APKDock Logo
รายชื่อตอน
แชร์
ภาพปกนิยายเรื่อง รักละมุนของนายโดดเดี่ยว

รักละมุนของนายโดดเดี่ยว

โชคชะตานำพาคนสองคนที่มีบาดแผลในชีวิตให้มาพบกัน ชายหนุ่มผู้เติบโตมาอย่างอ้างว้างและมีหัวใจอันแสนบอบช้ำจากการต้องใช้ชีวิตเพียงลำพัง ได้โคจรมาพบกับเด็กสาวร่างกายพิการที่เดินไม่ได้ แม้เธอจะต้องเผชิญกับอุปสรรคอันแสนสาหัสในชีวิต แต่เธอกลับมีความมุ่งมั่นและไม่เคยย่อท้อต่อโชคชะตาอันโหดร้ายนี้เลยแม้แต่น้อย การพบกันของทั้งคู่จึงกลายเป็นจุดเริ่มต้นของความผูกพันอันแสนอบอุ่น ที่จะช่วยเยียวยาและเติมเต็มเศษเสี้ยวความรู้สึกที่ขาดหายไปในใจของกันและกันได้อย่างลึกซึ้ง
รายชื่อตอน
แชร์

ตอน 2

ชายหนุ่มในชุดสีขาวสะอาดตานั่งอยู่หลังพวงมาลัยรถยุโรปคันโต การจราจรยามเย็นแถวย่านธุรกิจก็ติดขัดเหมือนทุกวันแถมวันนี้คงจะนิ่งเป็นพิเศษเพราะฝนเริ่มโปรยลงมาแล้วทั้งที่มันเป็นกลางเดือนธันวาคม สัญญาณไฟสีเขียวบนเสาที่ห่างไปไม่ไกลนักไม่ได้ทำให้รถที่รออยู่เคลื่อนตัวแม้แต่นิดเดียว

เขากดปุ่มแล้วเสียงเพลงก็ดังขึ้นมาหลังจากกดอีกสองสามครั้งก็ได้ยินเสียงดีเจที่คุ้นเคยแล้วเขาก็หันไปสนใจการขับขี่เหมือนเดิมถึงแม้มันจะยังไม่ขยับไปไหนเลยก็ตาม

เสียงจากวิทยุ

ดีเจ: สวัสดีค่ะน้องส้มใช่ไหมคะ ขออนุญาตเรียกน้องนะคะเพราะทีมงานบอกว่าเพิ่งอายุสิบห้าเอง

ผู้ฟัง: ได้ค่ะพี่สร้อย

ดีเจ: วันนี้เห็นว่าจะปรึกษาเรื่องที่แอบชอบรุ่นพี่ ช่วยเล่าให้ฟังคร่าวๆ ได้ไหมคะ

ผู้ฟัง: เขาเป็นรุ่นพี่ค่ะอยู่ ม. หก ส้มอยู่ ม. สาม สมมติว่าเขาชื่อพี่เอนะคะ พี่เอชอบมาคุยด้วยตอนพักกลางวัน บางทีก็มาดักรอหน้าประตูตอนเลิกเรียนแล้วก็เดินไปป้ายรถเมล์พร้อมกัน…………..

พิรุณฟังได้เพียงแค่นั้นแล้วสมองก็หลุดลอยไป เสียงของเด็กในวิทยุหวานใสเหมือนคนไข้ที่มาวันนี้ไม่มีผิด ถ้าเธอได้เข้าเรียนเหมือนคนวัยเดียวกันก็คงจะมีเรื่องรักๆ ให้หัวใจปั่นป่วนแน่นอนเพราะเธอไม่ใช่คนขี้เหร่เลยต้องบอกว่าน่ารักมากด้วยซ้ำไป เธอเป็นสาวน้อยที่แสนสดใสมองทุกอย่างในแง่ดีเวลาเธอยิ้มเหมือนโลกทั้งใบก็จะยิ้มไปกับเธอด้วยและตรงนี้เองคือหน้าที่ของเขา คนไข้บางคนแกล้งทำว่าไม่เสียใจไม่ทุกข์ร้อนกับความป่วยไข้ที่เป็นเพื่อไม่ให้คนรอบตัวต้องกังวลการทำแบบนั้นนานๆ จะส่งผลเสียทั้งด้านจิตใจและร่างกายในระยะยาว

