APKDock Logo
รายชื่อตอน
แชร์
ภาพปกนิยายเรื่อง เล่ห์วิวาห์เจ้าชายมาเฟีย(ซีรีย์ชุดมาเฟียที่รัก)

เล่ห์วิวาห์เจ้าชายมาเฟีย(ซีรีย์ชุดมาเฟียที่รัก)

เมื่อพินัยกรรมบังคับให้ ฟรานเชสโก้ ซิวีลิอาโน่ มาเฟียหนุ่มอัจฉริยะต้องแต่งงานกับ ไปรยา พรภวิษย์ ลูกสาวนอกสมรสของลุงผู้ล่วงลับเพื่อรักษาธุรกิจสุดรัก จุดเริ่มต้นของความวุ่นวายจึงเกิดขึ้น เพราะเจ้าสาวคนนี้คือพริตตี้สาวที่เขาเคยเข้าใจผิดว่าเป็นหญิงขายบริการ ขณะที่ไปรยาในวัยยี่สิบสองปีเพิ่งได้รู้ชาติกำเนิดของตัวเอง และจำใจยอมเข้าพิธีวิวาห์ครั้งนี้เพื่อแลกกับมรดกมหาศาล ท่ามกลางเกมธุรกิจและแผนการที่เต็มไปด้วยผลประโยชน์ส่วนตน ความใกล้ชิดกลับทำให้หัวใจของมาเฟียหนุ่มและเจ้าสาวกำมะลอเริ่มสั่นคลอนจนกลายเป็นความผูกพันโดยไม่รู้ตัว
รายชื่อตอน
แชร์

ตอน 3

นริศ เจฟฟ์ และไปรยา ทั้งสามคนสนิทสนมกันมาตั้งแต่เรียนปีหนึ่งจนตอนนี้ไปรยาเรียนจบแล้วเหลือเพียงรอรับปริญญาเท่านั้น ส่วนนริศกับเจฟฟ์ที่ยังต้องเรียนอีก1 ปี เพราะเขาเรียนคณะสถาปัตยกรรม บังเอิญว่าวันนี้ไปรยาต้องมาติดต่อลงทะเบียนบัณฑิตจึงโทรนัดเพื่อนชายทั้งสองมากินข้าวด้วยกัน

ทั้งสามคนเดินมาที่โรงอาหารของมหาวิทยาลัย

ผมยาวสลวยถึงกลางหลังของไปรยาพลิ้วไหวล้อเล่นกับสายลมยามเมื่อก้าวเท้าเดิน ใบหน้าหวานและดูอ่อนกว่าวัยจนไม่น่าเชื่อว่าเธอจะอายุยี่สิบเอ็ดปีแล้ว ส่วนเจฟฟ์นั้นเป็นหนุ่มลูกครึ่งแต่ภาษไทยชัดแจ๋ว ไปรยากับนริศมาจากโรงเรียนเดียวกัน และเป็นเพื่อนสนิทกันตั้งแต่มอต้น แต่ตอนเรียนคนละคณะไปรยาเลือกอักษรฯ แต่นริศเลือกมัณฑนศิลป์สาขาเดียวกับเจฟฟ์ซึ่งเป็นเพื่อนสนิทสมัยประถมแต่แยกย้ายกันไปตอนมัธยม มาเจออีกทีก็ที่มหาวิทยาลัยแห่งนี้

“เฮ้ย โต๊ะนั้นว่างพอดีเลย” ว่าแล้วก็ไม่รอช้า นริศก็รีบวิ่งไปที่โต๊ะที่นั่งกินข้าวประจำ ไปรยาหัวเราะคิกคักมองเพื่อนที่วิ่งไปชนกับใครคนหนึ่งจนล้มด้วยกันทั้งคู่

“โอ๊ย รีบลุกไปเร็วๆ หน่อยซิ นายทับขาฉันอยู่นะเว้ย”

“ก็กำลังลุกอยู่นี่ แล้วนายนั้นแหละที่เดินไม่ดูทาง”

“พูดให้มันดีหน่อย ใครไม่ดูทางกันแน่” นริศพูดด้วยน้ำเสียงเอาเรื่องไม่แพ้กัน

คนแปลกหน้าสบตาอย่างเขื่องๆสงบอารมณ์ได้ก็เลยเส้นผมที่ยาวจรดบ่า แล้วลุกขึ้นยืนปัดฝุ่นจากกางเกงยีนส์สีซีด

