APKDock Logo
รายชื่อตอน
แชร์
ภาพปกนิยายเรื่อง สาวแม่บ้านกับหนุ่มเจ้าเล่ห์ (NC)

สาวแม่บ้านกับหนุ่มเจ้าเล่ห์ (NC)

แวววรรณตัดสินใจลาออกจากงานประจำเพื่อหนีจากเจ้านายที่ชอบลวนลาม เธอหันมาทำงานเป็นแม่บ้านรับจ้างผ่านแอปพลิเคชันตามคำแนะนำของเพื่อนสนิท แม้จะพยายามหลีกเลี่ยงการเผชิญหน้ากับลูกค้าผู้ชาย แต่เธอกลับต้องมารับหน้าที่ดูแลคอนโดหรูของอัครวินท์ ชายหนุ่มรูปงามผู้แสนดีที่ทำให้เธอเริ่มรู้สึกประทับใจตั้งแต่แรกเจอ ทางด้านอัครวินท์เองก็พึงพอใจในความขยันขันแข็งของแม่บ้านสาวคนนี้ ทว่าความน่ารักปนเสน่ห์ที่แวววรรณแสดงออกมาโดยไม่รู้ตัว กลับไปกระตุ้นความต้องการและเผยสัญชาตญาณความเจ้าเล่ห์ในตัวชายหนุ่ม จนทำให้เขาเริ่มวางแผนการเพื่อที่จะครอบครองเธอไว้ในห้องนี้แต่เพียงผู้เดียว
รายชื่อตอน
แชร์

ตอน 2

เกือบสองสัปดาห์ที่ผ่านมา แผนการของเธอเป็นไปอย่างราบรื่น เขาจ้างเธอเข้าห้องคอนโดเขาทุกวันจันทร์ พุธ และศุกร์ เป็นเวลาสามชั่วโมง ตั้งแต่หกโมงเย็นถึงสามทุ่ม กว่าเขาจะกลับมาก็ราวๆ ทุ่มกว่าสองทุ่ม ยิ่งวันศุกร์ก็เกือบสองทุ่มครึ่งด้วยซ้ำ วันศุกร์เลยเป็นวันที่เธอทำความสะอาดครั้งใหญ่ให้เขาได้อย่างสบายใจ ส่วนวันจันทร์กับวันพุธเธอก็ทำความสะอาดธรรมดาๆ อย่างซักผ้า อบผ้า ถูพื้น และปัดฝุ่นเก็บข้าวของนิดหน่อย

จากนั้นก็ทำอาหารรอเจ้าของห้องกลับมา ถ้าผู้ว่าจ้างใจดี เธอก็จะได้กลับเร็วกว่าเวลาที่ตกลงกันไว้ แม้ว่าเธอจะรู้สึกผิดที่ทำได้ไม่คุ้มเวลาสักเท่าไหร่ แต่ก็นั่นแหละ ผู้ว่าจ้างสั่งมาแล้ว เธอก็ควรทำตามอย่างไม่บิดพลิ้ว ถึงจะเป็นลูกจ้างที่ดี

วันนี้เป็นวันศุกร์ และเธอก็ทำอาหารหลังจากที่ทำงานบ้านอื่นๆ เสร็จหมดแล้ว ทว่าด้วยวันนี้เธอเหนื่อยล้าจากการทำงาน รวมถึงเมื่อคืนที่เธออ่านหนังสือเรียนเยอะไปหน่อย เพราะมะรืนเธอจะต้องสอบเก็บคะแนน ทำให้เธอล้าๆ จนเผลอสัปหงกระหว่างทำอาหาร ผลคือเธอโดนน้ำร้อนลวกไปที แล้วก็ถูกมีดบาดนิ้ว...

