APKDock Logo
รายชื่อตอน
แชร์
ภาพปกนิยายเรื่อง ท่านแม่ทัพข้าคือศรีภรรยา NC25+

ท่านแม่ทัพข้าคือศรีภรรยา NC25+

โชคชะตาขององค์หญิงหลินฮุ่ยหมินผู้โดดเดี่ยวหลังสูญเสียมารดาซ้ำยังต้องคำสาปร้ายให้กลายร่างในคืนจันทร์เพ็ญ ต้องพลิกผันครั้งใหญ่เมื่อโชคชะตานำพาให้เธอต้องเข้าพิธีสมรสพระราชทานกับแม่ทัพหยางเอ้อหลางแทนพี่สาวคนโต ท่ามกลางบรรยากาศความหวาดระแวงของฮ่องเต้ที่มีต่อตระกูลหยาง ฮุ่ยหมินไม่เพียงแต่ต้องปกปิดความลับเรื่องร่างอสูรของตนเองไว้สุดชีวิต แต่ยังต้องเผชิญหน้ากับความร้าวฉานระหว่างพี่น้องที่เคยรักกันเพียงเพราะผู้ชายคนเดียว เธอจะเอาชีวิตรอดและจัดการความวุ่นวายในวังวนอำนาจนี้ได้อย่างไร
รายชื่อตอน
แชร์

ตอน 2

หลังเรื่องโต้เถียงกันสงบลง เหล่าองค์หญิงก็ต้องเบิกตาค้างเมื่อองค์หญิงใหญ่สั่งให้นางกำนัลนำเครื่องประดับมาให้พวกนางเลือกเพิ่มไปคนละชิ้น เพราะนางเป็นคนใจกว้างเช่นนี้องค์หญิงทั้งหลายจึงยกย่องนางอีกทั้งไม่กล้าที่จะหาเรื่องอันใดให้องค์หญิงใหญ่ขุ่นเคือง อารมณ์ขององค์หญิงใหญ่มีผลต่อพวกนางเสมอหากนางดีก็ดีจนน้ำตาไหลแต่หากผู้ใดกล้าขัดใจนางก็เตรียมทำใจรับความอัปยศได้เลย

"สิบสามพี่หญิงเลือกให้เจ้าได้แล้ว ผ้าผืนนี้อีกทั้งปิ่นปักผมสีแดงงดงามนักคงมีเพียงเจ้าที่ใส่แล้วจะเหมาะสมผู้อื่นเห็นจะไม่คู่ควร"

"ขอบพระทัยเพคะพี่หญิง"

องค์หญิงสิบสามรับมาอย่างไม่ใส่ใจในขณะที่องค์หญิงองค์หญิงทุกคนมองมายังองค์หญิงสิบสาม หลายคนอดที่จะยิ้มออกมาด้วยความสะใจไม่ได้เมื่อวาดภาพคนงามเช่นน้องสิบสามอยู่ในอาภรณ์ตัวนั้น

องค์หญิงห้าตาโตด้วยตกใจที่เห็นอาภรณ์ไหมสีแดงฉ่ำผืนนั้น นางค่อนข้างสนิทสนมกับองค์หญิงสิบสามเห็นชัดเจนว่าแดงสีแรงเช่นนี้องค์หญิงทุกคนล้วนไม่กล้าใส่ด้วยกลัวว่าไทเฮาผู้โปรดการแต่งกายด้วยสีอ่อนหวานจะทรงขัดเคืองพระทัย การแต่งกายที่ดึงดูดมากเกินไปถือเป็นเรื่องไม่งามในราชสำนักเหตุใด พี่หญิงใหญ่จึงยังมอบผ้าไหมแดงชิ้นนี้ให้องค์หญิงสิบสามกันเล่า

ที่น่าประหลาดใจคือองค์หญิงสิบสามกลับรับมาด้วยใบหน้าใสซื่อราวกับไม่รู้ว่าตนเองนั้นต้องตกที่นั่งลำบากเป็นแน่