“ต๊ะเป็นอะไรหรือเปล่า” ไปรยาถามอย่างเป็นห่วงก่อนหันมาสบตากับคู่กรณีของนริศ

“ขอโทษแทนต๊ะด้วยนะคะ” เธอเอ่ยเสียงหวานหวามทำเอาหนุ่มผมยาวหัวใจหวั่นไหว

“ทำไมต้องไปขอโทษมันด้วย”

“ต๊ะ” ไปรยาเรียกชื่อของนริศเสียงเข้ม

นริษถอนหายใจอย่างหงุดหงิดก่อนทิ้งหนังสือสองสามเล่มลงบนโต๊ะแรงๆ

“อ้าว...ลอยเหรอเนี้ยนึกว่าใครที่ไหนซะอีก” ประโยคนั้นของเจฟฟ์ทำเอานริศหันกลับไปมองคู่ปรับอีกครั้ง

“แล้วนึกว่าใครล่ะ” เจ้าของชื่อตอบอย่างอารมณ์ดีขึ้นมาบ้าง ชายตามองมาทางสาวสวยเล็กน้อยก่อนเริ่มประโยคสนทนาต่อไป

“รู้จักกันด้วยเหรอคะ” ไปรยาถามบ้าง

“ฮะสองสามปีแล้วฮะ อ้อ...ไอ้หมอนี้เรียกมันว่าลอยฮะลอยนี้ไป๋ ไปรยาเพื่อนเรา แล้วที่ยืนหน้ามุ้ยอยู่นั่นก็ต๊ะ นริศ” เจฟฟ์แนะนำให้เพื่อนๆ รู้จักกัน แต่นริศไม่สนใจบอกจะไปหาซื้ออะไรมากิน ปล่อยให้ไปรยานั่งคุยกับลอยสองคน

“ไป๋รอเดี๋ยวนะ เดี๋ยวเจฟฟ์ไปซื้อข้าวมันไก่มาให้”

“ขอบใจนะเจฟฟ์” เธอเอ่ยกับเพื่อนหนุ่มแล้วหันมาถามหนุ่มผมยาวที่นั่งตรงหน้า “แล้วคุณลอยล่ะคะ”

“ไม่ต้องเรียกคุณหรอกครับ” ลอยยิ้มอย่างเป็นกันเอง “ผมยังไม่หิวหรอก เมื่อกี้เพิ่งแยกจากเพื่อนมาก็เลยได้กินอะไรมานิดหน่อยครับ”

“เหรอคะ เอ่อ...เมื่อกี้ต้องขอโทษอีกครั้งนะคะ คือต๊ะเค้าเป็นคนอย่างนี้แหละ แล้วเค้าก็ชอบนั่งโต๊ะนี้เป็นประจำ นั่งมาตั้งแต่ปีหนึ่งแล้วยังไม่ยอมเปลี่ยนเลยค่ะ” เธอพูดแล้วหัวเราะเบาๆ รอยยิ้มนั้นแทบสะกดคนที่เดินผ่านไปมาให้หันมามอง ร่วมทั้งคนที่นั่งอยู่ตรงหน้า

“ขอโทษครับ คุณไป๋เรียนคณะอะไรครับ” นานหลายนาทีกว่าที่คนหนุ่มจะเอ่ยถาม

“อักษรค่ะ ไป๋ว่าลองต้องเรียนศิลป์แน่เลย”

“แม่นจังครับ แต่ผมเรียนจิตรกรรมครับแต่เรียนช้าไปหน่อย แต่แปลกที่ไม่เคยเห็นหน้าไป๋เลย” ประโยคหลังเอ่ยอย่างเขินๆ เล็กน้อย

“ก็ไป๋ไม่ใช่คนสวยนี้ค่ะ” เธอหัวเราะเสียงกระแทกจานข้าวลงกับโต๊ะทำเอาหนุ่มผมยาวชะงักปากจะถามอะไรกับไปรยาต่อ

“ต๊ะ เดี๋ยวจานก็แตกหรอก” ไปรยาเอ่ยแล้วรับแก้วน้ำที่นริศส่งมาให้

“ช่างประไร”

สายตาของเขามองที่คู่ปรับอย่างไม่พอใจที่มานั่งคุยกับไปรยาอย่างนี้ เป็นจังหวะเดียวกับที่เจฟฟ์เอาข้าวมันไก่ของไปรยามาให้ ลอยจึงขอตัวออกไปก่อนแต่ไม่ลืมที่จะส่งสายตาหวานให้ไปรยา

“นายมีเพื่อนแบบนั้นตั้งแต่เมื่อไหร่วะ” นริศถามอย่างหงุดหงิด

“อ้าว ฉันก็มีเพื่อนมีฝูงของฉันบ้างดิ” เจฟฟ์ทำหน้างงแต่ไปรยาหัวเราะออกมา

“อยู่กับพวกนายแล้วฉันสบายใจจัง”

