APKDock Logo
รายชื่อตอน
แชร์
ภาพปกนิยายเรื่อง รักลึกสุดหัวใจ คู่กันชั่วนิรันดร์

รักลึกสุดหัวใจ คู่กันชั่วนิรันดร์

หลังยอมทนกับความรักที่ไร้ค่ามานานถึงสามปี เปี่ยนจือก็ตัดสินใจลงนามในใบหย่าทันทีเมื่อถูกโอวม่อเยวียนบีบคั้น เธอเลือกที่จะหันหลังให้ความเจ็บปวดแล้วกลับคืนสู่ฐานะทายาทสาวผู้มีอิทธิพลแห่งเปี่ยนซื่อกรุ๊ปอย่างสง่างาม ท่ามกลางความรักและการปกป้องจากครอบครัวมหาเศรษฐี ทั้งพ่อที่เป็นนักธุรกิจใหญ่ พี่ชายตำแหน่งซีอีโอผู้ทรงพลัง และน้องชายที่เป็นซุปตาร์ดัง ในขณะที่อดีตสามีพยายามตามง้อขอคืนดี เธอกลับกลายเป็นที่หมายปองของคู่แข่งหนุ่มผู้แสนเย่อหยิ่ง ซึ่งพร้อมจะสละทรัพย์สมบัติพันล้านเพื่อยอมสยบแทบเท้าและมอบหัวใจรักทั้งหมดให้แก่เธอ
รายชื่อตอน
แชร์

ตอน 2

“โอวม่อเยวียน?”

เปี่ยนจือถึงกับอึ้งไป

แม้ว่าเธอจะรู้ดีอยู่แล้วว่าเขาไม่มีวันเข้าข้างเธอ

ทว่าเธอก็ยังเชื่อมาตลอดว่า อย่างน้อยเขาก็เป็นคนยุติธรรมพอที่จะไม่ตัดสินเรื่องราวโดยปราศจากการสืบสวน หรือเพียงแค่ฟังความข้างเดียวจากเฉินอวี่เยียนแล้วมาสรุปความผิดทันทีแบบนี้

แต่ตอนนี้ แม้แต่ความหวังเพียงน้อยนิดนั้นก็กลับกลายเป็นเพียงเรื่องเพ้อฝัน

เปี่ยนจือก้มหน้าลง พลางหัวเราะเยาะตัวเอง

นี่น่ะเหรอผู้ชายที่เธอเฝ้าฝันว่าจะใช้ความรักและความอบอุ่นทั้งหมดที่มี เพื่อหลอมละลายหัวใจเขา นี่น่ะเหรอผู้ชายที่เธอยอมขัดใจพ่อเพื่อที่จะแต่งงานด้วย

สามปี

สามปีเต็มๆ

เธอรู้ว่าในใจเขามีเฉินอวี่เยียนอยู่เสมอ และก็รู้ด้วยว่าทั้งสองคนเป็นเพื่อนเล่นกันมาตั้งแต่เด็ก แต่ในเมื่อเฉินอวี่เยียนแต่งงานกับพี่ชายลูกพี่ลูกน้องของเขาไปแล้ว เธอจึงคิดว่าขอเพียงเธอจริงใจมากพอ สักวันหนึ่งโอวม่อเยวียนคงจะเห็นความดีของเธอบ้าง

ดังนั้นเมื่อโอวม่อเยวียนยื่นเงื่อนไขการแต่งงานโดยมีข้อแม้ว่าเธอต้องดูแลอาการป่วยของเฉินอวี่เยียน เธอจึงไตร่ตรองครู่หนึ่งแล้วก็ตอบตกลงไป

แต่กลับไม่คิดเลยว่า สามปีผ่านไป และในวันนี้โอวม่อเยวียนจะพูดคำว่า ‘หย่า’ ออกมาได้ง่ายดายถึงเพียงนี้

เปี่ยนจือเงยหน้าขึ้นมองโอวม่อเยวียนที่ยืนอยู่ฝั่งตรงข้าม

แววตาเย็นชาของชายหนุ่มไร้เยื่อใย ใบหน้าคมเข้มไม่ปรากฏอารมณ์ใดๆ ยามที่เขามองมายังเธอก็ยังคงห่างเหินและเฉยชาไม่ต่างจากเมื่อสามปีก่อนอยู่ดี