"เจ้ารีบเอาไปตัดเย็บเสียอีกไม่กี่วันจะถึงวันงานเลี้ยงต้อนรับทหารกล้าแล้ว เราในฐานะฝ่ายในต้องเข้าร่วมด้วยทุกคน พวกเจ้ารู้ความหมายของงานนี้ใช่หรือไม่"

องค์หญิงแต่ละคนล้วนพระพักตร์แดงซ่าน ความหมายในงานนี้ทุกคนย่อมประจักษ์แก่ใจ งานเลี้ยงนี้นอกจากจะต้อนรับท่านแม่ทัพและเหล่าทหารแล้ว ไทเฮายังอนุญาติให้ฝ่ายในเข้าร่วมด้วยนั่นย่อมเท่ากับว่าถือเป็นงานเลี้ยงดูตัวของเหล่าองค์หญิง หากคู่ใดที่เหมาะสมฝ่าบาทจะประทานสมรสให้ในงานเป็นแน่ ดังนั้นองค์หญิงทุกคนที่เฝ้าฝันอยากพบบุรุษรูปงาม และตั้งตารอที่จะออกจากวังหลังแห่งนี้มาเนิ่นนานจึงเฝ้ารอคอยนัก

อากาศหนาวเหน็บดูภายในตำหนักขององค์หญิงสิบสามจะมีความโกลาหลที่คนภายนอกไม่อาจล่วงรู้ได้ อ๋องฉางอันก้าวเข้ามาภายในอย่างเงียบเชียบใบหน้าร้อนรน

"อาชิงข้าสั่งเจ้าแล้วว่าให้เฝ้านางให้ดีครานี้กลายร่างเป็นอะไรเจ้ายังไม่รู้เช่นนี้จะหานางเจอได้อย่างไร"

"ทูลท่านอ๋อง องค์หญิงกลายร่างตอนข้าน้อยออกไปตักน้ำเพคะจึงไม่ทันระวังครานี้น่าจะเป็นตัวอะไรสักอย่างที่ว่องไวและกระโดดได้เพราะองค์หญิงกระโดดออกทางหน้าต่างเพคะ"

"ข้าจะส่งข่าวไปยังตำหนักธิดาเทพให้ช่วยกันออกค้นหาอย่างลับๆ เจ้าอยู่นี่คอยรับหน้าคนไว้ข้าจะหานางให้พบในคืนนี้ คงไปได้ไม่ไกลน่าจะทิ้งเบาะแสไว้แถวนี้"

"เพคะ"

กระต่ายขาวตัวหนึ่งมุดรั้วตำหนักกระโดดออกมาอย่างว่องไว มันมองซ้ายขวาอย่างไม่รู้ทิศทางก่อนจะเริ่มสูดดมบางอย่าง แล้วพุ่งตัวออกไปอย่างรวดเร็ว เพราะเป็นกระต่ายปีศาจการเคลื่อนไหวจึงรวดเร็วกว่ากระต่ายทั่วไปหลายเท่า ในไม่ช้าก็กระโดดห่างจากตำหนักองค์หญิงสิบสามมาหลายลี้ ออกนอกเขต วังหลวงได้โดยไม่มีผู้ใดสงสัย

องค์หญิงสิบสามในร่างกระต่ายขาวขนปุกปุย แม้จะรู้ตัวเองว่ากำลังทำอะไรแต่ไม่อาจยับยั้งจิตใจได้ ยังคงวิ่งหน้าตั้งออกมาตามกลิ่นที่จมูกของตนเองนำมาหยุดอยู่หน้าจวนใหญ่ที่น่าเกรงขามที่หนึ่ง กระต่ายน้อยแอบอยู่ข้างกำแพงสูงดมกลิ่นฟุดฟิดแล้วยิ้มออกมาเมื่อพบว่าจุดหมายของตนเองอยู่ภายหลังกำแพงสูงของจวนแห่งนี้

