APKDock Logo
รายชื่อตอน
แชร์
ภาพปกนิยายเรื่อง วิศวะข้ามภพกับองค์รัชทายาท

วิศวะข้ามภพกับองค์รัชทายาท

เมื่อวิศวกรสาวหลุดมิติมาเป็นพระชายาขององค์รัชทายาทผู้แสนเย็นชาในยุคจีนโบราณ เธอจึงต้องเผชิญหน้ากับเกมการเมืองในราชสำนักที่เต็มไปด้วยกลอุบายอันตราย เพื่อความอยู่รอดในดินแดนที่ไม่คุ้นเคย เธอจำเป็นต้องใช้ความรู้ทางวิศวกรรมและไหวพริบทั้งหมดที่มีเพื่อต่อสู้กับศัตรูที่คอยปองร้ายรอบด้าน ท่ามกลางอุปสรรคและการชิงดีชิงเด่นนี้ ความสัมพันธ์ระหว่างเธอกับสามีผู้ไร้หัวใจกลับค่อยๆ แปรเปลี่ยนเป็นความผูกพันลึกซึ้งทีละน้อย เธอจะสามารถเอาชนะศึกชิงอำนาจและปกป้องความรักครั้งนี้ไว้ได้สำเร็จหรือไม่
รายชื่อตอน
แชร์

ตอน 2

ที่ตำหนักหลวง องค์ชายหลี่หยวนเจ๋อผู้นำที่เย็นชาและเคร่งครัดในหน้าที่ รู้ดีว่าการหมั้นหมายกับเหวินจิ่นไม่ใช่เรื่องของความรัก มันเป็นเพียงแผนการทางการเมืองที่ช่วยเสริมสร้างอำนาจของราชวงศ์ แต่สิ่งที่ทำให้เขาสนใจคือการเปลี่ยนแปลงของเหวิ่นจือหยูหลังจากอุบัติเหตุ นางดูมีความฉลาดและกล้าหาญขึ้นอย่างเห็นได้ชัด และการที่นางไม่ได้พยายามเอาอกเอาใจเขาไม่ได้หาเรื่องมาคลอเคลียเขาเกินงามเหมือนแต่ก่อน กลับทำให้นางน่าดึงดูดมากขึ้นโดยไม่รู้ตัว

วันหนึ่งเหวิ่นจือหยูหรือวาดรวีถูกเชิญให้ไปพบกับองค์ชายหลี่หยวนเจ๋อเป็นอีกครั้งหลังจากฟื้นตัวจากอุบัติเหตุ เมื่อเธอเดินเข้ามาในห้องโถงใหญ่ของตำหนักหยวนเหอ สายตาขององค์ชายหยวนเจ๋อก็จับจ้องเธอทันที ดวงตาของเขาเต็มไปด้วยความสงสัย

“เจ้าเปลี่ยนไป” เขาเอ่ยเรียบๆ แต่มีความคาดคั้นอยู่ในน้ำเสียงเหมือนอยากจับผิด

วาดรวียิ้มบางๆ “เพคะ ข้าคิดว่าบางครั้งการเผชิญหน้ากับความตายทำให้เราต้องคิดใหม่และตัดสินใจที่จะใช้ชีวิตให้ดีขึ้นกว่าเดิม”

คำตอบนั้นทำให้องค์ชายหยวนเจ๋อรู้สึกประหลาดใจ เขาไม่ได้คาดหวังว่าจะได้ยินคำพูดที่เฉียบคมและมีความหมายเช่นนี้จากเหวิ่นจือหยูที่เคยโง่เง่าและหยิ่งยะโส

“ถ้าเจ้าประสบอุบัติเหตุสมองกระทบกระเทือนแล้วคิดดีได้แบบนี้ เจ้าน่าจะเป็นตั้งนานแล้วจะดีกว่านะข้าว่า” 

“ท่าน ก็น่าจะโดนบ้างนะ จะได้นิสัยอ่อนโยนกับผู้หญิงบ้าง” เหวิ่นจือหยู หรือวาดรวีว่าให้

“เจ้า…”

ในขณะเดียวกัน เหวิ่นลี่หยา น้องสาวของเหวิ่นจือหยู เริ่มรู้สึกไม่พอใจที่พี่สาวของเธอดูมีความมั่นใจและสามารถดึงดูดความสนใจขององค์ชายได้มากขึ้น

“องค์ชายเพคะ ข้านำพัดผืนนี้มาถวายท่าน ข้าปักด้วยมือของข้าเอง ท่านจะโปรดรับไว้หรือไม่เพคะ” เสียงของเหวิ่นลี่หยาดังขึ้นก่อนที่องค์ชายจะทันได้พูดอะไร นางถือพัดผ้าไหมที่ประดับด้วยลวดลายงดงาม เดินเข้ามาหาองค์ชายหลี่หยวนเจ๋ออย่างอ่อนหวาน นางพยายามยิ้มอย่างอ่อนโยนและพูดด้วยเสียงอ่อนนุ่ม 

