APKDock Logo
รายชื่อตอน
แชร์
ภาพปกนิยายเรื่อง พวกเจ้าคอยดู ข้าไม่ปล่อยไว้แน่

พวกเจ้าคอยดู ข้าไม่ปล่อยไว้แน่

หยุนม่านชิง ทายาทสายเลือดแท้ของจวนโหวหวยอันที่เคยพลัดพรากไปอยู่ชนบท ต้องเผชิญความเจ็บปวดหลังหวนคืนสู่ครอบครัว เมื่อความหวังในความรักถูกทำลายลงด้วยการหักหลังของหยุนโหรวเจีย บุตรสาวตัวปลอม และคู่หมั้น จนนำไปสู่จุดจบอันน่าอนาถในฐานะอนุภรรยาที่โดนรังแก ทว่าเมื่อปาฏิหาริย์ส่งนางย้อนเวลากลับมาอีกครั้ง ม่านชิงจึงตื่นขึ้นพร้อมความแค้นเพื่อทวงคืนความยุติธรรมและกระชากหน้ากากคนทรยศ นางละทิ้งความคาดหวังในความรักที่ไร้ค่า และมุ่งมั่นทำลายล้างความจอมปลอมทั้งหมด แต่ในยามที่นางเลือกจะตัดขาดจากครอบครัวอย่างเด็ดขาด คนในจวนโหวที่เคยทอดทิ้งนางกลับคุกเข่าอ้อนวอนขอร้องไม่ให้นางจากไป
รายชื่อตอน
แชร์

ตอน 1

“ตื่นๆ รีบตื่นเร็วเข้า”

มีเสียงที่รีบร้อนของใครคนหนึ่งดังขึ้นข้างหู จากนั้นนางก็โดนเขย่าอยู่สักพัก หยุนม่านชิงจึงลืมตาขึ้นด้วยความสะลึมสะลือ

สาวใช้ที่กำลังเขย่าแขนนางอยู่เมื่อเห็นเช่นนี้ก็กลอกตามองบน แล้วก็พูดขึ้นมาด้วยน้ำเสียงหงุดหงิดว่า “หากไม่เป็นอันใดก็รีบตื่นขึ้นมาเสียเถิดเจ้าค่ะ หากไปไม่ทันงานเลี้ยงวันเกิดของฮูหยินใหญ่ ข้าน้อยได้โดนด่าไปกับท่านด้วยเป็นแน่!”

ตอนนี้หยุนม่านชิงรู้สึกสับสนงุนงงไปหมด ภาพเหตุการณ์วินาทีก่อนตายซ้อนทับกับภาพตรงหน้าขึ้นมา ราวกับเป็นความฝันอย่างไรอย่างนั้น

โซ่เหล็กแทงทะลุกระดูก แส้หนามฟาดทะลุเนื้อ ยาพิษทะลุลำไส้ นางถูกทรมานทุกวิถีทาง แม้แต่คุกส่วนตัวก็เปื้อนเลือดนางเต็มไปหมด!

สุดท้ายนางก็ถูกทรมานอย่างแสนสาหัส หลังจากเสียชีวิตกระดูกก็ยังถูกบดขยี้จนเป็นเถ้าถ่าน ไม่เหลือแม้แต่ซากศพเลยด้วยซ้ำ!

กลิ่นเลือดที่รุนแรงยังติดอยู่ที่ปลายจมูกของนางอยู่เลย เนื้อตัวของนางเหมือนยังคงเจ็บปวดอย่างไม่สิ้นสุด

หยุนม่านชิงหลับตาลง แล้วก็ลืมตาขึ้นอีกครั้ง

ความเจ็บปวดตามร่างของนางค่อยๆ บรรเทาลงแล้ว สิ่งที่นางเห็นยังคงเป็นผ้าม่านที่ปักลวดลายกิ่งก้านและดอกไม้ที่งดงามเอาไว้ ดอกไม้และใบไม้เมื่ออยู่ใต้แสงเทียนดูประหนึ่งเป็นของจริงมิมีผิด นี่คือลายปักที่เป็นเอกลักษณ์ในห้องส่วนตัวของนางก่อนจะออกเรือนนั่นเอง!

ในที่สุดหยุนม่านชิงก็ดึงสติกลับมาได้ นางหันไปมองด้านข้างเล็กน้อย แล้วสายตาของนางก็มองไปที่ใบหน้าของสาวใช้ที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะคนหนึ่ง

นางคือชุ่ยเซียงสาวใช้ที่เคยรับใช้นางเมื่อในอดีต แล้วก็เป็นหนึ่งในคนที่รังแกนางในชาติที่แล้วด้วยเช่นกัน ทำให้นางต้องเสียชีวิตอย่างน่าอนาถใจ!

