APKDock Logo
รายชื่อตอน
แชร์
ภาพปกนิยายเรื่อง หนาวปรารถนา [SixteeNature]

หนาวปรารถนา [SixteeNature]

ภีมวัจน์ ชายหนุ่มวัยสามสิบสองปีจากเชียงใหม่ เกือบจะล้มเลิกข้อตกลงซื้อขายโรงแรมในกรุงเทพฯ ทว่าโศกนาฏกรรมที่พรากชีวิตเจ้าของเดิมไปอย่างกะทันหัน ทำให้ลูกสาววัยสิบหกปีของเขาต้องโดดเดี่ยว ชายหนุ่มจึงตัดสินใจรับดูแลเธอในฐานะผู้ปกครองเพื่อส่งเสียให้ถึงฝั่งฝัน โดยตั้งใจว่าจะปกป้องดูแลเธออย่างทะนุถนอมที่สุด แต่แล้วระยะห่างของอายุที่ต่างกันถึงสิบหกปีกลับไม่สามารถขวางกั้นความรู้สึกลึกซึ้งที่ค่อยๆ ก่อตัวขึ้นได้ เมื่อความปรารถนาเริ่มทวีความรุนแรงจนกลายเป็นความทรมานใจ เขาจะเลือกก้าวข้ามเส้นแบ่งนี้หรือหันหลังให้ความรู้สึกตัวเอง
รายชื่อตอน
แชร์

ตอน 3

“เข้าเรื่องเลยนะครับ คุณหนาวต้องรีบบินกลับบ้านก่อนค่ำ” นั่งได้ไม่เท่าไหร่ เวทิตก็เอ่ยขึ้นแบบเป็นการเป็นงานในฐานะตัวกลาง แล้วส่งเอกสารที่เคยเมลให้เขาเมื่อวานนี้ให้ดูอีกรอบ ภีมวัจน์เองก็ชอบแบบตรงๆ เช่นกันเลยยิงคำถามออกไป

“แล้วทำไมถึงจะขายครับ” ปัญญาชั่งใจครู่หนึ่งแล้วถึงตอบ

“ตรงๆ นะครับ ก็อย่างที่บอกไปว่าเรามีหนี้เยอะ ผมใกล้หมดไฟแล้ว ส่วนแฟนก็ไม่ถนัดงานพวกนี้ ลูกก็ยังเด็ก จะมาสานต่อได้ก็อีกหลายปี เลยคิดว่าขายดีกว่า จะได้เก็บเงินไว้ให้ลูกเรียนแล้วทำอะไรเล็กๆ น้อยๆ ตามที่แกถนัดน่ะครับ”

ภีมวัจน์ชื่นชมในความเป็นคนตรงไม่น้อยเลยยิ้มให้ แต่ไม่ได้พูดอะไรนอกจากเงียบ เป็นการโยนให้ใครก็ได้เอ่ยอะไรออกมา ทำเอาสองเจ้าของหันไปมองเวทิต เพราะไม่รู้จะพูดอะไรขึ้นอีก ถ้าคนซื้อไม่ได้ตั้งคำถามมา เวทิตเจ้าเดิมเลยเป็นตัวกลางถามทางนั้นทีทางนี้ที จนแต่ละฝ่ายได้ข้อมูลครบครัน

“เอ่อ! แล้วเรื่องราคาขายล่ะครับคุณปัญพอจะดั้มพ์ลงอีกได้หรือเปล่าครับ” เพราะรู้ดีว่าเพดานของคนซื้ออยู่ตรงไหน เลยรีบตรงประเด็นจะได้ก้าวต่อ ปัญญาหันไปหาภรรยาอีกคำรบก่อนตัดสินใจเอ่ย

“ก็คงยืนไว้ที่ห้าร้อยสิบหกล้านครับ บอกตามตรงว่าราคานี้ หลังใช้หนี้แล้ว ผมเหลือติดมือไม่เท่าไหร่ อย่าต่อผมเลย ถือเป็นการให้ผมเอาไว้เป็นทุนให้ลูกเถอะนะครับ แกยังเด็กต้องกินต้องใช้อีกเยอะ”

เจอไม้นี้เข้าเวทิตก็ไม่รู้จะพูดอะไร เพราะรู้จักครอบครัวนี้มาระยะหนึ่งแล้ว ตั้งแต่รับเอาโรงแรมไปร่อนขายให้ แต่ก็นานนับปีแล้วยังไม่มีใครเอาจริงๆ สักคน เลยหันไปหาฝ่ายซื้อเพื่อขอความคิดเห็น แต่ก็รอนานเป็นนาทีกว่าจะยินเสียงเล็ดรอดออกมา

