APKDock Logo
รายชื่อตอน
แชร์
ภาพปกนิยายเรื่อง รักลวง...ที่ฉันต้องชดใช้

รักลวง...ที่ฉันต้องชดใช้

วิมานศิลป์ แกลเลอรีสุดที่รักของฉันกลับถูกภัทรวุฒิผู้เป็นสามีแย่งชิงไปมอบให้นภัสสร น้องสาวที่ทรยศหักหลัง ซ้ำร้ายในวันเกิดของฉัน เขายังพยายามฆาตกรรมฉันด้วยการใช้สร้อยดอกมะลิที่รู้ดีว่าฉันแพ้อย่างรุนแรงเพื่อหวังไปเสวยสุขกับชู้รัก นภัสสรโทรมาเยาะเย้ยว่าแท้จริงแล้วเขาแต่งงานกับฉันเพียงเพื่อเป็นเกราะกำบังให้เธอ และการที่ฉันต้องสูญเสียลูกในครรภ์ไปก็ล้วนเป็นแผนการอันชั่วร้ายของพวกเขาทั้งสิ้น เมื่อชีวิตไม่เหลืออะไรอีกแล้ว ฉันจึงตัดสินใจจัดฉากระเบิดเรือยอชต์ฆ่าตัวตายเพื่อจบสิ้นฝันร้ายนี้ พร้อมส่งอีเมลเปิดโปงความจริงอันโสมมทั้งหมดให้ภัทรวุฒิได้สำนึกก่อนที่ลมหายใจสุดท้ายของฉันจะหมดลง
รายชื่อตอน
แชร์

ตอน 1

'วิมานศิลป์' คือแกลเลอรีที่ฉันสร้างขึ้นมาด้วยความรักและหยาดเหงื่อ มันคือตัวตนและทุกสิ่งทุกอย่างของฉัน

แต่แล้วภัทรวุฒิ สามีของฉัน กลับประกาศว่าจะยกมันให้กับนภัสสร 'น้องสาว' ที่ฉันไว้ใจที่สุด

เขาอ้างว่าอยากให้ฉันได้พักผ่อน แต่ในวันเกิดของฉัน เขากลับมอบสร้อยคอดอกมะลิให้เป็นของขวัญ ทั้งที่รู้ว่าฉันแพ้เกสรมันจนเกือบเอาชีวิตไม่รอด ก่อนจะทิ้งฉันไปอย่างไม่ใยดีเพื่อไปดูแลนภัสสรที่แกล้งป่วย

คืนนั้นเองที่นภัสสรโทรศัพท์มาสารภาพความจริงทั้งหมดด้วยน้ำเสียงของผู้ชนะ

"ภัทรไม่เคยรักพี่เลย เขาแต่งงานกับพี่ก็เพื่อเป็นเกราะป้องกันนัสเท่านั้น"

แม้กระทั่งการสูญเสียลูกในท้องของฉัน ก็เป็นส่วนหนึ่งในแผนการของพวกเขา

เมื่อโลกทั้งใบพังทลายลงต่อหน้า ฉันจึงเลือกที่จะสู้กลับเป็นครั้งสุดท้าย ฉันจัดฉากการตายของตัวเองบนเรือยอชต์ที่ระเบิดเป็นจุล แต่ก่อนที่ลมหายใจสุดท้ายจะหมดลง ฉันได้ส่งอีเมลรวบรวมหลักฐานความเลวร้ายทั้งหมดของพวกเขาไปให้ภัทรวุฒิแล้ว

บทที่ 1

พัณณิณ (Pannin)POV

ฉันกำแฟ้มเอกสารไว้แน่นจนกระดาษเย็นเฉียบแนบติดกับฝ่ามือที่เหงื่อซึม ปากกาในมือยังคงเปียกชุ่มด้วยหมึกสีดำ บันทึกทุกรายละเอียดที่ฉันเพิ่งเซ็นอนุมัติไป มันไม่ใช่แค่เอกสารธรรมดา แต่มันคือแผนการที่จะทำลายทุกสิ่งที่ฉันสร้างมากับมือ ทุกสิ่งทุกอย่างที่ฉันเคยทุ่มเททั้งชีวิตเพื่อมัน

