APKDock Logo
รายชื่อตอน
แชร์
ภาพปกนิยายเรื่อง มลายสิ้น ด้วยคำลวง และรักของเขา

มลายสิ้น ด้วยคำลวง และรักของเขา

สิบปีที่เอวาทุ่มเทหยาดเหงื่อเพื่อผลักดันให้เดชประสบความสำเร็จกลับสูญเปล่า เมื่อเขากลายเป็นมหาเศรษฐีแล้วบีบให้เธอเซ็นใบหย่าอย่างไร้เยื่อใย พร้อมเปิดตัวอรอินทร์นักลงทุนสาวเป็นคนรักใหม่ต่อหน้าสื่อโดยลบเลือนเธอออกไปจากชีวิต เดชยังทำร้ายเอวาด้วยการขังในห้องมืดทั้งที่รู้ว่าเธอหวาดกลัว ซ้ำร้ายเขายังเลือกช่วยชู้รักและปล่อยให้เธอเผชิญความทรมานขณะถูกลักพาตัว เมื่อความอดทนสิ้นสุดลง เอวาจึงตัดสินใจติดต่อคุณป้าผู้มีอิทธิพลเพื่อกลับไปทวงคืนความยุติธรรมและเริ่มต้นชีวิตใหม่ที่เหนือกว่าคำลวง
รายชื่อตอน
แชร์

ตอน 1

สิบปีเต็มที่ฉันทุ่มเททุกอย่างให้เดชผู้เป็นสามี

ฉันทำงานสามจ๊อบเพื่อให้เขาได้เรียนจบปริญญาโทบริหารธุรกิจ

ฉันขายสร้อยล็อกเก็ตรูปคุณย่าซึ่งเป็นของดูต่างหน้าชิ้นเดียวเพื่อเอาเงินมาช่วยตั้งบริษัทสตาร์ทอัพให้เขา

แต่ตอนนี้ ในวันที่บริษัทของเขากำลังจะเข้าตลาดหลักทรัพย์ เขากลับบังคับให้ฉันเซ็นใบหย่าเป็นครั้งที่สิบเจ็ด โดยอ้างว่ามันเป็น “แค่เรื่องธุรกิจชั่วคราว”

แล้วฉันก็ได้เห็นเขาในทีวี

แขนของเขากำลังโอบรอบเอวผู้หญิงอีกคน... อรอินทร์ นักลงทุนหลักของเขา

เขาเรียกเธอว่าผู้หญิงที่เขารักที่สุดในชีวิต ขอบคุณเธอที่ “เชื่อมั่นในตัวเขาในวันที่ไม่มีใครเลย”

ประโยคเดียวของเขาลบตัวตนทั้งหมดของฉันให้หายไปในพริบตา

ความเลือดเย็นอำมหิตของเขายังไม่จบแค่นั้น

เขาปฏิเสธว่าไม่รู้จักฉันหลังจากที่การ์ดของเขากระทืบฉันจนสลบกลางห้างสรรพสินค้า

เขาขังฉันไว้ในห้องใต้ดินมืดๆ ทั้งที่รู้ดีว่าฉันเป็นโรคกลัวที่แคบอย่างรุนแรง ปล่อยให้ฉันเผชิญกับอาการแพนิกกำเริบเพียงลำพัง

แต่ฟางเส้นสุดท้ายที่ทำให้ทุกอย่างขาดสะบั้นคือตอนที่ถูกลักพาตัว

เมื่อคนร้ายบอกให้เขาเลือกว่าจะช่วยใครได้แค่คนเดียวระหว่างฉันกับอรอินทร์... เดชไม่ลังเลเลยแม้แต่วินาทีเดียว