“ปิ๊นนนนน” เสียงแตรจากรถคันหลังปลุกให้พิรุณหลุดจากภวังค์เขารีบเข้าเกียร์แล้วออกรถทันที

พิรุณกลับมาถึงบ้านเกือบสามทุ่มเขาติดอยู่บนถนนสามชั่วโมงเต็มทั้งที่บ้านไม่ได้ไกลจากที่ทำงานเลยครั้นจะพึ่งขนส่งมวลชนมันก็หนาแน่นเบียดเสียดเหลือเกินเขาไม่ชอบคนเยอะๆ ไม่อยากไปเริ่มงานด้วยเหงื่อท่วมตัว

ชายหนุ่มถอดเสื้อสีขาวออก พิรุณมีแผงอกกำยำและกล้ามแขนเป็นมัดๆ เขาเป็นนักกายภาพบำบัดต้องใช้ร่างกายและความแข็งแรงในการทำงาน เขาต้องพยุง ประคอง บางครั้งก็ต้องอุ้มคนไข้เขาจึงต้องออกกำลังสม่ำเสมอไม่ปล่อยให้ร่างกายอ่อนแอเพราะมีคนไข้อีกมากมายที่เขาต้องรักษา

ปกติถ้ากลับถึงบ้านไม่ค่ำนักเขาจะอาบน้ำก่อนแล้วค่อยกินมื้อเย็นแต่วันนี้เลยเวลามาเป็นชั่วโมงเขาจึงเริ่มทำอาหารก่อนเพราะท้องมันร้องโครกครากไปหมดแล้ว ข้อดีของการอยู่คนเดียวก็คือจะทำอะไรตอนไหนก็ได้อยากกินอะไรก็ไม่ต้องปรึกษาใครแต่บางครั้งก็เหงาเหมือนกัน

พิรุณเคยมีแฟนเพียงคนเดียวคือตอนที่เรียนมหาวิทยาลัยเมื่อใกล้จะเรียนจบเขากับเธอก็วางแผนเรื่องแต่งงานแต่ก็ล่มไม่เป็นท่าเพราะพ่อแม่ฝ่ายหญิงไม่ยอมรับคนไม่มีหัวนอนปลายเท้าหรือจะเรียกให้สั้นๆ ก็คือคนจน ชายหนุ่มไม่โทษคนรักที่ทิ้งไปเพราะถ้าเธอเลือกเขาแต่ต้องตัดขาดกับที่บ้านเขาก็ไม่มีความสุขเช่นกัน พิรุณกับคนรักจากกันด้วยดีและผ่านมาหลายปีแล้วเขาก็ไม่เคยรักใครอีกเลย

ข้าวในกระทะส่งกลิ่นหอมฉุยแต่เขากลับไม่ได้กลิ่นเป็นอีกครั้งที่สมองคิดอะไรไปเรื่อยเปื่อยตอนแรกก็เรื่องแก้วตาหญิงสาวอดีตคนรักแล้วอยู่ๆ ภาพใบหน้าหวานซึ้งของเด็กสาวคนนั้นก็โผล่เข้ามารบกวนจิตใจอีกแล้ว เขาทำงานมาสามปีใกล้ชิดกับคนไข้มานับไม่ถ้วนแต่ไม่เคยเก็บเอาใครมาคิดถึงนอกเวลางานเลยสักคน

