APKDock Logo
รายชื่อตอน
แชร์
ภาพปกนิยายเรื่อง ชิงเหมย บุปผาซ่อนคม

ชิงเหมย บุปผาซ่อนคม

จากอดีตวีรสตรีผู้ยอมพลีชีพเพื่อแผ่นดินสยาม ได้กลับชาติมาเกิดใหม่ในดินแดนจีนโบราณท่ามกลางโชคชะตาที่ผันผวน แม้ปัจจุบันนางจะเติบโตเป็นหญิงงามเลิศเลอค่าหาใครเปรียบยาก ทว่าภายใต้รูปลักษณ์อันแสนอ่อนหวานไร้เดียงสานั้น กลับซุกซ่อนความลับที่ยิ่งใหญ่และคมดาบอันแหลมคมเอาไว้ไม่ให้ผู้ใดล่วงรู้ การเดินทางครั้งใหม่ในฐานะบุปผาซ่อนคมจึงเริ่มต้นขึ้นเพื่อพิสูจน์คุณค่าที่แท้จริงของนางในต่างโลกอีกครั้ง
รายชื่อตอน
แชร์

ตอน 1

ปีพุทธศักราช ๒๓๐๘

อาณาจักรอยุธยา สมัยราชวงศ์บ้านพลูหลวง พม่าส่งกองทัพเข้าโจมตีทั่วแคว้นแดนสยาม ข้าศึกได้เหิมเกริมรุกรานเข้ามาทั่วแดน จนทำให้ชาวบ้านล้มตายไปเป็นจำนวนไม่น้อย บ้างก็ถูกจับไปเป็นเชลย บ้างก็ถูกฆ่าตาย บ้างก็ถูกข่มเหงรังแก จนทำให้มีชาวบ้านหลายกลุ่มพากันลุกขึ้นมาต่อสู้ เพื่อปกป้องชีวิตและบ้านเมืองจากทหารของข้าศึก เช่นเดียวกับหมู่บ้านแห่งนี้ที่มีชาวบ้านลุกขึ้นมาฝึกฝนตนเองเพื่อเตรียมพร้อมที่จะรับมือในการถูกพวกข้าศึกเข้ามารุกราน

“เคร้ง! เคร้ง! เคร้ง!’

เสียงของคมดาบปะทะกันดังไปทั่วทั้งบริเวณลานฝึกภายในหมู่บ้านบางระกำ หมู่บ้านที่ห่างไกลออกมาจากเมืองอยุธยามากโข แม้จะเป็นหมู่บ้านเล็กๆ แต่ทว่ากลับมีความแข็งแกร่งจนข้าศึกไม่อาจตีพ่ายได้ในคราเดียว เพราะสถานที่แห่งนี้มีทั้งบุรุษและสตรีแกร่งรวมตัวกันอาศัยอยู่มากมาย จึงถือเป็นด่านหน้าคอยปกป้องเมืองอโยธยาได้เป็นอย่างดี

“ย๊าก.....”

“เคร้ง!!!” ดาบยาวที่มือหนาของบุรุษหนุ่มร่างโตถืออยู่กระเด็นหลุดออกจากมือร่วงหล่นลงสู่พื้นดิน

“เฮ้อ!!! นี่ข้าแพ้ให้เอ็งอีกแล้วรึ นังคำเอื้อย” นายดู่กล่าวออกมาก่อนที่จะเดินไปเก็บดาบของตน

“พี่ดู่ก็อย่ามัวแต่เกียจคร้านที่จะฝึกฝนสิ ไอ้พวกข้าศึกมันจะพากันบุกมาถึงเพลาใดก็หารู้ไม่” สตรีรูปร่างอวบอัดแต่ทว่ามีกล้ามเนื้อราวกับบุรุษเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงจริงจัง

คำเอื้อยเป็นหญิงสาวชาวบ้านบางระกำวัยสิบเจ็ดปีที่ร่วมสู้เคียงบ่าเคียงไหล่กับชาวบ้านบางระกำนับตั้งแต่ที่ข้าศึกบุกเข้ามา นางฝึกฝนการฟันดาบและศิลปะการต่อสู้จนเก่งกาจ

“โถ่!!! นังคำเอื้อย เอ็งก็ให้ข้าพักเสียบ้างเถิด ถึงเพลาที่ไอ้พวกข้าศึกบุกมา พวกเราก็ต้านมันได้ทุกครามิใช่หรือเยี่ยงไร”

นายดู่ถอนหายใจให้กับหญิงสาวที่มีใจกล้าเฉกเช่นเหล่าบุรุษ ไม่ว่าข้าศึกจะมามากเพียงใด นางก็ไม่เคยหลบลี้หนีหน้าไปไหน นางมักจะถือดาบประจันหน้ากับพวกมันเคียงบ่าเคียงไหล่พวกเขาเสมอ