ลมหายใจของฉันติดขัด

หัวใจเต้นรัวจนเหมือนจะทะลุออกมาจากอก

กลิ่นน้ำหอมประจำตัวของภัทรวุฒิ คุ้มวงษ์ ลอยเข้ามาในห้องทำงานของฉัน ฉันไม่จำเป็นต้องหันไปมองก็รู้ว่าเขามาแล้ว กลิ่นของเขาเป็นเหมือนสัญญาณเตือนภัยที่ดังอยู่ในหัวใจของฉันมานานแสนนาน

"ที่รัก กำลังทำอะไรอยู่ครับ" เสียงทุ้มต่ำของภัทรวุฒิดังขึ้นจากด้านหลัง เขาเดินเข้ามาใกล้ ฉันรู้สึกถึงลมหายใจอุ่นๆ รดต้นคอ

ฉันเกร็งไปทั้งตัว

พยายามฝืนยิ้มให้ดูเป็นธรรมชาติที่สุด

"กำลังจัดการเอกสารนิดหน่อยค่ะ" ฉันตอบ เสียงของฉันฟังดูราบเรียบจนน่าตกใจ ความจริงแล้วข้างในตัวฉันกำลังแตกสลายเป็นเสี่ยงๆ

เขาไม่ได้สังเกตเห็นอะไรเลย

มือของเขาเลื่อนมาโอบรอบเอวของฉัน กดจูบลงบนไหล่เปลือยเปล่าของฉันเบาๆผ่านเนื้อผ้าซาตินของชุดคลุมอาบน้ำที่ฉันสวมอยู่

มันเป็นสัมผัสที่เคยอบอุ่น แต่ตอนนี้มันกลับเย็นยะเยือกเหมือนน้ำแข็ง

"ทำงานหนักอีกแล้วนะภรรยาคนเก่งของผม" เขาพูด น้ำเสียงอ่อนโยนเหมือนทุกครั้ง

ฉันรู้สึกคลื่นไส้กับความแสนดีจอมปลอมของเขา

"วันนี้คุณมีประชุมสำคัญไม่ใช่เหรอคะ" ฉันเปลี่ยนเรื่อง

เขาหัวเราะเบาๆ

"ใช่ครับ แต่ผมแวะมาดูคุณก่อน ผมมีเรื่องอยากจะคุยด้วยนิดหน่อย"

"เรื่องอะไรคะ" ฉันถาม พยายามข่มความตื่นเต้นและความหวาดกลัวเอาไว้

"ผมกำลังคิดจะขยายกิจการแกลเลอรีของเรา" เขาพูด "ผมอยากให้คุณภัสรเข้ามาช่วยดูแลในส่วนของงานประชาสัมพันธ์และการตลาด เธอมีความสามารถพิเศษในการสร้างภาพลักษณ์ ผมคิดว่าเธอจะช่วยให้ 'วิมานศิลป์' กลายเป็นที่รู้จักในวงกว้างยิ่งขึ้นไปอีก"

ฉันรู้สึกเหมือนโลกทั้งใบหยุดหมุน

หัวใจของฉันถูกบีบอัดจนหายใจไม่ออก

"ภัสรเหรอคะ" ฉันถาม เสียงแหบแห้งจนแทบไม่ได้ยิน

"ใช่ครับ ที่รัก" เขายิ้ม "คุณภัสรตื่นเต้นกับเรื่องนี้มากเลยนะ"