เขาเลือกผู้หญิงคนนั้น

เขาทิ้งให้ฉันถูกมัดติดกับเก้าอี้เพื่อรอรับการทรมาน ขณะที่เขาพาดิลล้ำค่าของเขาไป

เมื่อฉันนอนอยู่บนเตียงโรงพยาบาลเป็นครั้งที่สอง ในสภาพใจสลายและถูกทอดทิ้ง ในที่สุดฉันก็ตัดสินใจโทรหาเบอร์ที่ไม่ได้โทรมาห้าปีแล้ว

“คุณป้าเอมอรคะ” ฉันพูดเสียงสะอื้น “เอวา... ขอไปอยู่ด้วยได้ไหมคะ”

คำตอบจากทนายความที่น่าเกรงขามที่สุดในกรุงเทพฯ ดังขึ้นทันที

“ได้สิจ๊ะหลานรัก เครื่องบินส่วนตัวของป้าพร้อมสแตนด์บายอยู่แล้ว แล้วก็นะเอวา... ไม่ว่าเรื่องอะไร เดี๋ยวเราจัดการเอง”

บทที่ 1

มุมมองของเอวา

เป็นครั้งที่สิบเจ็ดแล้วที่คุณทวี ทนายความของเดช เลื่อนเอกสารหย่ามาตรงหน้าฉันบนโต๊ะกินข้าว

ผิวไม้โอ๊คขัดมันเย็นเฉียบใต้แขนของฉัน ช่างแตกต่างจากความร้อนรุ่มของความอัปยศอดสูที่คุกรุ่นอยู่ในใจ

สิบเจ็ดครั้ง

นั่นคือจำนวนครั้งที่ฉันถูกขอให้ลบตัวเองออกจากชีวิตของเดชอย่างถูกกฎหมายตลอดหกเดือนที่ผ่านมา

ครั้งแรก ฉันกรีดร้องจนคอแทบพัง

ครั้งที่ห้า ฉันฉีกกระดาษทุกแผ่นเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยอย่างใจเย็น มือสั่นเทาด้วยความโกรธที่ไม่เคยรู้สึกมาก่อน มันทั้งแปลกหน้าและน่ากลัว

ครั้งที่สิบ ฉันเอาเศษจานที่แตกจ่อข้อมือตัวเอง แล้วพูดด้วยเสียงกระซิบที่เยียบเย็นไร้ชีวิตชีวา บอกทนายของเขาว่าถ้าอยากได้ลายเซ็น ก็ต้องง้างปากกาไปจากมือศพของฉันเท่านั้น

วันนั้นทนายของเขา คุณทวี ชายผู้มีดวงตาสีเทาไร้ชีวิตชีวาราวกับท้องฟ้าในฤดูหนาว ถึงกับหน้าซีดเผือดแล้วรีบถอยออกจากบ้านไป

แน่นอนว่าเขาโทรหาเดช

เดชรีบกลับบ้านทันที ใบหน้าของเขาฉาบด้วยความกังวล เขาเข้ามากอดฉันไว้หลายชั่วโมง กระซิบคำสัญญาข้างหูฉันซ้ำแล้วซ้ำเล่า

คำสัญญาที่ว่าทั้งหมดนี้เป็นแค่เรื่องชั่วคราว เป็นเพียงพิธีการเพื่อให้นักลงทุนพอใจ และฉันจะเป็นภรรยาของเขาเสมอ เป็นภรรยาเพียงคนเดียว

ฉันเชื่อเขา ฉันเชื่อเขาเสมอมา

แต่ตอนนี้ ขณะที่จ้องมองเอกสารฉบับเดิมเป็นครั้งที่สิบเจ็ด ความเหนื่อยล้าที่ว่างเปล่าและลึกซึ้งก็เข้าเกาะกุมไปถึงกระดูก ฉันเหนื่อยเหลือเกิน

