APKDock Logo
รายชื่อตอน
แชร์
ภาพปกนิยายเรื่อง สายใยรักแห่งหัวใจ

สายใยรักแห่งหัวใจ

เมื่อชีวิตต้องเผชิญกับบททดสอบอันแสนสาหัสและรอยร้าวจากความทรงจำที่เจ็บปวด ขวัญอุษาจึงเลือกที่จะเดินหันหลังให้อดีตที่เคยมีร่วมกับปกรณ์เพื่อรักษาแผลใจของตัวเองให้กลับมาเข้มแข็งอีกครั้ง การตัดสินใจครั้งใหญ่ในครั้งนี้คือการก้าวไปสู่เส้นทางใหม่ที่มุ่งเน้นการสร้างความสุขและความหวังที่แท้จริงให้แก่ตนเอง โดยเธอปรารถนาให้การเริ่มต้นใหม่ในครั้งนี้เป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่จะนำพาชีวิตไปสู่ความสดใสและมีความมั่นคงอย่างยั่งยืนในวันข้างหน้า
รายชื่อตอน
แชร์

ตอน 1

ในเมืองใหญ่ที่เต็มไปด้วยแสงสีและเสียงสัญญาณจราจรที่เร่งรีบ เด็กสาวจากชนบทที่ยากจน แต่เต็มไปด้วยความฝันและทะเยอทะยาน ได้ยืนอยู่ท่ามกลางชีวิตที่เต็มไปด้วยการดิ้นรน ฝนตกลงมาจากฟ้าเหมือนสายฝนที่ไม่มีวันสิ้นสุด ให้หัวใจที่เหนื่อยล้าของเธอเจ็บปวดเพิ่มขึ้นอีก เธอคือ ขวัญอุษา สาวผู้ที่ไม่มีอะไรนอกจากหัวใจที่แข็งแกร่งและความฝันที่ไม่มีใครขโมยไปได้

  ขวัญอุษาตัดสินใจเข้ามาในเมืองใหญ่ด้วยความตั้งใจจะเปลี่ยนแปลงชีวิตของตัวเอง เธอเดินทางมาพร้อมความหวังเล็ก ๆ และกระเป๋าเงินที่ว่างเปล่า 

ในยามบ่ายของวันหนึ่ง ท้องฟ้าที่เคยแจ่มใสกลับคลุมเครือด้วยเมฆหม่น สายฝนเริ่มโปรยปรายลงมาเหมือนจะไม่มีที่สิ้นสุด ผู้คนในตลาดรีบเก็บข้าวของและหาที่หลบฝนอย่างรวดเร็ว ยกเว้นเพียงหญิงสาวคนหนึ่งที่ยังคงยืนอยู่กลางถนน ท่ามกลางฝนที่ตกหนักขึ้นทุกที

 ขวัญอุษา กอดกระเป๋าสะพายเก่า ๆ ไว้แน่น ข้างในมีเพียงเอกสารที่เธอต้องนำไปยื่นสมัครงาน แต่มันเปียกโชกไปหมด ฝนไม่ได้หยุดเธอจากการทำตามความฝัน แม้เสื้อผ้าจะเปียกปอนและร่างกายจะหนาวสั่น เธอก็ยังคงเดินต่อไป

 “หลบฝนก่อนเถอะหนู” เสียงของแม่ค้าคนหนึ่งร้องเตือน แต่ขวัญอุษาได้เพียงแต่ยิ้มบาง ๆ แล้วกล่าวขอบคุณ ก่อนจะก้มหน้าก้มตาเดินต่อไป

 ทันใดนั้น สายตาของเธอเหลือบเห็นผู้หญิงวัยกลางคนในชุดหรูหรา กำลังถือร่มสีดำที่ดูสะอาดตาท่ามกลางความเปียกชื้น เธอดูเหมือนกำลังจะลื่นล้มเพราะตอนนี้เธอเซถลาเล็กน้อย ขวัญอุษาไม่รอช้า รีบวิ่งเข้าไปประคองหญิงสูงวัยก่อนที่เธอจะล้ม แม้จะเปียกโชกและเหน็ดเหนื่อย เธอยังคงห่วงใยผู้อื่นเสมอ