ฉันเคยคิดว่า 'วิมานศิลป์' คือลูกที่ฉันสร้างขึ้นมาด้วยสองมือ ค่อยๆ ปั้นแต่งมันขึ้นมาจากความว่างเปล่า ทุกเส้นสาย ทุกมุมห้อง ทุกๆ แสงที่ส่องเข้ามาในแกลเลอรีแห่งนี้ล้วนมาจากแรงกายแรงใจของฉัน มันคือความฝันของฉัน เป็นสิ่งที่ฉันใช้พิสูจน์ตัวเองในตระกูลคุ้มวงษ์ที่มองฉันเป็นเพียงผู้หญิงที่แต่งงานเข้ามาเพื่อหวังสมบัติ

แต่ตอนนี้... มันกำลังจะถูกพรากไปจากฉัน

"แต่... ฉัน..." ฉันพยายามจะพูด แต่คำพูดติดอยู่ในลำคอ

ภัทรวุฒิหันมายิ้มอย่างอ่อนโยน

"ที่รักไม่ต้องห่วงหรอกครับ คุณแค่พักผ่อนให้สบายๆ ก็พอ หลังจากนี้คุณภัสรจะเข้ามาดูแลทุกอย่าง ผมไม่อยากให้คุณเหนื่อยอีกแล้วนะ ผมรู้นะว่าช่วงนี้คุณดูเหนื่อยๆ ไปมากเลย"

คำพูดของเขาฟังดูเหมือนห่วงใย แต่ในความเป็นจริงมันคือการขับไล่ฉันออกไปจากโลกที่ฉันสร้างขึ้นมา

ฉันรู้สึกเหมือนถูกตบหน้าแรงๆ

ภาพความทรงจำเกี่ยวกับงานเปิดตัว 'วิมานศิลป์' ผุดขึ้นมาในหัว ฉันยืนอยู่ข้างๆ ภัทรวุฒิ ยิ้มแย้มอย่างมีความสุขกับความสำเร็จที่ฉันสร้างขึ้นมาด้วยตัวเอง เขาโอบกอดฉันอย่างภาคภูมิใจ พูดกับทุกคนว่าฉันคือผู้หญิงที่เก่งที่สุดในโลก

เป็นคำโกหกที่หวานหอมที่สุดในชีวิตของฉัน

"ภัทร คุณรู้ไหมว่าฉันทุ่มเทกับแกลเลอรีนี้มากแค่ไหน" ฉันพยายามพูดด้วยน้ำเสียงที่มั่นคง "ฉันสร้างมันขึ้นมาตั้งแต่ศูนย์นะ"

"ผมรู้ครับที่รัก" เขาตอบเบาๆ "ผมถึงไม่อยากให้คุณต้องเหนื่อยอีกแล้วไง ผมอยากให้คุณมีเวลาดูแลตัวเองมากขึ้นนะ"

เขาพูดราวกับว่าฉันเป็นคนป่วยที่ต้องได้รับการดูแล

ฉันมองเข้าไปในดวงตาของเขา พยายามหาแววตาของภัทรวุฒิคนเดิม คนที่ไม่เคยปฏิเสธความสามารถของฉัน คนที่เคยสนับสนุนทุกความฝันของฉัน

แต่ฉันไม่เจออะไรเลยนอกจากความเย็นชาที่ซ่อนอยู่ภายใต้รอยยิ้มจอมปลอม

"บางที... บางทีฉันอาจจะอยากเหนื่อยก็ได้นะคะ" ฉันพูด พยายามเก็บซ่อนความเจ็บปวดเอาไว้

เขาหัวเราะเบาๆ เหมือนฉันพูดเรื่องตลก

"ไม่เอาหน่าที่รัก คุณแค่พักผ่อน แล้วปล่อยให้เรื่องงานเป็นของผมกับคุณภัสรดีกว่านะ"

ฉันรู้สึกเหมือนมีดกรีดลงไปในหัวใจ

'วิมานศิลป์' ไม่ใช่แค่แกลเลอรี แต่มันคือตัวตนของฉัน มันคือหลักฐานว่าฉันมีค่า และฉันสามารถสร้างอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ด้วยตัวเอง

