APKDock Logo
รายชื่อตอน
แชร์
ภาพปกนิยายเรื่อง อุปราชร้ายตำหนักไร้รัก

อุปราชร้ายตำหนักไร้รัก

จ้าวย่าเจิน แพทย์หญิงที่ได้รับภาพวาดพระราชวังโบราณเป็นของขวัญ กลับต้องเผชิญกับเรื่องราวสุดลี้ลับเมื่อพบว่าชายในภาพนั้นค่อย ๆ เติบโตขึ้นในทุกวัน จนกระทั่งโชคชะตานำพาตัวเธอทะลุมิติเข้าไปในโลกแห่งนั้น และได้พบกับอุปราชหนุ่มผู้แสนเย็นชาแห่งเทียนจิน เจ้าของตำหนักไร้รัก ซึ่งเป็นชายคนเดียวกับที่เธอเคยเฝ้ามองผ่านภาพวาดในทุกค่ำคืน ท่ามกลางความโดดเดี่ยวในดินแดนแห่งนี้ ความผูกพันที่ค่อย ๆ ก่อตัวขึ้นระหว่างพวกเขา กำลังจะช่วยเติมเต็มหัวใจและเปลี่ยนแปรตำหนักอันเงียบเหงาให้กลับมาอบอวลไปด้วยความรักและความสุขอีกครั้งใหม่
รายชื่อตอน
แชร์

ตอน 2

ห้องพักหมายเลข 612

ห้องพักชั้นหกในจำนวนสิบสองห้องต่อหนึ่งชั้น ซึ่งห้องพักดังกล่าวเป็นห้องสุดท้ายของชั้นนี้ที่ยังว่างอยู่และยังไม่เคยมีใครเข้าไปอยู่อาศัยมาก่อนด้วยเพราะเพิ่งสร้างเสร็จได้ไม่ถึงหนึ่งปี ซึ่งอาคารดังกล่าวล้วนเป็นแพทย์ที่ได้รับการบรรจุเข้าทำงานในโรงพยาบาลด้านโรคสมองของนครซีอานด้วยกันทั้งสิ้น

และห้องพักชุดนี้ถูกส่งมอบพร้อมกุญแจห้องพักทั้งด้านนอกและด้านในให้กับจ้าวย่าเจินแพทย์หญิงที่เพิ่งบรรจุใหม่หมาดๆ กระเป๋าเดินทางจำนวนหลายใบถูกนำมาวางไว้บนห้องเป็นที่เรียบร้อย ท่ามกลางสายตาของหญิงสาวที่เห็นภายในห้องพักแบ่งเป็นสัดส่วนได้อย่างลงตัว

ภายในห้องพักดังกล่าวมีด้วยกันสองห้องนอน และมีพื้นที่แยกเป็นห้องรับแขกส่วนหน้า ห้องครัวที่มีชุดครัวเตาแก๊สและที่ดูดควันตกแต่งเอาไว้เป็นที่เรียบร้อยและที่พิเศษไปกว่านั้นก็คือห้องสุดท้ายซึ่งเป็นห้องมุมจะมีระเบียง หันหน้าไปทางทิศเหนือสามารถเห็นกำแพงเมืองโบราณได้อย่างชัดเจน

ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก! เสียงเคาะประตูจากด้านนอกดังทำลายความเงียบขึ้นมา สองคิ้วเรียงสวยขมวดมุ่นเข้าหากันทันใด

“ใครกันนะมาเคาะประตูห้องพักเรา” หญิงสาวยืนพูดพึมพำพลางเดินตรงไปที่ประตูห้องมองลอดช่องตาแมวซึ่งทำเอาไว้สำหรับมองคนที่อยู่ด้านนอก

“ใครกันเนี่ยไม่เคยเห็นหน้ามาก่อนเลย” หญิงสาวพูดออกมาทันทีเมื่อเห็นคนที่อยู่ด้านนอก

“จากที่ไหนคะ!” จ้าวย่าเจินตัดสินใจถามกลับไปก่อนจะได้ยินเสียงของอีกฝ่ายตอบกลับมา

“ห้องคุณหมอจ้าวที่เพิ่งเข้ามาประจำที่โรงพยาบาลใช่ไหมครับ” ชายคนดังกล่าวเอ่ยถามกลับไป

