APKDock Logo
รายชื่อตอน
แชร์
ภาพปกนิยายเรื่อง องค์หญิงสามของท่านแม่ทัพจาง

องค์หญิงสามของท่านแม่ทัพจาง

โชคชะตาของหลี่เยี่ยนถิง องค์หญิงสามผู้โดดเดี่ยวและไม่เคยรู้จักความรัก ต้องเปลี่ยนไปตลอดกาลในคืนที่เธอถูกแม่ทัพจางซงหยวนจับกุมตัวในข้อหาร้ายแรงอย่างการเป็นกบฏ เขาได้พาตัวเธอมาควบคุมไว้ที่จวนส่วนตัวอย่างอาจหาญ แต่แล้วเรื่องราวกลับหักมุมอย่างไม่คาดคิด เมื่อแม่ทัพหนุ่มตัดสินใจทูลขออภิเษกสมรสกับองค์หญิงกบฏรายนี้แทนที่จะลงทัณฑ์ การใช้ชีวิตร่วมกันในจวนแม่ทัพจางจึงเริ่มต้นขึ้นท่ามกลางความขัดแย้งทางการเมืองและหัวใจของทั้งสองที่เริ่มหวั่นไหวอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยง
รายชื่อตอน
แชร์

ตอน 1

ร่างเล็กเดินไปตามทางลาดของด้านหลังของวังที่ซึ่งเป็นเส้นทางห้ามสัญจรแต่นางกลับหาได้สนใจไม่ ในมือเล็ก ๆ นั่นคล้ายกับมีอะไรกำแน่นที่ในนั้น มือกำเสียแน่นราวกับมันคือความลับที่สำคัญยิ่งกว่าชีวิตของนางเสียอีก

หลี่เยี่ยนถิงเหลียวมองซ้ายแลขวาไปพลางขณะก้าวขาเดินมุ่งหน้าตรงไปยังนอกพระมหาราชวัง คล้ายนางกลัวว่าใครจะมาเห็นนางเข้าเสียก่อน ยามจื่อเช่นนี้ทั้งอากาศหนาวเย็นใครจะออกมาเดินที่นอกวังกัน หากแต่เป็นนาง สตรีที่แม้จะเป็นธิดาของฮ่องเต้องค์ปัจจุบัน แต่กลับไร้เกรงใจ ไร้คนเหลียวแล

และบัดนี้นางก็กำลังลักลอบออกนอกจากตำหนัก ไม่เพียงแต่ตำหนักร้างของนาง แต่นางกำลังมุ่งหน้าไปยังเส้นทางลับหวังจะออกนอกวังด้วยซ้ำ

“กำลังไปที่ใด”

เสียงห้าวเอ่ยถาม ต้นตอดังมาจากเบื้องบน องค์หญิงหลี่เยี่ยนถิงหยุดขาที่กำลังก้าว ก่อนจะช้อนดวงตางามปนเศร้าขึ้นไปยังที่เสียงที่ดังขัดขวางการลักลอบออกนอกวังของนาง พบว่าเป็นคนโปรดขององค์ฮ่องเต้ บิดาของนางเอง หากแต่ท่านแทบไม่เคยเรียกหา พบหน้าไม่แม้แต่จะมองด้วยซ้ำ คงไม่คิดนับนางเป็นเลือดเนื้อของตนด้วยซ้ำไป

และหากนางทำเมิน ไม่ตอบคำถามนั้นก็ดูจะเป็นการเสียมารยาทจนเกินไป ที่หนักไปกว่านั้นนางอาจส่อมีพิรุธอีกด้วย

“คือ…” หลี่เยี่ยนถิงเปิดปากออกมาคำหนึ่งเพียงคำเดียวเท่านั้น เสียงถามก็ดังขึ้นอีก ทว่าคราวนี้เงาดำนั่นย้ายร่างจากด้านบนของหลังคาลงมายืนที่เบื้องหน้าของนางแล้ว

“องค์หญิงจะไปที่ใดหรือกำลังมาจากที่ใด”

ไม่เคยมีใครเอ่ยเรียกนางว่าองค์หญิงมาก่อน นั่นเพราะไม่มีผู้ใดให้ความเคารพยำเกรงนาง

ไม่เคยมีใครนับหน้าถือตานาง

จะเพราะเหตุใดก็อันเนื่องมาจากนางเป็นลูกของสนมที่ถูกกักขังในวังร้างทางทิศใต้จนสติเลอะเลือน ก่อนสิ้นลมหายใจไปตั้งแต่นางอายุเพียงสามขวบเท่านั้น

