APKDock Logo
รายชื่อตอน
แชร์
ภาพปกนิยายเรื่อง ฉันไม่มีทางยอมแพ้

ฉันไม่มีทางยอมแพ้

เมื่อความจริงเปิดเผยว่าชิงฉือไม่ใช่สายเลือดแท้ๆ ของตระกูลต้วน เธอจึงถูกขับไล่อย่างไร้เยื่อใยท่ามกลางเสียงหัวเราะเยาะ ทว่าชีวิตกลับพลิกผันเมื่อเธอได้พบกับครอบครัวที่แท้จริง ซึ่งมีพ่อเป็นมหาเศรษฐีผู้ทรงอิทธิพลและพี่ชายเป็นอัจฉริยะระดับโลกคอยโอบอุ้มด้วยความรัก ขณะเดียวกัน ความสามารถอันล้ำเลิศที่ซ่อนอยู่ของเธอก็ค่อยๆ ปรากฏให้เห็น แม้จะถูกอดีตคนรักดูถูกเหยียดหยามอย่างแสนสาหัส แต่ชายผู้มีอำนาจล้นฟ้าที่สุดในเมืองหลวงกลับก้าวเข้ามาเคียงข้าง พร้อมประกาศกร้าวเพื่อปกป้องผู้หญิงของเขาอย่างสุดความรักของเขาอย่างเต็มตัว
รายชื่อตอน
แชร์

ตอน 1

“ต้วนชิงฉือ เรารับแกมาเลี้ยงนานหลายปีขนาดนี้ ไม่คิดเลยว่าแกจะทำเรื่องเนรคุณแบบนี้ ครั้งนี้ตระกูลต้วนไม่สามารถให้แกอยู่ต่อไปได้อีกแล้ว แกไปซะเถอะ !”

ต่อหน้าต้วนชิงฉือมีคุณนายผู้ร่ำรวยคนหนึ่งกำลังมองเธอด้วยสายตาเกลียดชัง

“แม่คะ อย่าทำแบบนี้เลยค่ะ หนูตกลงมาจากข้างบนโดยไม่ได้ตั้งใจเอง ไม่เกี่ยวอะไรกับพี่หรอกค่ะ”

ที่โซฟาใกล้ ๆ เด็กผู้หญิงที่หน้าตาคล้ายกับคุณนายผู้ร่ำรวยขอร้องทั้งน้ำตา เข่าของเธอพันผ้าพันแผลอยู่ สภาพดูน่าสงสารมาก

เมื่อครึ่งชั่วโมงก่อน ลูกสาวแท้ ๆ ของตระกูลต้วนตกลงมาจากบันได ตอนนั้นบนชั้นสองมีแค่ต้วนชิงฉือคนเดียว

เพราะงั้นทุกคนเลยเชื่อว่าเธอเป็นคนทำ...

ตอนนี้ใบหน้าเกลียดชังและรังเกียจของคนในบ้านตระกูลต้วนดูแตกต่างจากเมื่อสัปดาห์ก่อนตอนที่พวกเขาบอกต่อหน้านักข่าวว่าไม่อยากให้เธอไปอย่างสิ้นเชิง

ต้วนชิงฉือก้มหน้าลง แววตาเต็มไปด้วยความเยาะเย้ย

ก่อนหน้านี้ไม่นาน เธอยังเป็นลูกสาวคนเดียวของตระกูลต้วนอยู่เลย ถึงแม้ว่าจะไม่ได้รับความโปรด แต่อย่างน้อย ๆ ตระกูลต้วนก็ไม่เคยได้ทำให้เธออยู่อย่างอดอยาก

จนถึงวันนั้นที่เกิดเรื่องขึ้นกับคุณต้วน ซึ่งต้องการถ่ายเลือด ทุกคนจึงไปตรวจกรุ๊ปเลือด ถึงได้พบว่าต้วนชิงฉือไม่ใช่ลูกสาวของตระกูลต้วน คุณต้วนรีบใช้เส้นสายเพื่อทำการตรวจสอบทันที ไม่นานก็เจอต้วนเหมียนเหมียน ลูกสาวแท้ ๆ ของเขา

ตระกูลต้วนเป็นตระกูลที่ร่ำรวยในเมืองเจียง พอเกิดเรื่องใหญ่ขนาดนี้ทุกคนต่างก็ต้องรู้ไปหมดแล้ว แต่ตระกูลต้วนที่กลัวจะเสื่อมเสียชื่อเสียงนั้นบอกกับสาธารณชนไปว่าไม่อยากให้ต้วนชิงฉือที่เลี้ยงดูเหมือนลูกแท้ ๆ มาหลายปีจากไป เลยกะว่าจะเลี้ยงดูอีกสักพักก่อนแล้วค่อยส่งเธอกลับไป