ยามที่เธอพูดมันมีแววของความประหม่าและเขินอายอยู่ข้างในแต่เธอก็พยายามเก็บมันเอาไว้ซึ่งมันดูน่ารักดี คนไข้บางส่วนจะเหนื่อยหน่ายและไม่ให้ความร่วมมือและอีกส่วนนั้นเลวร้ายกว่าคือคนไข้จอมพยศไม่รับฟังอะไรแต่เด็กสาวคนนั้นคือคนไข้ในฝันเธอตอบทุกคำถามด้วยความตั้งใจ ให้รายละเอียดมากที่สุดเท่าที่จะมากได้ซึ่งทั้งหมดเป็นประโยชน์ต่อตัวเธอทั้งสิ้นยิ่งได้ข้อมูลมากเท่าไหร่การบำบัดก็จะยิ่งให้ผลที่น่าพอใจมากขึ้นเช่นกัน

ช่วงที่ต้องตรวจร่างกายส่วนที่บำบัดก็คือขามันทำให้เขาเหงื่อแตกพลั่กแถมมือไม้ก็สั่นไปหมด เธออายุสิบเก้าปีเพิ่งเป็นสาวเต็มตัวส่วนสัดเรือนร่างจึงสวยงามเป็นธรรมดาถึงแม้เธอจะใส่เสื้อผ้าไม่โชว์เนื้อหนังแต่การสัมผัสและใกล้ชิดแบบถึงเนื้อถึงตัวก็ทำให้เห็นและจินตนาการได้ไม่ยากนักแต่สิ่งหนึ่งที่รบกวนสมาธิในการทำงานที่สุดก็คือกลิ่นหอมอ่อนๆ จากเธอ เขาไม่รู้ว่ามันมาจากเส้นผม ผิว หรือว่าส่วนไหนมันหอมละมุนเหมือนกลิ่นดอกไม้ที่เขาก็ไม่รู้ว่าดอกอะไรแต่มันหอม อ่อนหวาน พาให้จิตใจล่องลอย

“เฮ้ย !” กลิ่นหอมละมุนของตุลยดายังคงติดอยู่ที่ปลายจมูกของพิรุณแต่ตอนนี้มีเพียงกลิ่นเดียวที่เขาต้องกำจัดให้หมดไปก็คือกลิ่นข้าวผัดไหม้

“อะไรวะ” พิรุณถามตัวเองด้วยความงุนงง สองครั้งแล้วที่เขาใจลอยคิดถึงเด็กคนนั้นการพบกันแค่ช่วงสั้นๆ สร้างความปั่นป่วนให้หัวใจและสมองของเขาอย่างน่าประหลาด

“เราก็แค่เป็นห่วงเธอในฐานะคนไข้แหละ” ชายหนุ่มพึมพำกับตัวเองและจัดการเทข้าวดำปี๋ลงถังขยะ เขาหยิบอาหารแช่แข็งออกมาหนึ่งกล่องแล้วยัดใส่ไมโครเวฟ ระหว่างที่รอก็ยังไม่วายคิดถึงรอยยิ้มแสนสดใสของคนไข้รายล่าสุด

