APKDock Logo
รายชื่อตอน
แชร์
ภาพปกนิยายเรื่อง กับดักรักนายหัวปาริธ

กับดักรักนายหัวปาริธ

เมื่อนายหัวหนุ่มผู้มีความรักอันมั่นคงดันไปตกหลุมรักนักศึกษาสาวรุ่นน้องที่ยังอ่อนต่อโลก ทว่าเส้นทางรักแท้ครั้งนี้กลับไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ เพราะพวกเขาต้องเผชิญกับอุปสรรคสำคัญอย่างเรื่องระยะทาง รวมถึงช่องว่างระหว่างวัยและความรู้สึกที่ยังไม่ตรงกัน ทำให้ฝ่ายชายต้องใช้ความอดทนอย่างแสนสาหัสเพื่อพิสูจน์ความจริงใจที่มีต่อเธออย่างหมดหัวใจ มาร่วมลุ้นไปกับบทพิสูจน์ความรักต่างวัยครั้งนี้ว่า นายหัวหนุ่มจะสามารถเอาชนะใจเธอและทำให้เธอหันมารักเขาได้สำเร็จหรือไม่ โดยมีเวลาเป็นเครื่องพิสูจน์คำตอบสุดท้ายของหัวใจทั้งสองดวง
รายชื่อตอน
แชร์

ตอน 3

“ฉันรู้นะว่าการทำงานแบบนี้เงินดีรายได้ดี แต่เธอไม่คิดว่าออกมาทำงานกลางคืนแบบนี้มันไม่อันตรายไปหน่อยเหรอ” นายหัวปาริธดื่มไปด้วยและชวนณิรินทร์ญาคุยไปด้วย

“อันตรายสิคะ ณิรินไม่รู้ว่าในแต่ละครั้งที่มาทำงานจะเจอลูกค้าแบบไหนบ้าง”

“แล้วลูกค้าแบบไหนล่ะที่เธอไม่ชอบและไม่อยากเจอ”

“ก็ลูกค้าที่คุยแล้วทำรุ่มร่ามไม่ทำตามกฎของที่นี่”

“กฎของที่นี่คืออะไร ฉันไม่ค่อยมาเที่ยวก็เลยไม่รู้กฎ”

“กฎของที่นี่ก็คือเด็กจะนั่งดื่มกับแขกได้ บริการแขกในเรื่องของการชงเครื่องดื่มการพูดคุยแต่เด็กจะไม่ออกไปต่อข้างนอกกับแขก”

“เป็นไปได้เหรอที่จะไม่ออกไปต่อกันข้างนอก”

“เป็นไปได้สิคะ เพราะคุณชินสั่งห้ามไว้”

“ฉันไม่อยากจะเชื่อเลย เขาอาจจะแอบนัดไปต่อกันก็ได้นะ”

“สำหรับคนอื่นณิรินก็ไม่แน่ใจเท่าไหร่ว่าเขาจะดิวกันแล้วนัดกันไปเจอข้างนอกไหม แต่สำหรับณิรินยืนยันชัดเจนค่ะว่าจะไม่ ออกไปต่อกับแขกข้างนอก”

“แล้วถ้าแขกเขาเสนอเงินให้เธอเยอะๆ ล่ะ”

“คำว่าเยอะของนายหัวปาริธคือเท่าไหร่เหรอคะ”

“เธอไม่ต้องเรียกฉันว่าเต็มยศแบบนั้นก็ได้จะเรียกฉันว่าปาริธหรือจะเรียกว่านายหัวก็ได้แล้วแต่เธอเลย”

“ถ้างั้นณิรินขอเรียกว่านายหัวก็แล้วกันนะคะ” หญิงสาวไม่อยากจะเรียกชื่อเขาเพราะจะจำแขกได้เธอเชื่อว่าการรู้จักชื่อใครสักคนแล้วมันจะเกิดความผูกพันและเธอไม่อยากให้มันเป็นแบบนั้นเนื่องจากการรับแขกกลางคืนของเธอรู้จักกันนั่งคุยกับแขกตอนกลางคืนของเธอมันเป็นแค่งานอดิเรกที่เธอทำแค่เดือนละไม่กี่ครั้งเธอไม่อยากจำชื่อของคนเหล่านั้นให้รกสมอง

