APKDock Logo
รายชื่อตอน
แชร์
ภาพปกนิยายเรื่อง สุภาพบุรุษมาเฟีย   (วิลสัน-พุทธมิกา)

สุภาพบุรุษมาเฟีย (วิลสัน-พุทธมิกา)

เมื่อพุทธมิกา ครูสาวผู้รักอิสระได้พบกับวิลสันอีกครั้ง หัวใจของเธอกลับต้องแตกสลาย เพราะมาเฟียหนุ่มที่เธอเฝ้ารอคอยมาตลอดกลับปฏิเสธอย่างไร้เยื่อใยว่าไม่เคยรู้จักเธอ แถมเขายังปรากฏตัวพร้อมกับครอบครัว แม้เบื้องหน้าวิลสันจะเป็นสุภาพบุรุษมาเฟียผู้แสนดีและอ่อนโยน แต่เบื้องหลังเขากลับมีความเด็ดขาดพร้อมทำลายศัตรูให้สิ้นซาก โชคชะตานำพาให้ครูอาสาบนดอยห่างไกลและเจ้าพ่อแห่งทริปเปิลวิลล์ต้องมาเผชิญหน้ากันอีกหน ท่ามกลางความลับและพันธนาการอันซับซ้อนที่กลายเป็นจุดเริ่มต้นของบทพิสูจน์ความรักและความแค้นที่ไม่มีใครหลีกเลี่ยงได้
รายชื่อตอน
แชร์

ตอน 2

"เขาเป็นอะไรมากไหมครูพุทธ"

"หน้าเขาซีดมากเลยนะครู"

"น่าสงสารจังเลยพ่อคุณ ยังหนุ่มยังแน่น เป็นฝรั่งเสียด้วย"

"พวกเราลองไปดูรอบ ๆ หรือยังว่ายังมีคนอื่นอีกไหม?"

"ครูพุทธช่วยเขาได้ไหม เขายังไม่ตายนะครู"

ผมได้ยินเสียงจ้อกแจ้กจอแจดังแว่วมาในโสตประสาท แต่ไม่สามารถขยับร่างกายหรือลืมตาได้

นี่ผมเป็นอะไร?

ผมอยู่ที่ไหน?

แล้วผมตายหรือยัง?

คำถามต่าง ๆ มากมายผุดเข้ามาในมโนสำนึก แล้วภาพเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ก็ไหลเข้ามาในความทรงจำ ผมจำได้ว่าถูกยิงจนรถเกิดอุบัติเหตุพลิกคว่ำแล้วไอ้จอนนี่กระเด็นออกจากนอกรถไป หลังจากนั้นผมก็ไม่รู้อะไรอีกเลย จนกระทั่งมาได้ยินเสียงคนพูดคุยกันอยู่ในขณะนี้

"ดูเหมือนเขาจะรู้สึกตัวแล้วนะครูพุทธ"

ครูพุทธอีกแล้ว? ใครคือครูพุทธ?

"หนูดูจากสภาพภายนอกแล้วเขาไม่น่าจะเป็นอะไรมากนะลุงแสง กระดูกไม่ได้หัก โชคดีที่รถคันนี้มีระบบรักษาความปลอดภัยอย่างดีเลยทำให้เขาบาดเจ็บน้อยกว่าที่ควรจะเป็น แต่เราต้องรอให้เขาฟื้นก่อน เพราะไม่รู้ว่าสมองได้รับการกระทบกระเทือนอะไรมากไหม หนูให้นายเขียวไปเตรียมเปลแล้วค่ะ เราต้องย้ายเขาเข้าหมู่บ้านโดยให้เขากระทบกระเทือนน้อยที่สุด"

เสียงของผู้หญิงคนหนึ่งดังขึ้น ถึงแม้ว่าผมจะไม่เห็นหน้า แต่แค่ฟังเสียงดูก็คิดว่าเธอน่าจะเป็น "ครูพุทธ" ที่ใคร ๆ เรียกชื่อกัน เพราะดูแล้วเธอมีความรู้ในเรื่องการปฐมพยาบาลพอสมควรและที่สำคัญ เสียงของเธอไพเราะกินใจผมมาก

---------------

"คุณ..คุณคะ ได้ยินเสียงของฉันไหม"