คุณอาจจะชอบ

ภาพปกนิยายเรื่อง ข้ามฟ้ามาเจอรัก
8.9
เมื่อโชคชะตาลิขิตให้คนสองขั้วที่อยู่ห่างไกลกันคนละซีกโลกต้องมาพานพบ ดรูฟ บราฮิม อาร์นาฟ การ์ซานฟาร์ ชายหนุ่มผู้แสนเย็นชาและเงียบขรึมประดุจขุนเขาหิมะ เขาคือผู้ที่พร้อมทำทุกอย่างอย่างไร้ความปรานีเพื่อให้ได้ในสิ่งที่ต้องการ โดยนิยามตัวเองว่าเป็นคนเลวทรามทว่าเชี่ยวชาญเรื่องบนเตียงอย่างยิ่ง ต้องมาพบกับ เดือนเมษา หญิงสาวผู้เปี่ยมด้วยความสดใส เฉลียวฉลาด และพูดเก่ง เสน่ห์อันเหลือล้นพร้อมรอยยิ้มพิมพ์ใจของเธอทำให้ใครต่อใครต่างตกหลุมรักจนกลายเป็นที่อิจฉาของหญิงสาวคนอื่น ๆ นี่คือจุดเริ่มต้นของการโคจรมาเจอกันระหว่างความมืดมิดและแสงสว่างท่ามกลางระยะทางที่ขวางกั้น
ภาพปกนิยายเรื่อง สิงหราชคนใจร้าย
8.6
เมื่อความกตัญญูบีบคั้นให้ไร้ทางเลือก ลินินจึงต้องจำยอมลดเกียรติของตัวเองลงไปอยู่ในสถานะคู่นอนของสิงหราช ชายหนุ่มผู้แสนเย็นชาและไร้ความปรานีอย่างที่สุด การตัดสินใจครั้งสำคัญที่สร้างความขมขื่นใจนี้ มีเพียงเหตุผลเดียวคือเพื่อตอบแทนพระคุณของผู้ที่เคยชุบเลี้ยงและให้ที่พักพิงแก่เธอมาโดยตลอด แม้ว่าการปรนนิบัติคนใจร้ายเช่นเขาจะต้องแลกมาด้วยความเจ็บปวดและสูญเสียศักดิ์ศรีมากเพียงใด หญิงสาวก็จำเป็นต้องกล้ำกลืนฝืนทนต่อสู้กับความโหดร้ายนั้น เพื่อรักษาพันธะแห่งความกตัญญูต่อผู้มีพระคุณไว้จนถึงที่สุด
ภาพปกนิยายเรื่อง ทาสสวาทรักต้องห้าม
9.2
หากย้อนเวลาได้ เมษาคงไม่ปล่อยให้ชีวิตพังทลายเช่นนี้ ท่ามกลางความจริงที่ไม่อาจแก้ไข เธอต้องเผชิญตราบาปที่ไม่ได้ก่อจากการกระทำของชายสารเลวที่ทำให้เธอตั้งท้อง จนถูกสังคมตราหน้าว่าเป็นคนแย่งชิง ทั้งที่จริงเธอคือเหยื่อผู้เคราะห์ร้ายที่โดนรังแกอย่างไม่ยุติธรรม เมษาจมดิ่งในขุมนรกแห่งความเกลียดชัง พร้อมความเสียใจที่อดีตไม่ได้ลุกขึ้นสู้ให้มากพอ จนต้องพบจุดจบอันแสนทรมานใจ
ภาพปกนิยายเรื่อง คลั่งไคล้ใคร่รัก
8.6