“ใครทำอะไรไป๋เหรอ” น้ำเสียงของนริศมีความอาทรให้กับเพื่อนสาวเสมอ แต่เขาก็หวังว่าเธอจะรับรู้ความรู้สึกเกินเพื่อนของเขา

“ก็ไม่มีอะไร” ไปรยายักไหล่ “แค่เมื่อวานมีเรื่องงี่เง่าที่ผับหน่ะ”

“ก็บอกแล้วว่าไป๋ไม่เหมาะกับงานพริตตี้แบบนั้นหรอก” เจฟฟ์ถอนหายใจเบาๆ “แถมต้องแอบทำงานไม่ให้แม่รู้อีกด้วย”

ไปรยา พรภวิษย์ ถอนหายใจหนักๆ หญิงสาวกำพร้าบิดามาตั้งแต่เด็ก ถ้าจะพูดให้ถูกคือเธอไม่เคยเห็นหน้าพ่อของตัวเองด้วยซ้ำไป ไม่มีแม้กระทั่งรูปถ่าย เธอได้ยินชาวบ้านพูดว่า แม่ท้องไม่มีพ่อ ก่อนหน้าที่แม่จะตั้งท้อง แม่ทำงานเป็นครูรับราชการมีความมั่นคงในชีวิตดีแต่เมื่อวันหนึ่งแม่เกิดตั้งท้องโดยไม่มีการแต่งงานและแม่ไม่เคยเอ่ยว่าใครเป็นพ่อของเด็ก ความนับถือและศรัทธาในตัวแม่ก็จางหาย แม่จำใจต้องย้ายบ้านและลาออกจากการเป็นครูมาทำงานเป็นนักแปล และผลพวงนี้เองละมั้งที่ทำให้เธอเก่งเรื่องภาษาไปด้วย

การที่แม่ต้องเลี้ยงเธอตามลำพังทำให้ฐานะของเธอค่อนข้างลำบากแต่เพราะการเรียนยอดเยี่ยมทำให้เธอได้ทุนเรียนหนังสือมาตลอด แต่กระนั้นเธอก็ทำงานพิเศาช่วยเหลือครอบครัวที่มีกันเพียงสองคนแม้ว่าแม่จะไม่ยอมก็ตาม จนเมื่อตอนที่เธอเรียนอยู่ปีสองเธอก็ได้งานพิเศษเงินดีและไม่กระทบการเรียนนั่นก็คือ ‘พริตตี้’

สองสามปีที่ไปรยาทำงานพิเศษด้วยการเป็นพริตตี้นั้นเป็นความลับที่แม่ของเธอยังไม่รู้ และแน่นอนว่าเธอไม่เคยมีความคิดจะให้แม่รู้ มีน้อยคนที่จะรู้ว่าเธอทำงานพิเศษแบบนี้ เพราะบุคลิกที่คนอื่นๆ เห็นทุกวันก็คือ เด็กสาวธรรมดาๆ ที่แต่งตัวเชยๆ ไม่เคยแต่งหน้าตาทาเครื่องสำอางเอาแต่ตั้งหน้าตั้งตาเรียนและหมกตัวอยู่ในห้องสมุด แต่เมื่อเธอได้กลายเป็นพริตตี้ ใบหน้าฉาบเครื่องสำอางจัด แต่งตัวเปิดเผยเรือนร่างแต่ไม่ถึงกับโป๊เปลือย แต่การที่ได้เจอคนหลายรูปแบบโดยเฉพาะผู้ชายที่พยายามจะ ‘ซื้อ’ เธอด้วยนั้นทำให้เธอแกร่งขึ้นโดยปริยาย

ก็เหมือนเมื่อคืนนั้นแหละ เธอไปเป็นพริ้ตตี้ให้เครื่องดื่มผสมแอลกอฮอร์ยี่ห้อหนึ่งแล้วก็ถูกขี้เมาพยายามลวนลาม ความจริง เธอว่าเธอจัดการรับมือกับเรื่องพวกนี้ได้สบายๆ อยู่แล้ว ถ้า...ถ้าสู้กันแบบตัวต่อตัว

‘ผมแค่คิดว่าเราเคยเจอกันมาก่อนหรือเปล่า’