เหนื่อยที่จะสู้ เหนื่อยที่จะกรีดร้อง เหนื่อยที่จะเชื่อ

“คุณเอวาครับ” คุณทวีพูดด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำที่ฝึกฝนมาอย่างดีเพื่อปลอบประโลม “เราคุยกันเรื่องนี้แล้วนะครับ มันเป็นกลยุทธ์ทางธุรกิจ การหย่าชั่วคราวเพื่อเอาใจบอร์ดบริหารก่อนที่บริษัทจะเข้าตลาดหลักทรัพย์ จะไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงระหว่างคุณกับคุณเดชจริงๆ”

ฉันไม่ได้มองเขา

สายตาของฉันจับจ้องอยู่ที่โทรทัศน์บนผนังห้องนั่งเล่น ซึ่งมองเห็นได้จากด้านหลังของเขาพอดี

เสียงถูกปิดไว้ แต่ภาพนั้นชัดเจนแจ่มแจ้ง

เดช... เดชของฉัน... อยู่บนหน้าจอ รอยยิ้มของเขาสดใสเจิดจ้าเหมือนแสงแฟลชของกล้องที่ระเบิดอยู่รอบตัว

เขายืนอยู่บนเวที แขนข้างหนึ่งโอบรอบเอวของผู้หญิงอีกคนอย่างแสดงความเป็นเจ้าของ

อรอินทร์

นักลงทุนสาวสวยผู้ปราดเปรื่องจากบริษัทที่นำการลงทุนในรอบล่าสุดของบริษัทเขา

ผู้หญิงที่สื่อขนานนามว่าเป็นอีกครึ่งหนึ่งของคู่รักทรงอิทธิพลคู่ใหม่แห่งวงการเทค

รอยยิ้มของเธอดูสง่างาม ท่าทางของเธอก็สมบูรณ์แบบ

เธอคู่ควรที่จะอยู่ตรงนั้น ใต้แสงไฟระยิบระยับ ข้างกายชายที่โลกกำลังเฉลิมฉลองในฐานะอัจฉริยะที่สร้างตัวเองขึ้นมา

“เขาจะกลับมาแต่งงานกับคุณทันทีที่บริษัทมั่นคง” คุณทวีพูดต่อ เสียงของเขากลายเป็นเสียงพึมพำที่น่ารำคาญจนแทบคลั่ง “นี่มันแค่... ธุรกิจ ครอบครัวของคุณอรอินทร์มีอิทธิพลมหาศาล การปรากฏตัวต่อสาธารณะของพวกเขาร่วมกันเป็นการรับประกันความสำเร็จของ IPO”

การรับประกัน

ส่วนฉันคือความเสี่ยง

ภรรยาลับๆ จากอดีตที่ยากจน เป็นของที่ระลึกจากชีวิตที่เขาอยากจะลืมให้หมดสิ้น

ฉันได้ยินประโยคเหล่านี้มานับครั้งไม่ถ้วนจนมันหมดความหมายไปแล้ว

มันเป็นเพียงแค่เสียง เป็นอากาศว่างเปล่าที่ถูกปั้นแต่งเป็นคำพูดซึ่งควรจะควบคุมฉันได้ ทำให้ฉันเงียบและยอมทำตามในเงามืดของชีวิตที่ฉันช่วยสร้างขึ้นมา

ฉันก้มมองเอกสาร

ชื่อของฉัน เอวา พิมพ์อยู่ข้างๆ เส้นว่าง

ชื่อของเขา เดช เดย์ ถูกเซ็นไว้แล้ว ลายเซ็นที่คุ้นเคยและทะเยอทะยานของเขาเป็นเครื่องพิสูจน์ถึงประสิทธิภาพในการทำงานของเขา

“ได้” ฉันได้ยินตัวเองพูด

คำพูดนั้นเบาและไร้อารมณ์เสียจนชั่วขณะหนึ่งฉันไม่แน่ใจว่าตัวเองได้พูดออกไปจริงๆ

คุณทวีถึงกับกะพริบตา หน้ากากแห่งความเป็นมืออาชีพของเขาสั่นคลอน

“อะไรนะครับ”