เธอเลยพักการทำอาหารชั่วคราว เพราะกลัวรอบหน้าจะจุดไฟเผาตัวเองอย่างไม่รู้ตัว

แวววรรณพึมพำระหว่างรักษาบาดแผลให้ตัวเอง แผลน้ำร้อนลวกนั่นไม่เท่าไหร่ เพราะเธอใช้น้ำเย็นล้างทันและไม่โดนเยอะมากเท่ากับแผลถูกบาดที่เลือดยังไหลไม่หยุด

แต่เพราะเธอใจลอย และเจ็บจนลืมว่ายังไม่ได้ปิดแก๊ส พอกลิ่นไหม้เริ่มลอยมาให้ได้กลิ่น ทำให้เธอกระวีกระวาดรีบปิดหัวแก๊ส แต่เพราะความซุ่มซ่ามที่มาพร้อมกับความเจ็บปวดจากบาดแผลที่โดนบาด ทำให้เธอปัดน้ำมันขวดหนึ่งที่เตรียมไว้จะทอดกับข้าวนั้น ราดพื้นจนนองไปด้วยน้ำมัน

แวววรรณแทบกรี๊ดกับอะไรๆ ที่ดูวุ่นวายเละเทะ และเลอะเทอะไปหมด ที่สำคัญคือน้ำมันครึ่งหนึ่งของขวดหกรดตัวเธอด้วย ดีที่เธอยืนห่างเตาแก๊สมาแล้ว ไม่งั้นได้จุดไฟเผาตัวเองจริงๆ นั่นแหละ

หญิงสาวสงบสติอารมณ์ ก่อนจะถอดผ้ากันเปื้อนผืนใหญ่ออกจากตัว จากนั้นก็ค่อยๆ ใช้กระดาษทิชชู่ทำความสะอาดตัวเองคร่าวๆ และก้าวอย่างระมัดระวังออกจากห้องครัว จากนั้นก็ทำความสะอาดตัวเองในห้องน้ำอีกครั้ง ดีที่เธอมักจะมีชุดสำรองมาเปลี่ยน เผื่อเกิดเหตุการณ์ฉุกเฉิน

แวววรรณที่เปลี่ยนเสื้อผ้ากางเกงขายาวมาเป็นกางเกงขาสั้น และเสื้อยืดพอดีตัว ก็เริ่มรักษาบาดแผลให้ตัวเองอีกครั้ง เมื่อเลือดเริ่มหยุดไหล จากนั้นก็ลุยทำความสะอาดห้องครัวจนไม่ได้ยินเสียงว่าเจ้าของห้องกลับมาแล้ว

เสียงขัดพื้นดังอยู่ไม่ไกล ทำให้เขาเยี่ยมหน้าไปมองต้นเสียง ก็เห็นหญิงสาวแม่บ้านหันหลังให้เขา เธอที่ขะมักเขม้นขัดพื้นอย่างเมามันด้วยการคุกเข่าและโน้มตัวไปข้างหน้า หญิงสาวใช้แปรงขัดพื้น อารมณ์ไหนๆ ก็ขัดแล้วก็ขัดให้เรี่ยมเร้เรไร เธอเลยลงทุนคุกเข่าขัดพื้นอย่างไม่รู้ตัวว่ามีผู้ชายคนหนึ่งจ้องมองก้นสวยๆ ของเธออยู่

ท่าที่หญิงสาวขัดพื้น มันทำให้เขาต้องกลืนน้ำลายเอื้อกใหญ่ และพยายามตั้งสติ ไม่ไปคิดอะไรที่เกี่ยวกับสิ่งที่อยู่ใต้กว่าสะดือลงไป และพอพยายามจนสงบสติอารมณ์ได้บ้าง เขาก็กระแอมไอด้วยเสียงอันแหบพร่า และไม่ดังพอที่จะทำให้หญิงสาวหลุดจากความตั้งใจที่จะขัดพื้น

นั่นทำให้เขาเผลอเดินเข้าไปในอาณาเขตของหญิงสาวโดยลืมไปว่า พื้นที่เธอขัดอยู่นั้น เปียก และลื่นเพียงใด

“เฮ้ย!!”

“เอ๋”

แวววรรณหันไปทางต้นเสียง แต่ไม่ทันได้เห็นภาพอะไรก็รู้สึกมีบางอย่างกระแทกเข้าทางด้านหลัง ทำให้เธอถลาตัวไปข้างหน้า จนกลายเป็นท่าหมอบ โดยมีบางคนซ้อนอยู่ด้านบนในสภาพใกล้เคียงกัน

พอหญิงสาวหายตกใจและงงงวย ก็ค่อยๆ รู้สึกตัวว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง

