APKDock Logo
ภาพปกนิยายเรื่อง มนต์ไอยคุปต์

มนต์ไอยคุปต์

9.5 / 10.0
ความรักอันมั่นคงของอดีตฟาโรห์หนุ่มผู้ปกครองดินแดนพีระมิดขาวไม่เคยเลือนหายไปตามกาลเวลา แม้ประวัติศาสตร์จะไม่ได้บันทึกพระนามของพระองค์ไว้ แต่กษัตริย์องค์นี้กลับยอมเวียนว่ายตายเกิดในทุกชาติภพเพื่อจุดประสงค์เดียว คือการเฝ้ารอคอยที่จะได้พบกับหญิงสาวสามัญชนผู้เป็นรักแท้ของพระองค์อีกครั้ง เรื่องราวความผูกพันข้ามภพชาติอันทรงคุณค่าท่ามกลางกลิ่นอายแห่งอารยธรรมอียิปต์โบราณเริ่มต้นขึ้น เมื่อสายใยแห่งความทรงจำในอดีตได้ชักนำให้ดวงวิญญาณทั้งสองดวงกลับมาพบกันอีกครั้งตามโชคชะตาที่กำหนดไว้

มนต์ไอยคุปต์ ตอนที่ 1

บทนำ

“มิรา !!”

เสียงละเมอเรียกดังขึ้นในความมืด ก่อนที่เจ้าของเสียงจะสะดุ้งตื่น และลุกพรวดขึ้นนั่งหอบหายใจถี่

“ฝันแบบนี้อีกแล้วเหรอเนี่ย” ชายหนุ่มพึมพำกับตัวเอง แล้วหันไปเปิดโคมไฟบนหัวเตียงเพื่อดูเวลา

...นาฬิกาปลุกเรือนเล็กยังคงทำหน้าที่ของมันอย่างสม่ำเสมอและเที่ยงตรง อีกไม่ถึงครึ่งชั่วโมงก็จะเป็นเวลา 4 นาฬิกาของวันใหม่ นั่นเองที่ทำให้เขาตัดสินใจปิดสวิชต์นาฬิกา รวมทั้งสวิชต์โคมไฟ เลือกที่จะนั่งอยู่ท่ามกลางความมืดที่รายล้อมรอบตัว เพื่อทบทวนถึงความฝันประหลาด ซึ่งมักปลุกเขาให้ตื่นขึ้นในตอนเช้ามืด ช่วงเวลาที่คนโบราณเชื่อว่า ความฝันมักจะมีเค้าของความเป็นจริง

ชนะชนจำได้แม่นยำว่า มันเกิดขึ้นครั้งแรกระหว่างที่เขาเดินทางไปเที่ยวประเทศอียิปต์กับพ่อและแม่ ตอนเขาอายุ 21 ปี จวบจนวันนี้ก็เป็นเวลาเกือบ 6 ปีแล้ว หากแต่เขาก็ยังคงฝันเห็นผู้หญิงคนนั้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า

“เธอ... เป็นใครกันแน่?” เขานึกถึงหญิงสาวเจ้าของดวงหน้างดงาม อ่อนหวาน แต่นัยน์ตากลมโตมีแววโศก สวมชุดกระโปรงยาวสีขาวสะอาดขลิบดิ้นทองคำอย่างชนชั้นสูงสมัยโบราณ รอบด้านรายล้อมไปด้วยความมืดมิดยิ่งกว่าราตรีที่ไร้แสงจันทร์ เธอค่อยๆ หันหลังเดินห่างจากเขาไป ไกลออกไปเรื่อยๆ ขณะที่เขาเองก็พยายามวิ่งตามเธอ พลางร้องเรียกชื่อของเธอ น้ำเสียงราวกับหัวใจได้แหลกสลายลง

“มิรา...” ชนะชนพึมพำชื่อของเธออีกครั้ง

...หลายต่อหลายครั้งที่เขาสะดุ้งตื่นระหว่างที่กำลังวิ่งตามเธอ แต่ก็มีอีกหลายครั้งที่เธอหยุดเดินและหันกลับมาหาเขา พร้อมๆ กับเลือดสีแดงสดที่หลั่งรินจากนัยน์ตาอาบสองแก้ม

คลิก!