เมื่อชุ่ยเซียงเห็นว่านางดูเฉื่อยชา แววตาก็แสดงความรังเกียจออกมาทันที จากนั้นก็พูดประชดประชันขึ้นว่า “เลิกเสเสร้งเสียทีเถิดเจ้าค่ะ น้ำในสระบงกชก็มิได้ลึกเสียหน่อย”

“ขนาดคุณหนูใหญ่ที่สูงส่งกว่าเป็นไหนๆ ตกลงไปยังมิเป็นอันใดเลย แล้วท่านที่ผิวหนากายหยาบที่มาจากชนบทจะเป็นอันใดไปได้เล่าเจ้าคะ……”

ก่อนที่นางจะพูดจบ จู่ๆ หยุนม่านชิงก็พลิกตัวลุกขึ้น แล้วก็ตบหน้าชุ่ยเซียงอย่างแรง

ฝ่ามือของหยุนม่านชิงสั่นและชาไปหมด เวลานี้หยุนม่านชิงมั่นใจแล้วว่านางได้กลับมามีชีวิตใหม่อีกครั้งแล้ว อีกทั้งยังกลับมาในวันสำคัญที่จะเปลี่ยนแปลงชีวิตของนางอีกด้วย!

ชุ่ยเซียงตื่นตกใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างกะทันหันนี้มาก

ด้วยความที่คุณหนูรองผู้นี้เพิ่งจะถูกรับตัวมาจากชนบท หลังจากผ่านไปได้ไม่กี่วันก็ทำเรื่องน่าขันเสียแล้ว อีกทั้งยังเป็นบุคคลที่มีนิสัยขี้ขลาดและขี้กลัวอีกด้วย

โจวซูเหวินคือฮูหยินท่านโหวผู้ซึ่งเป็นมารดาผู้ให้กำเนิดคุณหนูรอง ซึ่งโจวซูเหวินเกลียดชังบุคลิกที่ไร้ซึ่งความสง่างาม ไม่สามารถเชิดหน้าชูตาของนางเป็นที่สุด แล้วก็ไม่พอใจกับการที่ลูกสาวของตนเติบโตมาจากในชนบทด้วย โจวซูเหวินไม่เพียงแต่ดุด่าลูกสาวในที่สาธารณะเท่านั้น แต่ยังปฏิเสธที่จะพบนางด้วย

หากแม่แท้ๆ ยังเป็นเช่นนี้ เจ้านายคนอื่นในจวนท่านโหวยิ่งมิต้องพูดถึงเลย

คนรับใช้ต่างก็ต้องปรับตัวให้เข้ากับสถานการณ์ไปด้วย แต่ละคนต่างก็ไม่มีผู้ใดเห็นหัวนางเลย

ก่อนหน้านี้หยุนม่านชิงไม่เคยต่อต้านด้วยวาจาเลย ยิ่งเรื่องการลงไม้ลงมือยิ่งไม่ต้องพูดถึง

ความเจ็บปวดที่แสบๆ ร้อนๆ บนใบหน้าทำให้ชุ่ยเซียงดึงสติกลับมาได้ นางโกรธจนใบหน้าบึ้งตึงไปหมด แล้วก็ตะโกนขึ้นมาเสียงดังว่า “สารเลว ข้าเป็นคนของฮูหยินท่านโหวนะ เจ้ากล้าตบข้าเช่นนี้ได้เยี่ยงไร!”

หยุนม่านชิงพยายามข่มอารมณ์เอาไว้ไม่ให้แสดงออกทางแววตา สายตาของนางดูเยือกเย็นมาก ไร้ซึ่งความอบอุ่นใดๆ ทั้งปวง

นางรังเกียจที่จะต้องมาเสียเวลาพูดกับชุ่ยเซียง นางจึงเพียงแค่ยกมือขึ้นและตบหน้าชุ่ยเซียงอย่างรุนแรงและเน้นย้ำไปสองครั้งติด

ขี้ข้าที่ปากคอเราะรายเช่นนี้ สมควรแล้วที่จะต้องโดนตบแรงๆ ควรจะต้องตบให้นางพูดไม่ได้อีกเลยเสียด้วยซ้ำ!