จริง ๆ แล้วพวกเขาวางแผนไว้ว่ารอให้เรื่องซาลงก่อนแล้วค่อยแอบส่งต้วนชิงฉือกลับไปที่บ้านเดิมของเธอ

หลังจากที่พบลูกสาวแท้ ๆ แล้ว คนในตระกูลต้วนรู้สึกว่าการที่มีต้วนชิงฉืออยู่ด้วยนั้นทำให้ต้วนเหมียนเหมียนต้องทนลำบากมานานหลายปี เพราะงั้นพอรับต้วนเหมียนเหมียนกลับมาแล้ว ต้วนชิงฉือเลยโดนบังคับให้ย้ายออกจากห้องเดิมที่เคยอยู่และไปอยู่ที่ห้องเก็บของแทน

ตอนนี้ความเป็นอยู่ของต้วนชิงฉือเปลี่ยนไปมาก เธอไม่เพียงแต่ต้องทำความสะอาด ซักผ้า ทำกับข้าว ฐานะต่ำต้อยจนถึงขนาดสู้กับคนรับใช้ก็ไม่ได้เลยในบางครั้ง !

ถึงแม้ว่าจะเป็นแบบนี้ ทว่าต้วนเหมียนเหมียนก็ไม่อยากให้ต้วนชิงฉืออยู่ที่นี่อีกต่อไป

หลายวันมานี้ เธอได้วางแผนใส่ร้ายต้วนชิงฉือหลายครั้ง

แต่พ่อแม่ของตระกูลต้วนทำเป็นไม่รู้ไม่เห็น แถมยังทำท่าทางรังเกียจต้วนชิงฉืออีก

ด้วยเรื่องเหล่านี้ ต้วนชิงฉือจึงได้มองเห็นธาตุแท้ของคนตระกูลต้วน แน่นอนว่าเธอไม่มีทางยอมอดทนต่อไปเรื่อย ๆ

เธอเงยหน้าขึ้นมองต้วนเหมียนเหมียน “ฉันจะไป แต่ฉันจะไม่จากไปแบบไม่รู้เรื่องรู้ราวแบบนี้แน่นอน ฉันทนแบกรับความผิดแทนเธอมานานมากพอแล้วนะต้วนเหมียนเหมียน !”

ต้วนเหมียนเหมียนรู้สึกหนาวสั่นขึ้นมาทันทีที่เห็นสายตาเย็นชาของเธอ

นี่ยังเป็นต้วนชิงฉือที่ยอมทำตามทุกอย่างอย่างว่าง่ายคนนั้นอยู่อีกเหรอ?

แววตาของเธอฉายแววชั่วร้ายขึ้นมาทันที

อีตัวนี่หนิ!

เธอต่างหากที่เป็นลูกสาวแท้ ๆ ของตระกูลต้วน ต้วนชิงฉือมีสิทธิ์อะไรมาเสพสุขอยู่ในบ้านตระกูลต้วนแบบนี้ได้กัน!

เธอจะต้องไล่อีตัวปลอมนี่ออกไปให้ได้!

ต้วนเหมียนเหมียนพูดขึ้นมาอย่างไร้เดียงสาว่า “พี่คะ หนูไม่รู้ว่าพี่พูดเรื่องอะไรอยู่ หนูรู้ว่าพี่ไม่ชอบขี้หน้าหนู และคิดว่าหนูแย่งความรักของพ่อกับแม่จากพี่ไป เพราะงั้นหนูเลยอดทนกับการกระทำของพี่มาตลอด แต่ขาของหนู... พี่ก็รู้ว่าหนูชอบเต้นมากขนาดไหน ทำไม่ถึงทำแบบนี้ได้กันหล่ะคะ... ถ้ารู้ว่าพี่ก็ชอบเหมือนกัน หนูคงไม่แย่งรายชื่อผู้เข้าแข่งขันกับพี่หรอก !”

เธอหมายความว่าที่ต้วนชิงฉือทำร้ายเธอนั้นก็เพื่อรายชื่อผู้เข้าแข่งขันงานประกวดเต้นระดับประเทศ

พอได้ยินแบบนี้ แววตาของคุณนายต้วนก็ยิ่งแสดงความเกลียดชังมากขึ้นไปอีก “เหมียนเหมียน ลูกมีพรสวรรค์ คนอย่างเธอจะมาเทียบได้ยังไงกัน? รายชื่อผู้เข้าแข่งขันนี้ต้องเป็นของลูกแน่นอน! ส่วนต้วนชิงฉือ แกเก็บของแล้วไสหัวไปซะ!”

