชุดเจ้าสาวหนีจากข้าไปได้!”

เสียงทุ้มใหญ่กล่าวพลางยืนครุ่นคิดทบทวนกับเหตุการณ์ที่ผ่านมา ดวงตาลุกโชนวาววับขึ้นมาทันทีพร้อมหันหลังกลับเดินตรงไปที่ประตูห้องพร้อมเปิดออกกว้างอย่างรวดเร็ว

         “กระจายกำลังออกค้นหาสตรีในชุดเจ้าสาวให้ทั่ว! นำนางกลับมาให้ข้า!”เสียงตะโกนดังกึกก้องไปทั่วจวนชินอ๋อง

“คิดหรือว่าจะหนีข้าพ้น! อยากรู้จริงๆ แท้จริงแล้วนางเป็นผู้ใดกันแน่ เป็นนางมารหรือเป็นคน”เสียงพึมพำดังอยู่ในลำคอ ดวงตาคมดุลุกโชนวาววับ

แต่แล้วเย่วไท่หรงกลับได้ยินเสียงหนึ่งดังขึ้นอยู่ข้างหู

         “ท่านอ๋องตื่นบรรทมเถิด ถึงเวลาเสวยยาแล้วพ่ะย่ะค่ะ!”เสียงนั้นกล่าวพร้อมเอื้อมมือสัมผัสกับพระหัตถ์ทั้งสองข้างที่กำลังประสานทับกันอยู่บนหน้าอก

         พรึบ! เปลือกตาที่ปิดสนิทกำลังเปิดขึ้นอย่างช้าๆ เผยให้เห็นดวงตาที่เต็มไปด้วยฝ้าขาวบดบังดวงตาดำจนเจ้าของร่างอยู่ในความมืดมาชั่วระยะเวลาหนึ่งแล้ว

เฮ้อ! เสียงถอนหายใจดังออกมาเมื่อล่วงรู้ว่าเหตุการณ์เมื่อครู่ที่ผ่านมาแท้จริงแล้วคือความฝันหาใช่ความจริง พร้อมพระวรกายถูกคนสนิทประคองให้ลุกขึ้นมาจากฟูกนอนมาอยู่ในท่านั่ง

         “ข้าฝันถึงนางอีกแล้วเหลียงมู่ ฝันเห็นเจ้าสาวในชุดขาวนางมาหาข้าอีกแล้ว คราวนี้มาปรากฏกายถึงในห้องหอกันเลยทีเดียว”ชินอ๋องหนุ่มรับสั่งกับเหลียงมู่ซึ่งเป็นขุนพลข้างกาย

         ใบหน้าของเหลียงมู่ ขุนพลคนสนิทที่คอยดูแลชินอ๋องแห่งแคว้นฉู่มาโดยตลอด ได้แต่ก้มมองถ้วยยาตรงหน้าอย่างเงียบๆ

เย่วไท่หรงหรือชินอ๋องแห่งต้าฉู่ ถูกพิษร้ายจากแคว้นอู๋ทำลายดวงตาจนต้องกลายเป็นคนตาบอดมานานหลายเดือนแล้ว พระองค์ทรงได้รับชัยชนะอย่างงดงามและสามารถยึดครองแคว้นอู๋นำกลับไปถวายพระเชษฐาได้เป็นผลสำเร็จ แต่ในขณะเดียวกันกลับต้องเสียดวงตาไปทั้งสองข้าง

เพราะแคว้นอู๋ใช้วิธีสกปรกเจตนาเพื่อทำลายการมองเห็นของผู้บัญชาการทัพจากต้าฉู่ ด้วยคาดคิดว่าหากทำสำเร็จจะไม่สามารถนำทัพได้อีกต่อไป แต่กลับผิดคาดแม่ทัพใหญ่ผู้กล้ายังคงสามารถนำทัพต่อไปได้จนสามารถยึดแคว้นอู๋ได้เป็นสำเร็จ ซึ่งใช่ว่ายาพิษจะใช้ไม่ได้ผลเพียงแต่ไม่ได้ทำให้ตาบอดโดยทันทีแต่มันค่อยๆ มืดบอดลงทุกวันจนกระทั่งสูญสิ้นการมองเห็นอย่างถาวร