“เธอบอกฉันว่าทำงานแบบนี้มาตั้งแต่เรียนปีหนึ่งตอนนี้ก็น่าจะเกือบสามปีแล้วเธอไม่เคยออกไปกับแขกคนอื่นเลยเหรอ”

“ไม่ค่ะ”

“เพราะอะไร”

“ณิรินมาทำงานเพราะอยากได้เงินจากค่าเครื่องดื่มไม่ได้มาขายตัว”

“สิ่งที่เธอพูดมันอาจจะเชื่อยากแต่ฉันก็เชื่อเธอก็แล้วกันนะ”

“ขอบคุณนายหัวนะคะที่เชื่อคำพูดของณิริน” ณิรินทร์ญาไม่ค่อยชอบสายตาและคำพูดของนายหัวปาริธคนนี้เลยเขาเหมือนกำลังดูถูกและไม่เชื่อกับสิ่งที่เธอพูด

“อือ”

“แต่ทำไมนายหัวทำหน้าเหมือนไม่เชื่อที่ณิรินพูดเลยนะคะ”

“ฉันก็บอกว่าเชื่อไงแล้วเลย”

“แล้วทำไมนายหัวจะต้องยิ้มด้วย”

“อ้าวมันมีกฎข้อไหนห้ามยิ้มด้วยเหรอ”

“ไม่มีกฎหรือข้อห้ามอะไรหรอกค่ะ แต่ณิรินรู้สึกว่านายหัวกำลังยิ้มและดูถูกอาชีพที่ณิรินกำลังทำอยู่”

“ฉันไม่ได้ดูถูกนะ แต่เท่าที่ฉันเจอมาส่วนใหญ่ก็ออกไปต่อข้างนอกทั้งนั้น แต่ถ้าเธอไม่ได้รับแขกหรือออกไปต่อกับแขกข้างนอกก็ไม่เห็นจะต้องเดือดร้อนอะไรเลย”

“แต่ณิรินไม่ชอบรอยยิ้มของนายหัวเลยมันดูเจ้าเล่ห์มากๆ”

“เธอมีสิทธิ์ที่จะไม่ชอบส่วนฉันก็มีสิทธิ์ที่จะคิดเพราะน้อยครั้งมากที่จะเจอผู้หญิงแบบเธอ”

“ผู้หญิงแบบณิรินเป็นยังไงคะ”

“ก็ผู้หญิงที่ปฏิเสธว่าตัวเองไม่เคยออกไปต่อกับแขกข้างนอก”

“ก็มันเรื่องจริงนี่คะ”

“แล้วถ้าแขกคนนั้นเขาเสนอเงินให้เธอเยอะๆ ล่ะเธอจะออกไปกับเขาไหม”

“มันไม่ได้อยู่แค่เรื่องเงินเรื่องเดียวหรอกค่ะ”

“แล้วมันเกี่ยวอะไรล่ะ”

“มันก็อยู่ที่ว่าใครเป็นคนชวนออกไปด้วย ถ้าคนที่ชวนออกไปเป็นคนที่ณิรินถูกใจก็อาจจะตอบตกลงออกไปนอนกับเขา เผลอๆ จะไม่คิดเงินด้วยซ้ำ”

“ฉันล่ะสับสนกับเธอจริงๆ ปากบอกว่าไม่เคยออกไปนอนกับแขกแต่กลับมาพูดจาแบบนี้ไม่รู้จะเชื่อเรื่องไหนเลย”

“นายหัวอยากจะเชื่อหรือไม่เชื่อในสิ่งที่ณิรินพูดก็ตามใจนายหัวเถอะค่ะ”

“ฉันชักไม่แน่ใจแล้วนะว่าเธอมานั่งคุยเป็นเพื่อน มาเอ็นเตอร์เทนฉันหรือมานั่งเถียงกับฉันกันแน่” ปาริธไม่เคยเจอเด็กที่ต่อปากต่อคำแบบนี้มาก่อน มันทำให้เขารู้สึกสนุกเพราะที่ผ่านมาก็เจอแต่เด็กสาวที่เข้ามาเอาอกเอาใจและเออออตามที่เขาพูดทุกเรื่อง