ผมได้ยินเสียงหวาน ๆ ที่ผมเคยได้ยินเมื่อคราวก่อนดังขึ้นข้าง ๆ หู เธอเอ่ยถามผมเป็นภาษาอังกฤษ คงเป็นเพราะเห็นว่าผมเป็นชาวต่างชาติ ผมยิ่งมั่นใจว่าเธอคือครูพุทธ ที่คนอื่น ๆ เขาเรียกชื่อกัน

"นะ..น้ำ.. ผมขอน้ำหน่อย" ผมเอ่ยขอน้ำดื่มจากเธอเพราะรู้สึกคอแห้งเหลือกำลัง

"อ้อ.. คุณพูดภาษาไทยได้เหรอคะ รอสักครู่นะคะ" เสียงเธอกล่าวตอบรับพร้อมกับเสียงก็อก ๆ แก๊ก ๆ และเสียงน้ำตกกระทบภาชนะดังขึ้น ผมค่อย ๆ ลืมตาขึ้นมาอย่างยากลำบากเพราะรู้สึกแสบตากับแสงจ้าที่ส่องเข้ามา

"ค่อย ๆ ลุกนะคะคุณ" เสียงของเธอเอ่ยบอกผม และช่วยประคองร่างของผมให้ลุกขึ้นมานั่งเพื่อให้ดื่มน้ำได้สะดวก

"ค่อย ๆ จิบก่อนนะคะ อย่าเพิ่งดื่มเยอะเดี๋ยวจะสำลักเอาได้" ผมลืมตาขึ้นมาก็มองเห็นขันน้ำใบเล็ก ๆ กำลังจ่ออยู่ที่ปากพอดี จึงค่อย ๆ ดื่มน้ำโดยมีเธอป้อนให้ เมื่อดื่มน้ำเสร็จแล้วก็รู้สึกดีขึ้นกว่าเดิมแต่รู้สึกปวดเมื่อยเนื้อตัวเหลือกำลัง

"เป็นยังไงบ้างคะ เจ็บตรงไหนบ้างหรือเปล่า?" เสียงเอ่ยถามผมอีกครั้ง ทำให้ผมที่กำลังก้มหน้าก้มตาอยู่ค่อย ๆ เงยหน้าขึ้นมามองเธอ แล้วสิ่งที่อยู่ตรงหน้าของผมตอนนี้ก็ทำให้ผมถึงกับตกตะลึงจนลืมความเจ็บปวดไปชั่วขณะ

ภาพที่อยู่ตรงหน้า คือผู้หญิงสาวคนหนึ่งอายุราวๆ 22-23 ปี ใบหน้าเรียวรูปไข่ ผมยาวประบ่า ดวงตากลมโตสีน้ำตาลเข้มที่ประดับด้วยแพขนตาดกหนา คิ้วโค้งสวยรับกับจมูกโด่งเล็ก และริมฝีปากกระจับสีชมพูระเรื่อ ผิวของเธอขาวอมชมพูจนเห็นได้ชัดว่าแก้มนวลนั้นสุกปลั่งจากเลือดฝาดตามธรรมชาติโดยไม่ได้แต่งเติมใด ๆ ผมนั่งจ้องมองเธออยู่เนิ่นนานโดยลืมคำถามของเธอไปเสียสิ้น

"คุณ..คุณคะ? ได้ยินฉันหรือเปล่า"

"อ่อ..ครับ" ผมรีบขานตอบกลับเธอไปทันทีที่ได้สติ แต่ก็ยังไม่วายที่จะจ้องมองใบหน้าสวย ๆ และปากกระจับได้รูปนั้นไม่วางตา

"คุณเกิดอุบัติเหตุทางรถยนต์ แล้วตกลงมา จำได้ไหมคะ?" เธอเอ่ยถามพร้อมกับคลี่ยิ้มบาง ๆ มาให้ ... น่ารักจัง

"จะ..จำไม่ได้ครับ" ผมตัดสินใจบอกไปแบบนั้นเพราะอยากรู้ว่าเธอจะพูดอย่างไรต่อ ร่างเล็กขยับเข้ามาใกล้มากกว่าเดิมเล่นเอาหัวใจของผมเต้นรัวเป็นกลองเพล