“มีข่าวสารของฝ่าบาทส่งรายงานกลับมาหรือยัง”เย่วไท่หรงถามคนสนิทกลับไป

เหลียงมู่เงยหน้าขึ้นมองอยู่เพียงครู่พร้อมรายงานกลับไป

“ฝ่าบาทมีสาสน์กลับมาพ่ะย่ะค่ะทรงดีพระทัยมากที่พระองค์จะเสด็จกลับแคว้น คาดว่าอีกไม่นานเหลียงเฉาที่ล่วงหน้าไปก่อนก็จะนำกองทัพถึงเมืองหลวงอีกในไม่ช้า ทันทีที่พระองค์เสด็จถึงเมืองหลวง ฝ่าบาททรงจัดเตรียมฉลองชัยชนะให้แคว้นน้อยใหญ่ล่วงรู้ไปจนทั่ว ทรงเฝ้ารอพระองค์หวนกลับคืนอยู่ตลอดเวลา”

คำกล่าวของเหลียงมู่ทำให้เย่วไท่หรงได้แต่ยิ้มออกมาบางๆ ซึ่งรอยยิ้มดังกล่าวช่างแสนเศร้ายิ่งนัก มือใหญ่ทั้งสองข้างยื่นออกไปคล้ายรอรับถ้วยยาที่คนสนิทนำมาให้เป็นประจำพร้อมเอ่ยขึ้น

“ได้เบาะแสของดวงตาสวรรค์หรือไม่ สมุนไพรในตำนานนี้มีจริงหรือเป็นเพียงนิทานหลอกเด็ก”รับสั่งถามรับถ้วยยา

“กระหม่อมได้เบาะแสมาว่าดวงตาสวรรค์ปรากฏอยู่ที่แคว้นฉินพ่ะย่ะค่ะ ส่วนจะจริงหรือไม่นั้นเรื่องนี้ก็ยังไม่สามารถสรุปได้เพราะสมุนไพรนี้ไม่เคยมีผู้ใดพบเห็นมาก่อน”เหลียงมู่รายงานกลับไปพร้อมทอดสายมองแม่ทัพใหญ่ของเขายกถ้วยยาขึ้นดื่มจนหมดพลางส่งกลับคืนมาให้

“ดูท่าข้าจะต้องไปเยือนแคว้นฉินเสียแล้ว หากได้เบาะแสเช่นนั้นไม่ลองมีหรือจะรู้เพราะเท่าที่ผ่านมาก็ลองมาหมดแล้วทุกวิธีไม่ใช่เหรอ จะลองเชื่อตำนานปรัมปราอีกสักครั้งมันจะเป็นอะไรไป

ถ้าแม้แต่ดวงตาสวรรค์ก็ยังรักษาดวงตาของข้าไม่ได้ก็ไม่ต้องขวนขวายให้เหนื่อยอีกต่อไป แค่ยอมรับสภาพที่ข้าจะต้องตาบอดไปชั่วชีวิต ซึ่งทุกวันนี้จะว่าไปก็เริ่มคุ้นชินกับชีวิตที่อยู่ในความมืดแล้ว”

รับสั่งของชินอ๋องแห่งต้าฉู่ทำเอาเหลียงมู่ซึ่งเป็นคนสนิทสงสารพระองค์เป็นที่สุด ไม่คาดคิดเลยว่าความหวังของต้าฉู่ที่ฝากไว้กับว่าที่เจ้าแคว้นคนต่อไปในภายภาคหน้าจะต้องมีสภาพเช่นนี้

“กระหม่อมเชื่อว่าสวรรค์เบื้องบนจะต้องประทานความเมตตาให้แก่พระองค์อย่างแน่นอน ทั้งชีวิตทรงทุ่มเทเพื่อแคว้นและฝ่าบาทมาโดยตลอดอย่าเพิ่งหมดหวังพ่ะย่ะค่ะ”

คำกล่าวของคนสนิททำให้เย่วไท่หรงได้แต่พยักหน้าขึ้นลง พระองค์ใช้ชีวิตอยู่ในความมืดมานานหลายเดือนแล้วและพยายามที่จะปรับตัวอยู่กับมันให้ได้ หากต้องอยู่กับความมืดไปตลอดกาล

“หากชาตินี้ไม่สามารถได้มองเห็นอีกต่อไป แต่อย่างน้อยขอสวรรค์เบื้องบนได้โปรดให้ข้ามีโอกาสเห็นสตรีที่อยู่ในความฝันของข้ามาโดยตลอดสักเพียงครั้งก็ยังดี!”

