APKDock Logo
รายชื่อตอน
แชร์
ภาพปกนิยายเรื่อง วาสนารักคุณชายจอมวุ่นวาย

วาสนารักคุณชายจอมวุ่นวาย

เพื่อช่วยครอบครัวจากวิกฤต เขมกรจำต้องยอมแลกเปลี่ยนบางอย่างจนตื่นขึ้นมาในร่างของ เกาหยุนเอ๋อร์ คุณชายไร้ความทรงจำผู้เคยป่าวประกาศต่อหน้าทุกคนว่าเป็นภรรยาของ ซ่งหยวนเจ๋อ แต่แทนที่หยวนเจ๋อจะโกรธเคือง เขากลับคอยดูแลเอาใจใส่หยุนเอ๋อร์อย่างใกล้ชิด ทั้งพาไปกินอาหารและให้ขี่หลัง ความอ่อนโยนและอ้อมกอดนี้ทำให้หยุนเอ๋อร์เริ่มมีอาการใจสั่นอย่างประหลาดจนเจ้าตัวกังวลว่าตนเองกำลังเจ็บป่วยร้ายแรง โดยที่เขาไม่รู้เลยว่าความหวั่นไหวที่เกิดขึ้นนั้นแท้จริงแล้วคือจุดเริ่มต้นของความรักที่แสนลึกซึ้ง
รายชื่อตอน
แชร์

ตอน 2

ตอนที่ 2

เขมกรสองจิตสองใจ สองมือจับแฮนด์รถจักรยาน เท้าก็อยู่ที่บันไดของรถ แต่ขากลับไม่ยอมปั่นไปอย่างที่ควรจะเป็น เพราะสายตาได้แต่จ้องมองไปยังเรือนามว่า “เรือนกวางซิน” ด้วยความหวังที่มันล้นออกมา

‘ถ้ามันแก้ปัญหาทุกอย่างที่เป็นอยู่ได้ล่ะ...ไม่ลองเหรอ’

“ที่บอกว่าจะทำให้ทุกอย่างเป็นจริงได้ เป็นไปไม่ได้หรอกน่า มันเหลือเชื่อเกินไป”

แต่แม้ปากจะพูดไปแบบนั้น หากมือและขากลับไม่ทำตาม เรียกได้ว่าทุกอย่างมันหลุดการควบคุมไปหมดแล้ว จักรยานคันเก่าถูกทิ้งอยู่ตรงนั้น เพราะขาของเขามันเลือกที่จะก้าวเดินขึ้นไปยัง “เรือนกวางซิน” อย่างเชื่องช้า หากทุกก้าวที่เดินกลับมั่นคงและหนักแน่น พร้อมกับเสียงที่ดังก้องอยู่ในหัว...ต้องได้ ต้องช่วยได้!

“ขอโทษครับ มีใครอยู่ไหมครับ” เขมกรหยุดยืนอยู่ตรงที่ทางขึ้นเรือ พร้อมกับชะโงกหน้ามองไปทั่วบริเวณ แต่ก็ไม่เห็นว่าจะมีใครสักคน อย่างนี้ก็ขึ้นเรือไม่ได้สิ เขาลองตะโกนเรียงไปอีกครั้งและยืนรออยู่ครู่ใหญ่ แต่ก็ไม่มีเสียงใด ๆ ตอบกลับมา

“เป็นอย่างที่คิดไว้จริง ๆ นั่นแหละ ถ้ามีคนอยู่ก็ต้องมาเปิดประตูต้อนรับแล้วสิ” เขมกรบ่นด้วยความหงุดหงิดเมื่อคิดว่าถูกหลอกแน่แล้ว คิดว่าควรกลับบ้านดีกว่า ป่านนี้พ่อกับแม่และน้องคงจะเป็นห่วงมากแล้ว แต่พอหันหลังจะกลับบ้านกลับมีสะพานเคลื่อนลงมาหา

ใจหนึ่งก็...บอกว่ากลับบ้านเถอะ แต่อีกใจกลับบอกว่า ไหน ๆ ก็มาแล้ว เอาให้มันรู้กันไปเลย จะออกหัวหรือก้อย ต่อไปจะได้ไม่ต้องคิดมากเรื่องนี้อีก เขมกรก็เลยเลือกที่จะก้าวเดินขึ้นสะพานไป

“อา...ครั้งนี้เป็นหนุ่มน้อยหรือนี่...ปรารถนาสิ่งใดนะ”

