APKDock Logo
รายชื่อตอน
แชร์
ภาพปกนิยายเรื่อง อ้อนรักเจ้านาย

อ้อนรักเจ้านาย

พบกับเรื่องราวความรักสุดโรแมนติกในแวดวงธุรกิจของมหาเศรษฐีหนุ่มทรงอิทธิพล ที่เคยสร้างความประทับใจมาแล้วในชื่อ พ่ายเล่ห์ซาตานจอมหึงหวง โดยสำนักพิมพ์อินเลิฟ ครั้งนี้เขากลับมาพร้อมความรู้สึกที่ยากจะควบคุม เมื่อเจ้านายหนุ่มสุดหล่อต้องเผชิญหน้ากับความเสน่หาและการชิงไหวชิงพริบ นำไปสู่เหตุการณ์อันแสนเร่าร้อนและบีบคั้นหัวใจ ผู้อ่านจะได้สัมผัสความรักที่ซ่อนอยู่ภายใต้ท่าทีเผด็จการและการปกป้องผู้หญิงที่เขาพึงใจในแบบฉบับของผู้ชายที่พร้อมทำทุกวิถีทางเพื่อครอบครองหัวใจเธอ
รายชื่อตอน
แชร์

ตอน 3

สามปีก่อน

ดารินเพิ่งมาลอสแอนเจลิสครั้งแรกหลังจากผ่านการทดสอบงานจากบริษัทเลย์เซลสาขาเมืองไทย เธอตะลอนเที่ยวและถ่ายภาพสวยๆ เพื่อเก็บประสบการณ์ก่อนถึงวันเข้าทำงานจริง ที่นี่เป็นโลกใบใหม่ อะไรๆ ก็ดูน่าตื่นตาตื่นใจไปหมด เมื่อได้รูปจนพอใจแล้วร่างบางจึงตั้งใจจะกลับที่พัก ถึงแม้จะเป็นเวลากลางวันแต่รถไฟใต้ดินของแอลเอค่อนข้างน่ากลัว ตัวสถานีไม่มีเจ้าหน้าที่อยู่เลย บรรยากาศจะเงียบๆ วังเวง ดวงไฟติดๆ ดับๆ และตารางการเดินรถก็เอาแน่นอนเอานอนไม่ได้

“แย่จริง ไม่น่าถ่ายรูปเพลินเลย”

หญิงสาวในชุดเสื้อยืดกางเกงยีนส์เซอร์ๆ แบกเป้และสะพายกล้องเดินลงตามบันไดมืดสลัว เธอขยับหมวกเบสบอลให้เข้าที่และกระชับเสื้อแจ็กเกตตัวใหญ่โคร่งไว้กับตัว บรรยากาศทึมทึบของสถานีรถไฟใต้ดินทำให้ดารินก็ชักจะกลัวๆ นิดหน่อย ร่างบางจึงเลือกนั่งลงที่เก้าอี้ตรงชานชาลาใกล้บันได

ระหว่างที่กำลังชะเง้อรอรถไฟ ดารินก็ถ่ายภาพไปเพลินๆ ก่อนจะมีผู้ชายแปลกหน้าและคนไร้บ้านหลายคนเข้ามาวนเวียนใกล้ๆ ค่อยๆ เข้ามารุมล้อมและผิวปากแซว เธอจึงยิ่งกลัวและซุกตัวกลมเป็นเต่าเลยทีเดียว

“น้องสาวจะไปไหน ให้พวกพี่พาไปส่งไหม?”

“ขอบคุณ ฉันกลับเองได้ค่ะ”

“อย่าเพิ่งกลับสิ คืนนี้ไปสนุกกันไหม”

“ไม่ค่ะ ฉันกำลังจะกลับบ้าน” ดารินแข็งใจตอบอย่างสงบนิ่งและพยายามมองหาทางหนี เธอลุกขึ้นจะเดินหนีแต่ถูกขวางทางไว้ เมื่อเลี่ยงไปทางซ้ายอีกฝ่ายก็มาซ้าย พอเลี่ยงทางขวาอีกฝ่ายก็ยืนขวางแล้วผลักเธอลงไปนั่งตามเดิม ดารินจึงกลัวจนทำอะไรไม่ถูกเมื่อคนพวกนั้นเริ่มเอื้อมมือสกปรกจะจับตัวเธอ

“ขอเงินกินเหล้าหน่อยสิแม่คนผิวเหลือง”

“มะ...ไม่มี”