เสียงเข็มนาฬิกาที่เดินมาบรรจบกับเวลาที่เคยตั้งปลุกไว้ดังขึ้นท่ามกลางความเงียบปลุกให้ชนะชนตื่นจากภวังค์ ชายหนุ่มเลิกผ้าห่มออกแล้วลงจากเตียง เดินผ่านกระเป๋าเดินทางใบย่อมแบบมีล้อเลื่อนของตัวเองไปเข้าห้องน้ำ มือใหญ่เปิดสวิชต์ไฟด้วยความเคยชินโดยไม่ต้องคลำหา ก่อนก้าวเข้าไปยืนตรงหน้ากระจกภายในห้องน้ำส่วนตัวของห้องชุดบนคอนโดมิเนียมใจกลางเมือง ซึ่งแม้จะดูคับแคบไปสักหน่อย แต่ชายหนุ่มก็เคยชินกับการใช้ชีวิตแบบนี้เสียแล้ว

“มัวแต่คิดถึงเขาก็ไม่ต้องทำอะไรพอดี” ชนะชนส่ายหน้าให้เงาของตัวเองในกระจก มันเป็นเงาของชายหนุ่มลูกครึ่งอาหรับ ทั้งคิ้วเข้ม นัยน์ตาคม จมูกโด่งอย่างชาวตะวันตก ริมฝีปากรูปกระจับ ร่างกายกำยำล่ำสันกับความสูงกว่า 180 ซ.ม. ยกเว้นก็แต่สีผิวที่ดูจะคล้ำขึ้นจากการกรำแดด อันเป็นส่วนหนึ่งของอาชีพนักโบราณคดี อาชีพที่เขารักและทำให้เขามีโอกาสได้ไปเยือนประเทศอียิปต์อีกครั้งในวันนี้

ตอนที่ 1

ไม่นานรถยุโรปสีขาวมุกของชนะชนก็แล่นออกจากคอนโดมิเนียมไปบนถนน มุ่งหน้าไปยังบ้านสวนหลังเก่าสถานที่ซึ่งเขาเคยอาศัยอยู่กับพ่อแม่ ก่อนที่ท่านทั้งคู่จะประสบอุบัติเหตุเสียชีวิต เพื่อรอรับลูกพี่ลูกน้องบุตรสาวของผู้เป็นอาซึ่งจะเป็นคนขับรถของเขากลับมา และขับไปจอดไว้ให้ที่สนามบินสุวรรณภูมิอีกครั้งในวันที่เขาเดินทางกลับ เหมือนเช่นทุกครั้งที่เขาต้องเดินทางไปต่างประเทศ

“มาตรงเวลาเป๊ะๆ เหมือนเดิมเลยนะ”

เสียงทักทายของนิศรา ปลุกชนะชนที่กำลังนั่งมองบ้านในความทรงจำหลังเก่าให้ตื่นจากภวังค์ ชายหนุ่มพึ่งขับรถมาจอดเทียบตรงหน้าประตูรั้วไม่ถึง 2 นาที แต่แค่นั้นก็เพียงพอแล้วกับการได้เห็นสภาพบ้านที่ยังคงได้รับการบำรุงรักษาอย่างดี รั้วอิฐและประตูรั้วเหล็กดัดทาสีใหม่ตามรอยเดิมจนสวยงาม เช่นเดียวกับตัวบ้าน 2 ชั้นทรงตะวันตก ส่วนต้นไม้ดอกไม้ก็มีการตัดแต่งดูแลเอาใจใส่ ทุกสิ่งทุกอย่างเหมือนกับตอนที่เขาอาศัยอยู่ที่นี่ไม่ผิดเพี้ยน