จ้าวย่าเจินกลอกตาไปมาครั้นได้ยินอีกฝ่ายถามกลับมาเช่นนั้น

“เขารู้ด้วยแฮะะว่าเราเพิ่งย้ายเข้ามาที่ห้องวันนี้” หญิงสาวรำพึงเสียงเบาพร้อมเสียงของอีกฝ่ายดังแทรกขึ้น

“ผมเป็นผู้จัดการอาคารชุดของที่นี่ครับ มีหน้าที่คอยดูแลครอบครัวของคุณหมอทุกๆ ท่านที่เพิ่งย้ายเข้ามาอยู่ วันนี้คุณหมอเพิ่งย้ายเข้ามา ทางเรามีของขวัญมามอบให้กับคุณหมอเพื่อเป็นการต้อนรับเข้าบ้านครับ”

คำอธิบายดังกล่าวทำให้จ้าวย่าเจินคลี่ยิ้มออกมาเมื่อได้ยินเช่นนั้น พลางเอื้อมมือไปที่จับประตูเปิดต้อนรับแขกที่อยู่ด้านนอกอย่างรวดเร็ว ก่อนจะเห็นชายวัยกลางคนอายุประมาณสี่สิบต้นๆ และหญิงวัยกลางคนวัยประมาณสามสิบกลางๆ ยืนถือของขวัญและกระเช้าดอกไม้ด้วยกันทั้งคู่

“ขอโทษด้วยนะคะที่ต้องถามออกไปแบบนั้นเสียมารยาทแย่เลย” หญิงสาวขอโทษขอโพยเป็นการใหญ่

“เรื่องเล็กน้อยเท่านั้นครับคุณหมอนี่คือของขวัญจากทางเรา ขอต้อนรับเข้าบ้านนะครับ” กล่าวพร้อมยื่นของขวัญให้อีกฝ่ายท่ามกลางสายตาของจ้าวย่าเจินยืนมองของขวัญตรงหน้าด้วยความแปลกใจด้วยเพราะมีขนาดใหญ่มากนั้นเอง

“อะไรเหรอคะ! ทำไมของขวัญใหญ่จังเลย” คุณหมอคนสวยตัวเล็กกะทัดรัดถามกลับไปด้วยความแปลกใจพร้อมเสียงของอีกฝ่ายอธิบายกลับมา

“ในมือของผมนี้เป็นภาพวาดครับคุณหมอ” ผู้จัดการอาคารชุดบอกกลับไป

“ออ..ภาพวาดอย่างนั้นเหรอคะ มิน่าละทำไมถึงได้ใหญ่จัง” กล่าวพร้อมเอื้อมมือรับภาพวาดดังกล่าวซึ่งถูกห่อด้วยกระดาษสีน้ำตาลเข้มเอาไว้เป็นอย่างดี ก่อนจะเอื้อมมือรับกระเช้าดอกไม้จากมือของผู้ช่วยซึ่งเป็นหญิงวัยกลางคนจนเต็มสองแขน

“เพิ่งจะรู้ว่าที่นี่มีการมอบของขวัญให้ลูกบ้านด้วย สิ้นเปลืองแย่เลยค่ะ” หญิงสาวพูดพลางเดินเข้าไปภายในห้องเพื่อวางของขวัญและกระเช้าดอกไม้บนเฟอร์นิเจอร์ที่บิวอินเอาไว้

“ไม่ได้เป็นการสิ้นเปลืองอะไรเลยครับคุณหมอ เป็นนโยบายจากส่วนกลางของรัฐที่ต้องการดูแลแพทย์ในกระทรวงทุกคนให้มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นกว่านี้ อย่างที่รู้ๆ กันอยู่ว่าอัตราเงินเดือนของแพทย์รัฐบาลที่น้อยเกินไปทำให้เกิดภาวะสมองไหล แพทย์ผู้เชี่ยวชาญหนีไปอยู่โรงพยาบาลของเอกชนกันหมด”