ฉันหยิบปากกาที่เขาวางเตรียมไว้อย่างดีขึ้นมา มันหนักอึ้งราวกับสลักมาจากหิน

“ฉันบอกว่า ได้ ฉันจะเซ็น”

แววตาตกตะลึงฉายวาบขึ้นบนใบหน้าของเขา ก่อนจะถูกแทนที่ด้วยความโล่งใจอย่างไม่ปิดบัง

เขาคงคาดหวังว่าจะต้องมีการต่อสู้อีกครั้ง มีการสร้างสถานการณ์อีกหน หรือมีการแสดงออกอย่างสิ้นหวังและน่าสมเพชจากภรรยาที่ไม่สะดวกใจคนนี้อีก

เขาคงมีเบอร์ของเดชเตรียมพร้อมไว้ในโทรศัพท์ เพื่อรายงานอาการคลุ้มคลั่งครั้งล่าสุด

แต่ในตัวฉันไม่มีอะไรเหลือให้คลุ้มคลั่งอีกแล้ว

ฉันเป็นเพียงเปลือกที่กลวงโบ๋

มือของฉันไม่สั่นเลยขณะที่เซ็นชื่อลงไป

หมึกไหลลื่นดุจสายน้ำสีดำที่ตัดขาดสายสัมพันธ์สิบปี

ตัวอักษรแต่ละตัวคือความตายเล็กๆ

เอ-ว-า

มันดูเหมือนชื่อของคนแปลกหน้า

ทันทีที่ปลายปากกายกขึ้นจากกระดาษ คุณทวีก็คว้าเอกสารไปราวกับกลัวว่าฉันจะเปลี่ยนใจ

เขาเก็บมันใส่กระเป๋าเอกสารหนังอย่างปลอดภัย เสียงตัวล็อกที่ดังขึ้นสะท้อนก้องในบ้านที่เงียบสงัดราวกับเสียงปืน

“คุณตัดสินใจได้ถูกต้องแล้วครับคุณเอวา เป็นการตัดสินใจที่ฉลาดมาก” เขาพูดพลางถอยหลังไปยังประตู งานของเขาจบลงแล้วอย่างน่าโล่งใจ “คุณเดชจะต้องพอใจมากแน่ๆ”

เขาปิดประตูตามหลัง ทิ้งให้ฉันอยู่คนเดียวในบ้านหลังใหญ่มโหฬารที่ไม่เคยให้ความรู้สึกเหมือนบ้านจริงๆ เลย

ชั่วครู่หนึ่งฉันไม่ขยับเขยื้อน

จากนั้น ราวกับว่ากระดูกของฉันละลายหายไป

ร่างของฉันทรุดลง หน้าผากพิงกับพื้นผิวที่เย็นชาและไร้ความปรานีของโต๊ะ

ฉันเป็นเหมือนสมอเรือที่ถูกตัดเชือกในที่สุด จมดิ่งลงสู่มหาสมุทรแห่งความสิ้นหวังอันเงียบงันที่ไร้ก้นบึ้ง

บนจอโทรทัศน์ การแสดงเงียบๆ ยังคงดำเนินต่อไป

นักข่าวกำลังสัมภาษณ์เดช

เขาสดใส มีเสน่ห์ เป็นผู้ชายที่ฉันเคยตกหลุมรัก

เขาโน้มตัวเข้าหาไมโครโฟน สายตาของเขามองหาอรอินทร์ในกลุ่มคน

คำบรรยายปรากฏขึ้นที่ด้านล่างของหน้าจอ

“ผมเป็นหนี้บุญคุณคนคนหนึ่ง” ใบหน้าที่ยิ้มแย้มของเดชพูดกับคนทั้งโลก “อรอินทร์ เธอไม่ใช่แค่นักลงทุนหลักของผม แต่เธอคือแรงบันดาลใจ คือคู่ชีวิต และคือผู้หญิงที่ผมรักที่สุดในชีวิต ผมอยากจะขอบคุณเธอที่เชื่อมั่นในตัวผม ในวันที่ไม่มีใครเลย”