เขมกรกำลังจะเอ่ยปากบอกในสิ่งที่ต้องการ แต่กลับเปิดปากไม่ได้ มิหนำซ้ำร่างกายก็ยังแข็งทื่อ ขยับเคลื่อนไม่ได้ด้วย จนเขาเริ่มกลัว

“หนุ่มน้อยปรารถนาสิ่งใดกันน่ะ”

เสียงนั้นยังคงดังผ่านความมืดมิดมาอีกครั้ง เขมกรพยายามเพ่งมองว่าเสียงที่ได้ยินดังมาจากทิศทางใด แต่ก็ไม่เห็นอะไร ความเงียบก็ครอบคลุมไปพักใหญ่ ก่อนจุดที่เขายืนจะสว่างจ้าจนแสบตา

“สิ่งที่ปรารถนา...อยากช่วยเหลือครอบครัวสินะ ความต้องการที่น้อยนิดแต่ยิ่งใหญ่ ช่างเป็นเด็กที่กล้าหาญและกตัญญูยิ่งนัก...น่าสนใจ ๆ ”

เขมกรได้แต่ตกใจจนพูดอะไรไม่ออก ในหัวเต็มไปด้วยความสงสัย ทำไมความต้องการที่มันซุกซ่อนอยู่ในส่วนลึก ที่ยังไม่ทันจะได้เปิดปากพูดด้วยซ้ำ กลับถูกใครก็ไม่รู้ที่ไม่เคยรู้จักและไม่เคยเห็นหน้าด้วยรู้

“รู้ใช่หรือไม่ ของฟรีไม่มีในโลก”

เขมกรพยักหน้ารับ รู้ดีแก่ใจเชียวล่ะ ที่ป่าวประกาศว่าให้ฟรี ๆ นะ ไม่มีจริงหรอก เวลาถูกเรียกเก็บคืน...แทบกระอักออกมาเลือด

“ในเมื่อรู้แล้ว ถ้าเช่นนั้นเจ้ายินยอมที่จะแลกเปลี่ยนไหมล่ะ”

เขมกรขบเม้มปากเข้าหากัน การแลกเปลี่ยนที่ว่า เขาจะทำมันได้หรือเปล่าและมันจะหนักเกินไปสำหรับเด็กอย่างเขาหรือไม่ แล้วผลที่ได้มามันจะคุ้มค่ากันหรือเปล่า

“มิต้องกังวล สิ่งที่ใช้แลกเปลี่ยนมิเกินความสามารถของคนที่ทำการแปลกเปลี่ยน”

“ท่านเป็นใครกันแน่” เขายังไม่ทันจะได้พูดอะไรเลย คนผู้นี้ที่ยังไม่เปิดเผยตัวตนก็ล่วงรู้ความคิดที่อยู่ในหัวแล้ว

“ข้าจะเป็นใคร เจ้ามิต้องใส่ใจหรอก รู้เพียงแค่ว่า สิ่งที่เจ้าต้องการข้าสามารถช่วยได้...ต้องการหรือไม่ล่ะ”

เขมกรจำต้องคิดทบทวนให้ดี เขาจะเชื่อในคำพูดของใครก็ไม่รู้ได้เหรอ

“ข้ามีเวลาให้เจ้าตัดสินใจมินานหรอกนะ มีผู้คนอีกมากมายที่ต้องการโอกาสที่เจ้าได้รับในครั้งนี้”

“ผม...”

“ว่าอย่างไร จะรับโอกาสที่ข้าให้เจ้าหรือไม่”

“ผม...” ในหัวเขาจะว่าว่างเปล่าก็ไม่เชิง ด้วยสิ่งที่คิดอยู่มันไหลไป...ไม่มีหยุดนิ่ง แต่จับสิ่งใดไม่ได้เลย คงได้แต่ยืนนิ่งงันอยู่อย่างนั้น ในความคิดเวลามันคงจะผ่านไปนานมาก หากความจริงแล้วแค่เวลาผ่านไปเพียงแค่ข้าหายใจเข้าและออกเท่านั้น เมื่อความคิดมันตกตะกอน เขมกรก็คิดได้ว่า...