หยวนเจ๋อมองพัดผ้าไหมที่นางยื่นให้โดยไม่ได้ตอบอะไร แววตาของเขาเย็นชาและห่างเหิน “ข้าไม่จำเป็นต้องใช้” เขาตอบเรียบๆ

เหวิ่นลี่หยารู้สึกหน้าชา แม้จะรู้สึกเสียหน้าต่อพี่สาวเหวิ่นจือหยูที่นั่งอยู่ แต่ยังคงพยายามต่อ “แต่ท่านอาจต้องใช้ในวันที่อากาศร้อนมาก ข้าแค่หวังจะช่วยให้ท่านสะดวกสบายยิ่งขึ้นเพคะ”

“ไม่จำเป็น ข้ามีคนดูแลเรื่องนี้อยู่แล้ว” หลี่หยวนเจ๋อตอบเสียงเย็นชา ก่อนจะหันไปทางวาดรวีหรือเหวิ่นจือหยูที่นั่งอยู่ด้วยกัน  “เจ้าเองจือหยู มีสิ่งใดที่ต้องการจากข้าหรือไม่”

วาดรวีมองเขาด้วยสายตาแน่วแน่และตอบอย่างตรงไปตรงมา “ไม่มีเพคะ ข้าเพียงแค่ต้องการเวลาของท่านในการพูดคุยเรื่องสำคัญอื่นๆ”

เหวิ่นลี่หยากัดฟันแน่น รู้สึกโกรธที่พี่สาวของเธอกลายเป็นคนที่ได้รับความสนใจจากองค์ชายแทน

ที่ห้องบรรทมขององค์ชายหลี่หยวนเจ๋อ ความเงียบสงัดปกคลุมทั้งห้อง มีเพียงแสงแดดที่สาดส่องผ่านบานหน้าต่างเล็กๆ เข้ามาอาบร่างของชายผู้สวมชุดยาวสีดำปักลายมังกรทองที่นั่งอยู่ข้างโต๊ะไม้สูง ดวงตาของเขามองไปที่เอกสารราชการบนโต๊ะตรงหน้า แต่ในใจกลับเต็มไปด้วยความว้าวุ่น

องค์ชายหลี่หยวนเจ๋อผ่อนลมหายใจออกมาเบาๆ รู้สึกกดดันจากสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้นในอีกไม่กี่วันข้างหน้า เขาถูกบังคับให้หมั้นหมายกับเหวิ่นจือหยู บุตรสาวของแม่ทัพเหวินผู้มีอำนาจ แม้ว่าหลี่หยวนเจ๋อจะเป็นองค์ชายที่ได้รับการยอมรับจากคนทั่วทั้งแคว้นว่าเป็นผู้นำที่ฉลาดปราดเปรื่อง แต่เขากลับไม่สามารถขัดขืนคำสั่งของฮ่องเต้ผู้เป็นพระบิดาได้

เขาไม่เคยมีความรู้สึกต่อเหวิ่นจือหยูเลย นางเป็นเพียงหญิงสาวที่โง่เง่าไม่รู้หนังสือเอาแต่ชอบแต่งตัวสวยการบ้านการเรือนไม่เอา โมโหร้ายเป็นที่สุด แม้หลังๆที่เจอกันสองครั้งหลังเกิดอุบัติเหตุของนางดูนางจะเปลี่ยนไปก็ตามทีเถอะ การหมั้นหมายครั้งนี้เป็นเพียงเรื่องการเมืองที่ถูกวางแผนขึ้นเพื่อสร้างพันธมิตรกับตระกูลเหวิ่น ความรู้สึกของเขาหรือของเหวิ่นจือหยูไม่เคยถูกนำมาพิจารณา

เสียงประตูเปิดเบาๆ ขัดจังหวะความคิดขององค์ชาย หญิงรับใช้คนสนิทของเขาเดินเข้ามาอย่างเงียบๆ พร้อมกับถาดชาที่ถือไว้ในมือ

“องค์ชายเพคะ ชาท่านเตรียมไว้แล้วเพคะ” นางพูดเบาๆ ด้วยความเคารพก่อนจะก้มศีรษะให้

หลี่หยวนเจ๋อพยักหน้าเบาๆ เป็นการตอบรับ แต่ก็ไม่ได้มองนาง เขากลับจมอยู่กับความคิดของตัวเอง