สังคมภายนอกต่างรับรู้กันว่า ดุจตะวันหรือหมอซันเป็นนายแพทย์ เป็นเจ้าของโรงพยาบาล เป็นหนุ่มหล่อ ผู้ดิบผู้ดี ท่าทีสุขุมนุ่มลึก แต่แท้จริงแล้วเขามีด้านมืดซุกซ่อนอยู่ในภายใน เขามี ‘ ห้องขาว ’ อยู่ติดห้องนอน ใช่ เขาชอบสีขาว ชอบทุกอย่างที่ขาวสะอาดรวมไปถึงผู้หญิงด้วย... บ่อยครั้งที่เขาจะซื้อผู้หญิงบริสุทธิ์สะอาดมาไว้รองรับความใคร่ของตัวเองด้วยราคาแพงลิบลิ่ว แน่นอนว่าพวกเธอต้องยินยอมพร้อมใจ ไม่ได้เกิดจากการบังคับแต่อย่างใด การมอบพรหมจรรย์ให้กับผู้ชายที่ทั้งหล่อและหุ่นดีสูสีดารานายแบบ แลกกับเงินทองและความสะดวกสบายนั้น มันช่วยให้ทำใจได้ง่ายขึ้นเยอะ แค่ต้องเป็นนางบำเรอให้จนกว่าเขาจะเบื่อ สิ่งเดียวที่ต้องบังคับตัวเองให้ไม่ทำนอกเหนือไปจากหน้าที่ คืออย่าเผลอไปตกหลุมรักเขาเด็ดขาด เพราะคนอย่างดุจตะวันไม่มีหัวใจ... ตัวอย่างความคลั่งไคล้ของคูมหมอ : “ ดีไหม ” จู่ ๆ เขาก็ถามขึ้นเล่นเอาเธอตกใจ “ อะไรคะ ” “ เอากับฉัน ดีไหม ” ใบหน้าของเธอร้อนวูบ พวงแก้มซับสีเลือดแดงระเรื่อ เธอกัดริมฝีปากอย่างเขิน ๆ แต่กิริยานั้นทำให้เขาเกิดอารมณ์ ริมฝีปากจิ้มลิ้มน้อย ๆ นั่นน่าแทงของใหญ่เข้าไปชะมัด ! *** “ เจ็บมากหรือเปล่า ” ห่วงหนูด้วยเหรอคะ ตอนขอให้เบาไม่เคยเบา ! เด็กสาวแอบคิดในใจ แต่ก็ตอบออกไปสั้น ๆ อย่างสุภาพ “ ค่ะ ” “ ขย่มฉัน ” เธอเงยหน้ามองเขาอย่างตกใจ ถามอย่างไม่เชื่อหู “ อะไรนะคะ ” “ ฉันอยากให้เธอขย่มฉันในน้ำ ” แล้วจะถามทำไมว่าเจ็บหรือเปล่า ?!
ภาพปกนิยายเรื่อง ซีรีส์รักพี่ต้องมีแผน
8.5
เมื่อ มะนาว นักศึกษาสาวปีสามจอมเจ้าเล่ห์พยายามใช้สารพัดกลยุทธ์เพื่อพิชิตใจ ธันวา รุ่นพี่ปีสี่สุดหล่อผู้แสนสุขุม แต่ดูเหมือนว่าแผนการที่เธอวางไว้อย่างดีจะถูกซ้อนแผนโดยรุ่นพี่ที่เหนือเมฆยิ่งกว่า ทุกครั้งที่มะนาวพยายามจะคุมเกม เธอกลับเป็นฝ่ายที่ติดกับดักหัวใจเสียเอง ท่ามกลางการชิงไหวชิงพริบและความใกล้ชิดที่เพิ่มขึ้น ทั้งคู่ต่างได้เรียนรู้ว่าในเกมแห่งความรักครั้งนี้ไม่มีใครเป็นผู้แพ้ เพราะธันวาเองก็แอบวางแผนรักเพื่อรอให้เธอมาตกหลุมพรางเช่นกัน
ภาพปกนิยายเรื่อง เพลิงรักเพลิงอสูร (ซีรีส อสูรซ่อนรัก เล่ม2)
8.7
บทนำ ทั้งรักทั้งเกลียด เสียงครางกระเส่าพลอดรักกันดังอยู่ด้านในห้องนอน ทำให้หญิงสาวที่ยืนอยู่ด้านนอกเนื้อตัวสั่นสะท้าน ดวงหน้าคู่งามเจ็บปวดร้าวราน กลั้นน้ำตาเอาไว้ไม่อยู่จนมันไหลอาบพวงแก้ม เธอก้มมองมือของตัวเองที่กำลูกบิด ส่วนอีกข้างถือปืนของสามีที่หยิบติดมือออกมาจากห้องทำงาน ‘น่าสมเพชสิ้นดี’ เมื่อเปิดประตูเข้าไปก็ตวาดลั่น! “นางงูพิษ! นางเนรคุณ!” อุษณีย์หัวใจแตกสลาย