มีคนๆ หนึ่งกอดเธอจากด้านหลัง ที่สำคัญมือของเขาโอบกอด...หน้าอกเธอ

“คุณวินท์ ลุกได้แล้วค่ะ” เธอว่าเสียงเข้ม เพราะไม่พอใจที่เขามาแตะเนื้อต้องตัวเธอ ถึงจะไม่ได้ตั้งใจก็เหอะ แต่ก็น่าจะหายตกใจจนลุกขึ้นได้แล้วนี่นา

“อืม” เขาตอบรับในลำคอ ก่อนจะปล่อยมือออกจากอกนุ่มนิ่มของหญิงสาว แต่เพราะขากับเข่ายังลื่นจากการสไลด์เมื่อกี้ ก็ทำให้เขาลุกยากกว่าที่ควร เขาเลยใช้มือทั้งสองดันตัวเองจากพื้น ทว่าเพราะความลื่นจากน้ำมันที่แวววรรณยังไม่ได้ทำความสะอาด ก็ทำให้เขาถลาล้มไปด้านหน้าอีกครั้ง โดยมีหญิงสาวล้มไปด้วยกัน ซ้ำรอยเดิม...

“โอ๊ย” สองเสียงประสานกัน

อัครวินท์รู้สึกว่าอยู่แบบนี้ต่อไปเรื่อยๆ จะไม่ดีต่อสุขภาพกายเขาเป็นแน่ เพราะร่างนุ่มนิ่มในอ้อมกอดทำให้ร่างกายเขามีปฏิกิริยาตอบโต้มากกว่าปกติที่ได้แค่เห็น

ทำให้เขาต้องค่อยๆ ถอยหลัง พร้อมกับลากร่างหญิงสาวถอยออกมาด้วยกัน จากนั้นก็ค่อยๆ ลุกขึ้นคุกเข่า เพื่อให้หญิงสาวลุกขึ้นนั่งได้

ส่วนเขาก็ยังเผลอกอดเธอเอาไว้ จนหญิงสาวต้องกระแอมไอ และถามขึ้นว่า

“เราลุกกันได้หรือยังคะ”

อัครวินท์ต้องปล่อยมือออกจากร่างนุ่มนิ่มอย่างน่าเสียดาย

จากนั้นหญิงสาวก็ต้องหาทางจัดการสภาพอันเละเทะของตัวเอง ด้วยการเช็ดแล้วก็หาน้ำสะอาดมาล้าง ส่วนชายหนุ่มที่ทำความสะอาดตัวเองคร่าวๆ ก็ไปจัดการตัวเองให้เรียบร้อยอีกทีในห้องอาบน้ำ พลาง... ช่วยตัวเองไปด้วย

เมื่อทุกอย่างเรียบร้อย อาหารพร้อม ห้องครัวแม้จะยังเลอะเทอะอยู่ แต่ก็ดีกว่าตอนแรก ชายหนุ่มเรียกให้หญิงสาวกินข้าวด้วยกัน เพราะมันเลยเวลาทำงานมากไปแล้ว แม้ว่าแวววรรณจะอิดออดและเกรงใจ เขาก็ไม่ยอมให้ปฏิเสธ พลางให้หญิงสาวไปจัดการตัวเองใหม่ พร้อมกับชุดของเขาที่หามาให้หญิงสาวได้สวม

สภาพของหญิงสาวที่ใส่เสื้อเชิ้ตตัวใหญ่ และกางเกงบ็อกเซอร์ของเขา... ทำให้เขาไม่อยากมองเธอบ่อยๆ เท่าไหร่นัก เพราะมันดูเซ็กซี่เกินไป ยิ่งคิดไปถึงตอนที่มีหญิงสาวในอ้อมกอดด้วยแล้ว... เขาก็อยากเข้าห้องน้ำอีกรอบ

“ยังไงก็นอนที่นี่ไปละกัน พรุ่งนี้ต้องทำงานมั้ย”

“เอ๋... ไม่ต้องหรอกค่ะ เดี๋ยวขี่มอเตอร์ไซค์แป๊บๆ ก็ถึงห้องแล้ว”

อัครวินท์กอดอกระหว่างที่ยังนั่งอยู่ตรงโต๊ะกินข้าว “ไม่ได้หรอก ตอนนี้ดึกมากแล้ว ขี่มอเตอร์ไซค์คนเดียวมันอันตรายเกินไป ยิ่งเป็นผู้หญิง ยิ่งแล้วใหญ่”