ดูเหมือนว่าจะมีรถม้าจอดอยู่ด้านหน้าจวนคล้ายกำลังขนบางสิ่ง กระต่ายน้อยสบโอกาสกระโดดผลุบเข้าไปในรถม้าอย่างว่องไว เมื่อเข้ามาถึงภายใน กลิ่นหอมของอร่อยช่างรุนแรงยั่วยวนกระต่ายน้อยทนไม่ไหว หลบหลีกร่างกายจวบจนพุ่งเข้าไปสู่สวนผักหลังจวนด้วยความโหยหิว หลังจากนั้นองค์หญิง สิบสามในร่างปีศาจกระต่ายก็ลงมือแทะกินทุกสิ่งที่ขวางหน้า ราวพายุโหมกระหน่ำ นางพังสวนผักของจวนใหญ่พินาศในพริบตา

เมื่อสวนผักแห่งนี้ว่างเปล่า หนังท้องของนางเริ่มตึงกระต่ายน้อยจึงกระโดดออกมาอย่างว่องไว ตามด้วยเสียงโหวกเหวกโวยวายด้านหลังที่ดังขึ้น

"เอะอะอะไรกัน"

"เรียนท่านแม่ทัพ ข้าน้อยจะไปดูเดี๋ยวนี้ขอรับ"

หยางเอ้อหลางที่กำลังชำระร่างกายในอ่างไม้รู้สึกหงุดหงิดเป็นอันมาก เดิมทีเขาอยู่ชายแดนในค่ายทหารต้องอาศัยความเงียบเพื่ออำพรางศัตรูเขาจึงเกลียดเสียงดังเอะอะโวยวายเป็นที่สุด บัดนี้กลับมาถึงจวนได้ไม่นานผู้คนต่างหลงลืมกฎที่เขาตั้งไว้ส่งเสียงเอะอะหนวกหูยิ่ง

คล้ายมีเสียงอยู่อีกด้านของห้องอาบน้ำ หยางเอ้อหลางกระโดดตัวลอยว่องไวไม่ทันได้คว้าเสื้อคลุมนอกจากกระบี่ประจำกายกระโจนไปตามเสียง เขาวาดกระบี่ออกไปยังไม่ทันได้ลงมือก็พบว่าบนพื้นห้องบัดนี้มีกระต่ายสีขาว ตัวค่อนข้างใหญ่กำลังหมอบตัวสั่นงันงกอยู่

"ท่านแม่ทัพ ด้านนอกไม่รู้สิ่งใดทำลายแปลงผักจนพังพินาศขอรับ" องครักษ์ฝานเข้ามาในห้องพร้อมมองผ่านแผ่นหลังของแม่ทัพหนุ่มซึ่งไร้อาภรณ์ยืนวาดกระบี่อยู่ด้านหน้าสัตว์ตัวอ้วนขนปุกปุยสีขาว

"ข้าจับโจรได้แล้ว ไม่ต้องหา" แม่ทัพหนุ่มเอ่ยเสียงเย็นพลางนั่งลงรวบหัวกระต่ายยาวของนางแล้วยกร่างอ้วนตุ้ยนุ้ยขึ้นมาพิจารณา

องค์หญิงสิบสามในร่างของกระต่ายยังคงตกตะลึงนางรู้จักเขาแน่นอน นี่นางบุกเข้ามาในจวนของแม่ทัพผู้เหี้ยมโหดเชียวหรือ บุรุษผู้นี้ไร้ยางอายมายืนเปลือยกายอยู่ต่อหน้านางเช่นนี้ ทำให้นางตื่นตระหนกจนไม่อาจขยับได้ เจ้าสิ่งนั้นที่ห้อยอยู่ตรงกลางร่างกายของเขาช่างดูดุดันน่ากลัวเสียเหลือเกิน