         รับสั่งที่มีความหวังเพียงน้อยนิด แม้จะล่วงรู้ว่าไม่มีทางเป็นไปได้ แต่เย่วไท่หรงมีเพียงสตรีในชุดเจ้าสาวที่คอยมาอยู่เป็นเพื่อนพระองค์ในความฝัน

         นางเข้ามาอยู่ในหัวใจนับตั้งแต่ครั้งแรกที่ได้พานพบ

         นางคือสตรีหนึ่งเดียวที่อยู่ในความทรงจำและความมืดมิด

         และนางคือความหวังที่พระองค์คาดว่าจะมีตัวตนอยู่จริง!

ติดตามชมต่อ!
เนื้อหากำลังเข้มข้น! สลับไปที่แอปเพื่ออ่านต่อ
ปลดล็อกทุกตอน
เปิดเว็บไซต์อย่างเป็นทางการ

คุณอาจจะชอบ

ภาพปกนิยายเรื่อง หลังเธอทำลายคำโกหก ทุกคนก็คุกเข่าขออภัย
9.8
ในคืนที่เกิดภัยพิบัติน้ำท่วมใหญ่ ลิซ่าถูกพี่ชายและสามีทอดทิ้งอย่างไม่ไยดีเพื่อไปช่วยอลิซ จนทำให้เธอต้องประสบอุบัติเหตุขาหัก ซ้ำร้ายอลิซยังกุเรื่องใส่ร้ายว่าลิซ่าพยายามฆ่าเธอท่ามกลางกระแสน้ำ ส่งผลให้ชายทั้งสองโกรธแค้นจนขาดสติ พวกเขาลงทัณฑ์ลิซ่าอย่างทารุณด้วยการใช้ก้อนหินทุบซ้ำลงบนบาดแผลที่ขาเพื่อสั่งสอนให้เข็ดจำ เหตุการณ์นี้ทำให้ลิซ่าได้ตระหนักถึงโฉมหน้าอันโหดเหี้ยมและเย็นชาของคนที่เธอเคยรักอย่างหมดใจ ท่ามกลางความเจ็บปวดเจียนตาย เธอจึงตั้งมั่นว่าจะต้องหลบหนีไปจากขุมนรกแห่งนี้ให้ได้สำเร็จ
ภาพปกนิยายเรื่อง ผมโดนเพื่อนที่คบกัน 8 ปีหักหลัง เลยตัดสินใจเป็นคนที่ยิ่งใหญ่ที่สุด
9.7
ชีวิตอันแสนธรรมดาของหนุ่มออฟฟิศอย่างมาซาโยชิต้องจบสิ้นลง เมื่อเขาถูกเพื่อนสนิทที่คบหากันมานานทรยศหักหลังอย่างไม่ใยดี บาดแผลและความเจ็บปวดในครั้งนี้แปรเปลี่ยนเป็นความแค้นอันลึกล้ำ ผลักดันให้เขาตัดสินใจละทิ้งความอ่อนแอในอดีต แล้วก้าวเข้าสู่เส้นทางสายมืดอย่างไม่มีวันหันหลังกลับ มาซาโยชิตั้งเป้าหมายที่จะปีนป่ายขึ้นสู่จุดสูงสุดเพื่อเป็นชายผู้ทรงอิทธิพลและยิ่งใหญ่ที่สุด โดยมีจุดประสงค์เดียวคือการรอคอยเวลาที่จะได้สะสางบัญชีแค้นและทวงคืนทุกสิ่งอย่างสาสม
ภาพปกนิยายเรื่อง ธิดาแค้นต้องเอาคืน
9.2
จากคุณหนูผู้สูงศักดิ์สู่คนบาปที่ถูกตราหน้าว่าขายชาติ ซูเฉิงอิ้งต้องจบชีวิตลงอย่างอนาถด้วยน้ำมือของน้องสาวร่วมสายเลือดและชายคนรักที่หักหลังอย่างเลือดเย็น ทว่าสวรรค์ยังเมตตาให้โอกาสนางได้หวนคืนสู่อดีตอีกครั้งพร้อมเพลิงแค้นที่สุมอก ในชาตินี้นางจึงคว้าดาบขึ้นมาเพื่อสะสางบัญชีแค้นและกอบกู้เกียรติยศของตระกูลซูที่ถูกทำลายลงในคืนเดียว นางสาบานว่าจะต้องกระชากหน้ากากคนโฉดและกำจัดศัตรูให้สิ้นซาก แต่แผนการทวงคืนความยุติธรรมกลับต้องสั่นคลอน เมื่อตงฟางไป๋เยว่ก้าวเข้ามาปั่นป่วนหัวใจจนยากจะเกินต้านทาน