วันศุกร์แม้จะคนเยอะรถติด แต่ก็ใช่ว่าจะเป็นทุกเส้นทาง บางเส้นทางก็เปลี่ยวร้างซะน่ากลัวไปหมด เขาเองก็ไม่รู้ว่าหญิงสาวใช้เส้นทางไหน จนเจ้าตัวอ้อมแอ้มเอ่ยออกมา เขาถึงได้รู้ว่า สิ่งที่เขาพูดออกไปถูกที่สุดแล้ว

“ถ้าอย่างนั้นก็นอนพักที่นี่แหละ เลือกเอาสักห้อง แล้วไปนอนได้เลย”

ตอนแรกเขาตั้งใจจะให้เธอสระผมอาบน้ำและเปลี่ยนเสื้อผ้า เพราะทั้งเขาและเธอต่างก็มอมแมมกันมาก แต่พูดถึงเรื่องสระผม หญิงสาวปฏิเสธ

‘หนูเป็นคนต้องใช้ยาสระผมเฉพาะยี่ห้อค่ะ ใช้มั่วยี่ห้อไม่ได้ เดี๋ยวผมจะเสีย เพราะเคยลองมาแล้ว’

ดังนั้นเพื่อเป็นการแก้ปัญหา ตอนนี้เขาและเธอเลยมาอยู่ในร้านสะดวกซื้อใกล้คอนโดและเขาก็ไม่ปล่อยให้หญิงสาวเดินเลือกซื้อของเพียงลำพัง เพราะสภาพชุดของแวววรรณในตอนนี้ล่อแหลมเกินที่จะให้เดินโชว์ตัวแล้วให้คนอื่นๆ ได้มอง

นี่ชุดของเขา และผู้หญิงคนนี้เขาก็เล็งไว้แล้ว หากไม่จำเป็นจริงๆ เขาก็ไม่อยากให้หล่อนมาโชว์ให้ใครๆ ได้เห็นหรอกนะ

อัครวินท์ที่คิดแล้วเครียดกับสายตาของผู้ชายหลายคนที่พยายามจ้องมองสาวของเขา ทำให้เขาโมโหและหงุดหงิดตลอดเวลาที่เดินกับหญิงสาว

ซึ่งเจ้าตัวก็รีบเลือกรีบซื้อ และรีบกลับขึ้นห้อง ให้หนุ่มๆ หลายคนที่แอบมองถึงกับเสียดายที่อดเห็นสิ่งสวยงามนานกว่านี้

ระหว่างอยู่ในลิฟท์ด้วยกันสองคน แวววรรณไม่แน่ใจว่าชายหนุ่มโกรธอะไรเธอ เพราะเขาไม่พูดไม่จา แถมยังทำหน้าเครียดๆ เหมือนหมาไซบีเรียนชอบกล เธอเลยพลอยไม่ได้พูดอะไรไปด้วย และยืนตัวเกร็งๆ หากอีกฝ่ายคิดจะบ่นอะไรขึ้นมา

แต่จนเข้าห้องกันแล้ว ชายหนุ่มก็ยังไม่ได้พูดอะไรสักคำ ยิ่งทำให้เธอกังวลและคิดย้อนไปเรื่อยๆ ว่าเธอทำอะไรให้อีกฝ่ายไม่พอใจเรื่องอะไร จนกระทั่งเธอเดินชนกับแผ่นหลังของคนที่เดินอยู่ด้านหน้า เธอร้องโอ๊ยออกมาเบาๆ และลูบจมูกตัวเองป้อยๆ เพราะแผ่นหลังของชายหนุ่มไม่ได้นุ่มเลยสักนิด ออกจะแข็งและแกร่งสมกับเป็นชายหนุ่มที่ออกกำลังกายอยู่บ่อยๆ

ที่เธอรู้ว่าเขาออกกำลังกาย เพราะเขาทำห้องๆ หนึ่งไว้สำหรับออกกำลังกายโดยเฉพาะ ในห้องนั้นประกอบไปด้วยเครื่องออกกำลังกายนานาชนิด ที่ไม่แพ้ห้องฟิตเนสที่เธอเคยเดินเล่นสำรวจคอนโดนี้เลยสักนิดเดียว