จ้าวย่าเจินได้แต่ยืนฟังอยู่เงียบๆ ไม่ได้แสดงความคิดเห็นอะไรออกมาทั้งสิ้น

“ถ้าหากเทียบกับเมื่อสิบปีก่อนคุณหมอที่จบออกมาในช่วงนั้นแต่ละคนเงินเดือนรวมโอทีและโบนัสแล้วยังไม่ถึงห้าพันหยวนเลยนะครับ โชคดีที่ตอนนี้มีการปรับเงินเดือนและค่าครองชีพให้สอดคล้องกับสภาพความเป็นอยู่ในเศรษฐกิจช่วงปัจจุบันขึ้นมามากแล้วก็เลยทำให้มีไม่เกิดภาวะสมองไหลเหมือนเมื่อก่อน ขืนรัฐไม่ยอมปรับมีหวังตามเมืองและมณฑลต่างๆ ต้องขาดแคลนบุคลากรทางด้านนี้มากเลย” ผู้จัดการคนดังกล่าวพูดพลางส่งยิ้มให้ก่อนจะนึกบางอย่างขึ้นมาได้

“ออ..ผมลืมบอกไปว่าภาพวาดที่นำมามอบให้คุณหมอเป็นของขวัญขึ้นบ้านใหม่นี้ เป็นภาพวาดที่เจาะจงมอบให้กับคุณหมอจ้าวมาโดยตรงเลยนะครับ มีโน้ตกำชับเอาไว้ว่าจะต้องมอบให้ถึงมือคุณหมอเหมาะสำหรับติดฝาผนังในห้องนอนจะทำให้นอนหลับสบายและสดใสมีชีวิตชีวาขึ้นมายามเวลาตื่นครับ”

คำกล่าวของผู้จัดการคนดังกล่าวทำให้จ้าวย่าเจินขมวดคิ้วเข้าหากันทันใดครั้นได้ยินเช่นนั้น

“ขนาดนั้นเชียวเหรอคะ แล้วใครเป็นคนมอบให้มา” หญิงสาวเอ่ยด้วยความรู้สึกไม่อยากจะเชื่อเสียเท่าใดนัก พร้อมเสียงของผู้ช่วยซึ่งเป็นผู้หญิงเป็นฝ่ายอธิบายกลับมา

“ภาพวาดที่นำมามอบให้กับคุณหมอเป็นของขวัญขึ้นบ้านใหม่นี้ ถูกส่งมาจากส่วนกลางค่ะต้องมอบให้กับคุณหมอจ้าวเท่านั้นห้ามไม่ให้ใครรับแทน”

คำอธิบายดังกล่าวสร้างความแปลกใจให้กับจ้าวย่าเจินอยู่ไม่ใช่น้อยเมื่อได้ยินเช่นนั้น หญิงสาวได้แต่เก็บความสงสัยเอาไว้เงียบๆ พลางครุ่นคิดตามว่าใครหนอต้องการมอบภาพวาดนี้ให้กับเธอก่อนจะได้ยินเสียงของผู้จัดการเอ่ยขึ้น

“เราสองคนรบกวนคุณหมอมาพอสมควรแล้ว ถ้าเช่นนั้นขอตัวกลับก่อนนะครับคุณหมอจะได้พักผ่อน”

จ้าวย่าเจินส่งยิ้มให้บางๆ เมื่อได้ยินเช่นนั้น

“ไว้โอกาสหน้าคุยกันใหม่นะคะ” หญิงสาวกล่าวพร้อมเอื้อมไปจับประตูพลางปิดลงเมื่อแขกผู้มาเยือนลากลับไป

“แปลกจังเลยแฮะ! ใครกันมอบของขวัญขึ้นบ้านใหม่ให้เรามิหนำซ้ำยังบอกอีกว่าต้องมอบให้กับมือเสียด้วย ภาพวาดอะไรสำคัญมากนักเหรอ” หญิงสาวพูดพึมพำอย่างสงสัยพร้อมเดินตรงไปที่ภาพวาดที่วางไว้บนชั้นที่บิวอินติดกับฝาผนัง ก่อนจะยืนมองอยู่เพียงครู่พลางสำรวจไปทั่วบริเวณห้องพักของเธอ

“บ้านพักของฉันเข้าท่าใช้ได้เลยทีเดียว มีระเบียงรับลมเย็นๆ แบบนี้เจินเจินเอ้ยเจินเจิน ยืนชมพระอาทิตย์ตกดินเห็นกำแพงเมืองโบราณแบบนี้ฟินเป็นบ้าเลยวุ้ย นี่ถ้าได้นั่งจิบชาอ่านหนังสือที่ระเบียงห้องฉันคงมีความสุขไม่ใช่น้อยเลย เดี๋ยวเดินสำรวจให้ละเอียดทั่วทุกห้องก่อนดีกว่า จะได้สั่งเฟอร์นิเจอร์เพิ่มเติมจากที่เคยสั่งเอาไว้ลงตามห้องต่างๆ ต้องอยู่ตั้งสิบปี จัดบ้านต้องให้น่าอยู่แต่ประหยัด”