หลี่เยี่ยนถิงพยายามจะอ้าปากอีกครั้งเพื่อตอบคำถามของเขาแต่แล้วเสียงดุห้าวขรึมก็ส่งคำถามออกมาอีก

“ในมือขององค์หญิงคือสิ่งใด”

จบคำถามของเขาร่างสูงสง่าในชุดสีทึบก็เคลื่อนย้ายตัวเข้ามาใกล้นางยิ่งกว่าเดิม บุรุษผู้มีร่างกายกำยำแม้อยู่ในอาภรณ์หรูหราและแม้ว่ารอบด้านจะมืดอยู่เช่นนี้ก็ตามที

นางจำได้ว่าเขามีใบหน้าและแววตาเย็นชายิ่งนัก เคยได้ยินเหล่าเสนาบดีพูดถึงเขาว่าสามารถฆ่าคนได้ชนิดที่แทบไม่กะพริบตาด้วยซ้ำ ก็น่าจะเป็นเช่นนั้น แววตาของเขาแม้สงบทว่าเยือกเย็นแต่กลับสง่างามเฉกเช่นเดียวกันกับท่าทางและอาภรณ์ที่เขาสวมใส่ในคืนนี้

เหตุใดแม่ทัพจางซงหยวนจึงออกมาจากงานเลี้ยงที่องค์ฮ่องเต้ทรงจัดให้เขา นางยังได้ยินเสียงดนตรี เสียงร้องรำ เห็นแสงแผดจ้าจากโถงงานเลี้ยงอยู่เลย และเพราะว่ารอบตำหนักของนางไร้ทหารเฝ้ายาม นางจึงได้ใช้โอกาสนี้ลอบออกจากตำหนักร้างของนาง

ไม่คิดว่า...

“จดหมายเสนอตัวนั่น องค์หญิงต้องการนำไปถวายให้ผู้ใดอย่างนั้นหรือ”

น้ำเสียงของจางซงหยวนถามขัดความสงสัยของนางขึ้น หากนางฟังไม่ผิดคล้ายในน้ำเสียงจะมีแววหมิ่นแคลนดูถูกนางอีกด้วย นั่นเลยทำให้นางนึกฉุน แล้วเอ่ยตอบโต้ออกไปพร้อมกับเบี่ยงแขนข้างที่มีสาส์นลับไปไว้ที่เบื้องหลังของนางทันที

“ในมือข้ามีสิ่งใด ไยต้องบอกท่านด้วย”

มุมปากของแม่ทัพจางซงหยวนกระตุกเล็กน้อยดูเหมือนยิ้ม แต่แลดูอีกทีกลับมิใช่ เสียงเข้มเปล่งออกมาราวกับราชสีห์กำลังหยอกล้อหนูตัวเล็กๆ อยู่

“องค์หญิงสามพูดได้ยาวขนาดนี้ทีเดียวหรือ”

หากเขาต้องการยั่วแหย่นางก็นับว่าสำเร็จแล้ว แต่นางไม่สามารถหยุดเพื่อคุยกับเขาได้อีกต่อไป นางต้องรีบส่งสิ่งที่อยู่ในมือนี้ให้กับผู้ที่รอคอยนางอยู่ไม่อย่างนั้นอาจไม่ทันการ

แต่แล้วนางก็ถูกมือที่หนาใหญ่ของจางซงหยวนคว้าที่ไหล่ของนางออกแรงเพียงนิดหมุนร่างให้หันหลังพร้อมกับดึงเอาสาส์นนั้นออกจากนางไปได้อย่างรวดเร็วแทบไม่ทันได้กะพริบตาด้วยซ้ำ

“นั่นของข้า”

นางลองส่งเสียงขึ้นอีกนิดยื่นมือออกไปจากคว้าของคืนแต่แล้วร่างหนาใหญ่ของแม่ทัพจางซงหยวนก็เคลื่อนออกห่างนางไปสามก้าว เท่านั้นนางก็ตามเขาไม่ทันแล้ว

จางซงหยวนคลี่ม้วนไม้ในมือออก กวาดสายตาดุอ่านเนื้อความข้างในอย่างรวดเร็วก่อนจะลากสายตามามองสบตากับนาง

“ผู้ใดเขียนจดหมายนี้ รู้หรือไม่ว่าหากมีผู้อื่นพบเข้า องค์หญิงจะถูกกล่าวหาว่าสมรู้ร่วมคิดก่อการกบฏต่อองค์ฮ่องเต้”

จบคำกล่าวของเขาใบหน้าที่ออกซีดเหลืองของหลี่เยี่ยนถิงพลันซีดลงไปอีก เหตุใดเขาถึงเอ่ยวาจากล่าวหานางเช่นนั้น และคล้ายกับว่าจางซงหยวนเองจะอ่านแววตาของนางออก เขาหันสาส์นในม้วนไม้ไผ่ม้วนนั้นมาให้นางดู