“กล้องสวยดี ขอยืมไปถ่ายรูปเล่นบ้างนะน้องสาว” ดารินปัดมือคนพวกนั้นออก ก่อนจะตกใจเมื่อกล้องโปรสุดหวงของเธอกำลังถูกแย่งไป ดารินจึงคว้าไว้แน่นเพราะกล้องตัวหนึ่งตั้งหลายหมื่น อุปกรณ์เสริมอีกไม่รู้เท่าไหร่ ตอนนี้ยังผ่อนไม่หมดเลยด้วยซ้ำ

“ยะ...อย่านะ”

“ขอกันดีๆ ไม่ให้แบบนี้ก็แย่สิยัยลิงเหลือง อยากมีประเด็นกับพวกกูสินะ” อีกฝ่ายยิงฟันหลอและในมือมีมีดพับ พ่อของเธอพูดถูกแล้ว การมาทำงานไกลบ้านไกลเมืองถึงอเมริกาเป็นเรื่องเสียเวลาและอันตราย ดารินพยายามหาทางรอดด้วยการมองหาความช่วยเหลือ แต่สถานที่อันเปลี่ยวมืดไม่มีใครผ่านมาเลย

“หันก้นมาสิจ๊ะหวานใจ สาบานเลยว่าน้องหนูจะชอบ”

“แค่คำพูดเมื่อกี้ฉันเอาพวกคุณเข้าคุกได้นะ!”

แต่ละคนมองหน้ากันแล้วระเบิดเสียงหัวเราะอย่างโปกฮา ทันใดนั้นเธอได้ยินเสียงฝีเท้าหนักแน่นของใครคนหนึ่งตรงดิ่งมาที่เธอ แหวกผ่านกลุ่มคนเลวเข้ามาโดยที่เธอไม่รู้ว่าเขาคือใคร ผู้ชายคนนี้มีความเป็นบุรุษอยู่ครบครัน ใบหน้ามีหนวดเคราเฟิ้ม ไหล่กว้างผึ่งผาย มัดกล้ามกำยำเต็มเปี่ยมจนหญิงสาวนึกทึ่ง รูปร่างของเขาสูงใหญ่ค้ำศีรษะ ระดับสายตาของดารินอยู่ตรงกับไหล่บึกบึนเท่านั้นเอง

เขาน่ากลัวมาก... แววตาน่ากลัวกว่าคนผิวดำจรจัดพวกนี้เสียอีก

ร่างสูงใหญ่เดินเข้ามาอย่างใจเย็น เดินผ่านกลุ่มคนจรจัดเข้ามาจนกระทั่งหยุดยืนอยู่ตรงหน้าดาริน ร่างบางจึงยิ่งก้มหน้างุด หวาดกลัวคนแปลกหน้าจนตัวสั่นเทา มือเย็นเฉียบไปหมด ดารินนึกใจเสียที่ดื้อมาทำงานต่างประเทศคนเดียวโดยไม่ฟังคำทัดทานของพ่อ และเธอละเลยคำเตือนของรูมเมทที่ว่าให้ระวังถูกจี้ปล้น จะนึกเสียใจตอนนี้ก็สายไปเสียแล้ว

“ว้าย!” ดารินตกใจแทบจะร้องจ๊ากเมื่อผู้ชายคนนั้นกระแทกตัวลงนั่งข้างๆ เขาไม่พูดอะไรนอกจากวางแขนพาดบนไหล่เล็กๆ ดารินสะดุ้งโหยง ขยับตัวหนีแต่ว่าท่อนแขนแกร่งรั้งคอเธอไว้ เมื่อร่างกายสัมผัสกัน สีหน้าของเขาแปลกใจนิดหน่อยแต่ก็เล็กน้อยเกินกว่าจะทันสังเกต

“ผู้หญิงหรอกเหรอ มองแวบแรกนึกว่าผู้ชาย”

“ดะ...เดี๋ยวก่อนค่ะ”

ดารินเบี่ยงตัวออกและมองไปรอบๆ อย่างสับสน เธอกอดกล้องตัวโปรดไว้แน่นและมองผู้ชายคนนี้อย่างหวาดระแวง แต่แล้วแรงอันน้อยนิดก็ไม่สามารถต้านทานอีกฝ่ายได้ มือแกร่งรวบตัวเธอมากอดหน้าตาเฉย กดแก้มนวลแนบลงบนแผงอกแข็งแกร่งตึงแน่น ไออุ่นอันแสนนุ่มนวลทำให้ดารินสะท้านไหว

“อะไรดลใจให้ผู้หญิงตัวเท่าลูกหมาลงมาที่เปลี่ยวแบบนี้กัน”