 “คุณป้าคะ เป็นยังไงบ้างคะเจ็บตรงไหนไหม” ขวัญอุษาถามขึ้นอย่างสุภาพ น้ำเสียงของเธอนุ่มนวลแม้จะเหนื่อยล้าจากการเดินทางไกล

ผู้หญิงคนนั้นมองหน้าขวัญด้วยสายตาที่ทั้งงงงวยและตื้นตันในเวลาเดียวกัน

 “ขอบใจนะหนู ฉันกำลังจะกลับบ้านแต่พอดีถนนมันลื่นถ้าไม่ได้หนู ป้าคงแย่ล้มหัวฟาดพื้นไปแล้ว” เธอตอบ ขวัญอุษาจึงรีบพยุงเธอยืนให้มั่นคงและถือร่มให้เธอทันที

 ทั้งสองนั่งรออยู่ใต้ชายคาร้านค้าริมถนน ขวัญอุษาเงียบและไม่อยากรบกวน แต่สายตาที่สุภาพและแววตาที่เปี่ยมด้วยความเป็นห่วงของขวัญอุษาทำให้คุณหญิงธัญญาสะดุดใจ

 “หนูเป็นใคร มาทำอะไรที่นี่ล่ะจ๊ะ” คุณหญิงธัญญาถามขึ้น ขณะที่ยังคงมองสำรวจหญิงสาวผู้ซึ่งเสื้อผ้าดูเรียบง่ายแต่ดวงตามีประกายความมุ่งมั่น

 “หนูชื่อขวัญอุษาค่ะ มาจากต่างจังหวัด พอดีจะมาหางานทำที่กรุงเทพฯ แต่ยังไม่ได้งานเลยค่ะ” เด็กสาวตอบเสียงแผ่วเบา แต่ไม่ได้แสดงออกถึงความเศร้า เธอยังคงยิ้ม แม้จะเหนื่อยล้า

 คุณหญิงธัญญาสังเกตเห็นความอ่อนน้อมถ่อมตนของเด็กสาว รวมถึงความจริงใจในน้ำเสียงที่ไร้ซึ่งการปรุงแต่ง เธอรู้สึกทึ่งและแอบสงสาร

“หนูมีที่พักแล้วหรือยังล่ะ” คุณหญิงถามต่อ ขวัญอุษาส่ายหัวเบา ๆ

“ยังค่ะ หนูว่าจะลองหาดูอีกที” ขวัญอุษาตอบด้วยรอยยิ้มบาง ๆ ที่ซ่อนความกังวล

 คุณหญิงธัญญาคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะเอ่ยขึ้นด้วยความเห็นใจ “ถ้าไม่รังเกียจ ลองมาทำงานกับฉันไหม บ้านฉันพอมีงานให้หนูช่วยทำอยู่บ้าง”

 คำชวนของผู้หญิงสูงวัยทำให้เด็กสาวชะงักไปครู่หนึ่ง เธอไม่เคยคิดว่าจะได้โอกาสเช่นนี้ แต่แววตาของคุณหญิงเต็มไปด้วยความเมตตาและจริงใจ เธอจึงตัดสินใจพยักหน้าตอบรับ

 “หนูขอบคุณมาก ๆ ค่ะคุณป้า หนูจะตั้งใจทำงานอย่างเต็มที่” ขวัญอุษาตอบด้วยความตื่นเต้น หัวใจเธอเต้นแรงด้วยความหวังที่เริ่มก่อตัวขึ้น