แต่ตอนนี้ คนที่ฉันรักที่สุดกำลังจะมอบมันให้กับผู้หญิงอีกคนหนึ่ง

ผู้หญิงที่ฉันเคยคิดว่าเป็นน้องสาวของฉัน

"ภัทร..." ฉันเรียกชื่อเขาอีกครั้ง

"เอาเถอะครับที่รัก อย่าเพิ่งคิดมากเลยนะ" เขาจูบลงบนหน้าผากของฉัน "วันนี้วันเกิดของคุณไม่ใช่เหรอครับ ผมเตรียมของขวัญชิ้นใหญ่ไว้ให้คุณด้วยนะ"

คำว่า "วันเกิด" ทำให้ฉันรู้สึกเจ็บปวดอย่างประหลาด

ฉันจำได้ว่าภัทรวุฒิเคยบอกว่าเขาจะไม่ลืมวันเกิดของฉันเด็ดขาด

"คุณรู้ไหมว่าผมเตรียมอะไรไว้ให้คุณ" เขาพูด "สร้อยเพชรรูปดอกมะลิเม็ดเป้งเลยนะ คุณชอบดอกมะลิไม่ใช่เหรอครับ"

ฉันรู้สึกเย็นวาบไปทั้งตัว

ฉันเกลียดดอกมะลิที่สุดในโลก

ฉันแพ้เกสรดอกมะลิ เคยเกือบจะช็อกตายในงานวันเกิดของภัทรวุฒิเมื่อหลายปีก่อน เพราะมีคนเอาช่อดอกมะลิมาให้ฉัน แล้วฉันก็จามไม่หยุด ตัวบวมไปหมด

ภัทรวุฒิเป็นคนแรกที่รีบพาฉันไปโรงพยาบาล เขาอยู่ข้างๆ ฉันตลอดเวลาที่ฉันต้องพักฟื้น เขาบอกว่าเขาจะไม่มีวันลืมเรื่องนี้เด็ดขาด

แต่ตอนนี้... เขากลับจำไม่ได้

หรือเขาแค่ไม่สนใจ?

ความคิดหนึ่งแวบเข้ามาในหัวของฉัน แฟ้มเอกสารที่ฉันเพิ่งเซ็นอนุมัติไป มันคือเอกสารที่เกี่ยวกับการโอนหุ้นส่วนใหญ่ของ 'วิมานศิลป์' ให้กับนภัสสร

มือของฉันสั่นเทา

ภัทรวุฒิไม่ได้ลืม เขาแค่ไม่สนใจ

หรือเขาไม่เคยสนใจอะไรเกี่ยวกับฉันเลยตั้งแต่แรก

"ที่รักเป็นอะไรไปครับ ทำไมหน้าซีดจัง" ภัทรวุฒิถาม น้ำเสียงแฝงความห่วงใยจอมปลอม

ฉันพยายามรวบรวมสติ

"ไม่เป็นไรค่ะ" ฉันตอบ พยายามยิ้มให้เขา "แค่... ตื่นเต้นกับของขวัญน่ะค่ะ"

"ดีแล้วครับ" เขายิ้ม "ผมอยากให้คุณมีความสุขมากๆ นะ"

"ฉันมีเรื่องอยากจะขอคุณภัทรวุฒิสักอย่างได้ไหมคะ" ฉันถาม น้ำเสียงของฉันเรียบเฉยจนน่ากลัว

เขาดูแปลกใจนิดหน่อย

"ได้สิครับที่รัก มีอะไรที่ผมทำให้คุณไม่ได้บ้างล่ะ" เขาตอบ

"คืนนี้... ฉันอยากให้เราสองคนไปฉลองวันเกิดกันที่ทะเลนะคะ" ฉันพูด "ไปแค่เราสองคน"

ภัทรวุฒิลังเลเล็กน้อย

"แต่ว่าพรุ่งนี้ผมมีประชุมสำคัญ..."