“คงเพราะยังเช้าอยู่ รถไม่ติด เลยทำให้มาถึงตรงเวลามั้งครับ” ชายหนุ่มหันไปยิ้มรับลูกพี่ลูกน้องสาวซึ่งเปิดประตูรถขึ้นมานั่งตรงที่นั่งข้างคนขับ และอยู่ในชุดเสื้อเชิ้ตสีครีมกับกางเกงขายาวสีดำ เตรียมพร้อมสำหรับการไปทำงานในเช้าวันใหม่

“ต่อให้รถติดยาวเหยียด 3 ชั่วโมง พี่ก็เห็นชนม์มาตรงเวลาทุกที” นิศรายิ้มล้อนิสัยประจำตัวของเขา จนชนะชนได้แต่ยิ้มเจื่อนๆ รับ เป็นโอกาสให้หญิงสาวได้พูดต่อ “นี่! แม่พี่แพ็คน้ำพริกฝากมาให้ด้วยนะ เผื่ออยู่ที่นั่นหลายวันจะคิดถึงอาหารไทยกัน” เธอพูดพลางอวดถุงผ้าปักลายช้างไทยในมือ

“ผมคงต้องฝากพี่นิดขอบคุณคุณอาไปก่อนแล้วล่ะครับ เช้าขนาดนี้จะเข้าไปเองก็ดูจะเป็นการรบกวนมากกว่า”

“ดูพูดเข้า พวกพี่ต่างหากที่เป็นฝ่ายรบกวนชนม์มาตลอด ทุกคนรู้แล้วก็เข้าใจดีอยู่แล้ว รีบไปได้แล้วล่ะน่า เดี๋ยวก็ตกเครื่องหรอก!”

คราวนี้ชนะชนเป็นฝ่ายยิ้มขบขันบ้าง เมื่อถูกนิศราดุเหมือนที่เธอดุน้องชายตัวแสบทั้ง 3 คนของเธอ ชายหนุ่มลอบมองบ้านแสนรักอีกครั้ง ก่อนจะขับรถออกไป ขณะที่นิศราลอบมองเขายิ้มๆ คำพูดที่เธอพูดทุกคำล้วนออกมาจากใจ

...ครอบครัวของเธอเป็นหนี้บุญคุณชนะชน เพราะทั้งที่ควรจะเป็นเขาที่ได้พักอาศัยอย่างสุขสบายในบ้านหลังนี้ แต่เขากลับเห็นแก่พวกเธอซึ่งตอนนั้นถูกเวนคืนที่ดินจากทางการ และกำลังเดือดร้อนเนื่องจากไม่สามารถหาบ้านที่อยู่ใกล้ที่ทำงานของทุกๆ คนเหมือนอย่างเช่นบ้านหลังเก่าได้ แน่นอนว่าครอบครัวใหญ่ของเธอทำให้บ้านหลังนี้คับแคบ เป็นเหตุให้ชนะชนต้องเก็บข้าวของออกมาอยู่คอนโดมิเนียมสร้างใหม่ใกล้ที่ทำงาน โดยปฏิเสธความคิดของใครต่อใครที่จะให้ตัดถางต้นไม้ดอกไม้บนพื้นที่กว่า 2 งาน ไว้ใช้สำหรับก่อสร้างบ้านอีกหลัง ด้วยเหตุผลที่อยากรักษาทุกสิ่งทุกอย่างที่มีมาตั้งแต่สมัยคุณตา ให้คงอยู่ในสภาพเดิมนานที่สุดเท่าที่จะทำได้

“ขับรถดีๆ นะครับพี่นิด คนเริ่มจะออกไปทำงานกันแล้ว” ชนะชนเป็นฝ่ายพูดขึ้นก่อน หลังจากขับรถมาถึงอาคารผู้โดยสารขาออก สนามบินสุวรรณภูมิ และขนสัมภาระลงจากรถเรียบร้อยแล้ว