“ฉะ...ฉันแค่กำลังจะกลับบ้าน”

“เกรงว่าคุณจะไม่ถึงบ้านถ้าไม่รู้จักระมัดระวังตัว... อยู่นิ่งๆ แล้วจะปลอดภัย” น้ำเสียงนุ่มละมุนชวนขยี้ใจกระซิบ มุมปากมีรอยยิ้มบางๆ ทำให้ดารินตื่นเพริดขึ้นในฉับพลัน อยู่ดีๆ เธอก็ถูกคนไม่รู้กอดแนบสนิทตลอดร่าง ผู้ชายคนนี้คือใครกัน? เขาต้องการอะไร? กระแสเสียงอันเคร่งขรึม มั่นอกมั่นใจและแฝงความดิบเถื่อนอยู่ในทีของชายคนนี้

ดารินนิ่งงันราวกับถูกไฟช๊อต น้ำเสียงเช่นนี้นั่นเองที่สามารถล่อลวงผู้หญิงได้ดุจไฟยั่วยวนแมงเม่ากระนั้น มันกลายเป็นกระแสไฟฟ้าแล่นปราดไปทั่วร่างบาง แปลงสภาพเป็นความร้อนวูบวาบจนดารินรู้สึกแปลกๆ เธอไม่เคยรู้สึกถึงแรงดึงดูดอะไรแบบนี้กับใครมาก่อน นึกเดาได้ทันทีว่าผู้ชายใบหน้าคมเข้มคนนี้จะต้องมีสาวๆ รายล้อมมากมายเกินจะนับแน่นอน

ดารินตะกุกตะกัก พูดอะไรไม่ออกไปอึดใจ ได้แต่เบิกตากว้างจ้องมองชายรูปงามราวกับร่างแปลงเทพอพอลโลคนนั้น กลิ่นโคโลญหอมอ่อนๆ จากกายกำยำทำให้ดารินนึกถึงท้องทะเล ช่างเป็นกลิ่นหอมลุ่มลึก เย้ายวนและบ่งบอกคำเตือนว่าชายคนนี้เป็นตัวอันตราย

หนึ่งในกลุ่มคนจรจัดถ่มน้ำลายปริ๊ดลงพื้น ตัวของพวกเขาดำกว่าถ่าน ดั้งจมูกมีรอยหัก ใบหน้าเป็นหลุมสิวและกลิ่นตัวสกปรก ถ้าให้ดารินบรรยายแล้ว เธอควรจะเรียกคนพวกนี้ว่า ‘ภัยคุกคาม’

“ไอ้คนขาว มึงแส่ผิดที่แล้ว”

“ถ้าให้สาธยาย ตระกูลของฉันเป็นคนบุกเบิกแอลเอนะพวก”

ร่างสูงใหญ่ตอบนิ่งๆ สบายๆ ไม่ยี่หระต่อภัยคุกคามกลุ่มนี้แต่อย่างใด มือของเขาพลันเกาะกุมมือเธอไว้ ถุงมือหนังสีดำของเขานั้นเนียนนุ่มด้วยเพราะใช้งานมานาน ดูทรงพลังแต่ทว่านุ่มนวล การเคลื่อนไหวของเขารวดเร็วทว่านุ่มนวลอ่อนโยน ดารินสะดุ้งตัวไหวและพบว่าไม่อาจปฏิเสธสัมผัสของเขาได้เลย คนแปลกหน้าผู้นี้เป็นใครกัน?! เธอพยายามจะลุกหนี แต่มือร้อนผ่าวตรึงร่างบอบบางไว้แน่นหนา ดารินจึงนึกไม่ออกเลยจริงๆ ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ด้วยความตื่นตกใจ มือจึงเผลอกดชัตเตอร์ไปโดยไม่รู้ตัว

“อยู่นิ่งๆ” เสียงทุ้มลึกกระซิบ อุ้งมือของเขาร้อนจัด หยาบกระด้างและแข็งแรง วางทาบทับบนแผ่นหลังเล็กๆ แล้วรั้งร่างเพรียวงามเข้าอ้อมแขน ทรวงอกอิ่มงามบดแนบบนมัดกล้าม ร่างสูงใหญ่จึงเป็นฝ่ายชะงักนิ่ง ใบหน้าคมเข้มขมวดคิ้วอย่างแปลกใจเมื่อค้นพบว่าเธอคนนี้ช่างพอเหมาะพอเจาะกับอ้อมกอดของเขาเหลือเกิน