"แค่คืนเดียวเองค่ะ" ฉันพูด "ไม่ได้เหรอคะ"

เขาถอนหายใจเบาๆ

"ก็ได้ครับ เพื่อคุณแล้ว ผมยอมเสมอ" เขายิ้ม "งั้นผมไปเตรียมตัวเข้าประชุมก่อนนะ แล้วเจอกันคืนนี้ครับที่รัก"

เขาจูบฉันเบาๆ ที่หน้าผาก แล้วเดินออกจากห้องไป ทิ้งไว้เพียงกลิ่นน้ำหอมและความว่างเปล่าที่กัดกินหัวใจของฉัน

ฉันล้มตัวลงนั่งบนเก้าอี้ น้ำตาไหลออกมาจากดวงตาอย่างเงียบงัน

คืนนี้... คือคืนสุดท้ายของฉัน

คืนสุดท้ายของการเป็น พัณณิณ จิระอนันต์

ฉันนอนไม่หลับทั้งคืน ภาพของภัทรวุฒิและนภัสสรยังคงวนเวียนอยู่ในหัวใจ

ฉันคิดถึงคำหวานๆ ที่เขาเคยพูดให้ฉันฟัง คิดถึงสัมผัสอ่อนโยนที่เขาเคยให้กับฉัน คิดถึงรอยยิ้มที่เคยทำให้โลกของฉันสดใส

แต่ตอนนี้ทุกอย่างกลายเป็นเถ้าธุลีไปหมดแล้ว

ฉันลุกขึ้นจากเตียง เดินไปที่ห้องแต่งตัว สายตาของฉันเหลือบไปเห็นกระเป๋าเดินทางเล็กๆ ที่ภัทรวุฒิเพิ่งซื้อมาให้เขาเองเมื่อเดือนที่แล้ว มันวางอยู่บนโต๊ะเครื่องแป้ง

ฉันเปิดมันออก

ข้างในกระเป๋ามีผ้าพันคอไหมสีฟ้าอ่อนผืนหนึ่ง มันเป็นของขวัญที่ฉันตั้งใจจะให้เขาในวันครบรอบแต่งงานของเรา ผ้าพันคอนั้นปักลายดอก forget-me-not สลักชื่อย่อของเราสองคนไว้ด้วยด้ายสีทอง

ฉันหยิบผ้าพันคอนั้นขึ้นมา

หัวใจของฉันบีบรัดแน่น

มันเป็นผ้าพันคอที่ฉันเคยเห็นนภัสสรถืออยู่เมื่อสองสามวันก่อน สีหน้าของเธอมีความสุขจนแทบจะเก็บไว้ไม่อยู่

ฉันกำผ้าพันคอในมือแน่น พยายามข่มความเจ็บปวดเอาไว้

ไม่... นี่ไม่ใช่ความเข้าใจผิด

นี่คือความจริงอันโหดร้ายที่ฉันพยายามจะปฏิเสธมาตลอด

ภาพของนภัสสรยิ้มหวานในชุดของขวัญที่ฉันเลือกให้เธอในวันเกิดของฉันเองผุดขึ้นมาในหัว

ฉันไม่เคยได้รับอะไรแบบนั้นจากเขาเลย

ฉันรู้แล้วว่าแท้จริงแล้วผ้าพันคอนี้ไม่ได้ตั้งใจจะให้ฉัน เขาแค่มอบมันให้นภัสสรไปแล้ว และมันถูกวางทิ้งเอาไว้ในกระเป๋าเดินทางใบนี้โดยบังเอิญ