“คือผมก็ขอตรงๆ นะครับว่า เพดานตั้งไว้แค่ห้าร้อยล้านเท่านั้น ไหนจะต้องเผื่อปรับปรุงอีก ถ้าเรามาเจอกันตรงจุดนี้ได้ ผมยินดีตัดสินใจโดยไม่ขอไปดูที่อื่นเลยครับ”

สองฝ่ายขายนิ่ง เวทิตไม่รู้จะทำยังไงเมื่อไม่มีใครถอยให้ใคร เลยคิดขึ้นได้ว่าควรจะทำให้สถานการณ์หายตึงเครียด “พอดีคุณหนาวชอบเลขสิบหกน่ะครับ เห็นว่าโรงแรมคุณปัญมีเลขสิบหกมาเกี่ยวข้องหลายอย่าง แกเลยมาดูที่นี่ก่อนน่ะครับ”

“เหรอคะ อย่าบอกนะคะว่าเกิดวันที่สิบหกเหมือนน้องเหนือด้วย” ปาริดาเห็นดีเห็นงามเลยเปลี่ยนเรื่อง ภีมวัจน์ไม่ได้ตอบแค่ยิ้มเท่านั้น เวทิตเจ้าเดิมเลยเดินหมากอีก

“นอกจากจะวันที่เดียวกันแล้ว ยังเวลาเดียวกันเป๊ะครับคุณปา แถมอายุห่างน้องเหนือสิบหกปีด้วยนะครับ”

“เหรอคะ บังเอิญจังเลย แล้วที่บอกมีธุระต่อก็คงไปฉลองกับคนที่บ้านใช่มั้ยคะ”

“ครับ” ฝ่ายขายพูดยืดยาวแต่ฝ่ายจะซื้อตอบแค่นั้น

“เราก็เหมือนกันค่ะ ตั้งใจว่าเสร็จแล้วจะรีบไปหาซื้อของขวัญให้ แล้วก็ไปรับที่โรงเรียนกลับไปฉลองที่บ้านค่ะ”

เรื่องวันเกิดถูกพูดถึงสักพัก เวทิตเห็นว่าถึงเวลาต้องวกมาที่ปัญหาเดิมแล้ว เลยหยิบยกขึ้นมาอีก แต่ฝ่ายขายก็ยังคงยืนยันคำตอบเดิม นั่นทำให้ฝ่ายซื้อฟันธงแล้วว่าคงจะไม่ได้เป็นเจ้าของโรงแรมนี้แล้ว “ลองเอาไปคิดดูอีกรอบก็แล้วกันนะครับ”

เขาเลยเอ่ยคำนี้ออกมา แล้วนิ่งเงียบคนอื่นมองตากันไปมานานเป็นนาทีก็ไม่มีอะไรหลุดออกมาอีก “งั้นเราค่อยคุยกันเรื่องราคาอีกทีดีมั้ยครับ สรุปวันนี้คงยังไม่ได้แน่ๆ ต่างคนก็ต่างจะรีบไปวันเกิดด้วย เอาเป็นว่าถ้ามีอะไรคืบหน้าผมติดต่อมาหาอีกรอบนะครับ”

“ได้ครับ” ภีมวัจน์เอ่ยลาทั้งสองแล้วก็ลงมาชั้นล่างพร้อมเวทิตและอาสาไปส่งเขาขึ้นเฮลิคอปเตอร์กลับเชียงใหม่

“คุณหนาวคิดว่ายังไงครับ พอเอาได้หรือเปล่า ผมว่าถ้าปรับนั่นนี่ทำการตลาดดีๆ ก็คงจะคืนทุนในอีกไม่นานนะครับ ทำเลก็ดีด้วย”

“รอทางนั้นลดราคาก็แล้วกันครับ”

“ลดไม่ได้หรอกแม่ หักลบกลบหนี้แล้วเราเหลือไม่เท่าไหร่เลย ใจแข็งๆ ไว้ก่อนเถอะ เผื่อมีเจ้าอื่นมาแบบไม่ต่อ เพราะราคานี้เราไม่ได้บอกผ่านนะ” ปัญญาหันไปหาภรรยาที่เดินเคียงข้างลงมาชั้นล่าง

“ก็แม่อยากขาย รีบๆ ใช้หนี้ให้หมดนี่นาพ่อ บอกตรงๆ นะว่าเหนื่อยเต็มทีแล้ว วันๆ มีแต่คนโทรมาทวง”

“ทนอีกนิดนะแม่ คงไม่นานหรอก ว่าแต่ตกลงจะเอายังไงล่ะตอนนี้” ปัญญาหมายถึงโปรแกรมสำหรับลูกสาวสุด

“เราไปห้างซื้อของให้ลูก แล้วไปรับที่โรงเรียน ก็คงพอดีกับพี่จ๋าเตรียมอาหารเสร็จ”