ชุ่ยเซียงรู้สึกเวียนหัวตาลายไปหมด แก้มทั้งสองข้างของนางบวมและระบมราวกับโดนผึ้งต่อยมาไม่มีผิด

นางคิดเพียงแค่ว่าหยุนม่านชิงจะต้องเป็นบ้าไปแล้วแน่ๆ แต่ปากก็ยังคงตะโกนด่าทอออกมาอย่างหยาบคายว่า “ก็ดี ในที่สุดเจ้าก็เผยธาตุแท้ความป่าเถื่อนของเจ้าออกมาเสียทีนะ!”

“การที่เจ้าตบข้า ก็เหมือนกับตบหน้าฮูหยินด้วยเช่นกัน ซึ่งฮูหยินเกลียดชังเจ้าเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว คราวนี้ฮูหยินมิมีทางปล่อยเจ้าไปเป็นแน่!”

เมื่อพูดถึงฮูหยินท่านโหวขึ้นมาอีกครั้ง หยุนม่านชิงก็หยุดชะงักไป

ชาติที่แล้ว นางต้องเร่ร่อนอยู่ข้างนอกเพียงลำพัง ซึ่งสิ่งที่นางปรารถนามากที่สุดก็คือความรักจากครอบครัว เพื่อที่จะได้ใกล้ชิดกับผู้คนในจวนท่านโหว นางจึงยอมถ่อมตนและอดทนต่อความอัปยศอดสูทุกอย่าง

นางมักจะคิดอยู่เสมอว่า จะต้องเป็นเพราะนางมิดีเป็นแน่ ท่านแม่และทุกคนในจวนท่านโหวถึงได้ชังนางถึงเพียงนี้

แต่ในเมื่อนางได้รู้เช่นเห็นชาติแล้วว่าทุกคนไร้หัวใจเช่นนั้น แล้วเหตุใดนางถึงต้องเดินตามรอยเดิมที่เคยพลาดด้วยเล่า?

เมื่อชุ่ยเซียงเห็นนางหยุดการกระทำไปก็คิดว่าคำพูดของตนเองได้ผล แววตาของนางจึงดูได้ใจขึ้นมาก แต่ก่อนที่นางจะทันได้ดีใจ นางก็ถูกตบหน้าอีกครั้งเสียก่อน!

เป็นการตบที่รุนแรงมาก!

เวลานี้ชุ่ยเซียงถึงได้รู้สึกกลัวขึ้นมา เมื่อนางเงยหน้าขึ้นไปมองก็เห็นแววตาที่เยือกเย็นและเย็นชาอย่างมากของคุณหนูรอง พอแสงเทียนสาดส่องไปยิ่งทำให้ดูน่าหวาดกลัวเข้าไปอีก

ซึ่งดูแตกต่างไปจากก่อนหน้านี้โดยสิ้นเชิงเลย แค่มองไปแวบเดียวก็ทำให้นางขนลุกไปทั้งตัวแล้ว

ขณะที่ชุ่ยเซียงกำลังจะขอร้องอ้อนวอน ทุกอย่างก็สายเกินไปเสียแล้ว ใบหน้าของนางบวมเป่งจนลืมตาไม่ขึ้น แม้แต่จะอ้าปากก็ยังทำไม่ได้เลย

ในห้องมีเสียงเปรี้ยงปร้างดังขึ้นมาราวกับเป็นเสียงประทัด ซึ่งเสียงมันดังมากเสียจนแม่นมฉินที่กำลังเฝ้าอยู่ข้างนอกเกิดเป็นกังวลขึ้นมาว่าจะเกิดอะไรขึ้นหรือไม่ นางจึงรีบผลักประตูเปิดเข้าไปในทันที

เมื่อมองไปแวบแรก พอเห็นว่าใบหน้าของชุ่ยเซียงที่บวมเป่งเต็มไปด้วยเลือดนางก็ตกใจอย่างมาก นางพูดขึ้นมาด้วยความตื่นตกใจว่า “นี่ นี่มันเกิดอันใดขึ้นหรือ?”