“จ้ะ ขอบใจที่เป็นห่วง ชนม์เองก็เดินทางปลอดภัยนะ” นิศรายิ้มให้ชนะชน แล้วเดินอ้อมไปขึ้นรถฝั่งคนขับ ก่อนที่รถจะค่อยๆ แล่นออกไป โดยมีสายตาของชนะชนมองตามหลัง พลางนิ่วหน้าครุ่นคิด

...จริงอยู่ที่ต้นตระกูลของคุณปู่สืบเชื้อสายมาจากชาวอาหรับ แต่ในบรรดาลูกหลานรุ่นหลังก็มีเพียงเขาและนิศราเท่านั้นที่ปรากฏยีนของบรรพบุรุษเมื่อหลายร้อยปีก่อนเด่นชัด นิศราเองก็เป็นสาวนัยน์ตากลมโต จมูกโด่ง ผมปล่อยยาวดำขลับเป็นเงางาม และเพราะอาชีพวิศวกรคุมไซต์งาน ทำให้ผิวของเธอคล้ำลงพอๆ กับเขา จนหลายคนเอ่ยปากแซวว่า ยิ่งดูยิ่งคล้ายพี่น้องท้องเดียวคลานตามกันมา

“คงไม่ใช่ว่า...” ชนะชนกำลังคิดว่า บางทีทั้งเขา นิศรา และผู้หญิงในฝัน อาจจะมีอะไรเกี่ยวข้องกัน ในเมื่อเธอคนนั้นก็มีส่วนละม้ายคล้ายชาวอาหรับ ชื่อ ‘มิรา’ ของเธอก็เป็นภาษาอียิปต์โบราณ รวมทั้งการแต่งกายก็เป็นแบบชนชั้นสูงในยุคที่ฟาโรห์เป็นจักรพรรดิ แน่นอนว่าการที่เขาเพียรพยายามศึกษาค้นคว้าทุกสิ่งทุกอย่างที่เกี่ยวกับอาณาจักรอียิปต์โบราณ ก็มีสาเหตุมาจาก ‘เธอ’ อีกเช่นกัน

“คิดมากไปเองมั้ง” ชายหนุ่มสลัดหน้าไล่ความคิดเหล่านั้น แล้วลากกระเป๋าเดินทางเข้าไปภายในอาคารผู้โดยสารขาออก ตรงไปยังจุดนัดพบซึ่งผู้อำนวยการสำนักโบราณคดี หัวหน้าคณะในการเดินทางในครั้งนี้ได้แจ้งไว้ก่อนหน้านี้แล้ว

...วันนี้ชนะชนอยู่ในชุดเสื้อเชิ้ตแขนยาวสีคราม กางเกงขายาวสีดำ คาดเข็มขัดหนัง และสวมรองเท้าหนังสีดำมันวับ เข้ากับกระเป๋าเดินทางสีน้ำตาลข้างตัว ท่าทางขรึมๆ หากแต่แลดูสง่างาม ยิ่งเสริมให้เขาโดดเด่นอยู่ท่ามกลางผู้คนภายในสนามบิน สะดุดตาคนที่กำลังรอคอยเขาโดยไม่ต้องกวาดตามองหา

“เฮ้! ชนม์ๆ” ใครคนหนึ่งเรียกพลางโบกมือพลาง กระทั่งชนะชนม์หันไปเห็นและเดินยิ้มเข้าไปหา

“ผอ.มาเช้าจังครับ” ชนะชนยกมือไหว้ผู้อาวุโสร่างท้วม ผมบาง ท่าทางใจดี ผู้อำนวยการสำนักโบราณคดี ซึ่งยืนยิ้มยู่ข้างๆ เจ้าของเสียงเรียกเพื่อนสนิทตั้งแต่วัยเด็กของชนะชน

“พอดีรถเสียกะทันหัน ก็เลยขอติดรถจตุรงค์มาด้วย แต่แหม...” ผอ.สำนักโบราณคดีซึ่งอยู่ในชุดสูทสากลเต็มยศ ตอบพลางปาดเหงื่อบนใบหน้า