“พี่ดู่จ๊ะ ไอ้ผุดบอกว่าเสบียงของหมู่บ้านเราเริ่มจะร่อยหรอเสียแล้ว เหตุการณ์ภายนอกเมืองก็มิค่อยจะดีเท่าใดนัก แล้วเช่นนี้พวกเราจะทำเยี่ยงไรกันดีล่ะจ๊ะ”

แก้ว หญิงสาวในหมู่บ้านที่ทำหน้าที่คอยดูแลเสบียงอาหารกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงที่เป็นกังวล เพราะถ้าให้คนออกไปหาเสบียงด้านนอกหมู่บ้าน ก็คงไม่พ้นได้พบเจอกับพวกทหารของพม่าเป้นแน่

“เดี๋ยวข้าจะพาพวกออกไปหาเสบียงมาเพิ่มเองจะ พี่แก้วไม่ต้องเป็นห่วงนะจ๊ะ”

คำเอื้อยบอกออกมาทันทีที่ได้ยินเช่นนั้น หากเสบียงอาหารร่อยหรอ ทุกคนในหมู่บ้านก็จะใช้ชีวิตอยู่กันด้วยความลำบาก

“ข้าไปด้วย”

นายอ้นรีบเอ่ยออกมาทันทีที่ได้ยินเช่นนั้น หากปล่อยให้คำเอื้อยพาพวกออกไปแล้วเจอกับพวกศัตรู เขาจะได้ร่วมต่อสู้ไปพร้อมกับนาง

“ถ้าเยี่ยงนั้นพวกเราไปเตรียมตัวกันเถิด ออกไปสักสิบคนก็พอ หากออกไปมากนักจะทำให้พวกข้าศึกรู้ตัวเอาได้”

“ไม่รู้ว่าเพลานี้ข้าศึกมันอยู่ทิศทางใดกัน เหตุใดพักนี้หมู่บ้านของพวกเราถึงได้ดูเงียบจนแปลกประหลาดยิ่งนัก” นายชดเอ่ยถามออกมาด้วยความประหลาดใจ

“ให้มันพักกันเสียบ้างเถิด หากพวกมันหมั่นเข้ามาโจมตีพวกเราคงจะต้านเอาไว้ไม่อยู่เป็นแน่” ทองกล้ากล่าวออกมาพลางใช้ผ้าเช็ดดาบเล่มยาวของตน

“ถ้าเช่นนั้นเอาตามนี้แหละจ้ะ ข้า ไอ้อ้น แม่จำปี แม่ลำดวน พี่คล้าว พี่เข้ม พี่คม พี่เสือ พี่ผา และก็พี่ชิด พวกเราทั้งสิบจะออกไปหาเสบียงมาเพิ่มเอง” คำเอื้อยหันไปบอกหัวหน้าหมู่บ้านอย่างลุงทองเย็น

ผู้อาวุโสไม่ห้ามปรามอันใดเพราะหากไม่มีผู้ที่เสียสละตนออกไป ชาวบ้านทุกคนจะต้องพากันอดตายก่อนที่จะตายด้วยน้ำมือของพวกข้าศึก ทุกคนจึงได้แยกย้ายกันไปเตรียมตัวและมาพร้อมกันในเพลานัดพบ นายดู่และนายชดจะคอยดูแลหมู่บ้านในยามที่ทั้งสิบคนไม่อยู่ คำเอื้อยและสหายร่วมรบทั้งเก้าคนจึงวางใจ

บุรุษร่างสูงใหญ่ทั้งเจ็ดและสตรีอีกสามคนที่แต่งกายเยี่ยงชายชาตรี ในมือทั้งสองข้างถือดาบประจำกายพากันเยื้องย่างออกไปทางด้านหลังของหมู่บ้านในเพลากลางคืน เพื่อมิให้ข้าศึกภายนอกได้รู้ว่ามีคนในหมู่บ้านออกไป พวกคำเอื้องจึงต้องออกไปเพลานี้ เพลาที่ทิวาได้ลาลับนภาไป

เสียงนกแสกและนกฮูกร้องดังไปทั่วทั้งแนวป่าหลังหมู่บ้าน กลุ่มบุรุษและสตรีหาญกล้ามุ่งหน้าไปยังหมู่บ้านที่ถูกข้าศึกตีจนแตกพ่ายที่อยู่ห่างไกลออกไปจากหมู่บ้านบางระกำสองชั่วเพลาในการเดินทาง เพื่อลองหาเสบียงที่น่าจะยังคงมีหลงเหลืออยู่บ้าง ในระหว่างทางทุกคนเดินไปด้วยความเงียบเพื่อไม่ให้ข้าศึกได้ยินเสียงฝีเท้า