คำพูดเหล่านั้นค้างอยู่บนหน้าจอ เป็นเหมือนคำจารึกบนหลุมศพดิจิทัลสำหรับตัวตนทั้งหมดของฉัน

เชื่อมั่นในตัวเขา ในวันที่ไม่มีใครเลย

เสียงหัวเราะที่ขมขื่นและไร้เสียงเล็ดลอดออกมาจากริมฝีปากของฉัน

ฉันนึกถึงอพาร์ตเมนต์ห้องนอนเดียวแคบๆ ที่มักจะมีกลิ่นกาแฟเก่าๆ และมาม่าต้มยำกุ้ง

ฉันนึกถึงการทำงานสามจ๊อบ ทั้งพนักงานเสิร์ฟ แม่บ้านทำความสะอาดออฟฟิศ และบาร์เทนเดอร์ มือของฉันหยาบกร้านและร่างกายปวดร้าว เพียงเพื่อให้เขามีเงินจ่ายค่าเล่าเรียนปริญญาโทบริหารธุรกิจ

ฉันนึกถึงการขายสร้อยล็อกเก็ตรูปคุณย่า ของดูต่างหน้าชิ้นเดียวที่ฉันมีจากท่าน เพื่อจ่ายค่าเซิร์ฟเวอร์ตอนที่บริษัทสตาร์ทอัพของเขากำลังจะล้มละลาย

ฉันนึกถึงวันที่เราไปจดทะเบียนสมรสกันที่สำนักงานเขต มีแค่เราสองคน

เขาไม่มีเงินซื้อแหวนจริงๆ เลยให้แหวนเงินเกลี้ยงๆ ที่ซื้อจากแผงลอยมาแทน

“สักวันหนึ่งนะเอวา” เขากระซิบ ดวงตาของเขาเปล่งประกายด้วยน้ำตาที่คลอหน่วยขณะที่เขาสวมมันลงบนนิ้วของฉัน “พี่จะซื้อเกาะให้เอวา พี่จะให้โลกทั้งใบกับเอวา นี่เป็นแค่การเริ่มต้น สำหรับเรา”

ตอนนี้ คำสัญญาว่าจะให้โลกทั้งใบของเขากำลังถูกมอบให้กับผู้หญิงอีกคน ผ่านการถ่ายทอดสดทางโทรทัศน์ ให้ทุกคนได้เห็น

โลกของฉันเพิ่งจะจบสิ้นลง

นิ้วของฉันที่ชาและงุ่มง่าม คลำหาโทรศัพท์

ฉันเลื่อนดูรายชื่อติดต่อที่ไม่ได้ดูมาหลายปี ผ่านชื่อที่ให้ความรู้สึกเหมือนภูตผี

ฉันเจอชื่อที่กำลังมองหา

เอมอร ลินด์ซีย์

คุณป้าที่ห่างเหินของฉัน หุ้นส่วนอาวุโสที่น่าเกรงขามและเป็นที่นับถือในสำนักงานกฎหมายชั้นนำของกรุงเทพฯ

นิ้วโป้งของฉันค้างอยู่บนปุ่มโทรออก

เราไม่ได้คุยกันมาห้าปีแล้ว นับตั้งแต่การทะเลาะกันอย่างรุนแรงเรื่องเดช ผู้ชายที่คุณป้าเรียกว่าไอ้โรคจิตเจ้าเสน่ห์ตั้งแต่วินาทีแรกที่เจอ

ฉันกดปุ่ม

เธอรับสายในกริ๊งที่สอง เสียงของเธอเฉียบคมและแม่นยำเหมือนที่ฉันจำได้

“เอวาเหรอ”