“ดะ...เดี๋ยว ฉันไม่รู้จักคุณ ปล่อยนะ”

ยังไม่ทันที่ดารินจะทักท้วง ชายฉกรรจ์ผู้นี้รั้งเธอให้ลุกขึ้นและเดินไปด้วยกัน แม้จะเป็นคนแปลกหน้าแต่ดารินก็ไม่ทันทักท้วงแม้เพียงครึ่งคำ เธอไม่รู้จักเขา ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าทำไมเขาถึงยื่นมือเข้ามาช่วย คำตอบคงจะอยู่ในดวงตาคมกริบซึ่งแฝงอำนาจน่าเกรงขามเสียจนดารินนิ่งงัน เขาพาเธอเดินออกมาจากวงล้อมคนสกปรกพวกนั้นโดยที่พวกมันต่างก็มองหน้ากันแบบงุนงงไม่แพ้เธอ

“คะ...คุณ คุณจะพาฉันไปไหนคะ” กระซิบเสียงสั่น

“เงียบแล้วรีบเดินซะ” น้ำเสียงดุแต่ไม่ได้โกรธ

“ปล่อยฉันค่ะ”

“เท่าที่ดูจากสถานการณ์ตอนนี้คุณควรจะอยู่กับผมดีกว่านะ” มือใหญ่แสนอบอุ่นลูบไล้แผ่นหลังบอบบางเนิบช้า ไล้วนผ่านสะโพกงามงอนซึ่งซ่อนตัวอยู่ในกางเกงยีนส์รัดแน่นเปรี๊ยะ ดารินหอบหายใจ หัวใจเต้นกระหน่ำยิ่งกว่าครั้งใดในชีวิต ความคิดมันหมุนคว้าง ร่างทั้งร่างเหมือนถูกสะกดด้วยดวงตาคมกริบ... กร้าวกระด้าง... เธอพูดอะไรไม่ออก มีเพียงอ้อมแขนร้อนเหมือนคลื่นเพลิงลุกไหม้เท่านั้นที่ซัดเข้าสู่ประสาทสัมผัส ขายาวๆ ของชายหนุ่มก้าวพรวดๆ อย่างรวดเร็วเป็นจังหวะมั่นคง แต่ดารินเกือบจะเรียกได้ว่าต้องวิ่งถึงจะตามเขาได้ทัน

“คะ...คุณจะพาฉันไปไหน?”

“ถ้าไม่อยากมีเรื่องก็อย่าพูดมาก”

ดารินยิ่งร้อนรนเมื่อถูกโอบไหล่เดินไปด้วยกันโดยที่มีคนจรจัดเหล่านั้นเดินตามหลังมาอีกสองสามคน มือแกร่งตวัดรัดเอวบางไว้แน่นและผ่อนฝีเท้าลงเมื่อเห็นว่าเธอหน้าซีดเหมือนจะเป็นลม แทนที่ดารินจะผลักตัวเขาออกไป แต่กลับกลายเป็นว่าสองแขนโอบกอดร่างสูงใหญ่ไว้แน่นพอๆ กับที่เขากอดเธอ ดารินคงเป็นบ้าไปแล้วที่รู้สึกปลอดภัยในอ้อมกอดของชายแปลกหน้าผู้นี้

“น้องสาวคนนี้เป็นเด็กมึงงั้นเหรอวะ?”

“ใช่ มีปัญหาอะไรงั้นรึ”

“กูขอลองก้นสวยๆ นั่นสักทีสิวะ”

“ลองอย่างอื่นดีกว่ามั้งพวก” เขากราดสายตาคมกร้าวใส่คนพวกนั้น สายลมกระโชกแรงจากขบวนรถไฟที่วิ่งผ่านพัดเสื้อโคทหนังตัวยาวของเขาให้เห็นซองปืนที่เอว ปืน?! ร่างสูงใหญ่กระชากปืนออกจากซองแล้วเล็งยิงอย่างรวดเร็วจนมองตามไม่ทัน กระสุนเฉียดศีรษะหนึ่งในคนกลุ่มนั้นไปนิดเดียว

“ฉันไม่ได้ซ้อมในสนามยิงปืนตั้งนาน เม็ดหน้าอาจจะเจาะโดนใครบ้างไม่รู้นะพวก” เขาพูดทีเล่นทีจริง ดารินจึงเบิกตากว้าง สมองประมวลภาพเหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว

เธอจินตนาการภาพว่าเขาชักปืนขึ้นจากเอวแล้วกดกระสุนทีละเม็ดๆ ใส่คนพวกนั้นจนตายเกลื่อนกลาด ทั่วทั้งชานชาลาก็เต็มไปด้วยเลือด เลือดแล้วก็เลือด ดารินอยากจะเป็นลม แต่โชคดีที่พวกคนเร่ร่อนขี้ขลาด เห็นปืนแค่นี้ก็หันหลังกระเจิง ทันทีที่คนพวกนั้นไปแล้ว ร่างสูงใหญ่จึงปล่อยมือจากเธอแต่ดารินยังลืมตัวเกาะแขนเขาไว้แน่น ต่างฝ่ายต่างจ้องมองกันในอึดใจราวกับว่าเขาเองก็รู้สึกถึงกระแสเพลิงอันรุนแรงไหลปราดระหว่างกัน

“ฉะ...ฉัน” เธอพยายามจะพูดอะไรสักอย่างเพื่อทำลายความเงียบงัน ดารินเห็นแววตาตึงเครียดฉายชัดของเขา มันเต็มไปด้วยเพลิงเผาผลาญซ่อนอยู่ในนั้น ถึงแม้ว่าริมฝีปากหนาได้รูปจะมีรอยยิ้ม แต่แฝงไปด้วยคำเตือนว่าอย่าได้เข้ามาใกล้

“ขะ...ขอโทษค่ะ” ความแข็งกร้าวในแววตาของเขาทำให้ดารินผงะถอย รีบปล่อยมืออย่างรวดเร็วราวกับแขนกำยำเป็นเหล็กร้อนๆ

“คราวหลังอย่าไปอยู่ที่เปลี่ยวแบบนั้นอีก” คราวนี้น้ำเสียงและแววตาของเขาดุจริงๆ

“ฉะ...ฉันจะระวัง ขะ...ขอบคุณที่ช่วยฉันค่ะ เอ่อ... ถ้าไม่รังเกียจ ฉันอยากจะเลี้ยงกาแฟเป็นการขอบคุณนะคะ”

“ขอบคุณแต่ไม่ดีกว่า” เขาหยิบสมาร์ตโฟนจากสาบเสื้อ โทรยกเลิกนัดเพียงสั้นๆ แล้วหันกลับมาสบตาเธอ จ้องมองอย่างประเมิน ดารินไม่เข้าใจว่าเหตุใดชายผู้สวมชุดสูทผ้าไหมบ่งบอกความร่ำรวยจึงอยู่ที่สถานีรถไฟใต้ดินน่ากลัวเช่นนี้ กลิ่นโคโลญหอมลุ่มลึกติดกายของเขาทำให้ดารินตัวสั่น จะด้วยความกลัว ความสับสน ความบ้า หรืออะไรก็ช่างเถอะ เธอรู้แค่ว่าตัวเองหน้าแดงก่ำจนแทบจะระเบิด

“คุณทำงานที่เลย์เซลมัลติมีเดียสินะ” เขาชี้ไปที่ตราบริษัทซึ่งติดอยู่บนกระเป๋ากล้อง ดารินจึงพยักหน้ารับ

“ฉันทำงานเป็นช่างภาพฝ่ายโฆษณาน่ะค่ะ ไม่นึกเลยว่าแอลเอจะอันตรายแบบนี้ อ๊ะ!”

จู่ๆ เขาก็คว้าต้นแขนของเธอหมับ ดึงหมวกเบสบอลซึ่งดารินรวบผมตวัดเก็บไว้ออก เรือนผมหนานุ่มเป็นประกายจึงตกลงมาล้อมกรอบใบหน้าหวาน ดารินเหวอ ไม่เข้าใจว่าเขาจะทำอะไร เธอเห็นแต่ความหงุดหงิดฉายชัดในแววตาและเขาก็บีบข้อมือเธอจนเจ็บ

“เมืองใหญ่อย่างที่นี่เจริญก็จริง แต่ก็มีพวกขี้ยาเพ่นพ่านเยอะแยะ คิดว่าใส่หมวกทำตัวแมนๆ แล้วจะเอาตัวรอดจากพวกระยำพรรค์นั้นได้รึ?”