“ฉันเห็นว่าป๋ารีบ ก็เลยให้เจ้าเจนจบเป็นคนมาส่งน่ะ” จตุรงค์เจ้าของนัยน์ตาคม จมูกโด่งอย่างลูกครึ่งอาหรับ กับผิวสีแทนจากการจงใจอาบแดดเสริมหล่อ ผู้ถูก ‘ป๋า’ ผอ.สำนักโบราณคดีพาดพิงถึง ขยายความหน้าระรื่น

“น้องสุดท้องตีนผีประจำบ้านเลยล่ะครับ ผอ.” ชนะชนหันไปบอกผู้อาวุโสพร้อมรอยยิ้มเจื่อนๆ ตาชำเลืองมองจตุรงค์ จะว่าไปคนที่ยีนลูกครึ่งเด่นชัดผิดพี่ผิดน้องก็ยังมีหมอนี่อีกคน แต่เขากลับลืมนึกถึงไปซะได้

“มิน่า ขับทีหัวใจแทบวาย” คนเป็นผอ.ส่ายหน้าพลางปาดเหงื่ออีกรอบ เมื่อนึกถึงลีลาการขับปาดซ้ายปาดขวาของโชเฟอร์

“จะว่าไปเจ๊แหม่มไปนานจังนะครับเนี่ย” จตุรงค์เปลี่ยนเรื่อง ด้วยการทำทีเป็นมองหาผู้อำนวยการสำนักวรรณกรรมและประวัติศาสตร์ ผู้อาวุโสรองจากหัวหน้าคณะ ซึ่งออกไปรับสมาชิกอีก 2 คนที่มีเค้าว่าจะเดินหลงอยู่ภายในสนามบิน

“คงยังหาเด็ก 2 คนนั้นไม่เจอล่ะมั้ง สนามบินตั้งกว้างนี่” ผอ.สำนักโบราณคดีตอบ และพลอยกวาดตามองหาไปด้วยอีกคน

“ก็ผมบอกแล้วว่าผมจะออกไปรับให้ เจ๊แหม่มก็ไม่เอา”

“ตุ อย่าไปเรียกเจ๊ เรียกป๋าต่อหน้าเจ้าหน้าที่คนอื่นเขานะ เดี๋ยวเขาก็เอาไปเรียกตามกันหมด มันไม่ดีรู้หรือเปล่า” ชนะชนเอ่ยเตือนเพื่อนสนิท

“คุณหัวหน้าเองก็เลิกเรียกผม ตุ สักทีสิครับ ผมก็บอกแล้วว่าให้เรียกรงค์” จตุรงค์ย้อนงอนๆ

“ครับ ทราบแล้วล่ะครับว่ากลัวสาวๆ เมิน คุณเพื่อนก็เลิกเรียกผมหัวหน้า นอกเวลางานเสียทีสิครับ” ชนะชนยิ้มขำท่าทางของจตุรงค์

“ครับ ทราบเหมือนกันแหละครับว่า กลัวสาวๆ จะรุมตอมเพราะตำแหน่ง” จตุรงค์ดักคอกลับอย่างเพื่อนสนิทที่ต่างรู้ทันกัน จนแม้แต่ผู้อาวุโสอย่างผอ.สำนักโบราณคดียังอดอมยิ้มไม่ได้

“โอ... มากันครบแล้วหรือคะ ขอโทษที่ทำให้ต้องรอค่ะ” ผู้อำนวยการสำนักวรรณกรรมและประวัติศาสตร์ ฉายา ‘เจ๊แหม่ม’ เจ้าของสรีระอ้วนเตี้ย ในชุดเสื้อลูกไม้แขนยาว กระโปรงบาน รองเท้าคัทชูสีหวาน และสวมหมวกปีกบานติดดอกไม้ คล้ายหลุดออกมาจากยุคจอมพล.ป พิบูลสงคราม เดินนำหญิงสาว 2 คนเข้ามาตรงที่พวกชนะชนยืนอยู่ นั่นเองที่ทำให้ชายหนุ่มถึงกับชะงัก