ภาพชายหนุ่มร่างสูงใหญ่ ก็ผุดขึ้นมาในสมอง เธอควรขอบคุณที่เขาเข้ามาช่วยแต่เขาดูมาดเข้มเหมือนพวกเทพบุตรแวมไพร์หรือไม่ก็เจ้าชายจากยุโรปที่มีดวงตาเจ้าเล่ห์ผสมความเจ้าชู้และมีพลังดึงดูดบางอย่างจนเธอต้องหาทางถอยห่างให้เร็วที่สุด

“ไป๋เก็บเงินได้พอสำหรับเช่าชุดครุยแล้วก็น่าจะเลิกงานนั้นน่ะ” เสียของเจฟฟ์ทำให้ไปรยาตื่นจากภวังค์ เขาเตือนด้วยความเป็นห่วงเช่นทุกครั้ง

“ฉันสมัครงานไว้แล้วล่ะ ถ้าได้งานประจำเมื่อไหร่ฉันสัญญาว่าจะเลิกเป็นพริตตี้”

ไปรยายกมือชูสองนิ้วทำท่าสัญญาแบบลูกเสือทำให้เจฟฟ์หัวเราะเบาๆ แต่นริศกลับมองด้วยความหงุดหงิด เขาอยากเรียนจบเร็วๆ มีงานทำและการเงินมั่นคงไม่ต้องขอเงินน้าใช้อย่างทุกวันนี้ นริศได้แต่ถอนหายใจหนักข่มความหงุดหงิดไว้ในใจ

ถ้าเขาพร้อม เขาจะบอกรักไปรยา.

ติดตามชมต่อ!
เนื้อหากำลังเข้มข้น! สลับไปที่แอปเพื่ออ่านต่อ
ปลดล็อกทุกตอน
เปิดเว็บไซต์อย่างเป็นทางการ