“ข้าต้องการสิ่งนี้หรือ” เขาพึมพำกับตัวเองเบาๆ 

หากเป็นไปได้ เขาอยากใช้ชีวิตที่เขาเลือกเอง แม้ว่าจะต้องอยู่ภายใต้ภาระหน้าที่ในฐานะองค์ชาย แต่เขาไม่ต้องการถูกบีบบังคับให้แต่งงานกับคนที่เขาไม่มีความรู้สึกรักหรือรู้สึกดีด้วยเลย อย่างไรก็ตาม คำสั่งของฮ่องเต้เป็นสิ่งที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้

“เจ้าคิดว่าการแต่งงานครั้งนี้จะเป็นอย่างไร” เขาถามขึ้นโดยไม่ได้หันไปมองหญิงรับใช้ นางหยุดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะตอบด้วยความระมัดระวัง

“บ่าวไม่อาจกล่าวอะไรได้เพคะ แต่อาจเป็นประโยชน์ต่อแคว้นและราชวงศ์ของท่านเพคะ”

หลี่หยวนเจ๋อเงียบไปครู่หนึ่งก่อนจะพูดขึ้นอีกครั้ง “แต่ถ้าข้าไม่ต้องการมันล่ะ”

“การที่ท่านไม่ต้องการ อาจไม่ใช่สิ่งที่สำคัญที่สุดในตอนนี้เพคะองค์ชาย” นางตอบเบาๆ น้ำเสียงนอบน้อม

หลี่หยวนเจ๋อถอนหายใจแรงกว่าเดิม ในขณะที่เขาพยายามจะหาคำตอบในใจ เสียงฝีเท้าหนักๆ ดังขึ้นจากด้านนอกของประตู ไม่นานนัก องครักษ์ส่วนพระองค์ของเขาเข้ามาก้มกราบอย่างนอบน้อม

“องค์ชายพะยะค่ะ ฮ่องเต้ทรงเรียกพระองค์ให้ไปพบที่พระตำหนักในห้องโถงใหญ่พะยะค่ะ”

หลี่หยวนเจ๋อหลับตาแน่น เขารู้ทันทีว่าการพูดคุยครั้งนี้จะเกี่ยวกับการหมั้นหมายของเขาโดยตรง