ฉันเคยคิดว่าฉันคือโลกทั้งใบของเขา

แต่แท้จริงแล้วฉันเป็นเพียงแค่ทางผ่าน

ฉันปาผ้าพันคอลงไปบนพื้นห้องนอนอย่างแรง

น้ำตาไหลทะลักออกมาจากดวงตาของฉันอย่างห้ามไม่ได้

ทุกอย่างที่ฉันเคยเชื่อมั่นมาตลอดกำลังพังทลายลงตรงหน้า

"ภัทรวุฒิ... นายมันเลวที่สุด" ฉันกรีดร้องอยู่ในใจ

ฉันทรุดตัวลงกับพื้นห้องเย็นๆ ปล่อยให้น้ำตาและความเจ็บปวดกัดกินหัวใจของฉัน

ฉันจะไม่ยอมให้เรื่องนี้จบลงแค่นี้เด็ดขาด

คุณอาจจะชอบ

ภาพปกนิยายเรื่อง ค่า เมียน้อย วัยสิบเก้า ของเขา
8.6
ตลอดห้าปีที่แต่งงานกับคริสโตเฟอร์ มหาเศรษฐีหนุ่มเจ้าสำราญ ฉันคิดมาตลอดว่าตัวเองคือคนสำคัญของเขา แต่ความจริงอันเจ็บปวดก็เปิดเผยเมื่อพ่อของฉันต้องการปลูกถ่ายไขกระดูกอย่างเร่งด่วน ทว่าคริสกลับเลือกไปอยู่กับไอริน เด็กสาววัยสิบเก้าปี จนกระทั่งพ่อของฉันเสียชีวิต ไม่เพียงเท่านั้น เขายังคอยปกป้องเด็กคนนั้นในทุกสถานการณ์ ปล่อยให้ฉันต้องเผชิญหน้ากับความตายตามลำพัง แถมยังแย่งมรดกชิ้นสุดท้ายที่พ่อทิ้งไว้ไปให้เธออีกด้วย เมื่อความรู้สึกสูญสิ้นฉันจึงตัดสินใจเซ็นใบหย่าแล้วเดินจากไปอย่างเงียบๆ ปล่อยให้เขาจมอยู่กับความจริงที่เพิ่งตระหนักได้ในวันที่สายเกินไปว่า พ่อของฉันไม่มีชีวิตอยู่เพื่อรอความช่วยเหลือจากเขาอีกต่อไปแล้ว
ภาพปกนิยายเรื่อง กลรัก เกมปรารถนา
9.2
กานต์มาดา นักเขียนสาวผู้มุ่งมั่นยอมเอาตัวเข้าแลกเพื่อเป้าหมาย เธอใช้เสน่ห์หว่านเสน่ห์ใส่ อัลฟอนโซ่ มหาเศรษฐีหนุ่มชาวสเปนที่เป็นพ่อเลี้ยงเดี่ยว หวังเพียงใช้เขาเป็นวัตถุดิบในการสร้างสรรค์ผลงานชิ้นใหม่ แต่เมื่อความผูกพันเริ่มถลำลึกจนยากจะถอนตัว เธอจึงคิดจะยุติความสัมพันธ์นี้ ทว่านักธุรกิจผู้ทรงอิทธิพลอย่างเขาไม่มีวันยอมตกเป็นเครื่องมือของใครฟรีๆ อัลฟอนโซ่จึงเริ่มเปิดเกมรุกเพื่อสั่งสอนบทเรียนราคาแพงให้เธอรู้ซึ้งถึงผลของการเล่นกับไฟ ท่ามกลางเกมรักและการเอาคืนที่คุกรุ่นไปด้วยแรงปรารถนา สุดท้ายแล้วใครจะเป็นผู้ชนะในเกมที่ผูกมัดหัวใจของทั้งคู่ไว้
ภาพปกนิยายเรื่อง เอื้อมหัวใจเทพบุตรแบดบอย
9.5