หนึ่งวันกับอีกหนึ่งคืนในที่สุดเหล่าผู้กล้าทั้งสิบคนก็เดินทางมาถึงหมู่บ้านที่ถูกเผาทำลายจากการรุกรานของข้าศึก ภาพของชาวบ้านที่นอนตายอยู่ทั่วหมู่บ้าน ทำให้คำเอื้องรู้สึกเจ็บแค้นใจโดยเฉพาะพวกหญิงสาวที่ถูกพวกมันข่มเหงรังแกจนตาย หากชาวบ้านลุกขึ้นมาต่อสู้ไม่รอความช่วยเหลือจากพวกทหาร หมู่บ้านนี้ก็คงจะไม่พ่ายแพ้อย่างง่ายดายเช่นนี้

“คงจะเพิ่งถูกตีพ่ายไปไม่ได้นาน ศพชาวบ้านบางคนตัวยังอุ่นอยู่เลย พวกเอ็งระวังตัวเองกันด้วยล่ะ”

นายคล้าวตะโกนบอกสหายร่วมรบทั้งเก้าคนหลังจากที่เขาก้มลงไปจับชีพจรของชาวบ้านที่น่าจะเพิ่งถูกฆ่าตายได้ไม่นาน

“รีบหาเสบียงที่พอจะนำกลับไปยังหมู่บ้านเสียก่อนเถิด ข้าว่าพวกเราไม่ควรจะรั้งอยู่ที่นี่นานนัก เพราะไม่รู้ว่าพวกข้าศึกจะยังอยู่แถวนี้หรือว่าจากไปแล้ว”

คำเอื้อยร้องบอกทุกคนในขณะที่นางเดินไปสำรวจตามเรือนชานที่เสียหายจากการถูกไฟไหม้ ร่องรอยนั้นราวกับเพิ่งจะเกิด ชาวบ้านที่ล้มตายก็ยังเนื้อกายอุ่นอยู่ นางจึงคิดว่าพวกมันคงเพิ่งจะบุกมาทำลายหมู่บ้านนี้ได้ไม่นานนัก

คุณอาจจะชอบ

ภาพปกนิยายเรื่อง ถูกทิ้งโดยอัลฟ่า หันไปแต่งกับศัตรู
9.3
เมื่อฉันตกอยู่ในเงื้อมมือของศัตรู อัลฟ่าที่เคยเป็นคนรักกลับเลือกที่จะละทิ้งฉันอย่างไม่ใยดีเพียงเพื่อไปหาคู่แท้ของเขา คำพูดอันแสนเย็นชาผ่านสายโทรศัพท์ในนาทีชีวิตทำให้ฉันไม่มีทางเลือก นอกจากต้องยอมก้มหัวอ้อนวอนต่ออัลฟ่าฝ่ายตรงข้ามเพื่อเอาชีวิตรอดและยอมตกเป็นของเขา ทว่าในเวลาต่อมาเมื่ออดีตคนรักเกิดเปลี่ยนใจและคิดจะกลับมาทวงตัวฉันคืน ทุกอย่างก็สายเกินไปเสียแล้ว เพราะในตอนนี้ร่างกายและหัวใจของฉันได้กลายเป็นกรรมสิทธิ์ของศัตรูผู้ไร้ความปรานี และเขาจะไม่มีวันยอมปล่อยให้ฉันกลับไปหาใครหน้าไหนอีก
ภาพปกนิยายเรื่อง กรงรักราชาทมิฬ
8.7
ชีคซาฮิม อัล ฟาร์ฮาน ผู้ไร้ความปรานีและแสนเย็นชา เลือกใช้ พรีมรตา เป็นหมากในการสะสางบัญชีแค้นกับราเชลผู้เป็นอริ เขาจงใจใช้ไฟเสน่หาแผดเผาเพื่อทำลายเธอให้สาสม ทว่าหญิงสาวที่ถูกตราหน้าว่าเป็นคนของศัตรูกลับสั่นคลอนหัวใจอันแข็งแกร่งของเขาอย่างเหนือความคาดหมาย ยิ่งเธอต่อต้าน เขากลับยิ่งปรารถนาจะครอบครองทั้งร่างกายและจิตวิญญาณเพื่อลบเลือนภาพชายอื่นไปจนหมดสิ้น และเมื่อความจริงปรากฏว่าเขาคือผู้ชายคนแรกของเธอ ชีคผู้ทรนงจึงยอมทำลายทุกกฎเกณฑ์เพื่อกักขังตัวประกันที่เขาหลงรักสุดหัวใจไว้ในกรงเสน่หาตลอดกาล
ภาพปกนิยายเรื่อง รักร้อนเพลิงปรารถนา (ภาคต่อรักร้อนเพลิงริษยา)
8.0
กัญติญาต้องเผชิญกับชะตากรรมอันโหดร้ายเมื่อถูกรัฐศาสตร์กักขังและลงทัณฑ์ด้วยความป่าเถื่อน ชายหนุ่มผู้ถูกครอบงำด้วยเพลิงแค้นและความหึงหวงใช้กำลังขืนใจเธออย่างไร้ความปรานีเพื่อสั่งสอน ทั้งยังใช้ความปลอดภัยในชีวิตของบิดาและเคนจิโร่มาเป็นเครื่องมือข่มขู่ขัดขวางไม่ให้เธอหนีไปไหน แม้ร่างกายและจิตใจของกัญติญาจะบอบช้ำเจ็บปวดจนแทบแหลกสลาย แต่เธอกลับต้องกัดฟันยอมจำนนและอดทนต่อสู้กับมรสุมชีวิตครั้งนี้ ขณะเดียวกันในส่วนลึกของหัวใจรัฐศาสตร์เองก็เริ่มสับสน เมื่อความหวงแหนและปรารถนาในตัวเธอนั้นทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ จนยากจะถอน
ภาพปกนิยายเรื่อง รักร้อนเพลิงพิศวาส
9.7
เมื่อจันยาวีร์สิบแปดมงกุฎสาวริอาจลักลอบเข้ามาขโมยของล้ำค่าของรัฐภูมิ ชายหนุ่มผู้ทรงอิทธิพลจึงจัดการลงทัณฑ์เธอด้วยความแค้น เขาใช้ยาปลุกอารมณ์ชนิดรุนแรงจากตลาดมืดเพื่อดัดนิสัยหัวขโมยสาว แม้เธอจะพยายามขัดขืนสุดกำลัง แต่ก็ไม่อาจต้านทานฤทธิ์ยาที่กระตุ้นให้ร่างกายร้อนรุ่มและเต็มไปด้วยความกระหายในกามารมณ์อย่างแสนทรมาน รัฐภูมิเฝ้ามองดูเหยื่อสาวที่กำลังทุรนทุรายด้วยความสะใจ ก่อนที่เขาจะเริ่มบทเรียนพิศวาสอันเร่าร้อนเพื่อสั่งสอนให้เธอหลาบจำที่บังอาจมากระตุกหนวดเสืออย่างเขา
ภาพปกนิยายเรื่อง พระชายาสารพัดพิษ
8.3
เมื่อคุณหนูใหญ่ผู้แสนดีแห่งจวนเสนาบดีถูกหักหลังจนต้องตายตกไปพร้อมกับลูกในครรภ์อย่างไร้ปรานี ทว่าสวรรค์ยังเมตตาให้เธอได้ย้อนเวลากลับมาในร่างตนเองตอนอายุสิบสี่อีกครั้ง ความเจ็บปวดในอดีตเปลี่ยนสาวน้อยผู้อ่อนหวานให้กลายเป็นหญิงแกร่งเด็ดเดี่ยวที่ไร้ความปรานี เธอพร้อมทำลายล้างทุกคนที่เคยทำร้ายครอบครัวและแย่งชิงทุกสิ่งไป ไม่ว่าจะเป็นท่านป้าจอมโลภ น้องสาวหน้าไหว้หลังหลอก หรืออดีตสามีสารเลว ทว่าในขณะที่เธอกำลังก้าวเดินบนเส้นทางสายล้างแค้นเพื่อพลิกโชคชะตาอย่างโดดเดี่ยว กลับมีชายหนุ่มปริศนาปรากฏตัวขึ้นพร้อมยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือในเกมหักเหลี่ยมเฉือนคมครั้งนี้อย่างที่เธอไม่เคยคาดคิดมาก่อน
ภาพปกนิยายเรื่อง เด็ดบุปผาสะเทือนถึงดวงดารา
8.4
เมื่อชีวิตของลั่วฟางหยุนในมิติขนานต้องเผชิญกับคราวเคราะห์ขั้นสุด ทั้งถูกกดขี่เป็นทาสและโดนทำร้ายอย่างทารุณ ตัวเขาจากอีกเส้นทางที่ล่มสลายไปแล้วจึงตัดสินใจย้อนกลับมาเพื่อแก้ไขโชคชะตาและจัดระเบียบทุกอย่างให้เข้าที่เข้าทาง ทว่าหนทางกลับเต็มไปด้วยอุปสรรคคาดไม่ถึง เมื่อเขาตื่นขึ้นมาเข้าร่างเดิมในสถานการณ์ที่ชวนกระอักกระอ่วนใจที่สุด ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่เจ้าของร่างกำลังหมดลมหายใจอยู่บนเตียงร่วมกับแม่ทัพใหญ่เยี่ยนฮวาฮู่พอดี