"คุณเพิ่งฟื้นขึ้นมาอย่าเพิ่งนั่งนานดีกว่านะคะ เดี๋ยวจะเวียนหัวเอาได้" เธอขยับตัวเข้ามาช่วยพยุงให้ผมนอนลงอย่างแผ่วเบา ใบหน้าเล็กของเธออยู่ใกล้กับใบหน้าผมจนรับรู้ถึงลมหายใจของกันและกัน กลิ่นหอมอ่อน ๆ จากตัวของเธอกระทบเข้ากับปลายจมูกโด่ง เล่นเอาเลือดลมของผมพลุ่งพล่าน แต่เธอคงไม่รู้อะไรหรอก มีแต่ผมนี่แหละที่เผลอคิดไปไกลโดยที่ไม่เคยรู้สึกแบบนี้กับใครมาก่อน

"ฉันชื่อพุทธมิกานะคะ หรือจะเรียกว่าพุทธก็ได้ค่ะ แล้วคุณชื่ออะไร"

พุทธมิกา.... ชื่อเพราะมาก

"ผมชื่อ.. เอ่อ วิลล์ครับ"

"ชื่อวิลล์เฉย ๆ หรือว่ามีคำอื่นต่อท้ายอีกคะ?"

"เอ่อ.. ผมจำได้แค่ชื่อวิลล์" ผมตัดสินใจบอกเธอไปแบบนั้น ด้วยไม่อยากเปิดเผยตัวเองให้คนอื่นรู้ในตอนนี้เพราะไม่รู้ว่าพวกที่มันประสงค์ร้ายกับผมมันเป็นพวกไหน ต้องการอะไร ถ้าหากพวกมันอยากจะเก็บผมและรู้ว่าผมยังไม่ตายมันก็อาจจะตามมาจัดการ จนทำให้คนที่นี่เดือดร้อนไปด้วยก็ได้ ผมเลยจำเป็นต้องปิดบังตัวตนที่แท้จริงเอาไว้ก่อน เธอมีสีหน้าตกใจเล็กน้อย แต่พักหนึ่งเธอก็ปรับสีหน้าเป็นปกติแล้วส่งยิ้มหวานให้กับผม .. รู้ไหมว่ามันน่ารักขนาดไหน

"ไม่เป็นไรค่ะ คุณตกลงมาจากเหวที่สูงเกือบสองร้อยเมตร โชคดีมากเลยที่คุณไม่เป็นอะไรมาก ตอนนี้คุณอาจจะยังมึนงงอยู่บ้าง อีกเดี๋ยวก็จะดีขึ้นเอง ไม่ต้องกังวลนะคะ" เธอปลอบใจผมพร้อมกับยกถาดอาหารมาวางไว้บนโต๊ะใกล้ ๆ กับเตียงที่ผมนอนอยู่

"ทานข้าวต้มหน่อยนะคะ จะได้มีแรง" เธอพูดพร้อมกับยกชามข้าวต้มร้อน ๆ นั้นขึ้นมาแล้วคนไปมาเพื่อไล่ความร้อน กลิ่นข้าวต้มกระทบปลายจมูกเล่นเอาท้องผมร้องประท้วงด้วยความหิว

"ที่นี่อยู่บนเขา ห่างจากในเมือง เลยไม่ค่อยมีเนื้อสัตว์ให้ทาน นอกจากเนื้อปลาค่ะ แต่ถ้าเป็นพวกเนื้อหมูเนื้อวัวก็จะมีแบบตากแห้งและทำเค็มไว้ทานได้นาน ๆ แต่ฉันเห็นว่าคุณเพิ่งฟื้น ไม่เหมาะจะทานอาหารที่ย่อยยาก เลยทำข้าวต้มปลามาให้แทน คุณทานได้ไหมคะ?

"ทานได้ครับ แต่ผมปวดกล้ามเนื้อไปหมด เหมือนจะไม่ค่อยมีแรง"

"ถ้าอย่างนั้นเดี๋ยวฉันป้อนให้ก็ได้ค่ะ เสร็จแล้วจะได้ทานยา" ผมยิ้มแล้วกล่าวขอบคุณ เธอส่งยิ้มให้พร้อมกับตักข้าวต้มในชามมาเป่าไล่ความร้อนแล้วค่อย ๆ จ่อมันที่ปากของผม ผมอ้าปากรับอย่างเต็มใจ ข้าวต้มมื้อนี้ถึงแม้จะไม่ได้มีหมู ไก่ หรือกุ้งตัวโตๆ อย่างที่ผมเคยทาน แต่มันกลับเป็นข้าวต้มที่อร่อยที่สุดเท่าที่ผมเคยทานมาเลยทีเดียว

Write Talk: แหม... ร้ายไม่เบาเลยนะพี่วิลล์ ขนาดป่วยแบบนี้ยังมีแรงอ้อนสาวอีกนะ น่าหยิกชะมัด