ต้วนชิงฉือนี่...... ดีแต่ทำตัวน่ารังเรียจไปวัน ๆ ทำแบบนี้ให้ใครดูกันก็ไม่ทราบ

แต่ต้วนเหมียนเหมียนนั้นนิสัยอ่อนโยน เชื่อฟัง แถมยังมีพรสวรรค์ในการเต้นมาก คนที่เพอร์เฟคแบบนี้ต่างหากที่เป็นลูกสาวของเธอหน่ะ!

คุณต้วนที่เงียบมาโดยตลอดถอนหายใจขึ้นมาพลางพูดว่า “ชิงฉือ ตอนแรกเรากะว่าจะไว้รอให้เรื่องมันซาลงไปก่อนแล้วค่อยส่งเธอกลับไป แต่ไม่คิดเลยว่าเธอจะมีเจตนาร้ายกับเหมียนเหมียนได้ถึงขนาดนี้ ถ้างั้นเราจะส่งเธอกลับไปวันนี้เลย!”

แววตาของต้วนเหมียนเหมียนที่ได้ยินดังนั้นฉายแววมีความสุขขึ้นมาทันที

ต้วนชิงฉือกลับมีสีหน้านิ่งเรียบ เธอหันหลังเพื่อไปเก็บของอย่างไม่รอช้า

แต่ผ่านไปนานก็ไม่เห็นเธอลงมาสักที ต้วนเหมียนเหมียนเลยเริ่มกังวลขึ้นมา “พี่คงไม่ได้เอาของไปหมดทุกอย่างหรอกใช่ไหมคะ...”

ทุกอย่างในตระกูลต้วนเป็นของเธอ จะให้ตัวปลอมมาเอาไปได้ยังไงกัน!

พอคิดอยู่แบบนี้ ก็เห็นต้วนชิงฉือก็เดินลงมาชั้นล่างพอดี มีแค่กระเป๋าสีดำเพิ่มมาแค่ใบเดียวเท่านั้น มันดูขัดกับผิวขาวเนียนของเธอเป็นอย่างมาก สายตาคู่นั้นมองมาที่คุณต้วน ทำให้คุณต้วนไม่รู้ว่าจะแสดงท่าทางยังไงเลยต้องละสายตาไปอย่างใจหวิว

คุณนายต้วนมองกระเป๋าของต้วนชิงฉือพลางขมวดคิ้วขึ้นมา น้อยขนาดนี้เลยเหรอ? “แกเอาอะไรไปบ้าง ขอฉันดูหน่อยสิ?”

“ไม่ต้องหรอก ให้เธอเอาไปเถอะ” คุณต้วนออกปากห้ามไว้ เพราะคิดว่าอย่างมากก็แค่บัตรเอทีเอ็มที่เขาให้เธอแค่ใบเดียว ในบัตรมีเงินแค่ห้าแสนเท่านั้น

ต้วนชิงฉือกลับโยนกระเป๋าลงบนโต๊ะพลางพูดขึ้นมาด้วยสีหน้านิ่งเรียบว่า “ตรวจดูเถอะค่ะ”

“ใครจะไปรู้ว่าเธอเอาของมีค่าอะไรไปรึป่าว...” คุณนายต้วนสบถขึ้นมาพลางเปิดกระเป๋าออก แต่กลับเห็นว่าข้างในนั้นมีแค่โน๊ตบุ๊ค เมล็ดพันธุ์บางอย่าง และเงินสดเล็กน้อย แม้แต่บัตรสักใบก็ไม่เอาไปเลย จู่ ๆ เธอก็รู้สึกขายหน้าเลยนั่งตัวตรงอย่างสง่างาม “ให้คนขับรถไปส่งแกเถอะ”

คุณต้วนที่เห็นนั้นกลับรู้สึกไม่ค่อยดีนัก เลยหยิบบัตรขึ้นมาหนึ่งใบ “ชิงฉือ กลับไปแล้วก็เชื่อฟังพ่อแม่นะ ถึงแม้ว่าพวกเขาจะทำไร่ทำนา... แต่ก็เป็นคนที่จิตใจดี เธอต้องช่วยพวกเขาเยอะ ๆ นะ”