“ฉะ...ฉัน” ดารินหน้าซีดก่อนจะนึกขึ้นได้ว่ามีตัวช่วย เธอจึงรีบเปิดกระเป๋ารื้อหาของกุกกัก “นี่ไงคะ ฉันมีนกหวีด”

“โง่เง่า”

โง่เง่า?! ดารินอ้าปากพะงาบ คิดคำตอบโต้วาจาร้ายกาจนั้นไม่ทัน ตกลงแล้วเขาเป็นใครกันแน่?! ทำไมถึงวางท่าเป็นคนใหญ่คนโตข่มคนอื่นด้วย ดารินเคี้ยวฟันฮึ่ม ชักจะไม่พอใจแล้ว

“แทนที่จะโทษฉัน ไปโทษมนุษย์เพศชายที่ชอบคุกคามผู้หญิงดีกว่านะคะ ฉันก็อยู่ของฉันดีๆ นะ”

“นั่นเป็นคำแก้ตัวของพวกอ่อนแอ หรือว่าชอบความตื่นเต้นในชีวิตจนถึงกับเดินอ่อยพวกหื่นนั่นถึงที่กันล่ะ” ผู้ชายคนนี้ปากบาดคมยิ่งกว่ากรรไกรโรงพยาบาล ดารินโวยแต่เขาก็ไม่ได้เห็นอาการขัดเคืองของร่างบอบบางในสายตาเลยแม้แต่น้อย ร่างสูงใหญ่สอดมือไว้ในกระเป๋ากางเกงข้างหนึ่ง แล้วเท้าแขนกักขังเธอไว้กับเสาปูนต้นใหญ่ ทั่วบริเวณเปลี่ยวร้างไร้ผู้คน

“สำเนียงการพูดของคุณแปลกๆ คุณมาจากที่ไหน? จีน? หรือว่าญี่ปุ่น”

“มะ...ไม่ใช่ค่ะ” ดารินกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ตัวของเขาใหญ่กว่าเธอถึงสองเท่าและแข็งแรงพอที่จะหักท่อนเหล็กหนาๆ ได้ด้วยมืออันทรงพลัง เรื่องนี้เธอก็ได้แต่เดา แต่ที่แน่ๆ คือเธอไม่อาจสู้เขาได้ “ฉันมาจากกรุงเทพฯ เอ่อ ประเทศไทยค่ะ ฉันเพิ่งได้งานทำที่นี่”

“ผมไม่เคยไปที่กรุงเทพนั่นหรอกนะ แต่ก็คิดว่าน่าสนใจดี”

“ถ้าคุณสนใจจะไปเที่ยวกรุงเทพสักครั้ง ฉันก็ยินดีค่ะ แล้วก็กรุณาปล่อยมือฉันด้วย” ดารินจ้องมือใหญ่ที่ยึดข้อมือของเธอสลับกับดวงตาสีเทาคมเข้มคู่นั้น “ขอบคุณที่ช่วยฉันไว้ แต่คราวหลังไม่ต้อง ฉันดูแลตัวเองได้”

“ดูแลตัวเองได้?” เขาทวนพลางยกคิ้วขึ้นข้างหนึ่ง ดารินจึงพยักหน้ายืนยัน

“ค่ะ”

“งั้นถ้าเจอแบบนี้ล่ะจะทำยังไงแม่คนอวดดี”

ติดตามชมต่อ!
เนื้อหากำลังเข้มข้น! สลับไปที่แอปเพื่ออ่านต่อ
ปลดล็อกทุกตอน
เปิดเว็บไซต์อย่างเป็นทางการ