เป็นเธอเอง……ที่ไร้เดียงสาเกินไป

คนที่เขาไม่รัก ต่อให้พยายามมากแค่ไหน เขาก็ไม่มีวันหันมารักได้หรอก

“เปี่ยนจือ! ที่ม่อเยวียนพูดน่ะได้ยินไหม?! ถ้าไม่ลาออก ก็หย่าซะ!” คุณนายใหญ่มองเปี่ยนจือด้วยสีหน้าที่เปี่ยมความมั่นใจ ทั่วทั้งใบหน้าเต็มไปด้วยความเย้ยหยัน

“ฉันบอกแล้วไงคะ” เปี่ยนจือค่อยๆ เหยียดตัวขึ้นตรง สีหน้าดูเหมือนจะตระหนักอะไรบางอย่างได้ “ฉันพยายามสุดความสามารถแล้ว ถ้าพวกคุณสงสัยในเรื่องการใช้ยาของฉัน ก็สามารถเชิญคณะกรรมการตรวจสอบของโรงพยาบาลมาตรวจสอบได้ แต่ฉันไม่มีวันละทิ้งวิชาชีพของฉันเด็ดขาด”

ทันทีที่พูดจบ

คุณนายใหญ่โอวก็เอามือตบโต๊ะดังปัง ปลายนิ้วชี้ตรงมาที่ใบหน้าของเปี่ยนจือ พลางเอ่ยวาจาถากถาง “พยายามเต็มที่แล้วงั้นเหรอ? !”

“เหอะ——”

“ถึงกับกล้าพูดออกมาว่าจะเชิญคณะกรรมการตรวจสอบของโรงพยาบาลมาเลยเหรอ นึกว่าฉันไม่รู้หรือไงว่า เธอกับพวกเพื่อนร่วมงานที่โรงพยาบาลนั่นสมรู้ร่วมคิดกัน เตรียมการกันไว้หมดแล้ว? อวี่เยียนบอกฉันหมดแล้วว่า พวกเธอทารุณกรรมอวี่เยียนที่โรงพยาบาลยังไงบ้าง บังอาจมารังแกหนูอวี่เยียนสุดที่รักของพวกเรา แถมพวกเขายังอุตส่าห์พยายามจะปกปิดความผิดให้เธออีก!”

“ได้! ในเมื่อเธอยังไม่สำนึก พ่อบ้านว่าน! ลากตัวนังนี่ไปขังไว้ในโรงเก็บฟืน เธอสำนึกผิดเมื่อไหร่ค่อยปล่อยตัวออกมา!”

“ในเมื่อเธอปากดีนัก ก็ไม่ต้องให้ข้าวเธอกิน! แค่คอยให้น้ำบ้าง อย่าให้ตายก็พอ!”

เปี่ยนจือรู้สึกเหลือเชื่ออย่างมาก นี่มันสังคมสมัยใหม่ที่บ้านเมืองมีขื่อมีแป ยังจะมีการจับไปขังในโรงเก็บฟืนแล้วให้อดข้าวอดน้ำกันอยู่อีกเหรอ?

เธอไม่ได้โต้ตอบในทันที แต่กลับหันไปมองโอวม่อเยวียน

เธอยอมรับว่าตัวเองโง่เขลานัก ที่ยังดึงดันอยากจะยืนยันความคิดของโอวม่อเยวียนในตอนนี้ให้ชัดแจ้ง

ทว่าสิ่งที่เห็นคือสายตาเย็นชาของโอวม่อเยวียนที่ทอดมองมา “คิดให้ตกก่อนแล้วค่อยมาคุยกับผม เรื่องของอวี่เยียน คุณต้องรับผิดชอบให้ถึงที่สุด”

“พี่คะ จะไปคุยกับยัยนี่ให้เสียเวลาทำไม” โอวเหยาเกลียดเปี่ยนจือเข้าไส้ เธอคิดว่าโอวม่อเยวียนถูกเปี่ยนจือบีบบังคับให้แต่งงานด้วย ดังนั้นตั้งแต่เปี่ยนจือแต่งเข้าตระกูลโอวมา เธอจึงคอยหาเรื่องกลั่นแกล้งเสมอ “จับโยนเข้าไปในโรงเก็บฟืนให้อดข้าวสักสามวันสามคืน ดูซิว่าจะยังปากเก่งอยู่อีกไหม!”