“มะ ไม่ใช่เช่นนั้น ข้าไม่” หลี่เยี่ยนถิงตะกุกตะกักกล่าววาจาใดออกมาไม่ถูกเลยแม้แต่คำเดียว

“กระหม่อมให้องค์หญิงสามเลือกสองทาง” เสียงทุ้มกล่าวขึ้นอีกครั้ง “ให้กระหม่อมนำสาส์นในมือกล่าวทูลต่อฮ่องเต้เดี๋ยวนี้เลยหรือ...”

เสียงห้าวหยุดชั่วขณะ หลี่เยี่ยนถิงช้อนดวงตาจากม้วนไม้ไผ่ในมือมองไปยังเขา สบเข้ากับดวงตาสีดำสนิทที่อ่านแววตานั้นไม่ออกก็พลันรู้สึกราวกับกำลังถูกดูดเข้าไปในดวงตาคู่นั้นแล้ว

ความเงียบทำงานอย่างรู้หน้าที่ของมันดี นานจนนางหายใจไม่ออกจำต้องหลุดเสียงแผ่วเบาถามออกไป

“หรืออันใด”

“…ไปที่จวนของกระหม่อม”

“หนะ นี่ ทะ ท่านพูดออกมาแบบนี้หมายความว่าอย่างไร” เสียงเล็กๆ บอกอย่างแผ่วเบาทว่าเด็ดเดี่ยวในน้ำเสียงของนาง เมื่อไม่มีคำอื่นมาไขความกระจ่างในนางเพิ่ม สติของนางพลันกลับคืนมาช้าๆ อีกครั้ง

“ข้าไม่ได้ทำอะไรผิด”