คุณอาจจะชอบ

ภาพปกนิยายเรื่อง สาวเพอร์เฟ็กต์ของประธาน
8.3
เพราะทนรับแรงกดดันจากคำพูดร้ายกาจไม่ไหว หญิงสาวจึงเลือกที่จะปลีกตัวออกห่างจากวงสนทนาอันตึงเครียดนั้นด้วยความเร่งรีบ ทว่าความสับสนว้าวุ่นในจิตใจกลับส่งผลให้เธอขาดความระมัดระวัง จนเกิดอุบัติเหตุไม่คาดฝันเมื่อร่างของเธอถลำไปชนเข้ากับประธานหนุ่มผู้เพียบพร้อมทุกประการ การเผชิญหน้าโดยบังเอิญท่ามกลางความวุ่นวายนี้ได้กลายเป็นจุดเปลี่ยนครั้งยิ่งใหญ่ จากคนที่พยายามหลบซ่อน เธอต้องก้าวเข้าสู่วังวนความสัมพันธ์กับชายหนุ่มผู้มีอำนาจล้นมือ ซึ่งรายล้อมไปด้วยมาตรฐานอันสูงส่งและความกดดันของแวดวงธุรกิจระดับแนวหน้า สิ่งเหล่านี้จะพลิกผันโชคชะตาของเธอไปอย่างสิ้นเชิง
ภาพปกนิยายเรื่อง ทูนหัวของพ่อ
8.8
เมื่อความรักไม่แบ่งชนชั้นวรรณะ อายุก็เช่นกัน เขาที่อายุมากกว่าเธอขนาดจะเป็นพ่อเธอได้ตกหลุมรักสาวน้อยรุ่นลูกเข้าอย่างจัง รักครั้งนี้จึงมีทั้งเสียงหัวเราะและเสียงครางกระเส่าในทุกค่ำคืนอันเร่าร้อน ******** พ่อเพื่อนบำเรอรัก เดโชกระตุกเท้าขึ้นอย่างรวดเร็วเมื่อรู้สึกว่ากำลังเหยียบผ้าชิ้นเล็กๆ พอก้มมองก็พบว่าเป็นกางเกงชั้นในสีชมพูลายคิตตี้ เขาเกี่ยวมันขึ้นมาด้วยปลายนิ้วก่อนจะมองไปรอบๆ ห้องนอนของตนอย่างสำรวจ แต่เมื่อไม่เห็นใคร จึงชูกางเกงชั้นในนั้นขึ้นสูง “คุณพ่อจะทำอะไรคะ” เดโชหันขวับพอเห็นมายาวดีก็รีบซ่อนกางเกงชั้นในไว้ข้างหลัง “เปล่า” เดโชปฏิเสธ “ก็เห็นๆ อยู่ว่าคุณพ่อกำลังจะดมกางเกงในหยา” เพราะเธอกำลังเห็นด้านมืดของเขา ความกลัวจึงทำให้พลั้งปากออกไปกล่าวหาว่าเขาเป็นโรคจิต “นี่กางเกงในของเธอเองรึ” นายหัวหนุ่มเลิกคิ้ว พร้อมกับคีบซับในตัวน้อยขึ้นสูงระดับสายตา “ใช่ค่ะ ของหยาเอง” “แล้วทำไมมาอยู่ในห้องฉันได้ล่ะ” “ก็...” มายาวดีไม่รู้จะบอกยังไง เพราะความจริงมันเกิดขึ้นจากความไม่ตั้งใจ แต่พอลองเปิดดูแล้วเธอกลับมีอารมณ์จึงลองช่วยตัวเองเป็นครั้งแรก แน่นอนมันตื่นเต้นมากๆ “ถ้าตอบไม่ได้ งั้นพ่อยึด” ******* พ่อเลี้ยงบำเรอกาม ‘พ่อ’ แสงดาวเรียกเขาด้วยคำๆ นี้มาหลายปี แต่ความรู้สึกที่มีต่อเขาหาได้ให้ความเคารพ มันเต็มไปด้วยความรักที่ซ่อนเร้นอยู่ในอก กระทั่งเธอโตเป็นสาววัย 18 ปี แสงดาวก็อยากทำตามใจตัวเองบ้าง นั่นคือยั่วตัณหาพ่อเลี้ยงหนุ่มจนทั้งคู่ได้เสียกัน และซ้ำร้ายมารดาของเธอต้องมารู้เห็นและเสียใจจนตัวตาย บาปที่เธอทำไว้สร้างความทุกข์ระทมหัวใจยิ่งนัก ทว่า...ก่อนลมหายใจเฮือกสุดท้าย มารดาผู้เป็นที่รักได้ฝากเธอไว้กับพ่อเลี้ยงรูปงาม มันคือตราบาปที่เธอจะต้องตัดสินใจเด็ดขาดว่าจะหยุดเพื่อจบทุกอย่าง หรือจะเดินหน้าเพื่อรักษาสิ่งที่เป็นของมารดาเอาไว้ให้ได้ งานนี้ผีดาวยั่วก็ต้องเข้าสิงตัวเธอ เพื่อครอบครัวร่างกายและหัวใจของเขา “อาห์...แสงดาว ให้ตายสิเด็กบ้า เธอนี่มันโสเภณีชัดๆ” ปรมัยอุทาน เมื่อท่อนเอ็นของเขาจมจ่อมอยู่ในอุ้งปากและเรียวลิ้นเล็กสวาปามอย่างหิวโหย เขามองริมฝีปากชุ่มฉ่ำของเธอกำลังดูดกลืนท่อนเนื้อฉ่ำเยิ้มอย่างชอบใจ