คุณอาจจะชอบ

ภาพปกนิยายเรื่อง ประมูลรักพันธะนายมาเฟีย
8.6
เมื่อโชคชะตาเล่นตลกจนไร้ทางเลี่ยง เบลล่า ฟรานเซนโก้ นางแบบสาวสุดฮอตจึงต้องก้าวเข้าสู่โลกมืดอันแสนอันตรายของ ซีนอล ออตโตนี มาเฟียผู้ทรงอิทธิพลและทรงอำนาจที่สุดในลากูน แม้ชายหนุ่มจะขึ้นชื่อเรื่องความไร้หัวใจและหวงแหนความเป็นส่วนตัวมากเพียงใด แต่เขากลับยอมทลายกฎเกณฑ์ของตัวเองเพื่อปกป้องและช่วยเหลือเธอ ท่ามกลางศึกแย่งชิงอำนาจและอันตรายรอบด้าน พันธะรักครั้งนี้ที่เริ่มต้นขึ้นจากการประมูลและความจำเป็นของทั้งสองฝ่าย จะนำพาทั้งคู่ไปสู่บทสรุปสุดท้ายที่ไม่มีใครคาดคิดในโลกมาเฟียอันดุดัน
ภาพปกนิยายเรื่อง มาเฟียร้ายพ่ายรัก
8.6
ภายใต้รอยยิ้มแสนอบอุ่นและท่าทีอันอ่อนโยนที่แสดงให้คนภายนอกเห็น ชายหนุ่มผู้แสนดีคนนี้กลับซ่อนตัวตนที่แท้จริงในฐานะมาเฟียผู้ทรงอิทธิพลและน่าเกรงขามเอาไว้อย่างมิดชิด ความลับอันดำมืดที่ถูกปกปิดด้วยภาพลักษณ์อันงดงามกำลังเผชิญหน้ากับความท้าทายในโลกสีเทาที่เต็มไปด้วยเล่ห์เหลี่ยมและอันตรายรอบด้าน เมื่อหน้ากากแห่งความใจดีเริ่มสั่นคลอนและรอวันถูกเปิดเผย ความจริงที่ไม่มีใครคาดคิดนี้พร้อมจะทำลายล้างทุกความเชื่อใจของผู้คนรอบข้างลงในพริบตา
ภาพปกนิยายเรื่อง บ่วงรักเทพบุตรมาเฟีย (ซีรีย์ชุดมาเฟียที่รัก)
9.3
ราเฟเอล มาเฟียหนุ่มผู้ทรงอิทธิพลจากอิตาลี เดินทางมายังประเทศไทยเพื่อจัดการเรื่องอัฐิของมารดาพร้อมวางแผนขยายเครือข่ายธุรกิจฟอกเงิน ขณะเดียวกัน กีณริน หญิงสาวที่ต้องการเจรจาเรื่องที่ดินของลุงตัดสินใจปลอมตัวเป็นหญิงบริการเพื่อเข้าหาเขา ทว่าเธอกลับต้องตกใจเมื่อพบว่าเป้าหมายไม่ใช่ชายแก่ แต่เป็นมาเฟียหนุ่มผู้ไร้ความเชื่อในรักแท้ แม้ราเฟเอลจะพยายามควบคุมเกมความสัมพันธ์ครั้งนี้ให้เป็นเพียงเครื่องมือต่อรองทางธุรกิจ แต่สุดท้ายเขากลับเป็นฝ่ายตกหลุมรักและติดบ่วงหัวใจตัวเองอย่างไม่อาจถอนตัว
ภาพปกนิยายเรื่อง ทาสรักพญามังกร
8.7
เมื่อความปลอดภัยของครอบครัวถูกคุกคาม สรัญรัตน์จึงไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากยอมทอดกายให้ หยางโจวหมิง มาเฟียผู้ทรงอิทธิพลและเย็นชาแห่งเกาะฮ่องกง ชายหนุ่มผู้กุมชะตาชีวิตของเธอไว้ในมือ ท่ามกลางความกดดันและความสูญเสียศักดิ์ศรี หญิงสาวจำต้องเปลื้องชุดกี่เพ้าออกช้าๆ ต่อหน้าเขาด้วยหยาดน้ำตา ขณะที่พญามังกรหนุ่มจ้องมองร่างงามด้วยความปรารถนาอันแฝงไปด้วยความเหยียดหยาม แม้หัวใจของเธอจะบอบช้ำและเจ็บปวดเพียงใด ทว่าสรัญรัตน์ก็ไม่อาจดิ้นรนให้พ้นจากโซ่ตรวนเสน่หาที่เขาจงใจสร้างขึ้นเพื่อตีตราและครอบครองตัวเธอได้เลย