เจ้าบ้านี่ท่าทางจะไม่ปล่อยนางไปง่ายๆ แน่ แย่แล้วจะทำอย่างไรดี

องครักษ์ฝานหยิบเสื้อคลุมมาคลุมร่างให้ผู้เป็นนาย เขาและแม่ทัพเติบโตมาในค่ายทหารเปลือยกายอาบน้ำด้วยกันมานับสิบปี เขาจึงชาชินกับเรือนกายของท่านแม่ทัพไปแล้ว

"กระต่ายตัวเดียวเหตุใดจึงทำลายแปลงผักมากมายภายในพริบตาได้"

"กระต่ายตะกละอย่างไรเล่า ดูสิจะตายอยู่แล้วยังคาบหัวไชเท้าไม่ยอมปล่อย" หยางเอ้อหลางเอ่ยขึ้นพลางดึงหัวไชเท้าออกจากปากของกระต่ายตัวอ้วน

"ตัวอวบอ้วนเสียด้วย" องครักษ์ฝางเอ่ยต่อ

"คิดถึงตอนที่ไปรบหรือไม่ ตอนนั้นเราจับกระต่ายป่าตัวอวบได้แบบนี้ย่างโรยเกลืออร่อยนัก"

หยางเอ้อหลางหัวเราะ กระต่ายตัวนิดเดียวเหตุใดถึงฤทธิ์เดชมากมายเช่นนี้ ดูสิเริ่มดิ้นรนแล้ว หากเขาไม่ใช่นักรบออกทัพจับศึกมามากคงโดนเจ้ากระต่ายตัวนี้ถีบหน้าหงายไปแล้ว แรงเยอะไม่ใช่น้อย

องค์หญิงสิบสามได้แต่ด่าทอตนเองในใจ จะหนีไปที่ใดก็ย่อมได้เหตุใดต้องกระโดดเข้ามาในนี้ด้วย คราวซวยจริงๆ ต้องตายแน่ๆ แล้วครานี้ คนพวกนี้แม้หน้าตาจะหล่อเหลาแต่จิตใจเหี้ยมโหดนัก นางเคยเห็นภาพวาดเทพสงคราม หยางเอ้อหลางกับองครักษ์ฝานมานับครั้งไม่ถ้วน นับว่าเป็นภาพวาดที่ขายดี ในเมืองหลวงอีกทั้งเรื่องเล่าของพวกเขาที่ติดนิสัยชอบฆ่าสัตว์ตัดชีวิตไม่เว้นแม้แต่สังหารคนก็เลื่องลือ นางคงไม่อาจรอดไปได้แล้ว

"ท่านแม่ทัพเราจะย่างหรือจะตุ๋นดี"

เจ้าบ้าองครักษ์นี่ยังคิดจะตุ๋นนางอีก แย่แล้ว คิดหาวิธีหนีเดี๋ยวนี้ สิบสามคิดสิคิด

"แล้วแต่เจ้าข้ายกให้"

แม่ทัพหยางยื่นกระต่ายขาวไปพร้อมกับคลายมือออก กระต่ายปีศาจอย่างองค์หญิงสิบสามหรือจะปล่อยโอกาสนี้ไป นางรีบดีดกายอย่างว่องไวแล้วกระโดดหนีไม่คิดชีวิต

"ไม่ต้องตาม ปล่อยไปเถอะมันคงไม่อยากตาย"

เสียงของท่านแม่ทัพยับยั้งองครักษ์ฝานเอาไว้ได้ เขาจึงได้แต่มองตาละห้อย

"เสียดายจริงถ้าเอามาตุ๋นคงจะอร่อยน่าดู"

"ออกไปได้แล้วข้าจะพักผ่อน ดึกดื่นเช่นนี้หากหิวก็ไปห้องครัวน่าจะมีอะไรให้กิน"

"แล้วเรื่องกระต่ายล่ะขอรับ"

"เรื่องเล็กน้อยปล่อยให้พ่อบ้านจัดการ มีสวนผักในบ้านพวกสัตว์ย่อมเข้ามาเป็นธรรมดาเจ้าอย่าใส่ใจนักเลย"