ในเมื่อมีโอกาสแล้ว ทำไมเขาถึงไม่ยอมเสี่ยงล่ะ เขาก็ไม่มีอะไรที่จะต้องเสียแล้วนี่น่า

ไม่ว่าการแลกเปลี่ยนในครั้งนี้จะทำให้เขาต้องพบเจอกับเรื่องราวและสิ่งที่ไม่ดียังไง แต่ถ้าแก้ปัญหาเลวร้ายที่ครอบครัวประสบอยู่ ได้ทำให้ครอบครัวมีความสุข สิ่งที่ปรารถนาจริง...มันก็คุ้มค่าที่จะเสี่ยงไม่ใช่หรือไง

“ถ้าผมต้องการให้สิ่งที่คิดไว้เป็นความจริง ผมต้องแลกเปลี่ยนกับอะไรบ้างครับ”

“เจ้านี่...ฉลาดและตัดสินใจได้อย่างฉับไวเสียจริง หากข้าจะต้องบอกกับเจ้าก่อน เมื่อเจ้าตัดสินใจทำสัญญาแลกเปลี่ยนกับข้าแล้ว ข้าจะทำให้ความต้องการของเจ้าเป็นจริงภายในสามวันเจ็ดวัน แต่สิ่งที่เจ้าต้องการจะต้องไม่ไปทำร้าย ทำอันตรายผู้ใดจนถึงแก่ชีวิต”

เขมกรพยักหน้ารับ เรื่องนี้ไม่อยู่หัวเขาตั้งแต่แรกอยู่แล้ว ถึงแม้ว่าคนผู้นั้นจะเลวร้ายแค่ไหน แต่มันก็คือหนึ่งชีวิตที่คนผู้นั้นเลือกเส้นทางเดินของเอง คนที่ทำไม่ดีต่อให้มีอำนาจมากมายเพียงใด แต่สุดท้ายแล้วก็หนีผลกรรมจากการกระทำของตนเองไม่พ้น เพียงแต่ผลของกรรมที่จะได้รับนั้นจะมาถึงเร็วหรือช้าเท่านั้นเอง

“เมื่อเริ่มต้นแลกเปลี่ยนแล้ว เจ้ามิอาจกลับคืนคำ มิอาจที่จะยกเลิกมันได้ ทุกอย่างจะเป็นไปตามคำสัญญา!”

ก็ไม่รู้ว่าจะต้องแลกเปลี่ยนกับอะไร ร้ายแรงแค่ไหน มันก็ทำให้วิตกกังวลอยู่เหมือนกัน แต่เพื่อครอบครัว เพื่อคนที่เขารัก...เขมกรก็เลือกที่จะพยักหน้ารับ

“ครับ ผมเข้าใจแล้ว ถ้าท่านทำให้สิ่งที่ผมต้องการเป็นจริงได้ ไม่ว่าจะต้องแลกกับอะไร ผมก็ยอมทั้งนั้น”

“ข้าอยากได้ยินจากปากเจ้า ปรารถนาให้ข้าสิ่งใดให้”

“ถ้าผมจะขอ...คนพวกนั้นทำร้ายคนอื่นด้วยวิธีการต่าง ๆ มาตลอด ถ้าเป็นไปได้ ในเมื่อคุณบอกว่าเอาชีวิตเขาไม่ได้ ก็ขอให้เขาได้รับกรรมจากสิ่งที่กระทำเร็วหน่อย อย่าง...ถูกตำรวจจับและหมดสิทธิ์จะออกมาสร้างความเดือดร้อนให้คนอื่นอีก จะได้ไหมครับ”

ถ้าหากไม่ทำให้คนพวกนั้นถูกจับ หลังจากนี้ก็ยังจะต้องมีอีกหลายครอบครัวที่จะต้องได้รับผลกระทบจากการกระทำของพวกเขา ถึงเขาจะเข้าใจว่าทุกสิ่งทุกอย่างมันมักจะมีตัวตายตัวแทนเสมอ หมดจากคนกลุ่มนี้ไป ก็ยังมีคนกลุ่มอื่นหวังได้เงินอย่างง่าย ๆ เข้ามาแทน...สิ่งที่ทำก็เพียงแค่ตัดไฟเพียงแค่ต้นลม ไม่ให้ลุกลามไปได้ไกลเท่านั้น แต่มันก็ดีกว่าไม่ได้ทำอะไรเลยไม่ใช่หรือยังไง

“ก็ได้อยู่นะ ต้องขึ้นอยู่กับความปรารถนาของเจ้าหนักแน่นเพียงใด ถ้ามิมากจนเกินไปกว่านี้ ข้าก็พอจะทำให้ได้”