...ไม่ใช่เพราะลีลาการเลือกเครื่องแต่งกายของเจ๊แหม่ม แต่เป็นหญิงสาว 1 ใน 2 คนซึ่งเดินตามหลังมา และใบหน้าถอดแบบ ‘ มิรา ’ ผู้หญิงในความฝันของเขาออกมาราวกับพิมพ์เดียวกัน

อ่านต่อ

สารบัญ มนต์ไอยคุปต์

Ch. 1 Ch. 2 Ch. 3
Ch. 4
Ch. 5
Ch. 6
Ch. 7
Ch. 8
Ch. 9
Ch. 10
Ch. 11
all

คุณอาจจะชอบ

นิยายมาใหม่

ภาพปกนิยายเรื่อง กาลเวลาพิสูจน์ใจนาย
8.0
ชีวิตวัยยี่สิบปีควรเป็นจุดเริ่มต้นของอิสรภาพ ทว่าหญิงสาวกลับถูกพรากสิทธิ์นั้นไปอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยง เมื่อถูกบีบให้ลั่นระฆังวิวาห์กับประธานหนุ่มผู้ทรงอำนาจและมีชื่อเสียงระดับแนวหน้า แม้เขาจะเปรียบดั่งชายในฝันที่เพียบพร้อมของใครหลายคน แต่สำหรับเธอ เขาคือคนแปลกหน้าที่ไม่เคยรู้จักกันมาก่อน การแต่งงานที่ปราศจากความรักนำพาเธอสู่วังวนแห่งความกดดันอันหนักอึ้ง ฐานะทางสังคมที่แตกต่างกันราวฟ้ากับเหวกลายเป็นกำแพงสูงชัน นี่คือบททดสอบชีวิตคู่ครั้งสำคัญที่เธอต้องก้าวผ่านไปให้ได้
ภาพปกนิยายเรื่อง ขอให้คุณรักใคร่
7.1
เขาใช้ความเย็นชาและวาจาเชือดเฉือนเป็นเครื่องมือลงทัณฑ์ความผิดพลาดในอดีตของเธอ ไม่ว่าสถานการณ์จะวิกฤตถึงขั้นความเป็นความตาย เขาก็ยังคงเพิกเฉยอย่างเลือดเย็น พร้อมประกาศว่าความวุ่นวายทั้งหลายไม่ใช่ธุระที่ตนต้องเข้าไปเกี่ยวข้อง ความเกลียดชังฝังรากลึกเพราะเขามองเธอเป็นเพียงฆาตกรที่มีตราบาปติดตัวตลอดไป ความผิดที่ไม่อาจลบล้างทำให้ความสัมพันธ์จมดิ่งสู่ห้วงแห่งความแค้น เมื่อหัวใจของเขาปิดตายและไร้ซึ่งความเมตตา ความขัดแย้งอันแสนเจ็บปวดนี้จึงกลายเป็นบ่วงกรรมที่ยากจะหาทางออก
ภาพปกนิยายเรื่อง ความรักจากท้องฟ้า
6.7
เวลาสามปีที่อยู่ร่วมชายคากัน เธอต้องทนฟังเรื่องที่เขามีหญิงอื่นเคียงข้างเสมอ แม้ความจริงจะประจักษ์ชัดแต่เธอกลับเลือกเก็บซ่อนความร้าวราน ปิดปากเงียบและทำตัวราวกับคนตาบอดเพื่อประคองความสัมพันธ์อันเปราะบางไม่ให้ขาดสะบั้น ความจริงที่กรีดแทงใจคือเธอเป็นได้เพียงคู่นอนที่ซ่อนอยู่ในเงามืด ไม่เคยได้รับเกียรติในฐานะคนรักอย่างเปิดเผย แม้จะผูกพันลึกซึ้งเพียงใด แต่เมื่อวันลาจากมาถึง เธอต้องพบกับความเจ็บปวดที่สุดเมื่อไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะเอ่ยคำว่าเลิกรา นั่นเพราะสถานะของทั้งสองไม่เคยมีความชัดเจนมาตั้งแต่ต้น