เปี่ยนจือไม่แม้แต่จะมองโอวเหยา และไม่สนด้วยว่าฝ่ายนั้นจะคิดกับเธออย่างไร ที่ผ่านมาจนถึงตอนนี้เธอสนใจเพียงความรู้สึกของโอวม่อเยวียนเท่านั้น

เธอมองจ้องเขาตรงๆ “โอวม่อเยวียน ฉันไม่เคยมีความคิดที่จะทำร้ายเฉินอวี่เยียนเลยสักนิด ฉันเป็นหมอ ไม่มีทางทำเรื่องที่ผิดต่อคนไข้ของตัวเองแน่นอน คุณมักจะบอกว่าตัวเองเป็นคนมีเหตุผลและยุติธรรมเสมอไม่ใช่เหรอ? ถ้าอย่างนั้น คุณช่วยมอบความยุติธรรมให้กับฉันบ้างได้ไหม”

เปี่ยนจือมองเขาด้วยสายตาคาดหวังอย่างแรงกล้า

เธอไม่ได้หวังความรักที่ลำเอียง เพียงแค่หวังในความยุติธรรมเท่านั้น

หวังให้มีการสืบหาความจริงในเรื่องนี้อย่างเป็นธรรม และให้คำอธิบายที่เป็นธรรมกับเธอ

เพียงเท่านั้นเอง

ทว่าสุดท้ายเธอก็ต้องผิดหวัง

เธอถูกพ่อบ้านว่านฉุดกระชากเข้าไปในโรงเก็บฟืน

ประตูไม้บานหนาอันหนักอึ้งค่อยๆ ปิดลงต่อหน้าต่อตาของเปี่ยนจือ เธอเฝ้ามองใบหน้าของโอวม่อเยวียนที่ค่อยๆ ลับหายไปตามบานประตูที่เคลื่อนเข้าหากัน

เธอรู้สึกลนลานเล็กน้อย แต่ในดวงตาของชายหนุ่มกลับมีเพียงความเย็นชา ไร้ซึ่งเยื่อใยใดๆ ต่อเธอ

ฝีเท้าที่เธอกำลังจะก้าวออกไปพลันชะงักงันด้วยสายตาโหดเหี้ยมคู่นั้น เปี่ยนจือหยุดนิ่งด้วยหัวใจที่หนักอึ้ง ทำได้เพียงเบิกตามองใบหน้าของโอวม่อเยวียนที่เลือนหายไปต่อหน้าต่อตา

เธอไม่รู้ว่าตัวเองติดอยู่ในโรงเก็บฟืนที่มืดมิดนั้นนานแค่ไหน

รู้เพียงว่าพื้นใต้ปลายนิ้วนั้นชื้นแฉะ

อากาศรอบตัวอัดแน่นไปด้วยความหนาวเหน็บและกลิ่นอายที่น่าสะพรึงกลัว

มีสัตว์ตัวอ่อนนุ่มคลานผ่านข้างกายพร้อมกับเสียง ‘จี๊ดๆ ’ ที่ชวนให้อกสั่นขวัญแขวน

จากความเสียใจในตอนแรก แปรเปลี่ยนเป็นความชาชิน ท้ายที่สุดเธอก็นั่งทรุดตัวลงบนพื้นอย่างเหม่อลอย ความรักที่เคยล้นปรี่ในอกค่อยๆ มอดดับลงไปตามกาลเวลาที่เคลื่อนผ่าน

ในพื้นที่ที่ไร้แสงตะวันแห่งนี้ เธอไม่รู้เลยว่าเวลาผ่านไปนานเท่าใดแล้ว

จนกระทั่งประตูบานหนาถูกผลักเปิดออกจากด้านนอกพร้อมเสียง ‘เอี๊ยด’ และแสงแดดเจิดจ้าสาดส่องเข้ามาเป็นเส้นตรง

โอวม่อเยวียนยืนอยู่ท่ามกลางแสงแดดนั้น พลางเอ่ยคำที่แสนเย็นชาออกมา “สำนึกผิดหรือยัง?”