เชฟหนุ่มสุดฮอตอย่างเอื้อมพัฒน์ ผู้ครองฉายาเสือร้ายรักสนุกและรักชีวิตโสดแบบไม่คิดผูกมัด กลับต้องมาสั่นคลอนเมื่อได้พบกับศุรตา เด็กฝึกงานสาวที่ดึงดูดสายตาและความสนใจของเขาอย่างถอนตัวไม่ขึ้น ทว่าความสัมพันธ์ที่เพิ่งเริ่มต้นขึ้นนี้กลับไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ เมื่ออดีตอันขมขื่นและเบื้องหลังอันมืดมนของเพลย์บอยหนุ่มยังคงตามหลอกหลอน พร้อมด้วยปมความขัดแย้งสุดอันตรายที่รอวันปะทุขึ้นมาทำลายความรักของทั้งคู่ให้พังทลายลง
ภาพปกนิยายเรื่อง ดุจดาวโอบดิน
9.0
เมื่อกฤปมัย เจ้าของไร่หนุ่มต้องแฝงตัวเข้าไปทำงานในตำแหน่งผู้จัดการฝ่ายควบคุมคุณภาพเพื่อสืบหาคนโกงในบริษัทผลิตอะไหล่รถยนต์ เขาจำต้องเผชิญหน้ากับกลโกงสุดซับซ้อนของหนอนบ่อนไส้ที่คอยบ่อนทำลายองค์กร แต่ในขณะที่ภารกิจลับกำลังทวีความตึงเครียด เขากลับได้พบกับดาวินี พนักงานจัดซื้อผู้เข้ามาทำให้หัวใจหวั่นไหว ท่ามกลางสถานการณ์ที่ไม่เป็นใจนี้ กฤปมัยต้องเร่งกระชากหน้ากากคนทรยศเพื่อกอบกู้ความเชื่อมั่นของพนักงานทุกคนกลับคืนมา พร้อมกับต้องพิสูจน์ให้ดาวินีเห็นถึงความจริงใจของเขา ว่าความรักครั้งนี้ไม่ได้เป็นเพียงแค่เครื่องมือในการหลอกใช้เพื่อทำภารกิจให้ลุล่วง
ภาพปกนิยายเรื่อง สลับรักยัยเลขาฝาแฝด
9.8
โชคชะตาขีดเส้นทางให้ 'กรีน' สาวแกร่งผู้เป็นเจ้าของไร่กาแฟ และ 'แกรนด์' เลขาสาวสุดอ่อนหวาน สองพี่น้องฝาแฝดที่ต้องพลัดพรากจากกัน ได้โคจรมาพบกันอีกครั้งด้วยความบังเอิญ เพื่อสืบค้นความจริงเรื่องชาติกำเนิด ทั้งคู่จึงตัดสินใจสลับบทบาทชีวิตกัน โดยแกรนด์ที่เหนื่อยล้ากับชีวิตเมืองกรุงและ 'เควิน' เจ้านายหนุ่มนักธุรกิจผู้รักอิสระและแสนเจ้าชู้ ได้ออกไปสัมผัสไออุ่นของธรรมชาติ ส่วนกรีนต้องก้าวเข้าสู่โลกธุรกิจอันแสนวุ่นวายในฐานะเลขาสาวคนใหม่ ท่ามกลางความสับสนของหัวใจและความลับที่ปิดบังไว้ การสลับตัวในครั้งนี้จะเปลี่ยนชีวิตของพวกเธอไปตลอดกาล
ภาพปกนิยายเรื่อง เสน่หาวิวาห์ป่วน
8.1
โชคชะตานำพาให้ก้องทวีป จิตรกรหนุ่มผู้ยังคงจมปลักอยู่กับอดีตคนรัก ต้องมาแต่งงานใช้ชีวิตร่วมกันกับอันดามัน หญิงสาวสายลุยที่เป็นคู่ปรับตลอดกาลของเขา การเริ่มต้นชีวิตคู่ภายใต้หลังคาเดียวกันของคนสองคนที่ไม่เคยลงรอยกัน จึงเต็มไปด้วยความอลหม่านและเรื่องราวป่วน ๆ มากมาย ทั้งคู่ต่างปะทะคารมและพยายามเอาชนะกันอย่างไม่มีใครยอมใคร ท่ามกลางความขัดแย้งและเสียงหัวเราะที่เกิดขึ้นในทุก ๆ วัน ความผูกพันจะสามารถสลายความไม่ชอบหน้าในใจ และเปลี่ยนผ่านไปสู่ความรักที่เต็มไปด้วยความซาบซึ้งและเร่าร้อนได้จริงหรือเปล่า