 หลังจากที่ขวัญอุษาได้รับข้อเสนอจากคุณหญิงธัญญา เธอพยายามตั้งสติและคิดถึงอนาคตที่อาจจะดีขึ้นกว่าที่เป็นอยู่ คืนนั้น เมื่อเธอได้นั่งอยู่ในห้องเล็ก ๆ ที่คุณหญิงจัดให้ เด็กสาวนั่งอยู่บนเตียงไม้เก่า ที่เพิ่งได้หย่อนกายเป็นครั้งแรกในรอบหลายวัน เธอมองออกไปนอกหน้าต่าง ฝนยังคงตกอย่างต่อเนื่อง 

 เสียงฝนพาทรงจำที่เธอพยายามจะลืมกลับไหลบ่าเข้ามาในจิตใจ ราวกับจะย้ำเตือนถึงเหตุผลที่เธอต้องหนีมาจากบ้าน บ้านเล็กๆ ในชนบทที่เธอจากมา บ้านที่เคยอบอุ่น แต่ตอนนี้เต็มไปด้วยความเศร้าและความเจ็บปวด

 ขวัญนึกถึงพ่อคนที่เธอรักและเคารพมากที่สุดในชีวิต พ่อของเธอเป็นช่างไม้ที่ซื่อสัตย์ แต่ชีวิตกลับพลิกผันเมื่อหนี้สินมากมายเริ่มก่อตัวขึ้นจากการกู้ยืมเงินเพื่อนำมาใช้รักษาแม่ที่ป่วยหนัก ก่อนที่แม่ของเธอจะจากไป ความทุกข์ทรมานของพ่อเริ่มแสดงออกชัดเจนขึ้น ไม่เพียงแต่จากการสูญเสียแม่ แต่ยังมาจากการถูกทวงหนี้อย่างหนักหน่วงจากเจ้าหนี้ท้องถิ่นที่ไร้ความเมตตา

 ขวัญอุษาจำได้ชัดเจนถึงคืนหนึ่งที่เจ้าหนี้บุกเข้ามาทวงหนี้ในบ้าน พวกเขาใช้ความรุนแรง ทำให้พ่อของเธอต้องออกไปหาเงินแบบไร้ทิศทาง ขวัญพยายามจะช่วยพ่อ แต่เธอไม่มีอะไรจะให้พวกนั้น พ่อบอกให้เธอออกไปจากที่นั่น หางานทำในเมืองและหาทางสร้างชีวิตใหม่ เพื่อให้เธอได้มีโอกาสที่ดีกว่าการจมอยู่กับความลำบากนี้

 “หนูขวัญ... ชีวิตลูกมีค่ามากกว่าที่จะต้องมาตายไปกับหนี้สินพวกนี้” พ่อพูดกับเธอในคืนนั้น ก่อนที่ขวัญจะตัดสินใจหนีจากบ้าน

 เธอนึกถึงวันนั้น วันที่เธอตัดสินใจเก็บของใส่กระเป๋าเพียงไม่กี่ชิ้นและออกเดินทางสู่เมืองใหญ่ ความกลัวและความเหงาคลุ้งไปทั่วใจ แต่เธอก็ไม่อาจย้อนกลับ เธอรู้ว่าต้องทำตามที่พ่อขอไว้ เธอจะต้องหาทางเปลี่ยนแปลงชีวิตและกลับไปช่วยพ่อให้ได้

 แต่เมืองใหญ่ไม่ง่ายอย่างที่เด็กสาวอย่างเธอคิด หลายวันผ่านไปโดยที่เธอไม่สามารถหางานทำได้เลย ความหวังที่เคยมีกลับเริ่มจางลง แต่ในวันที่ฝนตกหนักที่สุด เธอก็ได้พบกับคุณหญิงธัญญา ผู้ที่อาจเป็นความหวังใหม่ในชีวิตของเธอ