ถ้าสำนึกแล้ว ก็รีบไปดูแลอวี่เยียนที่โรงพยาบาลซะ

ความรักเพียงน้อยนิดที่ยังคงหลงเหลืออยู่ พลันมลายหายไปกับคำพูดนั้น

แต่เปี่ยนจือยังคงไม่ยอมแพ้ เธอแยกไม่ออกว่ามันคือความเสียดายตลอดสามปีที่ทุ่มเทไป หรือไม่อยากที่จะตัดใจจากโอวม่อเยวียนกันแน่

“ฉันพยายามช่วยชีวิตเฉินอวี่เยียนอย่างสุดความสามารถแล้ว ฉันมั่นใจว่าไม่ได้ทำอะไรที่ผิดต่อเธอเลย ถ้าเป็นไปได้ช่วยให้เวลาฉันหน่อยได้ไหมคะ ฉันจะไปสืบหาความจริงที่โรงพยาบาล และจะให้คำตอบที่คุณพอใจแน่นอน ได้หรือเปล่าคะ?”

เปี่ยนจือเงยหน้าขึ้น พยายามดิ้นรนเพื่อความสัมพันธ์นี้เป็นครั้งสุดท้าย

“ให้เวลาคุณงั้นเหรอ?” แววตาเย้ยหยันของโอวม่อเยวียนทิ่มแทงหัวใจของเปี่ยนจืออย่างจัง เธอได้ยินเขาพูดว่า “ให้เวลาคุณไปปกปิดความจริงน่ะเหรอ?”

ถึงแม้จะรู้อยู่แล้วว่าผลจะออกมาเป็นเช่นนี้ แต่เปี่ยนจือก็ยังคงใจสลายอยู่ดี

เธอค่อยๆ ชันเข่าลุกขึ้นยืนอย่างโซเซท่ามกลางความมืดมิด แล้วก็ยังคงดึงดันอยากจะถามออกไปคำหนึ่ง “โอวม่อเยวียน ตลอดสามปีมานี้ คุณเคยรักฉัน แม้เพียงสักเสี้ยววินาทีบ้างไหม?”

โอวม่อเยวียนชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะแค่นเสียงเยาะออกมา เสียงหัวเราะที่เต็มไปด้วยการถากถางนั้น ทำให้เปี่ยนจือเข้าใจได้ในทันที……

เสียงหัวเราะนั้นเปรียบเสมือนฝ่ามือที่ฟาดลงบนหน้าอย่างแรง เพื่อเตือนสติว่าเธอกำลังเพ้อฝัน

“อ้อ ไม่เคยรักเลยสินะ” เปี่ยนจือพึมพำกับตัวเอง ใบหน้าซีดเผือด “ได้ ฉันมันเพ้อเจ้อไปเองจริงๆ ”

“ถ้าอย่างนั้น……” เปี่ยนจือยิ้มอย่างเศร้าสร้อย “ก็หย่ากันเถอะค่ะ”

โอวม่อเยวียนนิ่งอึ้งไปครู่ใหญ่ ก่อนจะขมวดคิ้วจ้องมองเปี่ยนจือด้วยสายตาเย็นเยียบ

เดิมทีเขาคิดว่า หลังจากผ่านไปหนึ่งคืน เปี่ยนจือจะสำนึกผิด จะยอมอ่อนข้อและทำตัวว่าง่ายเหมือนที่ผ่านมา และยอมลาออกจากตำแหน่งหัวหน้าแผนกที่โรงพยาบาลซะ

แต่กลับไม่คาดคิดเลยว่า สิ่งที่ได้ยินจากปากเธอจะกลายเป็นคำว่า ‘หย่า’

ช่างไร้เหตุผลและไม่รู้จักสำนึกจริงๆ !

เปี่ยนจือจ้องมองปฏิกิริยาของโอวม่อเยวียนอย่างตั้งใจ ก่อนจะก้มหน้าลงหัวเราะเยาะตัวเอง

เมื่อก่อนเธอเคยยอมโอวม่อเยวียนมาโดยตลอด แต่วันนี้จู่ๆ เธอก็เลือกที่จะต่อต้าน ดังนั้นท่าทางที่เขาดูประหลาดใจแบบนั้นจึงไม่ใช่เรื่องแปลกเลยสักนิด

เธอสูดลมหายใจเข้าลึกๆ ก่อนจะย้ำอีกครั้งท่ามกลางความงุนงงของโอวม่อเยวียน “โอวม่อเยวียน เราหย่ากันเถอะ!”