แม่นมฉินได้รับคำสั่งจากฮูหยินใหญ่ให้มาคอยรับใช้นาง

ในชาติที่แล้ว ชุ่ยเซียงจะอาศัยอำนาจของฮูหยินท่านโหวมาใช้เล่ห์เหลี่ยมมากมายแทงข้างหลังหยุนม่านชิง แต่ที่น่าขันก็คือ นางมัวแต่ลุ่มหลงอยู่กับความรักจอมปลอมของโจวซูเหวินผู้เป็นแม่จนมองไม่เห็นความจริง

ส่วนของแม่นมฉินนั้นเป็นคนดีโดยเนื้อแท้จริงๆ และก็ยังคอยใส่ใจหยุนม่านชิงด้วยความจริงใจด้วย

แต่เพราะการยุยงของชุ่ยเซียง หยุนม่านชิงจึงมักจะระแวดระวังแม่นมฉินอยู่เสมอ ถึงขนาดที่ช่วงหลังทำให้แม่นมฉินและท่านย่ารู้สึกผิดหวังกับนางไปด้วย……

เมื่อได้เจอแม่นมฉินอีกครั้ง หยุนม่านชิงก็รู้สึกว้าวุ่นไปหมด แต่ไม่นานนางก็สามารถที่จะสงบสติอารมณ์ได้

สีหน้าของนางไร้ซึ่งอารมณ์ใดๆ น้ำเสียงก็สงบนิ่งมาก “แม่นมมาพอดีเลย สาวใช้ผู้นี้มีเจตนาไม่ดีคิดจะจาบจ้วงเจ้านาย ข้ามิสามารถเก็บนางเอาไว้ได้อีก”

“รบกวนแม่นมช่วยขายนางออกไปที จะได้หลีกเลี่ยงการเกิดเหตุการณ์ไม่สงบสุขของเรือนหลังด้วย”

แม่นมฉินมองไปที่หยุนม่านชิงด้วยความประหลาดใจ

ก่อนหน้านี้ คุณหนูรองไว้วางใจชุ่ยเซียงมากที่สุด ทั้งๆ ที่ชุ่ยเซียงไม่ให้ความเคารพอะไรเลย อีกทั้งยังออกคำสั่งใส่คุณหนูรอง ทำตัวไม่รู้จักที่ต่ำที่สูงเลยสักนิดเดียว

มีอยู่ครั้งหนึ่งแม่นมฉินรู้สึกไม่เหมาะสมอย่างยิ่ง นางจึงต่อว่าชุ่ยเซียงไปหลายประโยค แต่หยุนม่านชิงกลับรีบเข้ามาทำหน้าที่เป็นผู้ไกล่เกลี่ย นับแต่นั้นมาก็มีเพียงแค่ชุ่ยเซียงผู้เดียวเท่านั้นที่คอยอยู่เคียงข้างรับใช้หยุนม่านชิง

แม่นมฉินไม่ได้ขยับเขยื้อนใดๆ ส่วนชุ่ยเซียงกำลังนอนร้องครวญครางอยู่บนพื้นแบบหายใจแรงมาก

หยุนม่านชิงหรี่ตาลงและพูดว่า “แม่นมฉิน?”

แม่นมฉินตั้งสติได้อีกครั้ง จากนั้นก็รีบออกคำสั่งไปข้างนอกอย่างรวดเร็วว่า “ผู้ใดก็ได้มานี่ที มาลากตัวสาวใช้สารเลวที่จาบจ้วงเจ้านายผู้นี้ไปขังไว้เสีย จากนั้นพรุ่งนี้เช้าให้ไปรายงานฮูหยินใหญ่และขายนางให้กับร้านค้ามนุษย์ไปเสีย!”

หลังจากแม่นมฉินพูดจบ นางก็เรียกบ่าวหญิงสูงวัยร่างกำยำข้างนอกมาหลายคน เพื่อให้ลากตัวชุ่ยเซียงออกไปข้างนอกเสีย

จนกระทั่งถึงตอนนี้ ชุ่ยเซียงถึงตระหนักได้ว่าหยุนม่านชิงเอาจริง!

ในอดีตเพียงแค่เอ่ยถึงฮูหยิน ไม่ว่าจะพูดอะไรก็ตาม หยุนม่านชิงจะยอมทำตามที่บอกอย่างเชื่อฟังเสมอ แม้จะโดนรังแกก็ไม่ขัดขืนใดๆ !