"ขอรับ"

องครักษ์ฝานออกไปแล้ว หยางเอ้อหลางมองในมือของตนเอง มีกระพรวนเล็กๆ ที่หลุดออกมาจากลำคอของกระต่ายตัวนั้น หรือจะเป็นสัตว์เลี้ยงของผู้ใดที่ปล่อยให้หลุดออกมา แม่ทัพเพียงแต่เก็บกระพรวนอันนั้นไว้ในสาบเสื้อ เผื่อว่าหากมีโอกาสเจอเจ้าของเขาจะได้คืนสิ่งนี้ให้กับคนผู้นั้น

คุณอาจจะชอบ

ภาพปกนิยายเรื่อง เมื่อตัวประกอบทะลุมิติมาเป็นคุณแม่เลี้ยงเดียวยุค 80's
9.3
จากปี 2023 หลินเหยาซื่อตื่นขึ้นมาในร่างของหญิงสาวชื่อเดียวกันในยุค 1980 หลังประสบอุบัติเหตุร้ายแรง พร้อมรับบทคุณแม่เลี้ยงเดี่ยวที่ต้องดูแลลูกแฝดวัยสามขวบเพียงลำพัง ทว่าชีวิตกลับพลิกผันเมื่อกั๋วคังเหริน สามีที่เคยหายสาบสูญไปนานได้เดินทางกลับมาหาเธอ แต่เขากลับต้องเผชิญหน้ากับความจริงที่ว่าภรรยาจำเขาไม่ได้เลยแม้แต่น้อย ด้วยความสับสนในสถานการณ์ เหยาซื่อจึงตัดสินใจขอหย่าขาดเพื่อคืนอิสระแก่กัน แต่ฝ่ายชายกลับปฏิเสธอย่างหนักแน่นด้วยจุมพิตอันเร่าร้อน พร้อมประกาศกร้าวว่าเขาไม่มีวันยอมปล่อยเธอไปและจะไม่มีวันยอมให้การหย่าร้างเกิดขึ้นอย่างเด็ดขาด
ภาพปกนิยายเรื่อง ย้อนเวลาเปลี่ยนวาสนารัก
8.1
มู่เสวี่ยหลิงเคยเลือกทางเดินที่ผิดพลาดเพราะเชื่อคำลวงของคนอื่น จนเป็นเหตุให้หยวนเซิ่งเจ๋อคู่หมั้นทายาทเศรษฐีผู้แสนดีต้องพบกับจุดจบอันน่าสลดใจและสูญเสียทุกสิ่งไป ทว่าเมื่อปาฏิหาริย์ส่งนางย้อนเวลากลับมาสู่อดีตอีกครั้ง นางจึงสาบานว่าจะใช้โอกาสนี้ปกป้องเขาและแก้ไขโชคชะตาที่เคยพังทลายเพื่อไถ่บาปที่เคยทำไว้ แม้ในอดีตหยวนเซิ่งเจ๋อจะยอมสละตำแหน่งนายน้อยเพื่อความรักที่มีต่อนาง แต่ในชีวิตใหม่นี้นางจะเป็นฝ่ายลุกขึ้นสู้เพื่อกอบกู้โชคชะตาและดูแลรักษาหัวใจของเขาอย่างดีที่สุดด้วยชีวิตของนาง
ภาพปกนิยายเรื่อง ข้าคือดาวมงคลน้อยหลินลู่ฉี
9.0