พูดจบเปี่ยนจือก็เชิดหน้าขึ้น และก้าวข้ามธรณีประตูออกไป

เธอค่อยๆ ก้าวเดินไปอย่างเชื่องช้า อาการไข้รุมๆ เมื่อวานเริ่มรุนแรงขึ้นท่ามกลางอากาศที่ชื้นแฉะ แผ่นหลังก็ปวดระบมจากการถูกฟาดด้วยไม้เท้า สัมผัสจากสัตว์ที่คลานผ่านปลายนิ้วยังคงติดอยู่ในประสาทสัมผัสอย่างเด่นชัด

แต่ถึงอย่างนั้น เธอก็ยังคงก้าวเดินต่อไปอย่างมั่นคง

เธอจะไปจากที่นี่ ไปจากตระกูลโอว และไปจากชีวิตแต่งงานที่เธอเคยคิดว่าจะรักษาเอาไว้ให้ได้ชั่วชีวิต

คุณอาจจะชอบ

ภาพปกนิยายเรื่อง เจ้านายวายร้ายสุดที่รัก (เจ้านายขามา xxx กันชุดที่ 1)
8.0
ความหวงแหนในดวงตาของคามิล่าทำให้เดร็คหัวใจพองโต แม้คำตอบของเขาจะเป็นแค่เสียงปฏิเสธสั้นๆ แต่เมื่อเธอจ้องมองด้วยแววตาจับผิด เขากลับรู้สึกถูกใจมากกว่าจะรำคาญ หากผู้หญิงคนอื่นกล้าทำแบบนี้คงถูกเขาจับโยนลงจากเตียงไปแล้ว แต่สำหรับคามิล่าไม่ใช่ วันนี้เธอต่างหากที่กุมหัวใจของเขาไว้หมดแล้วความเงอะงะในการจูบของเธอช่างน่าหลงใหล เธอพยายามขบริมฝีปากหนาของเขาอย่างไม่เป็นภาษา ก่อนจะสอดเรียวลิ้นเข้าไปในโพรงปากอย่างกล้าหาญ เดร็คตอบรับทันที ปล่อยให้ความเขินอายของเธอกระตุ้นอารมณ์ร้อนภายในร่างกาย จูบที่เต็มไปด้วยความเป็นเจ้าของนี้ทำให้เขารู้สึกว่าเธอช่างน่ารักน่าเอ็นดูราวกับเป็นของขวัญล้ำค่าที่เขาอยากครอบครอง เพราะต่อให้เธอไม่ต้องทำอะไร เขาก็หลงเธอหัวปักหัวปำไปหมดแล้ว
ภาพปกนิยายเรื่อง พรางรักผลาญหัวใจ
8.8
ราเชนทร์โกรธจัดเมื่อถูกบังคับให้แต่งงานกับเขมจิรา เด็กกำพร้าที่พ่อแม่ของเขารับเลี้ยงไว้ แม้ว่าเขาจะมีเกศรินทร์เป็นคนรักอยู่แล้ว แต่ก็ไม่อาจหลีกเลี่ยงวิวาห์ครั้งนี้ได้ ด้านเขมจิรายอมเข้าพิธีแต่งงานเพียงเพื่อตอบแทนพระคุณของผู้มีพระคุณ ทั้งที่รู้ดีว่าตนเองเป็นได้แค่เจ้าสาวในเงา ในคืนวันแต่งงาน ราเชนทร์ที่มึนเมาได้เรียกชื่อคนรักของเขาออกมาอย่างโหดร้าย สร้างความช้ำใจให้เขมจิราอย่างที่สุด แม้เขาจะเสนอเงินห้าล้านบาทเพื่อให้เธอหนีไป แต่เธอก็ยังคงยอมทนอยู่เพราะหน้าที่ต่อครอบครัวที่เลี้ยงดูเธอ
ภาพปกนิยายเรื่อง รักต่างวัยของเจ้านายจอมเก๊ก
9.2