นางอยากจะวิงวอนขอความเมตตา ทว่าทันทีที่นางอ้าปาก ปากของนางก็ถูกก้อนสกปรกๆ บางอย่างอุดเอาไว้ ทำให้เสียงที่เหลืออยู่เงียบหายไปเพราะความหวาดกลัวทันที

หยุนม่านชิงเบือนหน้าไปทางอื่นอย่างเฉยชา ไม่แม้แต่จะเหลียวมองชุ่ยเซียงเลยสักนิด นางเพียงแค่พูดกับแม่นมฉินว่า

“วันนี้เป็นวันเกิดท่านย่า วันดีๆ เช่นนี้มิควรที่จะปล่อยให้นางส่งเสียงดังได้ ลากนางออกไปที่ร้านค้ามนุษย์ทางประตูเล็กด้านหลังเลยก็แล้วกัน”

ชุ่ยเซียงพยายามฝืนทนความเจ็บปวดตามตัวและดิ้นไปมา แต่นางจะไปสู้แรงของบ่าวหญิงสูงวัยที่ร่างกายแข็งแรงเหล่านั้นได้เยี่ยงไร

ไม่นาน เสียงก็หายไปจากนอกห้อง

แม่นมฉินมองหยุนม่านชิงด้วยความกังวลใจ แล้วก็เตือนขึ้นมาว่า “คุณหนูรองขายชุ่ยเซียงออกไปเช่นนี้ แล้วจะอธิบายให้ฮูหยินฟังอย่างไรหรือเจ้าคะ?”

“สาวใช้ที่ไม่เคารพกฎเกณฑ์และไม่เคารพเจ้านายเช่นนี้ มีแต่จะทำให้ผู้อื่นคิดว่าท่านแม่ไม่รู้จักอบรมบริวาร ที่ข้าช่วยจัดการนางให้กับท่านแม่ ก็เพราะหวังดีกับท่านแม่อย่างไรเล่า” หยุนม่านชิงหันกลับไปมองนาง

“รบกวนแม่นมช่วยเปลี่ยนชุดให้ข้าที ขืนช้าไปกว่านี้ จะเสียเวลาไปงานเลี้ยงวันเกิดเอาได้”

คืนนี้ เป็นฉากสำคัญเสียด้วยสิ!