 น้ำตาของขวัญอุษาเริ่มเอ่อล้นออกมาเมื่อนึกถึงอดีต แต่เธอก็รีบเช็ดมันออก เธอรู้ว่าต้องไม่ยอมแพ้ ชีวิตเธออาจเต็มไปด้วยอุปสรรค แต่ขวัญสัญญากับตัวเองว่าจะใช้โอกาสนี้ให้ดีที่สุด เธอจะไม่ปล่อยให้ความทุกข์ในอดีตทำลายอนาคตของเธอ

 “หนูต้องทำได้” เด็กสาวพูดเบา ๆ กับตัวเอง พลางมองออกไปยังสายฝนที่ยังคงตกลงมาไม่หยุด

คุณอาจจะชอบ

ภาพปกนิยายเรื่อง ใจร้าย
9.3
เมื่อความตายกลายเป็นสิ่งเดียวที่อิสร์เฝ้าถวิลหา ท่ามกลางความเย็นยะเยือกใต้ผืนน้ำอันลึกล้ำ ร่างที่กำลังจมดิ่งลงไปจึงเลือกที่จะปล่อยมือและละทิ้งสิ้นทุกแรงเฮือกสุดท้ายเพื่อการเอาชีวิตรอด เอมยอมน้อมรับและมอบจุดจบอันแสนเศร้าใจนี้ให้เป็นของขวัญชิ้นสุดท้าย โดยหวังว่าลมหายใจที่ขาดช่วงไปจะช่วยทลายความแค้นอันทรมานให้หมดสิ้น คำขับไล่ไสส่งให้ไปตายจากปากชายผู้เป็นที่รักที่สุด กลับกลายเป็นหนทางดับทุกข์ที่สร้างความเจ็บปวดรวดร้าวเกินกว่าจะทนไหว แม้ว่าหัวใจของเธอจะบอบช้ำจนยากเกินเยียวยา แต่เธอก็ยินดีที่จะจากโลกนี้ไปตลอดกาล เพื่อเปิดโอกาสให้เขาได้พบเจอกับความสุขที่ปรารถนาเสียที ลาก่อนรักที่แสนิทารุณ
ภาพปกนิยายเรื่อง ไฟร้อนซ่อนสวาท
9.1
“เปล่านะ ฉันไม่ได้โกหกสักหน่อย แค่ไม่ได้บอกว่าจะให้รางวัลมากน้อยแค่ไหนและตอนไหนเท่านั้นเอง” คนเจ้าเล่ห์ตอบกลับเสียงใส รีบปลดสองแขนใหญ่ออกจากร่าง ลุกขึ้นไปยืนยิ้มหน้าระรื่น “เอาน่า...ฉันไม่ผิดคำพูดหรอก แค่ยืดเวลาออกไปนิด คุณคงไม่ถึงกับลงแดงหรอกนะ” “ได้จ้ะเมียจ๋า แต่เดี๋ยวถึงเวลาฉันทวงรางวัล เธอจะมาว่าฉันมักมากไม่ได้นะ” “ให้มันแน่เถอะค่ะคุณสามีขา...แก่แล้วนะคะ กลัวจะตายคาอกฉันน่ะซิ” นิลลดาตอบกลับด้วยรอยยิ้ม ทว่าในใจเธอกลับขลาดกลัว เพราะดันมีเรื่องปกปิดชายหนุ่มเอาไว้น่ะซิ ************ “คะ...คุณภูมิต้องการอะไรล่ะคะ” เอ่ยถามเสียงใสพลิ้ว “ถ้าฉันให้ได้ก็จะให้ค่ะ” “ฉันก็แค่อยาก...” นิ้วยาวร้อนผ่าวทาบทับคลึงบนกลีบปากนุ่ม “กอดเธออย่างแนบชิด แล้วก็จูบ...จูบไปทั่วทั้งตัวเธอเท่านั้นเอง” “บ้า!! คุณภูมิน่ะ” ยกมือทุบอกกว้างเบาๆ “เราไม่ได้เป็นอะไรกันสักหน่อย คุณขอแบบนั้นได้ยังไง” “ไม่ได้หรือยายดำ” ภูมินทร์ทำหน้ามุ่ย ทำตาละห้อยโหยหาราวกับว่าจะต้องจากลาไปในบัดเดี๋ยวนี้