เสียงสะอื้น ซึ่งเป็นเสียงจริงๆ เสียงแรกที่ฉันเปล่งออกมาทั้งวัน หลุดออกจากอก

“คุณป้าเอมอรคะ” ฉันพูดเสียงเครือ “เอวา... ขอ... ขอไปอยู่ด้วยได้ไหมคะ”

ไม่มีการลังเล ไม่มีคำว่า ‘ป้าบอกแล้วใช่ไหม’

มีเพียงความอบอุ่นที่พลันแทรกผ่านม่านหมอกอันเยือกเย็นในเส้นเลือดของฉัน

“ได้สิจ๊ะหลานรัก ตอนนี้ป้ากำลังประชุมอยู่ แต่ใกล้จะเสร็จแล้ว เครื่องบินส่วนตัวของป้าพร้อมสแตนด์บายอยู่แล้ว เดี๋ยวป้าจะให้ไปรับในอีกสามชั่วโมง แค่เก็บกระเป๋า เก็บทุกอย่างที่อยากจะเก็บไว้นะ”

เสียงของเธอสงบและทรงอำนาจ เป็นเหมือนเชือกชูชีพในซากปรักหักพัง

“แล้วก็นะเอวา ไม่ว่าเรื่องอะไร เดี๋ยวเราจัดการเอง ป้ากำลังไป”