นารา เด็กสาววัยยี่สิบปีที่พยายามเก็บซ่อนความเจ็บปวดจากครอบครัวที่แตกแยกไว้เบื้องหลังใบหน้าอันร่าเริง เธอตัดสินใจเดินทางเข้าสู่เมืองหลวงเพื่อหางานทำช่วยเหลือครอบครัว จนได้พบกับภูตะวัน นักธุรกิจหนุ่มใหญ่วัยสามสิบห้าปี เจ้าของไร่องุ่นและโรงงานไวน์ผู้เย็นชา ซึ่งเคยเผชิญกับความเจ็บปวดจากการถูกคนรักเก่านอกใจจนต้องปิดกั้นตัวเองจากความรัก ทว่าพลังบวกและความสดใสของเด็กสาวคนนี้กำลังจะเข้ามาสั่นคลอนหัวใจที่ด้านชาของเขาให้กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง
ภาพปกนิยายเรื่อง หลุมพรางเศรษฐี
8.4
เมื่อหนิงลั่วซีเผชิญแรงกดดันจากครอบครัวที่บังคับให้แต่งงานกับชายคราวพ่อเพื่อผลประโยชน์ เธอจึงแก้ปัญหาด้วยการจ้างหนุ่มบาร์โฮสมาจดทะเบียนสมรสบังหน้าเพื่อประชดที่บ้าน ทว่าเธอหารู้ไม่ว่าเบื้องหลังของชายหนุ่มสุดหล่อคนนี้ แท้จริงแล้วเขาคือผู้นำตระกูลมหาเศรษฐีอันดับต้นๆ ของโลกที่ซ่อนเร้นฐานะที่แท้จริงเอาไว้ นอกเหนือจากอำนาจล้นมือที่เขามีอยู่ เขายังคอยดูแลและมอบความรักที่แสนอบอุ่นอ่อนโยนให้กับเธออย่างที่เธอไม่เคยได้รับจากใครมาก่อนในชีวิต
ภาพปกนิยายเรื่อง ไฟรักเพลิงเสน่หา
9.0
ภาพถ่ายบนใบสมัครงานของ 'กีรยา' นักเขียนสาวผู้มีเสน่ห์ ได้สะกดใจนักธุรกิจหนุ่มหล่อลูกครึ่งไทย-โมร็อกโกตั้งแต่แรกเห็น เขาจึงเรียกเธอมาสัมภาษณ์หวังสร้างความใกล้ชิด ทว่าความเข้าใจผิดทำให้เธอต่อว่าเขาอย่างรุนแรง ชนวนเหตุนี้จุดประกายความโกรธและความปรารถนาที่จะครอบครองในใจชายหนุ่ม แผนการลักพาตัวสุดระทึกจึงเริ่มต้นขึ้นเมื่อเขาปลอมตัวเป็นโจรบุกเข้าชิงตัวเธอไป เพื่อลงทัณฑ์หญิงสาวด้วยไฟรักและสนองความเสน่หาอันเร่าร้อนที่มีต่อเธอเพียงผู้เดียวในค่ำคืนที่แสนยาวนาน
ภาพปกนิยายเรื่อง หวานสวาทเจ้าสาวสิบเก้ามงกุฎ
9.0
เมื่อพยัคฆ์เข้าใจผิดว่าเธอเป็นหัวหน้าแก๊งต้มตุ๋น เขาจึงกักขังเธอไว้ในฐานะเชลยเพื่อระบายความใคร่ ทว่าความจริงที่เปิดเผยในภายหลังกลับน่าตกใจ เมื่อพบว่าแท้จริงแล้วเธอคือทายาทของมหาเศรษฐีผู้มีอำนาจล้นฟ้า ทำให้ชายหนุ่มไม่สามารถปล่อยมือจากเธอไปได้ง่ายๆ อีกต่อไป ในคืนสุดท้ายก่อนที่เขาจะต้องออกเดินทางไกล พยัคฆ์จึงเลือกที่จะมอบบทเพลงรักอันร้อนแรงเพื่อตีตราจองและฝากฝังร่องรอยเอาไว้ในใจของเธอตลอดไป แม้หญิงสาวจะพยายามดิ้นรนหลบหนีด้วยความหวาดกลัวเพียงใด แต่สุดท้ายเธอก็ต้องพ่ายแพ้ให้แก่สัมผัสอันแสนเร่าร้อนและทรงพลังของเขาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้