ภาพปกนิยายเรื่อง รักฉบับคลับโฮสต์
9.3
‘เมื่อสาวเฉิ่ม ผู้มีพรสวรรค์เรื่องแฟชั่นชนิดติดลบ ต้องกลายมาเป็นเจ้าของคลับโฮสต์คนใหม่ ส่วนเขาคือโฮสต์ที่ฮอตที่สุดของคลับ เมื่อพรหมลิขิตเริ่มทำงาน คนสองบุคลิกจึงโคจรมาเจอกัน งาน ความรัก และการฆาตกรรม คือสิ่งที่พวกเขาต้องพบเจอ’ ------------------------------------------------------- “เพราะผู้หญิงแบบคุณ แววตาแบบคุณ ไม่ได้บ่งบอกว่ากำลังต้องการผู้ชายเพื่อคลายเหงา” “นายเก่งขนาดอ่านแววตาฉันออกเลยหรือไง” เอ่ยจบแพรทับทิมก็รวบรวมความกล้าสบตากับกายไปตรงๆ แต่ดูเหมือนเธอจะแพ้ เพราะต้องหลบสายตาของกายที่มองเธอกลับมาเสียเอง “หรือไม่จริง” เสียงทุ้มเอ่ยถาม “ไม่จริง” โทนเสียงของแพรทับทิมติดสั่นเล็กน้อย เพราะประหม่านั่นเอง “ถ้าจริง คืนนี้คุณก็ให้ผมดูแล ไม่อย่างนั้นก็แสดงว่าคุณโกหกผม” “ฉันไม่อยากให้นายมาดูแล” “คุณไม่มีสิทธิ์เลือก เพราะว่าคุณได้บุ๊คกิ้งผมไปแล้ว และถ้าต้องการยกเลิกคุณต้องจ่ายค่าเสียเวลาให้ผม” กายยักคิ้วให้ นั่นทำเอาเธอแยกเขี้ยวใส่ “เท่าไหร่” แพรทับทิมคว้ากระเป๋าที่วางอยู่ข้างตัวมาถือไว้ พร้อมจะจ่ายค่าเสียเวลาให้ตามที่ชายหนุ่มร้องขอ ขอเป็นสายเปย์ดูสักตั้ง หวังว่ากระเป๋าเธอมันจะไม่ฉีกเสียก่อนนะ “ผมไม่รับเป็นเงิน” “เอ้า! แล้วนายอยากได้เป็นอะไรก็บอกมา” “ผมชอบรับเป็น…จูบ” “จูบ!” คนฟังตาโต ใจนี่เต้นโครมครามกับรูปแบบการจ่ายค่าเสียเวลาที่ได้ยิน “ใช่…จูบที่ว่ามันต้องดูดดื่มแบบปากประกบปากด้วยนะครับ จูบแบบเด็กอนุบาลไร้ประสบการณ์ผมก็ไม่รับ” “ฉันบุ๊คกิ้งก็ได้” คำตอบของแพรทับทิมทำเอากายยิ้ม พยายามกลั้นเสียงหัวเราะจนเจ็บแก้มไปหมด เธอดูเอาจริงเอาจัง พร้อมจะเปย์ แต่สุดท้ายก็ถอย เมื่อรู้ว่าเขาต้องการค่าเสียเวลาเป็นอะไร ----------------------------------------------------- “แกอย่ามโนไปไกล ฉันกับกายแค่คบกันเฉยๆ สัมผัสร่างกายกันมากสุดก็แค่จูบ ยังไม่ถึงขั้นฟิตเจอริ่งย่ะ” “จูบกันแล้วด้วยเหรอ” “อื้อ” แพรทับทิมพยักหน้ารับเขินๆ “โอ๊ย! อิจฉา แกมีจูบแรกแล้ว ส่วนฉันนี่คงแห้งเหี่ยวบนคานแน่ๆ” แก้มใสห่อเหี่ยวลงไปถนัดตา สำหรับเธอยินดีกับความรักของ แพรทับทิมและกายเสมอ เพราะเพื่อนเธอควรจะมีคนดีๆ เข้ามาดูแล และเท่าที่ได้รู้จัก กายก็คือคนดีคนหนึ่ง “แกก็ไปจูบไอ้ปุณมันดิ” ข้อเสนอของแพรทับทิมมันยากที่แก้มใสจะทำได้ “มันได้ถีบฉันเข้าให้น่ะสิ นี่ก็ยังเคืองๆ มันอยู่ งานที่คลับโฮสต์แกก็ไม่มีอะไรให้ไปช่วยสืบ ยังไม่ยอมลาออกอีก” “หึงมันเหรอ” “อื้อ” แก้มใสพยักหน้ารับ “งั้นเดี๋ยวฉันฉีกสัญญาไอ้ปุณมันให้ เพราะดูท่ามันจะเพลินกับการได้เทคแคร์สาวๆ สวยๆ จนลืมแก” “หึ…ถ้ามันมีฉันในสายตานะ ป่านนี้มันตรัสรู้ไปนานแล้วว่าฉันแอบชอบมันอยู่” คนแอบรักชักจะถอดใจ นั่นเพราะยังไม่รู้ว่าเรื่องนี้มันจะจบยังไงเหมือนกัน สงสัยต้องรักแบบหลบๆ ซ่อนๆ อยู่แบบนี้ไปตลอดมั้ง “ฉันถึงให้แกบอกชอบมันอยู่นี่ไง แกก็รู้ไอ้ปุณมันซื่อบื้อ” แม้ปุณจะเสน่ห์แรง มีสาวๆ ข้างกายไม่ขาด แต่เอาเข้าจริงปุณแทบจะมองผู้หญิงไม่ออก ว่าคนไหนจริงใจหรือแค่สนุก
ภาพปกนิยายเรื่อง ยั่วรักมาเฟีย
7.9
“อย่าบอกนะว่าเธอกำลังคิดเรื่องลามกอยู่ เธอนี่มันหื่นตัวแม่จริงๆ เดี๋ยวก็อ่อย เดี๋ยวก็ยั่ว ใจคอจะปล้ำฉันให้ได้เลยใช่ไหม” เขาว่าพลางส่ายหน้าน้อยๆ ก่อนจะหันไปลอบยิ้มอีกทาง แม้ว่าลึกๆ ในใจ ‘สุดที่รัก’ จะอยากเป็นเจ้าสาวของ ‘เลโอนาร์ด แบร์นาร์ด’ มาเฟียผู้ทรงอิทธิพลแห่งสเปนมากเพียงใด แต่เพราะมาดขรึมๆ กับหน้านิ่งๆ ของเขา มันเลยทำให้เธออยากรู้จริงๆ ว่าการหมั้นครั้งนี้เกิดจากความเต็มใจของเขารึเปล่า ดังนั้นเพื่อพิสูจน์ว่าเขาไม่ใช่พระอิฐพระปูน และเธอก็ไม่ได้ไร้เสน่ห์จนเกินเยียวยา เธอจึงต้องยั่ว ยั่วให้เขารู้ว่าผู้หญิงอย่างเธอไม่ได้มีดีแค่ยั่วโมโห ถึงจะเป็นการยั่วระดับอนุบาลก็เถอะ แต่เชื่อเถอะว่าเธอจะทำให้เขาหวั่นไหวได้…มั้ง “หยุด ไม่ต้อง ฉันถอดเองได้” สุดที่รักบอกพลางรีบถอดเสื้อผ้าของตัวเองเร็วๆ ด้วยกลัวว่าเขาจะฉีกมันอีก “ทำอะไร” เขาขมวดคิ้วด้วยความสงสัย “ก็มันเสียดาย คุณถอดเองทีไรมันกลายเป็นเศษผ้าทุกที เพราะฉะนั้นตั้งแต่นี้เป็นต้นไป ห้ามคุณถอดเสื้อผ้าฉันอีกเป็นอันขาด” สีหน้าจริงจังของเธอ ทำเอาเลโอนาร์ดถึงกับหลุดขำออกมา “เธอจะเป็นคนถอดเองทุกครั้งที่ฉันต้องการงั้นสิ” “อืม! เฮ้ย! ไม่ใช่ ถอดทุกครั้งที่คุณต้องการ ฉันก็แย่น่ะสิ” เธอรีบแก้ต่างเมื่อเผลอรับคำเขาไป “แล้วจะเอายังไง” “โอ๊ย! คนบ้านี่ฉันเจ็บนะ ก็ในเมื่อคุณไม่ได้รู้สึกอะไร ไม่รัก ไม่หึง ไม่หวง แล้วคุณจะมาสนใจอีกทำไมว่าฉันจะคบจะคุยกับใคร นอกเสียจากว่าทั้งหมดที่คุณเป็นอยู่ตอนนี้ คุณจะยอมรับว่าคุณรักฉัน ไม่งั้นคุณก็ไม่มีสิทธิ์มาห้ามไม่ว่าฉันจะคุยกับใคร” “อืม!” เฮ้อ! จะฟังคำว่ารักจากผู้ชายคนนี้มันช่างยากซะจริง
ภาพปกนิยายเรื่อง ดั่งหทัยภูผา
9.2
ชีวิตอันแสนสงบของสาวผู้จัดการร้านขนมหวานในชนบทผู้รักการทำครัว ต้องเปลี่ยนไปตลอดกาลหลังค่ำคืนงานวันเกิดของเจ้านาย ความสัมพันธ์เพียงชั่วข้ามคืนกับมหาเศรษฐีหนุ่มเพลย์บอยผู้มีชีวิตหรูหราต่างจากเธออย่างสิ้นเชิง นำมาซึ่งการตั้งครรภ์ที่ไม่ได้คาดคิด ท่ามกลางช่องว่างทางฐานะอันห่างไกลและอุปสรรคทางสังคมที่ถาโถมเข้ามา เส้นทางความรักที่เริ่มต้นจากความผิดพลาดและเต็มไปด้วยรสชาติทั้งหวานชื่นและดราม่าของทั้งสองจะดำเนินต่อไปอย่างไร ร่วมติดตามเรื่องราวรักโรแมนติกนี้
ภาพปกนิยายเรื่อง คุณสามีเป็นผู้พิการ
9.8
เมื่อถูกคู่หมั้นทอดทิ้งอย่างไม่ใยดีในวันแต่งงานพร้อมคำตราหน้า ถังเลี่ยนตัดสินใจแก้ปัญหาด้วยการขอแต่งงานกับอวิ๋นเซิน ชายหนุ่มพิการข้างบ้านที่ผู้คนต่างพากันรังเกียจ ในช่วงแรกเขาแสดงท่าทีเย็นชาใส่เธออย่างชัดเจน ทั้งยังระแวงว่าเธอหวังในทรัพย์สินและขู่ว่าจะหย่าทันทีที่หมดประโยชน์ ทว่าเธอยังคงมุ่งมั่นที่จะดูแลเขาด้วยความรักอย่างแท้จริง แต่แล้วความจริงเกี่ยวกับตัวตนของเขากลับไม่ได้เป็นอย่างที่ใครคิด จากสามีที่เคยพยายามผลักไสเธอกลับกลายเป็นคนที่ไม่ยอมปล่อยมือ และทำทุกวิถีทางเพื่อรั้งเธอไว้เคียงข้างไม่ยอมให้หย่าขาดจากกัน