ภาพปกนิยายเรื่อง ระบบห้ามฆ่าตัวตายบังคับให้เป็นอาจารย์ของตัวร้าย
9.5
เมื่อน้องสาวเพียงคนเดียวจากไป ฟางเซียนพยายามจบชีวิตตัวเองครั้งแล้วครั้งเล่าแต่ไม่สำเร็จ จนกระทั่งระบบห้ามฆ่าตัวตายเข้ามาผูกมัดวิญญาณเธอไว้ พร้อมส่งตัวไปยังโลกยุทธภพและสั่งห้ามตายเป็นเวลาหนึ่งหมื่นปีเนื่องจากสวรรค์เต็ม เธอได้รับภารกิจสำคัญในการเป็นอาจารย์เพื่อขัดเกลาตัวร้ายสูงสุด แม้จะมีสิ่งล่อใจทั้งเงินทองและพลังอมตะเพื่อดึงดูดให้เธอกลายเป็นจอมมาร แต่ฟางเซียนกลับไม่ต้องการสิ่งใดนอกจากการหลุดพ้นจากชีวิตนี้ เธอจึงพยายามทำทุกวิถีทางเพื่อหาความตายและหนีไปจากระบบสุดเฮงซวยที่คอยขัดขวางเธออยู่ตลอดเวลาในโลกใบนี้
ภาพปกนิยายเรื่อง ท่านอ๋องบัดซบ!!! «王爷! 您是昏庸人。»
8.9
จากอ๋องน้อยแสนดีในอดีต กลับต้องกลายมาเป็นคนเสเพลผู้เลื่องชื่อว่าบัดซบที่สุดในแผ่นดิน ทว่าแท้จริงแล้วเบื้องหลังความเหลวแหลกนี้คือความลับของจอมเวทจากต่างมิติ ที่ต้องมาดิ้นรนเอาชีวิตรอดในดินแดนแห่งลมปราณ ซึ่งผู้คนต่างมองว่าพลังเวทมนตร์เป็นเพียงสิ่งสวะไร้ค่า เขาจึงจำเป็นต้องแสร้งทำตัวไร้แก่นสารเพื่อหลีกหนีจากภาระหน้าที่และการแย่งชิงบัลลังก์อันแสนวุ่นวาย พลิกบทบาทจากยอดพ่อมดผู้ยิ่งใหญ่สู่การเป็นท่านอ๋องจอมลวงโลกเพื่อเอาตัวรอดในโลกที่ตัดสินทุกอย่างด้วยกำลัง
ภาพปกนิยายเรื่อง เป่ยฟางหรง ลิขิตรักราชินีปีศาจ
9.5
เมื่อจิตมารกลับชาติมาเกิดใหม่เป็นเจ้าหญิงแห่งแดนเหมันต์นามว่าเป่ยฟางหรง เทพอัคคีหลี่จิ้งจึงได้รับมอบหมายหน้าที่สำคัญในการชี้แนะและขัดเกลาจิตใจของนางเพื่อป้องกันไม่ให้ก้าวเข้าสู่หนทางแห่งความชั่วร้าย ทั้งสองได้พากันลงมาจุติยังโลกมนุษย์เพื่อเผชิญหน้ากับด่านเคราะห์กรรมต่างๆ ร่วมกัน ซึ่งช่วยถักทอความสัมพันธ์อันลึกซึ้งในฐานะศิษย์และอาจารย์ แต่ทว่าโชคชะตาลิขิตกลับเล่นตลกอย่างโหดร้าย เมื่อสัญชาตญาณมารในตัวของเป่ยฟางหรงไม่สามารถลบล้างออกไปได้ เหตุการณ์นี้บีบบังคับให้หลี่จิ้งต้องเผชิญหน้ากับทางเลือกอันแสนทรมาน และต้องลงมือปลิดชีพศิษย์รักเพียงคนเดียวของเขาด้วยน้ำมือตัวเองในตอนจบลงด้วยมือตน