“นายหัวอยากจะเปลี่ยนให้เด็กคนอื่นที่เอาใจเก่งๆ ขึ้นมาบริการก็ได้นะคะ เดี๋ยวณิรินจะบอกผู้จัดการร้านให้เปลี่ยนคนให้ดีไหมคะ”

“ไม่ล่ะฉันว่าคุยกับเธอก็สนุกดี นานแล้วที่ฉันไม่ได้คุยหรือเถียงกับใครแบบนี้มาก่อน”

“แน่ใจนะคะ ณิรินให้โอกาสนายหัวเปลี่ยนใจอีกครั้งหนึ่ง”

“แน่ใจสิ แต่ฉันจะไม่คุยกับเธอเรื่องอาชีพและงานของเธอแล้วก็กันนะ”

“ดีเหมือนกันค่ะณิรินก็ไม่อยากพูดถึงเหมือนกัน ถ้างั้นณิรินขอถามนายหัวบ้างได้ไหม”

“อยากถามอะไรฉันล่ะ”

“นายหัวเป็นนายหัวแน่เหรอคะ”

“อ้าวทำไมทำแบบนี้ล่ะ เมื่อกี้เจ้าของผับก็บอกแล้วนี่ว่าฉันเป็นนายหัวมาจากทางใต้”

“ก็คุณดูไม่เหมือนในหัวเลย”

“แล้วนายหัวต้องเป็นยังไง”

“นายหัวคนล่าสุดที่ณิรินเคยคุยด้วยเขาค่อนข้างจะผิวคล้ำกว่านี้มากๆ แล้วหุ่นก็ไม่ได้ดีแบบนี้”

“นี่เธอเคยคุยกับแขกที่เป็นนายหัวคนอื่นด้วยเหรอ”

“ใช่ค่ะเขาบอกว่าเป็นนายหัวทำสวนยางพาราอยู่ทางใต้ เข้ามาใช้บริการที่นี่และเรียกให้ณิรินขึ้นมาคุยด้วยแต่ ณิรินก็คุยด้วยได้ไม่นานหรอกค่ะ”

“ทำไมล่ะเขาซื้อดริ๊งค์ไม่เยอะพอเหรอ”

“เปล่าหรอกค่ะ เขาทำรุ่มร่ามจนผู้จัดการร้านต้องเข้ามาไล่เขาออกไปจากที่นี่”

“มีแบบนี้ด้วยเหรอที่ทางร้านไล่แขก”

“ก็ไม่ค่อยมีบ่อยหรอกค่ะ นอกจากแขกคนนั้นจะพูดจาไม่รู้เรื่องจริงๆ พอวันนี้พี่ช้างผู้จัดการร้านบอกให้ณิรินขึ้นมาคุยเป็นเพื่อนนายหัวณิรินก็เลยวาดภาพไว้ว่าคุณน่าจะเป็นเหมือนเขาแต่โชคดีที่คุณไม่ได้เป็นแบบนั้น ณิรินก็เลยไม่ค่อยเชื่อเท่าไหร่ว่าคุณเป็นนายหัวจริงหรือเปล่า”

“ฉันเป็นนายหัวจริงๆ ฉันทำสวนยางพาราแล้วก็สวนปาล์มน่ะนานๆ ถึงจะขึ้นมาติดต่องานที่กรุงเทพก็เลยแวะมาอุดหนุนเพื่อนสักหน่อย ไม่คิดว่าจะมาเจอคนคุยด้วยสนุกแบบเธอ”

“สนุกเหรอคะ”

“อือ น้อยครั้งนักที่จะมีคนคุยกับฉันต่อปากต่อคำแบบนี้ถ้าอยู่ที่สวนยางฉันก็มีแต่คนงานผู้ชายไม่เคยได้เจออะไรสวยๆ งามๆ แบบนี้หรอก”

“ขอโทษนะคะอายุเท่าไหร่ ถ้าเป็นเพื่อนกับคุณชินตอนนี้ก็น่าจะสามสิบกว่าและน่าจะมีครอบครัวแล้ว”