“สิ่งที่ผมปรารถนา...ขอเพียงแค่ให้ครอบครัวอยู่กันอย่างมีความสุข ทุกคนมีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรง พ่อกับแม่มีงานที่มั่นคงทำ ไม่ต้องร่ำรวยแต่ขอให้มีเงินมีทองพอกินพอใช้ ไม่เป็นหนี้เป็นสินใคร มีเงินเก็บไว้ใช้ยามมีเหตุฉุกเฉินและให้น้องทั้งสองคนเรียนจบอย่างที่คาดหวังนะครับ”

“เจ้าช่างเป็นเด็กที่ดีจริง ๆ เจ้ารู้หรือไม่...สิ่งที่เจ้าปรารถนาจะต้องแลกกับการที่มิมีเจ้าอยู่ในชีวิตของพวกเขา...มิเคยพบพานและรู้จัก ไร้ตัวตน ไร้ความทรงจำโดยสิ้นเชิง”

เสียงที่ดังมาทำให้เขมกรถึงกับตกตะลึง ก่อนความเจ็บปวดจะถาโถมเข้าหา น้ำตามันไหลออกมาอย่างไม่ทันจะรู้ตัว แต่ถึงจะรู้อย่างนี้แล้ว เขาก็ยอม...ยอมที่จะเจ็บปวดเพียงลำพัง เพื่อให้ครอบครัวอยู่ดีมีสุข

เขมกรได้แต่ยิ้มด้วยความเศร้าหมอง

คุณอาจจะชอบ

ภาพปกนิยายเรื่อง เล่ห์สวาททาสรักจอมมาร
9.3
เมื่อโองการสวรรค์สั่งให้หยุดยั้งมหาสงครามครั้งใหญ่ ฮวาเย่ห์หยวน ธิดาจิ้งจอกเก้าหางผู้มีรูปโฉมงดงามจึงต้องรับภารกิจอันตรายในการใช้เสน่ห์ล่อลวงจอมมารผู้ไร้ความปรานีอย่างลี่เซี่ยน แต่ในระหว่างทำภารกิจ นางกลับได้พบกับอาเซี่ยน ชายหนุ่มลึกลับผู้แสนดีที่คอยช่วยเหลือจนทำให้หัวใจของนางเริ่มหวั่นไหว แม้ว่าแผนการยั่วยวนจอมมารจะประสบความสำเร็จตามที่ตั้งเป้าไว้ ทว่าท้ายที่สุดธิดาจิ้งจอกกลับตกหลุมรักศัตรูจนกลายเป็นทาสรักของเขาเสียเอง นางจึงต้องเผชิญกับการตัดสินใจครั้งสำคัญท่ามกลางความรักที่เต็มไปด้วยอันตรายและบุรุษที่แสนอบอุ่น
ภาพปกนิยายเรื่อง ยอดดวงใจซื่อจื่อ
8.4
ฉางเจียอีเคยตั้งปณิธานไว้ว่าจะไม่ยอมเฉียดกรายเข้าใกล้บุรุษฝีปากกล้าผู้ชอบนินทาคนนั้นอีกเป็นอันขาด ทว่าโชคชะตาลิขิตให้ชีวิตเปลี่ยนผันทำให้นางต้องยอมกลืนน้ำคำตนเอง เมื่อมีเหตุจำเป็นต้องเข้าไปเกี่ยวข้องกับเขาเพื่อหาทางช่วยเหลือพี่ใหญ่ให้รอดพ้นจากความทุกข์ทรมานอันแสนสาหัส ทั้งที่ใจจริงนางเพียงต้องการใช้ชีวิตอย่างสงบสุขและเรียบง่ายในเรือนของตนเองไปจนแก่เฒ่า แต่การก้าวเข้ามาของเขากลับทำให้แผนการชีวิตที่วางไว้พังทลายลงอย่างสิ้นเชิง เรื่องราวความวุ่นวายครั้งนี้ไม่ได้คลี่คลายได้ง่ายดายอย่างที่คิด ท่ามกลางความผูกพันครั้งใหม่ที่ชวนให้รู้สึกขัดใจนางเป็นที่สุด
ภาพปกนิยายเรื่อง แยกบ้านกับแม่สามี ข้าปลูกบ้านสะสมเสบียง อาหารเต็มคลัง
7.3
หูซุยฉิงตื่นมาพบลูกน้อยที่หิวโซทั้งห้าในกระท่อมผุพัง ฟางเส้นสุดท้ายขาดลงเมื่อญาติสามีคิดจะนำลูกสาวของเธอไปขาย เธอจึงลุกขึ้นสู้และประกาศแยกบ้านเพื่อปกป้องสายเลือด โชคดีที่มีระบบร้านค้าลับช่วยให้เธอสั่งซื้ออาหารได้ไม่จำกัด หญิงสาวแอบสร้างความมั่งคั่งและสะสมเสบียงอย่างเงียบเชียบ เมื่อเกิดภัยพิบัติน้ำท่วมและภาวะข้าวยากหมากแพงครั้งใหญ่ บรรดาญาติใจดำต่างต้องดิ้นรนเอาชีวิตรอดอย่างหิวโหย ทว่าครอบครัวของเธอกลับได้กินข้าวและเนื้ออย่างอิ่มหนำ การพลิกชะตาชีวิตและเอาคืนผู้ที่เคยกดขี่จึงเริ่มต้นขึ้น
ภาพปกนิยายเรื่อง คุณชายลงจากสวรรค์
8.5
ความเชื่อมั่นที่ธิชามีต่อคุณชายธาวินแห่งตระกูลธนาภูวนัตถ์ต้องจบลงเมื่อเธออายุสิบแปดปี ชายผู้เคยปกป้องเธอได้แปรเปลี่ยนเป็นคนโหดร้ายที่กักขังและมองเธอเป็นเพียงของเล่นไร้ค่า ชีวิตของหญิงสาวจมดิ่งสู่วังวนแห่งความมืดมน ทว่าโชคชะตาก็นำพาบุรุษลึกลับเข้ามาประดุจแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์ เขาหยิบยื่นความหวังเพื่อฉุดรั้งเธอจากขุมนรก แต่สิ่งที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังความรักนั้นคือคมหนามที่พร้อมจะทิ่มแทง การรับความช่วยเหลือจากเขาอาจนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงที่จะพลิกผันชีวิตของเธอไปตลอดกาล
ภาพปกนิยายเรื่อง ข้ามีสามีคือสมุหนายกใหญ่
9.5
สายลับสาวฟื้นขึ้นในร่าง กู้เจียว หญิงอัปลักษณ์สติฟั่นเฟือนที่บังคับ เซียวลิ่วหลัง ชายหนุ่มรูปงามให้แต่งงานด้วยหลังช่วยชีวิตเขาไว้ ทำให้สามีเกลียดชังนางเข้ากระดูกดำ ทว่าความฝันบอกเหตุกลับเผยอนาคตว่าชายผู้นี้จะกลายเป็นขุนนางใหญ่ผู้กุมอำนาจสูงสุด เพื่อสร้างชีวิตใหม่ที่มั่นคง นางจึงลุกขึ้นมาพลิกโฉมตนเอง ทิ้งคราบสตรีบ้าคลั่ง แล้วใช้ทักษะที่มีคุ้มครองเขาจากทุกภยันตราย เป้าหมายเดียวคือกำจัดอุปสรรคและสนับสนุนสามีให้ก้าวสู่ความยิ่งใหญ่บนจุดสูงสุดของอำนาจตามลิขิต
ภาพปกนิยายเรื่อง ไม่มีอีกแล้ว...สตรีที่เคยโง่งมผู้นั้น
9.7
โอกาสหนที่สองจากสวรรค์ทำให้นางได้ย้อนเวลากลับมาเมื่อห้าปีก่อนหน้า จุดจบอันแสนรันทดในอดีตชาติที่เกิดจากความรักบังตาและความเชื่อใจในตัวชายผู้เป็นที่รักที่สุด จะไม่มีวันเกิดขึ้นซ้ำสองอีกต่อไป สตรีโง่งมคนเดิมได้ตายจากไปพร้อมกับความเจ็บปวดแล้ว เหลือเพียงหญิงสาวคนใหม่ที่พกพาบทเรียนอันล้ำค่ากลับมา นางขอตั้งปณิธานว่าจะไม่มีวันยอมตกเป็นเบี้ยล่างให้เขาหลอกใช้ และจะไม่ยอมเดินบนเส้นทางสายเดิมที่นองไปด้วยน้ำตา แม้ชายผู้นั้นจะพยายามใช้เล่ห์กลลวงล่อใจเพียงใด นางก็พร้อมจะลิขิตโชคชะตาครั้งใหม่นี้ด้วยมือของตนเอง