หญิงสาวพูดพลางล้วงโทรศัพท์มือถือเพื่อกดสั่งซื้อเฟอร์นิเจอร์มาลงในห้องพักของเธอเพิ่มเติมอย่างรวดเร็ว

จ้าวย่าเจินเดินสำรวจไปทั่วทุกห้องอย่าละเอียดพร้อมกดสั่งซื้อเฟอร์นิเจอร์ ซึ่งเป็นน้ำพักน้ำแรงของเธอโดยเก็บเงินจากการทำงานหารายได้พิเศษเพื่อมาเป็นค่าใช้จ่ายส่วนตัวของหญิงสาวในขณะที่กำลังเรียนแพทย์อยู่ในขณะนั้น จนทำให้ตลอดระยะเวลาแปดปีที่เรียนอยู่นั้นทำให้เธอสามารถเก็บเงินได้นับแสนกว่าหยวนเลยทีเดียว

คุณอาจจะชอบ

ภาพปกนิยายเรื่อง โฉมงามของอ๋องอสูร
8.9
เมื่อหญิงสาวที่เสียชีวิตด้วยโรคร้ายได้ข้ามภพมาอยู่ในร่างขององค์หญิงผู้ต้องอภิเษกสมรสเป็นพระชายาของชินอ๋องโหย่วเฉา บุรุษผู้ทรงอิทธิพลและได้รับฉายานักรบปีศาจแห่งแผ่นดินต้าถัง แม้ว่าท่านอ๋องผู้เอาแต่ใจคนนี้จะมีชื่อเสียงเรื่องความเหี้ยมโหด มีอนาคอนดายักษ์เป็นอาวุธคู่กายที่ทุกคนต่างหวาดกลัว ทั้งยังปิดตายหัวใจจากความรักไปนานแล้ว ทว่าความดื้อรั้นที่ซ่อนอยู่ภายใต้ภาพลักษณ์อันอ่อนแอของพระชายาคนใหม่ กลับค่อยๆ สั่นคลอนหัวใจอันแข็งแกร่งของเขาให้ปั่นป่วนอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อนในนิยายรักแฟนตาซีสุดประทับใจเรื่องนี้
ภาพปกนิยายเรื่อง สามีพันธกาลรัก
9.3
ชีวิตของมิราวดีพังทลายลงเพราะการทรยศของคู่หมั้น แต่เธอกลับรอดพ้นวิกฤตมาได้ด้วยความช่วยเหลือจากบุรุษลึกลับผู้แสนดี เพื่อความอยู่รอดเธอจึงยอมเข้าพิธีแต่งงานกับเขา โดยหารู้ไม่ว่าแท้จริงแล้วสามีของเธอคือผู้มีชีวิตอมตะข้ามผ่านกาลเวลามาหลายร้อยปี ทว่าในขณะที่ความผูกพันของทั้งสองกำลังงอกงาม อดีตชาติอันแสนเจ็บปวดก็ย้อนกลับมาทวงถาม เมื่อมีดวงวิญญาณปริศนาปรากฏตัวขึ้นเพื่อทวงคืนร่างของเธอ หวังให้ชดใช้หนี้กรรมเก่าที่เคยก่อไว้ในอดีต กลายเป็นบททดสอบความรักข้ามภพชาติที่เต็มไปด้วยอุปสรรคและพันธนาการที่ยากจะหลุดพ้น
ภาพปกนิยายเรื่อง แยกบ้านกับแม่สามี ข้าปลูกบ้านสะสมเสบียง อาหารเต็มคลัง
7.3