---

คุณอาจจะชอบ

ภาพปกนิยายเรื่อง ภรรยาไม่รับจ้าง
8.2
ภูริดล นักธุรกิจหนุ่มผู้ประสบความสำเร็จแต่ต่อต้านการมีครอบครัวตามใจพ่อ ได้พบกับพิรฎา หญิงสาวที่ยอมตกลงเซ็นสัญญาเป็นภรรยาจ้างเพื่อหาทางหลุดพ้นจากครอบครัวที่แสนทุกข์ใจ แต่เธอกลับพลาดท่าเสียทีให้เขาและได้พบความจริงที่ซ่อนอยู่ในสัญญาว่า ข้อตกลงนี้จะสิ้นสุดลงก็ต่อเมื่อเธอคลอดทายาทให้เขา โดยที่เธอไม่มีสิทธิ์ในตัวลูกเด็ดขาด ท่ามกลางคำโกหกและความลับที่ถูกซ่อนไว้ ความผูกพันเริ่มก่อตัวขึ้นอย่างเงียบๆ ทั้งคู่จึงต้องเผชิญหน้ากับบททดสอบครั้งสำคัญว่า ความรู้สึกที่เกิดขึ้นจะเป็นรักแท้หรือเป็นเพียงแค่ข้อตกลงทางธุรกิจ
ภาพปกนิยายเรื่อง ทูนหัวของพ่อ
8.8
เมื่อความรักไม่แบ่งชนชั้นวรรณะ อายุก็เช่นกัน เขาที่อายุมากกว่าเธอขนาดจะเป็นพ่อเธอได้ตกหลุมรักสาวน้อยรุ่นลูกเข้าอย่างจัง รักครั้งนี้จึงมีทั้งเสียงหัวเราะและเสียงครางกระเส่าในทุกค่ำคืนอันเร่าร้อน ******** พ่อเพื่อนบำเรอรัก เดโชกระตุกเท้าขึ้นอย่างรวดเร็วเมื่อรู้สึกว่ากำลังเหยียบผ้าชิ้นเล็กๆ พอก้มมองก็พบว่าเป็นกางเกงชั้นในสีชมพูลายคิตตี้ เขาเกี่ยวมันขึ้นมาด้วยปลายนิ้วก่อนจะมองไปรอบๆ ห้องนอนของตนอย่างสำรวจ แต่เมื่อไม่เห็นใคร จึงชูกางเกงชั้นในนั้นขึ้นสูง “คุณพ่อจะทำอะไรคะ” เดโชหันขวับพอเห็นมายาวดีก็รีบซ่อนกางเกงชั้นในไว้ข้างหลัง “เปล่า” เดโชปฏิเสธ “ก็เห็นๆ อยู่ว่าคุณพ่อกำลังจะดมกางเกงในหยา” เพราะเธอกำลังเห็นด้านมืดของเขา ความกลัวจึงทำให้พลั้งปากออกไปกล่าวหาว่าเขาเป็นโรคจิต “นี่กางเกงในของเธอเองรึ” นายหัวหนุ่มเลิกคิ้ว พร้อมกับคีบซับในตัวน้อยขึ้นสูงระดับสายตา “ใช่ค่ะ ของหยาเอง” “แล้วทำไมมาอยู่ในห้องฉันได้ล่ะ” “ก็...” มายาวดีไม่รู้จะบอกยังไง เพราะความจริงมันเกิดขึ้นจากความไม่ตั้งใจ แต่พอลองเปิดดูแล้วเธอกลับมีอารมณ์จึงลองช่วยตัวเองเป็นครั้งแรก แน่นอนมันตื่นเต้นมากๆ “ถ้าตอบไม่ได้ งั้นพ่อยึด” ******* พ่อเลี้ยงบำเรอกาม ‘พ่อ’ แสงดาวเรียกเขาด้วยคำๆ นี้มาหลายปี แต่ความรู้สึกที่มีต่อเขาหาได้ให้ความเคารพ มันเต็มไปด้วยความรักที่ซ่อนเร้นอยู่ในอก กระทั่งเธอโตเป็นสาววัย 18 ปี แสงดาวก็อยากทำตามใจตัวเองบ้าง นั่นคือยั่วตัณหาพ่อเลี้ยงหนุ่มจนทั้งคู่ได้เสียกัน และซ้ำร้ายมารดาของเธอต้องมารู้เห็นและเสียใจจนตัวตาย บาปที่เธอทำไว้สร้างความทุกข์ระทมหัวใจยิ่งนัก ทว่า...ก่อนลมหายใจเฮือกสุดท้าย มารดาผู้เป็นที่รักได้ฝากเธอไว้กับพ่อเลี้ยงรูปงาม มันคือตราบาปที่เธอจะต้องตัดสินใจเด็ดขาดว่าจะหยุดเพื่อจบทุกอย่าง หรือจะเดินหน้าเพื่อรักษาสิ่งที่เป็นของมารดาเอาไว้ให้ได้ งานนี้ผีดาวยั่วก็ต้องเข้าสิงตัวเธอ เพื่อครอบครัวร่างกายและหัวใจของเขา “อาห์...แสงดาว ให้ตายสิเด็กบ้า เธอนี่มันโสเภณีชัดๆ” ปรมัยอุทาน เมื่อท่อนเอ็นของเขาจมจ่อมอยู่ในอุ้งปากและเรียวลิ้นเล็กสวาปามอย่างหิวโหย เขามองริมฝีปากชุ่มฉ่ำของเธอกำลังดูดกลืนท่อนเนื้อฉ่ำเยิ้มอย่างชอบใจ