“ฉันอายุเท่ากับคุณชินของเธอนั่นแหละ แต่ยังไม่ได้มีครอบครัวเหมือนเขา”

“ทำไมล่ะคะ”

“ฉันชอบชีวิตโสดไง”

“อ๋อ” ณิรินทร์ญาพยักหน้าเข้าใจเพราะมีผู้ชายหลายคนที่ชอบใช้ชีวิตโสดอิสระและไม่อยากมีครอบครัว

ติดตามชมต่อ!
เนื้อหากำลังเข้มข้น! สลับไปที่แอปเพื่ออ่านต่อ
ปลดล็อกทุกตอน
เปิดเว็บไซต์อย่างเป็นทางการ

คุณอาจจะชอบ

ภาพปกนิยายเรื่อง พันธนาการร้ายรัก
9.6
อนาคตที่พังทลายและบาดแผลลึกในใจของฉันเกิดขึ้นด้วยน้ำมือของเวธัส ชายผู้ที่ฉันเกลียดชังอย่างสุดหัวใจและไม่มีวันให้อภัยได้ ความแค้นที่สั่งสมมาเนิ่นนานกลายเป็นไฟที่แผดเผาจิตใจ ทว่าในความมืดมนของความเกลียดชังนั้น หัวใจกลับไม่รักดีและทรยศตัวเองด้วยการแอบมีใจให้ศัตรูร้ายที่ควรจะตัดขาดออกไปจากชีวิต เรื่องราวความสัมพันธ์ที่แสนซับซ้อนนี้จึงถูกจองจำไว้ด้วยโซ่ตรวนแห่งความแค้นและอารมณ์อันบิดเบี้ยว เมื่อตัวร้ายอย่างเขาต้องเผชิญกับพันธนาการรักที่ยากจะดิ้นรนหลุดพ้นไปได้
ภาพปกนิยายเรื่อง คู่หมายร้ายรัก
7.9
เมื่อหนึ่งมีรักให้แต่ไม่อาจบอก กับอีกหนึ่งที่ไม่เคยรู้และตั้งหน้าตั้งตาชิงชัง การหมั้นหมายที่เกิดจากผู้ใหญ่ส่งผลให้นาฎสุรีย์ต้องจากลาไปไกลเพื่อรักษาแผลใจ ส่วนอีกคนที่ไม่เคยรับรู้ แท้จริงแล้วกลับห่วงหา ห้าปีต่อมา สองคนได้พบกันอีกครั้ง แต่ครั้งนี้เธอเปลี่ยนไป ส่วนเขากลับรู้หัวใจตัวเอง ******************** เพียะ! ใบหน้าหันตามแรงฝ่ามือ ชายหนุ่มนิ่งงัน มันชาไปทั้งแถบ นาฎสุรีย์มองมือตัวเอง มันกำลังสั่น เมื่อเขาหันมาสบตา เห็นสีหน้าแววตามันเปลี่ยนไป เธอชะงักตัดสินใจหันหลังคิดวิ่งหนี แต่ทว่าเรียวแขนกลับถูกคว้าเอาไว้ “คิดว่าทำแบบนี้ แล้วจะหนีไปงั้นเหรอ มันง่ายไปมั้ง” พูดจบ เขาเหวี่ยงร่างบางลงบนเตียง แล้วใช้เท้าถีบประตูปิดลง ก่อนล็อคอย่างแน่หนา “ช่วยด้วย ช่วยด้วย ใครก็ได้ช่วยที!” หญิงสาวร้องลั่น “แหกปากไปเลย เอาให้ดัง ห้องฉันเป็นห้องเดียวที่ไม่มีกุญแจสำรองไข ถึงมีก็ไม่มีใครก็กล้ามายุ่งหรอกนะ เพราะฉันเป็นคนยังไง ทุกคนรู้ดี” เขาส่งเสียงข่มขู่ นาฎสุรีย์จ้องมองอีกฝ่าย กัดริมฝีปากครุ่นคิดหาทางเอาตัวรอด เธอไม่ได้อยากตบหน้าเขา แต่เพราะคำพูดนั้นมันทำให้ระงับความโกรธไว้ไม่ได้เลย “ฉันไม่ได้ตั้งใจ ก็นายพูดจาไม่ให้เกียรติกันเลย!” หญิงสาวพยายามเอาน้ำเย็นเข้าลูบ ตอนนี้ตนเองตกอยู่ในสถานการณ์ เสียเปรียบอย่างรุนแรง ทว่าแววตาของอีกฝ่าย กลับไม่เย็นลงเลยแม้แต่น้อย “ตอนนี้ต่อให้พ่นอะไรออกมา มันก็ไม่มีประโยชน์แล้ว เพราะฉันไม่ให้อภัยเธอ!” เขาตวาดลั่น คนใต้ร่างสะดุ้งสีหน้าตื่นกลัว มือหนาจับสาบเสื้อ ที่เคยถูกกระชากมาก่อนหน้า ออกแรงดึง แควก! มันขาดติดมือ เจ้าของเสื้อชะงักดวงตาเบิกกว้าง กรีดร้องขึ้นมาทันที พยายามดิ้นรนผลักดันอีกฝ่ายเพื่อให้พ้นจากการโดนกระทำ แต่ทว่าอารมณ์ของเขา กลับรุนแรงเกินกว่า เรี่ยวแรงเธอจะต้านทานเอาไว้ได้ “ปล่อยฉันนะ ปล่อยฉัน ได้ยินไหม!” คนหน้ามืด ไม่ฟังเสียง ตอนนี้ในหัวเขาแค่ต้องการเอาคืน กับการกระทำไร้ซึ่งการไตร่ตรองของอีกคน คนอย่างพีรดล ไม่มีวันยอมให้ใครมาหยาม เท่าที่ผ่านก็ถือว่ายอมมามากพอแล้ว ริมฝีปากบางถูกฉกฉวยอย่างรวดเร็ว จนคนใต้ร่างร้องครางในลำคอ พยายามผลักไสอีกฝ่าย แต่ร่างกายนั้นกลับไม่สะดุ้งสะเทือนแม้แต่น้อยเลย มือหนาลูบไล้ไปตามสัดส่วน ทำเอาเลือดในกายชายหนุ่มเริ่มร้อนฉ่า กระโปรงนักศึกษาถูกรั้งออก เจ้าของน้ำตาเริ่มคลอ ความหวาดกลัวแล่นพล่าน เธอไม่น่าโมโหจนน่ามืด แล้วหลงลืมไปว่า แท้จริงแล้วพีรดลเป็นคนเช่นไร หมดสิ้นแล้วซึ่งหนทางเอาตัวรอด อยากหลับโดยไม่รับรู้อะไรอีกเลย เขาถอนริมฝีปากจ้องมองอีกคน เห็นน้ำตาเธอกำลังไหลรินออกมา ทว่ามันได้ทำให้รู้สึกสงสาร เมื่ออารมณ์ตอนนี้มันกระเจิงไปไกล นาฎสุรีย์มีดีกว่าที่คิด เรือนร่างเย้ายวน ตรงหน้าทำเอาหายใจแทบไม่ออก ตัวตนแข็งขืนจนแทบปริแตก มันกำลังต้องการปลดปล่อย “ปล่อยฉันไปเถอะ ฉันขอโทษ ฉันผิดเอง นายอย่าทำอะไรฉันเลยนะ...” เธออ้อนวอนทั้งน้ำตา “มันสายไปแล้ว เธอไม่ควรเข้ามาที่ห้องฉันตั้งแต่แรก...” เขาตอบเสียงรอดไรฟัน จะให้ผละไปได้ยังไง ในเมื่อเธอทำให้เขาแทบคลั่งแบบนี้
ภาพปกนิยายเรื่อง CRAZY STUPID สวมเขา
9.4
เมื่อความรักกลายเป็นความเจ็บปวดที่ต้องฝืนทน การดึงดันที่จะรักทั้งที่รู้ว่าผิดพลาดและการยอมอ่อนข้อให้คนรักอย่างไร้ขอบเขต กลับกลายเป็นอาวุธร้ายที่ย้อนมาทำร้ายตัวเองซ้ำเล่า จนกระทั่งมาถึงจุดที่ขีดจำกัดความอดทนสุดท้ายได้สิ้นสุดลง เธอจึงตัดสินใจที่จะบอกลาและเลือกเดินจากไปเพราะไม่สามารถทนอยู่กับเขาได้อีกต่อไป ทว่าปฏิกิริยาตอบกลับที่ได้รับจากเขานั้น มีเพียงความเฉยชาและคำพูดไล่ส่งอย่างไร้เยื่อใยในความสัมพันธ์ที่เคยมีร่วมสร้างกัน