คนมันรวยอะ ไม่ต้องไปแบ่งปันเครื่องออกกำลังกายกับใคร... อิจฉาจัง

“เจ็บมากมั้ย” เสียงนุ่มลึกเอ่ยขึ้น ให้เธอแหงนเงยมองหน้าคนถาม พลางส่ายหน้าปฏิเสธ

“ไม่เจ็บค่ะ” ตอบอย่างแต่ปฏิกิริยาเป็นอีกอย่าง ทำให้ชายหนุ่มจับมือของแวววรรณที่กำลังลูบจมูกตัวเองออก เพื่อจะดูว่าจมูกนั้นแดงแค่ไหน พอได้เห็นชายหนุ่มก็ถอนหายใจที่ไม่ได้แดงอย่างที่คิด ก็คงจะเจ็บนิดๆ เพราะถึงจะชนแต่ก็ไม่ได้แรงขนาดนั้น

แล้วเขาก็เนียนจับมือเธอไปยังโซฟาตัวใหญ่กลางห้องรับแขก “ไม่เจ็บแน่นะ แต่ทำไมจมูกดูแดงๆ”

แดงแต่ไม่มาก แต่ก็แดงนี่นา ชายหนุ่มคิดขำๆ

“เหรอคะ แต่ก็ไม่เจ็บแล้วนะคะ” แวววรรณสำรวจตัวเองอย่างงงๆ

แล้วจู่ๆ เธอก็รู้สึกถึงไอร้อนตรงจมูกที่ไม่เจ็บ แล้วก็สายตาที่จ้องมองเธอในระยะประชิดที่ทำให้เธอเห็นตัวเธอในสายตาของเขา...

ทุกอย่างเหมือนหยุดนิ่งไปชั่วขณะ

จากนั้นเธอก็รู้สึกถึงความอุ่นร้อนตรงริมฝีปากตัวเอง ที่ไม่แน่ใจว่าเป็นเพียงลมหายใจที่พัดผ่าน หรือ...ริมฝีปากของอีกฝ่ายที่ปัดป่าย

จนความอุ่นร้อนที่แผ่วเบาเริ่มรุนแรงขึ้นด้วยอะไรบางอย่างที่อุ่นร้อนทาบทับ กดดันแนบแน่น ไม่ให้เธอได้ขยับริมฝีปากแม้เพียงนิด

บางอย่างที่รัดร่างกายของเธอให้แนบชิดกับคนตรงหน้า ดวงตาที่ยังคงจ้องมองนั้นไม่มีวี่แววความตื่นเต้นตกใจเหมือนที่เธอมองเห็นสายตาตัวเองผ่านสายตาเขาที่เต็มไปด้วยความตระหนกตกใจและงงงวย

ส่วนเขาที่จ้องมองแต่เธอ ก็ยังคงสงบนิ่ง มีเพียงร่างกายที่เคลื่อนไหวไปตามครรลองของความหลงใหลและคลั่งไคล้เมื่อได้สัมผัสใกล้ชิดขึ้นเรื่อยๆ

สายตาที่จ้องมองหญิงสาวในอ้อมกอดแม้จะดูสงบนิ่ง แต่ในความนิ่งคือความลึกของห้วงอารมณ์ที่กำลังจะปะทุออกมา

ริมฝีปากที่แนบแน่นและแนบชิดค่อยๆ เคลื่อนไหวไปด้านข้าง ไล้ไปอย่างแผ่วเบาราวกับกลัวว่าเหยื่อในอ้อมกอดจะรู้สึกตัวมากไปกว่านี้ เขาค่อยๆ เคลื่อนไหวใบหน้าและริมฝีปากปาดซ้ายไปขวา และใช้ลิ้นร้อนเลียมุมปากเบาๆ ให้ได้รับรู้ว่าร่างเล็กในอ้อมกอดกำลังสั่นสะท้าน นั่นทำให้เขาลูบหลังเธอเพื่อปลอบประโลม เพื่อไม่ให้สาวสวยตื่นตระหนก และปรามตัวเองไม่ให้เร่าร้อนรุนแรงไปมากกว่าที่ทำอยู่