คุณอาจจะชอบ

ภาพปกนิยายเรื่อง กำเนิดจิ้งจอกน้อยจอมซ่าส์
9.8
ชีวิตใหม่ของวิญญาณข้ามภพในร่างสตรีสูงศักดิ์ต้องพลิกผัน เมื่อวิกฤตบังคับให้เธอตั้งครรภ์กับชายลึกลับ ทารกที่ลืมตาดูโลกกลับเป็นลูกจิ้งจอกสุดฉลาดที่หวงมารดาเป็นที่สุด สองชีวิตต้องยืนหยัดฝ่าฟันคำดูถูกจากญาติใจร้ายและศัตรูรอบทิศ แต่ความวุ่นวายก็บังเกิดเมื่อบิดาตัวจริงก้าวเข้ามาหมายจะช่วงชิงทั้งเธอและทายาทกลับไป ร้อนถึงจิ้งจอกน้อยที่ต้องออกหน้ากางปีกป้องมารดา พร้อมประกาศกร้าวให้บิดาแท้ๆ ไปต่อแถวรอการพิจารณาเสียใหม่ เพราะในใจของเจ้าตัวแสบมีท่านลุงเพื่อนบ้านผู้มั่งคั่งเป็นผู้ท้าชิงอันดับหนึ่งที่หมายมั่นให้มาดูแลมารดา
ภาพปกนิยายเรื่อง ชายาแพทย์แห่งยุครุ่งโรจน์
7.2
วิญญาณนักลอบสังหารสาวข้ามภพมาสถิตในร่างคุณหนูใหญ่ที่สิ้นใจอย่างโดดเดี่ยว นางตัดสินใจผันตัวเป็นแพทย์ผู้เก่งกาจและรับงานมืดบางคราวเพื่อหาเลี้ยงชีพ ทว่าชีวิตเรียบง่ายกลับถูกทำลาย เมื่อราชสำนักมีบัญชาให้นางวิวาห์กับจวิ้นอ๋องผู้มีดวงตาสีม่วงประหลาด บุรุษผู้นี้มักถูกเหยียดหยามและตั้งข้อสงสัยเรื่องชาติกำเนิด ในสายตาคนทั่วไป การแต่งงานนี้คือการลงทัณฑ์ แต่สำหรับอดีตนักฆ่า นางกลับมองเห็นเสน่ห์เร้นลับในตัวว่าที่สวามี การจับคู่ที่ดูเลวร้ายจึงเป็นจุดเริ่มต้นสู่สมรภูมิอำนาจที่เต็มไปด้วยอันตราย
ภาพปกนิยายเรื่อง สาวร้ายกลายเป็นพระชายาผู้ทรงอำนาจ
9.7
เมื่อโชคชะตากำหนดให้เสวียชิงอินเป็นตัวละครที่ต้องพบจุดจบอย่างน่าเวทนา นางจึงปฏิเสธเส้นทางนั้นและผูกวาสนากับเหอจวิ้นถิง อ๋องเสวียนผู้ดุดันและมีอนาคตต้องจบชีวิตกลางไฟสงคราม เป้าหมายของนางคือการเป็นสตรีหม้ายที่ร่ำรวย ทว่าแผนการกลับพลิกผันเมื่อบุรุษที่ใครต่างหวาดกลัวกลับมอบความรักอันลึกซึ้งและคอยปกป้องนาง ท่ามกลางเกมการเมืองที่เต็มไปด้วยเล่ห์เหลี่ยม นางมิใช่ผู้เฝ้ารอผลประโยชน์อีกต่อไป แต่กลายเป็นดวงใจของเขา ทั้งสองหลอมรวมเป็นเกราะกำบังให้กันและกัน ก้าวข้ามขีดจำกัดของบทประพันธ์เดิม สู่การสร้างตำนานรักที่เกรียงไกร
ภาพปกนิยายเรื่อง ยิ่งเกลียดยิ่งรัก...ขันทีของฉัน
7.7
ภายใต้วังหลวงที่รัดกุมด้วยระเบียบ ความรู้สึกต้องห้ามได้กำเนิดขึ้น สตรีผู้หนึ่งไม่อาจห้ามใจไม่ให้หลงใหลในบุรุษซึ่งเบื้องหน้าเป็นเพียงขันทีไร้เกียรติ แม้เริ่มต้นด้วยความชิงชัง ทว่าความผูกพันกลับหยั่งรากลึกจนถอนตัวไม่ขึ้น นางรู้ดีว่ารักครั้งนี้คือการฝ่าฝืนจารีตอย่างร้ายแรงและไม่มีวันเป็นจริง แต่โชคชะตากลับพลิกผันเมื่อเบื้องหลังฐานะนั้นมีความลับซุกซ่อนอยู่ ปริศนาที่ถูกปกปิดอาจเป็นตัวแปรสำคัญที่สั่นคลอนชีวิต และเปลี่ยนบทสรุปของรักนี้ไปตลอดกาล
ภาพปกนิยายเรื่อง หงส์พันปี
8.4
ชีวิตขององค์หญิงเฉินเสียนพังทลายเมื่อถูกใส่ความว่าโง่เขลา นางถูกขับออกจากจวนด้วยใบหน้าที่ยับเยินทั้งที่กำลังอุ้มท้อง ทว่าความเจ็บปวดได้หล่อหลอมนางขึ้นใหม่ ในวันที่อดีตสวามีเฉลิมฉลองงานมงคลสมรสกับอนุภรรยา นางหวนกลับมาปรากฏตัวท่ามกลางแขกเหรื่อเพื่อมอบบทเรียนครั้งใหญ่ หญิงที่เคยถูกมองว่าอ่อนแอไร้ทางสู้ ได้ลงมือจัดการผู้ที่มาทีหลังด้วยความเฉียบขาดและรุนแรงจนทุกคนตกตะลึง การทวงคืนความยุติธรรมครั้งนี้คือการประกาศสงครามที่จะสั่นสะเทือนทุกขั้วอำนาจที่เคยทำลายชีวิตนาง
ภาพปกนิยายเรื่อง นางเซี่ย
9.2
เพื่อเป็นเสาหลักแห่งจวนจงหย่งโหว เซี่ยฟางหวาวัยเจ็ดขวบยอมทิ้งความสบายไปฝึกวิชากับองครักษ์เงา แปดปีต่อมานางถล่มค่ายฝึกจนสิ้นซากแล้วลอบเข้าเมืองหลวง ทว่าแผนการกลับพลิกผันเมื่อเผชิญหน้ากับฉินเจิง อ๋องน้อยแห่งจวนอิงชินอ๋อง การพบกันเพียงชั่วครู่ร้อยรัดนางไว้จนไม่อาจคืนสู่ฐานะเดิมได้ สตรีผู้แตกฉานทั้งกลยุทธ์และศาสตร์การแพทย์ถูกบีบให้ต้องสวมรอยเป็นสาวใช้ใบ้ข้างกายเขา แม้นางจะเก่งกาจไร้ผู้ต้าน แต่เมื่อต้องรับมือกับอ๋องน้อยผู้นี้ นางกลับต้องเผชิญความมืดแปดด้านและไร้หนทางจะดิ้นหลุดไปได้