คุณอาจจะชอบ

ภาพปกนิยายเรื่อง ไฟซ่อนเชื้อ [คู่กัด พ่อแง่แม่งอน]
9.8
หทัยชนก หญิงสาวผู้เปี่ยมไปด้วยความมั่นใจและเฉียบคม ได้โคจรมาพบกับปวีร์ ชายหนุ่มผู้แสนสุขุมและยอมอ่อนข้อให้เธอเสมอมา ทว่าความเยือกเย็นของเขาต้องพังทลายลงทันทีเมื่อพบความจริงว่า ตนเองเป็นเพียงหมากในเกมแก้แค้นของเธอ หลังจากชีวิตแต่งงานแปรเปลี่ยนเป็นสมรภูมิแห่งการลวงหลอก ปวีร์จึงปฏิเสธที่จะหย่าร้างตามที่เธอต้องการ ด้วยความเจ็บปวดจากการถูกหักหลัง ชายหนุ่มจึงเลือกที่จะกักขังเธอไว้ในกรงขังแห่งอารมณ์และความปรารถนาที่ซ่อนเร้น เพื่อบังคับให้เธอชดใช้กรรมจากแผนการที่เธอเป็นคนก่อในอดีตได้ก่อไว้
ภาพปกนิยายเรื่อง องค์หญิงอย่าคิดหนี
8.1
ชะตากรรมบีบคั้นให้องค์หญิงหลิวอี้เฟยต้องออกเดินทางเพื่อเข้าพิธีวิวาห์กับอ๋องชราต่างแดน ทว่าระหว่างทางนางกลับล่วงรู้ความลับอันดำมืดของหัวหน้าองครักษ์ผู้ไร้ความปรานี เป็นเหตุให้เขาต้องตามล่าหมายปลิดชีวิตนางเพื่อปิดปาก ท่ามกลางวิกฤตและความตายที่คืบคลานเข้ามา องค์หญิงไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องใช้ไหวพริบหาทางหลบหนีสุดชีวิตจากเงื้อมมือของบุรุษสุดเหี้ยมโหดผู้นี้ เรื่องราวการต่อสู้ชิงไหวชิงพริบและความรักที่ลงเอยด้วยความสุข
ภาพปกนิยายเรื่อง ข้าจะเกี้ยวท่านมาเป็นสามี
9.1
โอกาสครั้งที่สองในการแก้ไขอดีตอันแสนเจ็บปวดมาถึงแล้ว เมื่อสตรีผู้เคยโง่งมเพราะรักคนผิดจนทำร้ายชายผู้แสนดีที่รักเธอสุดหัวใจ ได้ย้อนเวลากลับมาอีกครั้ง ในชาตินี้เธอตัดสินใจอย่างแน่วแน่ที่จะตัดขาดความรักที่มีต่อท่านอ๋องอย่างไม่เหลือเยื่อใย และขออุทิศชีวิตใหม่นี้ให้กับการทำทุกวิถีทางเพื่อพิชิตใจท่านรองแม่ทัพผู้จงรักภักดีให้ยอมตกลงปลงใจมาเป็นสามีของเธอให้ได้ เรื่องราวการกลับตัวกลับใจและภารกิจตื๊อรักสุดกำลังเพื่อไถ่บาปในใจจึงเริ่มต้นขึ้นอย่างเป็น
ภาพปกนิยายเรื่อง สมบัติแห่งขุนเขา
9.2
เมื่อเนี่ยหลิงเสียชีวิตอย่างเป็นปริศนา เขากลับลืมตาตื่นขึ้นมาในดินแดนแห่งผู้ฝึกตนอย่างน่าอัศจรรย์ โลกใบใหม่นี้เต็มไปด้วยพลังลมปราณที่เขาไม่คุ้นเคย ทว่าเขากลับได้รับพรลึกลับสองประการมาครอบครองโดยไม่คาดฝัน พร้อมด้วยอาวุธคู่ใจอย่างคันธนู ลูกศรครบชุด และแหวนมิติสำหรับเก็บสิ่งของ แม้จะยังไม่สามารถหาคำตอบได้ว่าเหตุใดตนเองจึงมาติดอยู่ในร่างใหม่และโลกใบนี้ แต่เนี่ยหลิงก็ไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องยอมรับโชคชะตาและก้าวเดินต่อไปบนเส้นทางสายนี้ โดยหวังว่าชีวิตใหม่ในดินแดนแห่งนี้จะนำพาเขาไปสู่จุดหมายที่ดีกว่าอดีต
ภาพปกนิยายเรื่อง เด็กเลี้ยง เฮียมาเฟีย
9.3
ผักบุ้งหญิงสาววัยเพียงยี่สิบปีต้องเผชิญกับชะตากรรมที่พลิกผัน เมื่อเฮียเคย์เจ้านายใหญ่ใต้โลกมืดยื่นข้อเสนอให้เธอขายตัวเพื่อใช้หนี้เกือบล้านของน้องชาย เธอพยายามปฏิเสธแต่ก็ไม่อาจต้านทานแรงกดดันและความต้องการของเขาได้ ในที่สุดเธอต้องยอมจำนนและกลายเป็น 'เด็กเลี้ยง' ของเฮียมาเฟียผู้โหดเหี้ยม ผู้ซึ่งถูกใจเธอตั้งแต่แรกเห็น ด้วยร่างกายที่สะโอดสะองและใบหน้าที่สวยงาม เธอกลายเป็นสมบัติต้องห้ามที่เขาต้องการครอบครอง ความสัมพันธ์อันมืดหม่นเริ่มต้นขึ้นบนเตียงนอนของเขา และเธอไม่อาจหนีไปไหนได้อีกแล้ว ชีวิตของเธอจะจบลงอย่างไร เมื่อหัวใจเริ่มหวั่นไหวกับชายที่พรากความบริสุทธิ์ของเธอไปด้วยน้ำมือที่เต็มไปด้วยความปรารถนา?
ภาพปกนิยายเรื่อง ทัณฑ์อสุรา
8.6
จ้าวจื่อรั่ว เด็กสาววัยสิบหกปีผู้เป็นเพียงลูกอนุ ถูกบีบบังคับให้ต้องเข้าพิธีแต่งงานแทนผู้อื่นกับกู้ตงหยาง แม่ทัพฉายาปีศาจผู้เหี้ยมโหดแห่งดินแดนใต้ แม้จะอยู่ในตำแหน่งฮูหยินเอกอย่างเป็นทางการ ทว่าเธอกลับได้รับเพียงความเฉยชาจากสามี จะมีก็เพียงยามค่ำคืนบนเตียงนอนเท่านั้นที่เขาจะมอดไหม้เธอด้วยเพลิงราคะอันเร่าร้อน กู้ตงหยางปักใจเชื่อว่าคนตระกูลจ้าวคือพวกคนลวงโลก เขาจึงลั่นวาจาว่าจะทรมานเธอให้จมอยู่กับความทุกข์ทรมานเพื่อชดใช้ความผิดนี้ ท่ามกลางความอ้างว้างโดดเดี่ยว หญิงสาวจำต้องก้มหน้ารับกรรมที่ตนไม่ได้ก่อ พร้อมกับเฝ้าถามตัวเองว่าชั่วชีวิตนี้จะยังมีโอกาสได้พบเจอกับความสุขที่แท้จริงบ้างหรือไม่