ก่อนหน้าเขาแนบริมฝีปากกับเธอ บดเบียดไม่ให้เธอขยับเขยื้อน จากนั้นก็ค่อยๆ ปัดป่ายไล่ไปมากับริมฝีปากนุ่มนิ่ม ใช้ลิ้นร้อนเลียไล้เบาๆ จนค่อยๆ ลัดเลาะริมฝีปากของเธอเพื่อความต้องการที่มากกว่านี้... เขาอยากรู้จักเธอมากกว่านี้

หญิงสาวที่ยังสั่นสะท้านกับความรู้สึกเร่าร้อนรุนแรงที่ค่อยๆ ตีตื้นขึ้นมาเมื่ออีกฝ่ายมาแนบชิดแบบนี้ และยิ่งลิ้นร้อนค่อยๆ ตะล่อมราวกับจะให้เธอเปิดปากก็ทำให้เธอรู้สึกแปลกใจ... และกลัว

เธอเลยเม้มปากแน่น แต่ถึงกระนั้นชายหนุ่มก็ยังไม่ยอมแพ้ เขายังพยายามค่อยๆ ปลอบเธอด้วยการลูบหลังไหล่เธออย่างแผ่วเบา อีกมือก็จับมือเธอและลูบไล้รวมถึงเกี่ยวกระหวัดรัดนิ้วไปมาให้เธอรู้สึกวาบหวิวมากขึ้น แต่เธอพอจะรู้สึกตัวและต่อต้าน

กระนั้นเขาก็ยังคงไล้เลียที่มุมปาก ริมฝีปาก และเลื่อนไปยังใบหูของเธอ... จากนั้นเสียงกระซิบแหบพร่าที่แสนเบาก็ดังขึ้นที่ข้างหูของเธอพร้อมกับลิ้นร้อนที่ไล้เลียให้เธอหวิวไหว

“ผมชอบวรรณจัง”

แผนเล้าโลมด้วยร่างกายไม่ค่อยได้ผล เขาเลยใช้แผนสร้างความปั่นป่วนด้วยประโยคหวานๆ ที่มาจากใจจริงๆ ของเขา...

เขาชอบผู้หญิงคนนี้ แรกๆ ก็ชอบอย่างเอ็นดู พอรู้อะไรๆ มากขึ้น เขาก็ยิ่งสนใจในตัวหญิงสาวคนนี้ และความสนใจนิสัยของเธอก็มาพร้อมกับรูปลักษณ์ของหญิงสาวที่สร้างความดึงดูดให้เขา จนทำให้เขาอดไม่ได้ที่จะแนบชิด สร้างความสนิทสนมผ่านกายของกันและกัน

มันอาจจะแปลกและไม่น่าเชื่อ ในเมื่อเจอกันไม่กี่ครั้ง แถมแต่ละครั้งก็ได้คุยกันน้อยเหลือเกิน แต่เขาก็ชอบที่มีเธออยู่ด้วย แม้ว่า ณ ตอนนั้นเธออาจจะไม่ได้อยู่ในห้องแล้ว แต่ก็ยังคงหลงเหลือกลิ่นอายของเธอ ให้รู้สึกว่าห้องไม่ดูเงียบเหงาและอ้างว้างเหมือนที่เคยเป็นมา

จะว่าไปตั้งแต่ที่เขาได้แม่บ้านเป็นเธอคนนี้ เขาก็รู้สึกว่าห้องมีชีวิตชีวามากขึ้น แรกๆ มาเขาไม่เคยสังเกตว่าของในห้องเปลี่ยนไป จนนิติที่จ้างเธอนั้นบอกว่า ของบางอย่างในห้อง เธอสลับเปลี่ยนตำแหน่งให้ แต่ยืนยันว่าไม่ได้หายไปไหน เพราะฉะนั้นถ้ามีของชิ้นไหนเสียหายหรือแตกหัก หรือทำให้เขาไม่พอใจ เธอจะขอยอมรับผิดแต่โดยดี ซึ่งจริงๆ แล้วนิติควรจะบอกเขานานแล้ว เพราะหญิงสาวเคยแจ้งไว้ตั้งแต่แรก แต่ด้วยความที่นิติลืมบอก ก็ผ่านมาเนิ่นนาน จนเขาได้เห็นว่าบางอย่างมันเปลี่ยนตำแหน่งแห่งที่จริงๆ แต่ก็ไม่ได้ทำให้เขารำคาญหรือหงุดหงิดใดๆ