คุณอาจจะชอบ

ภาพปกนิยายเรื่อง ชายานอกนาม
9.7
เยี่ยหลี คุณหนูสามตระกูลเยี่ยต้องพบจุดเปลี่ยนเมื่อถูกน้องสาวต่างมารดาทรยศจนถูกถอนหมั้นจากอ๋องรูปงาม แม้ปรารถนาเพียงความสงบ แต่กลับมีราชโองการให้เข้าพิธีวิวาห์ในสามวันกับม่อซิวเหยา ท่านอ๋องผู้ถูกร่ำลือว่าพิการ อัปลักษณ์ และมีดวงกินภรรยาจนสตรีสองคนก่อนหน้าจบชีวิตอย่างปริศนา ทว่าเมื่อได้สัมผัสตัวตนที่แท้จริง เธอกลับพบว่าบุรุษผู้นี้เปี่ยมด้วยความอ่อนโยนและสติปัญญาเฉียบแหลม แตกต่างจากคำครหาอย่างสิ้นเชิง เบื้องหลังภาพลักษณ์อันอ่อนแอและไร้ค่าของเขา กลับซุกซ่อนความลับอันยิ่งใหญ่ที่ไม่มีผู้ใดล่วงรู้
ภาพปกนิยายเรื่อง ผมมีพี่สาวเจ็ดคน
8.2
เนี่ยเฟิงผู้กุมอำนาจสูงสุดแห่งสำนักมังกรในนามเทพราชามังกร มีชีวิตที่ผูกพันกับพี่สาวบุญธรรมทั้งเจ็ดผู้ประสบความสำเร็จระดับแนวหน้า พวกเธอคือชิวมู่เฉิงผู้บริหารโรงแรมระดับโลก หยูจิงหงเทพีแห่งสงคราม หลินซูอินครูสาว หมิงอี๋หานแพทย์หญิง โจวลี่ซือแอร์โฮสเตส เย่หรูเสว่ตำรวจฝีมือฉกาจ และคังเมิ่งดาวเด่นออนไลน์ เมื่อผู้ยิ่งใหญ่ต้องใช้ชีวิตร่วมกับเหล่าหญิงสาวผู้เพียบพร้อม เรื่องราวความผูกพันและชีวิตอันเต็มไปด้วยสีสันของครอบครัวที่ไม่เหมือนใครจึงเริ่มต้นขึ้น
ภาพปกนิยายเรื่อง เนรเทศ อุ้มรักหมอเทวดาจวนกั๋วกง
8.5
ชะตากรรมของครอบครัวพลิกผันเมื่อถูกตัดสินโทษเนรเทศจนต้องหลบหนีเอาชีวิตรอด ทว่าวิกฤตนี้ทำให้แพทย์หญิงอัจฉริยะต้องก้าวมาเป็นเสาหลักเพื่อปกป้องสายเลือดของตน เธอผสานวิชาแพทย์อันล้ำเลิศเข้ากับพลังจากมิติเร้นลับเพื่อเอาชนะอุปสรรคอันตรายรอบด้าน บนเส้นทางแห่งความแร้นแค้น เธอใช้สติปัญญาและความเยือกเย็นพลิกฟื้นฐานะ สร้างความมั่งคั่งจากศูนย์ไปพร้อมกับการวางแผนชำระแค้นอย่างแยบยล การต่อสู้เพื่อล้างมลทินและทวงคืนความยุติธรรมให้กับตระกูลจึงเริ่มต้นขึ้น โดยมีมันสมองและความเด็ดเดี่ยวของหญิงแกร่งเป็นอาวุธ
ภาพปกนิยายเรื่อง ท่านอ๋องอย่านะ
8.9
ท่านอ๋องผู้โหดเหี้ยมและชิงชังสตรีเปลี่ยนไปราวคนละคนเมื่อสมรสกับคุณหนูหกจวนแม่ทัพ แม้ผู้อื่นจะเห็นความเจ้าเล่ห์ของพระชายา แต่ในสายตาสวามีนางคือสตรีบอบบางเสมอ แม้นางจะคว้าไม้ตีรัชทายาทหรือด่าทอคนจนกระอักเลือด พระองค์ก็ยังห่วงว่าภรรยาจะถูกรังแก แท้จริงแล้วเบื้องหลังความไร้เดียงสานั้น นางคืออัจฉริยะทางการแพทย์และกุนซือผู้สยบกองทัพนับแสนได้ในพริบตา ความหลงใหลหน้ามืดตามัวของท่านอ๋องทำเอาเหล่าทหารสับสนหนัก พวกเขาต่างตั้งคำถามว่าสตรีผู้อ่อนแอที่เจ้านายพร่ำเพ้อถึงนั้นเคยมีอยู่จริงหรือไม่
ภาพปกนิยายเรื่อง ทะลุมิติเป็นแม่ม่าย กลายเป็นแม่ของลูกตั้งเจ็ดคน!
7.3
เหยียนชิงชิง ผู้บริหารสาวจากยุคปัจจุบันทะลุมิติมาเป็นหญิงม่ายตั้งครรภ์ที่ต้องเลี้ยงดูลูกอีกเจ็ดชีวิต เธอต้องรับมือกับญาติสามีที่แสนโลภและจ้องเอาเปรียบทุกทาง หญิงสาวไม่ยอมเป็นเหยื่อให้ใครกดขี่ จึงตัดสินใจขอแยกบ้านอย่างเด็ดเดี่ยว เธอใช้ประสบการณ์และไหวพริบทางธุรกิจที่เฉียบคมเพื่อปกป้องครอบครัวและต่อกรกับความอยุติธรรม เรื่องราวการพลิกชะตานี้เต็มไปด้วยความเข้มข้น เมื่อเธอต้องใช้สมองยกระดับความเป็นอยู่ของลูกๆ พร้อมทั้งนำพาหมู่บ้านที่ยากไร้ให้ก้าวไปสู่ความมั่งคั่งอย่างยั่งยืน
ภาพปกนิยายเรื่อง ทะลุมิติเข้าป่า ปลูกผักเก็บเห็ด ขายปิงเฟิ่นรวยเละ
6.9
หลิวลี่เซี่ยไม่เคยคิดว่าตนจะต้องเผชิญความอดอยาก เมื่อเธอถูกส่งข้ามเวลามายังหุบเขาลึกอันห่างไกล สิ่งที่รออยู่คือบ้านซอมซ่อและกระเพาะที่ว่างเปล่า หญิงสาวฝันถึงเพียงข้าวสวยร้อนกรุ่นและเนื้อสัตว์รสชาติดี ทว่าสวรรค์กลับไม่ได้มอบพลังวิเศษใดมาช่วยทุ่นแรง ซ้ำร้ายเธอยังไร้ประสบการณ์ทำงานหนักและไร้ความรู้ด้านการเพาะปลูก การดิ้นรนเอาชีวิตรอดในสภาพแวดล้อมแร้นแค้นจึงเป็นบททดสอบที่สาหัส เธอต้องดิ้นรนด้วยตัวเองเพื่อเปลี่ยนความฝันที่จะได้กินอิ่มนอนหลับให้กลายเป็นจริงในดินแดนแห่งนี้