ภาพปกนิยายเรื่อง เก็บรักมาเฟีย
8.1
"โดมินิก" จะทำยังไงดี คนที่คิดว่าตัวเองตัวคนเดียวไม่มีใครมาตลอด แต่มาวันนี้กลับต้องมามีลูก ใช่ "ลูก" แถมลูกก็อายุ 7 ขวบแล้ว และแม่ของลูกก็ปิดบังเขามาตลอด ทั้งโกรธทั้งโมโหและพิศวาสแม่ของลูก แล้วจะทำยังไงดีเมื่อลูกก็อยากได้ แม่ของลูกก็อยากได้ เขาต้องได้ทั้งสองอย่างไม่มีทางยอมเสียอย่างใดอย่างหนึ่งแน่ "กันตา" เพราะความผิดพลาดในอดีตถึงทำให้เธอมีอีกหนึ่งชีวิตต้องดูแล "กันติชา" หรือ "น้องเดียร์" ลูกสาววัย 7 ขวบที่เธอเลี้ยงดูมาตลอด แต่พอมาวันนี้โชคชะตากลับเล่นตลกทำให้เจอกับพ่อของลูก และแน่นอนว่าเขาอยากได้ลูกของเธอไปอยู่ด้วย แล้วแม่อย่างจะทำยังไงล่ะ จากที่ต้องห่วงลูกกลัวเขาพาลูกหนียังต้องระแวงกลัวว่าเขาจะขมเหงตัวเองด้วย ศึกหนักแบบนี้เธฮจะทำยังไง ก็เขามันมาเฟียเถื่อน แถมหื่นเข้าเส้นอีกต่างหาก ********** “แด๊ดดี้ขา แด๊ดดี้มีน้องให้น้องเดียร์ได้ไหมคะ” “อืม...ว่าไงนะคะน้องเดียร์” โดมินิกไม่เข้าใจคำขอของลูกสาว วันนี้มาแปลก เล่นเอาคนที่กำลังนั่งหน้าตึงอยู่ในรถที่กำลังแล่นบนถนนถึงกับเลิกคิ้วขึ้นทันที “แด๊ดดี้มีน้องให้น้องเดียร์ได้ไหมคะ น้องเดียร์อยากมีน้องเหมือนเพื่อนที่โรงเรียนค่ะ นะคะ น้องเดียร์อยากมีเพื่อนเล่นที่บ้าน” “แด๊ดดี้มีให้ได้ครับ แต่ต้องขึ้นอยู่กับแม่แก้มของน้องเดียร์ด้วยว่าจะยอมมีน้องให้น้องเดียร์รึเปล่า” เสียงอ่อนโยนของมาเฟียหนุ่มส่งกลับมาในสาย “แม่แก้มรักน้องเดียร์ แม่แก้มต้องยอมมีน้องให้น้องเดียร์แน่นอนค่ะ แด๊ดดี้ขา น้องแก้มไม่อยู่นะคะวันหยุดสองวันนี้ คุณปู่และคุณย่าจะพาไปเที่ยวเกาะส่วนตัวที่ฮาวายค่ะ และถ้าน้องเดียร์กลับมาจากเที่ยว น้องเดียร์ต้องได้น้องนะคะ” “น้องนะคะน้องเดียร์ ไม่ใช่ของเล่นนะคะที่จะได้ขอแล้วก็มาเลย แด๊ดดี้ขอเวลาไม่นานนะคะ แด๊ดดี้จะทำน้องน่ารักๆ เหมือนน้องเดียร์ให้นะคะ” “สัญญานะคะ” “สัญญาลูกผู้ชายครับ” ********* “อย่ามาแตะต้องตัวฉันคุณโดม” มือเล็กปัดมือใหญ่ออกจากแก้มนวลของตัวเอง “ผมก็จับ ก็จูบ ก็หอม ก็ดูดของผมทุกคืนตอนคุณหลับ ทำไมผมจะทำไม่ได้ตอนคุณรู้สึกตัวแบบนี้แก้ม” “สารเลว!” หึ! “ผมยังดีกว่าไอ้โทนี่ก็แล้วกันแก้ม” “คุณเลวกว่าเขาต่างหากล่ะคุณโดม