ภาพปกนิยายเรื่อง กลับมาเพื่อรัก
9.2
เมื่อวิกฤตชีวิตบีบบังคับให้ฉันต้องยอมรับจ้างอุ้มท้องเพื่อความอยู่รอด ทว่าโชคชะตากลับเล่นตลกอย่างเลือดเย็น เมื่อมารู้ความจริงในภายหลังว่าเด็กในครรภ์คือลูกของอดีตคนรัก ซึ่งเป็นรักข้างเดียวที่เคยทอดทิ้งฉันไปอย่างไร้เยื่อใยเมื่อสองปีก่อน การโคจรกลับมาพบกันอีกครั้งในฐานะผู้ว่าจ้างและคนรับอุ้มบุญ จึงนำพาความเจ็บปวดและขมขื่นใจมาสู่ฉันอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ในฐานะที่ฉันเป็นเพียงแค่ผู้รับจ้างคนหนึ่ง
ภาพปกนิยายเรื่อง  友人 MA Friend'XXX เปลี่ยนเพื่อนให้เป็นแฟน
9.5
ชีวิตในรั้วมหาวิทยาลัยล่วงเลยมาจนใกล้จะสำเร็จการศึกษาชั้นปีที่สี่ แต่ทว่าเรื่องราวความรักของฉันกลับยังคงเงียบเหงาและว่างเปล่า ไร้เงาคนรู้ใจข้างกาย เหตุนี้เองฉันจึงต้องเอ่ยปากพูดปลอบใจพร้อมกับตบบ่าเบาๆ เพื่อให้ 'นุ่น' เพื่อนสนิทคลายความกังวลใจ หลังจากที่มันแสดงอาการเป็นห่วงเป็นใยกับความโสดสนิทของฉันอย่างหนัก และเพื่อตัดปัญหาความวุ่นวายใจรวมถึงไขข้อข้องใจทั้งหมด ฉันเลยตัดสินใจป่าวประกาศออกไปอย่างหนักแน่นและมั่นใจว่า หากท้ายที่สุดแล้วชีวิตนี้ฉันยังไม่สามารถหาใครมาเป็นแฟนได้จริงๆ คนที่จะมาทำหน้าที่คนรักของฉันก็คงจะเป็นใครไปไม่ได้นอกจากเพื่อนสนิทอย่างมันนุ่นนั่นแหละ
ภาพปกนิยายเรื่อง วิมานมาร
8.1
ภายใต้ภาพลักษณ์อันหล่อเหลาสง่างามของ อันโตนิโอ ปาสซินี่ ชายหนุ่มชาวอิตาลีผู้เพียบพร้อม ได้ซุกซ่อนเพลิงแค้นล้ำลึกเอาไว้ภายใต้หน้ากากที่ไร้รอยต่อ ขณะที่ มาร์กาเร็ต ปาเชโก้ หญิงสาวผู้อ่อนโยนและไร้เดียงสา กลับเลือกที่จะมอบความรักและหัวใจทั้งหมดให้แก่เขา แม้จะรู้ดีว่าไม่มีวันได้รับรักตอบแทนก็ตาม ทว่าหลังจากผ่านพ้นค่ำคืนอันแสนเร่าร้อน เธอกลับต้องเผชิญกับการบีบคั้นด้วยคำพูดอันโหดร้ายและสัมผัสที่เอาแต่ใจจากเขา แม้หญิงสาวจะพยายามดิ้นรนขัดขืนสักเพียงใด รสจูบที่ทั้งป่าเถื่อนและทรงพลังก็แผดเผาความต้านทานของเธอจนหมดสิ้น สุดท้ายเธอก็ไม่อาจต้านทานใจตัวเอง จนต้องเผลอไผลตอบสนองความต้องการของอสูรร้ายในคราบชายในฝันอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้