หญิงสาวก็ยังคงเปลี่ยนตำแหน่งไปเรื่อยๆ เพราะเจ้าของห้องไม่เคยปฏิเสธ ทำให้เขาอยากรู้จักเธอ แต่โอกาสต่างๆ ไม่อำนวยจนงานปาร์ตี้ที่เกิดขึ้น ทำให้เขาตัดสินใจจ้างเธอมาเป็นกรณีพิเศษ และนั่นคือจุดเริ่มที่ทำให้เขาใส่ใจเธอมากกว่าเดิมจริงๆและทำให้ได้สนิทกันจนเกิดเหตุการณ์หวิวไหวแบบนี้ขึ้น

...สักที

...และอาจจะหลายๆ ที

คุณอาจจะชอบ

ภาพปกนิยายเรื่อง ความรักหลายปีสุดท้ายกลายเป็นความเกลียดชัง
9.2
เมื่อเสียวจิ่งเหิงพบว่าตนเองมีเวลาเหลืออยู่ในโลกนี้เพียงแค่เจ็ดวันสุดท้าย เขาจึงพยายามอ้อนวอนขอความเมตตาจากฉินจั่วเพื่อชดเชยความผิดในอดีต ย้อนกลับไปก่อนหน้านี้ เขาเคยบอกเลิกเธออย่างไร้เยื่อใยโดยอ้างว่ารักเพียงยวี่โหรว และไม่อยากฝืนทนใช้ชีวิตคู่อีกต่อไป ทั้งยังบังคับให้เธอเซ็นใบหย่าเพื่อที่เขาจะได้ไปใช้ชีวิตอิสระตามใจชอบ โดยละเลยทั้งภรรยาและลูกอย่างสิ้นเชิง ทว่าในวาระสุดท้ายของชีวิต ชายผู้เคยละทิ้งครอบครัวไปอย่างไม่ใยดี กลับต้องกลายมาเป็นฝ่ายคุกเข่าหลั่งน้ำตาอ้อนวอนขอความรักและความเห็นใจ เพื่อหวังจะได้รับโอกาสในการกลับมาคืนดีกัน
ภาพปกนิยายเรื่อง ยอดรักเทพบุตรมาเฟีย
9.7
เมื่อทายาทมาเฟียผู้ทรงอิทธิพลที่สุดในฮ่องกงและคาสโนว่าตัวร้ายอย่างพี่หมิง ต้องมาพ่ายแพ้ให้กับเสน่ห์อันบริสุทธิ์ของโยธกา หญิงสาวไร้เดียงสาที่ทำให้เขาปรารถนาจะครอบครองเธอไว้เพียงคนเดียวตลอดไป ในบรรยากาศอันแสนเร่าร้อนภายในห้องลับที่เต็มไปด้วยความเสน่หา ชายหนุ่มพยายามปลดเปลื้องเสื้อผ้าของหญิงสาวที่กำลังสั่นเทาด้วยความตื่นเต้น แม้ว่าเธอจะเอ่ยปากห้ามปรามเขาด้วยน้ำเสียงอันแผ่วเบาเพียงใด ทว่าสายตาอันหวานเยิ้มและรอยยิ้มสุดเจ้าเล่ห์ของมาเฟียหนุ่มกลับยิ่งตอกย้ำอย่างชัดเจนว่า เขาจะไม่มีวันยอมปล่อยให้ดอกไม้งามกลีบบอบบางดอกนี้หลุดลอยมือไปอย่างเด็ดขาด
ภาพปกนิยายเรื่อง คุณเลขาในความลับ
9.2
เมื่อ อังเดร เบอร์นาร์ด ชายหนุ่มลูกครึ่งไทย-ฝรั่งเศส ต้องก้าวเข้ามาเป็นเลขาฯ คนที่แปดให้กับ คุณหญิงวริศรา ทายาทหญิงเพียงหนึ่งเดียวของตระกูลมหาเศรษฐีชื่อดังของประเทศ งานนี้จึงกลายเป็นบททดสอบสุดหินในชีวิตของเขา เพราะเจ้านายสาวไฮโซผู้ทรงอิทธิพลในสังคมคนนี้ ขึ้นชื่อเรื่องความเจ้าระเบียบ จุกจิก และมีกฎเกณฑ์ในการทำงานที่เข้มงวดเป็นที่สุด เลขาฯ หนุ่มคนใหม่จึงไม่มีทางเลือกอื่น นอกจากต้องงัดทุกกลยุทธ์มารับมือกับความเรื่องเยอะและข้อกำหนดอันแสนจู้จี้ของเธอในฐานะผู้ช่วยคนสำคัญเคียงข้างที่ต้องคอยจัดการทุกอย่างให้ไร้ที่ติ