แรงกำลังแทบไม่มียืนอยู่กลางห้อง มือทั้งสองข้างสั่นระริกกำกระบอกปืนเล็งไปยังร่างเปลือยเปล่าของสาวใช้วัยแค่ยี่สิบปี ไม่คิดเลยว่าเด็กสาวชาวเขาที่เก็บมาเลี้ยง รักเหมือนน้องสาวแท้ๆ จะกลายเป็นงูเห่าย้อนมาฉกกัดทำร้ายร่างกายและหัวใจของตัวเอง “ว้าย! คุณณี อยะ อย่าทำอะไรหนูเลย หนูผิดไปแล้ว” สาวใช้คนสวยที่นอนคร่อมร่างชายวัยเจ็ดสิบปีที่ดูอย่างไรก็เหมือนอายุห้าสิบปี หล่อนตกใจขวัญหนีดีฝ่อ เนื้อตัวสั่นเทาทั้งร่างเมื่อหันหลังไปเห็นนายหญิง “แกมันเลี้ยงไม่เชื่อง คนอย่างแกเลี้ยงเสียข้าวสุก กินบนเรือนขี้รดบนหลังคา ตายเสียเถอะ!” “คุณณี! อย่า!” นายศักดาผลักให้สาวใช้ให้นอนลงข้างๆ ร้องห้ามเมื่อเห็นสิ่งที่อุษณีย์ถืออยู่ “คุณท่านถอยไป ฉันจะฆ่ามัน!!” อุษณีย์ไม่ยอมฟังเหตุผล หลับตาแล้วลั่นไกปืนเก็บเสียง ยิงตรงไปยังร่างผู้หญิงชั่วที่ลืมบุญคุณคนนั้นสามนัดซ้อนติดกัน ปังๆ ๆ!!! “โอ๊ย!” เสียงร้องทำให้อุษณีย์ลืมตามอง หล่อนแทบหายใจไม่ออกเมื่อเห็นนายศักดานอนทับร่างของสาวใช้ แผ่นหลังของชายชราเต็มไปด้วยเลือดสีแดงสด “กรี๊ด! คุณท่าน ณีไม่ได้ตั้งใจจะยิงคุณท่านนะ ทำไมคุณท่านต้องปกป้องมันด้วย!” “คุ คุณณี ผะ ผม” นายศักดาพูดไม่ทันจบประโยคก็สิ้นลมหายใจอยู่บนร่างของสาวใช้ที่นอนสิ้นลมหายใจไปก่อนหน้านั้นแล้ว “ฮือ คุณท่าน คุณท่านทำกับณีแบบนี้ทำไม” อุษณีย์นั่งพร่ำเพ้อเหมือนคนเสียสติ มือที่กำปืนอยู่นั้นรีบวางลง แล้วคลานหนีไปนั่งตั้งสติอยู่ตรงหน้าประตู เมื่อสติกลับคืนมา เธอก็รีบจัดการอำพรางเหตุฆาตกรรมนี้หวังให้ตนพ้นผิด พร้อมทั้งส่งเสียงกรีดร้องให้คนในบ้านได้ยิน “กรี๊ด! ชะ ช่วยด้วย ใครก็ได้ช่วยด้วย!” อุษณีย์ที่มีเลือดท่วมตัวคลานกระเสือกกระสนออกจากห้องด้วยอาการเหมือนคนบาดเจ็บสาหัสสากรรจ์… “ฮือ” เสียงร้องร่ำปานใจจะขาดดังอยู่ในห้วงลึกของความฝันของหญิงสาวที่นอนหลับอยู่ภายใต้อ้อมกอดของชายหนุ่มร่างโต ร่างน้อยกระสับกระส่ายหวาดกลัวต่อภาพที่ฝันเห็น เธอผวาตกใจตื่นขึ้นมาแล้วต้องรีบคลานลงจากเตียง วิ่งเข้าห้องน้ำเมื่ออาการวิงเวียนคลื่นไส้จะอาเจียนเล่นงาน “โอ้ก! โอ้ก!!” “เมย์เป็นอะไรครับ?” ชายหนุ่มขยับตัวลุกนั่ง