หูซุยฉิงตื่นมาพบลูกน้อยที่หิวโซทั้งห้าในกระท่อมผุพัง ฟางเส้นสุดท้ายขาดลงเมื่อญาติสามีคิดจะนำลูกสาวของเธอไปขาย เธอจึงลุกขึ้นสู้และประกาศแยกบ้านเพื่อปกป้องสายเลือด โชคดีที่มีระบบร้านค้าลับช่วยให้เธอสั่งซื้ออาหารได้ไม่จำกัด หญิงสาวแอบสร้างความมั่งคั่งและสะสมเสบียงอย่างเงียบเชียบ เมื่อเกิดภัยพิบัติน้ำท่วมและภาวะข้าวยากหมากแพงครั้งใหญ่ บรรดาญาติใจดำต่างต้องดิ้นรนเอาชีวิตรอดอย่างหิวโหย ทว่าครอบครัวของเธอกลับได้กินข้าวและเนื้ออย่างอิ่มหนำ การพลิกชะตาชีวิตและเอาคืนผู้ที่เคยกดขี่จึงเริ่มต้นขึ้น
ภาพปกนิยายเรื่อง ชะตาร้ายชะตารัก
8.9
หญิงสาวผู้หนึ่งต้องเผชิญกับชะตากรรมอันแสนเจ็บปวด เมื่อนางทำได้เพียงเฝ้ารอความรักจากชายในดวงใจด้วยความหวังอันเลือนราง ทว่าหัวใจของเขากลับถูกยึดครองโดยสตรีอื่นจนหมดสิ้น ความรักที่มั่นคงนี้กลับทำให้นางดูโง่งมและไร้ค่า ไม่ต่างจากธาตุอากาศที่วนเวียนอยู่ข้างกายเขาแต่ไม่เคยถูกมองเห็น นางได้แต่ตัดพ้อต่อโชคชะตาอันโหดร้าย และตั้งคำถามกับตัวเองว่า อีกนานแค่ไหนที่เขาจะยอมหันมามองความรักที่นางมอบให้ด้วยความภักดี ก่อนที่ทุกอย่างจะพังทลายและสายเกินแก้ไข
ภาพปกนิยายเรื่อง ไม่มีอีกแล้ว...สตรีที่เคยโง่งมผู้นั้น
9.7
โอกาสหนที่สองจากสวรรค์ทำให้นางได้ย้อนเวลากลับมาเมื่อห้าปีก่อนหน้า จุดจบอันแสนรันทดในอดีตชาติที่เกิดจากความรักบังตาและความเชื่อใจในตัวชายผู้เป็นที่รักที่สุด จะไม่มีวันเกิดขึ้นซ้ำสองอีกต่อไป สตรีโง่งมคนเดิมได้ตายจากไปพร้อมกับความเจ็บปวดแล้ว เหลือเพียงหญิงสาวคนใหม่ที่พกพาบทเรียนอันล้ำค่ากลับมา นางขอตั้งปณิธานว่าจะไม่มีวันยอมตกเป็นเบี้ยล่างให้เขาหลอกใช้ และจะไม่ยอมเดินบนเส้นทางสายเดิมที่นองไปด้วยน้ำตา แม้ชายผู้นั้นจะพยายามใช้เล่ห์กลลวงล่อใจเพียงใด นางก็พร้อมจะลิขิตโชคชะตาครั้งใหม่นี้ด้วยมือของตนเอง
ภาพปกนิยายเรื่อง Please help me ช่วยฉันที ฉันไม่อยากอยู่ในโลกนิยาย
9.5
หญิงสาวลืมตาขึ้นมาในร่างของนาเซีย ตัวร้ายหญิงผู้มีชะตากรรมอันน่าสลดใจรออยู่เบื้องหน้า เธอจึงต้องทำทุกวิถีทางเพื่อเอาชีวิตรอดและหลีกเลี่ยงจุดจบอันโหดร้าย ควบคู่ไปกับการเสาะหาลู่ทางเพื่อเดินทางกลับสู่โลกแห่งความจริงที่เธอจากมา ทว่าการใช้ชีวิตอย่างสงบสุขตามที่ใจปรารถนากลับไม่ใช่เรื่องง่าย เมื่อผู้คนรอบข้างต่างพากันก้าวเข้ามาในชีวิตและสร้างความวุ่นวายให้เธออย่างต่อเนื่อง ท่ามกลางโลกแฟนตาซีที่เต็มไปด้วยขวากหนามและการตัดสินใจครั้งสำคัญที่พร้อมจะเปลี่ยนโชคชะตาของเธอไปตลอดกาล