ภาพปกนิยายเรื่อง ขอเลิกกับสามีงี่เง่า
8.2
เมื่อลู่เยียนจือตัดสินใจขอหย่ากับสือเนี่ยน ภรรยาที่แสนดี เพื่อไปดูแลหานเวยที่อ้างว่าเจ็บป่วย โดยสัญญาว่าจะกลับมาแต่งงานกันใหม่ในอีกครึ่งปี เขาเชื่อมั่นว่าเธอจะอดทนรอคอยเขาอย่างซื่อสัตย์ ทว่าความเจ็บช้ำใจกลับทำให้สือเนี่ยนเลือกที่จะตัดสัมพันธ์ทุกอย่างอย่างไร้เยื่อใย เธอตัดสินใจทำแท้งและก้าวเดินต่อไปเพื่อเริ่มต้นชีวิตใหม่ที่ปราศจากเขาอย่างสิ้นเชิง ทันทีที่ตระหนักว่าการหย่าร้างหลอกๆ ครั้งนี้กลายเป็นการสูญเสียเธอไปจริงๆ ลู่เยียนจือก็เริ่มเสียสติ เขาพยายามทำทุกวิถีทางและเฝ้าติดตามเธออย่างบ้าคลั่ง เพียงเพื่อหวังจะได้รับโอกาสและให้เธอยอมหันกลับมามองเขาอีกสักครั้ง
ภาพปกนิยายเรื่อง อุ้มรักเจ้านายใจร้าย
9.8
เมื่อนพรดาตั้งครรภ์กับเจ้านายผู้ไร้หัวใจที่แสดงเจตนาชัดเจนว่าไม่คิดผูกพันหรือยกย่องเธอเป็นภรรยา ความช้ำใจทำให้เธอตัดสินใจหอบศักดิ์ศรีเดินจากไป แม้เขาจะเสนอความช่วยเหลือเพียงเรื่องเงินทองและการดูแลเด็กโดยไร้รัก แต่เธอเลือกที่จะเลี้ยงดูลูกด้วยตัวเองพร้อมลบเขาออกไปจากชีวิต และหากลูกอยากมีพ่อ เธอก็พร้อมจะหาคนอื่นมาทำหน้าที่นี้แทน บทเรียนแสนแพงครั้งนี้จะทำให้คนใจดำเช่นเขาต้องจมอยู่กับความเสียดายไปชั่วชีวิตไปตลอดกาล
ภาพปกนิยายเรื่อง ล่ารักเจ้าสาวแจ็คพ็อต
8.1
เมื่อปภาณพิชญ์ถูกเพื่อนสนิทหักหลังด้วยการแย่งคนรักไป เธอจึงตัดสินใจมองหาผู้ชายคนใหม่มาควงเพื่อประชดอดีตคนรัก จนได้พบกับธันยาพัฒน์ ทายาทมหาเศรษฐีหนุ่มที่เข้าร่วมรายการเกมโชว์ด้วยจุดประสงค์บางอย่าง และกลายมาเป็นคู่แจ็คพ็อตของเธอ แม้ตอนแรกหญิงสาวจะหวังใช้เขาเป็นเพียงเครื่องมือบังหน้า แต่เสน่ห์อันเหลือล้นของเขากลับทำให้ชายหนุ่มไม่ยอมหยุดอยู่แค่สถานะแฟนกำมะลอ นักธุรกิจหนุ่มมาดเผด็จการคนนี้พร้อมทำทุกวิถีทางเพื่อตามล่าหัวใจของเธอมาครอบครองอย่างแท้จริง พร้อมทั้งพิสูจน์ให้เธอเห็นว่าความรักที่จริงใจและมั่นคงนั้นมีอยู่จริง
ภาพปกนิยายเรื่อง ประธานที่มีเสน่ห์ของฉัน
7.3
ชีวิตแต่งงานสามปีของฉู่ลั่วหานเต็มไปด้วยความอ้างว้างและเสียงดูถูกเรื่องการไร้ทายาท แม้จะเป็นภรรยาตามกฎหมาย เมื่อโม่หรูเฟยหญิงมือที่สามกล้าบุกมาเยาะเย้ยถึงบ้าน ความอดทนของเธอจึงสิ้นสุดลง ลั่วหานตอกกลับอย่างเจ็บแสบเพื่อสั่งสอนให้รู้ถึงสถานะที่แท้จริง ทว่าบาดแผลลึกในใจกลับเกิดจากสามีที่นอนร่วมเตียง เขาปฏิบัติกับเธอราวกับคนแปลกหน้า ไม่เคยปกป้องหรือแสดงความห่วงใย และมักตอกย้ำว่าเขาไม่ได้รักเธอ ความเย็นชาอันโหดร้ายนี้บังคับให้ลั่วหานต้องเข้มแข็งและยืนหยัดด้วยตัวเองในวังวนของสถานะที่เหลือเพียงแค่ชื่อ