ภาพปกนิยายเรื่อง ศักดิ์ศรีที่หายไป...ฉันจะทวงคืน
9.7
จากที่เคยยอมสละอนาคตเพื่อผลักดันให้ธีทัตก้าวสู่ความมั่งคั่ง ทว่าสิ่งที่เธอได้รับตอบแทนกลับเป็นความทรยศอันแสนเจ็บปวด เมื่อสามีพาปิยาภรณ์เข้ามาแทนที่และเหยียบย่ำศักดิ์ศรีของเธออย่างไม่มีชิ้นดี ซ้ำร้ายเขายังผลักเธอจนสูญเสียลูกในท้องไปอย่างโหดเหี้ยม โดยไม่ใยดีปล่อยให้เธอเผชิญความตายเพียงลำพังเพื่อไปปรนนิบัติเมียน้อย ความรักสิบปีสิ้นสุดลงด้วยรอยน้ำตาและการเซ็นใบหย่า เธอยอมเดินจากมาตัวเปล่าเพื่อเปลี่ยนตัวเองเป็นคนใหม่ที่ไร้ความปรานี และพร้อมจะกลับมาลากคอคนสารเลวคู่นั้นลงนรก ทวงคืนความแค้นให้พวกมันต้องสูญเสียทุกสิ่งทุกอย่างอย่างสาสม
ภาพปกนิยายเรื่อง DAMNED LOVE!
8.8
อัศวินต้องเผชิญกับค่ำคืนอันทุกข์ทรมานจากอาการผีอำ ที่มาพร้อมกับเสียงหลอนของสามหญิงสาวในอดีตผู้ฝากบาดแผลลึกไว้ในใจเขา ทั้งเสียงสาปแช่งอันโกรธแค้นจากเนตรา ถ้อยคำบอกรักที่แสนขมขื่นจากพี่แคท และเสียงร้องไห้คร่ำครวญถึงลูกจากหทัยรัตน์ ท่ามกลางความเจ็บปวดและสิ้นหวังที่รุมเร้าเข้ามา อัศวินพยายามรวบรวมกำลังเฮือกสุดท้ายเพื่อดิ้นรนให้พ้นจากบ่วงกรรมความรักอันแสนรันทดนี้ พร้อมทั้งอ้อนวอนต่อโชคชะตาให้ช่วยปลดปล่อยเขาจากพันธนาการรักที่เปรียบเสมือนคำสาปและจบสิ้นบทละครชีวิตอันแสนโหดร้ายนี้เสียที
ภาพปกนิยายเรื่อง กุหลาบสีน้ำเงิน[ An impossible love ]
9.5
เบล นักศึกษาผู้มีความฝันอยากเป็นดีไซเนอร์ ตัดสินใจเข้ามาทำงานพิเศษในคฤหาสน์สุดหรูเพื่อหาเงินมาจุนเจือครอบครัว ทว่าชีวิตของเธอกลับต้องเปลี่ยนไปตลอดกาล เมื่อบังเอิญไปล่วงรู้ความลับอันร้อนแรงของคุณแป้งผู้เป็นภรรยาของเจ้าของบ้าน เหตุการณ์ไม่คาดฝันนี้ชักนำให้เธอต้องก้าวเข้าสู่วังวนแห่งอำนาจของ กลาง ชายหนุ่มผู้ถือไพ่เหนือกว่าและกุมชะตาชีวิตของเธอเอาไว้ แม้ว่าเบลจะพยายามต่อสู้ขัดขืนเพื่อทวงคืนอิสรภาพและปฏิเสธการเป็นเพียงของเล่นของเขามากแค่ไหน แต่สุดท้ายเธอก็ไม่อาจต้านทานแรงกดดันอันมหาศาลและพันธนาการที่เขาจงใจสร้างขึ้นได้ จนต้องยอมจำนนต่อความต้องการของเขาบนเตียงในที่สุด