“เหรอ! แล้วมีใครมาบ้างล่ะ”

“ก็ไม่มากหรอกพ่อ แค่เพื่อนๆ ของลูกกับบ้านเราเท่านั้น พ่อก็รู้ว่าเราใช้จ่ายอะไรได้ไม่มากตอนนี้”

“ดีแล้วล่ะแม่ ไว้ขายโรงแรมได้ค่อยว่ากันใหม่ งั้นเราไปนะ! เดี๋ยวลูกจะรอ”

และลูกสาวคนเดียวที่สองพ่อแม่รักยิ่งกว่าชีวิต ผู้เป็นเจ้าของส่วนสูงร้อยหกสิบกับน้ำหนักสี่สิบ ในชุดกระโปรยลายสก๊อตสีเทากับเสื้อเชิ้ตแขนสั้นสีขาวสะอาดตา มีโลโก้สถานศึกษาปักไว้ตรงกระเป๋าหน้า ก็กำลังนั่งรออยู่ม้าหินใกล้ๆ ประตู ซึ่งสามารถมองเห็นรถพ่อแล่นเข้ามารับได้ไม่ยาก ‘ปรารถนา สุริยวงศ์’ หรือชื่อที่เจ้าตัวรวมทั้งคนทั้งบ้านเรียกจนติดปากว่า ‘น้องเหนือ’ กำลังอ่านหนังสือเล่มโปรดอยู่

“ไปก่อนนะแพ็ต แล้วเจอกันเย็นนี้”

เพื่อนสาวในชั้นเรียนลดกระจกรถลงมาโบกมือลาด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม แม้จะเจอกันในปาร์ตี้วันเกิดก็ตาม ส่วนปรารถนาก็โบกมือลาด้วยท่าทีไม่ต่างจากเพื่อนนัก ก่อนจะก้มลงไปหาหนังสือสลับกับคอยมองไปยังประตูครั้งแล้วครั้งเล่า เพราะพ่อกับแม่บอกว่าจะมารับในอีกไม่นาน

‘โคร้ม!!!!!!!!!’

ติดตามชมต่อ!
เนื้อหากำลังเข้มข้น! สลับไปที่แอปเพื่ออ่านต่อ
ปลดล็อกทุกตอน
เปิดเว็บไซต์อย่างเป็นทางการ