ใบหน้าที่สวยงามของต้วนชิงฉือยังคงเรียบเฉย เธอไม่ได้รับบัตรเอทีเอ็ม “คนเรานั้นต่างก็มีชะตากรรมของตัวเอง แต่หนูบอกไปแล้วว่า หนูจะไม่ไปแบบไม่รู้เรื่องรู้ราวแบบนี้ ต้วนเหมียนเหมียน ฉันให้โอกาสเธอเป็นครั้งสุดท้าย บอกมาให้ชัดเจนว่าเธอตกลงมาจากบันไดยังไง”

สิ่งที่ต้วนเหมียนเหมียนเกลียดที่สุดก็คือการที่ต้วนชิงฉือทำตัวนิ่ง ๆ ไม่สะทกสะท้านกับเรื่องใด ๆ ราวกับว่าเกิดมาก็มีฐานะสูงส่งกว่าเธออย่างไรอย่างนั้น

เห็นได้ชัดว่าเขาเป็นคุณหนูปลอม!

ลูกสาวของชาวนา!

“พี่หมายความว่าไงคะ จะบอกว่าหนูล้มลงมาเองงั้นเหรอคะ? นี่คือขาของหนูนะคะ ขาที่หนูหวงแหนมากที่สุด ถ้าเกิดเป็นอะไรขึ้นมา จากนี้ไปจะเต้นได้อีกยังไงกันคะ !” ต้วนเหมียนเหมียนร้องไห้สะอึกสะอื้นพลางโผเข้าไปในอ้อมกอดของแม่เธอ

“เพล๊ง !”

แจกันใบนึงเขวี้ยงมาทางเธอและขัดจังหวะการแสดงของต้วนเหมียนเหมียนไป เธอกลัวจนสะดุงโหยงและลุกขึ้นยืนทันที

ทุกคนต่างพากันมองมาที่เธอ แม้แต่คุณนายต้วนกับคุณต้วนก็รู้สึกตกใจมากเช่นกัน

ไหนเธอบอกว่าได้รับบาดเจ็บ ช่วงนี้ลุกขึ้นยืนไม่ได้ไม่ใช่รึไงกัน?