คุณอาจจะชอบ

ภาพปกนิยายเรื่อง One night คืนนั้นฉันต้องการแค่ลูก
8.9
กลิ่นชวาตัดสินใจลอบมีความสัมพันธ์ชั่วข้ามคืนกับวาดิมโดยหวังเพียงตั้งครรภ์เพื่อใช้ทายาทเป็นทางออกในการหลีกหนีปัญหาครอบครัว ทว่าเรื่องราวกลับไม่เป็นอย่างที่คิดเมื่อมารู้ภายหลังว่าแท้จริงแล้วเขาคือหัวหน้ามาเฟียค้าอาวุธผู้ทรงอิทธิพลชาวรัสเซีย สำหรับวาดิมแล้วเด็กที่กำลังจะเกิดมาคือจุดอ่อนร้ายแรงที่อาจคุกคามชีวิตของเขา เขาจึงบีบให้เธอทำแท้งเพื่อทำลายสายเลือดนี้เสีย ในสถานการณ์วิกฤตที่มีชีวิตตนเองและลูกในท้องเป็นเดิมพัน กลิ่นชวาต้องรวบรวมความกล้าทั้งหมดเพื่อปกป้องลูกน้อยให้ปลอดภัยจากเงื้อมมือของมาเฟียผู้ไร้ความปรานีที่พร้อมกำจัดทุกอุปสรรค
ภาพปกนิยายเรื่อง สลับรัก dr.mafia
9.4
เมื่อหญิงสาวคนหนึ่งต้องตกกระไดพลอยโจนกลายเป็นภรรยาของมาเฟียหนุ่มดีกรีด็อกเตอร์อย่างไม่มีทางเลือก แม้เธอจะพยายามยืนยันอย่างหนักแน่นว่าตนเองไม่ใช่ 'คนิ้ง' ผู้หญิงที่เขาเฝ้าตามหา แต่ชายหนุ่มกลับเพิกเฉยต่อคำปฏิเสธนั้น เพราะเขามั่นใจในสัญชาตญาณของตัวเองอย่างเต็มเปี่ยมว่าไม่มีวันจำคนรักสลับคนอย่างแน่นอน ท่ามกลางความวุ่นวายและการปะทะคารมอันดุเดือดในโลกสีเทาอันตราย เธอต้องเผชิญหน้ากับความสับสนและหาทางพิสูจน์ความจริงให้ได้ ในขณะที่เขาคอยแต่จะยัดเยียดฐานะภรรยาให้เธอในทุกวินาที
ภาพปกนิยายเรื่อง สยบรักมาเฟีย
9.1
ความขัดแย้งที่ฝังรากลึกกว่าแปดสิบปีระหว่างสองตระกูลใหญ่แห่งโรมอย่างคอลิเอโน่และการ์เซียน่าได้ถูกจุดชนวนขึ้นอีกครั้งจากเหตุเพลิงไหม้คลังสินค้า ในช่วงเวลาที่การต่อสู้ทวีความรุนแรง ดอนมิคาเอลตัดสินใจเผชิญหน้ากับอันตรายรอบด้านเพื่อออกตามหาและคุ้มครองอนงค์นาง หญิงสาวผู้เป็นที่รักยิ่ง โดยไม่หวั่นเกรงต่ออำนาจของเฟรโด การเผชิญหน้าอย่างไม่เกรงกลัวนี้สร้างความโกรธแค้นจนนำไปสู่การสั่งเผาคฤหาสน์เพื่อตอบโต้ กลายเป็นจุดเริ่มต้นของโศกนาฏกรรมนองเลือดที่ผสมปนเปไปกับความรักอันยากจะหาทางสิ้นสุด
ภาพปกนิยายเรื่อง สยบรักร้าย นายคาสโนว่า (ภาค 2)
8.3
เมื่อวิวาห์ของเซ่นโซกับซิลผ่านพ้นไป เคร่า สาวรักสนุกผู้รักอิสระจึงเลือกเดินทางไปพักกายพักใจที่คลับของพี่ริชแมนในเม็กซิโก แม้จะมีหนุ่มๆ มากมายพยายามเข้ามาทำความรู้จักและขายขนมจีบ แต่เธอกลับปฏิเสธอย่างไร้เยื่อใย เพราะหัวใจเพิ่งผ่านพ้นความสัมพันธ์กับพี่วินมา แม้ภายหลังจะได้รับรู้ความจริงว่าเรื่องราวบาดหมางในอดีตล้วนเกิดจากแผนการร้ายของหญิงอื่นที่คอยเสี้ยมเสี้ยม ทว่าพฤติกรรมความเจ้าชู้ไม่รู้จักพอของพี่วินก็ทำให้เธอหมดความอดทนและหมดรักไปในที่สุด เคร่าจึงตัดสินใจหันหลังให้กับความเจ็บปวดในครั้งนั้น แล้วก้าวเดินออกมาเพื่อเริ่มต้นชีวิตใหม่ที่เป็นอิสระอย่างแท้จริง
ภาพปกนิยายเรื่อง ปราบรักร้ายนายมาเฟีย | พายุ x ชะเอม
9.6
เมื่อพายุ มาเฟียหนุ่มผู้ไร้ความรู้สึกเอ่ยปากตัดสัมพันธ์อย่างไม่ใยดี พร้อมสั่งห้ามไม่ให้ชะเอมเข้ามาข้องแวะในชีวิตเขาอีก ทว่าหญิงสาวกลับตอกกลับอย่างไม่ยอมแพ้ว่าผู้ชายแบบเขาก็ห่างไกลจากสเปกที่เธอจะนึกรักเช่นกัน แต่ทว่าภายใต้ท่าทีดื้อรั้นที่พยายามเข้าหาเขานั้น แท้จริงแล้วเธอกลับมีเหตุผลจำเป็นบางอย่างซ่อนอยู่ ซึ่งเป็นสิ่งบีบคั้นให้เธอไม่มีทางเลือก และต้องยอมทนเอาตัวเข้าไปใกล้ชิดกับมาเฟียสุดอันตรายคนนี้ในเกมความสัมพันธ์ที่หลีกเลี่ยงไม่ได้
ภาพปกนิยายเรื่อง เมียสวาททาสมาเฟีย
9.2
โชคชะตาของ นพวรรณ พังทลายลงในพริบตา เมื่อพ่อแม่ผู้ติดการพนันจนหมดตัวตัดสินใจส่งตัวเธอไปขัดดอกเพื่อชดใช้หนี้สินให้แก่ คิม ซีวาน มาเฟียหนุ่มลูกครึ่งไทย-เกาหลีผู้มีอำนาจล้นฟ้าและเป็นเจ้าของคาสิโนสุดหรู การก้าวเข้าสู่ขอบเขตอิทธิพลของเขาทำให้เธอต้องเผชิญหน้ากับความป่าเถื่อนทารุณที่แสนเจ็บปวดรวดร้าวราวกับตกนรกทั้งเป็น โดยถูกลดคุณค่าและปฏิบัติด้วยอย่างไร้ความปรานีไม่ต่างจากทาสคนหนึ่ง ท่ามกลางมรสุมชีวิตที่ไร้ทางออกนี้ เธอจะอดทนก้าวผ่านความทุกข์ทรมานแสนสาหัสไปได้อย่างไร และจะมีหนทางใดที่จะช่วยให้เธอสามารถหลบหนีไปจากกรงขังอันโหดร้ายของมาเฟียผู้นี้ได้สำเร็จ