เมื่อยมทูตหน้าใหม่ดึงวิญญาณมาผิดดวง เพื่อรักษาไว้ซึ่งสมดุลของโลกวิญญาณ หลินลู่ฉีผู้มีปราณมงคลในยุคปัจจุบัน จึงถูกส่งไปยังต่างโลก สวมร่างเด็กน้อยวัยสามขวบ ที่เพิ่งถูกงูกัดตายด้านหลังอารามเต๋า เจ้าอาวาสไม่อาจยอมรับวิญญาณสวมร่างได้ แต่เมื่อขับไล่วิญญาณร้ายออกจากร่างกายไม่ได้ จึงจำเป็นต้องขับไล่คน ออกจากอารามแทน ++++ "อนิจจาวาสนาเด็กน้อยได้ดับสิ้นลงแล้ว จี้คงเตรียมพิธีสวดส่งวิญญาณให้นางเถอะ" นักพรตเฒ่าสั่งการลูกศิษย์ตัวน้อย หันหลังหมายจะเดินกลับไปยังที่พักของตน "ขอรับท่านอาจารย์" จี้คงขานรับคำสั่ง หันไปเตรียมสิ่งของสำหรับทำพิธีสวดส่งวิญญาณผู้ตาย ทว่าผ่านไปเพียงอึดใจเดียว "อ๊ากกก ! มีผี !" เสียงกรีดร้องดังลั่น ร่างเล็ก ๆ ของเขาวิ่งไปหลบอยู่ด้านหลังผู้เป็นอาจารย์ "จี้คงมีอะไร" "นะนางลืมตาขอรับท่านอาจารย์" เด็กน้อยชี้นิ้วสั่น ๆ ไปที่ศพบนพื้น "ว่าอย่างไรนะ" นักพรตเฒ่ารีบตรงไปคุกเข่าอยู่ด้านข้างศพ เห็นเปลือกตาของนางขยับไปมา ก่อนจะปรือลืมขึ้นอย่างลำบากยากเย็น "นี่มัน...เป็นไปไม่ได้" รีบคว้าข้อมือของเด็กน้อยมาจับชีพจรดู ดวงตาของนักพรตเฒ่ามืดมนลงในทันที แตะนิ้วทำนายชะตา นี่มันคือการสลับร่างเปลี่ยนวิญญาณ ดึงตัวลูกศิษย์ถอยหลังไปสามก้าว "ผีร้ายตนไหนกล้ามาสวมร่างคนตาย จงออกไปเสีย !" ผีร้ายที่ว่ากำลังมึนงงกับเหตุการณ์ตรงหน้า จำได้ว่าเธอกำลังขับรถกลับบ้าน ใช่แล้ว เกิดอุบัติเหตุขึ้น มีรถบรรทุกเสียหลัก พุ่งมาชนรถของเธอ จากนั้นทุกอย่างก็ดับวูบไป ท่าทางเหม่อลอยไร้สติของนางทำนักพรตเฒ่าหวาดระแวงในทันที เตรียมหยิบยันต์ป้องกันภูตผีออกมา ขณะที่เด็กน้อยยกฝ่ามือของตัวเองขึ้นเพ่งมองอย่างประหลาดใจ ดวงตาคู่กลมน้อยกลอกกลิ้งไปมาอย่างสับสน นิ้วมือสั้น ๆ นี่มันอะไร ขยับปลายเท้าเข้าหากัน ขาก็สั้น พลิกฝ่ามือตัวเองไปมา สีหน้าคล้ายคนอยากร้องไห้ นี่มันโลกถล่มใส่หัวของเธอหรืออย่างไรกัน เปรี๊ยะ ! ยันต์ขับไล่ภูตผีถูกปาใส่นางสุดแรง ก่อนที่มันจะปลิวร่อนลงไปกองอยู่บนพื้น ยันต์ไม่เกิดการเผาไหม้ ผีร้ายยังคงอยู่ในร่างกายของเด็กน้อย "เจ้า ๆ ๆ ออกไปจากร่างของนางเดี๋ยวนี้ !" นักพรตเฒ่าชี้นิ้วพร้อมดึงยันต์สายฟ้าฟาดออกมาอีกแผ่น นี่นับเป็นยันต์ที่ทรงพลังที่สุดของเขาแล้ว รีบปาใส่เด็กน้อยสุดแรง เปรี๊ยะ ! ทว่าไร้ผลอยู่ดี... ตาเฒ่านี่เล่นตลกอะไรกัน... [นิยาย3เล่มจบ 252ตอน]