เขาคว้าร่างน้อยไว้แต่ไม่ทันจึงลงจากเตียงเดินไปหาคนที่ส่งเสียงโอ้กอ้ากอยู่ในห้องน้ำ ใบหน้าเรียวรูปไข่เต็มไปด้วยเม็ดเหงื่อเอียงมองชายคนรัก “พิ พี่พาย เมย์ฝันร้ายค่ะ โอ้ก!!” แล้วรีบหันกลับไปกอดคอชักโครกโก่งคออาเจียนเอาเป็นเอาตายอีกครั้ง “ฝันร้าย? แล้วทำไมมานั่งอาเจียนแบบนี้ล่ะครับ” เพลิงพายยืนมองคนตัวน้อย เขาเป็นห่วงจึงรีบนั่งคุกเข่าข้างหนึ่ง ก่อนจะช้อนอุ้มร่างน้อยขึ้นแนบอก พาเดินไปยังเตียงนอนนั้นแล้วก็ช่วยเธอเช็ดน้ำลายตรงมุมปากให้ “มะ เมย์” เมื่อแผ่นหลังแตะฟูกนุ่ม อารยาก็ขยับตัวจะลุกนั่งแต่ก็ถูกมือใหญ่ดันให้นอนลงเหมือนเดิม เธออยากเล่าความฝันเมื่อครู่นี้ให้ชายหนุ่มได้รับรู้ ‘ทำไมฝันน่ากลัวจัง พี่ณีของเป็นอะไรหรือเปล่านะ’ ได้แต่คิดและหาคำตอบให้ตัวเองอยู่คนเดียว “ทำไมเมย์หน้าซีดจัง ไม่สบายหรือเปล่า?” เพลิงพายยืนเท้าสะเอวอยู่ข้างเตียง เขาดันขาเรียวสวยให้ขยับเล็กน้อยแล้วนั่งลงบนขอบเตียง ใช้แขนข้างหนึ่งคร่อมร่างบางเอาไว้ ดวงตาดูขรึมลงหลายส่วนเมื่อมองใบหน้าสวยที่ดูอย่างไรก็คล้ายคลึงหญิงสาวอีกคน ซึ่งเมื่อนานมาแล้วจนถึงขณะนี้ หัวใจของเขาก็ยังมีแผลเพราะผู้หญิงร้ายกาจคนนั้น “มะ เมย์ไม่ได้เป็นอะไรค่ะ” อารยาเบี่ยงหน้าหนีเมื่อดวงหน้าของชายหนุ่มโน้มเข้าหา กลิ่นลมหายใจที่ผสมบุหรี่ทำให้เธอรีบยกมือปิดจมูกกลั้นอาการคลื่นไส้ไว้ ส่วนมืออีกข้างแอบลูบหน้าท้องแบนราบ เธอยังไม่แน่ใจดีว่าตัวเองกำลังตั้งครรภ์ อยากตรวจให้แน่ใจเสียก่อนถึงจะบอกข่าวดีนี้ให้พี่พายทราบ “พี่พาไปหาหมอเอาไหม วันนี้ พี่ไม่มีงาน” เพลิงพายยิ้มมุมปาก ใบหน้าหล่อฉายความแข็งกระด้างเล็กๆ เมื่อหัวใจฝ่ายหนึ่งที่คอยแต่จะทรยศพร่ำบอกให้รัก แต่อีกฝั่งนั้นบอกให้เกลียดเธออยู่ตลอดเวลา ‘จำไว้เพลิงพาย แกต้องแก้แค้น ชดใช้ให้สิ่งที่แกเจอและต้องเจ็บเจียนตายนั้นให้ได้!’ “แต่วันนี้ เมย์มีเรียนนี่คะ” อารยานอนนิ่ง ไม่ยอมขยับตัวหนี อยากซึมซับเอาความอบอุ่นจากมือหนาที่คอยปัดเส้นผมบนหน้าผาก เขาเช็ดเหงื่อที่ผุดขึ้นตามไรผมออกให้อย่างอ่อนโยนด้วยเรียวปากหยัก “งั้นเลิกเรียนแล้ว พี่พาไปหาหมอนะ” ใบหน้าคมคายโน้มเข้าชิดดวงหน้างาม เรียวปากหนาได้รูปกระซิบกระซาบชิดกลีบปากบาง ก่อนพรมจูบลงทัณฑ์อย่างแสนหวานเจือความเร่าร้อน ไม่ต้องการฟังคำปฏิเสธจากเธอ…