ภาพปกนิยายเรื่อง ยั่วรักเธอมาใช้หนี้
9.0
ชีวิตของหญิงสาวคนหนึ่งต้องพบเจอกับบททดสอบอันแสนโหดร้าย มรสุมแห่งความยากลำบากพัดกระหน่ำเข้ามาอย่างไม่ขาดสาย ทว่าสิ่งเหล่านั้นไม่อาจดับไฟแห่งความหวังที่ลุกโชนอยู่ในใจของเธอได้ เธอเปรียบดั่งลูกนกตัวเล็กที่กำลังอดทนรอคอยช่วงเวลาสำคัญในการผลัดขน แม้เส้นทางข้างหน้าจะเต็มไปด้วยขวากหนามและอุปสรรคที่หนักหนาสาหัส เธอก็พร้อมที่จะก้าวข้ามผ่านมันไป ความมุ่งมั่นอันแรงกล้านี้คือพลังที่จะเปลี่ยนชีวิตเธอให้กลายเป็นหงส์ที่สวยสง่าและทรงคุณค่า เธอจะไม่ยอมจำนนต่อโชคชะตาที่บีบคั้น แต่จะใช้ความอดทนทั้งหมดที่มีเพื่อสร้างจุดเปลี่ยนที่งดงามที่สุด และพิสูจน์ให้ทุกคนได้เห็นถึงความสำเร็จในบั้นปลายชีวิต
ภาพปกนิยายเรื่อง บ่วงรักทาสเสน่หา
9.4
แม้ประณาลีจะย้ำเตือนว่าตนเป็นเพียงพี่เลี้ยงและพยายามขัดขืน แต่นิธิภัทรกลับละทิ้งเส้นแบ่งขอบเขตนั้น ชายหนุ่มผู้เฝ้ารอมานานนับเดือนรุกคืบด้วยอ้อมกอดและจูบแสนหวานเพื่อหลอมละลายกำแพงในใจของเธอ จากการต่อต้านอย่างหนักหน่วง สติของหญิงสาวเริ่มเลือนรางและถูกแทนที่ด้วยไฟปรารถนาที่ซุกซ่อนอยู่ เธอยอมปล่อยใจให้เคลิบเคลิ้มและตอบรับสัมผัสร้อนแรงอย่างไม่ประสีประสา นิธิภัทรจึงฉวยโอกาสนี้สานต่อความสัมพันธ์ให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น บรรยากาศรอบกายล้วนอบอวลไปด้วยแรงดึงดูดมหาศาลและเสน่หาที่ไม่อาจต้านทานได้อีกต่อไป
ภาพปกนิยายเรื่อง คุณหมอสุเรศ
6.8
สิ้นสุดลมหายใจของแพทย์หญิงผู้ทุ่มเทอุทิศตนเพื่อผู้อื่น ทว่าความตายกลับนำพาปาฏิหาริย์มาสู่ดวงวิญญาณ เธอลืมตาตื่นขึ้นในร่างสตรีปริศนาที่มีนามพ้องกับเธออย่างไม่มีผิดเพี้ยน ความวุ่นวายเริ่มขึ้นเมื่อพบว่าร่างนี้เพิ่งผ่านพ้นงานแต่งงานมาหมาดๆ ชีวิตใหม่ที่มาพร้อมสถานะภรรยาทำให้คุณหมอสาวต้องเรียนรู้การเอาตัวรอด เธอจำต้องสวมบทบาทคู่ชีวิตของชายหนุ่มที่ไม่เคยรู้จัก พร้อมรับมือกับบททดสอบแห่งความสัมพันธ์ที่ถาโถมเข้ามา การก้าวเดินในฐานะสตรีมีเรือนจึงเต็มไปด้วยอุปสรรคที่ต้องฝ่าฟัน
รายชื่อตอน
อ่านเลย
แชร์