คุณอาจจะชอบ

ภาพปกนิยายเรื่อง กลายเป็นตัวตลกที่น่าสงสาร
7.9
ความสัมพันธ์ชั่วคืนจากความพลั้งเผลอกลายเป็นฝันร้าย เมื่อเขากลับมาในชีวิตเธอด้วยสถานะพี่เขย แม้เธอพยายามผลักไสและหลีกหนี ชายหนุ่มกลับยิ่งดึงรั้งเธอไว้ เขาหยิบยื่นความอบอุ่นจอมปลอมที่ทำให้เธอหลงคิดว่าตนเองโชคดี ทว่าความสุขกลับพังทลายเมื่อความจริงปรากฏ ทุกอย่างคือเกมหลอกลวงที่จงใจปั่นหัวให้เธอเป็นคนโง่ ความเจ็บปวดจากการถูกทรยศเปลี่ยนความรักให้กลายเป็นความเคียดแค้น จนเกิดเป็นคำอธิษฐานสุดท้ายจากใจที่แหลกสลาย ว่าขออย่าได้เวียนวนมาพบเจอกับเขาอีกเลยตลอดไป
ภาพปกนิยายเรื่อง เป็นสามีหรือพี่เขย
8.9
จากคนที่เคยก้มหน้ายอมรับชะตากรรมมาตลอด หญิงสาวผู้แสนดีต้องพบกับจุดแตกหักเมื่อความจริงปรากฏ แฟนหนุ่มที่เธอรักและซื่อสัตย์กลับลอบคบชู้กับพี่สาวร่วมสายเลือดของเธอเอง บาดแผลลึกจากการถูกทรยศโดยคนที่ไว้ใจที่สุดได้เปลี่ยนแปลงตัวตนของเธอไปตลอดกาล เธอปฏิเสธที่จะเป็นเหยื่อผู้โชคร้ายอีกต่อไป เธอลุกขึ้นสลัดคราบความอ่อนแอทิ้งไป พร้อมตั้งตนเป็นศัตรูกับพี่สาวและแม่เลี้ยงอย่างเต็มรูปแบบ การตอบโต้เพื่อทวงคืนศักดิ์ศรีและความยุติธรรมให้แก่หัวใจที่บอบช้ำจึงเริ่มต้นขึ้นอย่างดุเดือดและไม่มีคำว่าปรานี
ภาพปกนิยายเรื่อง ความรักจากท้องฟ้า
6.7
เวลาสามปีที่อยู่ร่วมชายคากัน เธอต้องทนฟังเรื่องที่เขามีหญิงอื่นเคียงข้างเสมอ แม้ความจริงจะประจักษ์ชัดแต่เธอกลับเลือกเก็บซ่อนความร้าวราน ปิดปากเงียบและทำตัวราวกับคนตาบอดเพื่อประคองความสัมพันธ์อันเปราะบางไม่ให้ขาดสะบั้น ความจริงที่กรีดแทงใจคือเธอเป็นได้เพียงคู่นอนที่ซ่อนอยู่ในเงามืด ไม่เคยได้รับเกียรติในฐานะคนรักอย่างเปิดเผย แม้จะผูกพันลึกซึ้งเพียงใด แต่เมื่อวันลาจากมาถึง เธอต้องพบกับความเจ็บปวดที่สุดเมื่อไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะเอ่ยคำว่าเลิกรา นั่นเพราะสถานะของทั้งสองไม่เคยมีความชัดเจนมาตั้งแต่ต้น
ภาพปกนิยายเรื่อง สาวร้ายกลายเป็นพระชายาผู้ทรงอำนาจ
9.7
เมื่อโชคชะตากำหนดให้เสวียชิงอินเป็นตัวละครที่ต้องพบจุดจบอย่างน่าเวทนา นางจึงปฏิเสธเส้นทางนั้นและผูกวาสนากับเหอจวิ้นถิง อ๋องเสวียนผู้ดุดันและมีอนาคตต้องจบชีวิตกลางไฟสงคราม เป้าหมายของนางคือการเป็นสตรีหม้ายที่ร่ำรวย ทว่าแผนการกลับพลิกผันเมื่อบุรุษที่ใครต่างหวาดกลัวกลับมอบความรักอันลึกซึ้งและคอยปกป้องนาง ท่ามกลางเกมการเมืองที่เต็มไปด้วยเล่ห์เหลี่ยม นางมิใช่ผู้เฝ้ารอผลประโยชน์อีกต่อไป แต่กลายเป็นดวงใจของเขา ทั้งสองหลอมรวมเป็นเกราะกำบังให้กันและกัน ก้าวข้ามขีดจำกัดของบทประพันธ์เดิม สู่การสร้างตำนานรักที่เกรียงไกร
ภาพปกนิยายเรื่อง หน้าตาเมียฉัน…
7.7
การแต่งงานที่ควรเป็นจุดเริ่มต้นของความสุขกลับกลายเป็นความหมางเมิน เมื่อเจ้าบ่าวตัดสินใจหันหลังให้ภรรยาตั้งแต่วันแรก ชายหนุ่มไม่แม้แต่จะเอ่ยปากถามไถ่ความเป็นอยู่ของคู่ชีวิต สาเหตุมาจากอคติที่เขามีต่อรูปโฉมของเธอ โดยปักใจเชื่อว่าเธอมีใบหน้าอัปลักษณ์น่ากลัว ความรังเกียจนี้ทำให้เขาสร้างกำแพงความเย็นชาขึ้นมาขวางกั้น ฝ่ายหญิงจึงต้องทนรับการถูกละเลยจากสามีที่ประเมินคุณค่าของเธอจากเพียงรูปลักษณ์ภายนอก ชีวิตคู่ท่ามกลางความไร้เยื่อใยนี้กลายเป็นบททดสอบอันหนักอึ้งที่เธอต้องเผชิญอย่างเดียวดาย
ภาพปกนิยายเรื่อง พายุรักแห่งเม็ดทราย
7.5
เจ้าชายซารีฟร์แห่งอัลนูรีนหลงรักนาราภัทร สาวไทยผู้เปรียบดั่งดอกไม้งามกลางทะเลทราย ทว่าการพิชิตใจเธอนั้นยากยิ่ง เมื่อเธอสร้างกำแพงเย็นชาดุจน้ำแข็งเพื่อปิดกั้น อันเกิดจากความเข้าใจผิดว่าเขาคือชายเห็นแก่ตัวที่พรากความบริสุทธิ์ไปยามไร้ทางสู้ ความแคลงใจนี้กลายเป็นรอยร้าวลึก แม้เขาจะทุ่มเทความรักเพื่อละลายใจเธอเพียงใด สิ่งที่ได้กลับมามีแค่ความว่างเปล่า จนเจ้าชายสุดทนและตัดพ้อว่า คนที่ไร้หัวใจอย่างแท้จริงไม่ใช่เขา แต่คือเธอผู้ปิดตายหัวใจและปฏิเสธรักแท้ที่เขามอบให้อย่างหมดใจต่างหาก