คุณทำให้ฉันมีแผลในใจมาแล้วในครั้งอดีต คุณยังเลือกจะทำแบบนั้นอีกเหรอ ถ้าคุณข่มเหงฉัน ฉันจะเกลียดคุณกว่าเดิม” “แล้วผมต้องสนใจไหม เพราะผมแค่ต้องการ ผมไม่ได้ต้องการความรักจากคุณเลยแก้ม ผมแค่อยากได้คุณเท่านั้น พอผมเบื่อ ผมก็จะไม่แตะต้องคุณเองคนสวย” มือหยาบกร้านลูบไล้มายังลำคอระหงแล้วโน้มหน้าลงไปหายใจรดใบหน้าสวยชื้นเหงื่อของเธอแล้วพูดต่อ... “ผมแค่อยากได้คุณเท่านั้นแก้ม ไม่ได้คิดจะรักหรือต้องการความรักจากคุณ ถ้าจะเกลียดก็เชิญตามสบาย และถ้าจะมีน้องให้น้องเดียร์อีกคน คุณก็ต้องเป็นแม่ เพราะคุณเลี้ยงน้องเดียร์มาดีและสอนแกมาดียังไง คุณก็ต้องเลี้ยงลูกคนที่สองของผมได้ดีแน่นอนแก้ม” “ฉันเกลียดคุณ...ถุย!” กันตาถุยน้ำลายใส่คนตรงหน้า หาได้หวาดกลัวสายตาดุดันของมาเฟียหนุ่มเลยสักนิด เพราะตอนนี้หล่อนรู้แล้วว่าตัวเองหมดทางหนีรอดแล้ว “อ่า...รู้ไหมว่าคุณเป็นคนแรกที่ตบผม และมาตอนนี้ยังถุยน้ำลายใส่หน้าผมอีก” โดมินิกผละมือจากลำคอระหงมาลูบน้ำลายที่เปื้อนหน้าผากตัวเองมาหยุดอยู่ที่ปากหนาแล้วก็แตะปลายลิ้นกับคราบน้ำลายนั้น “ผมไม่รังเกียจหรอกนะ เพราะตอนจูบกัน ผมก็ต้องกินน้ำลายคุณอยู่ดีแก้ม อ่า...” จบประโยคก็ลากปลายลิ้นถูไถไปมากับฝ่ามือของตัวเอง “ไอ้มาเฟียโรคจิต!” “ขอบคุณที่ชมผมนะแก้ม และผมจะทำให้คุณดูว่าผมโรคจิตหรือเปล่า” เมื่อพูดจบโดมินิกก็โน้มหน้าลงทาบทับริมฝีปากหนาของตัวเองกับริมฝีปากสีระเรื่อของกันตา ทันทีที่ได้ทาบทับเขาก็บดจูบคลอเคลียสอดแทรกปลายลิ้นสากเข้าไปในโพรงปากเล็กที่กำลังเผยออ้าจะร้องค้าน และจังหวะนั้นเองที่เขาได้ดันปลายลิ้นตัวเองเข้าไปในปากหวานของกันตา “อ่ะ...อื้อ...” ***********
ภาพปกนิยายเรื่อง ซีรีส์รอยรักกลางเพลิงแค้น
8.5
เมื่อการแต่งงานที่ถูกยัดเยียดท่ามกลางสงครามมาเฟีย บีบให้เธอต้องตัดสินใจหลบหนีเพื่อทวงคืนเสรีภาพ ทว่าในเส้นทางอันตรายที่ไร้ทางออก มีเพียงทายาทมาเฟียผู้ไร้ความปรานีคนนี้เท่านั้นที่ยอมเดิมพันด้วยชีวิตเพื่อคุ้มครองเธอ จากความเกลียดชังและไฟแค้นของสองตระกูลที่กำลังปะทุ ความผูกพันอันลึกซึ้งกลับค่อยๆ ก่อตัวขึ้นอย่างเงียบเชียบ ท่ามกลางอันตรายรอบด้าน อ้อมอกของชายหนุ่มผู้เย็นชากลายเป็นเพียงเซฟโซนเดียวที่มอบความอบอุ่นให้แก่เธอ ร่วมลุ้นไปกับบทสรุปความรักที่ต้องแลกมาด้วยเลือดและคราบน้ำตา