คุณอาจจะชอบ

ภาพปกนิยายเรื่อง ไม่เคยเสียใจที่เคยรักกัน
7.8
ชีวิตวิวาห์ที่เคยเปี่ยมสุขพลันพลิกผันเป็นฝันร้าย เมื่อหญิงสาวล่วงรู้ความจริงว่าสามีที่เธอรักสุดหัวใจกลับซุกซ่อนความรู้สึกเกินเลยที่มีต่อน้องสาวสายเลือดเดียวกัน ความสัมพันธ์อันงดงามจึงพังทลายลง เขาเริ่มตีตัวออกห่าง เย็นชา และมักหาข้ออ้างไม่ยอมกลับบ้าน ปล่อยให้เธอต้องจมปลักกับความอ้างว้างในเรือนหอที่ว่างเปล่า แม้อดีตจะเคยรักกันมาก ทว่าความลับอันเจ็บปวดและช่องว่างที่ขยายกว้างขึ้นทุกวันกำลังกัดกินหัวใจของเธออย่างหนักหน่วง บีบคั้นให้เธอต้องตั้งคำถามว่า การทนรั้งชีวิตคู่ที่หลอกลวงนี้ยังคงมีความหมายใดหลงเหลืออยู่อีกหรือไม่
ภาพปกนิยายเรื่อง วายุไฟ
9.4
โลกที่ต่างกันสุดขั้วกำลังบรรจบกัน เมื่อวายุ นายแบบหนุ่มรูปงามผู้ใช้ชีวิตเปล่งประกายบนรันเวย์ ได้พบกับณธีร์ ข้าราชการหนุ่มผู้เคร่งขรึม ภายใต้ความเจิดจรัส วายุซ่อนความปรารถนาในการตามหาชายในอุดมคติมาเนิ่นนาน และข้าราชการอนาคตไกลคนนี้คือคนที่เขาเฝ้ารอ เสน่ห์อันร้อนแรงดั่งเปลวไฟของเขาต้องเผชิญกับกำแพงแห่งความแตกต่างทั้งหน้าที่การงานและนิสัยส่วนตัว ความสัมพันธ์ที่ก่อตัวขึ้นนี้จะเป็นบทพิสูจน์ว่า แรงปรารถนาในใจของเขาจะหลอมละลายความเย็นชาและเปลี่ยนความหวังให้กลายเป็นความจริงได้สำเร็จหรือไม่
ภาพปกนิยายเรื่อง รักที่ทรมาน  รักที่ต้องเจ็บ
7.4
การกระทำอันเห็นแก่ตัวของอรอุมาที่ทำลายความรักสิบปีของกาจ ได้จุดชนวนความแค้นที่เปลี่ยนชีวิตคู่ให้เป็นกรงขังแห่งความทรมาน ชายหนุ่มมอบนรกบนดินให้ภรรยาอย่างเลือดเย็น โดยเฉพาะในนาทีเฉียดตายเมื่อเธอตกเลือดอย่างหนักขณะคลอดบุตร เขากลับบีบบังคับให้เธอสละเลือดเพื่อช่วยผู้หญิงที่เขารัก และปฏิเสธลูกของตนเองอย่างสิ้นเยื่อใย เมื่ออรอุมาฟื้นจากความตายมารับรู้ความจริงอันปวดร้าว โลกทั้งใบของเธอก็พังพินาศลง เธอจึงได้ตระหนักว่าการแต่งงานครั้งนี้จบลงด้วยความพ่ายแพ้ย่อยยับและทิ้งไว้เพียงบาดแผลลึก
ภาพปกนิยายเรื่อง รักวุ่นวาย-เจ้าชายซุปตาร์
9.0
เมื่อความแตกต่างทางชนชั้นกลายเป็นอุปสรรคใหญ่ ทิชา ซูเปอร์สตาร์ชื่อดัง ได้มอบหัวใจให้ จันทร์หอม พ่อค้าขายผักผู้แสนสมถะ ทว่าความสัมพันธ์กลับถูกขัดขวางอย่างหนักจากมารดาของทิชาที่ไม่ยอมรับคนรักไร้ฐานะ เธอใช้ชีวิตตนเองเป็นข้อต่อรองและบีบบังคับให้ลูกชายต้องแต่งงานกับหลานชายของเธอเพื่อตัดขาดรักครั้งนี้ให้สิ้นซาก ชายหนุ่มผู้เพียบพร้อมจึงตกอยู่ในสภาวะกลืนไม่เข้าคายไม่ออก เขาต้องเผชิญทางแยกครั้งสำคัญระหว่างการยอมจำนนต่อความกตัญญูตามจารีตครอบครัว หรือกล้าหาญพอที่จะยืนหยัดเพื่อปกป้องรักแท้
ภาพปกนิยายเรื่อง ประธานไล่จีบภรรยา
9.3
อดีตอันเลวร้ายจากการถูกวางยาทำให้ เจียงหยุนเอ๋อ พลาดพลั้งมีความสัมพันธ์กับชายแปลกหน้าและถูกตระกูลขับไล่อย่างน่าอดสู เวลาผ่านไปห้าปี เธอหวนคืนมาพร้อมลูกชายวัยกำลังซน แต่ก้าวแรกที่สนามบินกลับเต็มไปด้วยการกลั่นแกล้งจากคนชั่วที่หมายหัวเธอ ในวินาทีที่ถูกต้อนให้จนมุม เด็กน้อยกลับวิ่งไปเกาะขาบุรุษผู้ทรงอิทธิพลพร้อมเรียกเขาว่าพ่ออย่างเต็มปาก การกระทำอันไร้เดียงสานี้ได้ดึงดูดชายผู้ยิ่งใหญ่เข้ามาพัวพัน นำไปสู่การชำระแค้นผู้ที่เคยเหยียบย่ำเธอ และก่อเกิดเป็นความรักครั้งใหม่ที่จะเข้ามาเยียวยาทุกบาดแผล
ภาพปกนิยายเรื่อง ยิ่งเกลียดยิ่งรัก...ขันทีของฉัน
7.7
ภายใต้วังหลวงที่รัดกุมด้วยระเบียบ ความรู้สึกต้องห้ามได้กำเนิดขึ้น สตรีผู้หนึ่งไม่อาจห้ามใจไม่ให้หลงใหลในบุรุษซึ่งเบื้องหน้าเป็นเพียงขันทีไร้เกียรติ แม้เริ่มต้นด้วยความชิงชัง ทว่าความผูกพันกลับหยั่งรากลึกจนถอนตัวไม่ขึ้น นางรู้ดีว่ารักครั้งนี้คือการฝ่าฝืนจารีตอย่างร้ายแรงและไม่มีวันเป็นจริง แต่โชคชะตากลับพลิกผันเมื่อเบื้องหลังฐานะนั้นมีความลับซุกซ่อนอยู่ ปริศนาที่ถูกปกปิดอาจเป็นตัวแปรสำคัญที่สั่นคลอนชีวิต และเปลี่ยนบทสรุปของรักนี้ไปตลอดกาล