ภาพปกนิยายเรื่อง ข้าน้อยขอเป็นติ่งพระรอง
8.4
เมื่อภัทราหลุดมิติเข้าไปในโลกแฟนตาซีของนิยายเรื่อง ชะตารักพันธนาการ เธอต้องสวมบทบาทเป็นเจียงอันเล่ออย่างกะทันหัน แทนที่เธอจะสนใจดำเนินชีวิตตามเส้นเรื่องเดิมหรือเข้าหาพระเอกของเรื่อง เธอกลับเลือกที่จะเพิกเฉยต่อสิ่งเหล่านั้น เพราะเป้าหมายเดียวในใจที่เธอยึดมั่นคือการปกป้องหานอี้หลง พระรองสุดอาภัพผู้เป็นรักแท้เพียงหนึ่งเดียวของเธอตั้งแต่สมัยที่ยังเป็นแค่ผู้อ่าน การเดินทางครั้งใหม่เพื่อพลิกผันชะตากรรมอันแสนเศร้าของตัวละครที่เธอรักจึงเริ่มต้นขึ้นด้วยความตั้งใจอันแรงกล้าที่จะเปลี่ยนตอนจบของเขาให้ได้สำเร็จ
ภาพปกนิยายเรื่อง เรือนนารีสกุล
8.5
ณ ดินแดนเสี่ยวเป้ยอันหนาวเหน็บท่ามกลางป่าสนและหิมะ เรือนนารีที่เคยรุ่งเรืองกลับถูกปิดตายเป็นความลับมานานนับทศวรรษ หลังจากการเสียชีวิตอย่างมีเงื่อนงำของเจ้าของเรือน ทว่าเบื้องหลังบานประตูที่ปิดสนิท เจียวเจี๋ย พี่สาวผู้สืบทอดแห่งตระกูลเจียว ได้ซ่อนตัวสมาชิกที่เหลือรอด รวมถึงน้องสาวคนเล็กอย่างเจียวลู่ เพื่อให้พ้นจากสายตาของคนภายนอก แม้เวลาจะล่วงเลยไปนานเพียงใด แต่ไฟแค้นจากเหตุการณ์ลอบสังหารล้างตระกูลเมื่อสิบปีก่อนยังคงคุโชน สองพี่น้องผู้รอดชีวิตมาได้อย่างปาฏิหาริย์ในครั้งนั้น กำลังเฝ้ารอเวลาที่จะทวงคืนความยุติธรรมให้แก่ครอบครัวที่ต้องสูญเสียไปอย่างไม่ต่างไปอย่างไม่ธรรม
ภาพปกนิยายเรื่อง มนต์เสน่หาซาตานเถื่อน
7.9
ความแค้นของโดมปะทุขึ้นเมื่อพี่ชายของมนตราเป็นเหตุให้คนรักของเขาต้องจากไปอย่างไม่มีวันกลับ ชายหนุ่มจึงตั้งใจกลับมาทวงแค้นและมอบทัณฑ์ทรมานอันแสนเร่าร้อนเพื่อลงทัณฑ์เธอ ทว่ามนตรากลับไม่ใช่หญิงสาวทั่วไปที่เขาจะรังแกได้ง่ายๆ เพราะเธอคือแม่มดผู้มีมนต์เสน่ห์อันน่าลุ่มหลง ซึ่งคอยร่ายมนตร์ล่อลวงให้เขาติดอยู่ในบ่วงตัณหาจนยากจะถอนตัว แม้ว่าโดมจะพยายามบังคับตัวเองให้ยึดมั่นในความโกรธแค้นสักเพียงใด แต่สุดท้ายหัวใจของซาตานหนุ่มก็ต้องยอมสยบให้แก่เสน่ห์เย้ายวนอันแสนตราตรึง และพ่ายแพ้ต่อความรักครั้งใหม่ที่เกินจะต้านทานไหว