ภาพปกนิยายเรื่อง ซ่อนสายใยนายซาตาน
9.5
เมื่อวิกฤตการเงินบีบให้คุณแม่เลี้ยงเดี่ยวจอมซุ่มซ่ามต้องสู้สุดตัว เธอจึงยอมรับหน้าที่เป็นเลขาส่วนตัวให้มหาเศรษฐีหนุ่มมาดเซอร์ผู้รักสันโดษและเบื่อหน่ายผู้หญิงที่แม่เลี้ยงพยายามยัดเยียดให้ เขาหวังจะใช้เธอเป็นเกราะป้องกันความวุ่นวาย แต่ความเปิ่นของเธอกลับสร้างปัญหาใหม่ไม่เว้นวัน ท่ามกลางความใกล้ชิด ความลับบางอย่างเริ่มปรากฏ เมื่อลูกชายตัวน้อยของเธอกลับมีใบหน้าที่ถอดแบบมาจากเจ้านายหนุ่มอย่างน่าอัศจรรย์จนยากจะปฏิเสธได้
ภาพปกนิยายเรื่อง เกิดใหม่อีกครั้งก็ยังเป็นภรรยาของท่านประธานเฉิน
9.5
ชีวิตของจางหลินซิน อดีตเพชฌฆาตสาวระดับตำนาน ต้องปิดฉากลงอย่างน่าเวทนาด้วยน้ำมือของครอบครัวตัวเอง ทว่าท่ามกลางความสิ้นหวัง เฉินจือหานกลับยอมพลีชีพเพื่อล้างแค้นและตายตกไปตามกัน เมื่อปาฏิหาริย์มีจริงและส่งเธอมาเกิดใหม่ในร่างของภรรยาท่านประธานเฉินผู้ทรงอิทธิพล หลินซินจึงขอใช้โอกาสครั้งสำคัญนี้ทวงคืนความแค้นและลากคอทุกคนที่เคยทรยศหักหลังในชาติก่อนมาลงทัณฑ์ให้สาสมกับความเจ็บปวดที่เธอเคยได้รับอย่างไม่มีเว้นหน้า
ภาพปกนิยายเรื่อง พร่าพรหมจรรย์นางฟ้า
9.1
เมื่อสิงโตคำรามแห่งลอนดอนอย่าง เคฮิลล์ รอย เจ้าพ่อสื่อผู้ทรงอิทธิพล ได้เห็นเนตรอัปสรผ่านจอทีวี ความต้องการอันเร่าร้อนที่จะครอบครองเธอก็ปะทุขึ้นทันที มหาเศรษฐีหนุ่มผู้ไม่เคยรู้จักคำว่าพ่ายแพ้จึงเริ่มใช้ทั้งอำนาจและอิทธิพลทั้งหมดที่มีเพื่อกักขังเธอไว้ในกรงขังแห่งความปรารถนา แม้ว่าหญิงสาวจะพยายามต่อต้านและปฏิเสธเขาอย่างสุดกำลัง แต่เขากลับยิ่งใช้เล่ห์กลอันไร้ความปรานีบีบคั้นให้เธอยอมสยบ เส้นทางชีวิตของเนตรอัปสรต้องเปลี่ยนไปตลอดกาลเมื่อต้องเผชิญหน้ากับการไล่ล่าที่มีพรหมจรรย์เป็นเดิมพัน ท่ามกลางเพลิงพิศวาสที่ยากจะดับลงทุกข์ยากจะต้านทานไหว
ภาพปกนิยายเรื่อง บ่วงรักเฉพาะกิจ
8.0
เมื่อ ดานิเอล ลิมเบอร์สกี มหาเศรษฐีผู้ทรงอิทธิพลเจ้าของฉายาเฮอร์เมสแห่งปรากผู้แสนเผด็จการ ได้โคจรมาพบกับ อัญญ์มาลี หญิงสาวชาวไทยผู้กุมความลับในคืนอันเร่าร้อนระหว่างเขาและเธอในอดีต จุดเริ่มต้นครั้งใหม่นี้เกิดจากภารกิจเฉพาะกิจที่ถูกจัดฉากขึ้นมา ทว่าเคมีและความปรารถนาอันแรงกล้ากลับดึงดูดทั้งคู่เข้าหากันอย่างยากจะต้านทาน แต่ในเกมรักที่เต็มไปด้วยเล่ห์กลและการล่อลวงนี้ ดานิเอลกลับเลือกทำบางสิ่งที่จะสร้างรอยร้าวและอาจทำให้เธอไม่มีวันให้อภัย ทางเดียวที่เขาจะรักษาเธอไว้ได้ คือการพิสูจน์ให้เห็นถึงความรู้สึกแท้จริงในใจของตน